เมียใหม่ของคะหยิ่น .... !? [ปูมวันที่ 39 ]

xx xxxx 2502
หล่มช้าง
พบแล้วต้องมีพราก พวกลูกหาบเข้ามาลากับเราเพื่อกลับไปยังหนองน้ำแห้ง เชษฐามอบจดหมายถึงนายอำพลให้จัดการเรื่องค่าทำขวัญของลูกหาบที่ตายไปฝากนายเมยไปด้วย พร้อมเกวียนหนึ่งเล่มและควายเทียมเกวียนอีกสองตัว เราเองก็เปิดกรุงัดกระสุนออกมาแจกให้พวกนั้นอีกคนละกล่อง
พอลับหลังอดีตลูกหาบทั้งเก้าคนของเรา ความรู้สึกใจหายมันก็เข้ามาเกาะกุมหัวใจอย่างรวดเร็ว ป่าคงมีอาถรรพ์อยู่ในตัวอย่างเชษฐาว่า ชีวิตที่ใช้ร่วมกันในป่า ทำให้เห็นแก่นแท้ของกันและกันได้อย่างกระจ่างที่สุด

ถึงแม้เราจะไม่มีลูกหาบคอยติดตามอีกต่อไป แต่เราก็ได้คะหยิ่นเข้ามาแทนที่ หลังอาหารค่ำมันเข้ามายืนยันคำพูดนั้นกับเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเหลือเกิน ดีในด้านหนึ่งที่เราจะได้คนมีฝีมือเข้าร่วมคณะ ดีอีกด้านหนึ่งคือปัญหาด้านสัมภาระของเรา ที่หมดปัญหาไปทันที เพราะเราได้นายบ้านของที่นี่มาเป็นคนของเราแล้ว ส่วนเรื่องปืนที่เราห่วงนัก รพินทร์ก็แก้ปัญหาได้อย่างแยบคายเหลือเกิน แค่ถอดเอาเข็มแทงชนวนออกเท่านั้น มันก็กลายสภาพเป็นแค่ท่อนเหล็กธรรมดาๆ ที่ไม่มีอำนาจประหัตประหารอะไรเลย นอกจากจะเอาไปฟาดหัวกันแบบมนุษย์ยุคหินเท่านั้น
เชษฐาต้อนรับน้องใหม่ของพวกเราด้วยเรมิงตันโมเดล 870 ปั้มแอ็คชั่น พอเชษฐายื่นให้เท่านั้นแหละ หน้ามันบานเป็นจานเชิงเลย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไอ้ปั๊มแอคชั่นกระบอกนั้น ต้องกลายสภาพเป็นเมียใหม่ให้มันนอนกอดไปยันเช้าแน่





::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค



Create Date : 22 มีนาคม 2551
Last Update : 22 มีนาคม 2551 11:08:07 น.
Counter : 654 Pageviews.

2 comment
ลูกก็เสือ แม่ก็เสือ อยู่กันไปสองคนละกัน ชิส์ .... !? [ปูมวันที่ 38 ]

xx xxxx 2502
หล่มช้าง
เราตกลงยืดเวลาออกเดินทางไปอีกหนึ่งเดือน ตามสภาพร่างกายของเชษฐา รพินทร์เองก็เห็นด้วย เราจึงต้องยื่นวีซ่าพำนักอยู่ที่หล่มช้างนี่ไปอีกเดือน ก็ดีเหมือนกัน ได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนออกเดินทางจริง อีกอย่างเราจะได้มีเวลาพัฒนาฝีมือพรานของเราด้วย ขืนยังทำตัวเป็นพรานฝึกหัดอย่างนี้เข้าป่าลึกอย่างนั้น เห็นจะไม่ได้รอดออกมาแน่

เมื่อวานเจ้ายักษ์ใหญ่แห่งหล่มช้าง นำเครื่องสังเวยมาถวายแก่แม่เจ้าของมัน เป็นลูกเสือขนปุกปุยทีเดียว เจ้าคะหยิ่นนี่ก็ช่างเข้าใจ เลือกของขวัญได้ถูกใจน้อยเหลือเกิน ถูกใจถึงขนาดที่ว่าจะรับเป็นลูกบุญธรรมกันทีเดียว นี่ก็กำลังเห่อได้ที่เชียว ใครแตะลูกเธอไม่ได้เลยทีเดียว ดุทั้งแม่ทั้งลูก

ได้ยินน้อยเปรยว่าคะหยิ่นจะมาร่วมเดินทางกับเราด้วย จะจริงแน่รึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้าจริงก็ดีเหมือนกัน ก็เห็นๆฝีมือกันอยู่ ลงได้เจ้านี่มาร่วมเหมือนได้คนมาเพิ่มอีกตั้งห้าหกคน นึกๆดูก็ตลกไม่น้อย จากที่เคยคิดจะฟาดฟันกันให้ตาย มาตอนนี้กลับจะร่วมเดินทางไปด้วยกันเสียงั้น เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้น้อยคนเดียวเลย ที่ใช้ทั้งพระเดชพระคุณชนะใจมันได้ขนาดนี้ แล้วไม่ใช่แค่คะหยิ่นคนเดียวนี่สิ แทบจะทั้งหมู่บ้านก็ยกให้หล่อนเป็นดุจราชินีแล้ว จะเดินจะเหินไปทางไหน มีแต่คนล้อมหน้าล้อมหลัง ยังกะนางสนมนมในงั้นแหละ เสน่ห์แรงจริงๆเลยแม่คนนี้




::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค



Create Date : 15 มีนาคม 2551
Last Update : 15 มีนาคม 2551 9:05:40 น.
Counter : 565 Pageviews.

4 comment
อวสานแห่งยักษ์ไร้ขา .... !? [ปูมวันที่ 37 ]

xx xxxx 2502
หล่มช้าง

และแล้ว เจ้างูยักษ์ สัตว์ประหลาดแห่งยุคบรรพกาลก็ถูกยัดเข้ามาเป็นหนึ่งในสถิติของคณะเราจนได้ ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เป็นยักษ์ใหญ่ขนาดสิบคนโอบถึงสองตัว
นับเป็นเหตุที่เหนือความคาดหมายของทุกคนอีกครั้ง ในขณะที่เรากำลังตั้งหน้าจะล้างผลาญมันด้วยศรพรหมมาศ เสียงปืนจากหมู่บ้านก็ระเบิดขึ้นราวปะทัดแตก พวกเราแทบจะทิ้งปืนวิ่งเข้าหมู่บ้านทันที ปรากฏว่ามีไอ้งูยักษ์อีกตัวแอบเลื้อยเข้ามาเล่นงานพวกเราถึงกลางหมู่บ้าน เท่ากับว่างูยักษ์มีด้วยกันถึงสองตัว ไม่ใช่ตัวเดียวอย่างที่เราเข้าใจแต่แรก
เป็นการดีเหลือเกินที่เชษฐาปลอดภัยในครั้งนี้ แถมยังไว้ลาย (ทั้งๆที่ขาเจ็บ) ฝากรอยแผลให้มัน ชนิดที่พรานใหญ่ออกปากว่าตายแน่ๆ สุดที่ว่าจะไปตายลงที่ไหนเท่านั้น
จากสภาพที่เห็น ทำให้พวกเราตัดสินใจออกตามทันที แต่พวกเราก็ต้องเจอกับปัญหาหนักกับทะเลใบไม้อันมีลักษณะประหลาด ซึ่งจะดูดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่มีน้ำหนักให้จมหายลงไปภายใต้อย่างลึกลับ ขณะที่เรากำลังจนปัญญาที่จะข้ามตามรอยมันต่อไปได้ คะหยิ่นได้แสดงความสามารถอันประหลาดล้ำของมันออกมา มันอาศัยการเลื้อยตัวประดุจงูข้ามปลักใบไม้นั้นไปได้อย่างไม่ลำบากนัก ช่วยให้พวกเราสามารถตามรอยของมันต่อได้
เราตามรอยมันต่อจนกระทั่งทุกคนต่างเหนื่อยล้าเต็มที่ โดยเฉพาะน้อย ที่ดึงเอาธาตุแกร่งออกมาจนเราทั้งทึ่งทั้งสงสาร รพินทร์จึงสั่งพักขบวน
ระหว่างที่เรายังงุนงงถึงการหายไปอย่างไร้รอยของมัน แม่มดดารินก็แสดงปาฏิหารย์ให้ประจักษ์กับสายตาอีกครั้ง ด้วยการนั่งทางในหาตำแหน่งของไอ้งูยักษ์ คะหยิ่นถึงกับตกตะลึงไปเลยทีเดียว เมื่อแม่มดดารินของเราเผยที่อยู่ของมันออกมา จะไม่ให้ตะลึงได้ยังไง ก็ไอ้งูยักษ์ที่เราพลิกแผ่นดินหามันอยู่เนี่ย ดันทะลึ่งมานอนอาบแดดอยู่บนหัวเรานี่เอง ตอนที่เงยหน้าไปเห็น หัวใจจะหยุดเต้นเสียให้ได้

ให้ตายสิ ! พนันกันได้เลย ร้อยเอาหนึ่ง ในโลกนี้ไม่มีจุดใต้ตำตอที่ไหน จะชวนขนหัวลุกได้เท่านี้อีกแล้ว พักที่ไหนไม่พัก ดันต้องมานั่งเล่นอยู่ใต้ท้องมัน โชคดีเท่าไหร่แล้วระหว่างที่เราพักอยู่ใต้ท้องมันแล้วมันไม่รู้ตัว ม่ายงั้นอาจได้เลื่อนตำแหน่งจากใต้ท้องเป็นในท้องแน่ๆ

ตอนแรกก็นึกว่าเจอตัวมันอย่างนี้แล้ว พอจะจัดการมันได้โดยสะดวก ที่ไหนได้คู่ของมันดันผ่าเลื้อยเข้ามาพอดี ไล่เขมือบพวกเราจนต้องหนีกันกระจัดกระจาย แว่บแรกที่เห็นหัวมันชัดๆหัวใจก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ไอ้นี่มันพญานาคชัดๆ ทั้งเหนียง ทั้งหงอนกับไอ้ลูกตาแดงก่ำขนาดเท่าตุ่มลูกย่อมๆ ดูไม่ผิดอะไรกับพญานาคที่เคยเห็นตามบันไดวัดเลย
ก่อนที่มันจะทันได้เล่นงานเรา กัมปนาทแห่งศรพรหมมาศก็ดังขึ้น เหตุการณ์ตอนนั้นมันเป็นยังไงก็ไม่รู้ได้ รู้แต่ว่า ไนโตรลูกนั้นช่วยชีวิตเรากับน้อยได้อย่างหวุดหวิดเหลือเกิน มาฟังรพินทร์เล่าตอนหลังว่า เขากับแงซายช่วยกันยิงตัดลำตัวมันขณะที่มันกำลังจะเล่นงานเรานั่นเอง ส่งผลให้ตัวมันหักครึ่งลงมาหมดฤทธ์ทันที เสียงระเบิดลูกที่สองเป็นการตอกย้ำความตายแก่มัน โดยแงซายป้อนเข้าปากให้มันรับประทานแบบจังๆ ส่งผลให้หัวของมันกระจุยกลายเป็นเศษเนื้อไปในทันที ส่วนลูกที่สามเป็นการยิงซ้ำใส่เจ้าตัวเมียเพื่อความแน่ใจ หลังจากรพินทร์ดับชีวิตมันด้วย .458 ไปแล้ว

หลังจากส่ง .600 ไนโตรใส่ซากของมันเพื่อความแน่ใจแล้ว พวกเราก็ต้องตะลึงกันอีกครั้ง กับขนาดอันมโหฬารของมัน มันใหญ่เกินที่เราประมาณไว้มากทีเดียว แงซายที่ว่าเป็นคนสูงใหญ่ ยังสูงได้เพียงครึ่งเดียวของลำตัวมันเท่านั้น อยากจะชักภาพเก็บรูปไว้เหลือเกิน ติดที่ว่ากล้องถ่ายรูปที่เรานำติดตัวมา ดันไม่เป็นที่พอพระทัยของราชาแหว่ง เลยโดนถวายพระบาทเละไปแล้ว สุดท้ายเลยต้องงัดเกล็ดมันออกมาตัวละอัน เพื่อเป็นหลักฐานต่อชัยชนะของเราในครั้งนี้
ทันทีที่เกล็ดทั้งสองถูกวางลงตรงหน้าเชษฐา เสียงโห่ร้องแสดงความปิติยินดีก็ดังกระหึ่มไปทั่วหมู่บ้าน คืนนี้ตลอดทั้งบริเวณหมู่บ้าน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะร้องรำทำเพลง ทุกๆชีวิตในหล่มช้าง เต็มไปด้วยความสุขอีกครั้ง หลังมหาพิบัติภัยจากงูยักษ์ที่คุกคามทุกชีวิตในหมู่บ้านถูกขจัดปัดเป่าออกไป
เป็นอย่างที่เราว่าไว้ไม่มีผิด รพินทร์กับแงซาย สองเสือคู่นี้ลงได้จับคู่กันเมื่อไหร่ ไม่มีอะไรในป่านี้ที่ทำไม่ได้ แม้กระทั่งไอ้งูยักษ์มหึมานั่น ยังต้องตายจมกองเลือดด้วยฝีมือคนคู่นี้เลย พูดถึงรพินทร์ นึกขึ้นได้ เมื่อเช้าน้อยมาบอกเราว่ารพินทร์เป็นไข้จับสั่น แถมยังเรื้อรังอีกด้วย ฟังจากปากบุญคำเราก็ว่าไม่ใช่เล่นๆนา เดือนนึงสั่นสักครั้ง เหมือนจะไม่มีอะไร แต่นึกสภาพดู หากคณะเรากำลังอยู่ในช่วงติดพันถึงชีวิตอย่างที่ผ่านๆมา แล้วรพินทร์จับสั่นขึ้นมาล่ะ ไม่อยากจะคิดสภาพ เห็นจะต้องกำชับน้อยเรื่องนี้เป็นพิเศษเสียแล้วสิ แต่ก็ไม่รู้จะได้ผลรึเปล่า วันสองวันนี้เห็นไม่ชอบขี้หน้าพ่อยอดชายเราเข้าอีกแล้ว ไม่รู้ไปขัดใจกันอีตอนไหนสิน่า ถึงได้เคืองข้ามวันข้ามคืนอย่างนี้



::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค



Create Date : 08 มีนาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2551 9:20:21 น.
Counter : 4862 Pageviews.

6 comment
งานนี้ต้องขอบคุณแม่มดน้อยจริงๆ ^__^ .... !? [ปูมวันที่ 36 ]

xx xxxx 2502

หล่มช้าง
คะหยิ่นเกณฑ์คนมาทำบ้านพักให้พวกเราแต่เช้า เจ้าองคุลิมาลนี่จะว่าไปก็มีดีเหมือนกัน อย่างที่รพินทร์ว่าไว้ไม่มีผิด ลงว่ามันเคารพนับถือใครแล้ว มันจะซื่อสัตย์อย่างที่สุด อันที่จริง กับพวกเราเองมันคงไม่ได้เคารพกลัวเกรงเท่าไหร่หรอก แต่ไม่ใช่กับแม่มดดาริน ไอ้คะหยิ่นทั้งเคารพทั้งยำเกรงน้อยอย่างกับแม่ทูนหัวงั้นแหละ คิดถูกจริงๆที่อุปโลกน์ให้น้อยเป็นแม่มดหมอผีไปซะตามคำแนะนำของรพินทร์
ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องงูยักษ์ตัวนั้นดูจะคลี่คลายลงมาก เมื่อรพินทร์กับแงซายรวมหัวกัน แงซายเสนอให้เราทำธนูติดไนโตรเอาไปถล่มมัน ช่างเป็นความคิดที่วิเศษเสียจริง จะว่าไปอาวุธที่เราขนมาทั้งหมดนี่ เห็นจะไม่มีอะไรให้อำนาจประหัตประหารได้รุนแรงเท่าไนโตรอีกแล้ว และแงซายก็เป็นคนเสนอความคิดถึงวิธีใช้ของมันออกมาได้เหมาะสมที่สุด เอาความรุนแรงของไนโตรมาประยุกต์ใช้สร้างความปลอดภัยกับผู้ใช้ได้สูงสุด

งูยักษ์ก็งูยักษ์เถอะ ลองเจอศรพระรามดอกนี้เข้า ไม่แหลกเป็นจุลก็ได้ขาดเป็นสองท่อนบ้างล่ะ

คำตอบที่เราอยากรู้นับแต่วันแรกที่ออกเดินทาง เฉลยออกมาที่หล่มช้างนี่เอง เหตุผลที่รพินทร์ ไพรวัลย์เป็นจ้าวแห่งไพรครองใจชาวป่าชาวเขาทุกชุมชนเช่นนี้ แน่ละว่า ต้องเกิดแต่ฝีมืออันเฉียบขาดของเขาประการหนึ่ง แต่ถึงฝีมือจะเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่อาจครองใจคนจำนวนมากเช่นนี้ได้ น้ำใจอันประเสริฐและกว้างขวางของเขาสิคือสิ่งที่ทำให้ทุกชีวิตในพงไพร พร้อมใจกันให้ความเคารพนับถือดุจพระราชาแห่งไพรกว้าง ลองคิดเล่นๆ ถ้าให้หมอลงสมัครเลือกตั้งผู้แทนฯในเขตนี้ คงไม่มีใครที่ไหนกล้าสมัครแข่งด้วยเป็นแน่ ก็หมอนอนมาขนาดนั้น ใครจะลงแข่งให้เสียเวลา

จะว่าไป วันนี้รพินทร์มีท่าทีแปลกๆชอบกล จะว่าหลบหน้าหลบตาพวกเราก็ไม่ผิด ดูลุกลี้ลุกลนยังไงก็ไม่รู้ ผิดปกติไปมากทีเดียว ไม่รู้มีเรื่องกังวลอะไรที่ไม่ได้บอกพวกเราอีกรึเปล่า ท่าทีของหมอมันชวนสงสัยเสียจริง




::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค



Create Date : 01 มีนาคม 2551
Last Update : 1 มีนาคม 2551 9:09:47 น.
Counter : 537 Pageviews.

0 comment
นั่นมันงูหรือโบกี้รถไฟกันแน่ฟระ -_-" .... !? [ปูมวันที่ 35 ]

xx xxxx 2502

หล่มช้าง
แล้วคำถามของเราก็มีคำตอบขึ้นจนได้ เมื่อคืนนี้เอง

เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น และชาตินี้ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นด้วย “งูยักษ์” ยักษ์จริงๆ ขนาดเท่ารถไฟทั้งโบกี้ได้ ลำตัวขนาดท่อนซุงใหญ่ๆขนาดสักห้าหกคนโอบได้ ตัวยาวร่วมสามร้อยหลา โอ .. พระเจ้า ! นี่มันสิ่งมีชีวิตของโลกไหนกันแน่
ไอ้รถไฟขบวนนั้น เพียงมาเยี่ยมเยียนขออาหารเรากิน(ควายเทียมเกวียนหนึ่งตัว) และจากไปเท่านั้น แค่นั้นจริงๆที่มันได้ทำ โชคดีเหลือเกินที่รพินทร์รู้ตัวทัน ปลุกพวกเราหนีออกจากบริเวณที่พักได้ทัน ถ้าไม่ สงสัยต้องมีใครได้ไปนอนเล่นอยู่ในท้องมันบ้างล่ะ เทียบกับเราแล้วมันก็เปรียบเสมือนงูกินหนู พวกเราก็เป็นหนูแถมไม่ใช่หนูธรรมดา อย่างมากก็ได้แค่ลูกหนูตัวแดงๆสำหรับมันเท่านั้น อ้าปากทีคงกลืนพวกเราได้ทั้งคณะแหละ
ทีแรกนึกว่าจะไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับมันแล้ว ควายที่เสียไปนึกว่าทำทาน ดีกว่ามันมาเล่นงานพวกเราคนใดคนหนึ่งไป แต่เจ้างูยักษ์ไม่เพียงเป็นปัญหากับคณะเราเท่านั้น มันยังเป็นต้นตอของปัญหาในหมู่บ้านหล่มช้าง แถมเป็นปัญหาที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้อีกด้วย
ขบวนเราพบกับเจ้ามุและนางอั๊วระหว่างทาง ในสภาพที่ยับเยินทั้งคู่ เจ้ามุโดนหมูป่าขวิดเสียไส้ไหลออกมากองข้างนอก นางอั๊วก็ไม่ดีกว่ากันเท่าไหร่นัก สภาพที่เราเจอครั้งแรก ผมของเจ้าหล่อนไปพันติดอยู่กับเขี้ยวหมูป่า(ยักษ์) ถูลู่ถูกังกันอยู่ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเนื้อตัวถลอกปอกเปิกไปหมด สมเพชจริง
เราช่วยไว้ได้ทั้งสองคน เจ้าหมูยักษ์ตัวนั้นถูกคว่ำลงด้วยกระสุนประกาศิตจากพรานใหญ่ของเรา นางอั๊วน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แค่ถลอกปอกเปิกเสียขวัญไปบ้างเท่านั้น แต่ไอ้มุนี่สิอาการย่ำแย่ ดีแค่ไหนแล้วที่คณะเรามีแพทย์มือเอกติดคณะมาด้วย ม่ายก็ไม่รู้จะช่วยมันยังไง เราหยุดขบวนทำการผ่าตัดให้เจ้ามุจนสำเร็จลุล่วง แต่อาการเจ้ามุก็ยังลูกผีลูกคนอยู่ ต้องดูแลเยียวยากันไปอีกพักใหญ่

มานึกตอนนี้ก็ยังหมั่นไส้ไอ้คะหยิ่นปากหมานั่นจริงๆ แค่ตอนแรกที่ฟังเรื่องราวจากปากนางอั๊ว ก็ว่ามันเลวชาติมากแล้วนะ จนมาได้ยินเรื่องที่แงซายเล่าถึงได้รู้ว่าไอ้นี่มันไม่เลวชาติหรอก แต่มันทั้งเลว ทั้งอำมหิตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ต่างหาก มีอย่างรึมิสชั่นนารีเขาเข้ามาช่วยแท้ๆ ยังเอาเค้าไปฆ่าตัดคอทิ้งเสียได้
ตอนที่น้อยว่าให้ยกพวกถล่มหมู่บ้านมันไปเลย เราเห็นด้วยทันที ควรปล่อยไว้ที่ไหนล่ะ ทั้งปล้นทั้งฆ่าเค้าไปทั่วแบบนี้ นั่นมันหมู่บ้านของโจรชัดๆ ติดแต่รพินทร์นั่นแหละที่ห้ามไว้ ไม่งั้นพ่อจะเอาระเบิดปาเข้าไปให้มันเหี้ยนไปทั้งหมู่บ้านเลยเชียว

พอได้เจอมันเมื่อเย็น รู้เลยว่าไอ้นี่ไม่น่าปล่อยไว้จริงๆ นอกจากจะเลวชาติอำมหิตอย่างที่ใครๆเล่าให้ฟังแล้ว มันยังกวนตีนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อยากจะเอาพานท้ายยัดปากมันจริงๆ ปากดีสารพัด แล้วเป็นไงล่ะ เจอฝีมือของน้อยเข้าไป จากเสือกลายเป็นลูกหมาซะงั้น หงอยไปถนัดตา ยิ่งตอนที่เราใช้ .458 ตัดต้นยางให้มันเห็น หน้าซีดปากสั่นไปทีเดียว
มันต้องอย่างนี้แหละกับไอ้พวกป่าเถื่อนอย่างนี้ ต้องใช้ทั้งกำลัง ทั้งจิตวิทยาเข้าช่วย ถึงจะเอามันอยู่ ลงท้ายมันก็ยอมแก่พวกเราจนได้ มันรับปากจะให้เจ้ามุกับนังอั๊วเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านดังเดิม ถ้าเราจัดการเจ้างูยักษ์ให้มันได้ พูดถึงงูยักษ์ บอกตรงๆ ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเอาชนะมันได้ยังไง .600 ในมือเราก็ไม้จิ้มฟันมันดีๆนี่เอง จะยิงเข้าไปกี่นัด มันคงแค่คันๆเท่านั้นแหละ
รู้ทั้งรู้แหละนะว่าหนทางกำราบเจ้างูยักษ์ มันดูไร้หนทางเต็มที แต่เราก็ไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึงกับมันเลย ไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะสองเสือนั่นยังอยู่กับเรากระมัง ทั้งรพินทร์และแงซาย ถ้าสองคนนี้ได้ร่วมมือกันล่ะก็ อะไรๆที่เป็นไปไม่ได้ในป่าใหญ่นี้ เราก็ว่าทั้งสองต้องหาทางทำมันจนได้แหละ แม้กระทั่งการปราบไอ้งูยักษ์ตัวนี้ด้วยก็เถอะ

ที่นี่เราได้พบกับเกวียนของอนุชาที่ฝากไว้ พร้อมกับข่าวคราวล่าสุดของเขาจากปากของคะหยิ่น ทันทีที่เห็นเกวียนนั้น ทั้งน้อยและเชษฐาซึมไปถนัดตา เราเองก็เถอะ พูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน กลางเอ๊ย .. แกไปอยู่ซะที่ไหนนะ แกจะรู้มั๊ยว่าทั้งพี่ทั้งน้อง และเพื่อนของแกออกตามแกมาอย่างนี้ แกจะรู้มั๊ยว่าพวกเราทั้งคิดถึงทั้งเป็นห่วงแกเหลือเกิน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง แต่ไม่ต้องห่วงนะกลาง ขอแค่ให้ชั้นยังลมหายใจอยู่ ยังไงชั้นจะต้องออกตาม เอาตัวแกกลับพระนครให้จงได้ ไม่ว่าเส้นทางนั้นมันจะพาไปพบกับมหาวิบัติอันใดก็ตาม



::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2551 9:17:36 น.
Counter : 820 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ฝากช่องยูทูป Misterfharl ด้วยนะครับ
All Blog