ฟาฬ
"เราชื่อฟาฬ เป็นคนเล่าเรื่อง" ชายหนุ่มในชุดสีน้ำตาลเอ่ยปาก หลังจิบกาแฟไปคำแรก

"..... " รติหน้าเอ๋อ

"นั่นแหละ คนเล่าเรื่องไง ไม่รู้จักหรือไง ก็เหมือนนักเขียน คนแต่งนวนิยายอะไรนั่นแหละ แต่ที่สำคัญกว่านั้นอ่ะ เราชื่อฟาฬ ฟอฟัน สระอา รอจุฬา อ่านว่า ฟาฬ"

"ฟาน" รติขยับปากตาม

"ไม่ใช่ๆ ฟาฬ... ฟาฬอ่ะ กดเสียงต่ำระหว่างตัวรอ เรือ กับนอหนูหน่อยสิ"

"ฟานนน.."คราวนี้รติยืดเสียงยาวขึ้น

"ไม่ใช่ๆ ใครบอกให้ลากเสียงเล่า ไม่ต้องลากเสียง เฟร้ย..!? สอนยากเย็นจริง" หางเสียงเริ่มห้วนหวัด แต่สีหน้ายังเปี่ยมด้วยอารมณ์สนุกสนามร่าเริงอยู่

"นี่ๆ แบบนี้ ออกเสียงแบบนี้นะ ออกเสียงเร็วๆนะ ฟา.. รอ.. อาน.. เอ้า ออกเสียงสิ ฟา.. รอ.. อาน.."

"ฟา.. รอ.. อาน... " รติออกเสียงตาม

"นั่นแหละๆ ทีนี้ออกเสียงเร็วๆดิ ให้รวมเป็นคำเดียวกันอ่ะ" ชายหนุ่มยิ้มร่า เผยมือออกสองข้างเร่งเร้าให้ชายหนุ่มออกเสียงตาม

"ฟาฬ"

"นั่นแหละๆ เก่งมาก.. "เจ้าของชื่อเอ่ยชม น้ำเสียงที่สดใส จริงใจจนทำให้รติอดเขิลความเก่งของตัวเองไม่ได้

..... 'ตรูจะไปเขิลมันทำแป๊ะโต๋ไรฟระเนี่ย'


"เฮ้ย.. ไม่ใช่สิ ที่ต้องถามอ่ะ นายมาทำอะไรในห้องของเราตะหาก แล้วไอ้รอยที่แขนนี่อีกล่ะ นายรู้หรอว่ามันคืออะไร บอกหน่อยสิ" รติเริ่มรู้สึกตัวได้ว่า ตนกลายเป็นของเล่นของชายหนุ่มไปซะนานสองนาน แถมเป็นของเล่นที่ ท่าจะเบื่อแล้วด้วยสิ เพราะดูเจ้าตัว หันไปสนใจลาเต้ปั่นละเอียดที่เพิ่งสั่งมา มากกว่าตัวซะแล้ว


"ก็ไม่ได้ฝัน.. ก็แค่นั้น" คำตอบจากปากชายหนุ่มเบี้องหน้า สั้นๆง่ายๆ แต่ทำไมมันจุกลึก หยั่งกะโดนค้อนตอกเข้าลิ้นปี่ ถ้าไม่ได้ฝัน... ไม่ได้ฝันหรอ...

"ไป... !?" ฟาฬฉุดมือรติให้ลุกตามตัว "เฮ้ยๆ ไปไหนๆ " ร้องถามแต่ก็ต้องลุกตาม ไม่อาจขืนเรี่ยวแรงเจ้าคนตรงหน้าได้ "ไปก่อนเหอะน่า จะพาไปพบคนเคยรู้จัก" ชายหนุ่มในชุดน้ำตาล หันกลับมาบอก พร้อมประกายยิ้มสดใสในใบหน้า 'สว่าง หยั่งกะดวงตะวัน' รตินึกวิจารณ์ใบหน้านั้น..



Create Date : 30 มิถุนายน 2553
Last Update : 14 ตุลาคม 2553 10:37:51 น.
Counter : 740 Pageviews.

0 comment
เช้าแรก...
จิ๊บๆ จิ๊กๆ เสียงนกกระจอกที่ทำรังอยู่ระเบียงห้องรติ ฟัดกันดังมาแต่เช้า ปลุกชายหนุ่มให้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น แดดที่แยงตา ก่อความระคายในลูกตา อากาศก็เย็นสบายกำลังดี รติพลิกตัวเข้าหาหมอนอีกใบ ซุกหน้าลง กะนอนต่ออีกสักชั่วโมงค่อยตื่น....

... 28 วินาทีผ่านไป

'เหมือนลืมๆอะไร?' ..... ภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด เริ่มไหลพรั่งพรูเข้าสู่หัวสมอง ปราณจรีย์ พญาอะไรสักอย่าง ... ผู้คนนับแสนนับล้าน ตราประทับ..

แล้วก็.. ไอ้หมอนั่น!?


"เฮ้ย!?" รติกระโดดพรวดขึ้นสุดตัว กวาดสายตาไปทั่วห้อง ใจนึงยังผวาอยู่ ถ้ามันเป็นผีจะทำไง แต่อีกใจก็อยากรู้ มันจะจริงหรือฝันกัน กับเรื่้องเมื่อคืน ดูจนทั่วห้อง เห็นแต่ผนังสีเปลือกไข่ ... รกๆ อืมม ห้องตรูจริงๆ -_-"

"เฮ้อ.. "รติถอนหายใจอย่างโล่งอก

"บอกแล้วว่าจะถอนหายใจอะไรนักหนา ถอนหายใจทีนึง เค้าว่าอายุสั้นไปเจ็ดวันเลยน้า...." เสียงจากประตูห้องน้ำที่แง้มออก ปรากฏร่างชายหนุ่ม นุ่งน้อยห่มน้อย เอร๊ย... นุ่งผ้าเช็ดตัว ผืนเดียว มือนึงใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ขยี้หัวไปมา อีกมือจับขอบผ้าเช็ดตัวที่นุ่งอยู่ไว้


รติสะดุ้งโหยงสุดตัว ทะลึ่งพรวดไปยืนแนบกำแพงตรงหัวเตียง "ค คะ ใครอ่ะ มรึงเป็นค.. คะ ใคร?"

มนุษย์ผ้าเช็ดตัว หันรีหันขวาง มองไปรอบตัว แล้วมองหน้ารติอีกครั้ง ชี้นิ้วไปที่ตัวเองเชิงคำถาม รติพยักเพยิดหน้าทั้งตัวยังติดกำแพง


.... สองวินาทีผ่านไป เนิ่นนานราวโกหก


"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เออๆๆ โทษทีๆ ลืมแนะนำตัวไป เราก็มากะนายเมื่อคืนนี้ไง จำไม่ได้เลยหรอ" รติสั่นหน้าหงึกๆ

"อืมมๆๆ คงหลับสินะ เราเป็นคนหิ้วนายมาเองแหละ นึกว่าพอรู้สึกตัวบ้างนะนั่น ไม่รู้เลยหรอ?" รติสั่นหน้าหงึกๆ

ชายแปลกหน้า จ้องหน้ารติค้างสักพัก แล้วส่ายหัว "เอาๆ อยากรู้เรื่องไรก็ถามมา" พูดจบก็ขยับตัวเดินไปหลังตู้เสื้อผ้า รติค่อยๆขยับตัวชะเง้อคอ ออกไปข้างๆตู้

"จะดูอะไร ไม่เคยเห็นผู้ชายแก้ผ้าหรือไง!?" ผ้าเช็ดตัวที่คลุมอยู่เมื่อสักครู่ หายไปแขวนอยู่ตรงราวผ้าข้างๆ สภาพชายแปลกหน้าตอนนี้ จึงเปลือยเปล่าล่อนจ้อน รติตาค้าง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาหาเห็นผู้ชายแก้ผ้าในห้องตัวเอง แถมยังเป็นผู้ชายแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนซะอีก เล่นเอาเจ้าตัวตาค้าง ปากอ้าออก ขยับไม่ได้ไปพักใหญ่

"เสื้อผ้านายนี่ มีแต่แบบนี้หรอก ไม่ทันสมัยอะไรเล้ย" ปากก็บ่นไป มือก็รื้อค้นเสื้อผ้าไป ต่อหน้าต่อตาเจ้าของ

"อ่ะ ตัวนี้ก็ได้ฟระ" ชายแปลกหน้าลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า ขณะกำลังสวมเสื้อเข้าไปได้สักครึ่งตัว สายตาก็หันไปประสานกะรติเข้า "เอ้า ยังแอบดูอยู่อีกหรอ ท่านปราณจรีย์ไม่ยักบอกว่านายมีรสนิยมแบบนี้"

ชายหนุ่มใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อย แล้วเดินเลยไปหน้าประตู เปิดตู้รองเท้าออกเลือกอยู่พักนึง จึงได้รองเท้าหนังสีน้ำตาล เข้าชุดกับกางเกงสีน้ำตาลอ่อน หันกลับมาพยักเพยิดหน้าให้รติ "ไป..!?"



Create Date : 21 เมษายน 2553
Last Update : 29 เมษายน 2553 10:56:27 น.
Counter : 305 Pageviews.

4 comment
รุ่งสาง...
"เฮ้ย...!?" ชายหนุ่มสะดุ้งขึ้นสุดตัว หน้าตาตื่น ฝันเมื่อคืนยังติดอยู่ในสมอง ชัดเจนอย่างกับไม่ใช่ความฝัน รติเบิกตาโพลง จ้องมองไปในความมืด เหลียวซ้ายมองขวา ให้แน่ใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน


'ก็ห้องเรานี่ ฝันไปนี่หว่า... ' คิดได้อย่างนั้น ชายหนุ่มก็ถอนหายใจ อย่างโล่งอก "เฮ้อ...... "

"จะถอนหายใจอะไรนักหนา... !?" เสียงบ่นเบาๆ โพล่งออกมาจากมุมห้อง รติใจหายวาบ หันขวับตามต้นเสียงทันที "ใครว่ะ"

ในมุมมืดนั้น เงาเจ้าของเสียง ค่อยๆชัดเจนขึ้นตามการปรับสภาพสายตาของเจ้าตัว ภาพเบื้องหน้า ที่ตะกี้ไม่ทันมองเห็น อาจด้วยความมืด และสายตาที่ยังไม่ชิน เริ่มชัดเจนขึ้น พอจับภาพได้

ชายหนุ่มในเสื้อแขนยาวสีขาว ไขว่ห้างกระดิกเท้า แขนข้างนึงไพล่พนักเก้าอี้ อีกข้างมีหนังสือเล่มเล็กๆ อยู่ในมือ

"ใคร.. มึ.. คุณ คุณเป็นใคร?" รติถามเสียงเครียด

"เอาน่าๆ นอนไปเหอะ เช้าตื่นมาค่อยคุยกัน"ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไป

"โอเค นอนก็นอน.... เฮ้ยยย ไม่ช่ายยยยยยย มรึงเป็นครายเนี่ย มาอยู่ห้องตรูได้ไง!?" รติทะลึ่งพรวด ก้าวลงจากเตียง จ้ำพรวดเดียวถึงตัวชายคนนั้น เร็วเท่าความคิด มือของรติคว้าออกไปหมายจับคอเสื้อขึ้นมาขยุ้มถาม แต่... วืด... คว้าได้แต่อากาศ คนตรงหน้า ที่ตะกี้ยังนั่งอ่านหนังสือ วางท่ากวนอารมณ์ อยู่ไม่อยู่ก็หายไปเสียงั้น

"เฮ้ย!?" ภาพเบื้องหน้าที่ว่างเปล่า ทำให้รติช๊อกพอสมควร ในใจคิดอยู่สองอย่าง ไม่ละเมอก็เจอผี...

"ใจร้อนจริง บอกให้นอนก็ไปนอนก่อนซี่ ตื่นมาค่อยคุยกัน ไม่เห็นหรือไงคนกำลังอ่านหนังสืออยู่" เสียงเดิมดังมาจากด้านหลัง อีกมุมนึงของห้อง รติหันกลับไปก็เห็นชายหนุ่มคนเดิม นั่งในท่าเดิม อ่านหนังสือเล่มเดิมอยู่ ถึงกะอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก "อ.. อ.. อะ อี๋..!?" ไม่ทันขาดเสียง เจ้าตัวโดดพรวดเดียวถึงหน้าประตูห้อง ก้าวสุดปลายขาหมายพุ่งออกจากห้องไป


"โครม!?" เสียงกระแทกผนังอย่างแรงดังขึ้น รติทรุดลงไปกองอยู่กะผนังตรงหน้า 'ผนังหรอ... ตะกี้ตรูวิ่งหาประตูนี่ ทำไมเป็นผนังอ่ะ'

"จะไปนอนได้หรือยัง หรือต้องให้อุ้มไปนอน หือ..?" ชายหนุ่มเสื้อขาวเริ่มหัวเสีย น้ำเสียงส่อความรำคาญชัด

รติแหงนคอดูทั้งยังนอนหงายอยู่ หมายตาไปมองต้นเสียงให้ชัดอีกที ผิดคาด ภาพที่เห็นกลับเป็นหัวเตียง ที่ตะกี้ตนเองเพิ่งโดดลงมา

"เฮ้ย..!?" รติร้องลั่น

"นอนได้แล้ว เสียงดังจริง" ชายหนุ่มมาปรากฏอยู่ข้างเตียงในท่าเดิม ไขว่ห้างกระดิกเท้า อ่านหนังสือเล่มเดิม

"เป๊าะ!" ชายคนนั้นดีดนิ้วเบาๆ สติของรติก็วูบดับไป.....



Create Date : 21 เมษายน 2553
Last Update : 21 เมษายน 2553 14:42:39 น.
Counter : 249 Pageviews.

1 comment
ภพแห่งโอปะ6
เกี้ยว หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก บัดนี้มันได้หายไปจากสายตาของชายหนุ่ม ราวกับไม่เคยมีมันอยู่ตรงนั้นมาก่อน

กระทั่ง ริ้วขบวนที่แบกหามมา ก็หายไปสิ้น!?

รติอ้าปากค้าง ตะลึงงัน... ที่เบื้องหลัง ปรากฏมือทาบวางบนไหล่

"รับมอบแล้วสินะ... " เสียงหวานคุ้นหู ปราณจรีย์นั่นเอง ไม่ทราบว่าขยับตัวมาเบื้องหลังชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่

"รับมอบ?? รับมอบอะไร?" รติหันกลับมามอง สีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

"ตามข้ามาก่อน ยังไม่จบพิธ๊" มือของหญิงสาว ออกแรงดึงรั้งชายหนุ่มกลับเข้าที่เดิม เพียงพริบตา ทั้งคู่ก็กลับมายืน ณ จุดเ้ดิม ก่อนจะเดินออกไปรับขบวน

"คุกเข่าลง" ปราณจรีย์กล่าว พร้อมคุกเข่าลงก่อน ชายหนุ่มจึงคุกเข่าตาม ไม่วาย มองเหลียวหลัง ไปยังจุดที่เมื่อสักครู่ ริ้วขบวนมโหฬารนั้นหายไป

เบื้องหน้าทั้งคู่ ร่างสามร่างที่รติจำได้ว่าเป็นกลุ่มคน กลุ่มเดียวกันกับที่หวดเค้าซะจนสลบ ขยับเลื่อนไหล ไปมาอยู่เบื้องหน้า คล้ายจัดแจง ทำอะไรกันสักอย่าง แต่มองไม่ชัดนัก

สักครู่ ทั้งสามก็ถอยกลับไปนั่งคุกเข่าก้มหน้า ตรงจุดเดิม ห่างออกไปเบื้องหน้าด้านขวา ระยะหนึ่งก้าว

"ตามเรามา" หญิงสาวผุดลุกขึ้น มือซ้ายกำมือชายหนุ่มมั่น ฉุดให้ลุกขึ้นตาม ทั้งคู่เดินเคียงกันไปจนถึงเบื้องหน้า ของแท่นประรำที่ยกสูงขึ้น ปราณจรีย์ ปล่อยมือออก แล้วเดินย้อนกลับ ลงบันไดไปสามขั้น ทิ้งชายหนุ่มให้ยืนอยู่เบื้องบนแต่คนเดียว

"บัดนี้... ทายาทแห่งองค์พญาเอรกปัตตนาคราช ได้ปรากฏขึ้น ณ ที่นี้แล้ว ขอพระองค์จงแสดงหลักฐานให้ปรากฏแก่ชาวเราด้วยเถิด..." เสียงก้องกังวาล ดังขึ้นจากเบื้องล่าง เมื่อสื้นเสียงนั้น ปราณจรีย์ หันกลับมามองทางรติ พยักหน้าลงเพียงนิด มือที่เพิ่งถูกตีตราของรติก็คล้ายกับไม่อยู่ในการควบคุมของตนเอง ยกชูขึ้นเหนือศีรษะ ปรากฏแสงสว่างวาบไหว ออกจากกลางฝ่ามือ

ทันทีที่แสงนั้นสว่างออกมา ณ เบื้องล่างก็ปรากฏเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี ดังสนั่นหวั่นไหว


ชายหนุ่ม ตัวไหววูบไปตามเสียงนั้น สติเลือนลางลงเรื่อยๆ คล้ายเรี่ยวแรงถูกดูดออกไป หนังตาปรือลงเรื่อยๆ สุดท้าย ก็ไม่อาจฝืนได้ ชายหนุ่มสลบไปอีกครั้ง ...



Create Date : 03 มีนาคม 2553
Last Update : 4 มีนาคม 2553 12:39:45 น.
Counter : 293 Pageviews.

4 comment
ภพแห่งโอปะ5
"สำรวมกิริยา จะเริ่มพิธีแล้ว สงสัยอะไร จะตอบให้หลังจบพิธี" เสียงเบาหวาน แว่วรอดออกมาจากริมฝีปากที่ไม่ขยับขึ้นลงแม้แต่น้อยของหล่อน กึ่งปราม กึ่งขอร้อง รติจำต้องนิ่ง อย่างไม่มีทางเลี่ยง

ขบวนที่เห็นแต่ไกล เริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ ริ้วธงเห็นชัด แม้โดยรวมจะดูทึมทึบ แต่ก็มีแต้มประปรายด้วยสีเขียว แลแดง เลาะไร้ประดับประดาอยู่ตามซอกขอบหลืบ มองปราดลงมา ริ้วขบวนธงนั้นเคลื่อนด้วยคนยกถือ ล้วนเป็นชายร่างใหญ่ กำยำ ผิวพรรณกร้านกรำ หากแต่ขอบไล้ไปด้วยประกายรัศมีเรืองรอง กร้านกรำแต่มิหม่นหมอง

ลึกเข้าไป ประกอบไปด้วยผู้คนมากมาย สังเกตดู ผิวพรรณรูปกายต่างจากกลุ่มผู้ถือธงนำขบวนโข ด้วยด้านในของขบวนนั้น ปะปนไปด้วยหญิงชายรูปร่างสูงยาว ขาวผ่อง รัศมีเรืองรองออกชัด คล้ายกันไปทั้งขบวน ต่างกันบ้างเล็กน้อย ก็แค่ระหว่างชายหญิง พอแยกได้บ้างว่าผู้ใดบุรุษ ผู้ใดสตรี..

เมื่อขบวนเคลื่อนมาใกล้ รติจึงสังเกตเห็นว่าด้านในยังประกอบไว้ด้วยผู้คนอีกลักษณะ รายล้อม แบกแหนแท่นเกี้ยวอะไรสักอย่างมา เหล่าคนด้านในนั้น แม้เทียบกับเหล่าผู้ถือธง จะร่างเล็กกว่ามากนัก หากแต่ก็กอปรไปด้วยความสมบูรณ์เพียบพร้อม รูปร่างได้สัดส่วน โค้งเว้ารับกันยิ่งนักทั้งชายหญิง ยิ่งต่างกับฝูงชนในขบวนด้วยอาภรณ์บ่งชัดถึงความสูงศักดิ์ แม้ไม่ได้ประดับประดาไปด้วยเพชรพลอย แค่เนื้อผ้าที่สวมใส่ ก็ราวกับเคลือบทาทองไปทั้งตัว

ขบวนนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นๆ และหยุดลงมาเข้าถึง ขอบขั้นบันไดเบื้องล่าง แล้วแยกออก เคลื่อนเข้าซ้ายขวา เปิดทางให้ขบวนหาบเกี้ยว เดินฝ่าออกมา กระบวนการต่างๆเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงยิ่งนัก ขบวนหาบหามมิต้องชะงักเท้าแม้เพียงครึ่งก้าว

เมื่อขบวนหาบเกี้ยว ล่วงขึ้นมาถึงระดับเดียวกับรติแล้ว ปราณจรีย์ก็เอี้ยวตัวมากระซิบข้างหูเขาเบาๆ "เดินไปรับสิ.." รติหันขวับ มองหน้าหล่อนตาโตค้าง ทวนคำ "รับเกี้ยว?"

"เกี้ยวนั้นอ่ะนะ ไปรับยังไงอ่ะ ใครจะไปแบกไหว?" สีหน้าระย่อยิ่งขึ้นเมื่อเหลียวกลับไปพินิจพิจารณาถึงขนาดของ "เกี้ยว" ที่ใหญ่โตมโหฬาร กะด้วยสายตาคร่าวๆ ไม่น่าจะต่ำกว่าสิบคนแบก

"ไปเถอะ เจ้ารับได้แน่ เชื่อคำเรา" ปราณจรีย์กระซิบแผ่วเบา แม้แผ่วเบา แต่แฝงน้ำเสียง กระชับสั่งการอยู่ในที

ชายหนุ่มจำต้องทำตาม เดินออกไป แต่ก็ไม่วายหันกลับมามองหน้าหล่อนอยู่เนื่องๆ

"เอ่อ.. เค้าให้ผมมารับเกี้ย..ว" รติกำลังจะชี้มือกลับไปยังปราณจรีย์ แต่ก็ต้องชะงักลงกลางคัน เมื่อขบวนทั้งหมดเบื้องหน้า ทรุดลงนั่งคุกเข่าโดยพร้อมเพียงกัน ไม่เพียงแต่ด้านบน ที่ด้านล่าง ขบวนหลักนั้นก็ทรุดตัวนั่งคุกเข่าตามไปด้วย

เห็นภาพดังนั้น เล่นเอารติยืนบื้อคิดอะไรไม่ออก จนปราณจรีย์ต้องส่งเสียงกำชับมาเบื้องหลัง "ยื่นมือออกไปสิ" ชายหนุ่มหันกลับไปสบตาผู้พูดอีกครั้ง คล้ายจะย้ำให้แน่ใจว่า จะให้รับจริงๆหรอ หญิงสาวผงกหัวรับ เป็นเชิงยืนยันมาอีกครั้ง


รติมองเหล่าคนที่ทรุดหมอบเบี้องหน้าอย่างลังเล ในที่สุดก็ตัดสินใจ เอื้อมมือออกไปตามคำสั่ง เพียงยังไม่ทันสัมผัสถึง ก็ปรากฏลมวูบขึ้นอย่างแรง กรรโชกวนอยู่รอบตัวเกี้ยวนั้น แล้วหมุนตัววูบมาใส่ฝ่ามือของเขา รติกระตุกมือกลับด้วยสัญชาติญาณ เจ้าตัวรู้สึกร้อนแปล๊บขึ้นมา...

รติยกมือขึ้นดู ปรากฏวงกลม วาดล้อมลวดลายอะไรสักอย่าง สีแดงชาดขึ้นกลางฝ่ามือ ยังไม่ทันได้ดูโดยละเอียด เงยหน้ามาก็ต้องตกใจกับอีกเรื่อง เกี้ยวตรงหน้า หายวับไปกับตา.... "เฮ้ย... !?" อีกครั้ง



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 2 มีนาคม 2553 12:44:00 น.
Counter : 273 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ขออนุญาติ อัพเดทชีวิตผมหน่อยนะครับ ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูกหนึ่งละ

ฝากติดตามชีวิตกลมๆของ พ่อหมี กับลูกหมูด้วยนะครับ

#หมูน้อยร้อยชั่ง