ตื่นมากับข่าวร้าย เจ้าเลิน จากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ !? [ปูมวันที่ 19]

xx xxxx 2502

โป่งน้ำร้อน

เป็นอีกวันที่ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่ พวกเราตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวร้าย เราเสียลูกหาบไปอีกคน ชื่อเลิน เป็นการตายที่น่าประหลาดที่สุด ไม่พบบาดแผลอะไรเลย นอกจากรอยช้ำสีเขียวตรงซอกคอ น้อยบอกว่านั่นคือสาเหตุของการตาย แต่ก็จนด้วยปัญญาที่จะบอกได้ว่าเกิดจากอะไร ไม่สามารถหาคำตอบของคำถามนี้ได้นอกจากคำบอกเล่าจากปากของแงซาย

เรื่องที่แงซายเล่า มันดูเหมือนนิยายหรือเรื่องเล่าข้างกองไฟมากกว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดกับคณะเราจริงๆ “โขมดดง” คือชื่อเรียกของไอ้ตัวอะไรก็ตามที่พรากชีวิตเลินไป ฟังจากปากของแงซายและรพินทร์รวมกับเรื่องที่เกิดขึ้น พอสรุปได้ว่า โขมดดง คือชื่ออะไรสักอย่างที่ออกหากินในเวลากลางคืนเที่ยวสูบเลือดสัตว์หรือคนที่นอนหลับอยู่ในป่า จะมาพร้อมกลิ่นคล้ายดอกลำเจียก มีฤทธิ์ทำให้สัตว์ทุกชนิดหลับใหลไม่ได้สติ แต่ที่น่าประหลาดที่สุด คือตัวของมันที่มีลักษณะคล้ายดวงไฟ แว่บไปแว่บมา ฟังดูอย่างกับกระสืองั้นแหละ

แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นแค่สมมุติฐานเท่านั้น แถมยังไม่สามารถอ้างอิงเหตุผลข้อใดทางวิทยาศาสตร์ได้เลย เอาเข้าจริงๆ เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า นายเลินตายเพราะอะไร

รพินทร์นำขบวนของเรา ออกเดินทางต่อ บ่ายหน้าขึ้นเหนือมุ่งสู่ป่าหวายอันเป็นจุดหมายต่อไป ระหว่างทางก็ได้ออกแรงอีกเล็กน้อย เมื่อต้องฝ่าเข้าไปกลางฝูงลิงนับร้อย รพินทร์พยายามจะเดินผ่านไปอย่างสงบ แต่ก็นั่นแหละ ตามวิสัยลิง มันไม่ยอมให้เราผ่านไปได้โดยง่าย พวกเราจึงต้องทำสงครามกับลิงทั้งฝูงอย่างเลี่ยงไม่ได้

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลอลหม่าน โชคดีที่พวกเรามีปืนลูกซองและกระสุนมาอย่างพอเพียง ทำให้พอปะทะปะทังกับพวกมันได้บ้าง ปืนในมือของทุกคนถูกใช้ จนถึงที่สุดแห่งประสิทธิภาพของมัน กระสุนนับร้อยกราดกระจายออกไปรอบด้าน แล้วแต่ใครจะจับเป้าหมายได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ทหารพระรามเหล่านั้นล่าถอยไปแต่น้อย กลับยิ่งระดมพุ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย สถานการณ์ของเราเลวร้ายลงเป็นลำดับ จนเมื่อน้อยบรรจุกระสุนพลาด เอาลูกปรายสำหรับยิงนกมาใช้นั่นแหละ ช่างบังเอิญเหลือเกินที่มันส่งผลในการประหัตประหารเยี่ยมกว่าลูกโดดที่เราใช้มากนัก เชษฐาจึงสั่งให้แจกจ่ายกระสุนลูกปรายไปยังปืนทุกกระบอก

พวกเราพลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายได้เปรียบจนได้ กระสุนลูกปรายเบอร์หนึ่งแผ่รัศมีกว้าง โปรยปรายออกไปได้มากกว่า ถึงจะไม่ให้ผลสังหารแบบเฉียบพลัน แต่ก็สร้างบาดแผลให้พวกมันได้อย่างคาดไม่ถึง หลังจากพวกเราระดมสาดฝนลูกปรายออกไปไม่นาน พวกเราก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในครั้งนี้

แต่ละคนเลือดโทรมไปถ้วนหน้า ทั้งคนทั้งควาย เราเองก็โดนมันกระโดดเข้ามากัดเอาหัวแตกไปเหมือนกัน ยกเว้นก็เพียงเชษฐาคนเดียวที่ไม่ได้รับบาดแผลอะไรเลย สงสัยอยู่เหมือนกันว่าจะเป็นเพราะงาช้างกำจัดที่รพินทร์ให้มาเมื่อวันก่อนรึเปล่า ถึงได้รอดปลอดภัยจากคมเขี้ยว คมเล็บของไอ้ฝูงลิงห่าเหวนั่นได้

ถึงจะเพิ่งผ่านศึกกันมาหยกๆ พวกเราก็ยังอุตส่าห์ได้ความรู้ใหม่ๆ จากรพินทร์อีกจนได้ มันเป็นเคล็ดการยิงปืนลูกซองได้เร็ว สังเกตจากศึกที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าพรานของรพินทร์แต่ละคนยิงได้เร็วกว่าพวกเรามาก เคล็ดลับมันอยู่ที่การถือลูกปืนสำรองไว้กับตัวให้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งบุญคำก็ทำให้เราได้ทึ่งอีกครั้งเมื่อตาพรานเฒ่าสามารถถือลูกกระสุนสำรองไว้กับตัวได้มากถึง 14 นัด มือซ้าย 7 มือขวา 4 และคาบไว้ในปากอีก 3

WOW !!!
เห็นทีจะต้องหัดไว้ใช้บ้างแล้วเรา

ระหว่างทางเราพบรอยโขลงไอ้แหว่งอีกครั้ง รพินทร์ขอออกไปสำรวจรอยของมัน และนัดพบพวกเราที่โป่งน้ำร้อนในตอนหัวค่ำ

รพินทร์กลับมาพร้อมข่าวไม่สู้ดีนัก มีรอยมหิงสาตามติดโขลงไอ้แหว่งไปทุกระยะ นั่นหมายความว่า ก่อนที่เราจะเจอกับโขลงไอ้แหว่ง คงต้องปะทะกับควายป่าตัวนั้นเสียก่อน ซึ่งฟังจากน้ำเสียงของรพินทร์เกี่ยวกับการตามล่าสัตว์ชนิดนี้แล้ว คงเป็นเกมส์ที่ไม่จบลงโดยง่ายแน่






::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค





Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 8:24:18 น.
Counter : 507 Pageviews.

9 comment
อยากร้องไห้กับความอ่อนหัดของตัวเองจริงๆ!! [ปูมวันที่ 18]

xx xxxx 2502

โป่งกระทิง

ตั้งแต่เกิดมา นั่งห้างมาก็หลายครั้ง ยิงได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่โอกาสจะอำนวย แต่การนั่งห้างทั้งชีวิตที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนจะซวยไปกว่าครั้งนี้อีกแล้ว ซวยซ้ำซวยซาก แล้วก็เหมือนผีซ้ำด้ามพลอย ตัวเราคนเดียวยังไม่เท่าไหร่ นี่ยังไปทำให้คนนำทางของเราต้องล้มหมอนนอนเสื่ออีก กลุ้มกับตัวเองจริงๆ นับวันเรายิ่งเป็นภาระของทุกคนเข้าไปทุกทีๆ

มันเป็นเรื่องเดียวของการเดินทางครั้งนี้ที่เราไม่อยากจะบันทึกลงในปูมนี้เลย แต่ก็ต้องบันทึก และต้องบันทึกอย่างบรรจงที่สุดด้วย สำหรับไว้เตือนใจตัวเองในความประมาทเลินเล่อ ถือดีในฝีมืออันอ่อนด้อยของตัวเอง

เมื่อคืนที่เราทั้งสามคนไปนั่งห้าง หลังจากแยกย้ายกันไปประจำตามห้างของแต่ละคนแล้ว เรากับเกิด ที่รพินทร์ให้มานั่งห้างด้วย ออกเดินแยกไปยังห้างที่รพินทร์มาขัดให้ไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน มันเป็นห้างที่ดีเหลือเกิน มองผาดๆ จากด้านล่าง แทบไม่เห็นตัวห้างเลย พวกเราพักกินอาหารเย็นกันบริเวณโคนต้นไม้ที่ใช้ขัดห้างนั่นเอง พอเสร็จสรรพก็ปีนขึ้นห้าง ซักซ้อมลองปืนกับไฟฉายเป็นอย่างดี ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของมันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

พอล่วงเข้าสองทุ่ม โชคก็เข้าข้างเรา เกิดกระซิบบอกว่ากระทิงลงมากินน้ำด้านล่างนี่เอง ตอนนั้นหัวใจเราเต้นระรัวเชียวแหละ คิดอยู่ว่าทำไมถึงโชคดีอย่างนี้ ไม่เคยนั่งห้างแล้วสัตว์เข้าเร็วอย่างนี้มาก่อน แถมไอ้ตัวที่เข้ามา ยังเป็นกระทิงอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ด้วย

ทันทีที่ประทับปืนพร้อม เราก็พยักหน้าเป็นสัญญาณให้เกิดส่องไฟทันที ลำไฟถูกสาดลงมาอย่างเหมาะเหม็ง กระทบเข้ากับลูกตาของมันทั้งคู่ ด้วยความตื่นเต้นในขณะนั้น ทันทีที่เห็นลูกตามันสะท้อนแสงกลับมาเท่านั้น นิ้วของเราก็กระดิกไกออกไปทันที ได้ผล มันดิ้นปราดๆ ลงไปตายอยู่ตรงนั้นเอง แต่เสียงที่เกิดบอกมากลับทำให้หัวใจเราตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม “นาย นั่นลูกของมัน” เราร้องเฮ้ยออกมาได้คำเดียว ตัวแม่มันก็วิ่งปราดเข้ามาที่ศพลูกของมันอย่างเกรี้ยวกราด อารามตกใจ เราจึงลั่นไกออกไปอีกนัด ไปถูกส่วนไหนของมันก็ไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่ามันไม่อยู่ แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ยิงซ้ำด้วย เพราะตัวแม่มันเผ่นหนีกลับเข้าไปในทางเดียวกับที่มันลงมา

พอรู้ตัวว่ากระสุนนัดนั้นเอามันไม่อยู่ เราก็แทบจะกระโดดลงจากห้างตามมันไปในทันที ติดที่เกิดห้ามไว้ ให้รอพรานใหญ่มาเสียก่อน

ตลอดเวลาร่วมสิบชั่วโมงที่นั่งรอพวกเราอยู่บนห้าง ความผิดที่ยิงลูกกระทิงตายมันตามมาหลอกหลอนเราตลอดเวลา เล่นเอานอนไม่หลับ นั่งกระวนกระวายจนเช้า ถึงได้ชวนเกิดให้ไปดักรอพรานใหญ่ที่ทางด่านก่อนเข้าแค้มป์

สมควรแล้วล่ะที่จะถูกทั้งน้อยและใหญ่ตำหนิเราอย่างนั้น มันสมควรจริงๆ มีอย่างที่ไหน เค้าให้มายิงกระทิงที่โตแล้ว มือเจ้ากรรมดันไพล่ไปเล่นลูกมันซะได้ หลังจากให้ปากคำกับสองศรีพี่น้องเรียบร้อย เราก็ชวน รพินทร์ออกเดินแกะรอยตามมันทันที

รพินทร์เริ่มต้นตามรอยมันจากบริเวณห้างที่เรายิงลูกมันนั่นเอง นับเป็นการตามกระทิงลำบากครั้งแรกในชีวิตเราทีเดียว และก็จะเป็นครั้งแรกที่ทำให้เราต้องจำไปจนวันตาย

ในที่สุดเราเจอตัวมันเข้าจนได้ แต่กลับไปเจอในภาวะที่น่ากระอักกระอ่วนเป็นที่สุด เสือลายพาดกลอนสามตัว กำลังล้อมวงเข้าเล่นงานแม่กระทิงลำบาก ทั้งๆ ที่รพินทร์ย้ำนักย้ำหนาแล้วว่า เป้าหมายอันดับแรกของเราคือแม่กระทิงตัวนั้น แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ในคลองจักษุก็ทำให้เราตัวชา ไม่สามารถจะยกปืนขึ้นเล็งได้ มันเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ เสือสองตัวกำลังรุมเล่นงานกระทิงเพียงตัวเดียว เสือตัวนึงล่ออยู่ด้านหน้า อีกตัวหมายจะตะปบจากด้านหลัง แม่กระทิงตัวนั้นก็สู้ขาดใจ ขวิดซ้ายป่ายขวา ไม่ยอมให้เสือเข้าถึงตัวได้

มันเป็นการต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีที่สุด นี่ถ้าแม่กระทิงไม่บาดเจ็บอยู่ก่อน การต่อสู้ครั้งนี้จะน่าดูขนาดไหนนะ นึกๆ ไปก็ให้ทุเรศตัวเองเหลือเกิน ไม่น่าเลยเรา

ในชั่วขณะที่เสือตัวนึงกระโดดเข้าใส่หมายก้านคอ จะด้วยโชคช่วยหรือมันตั้งใจก็ไม่ทราบได้ แม่กระทิงตัวนั้นตักเขาขึ้นรับ และงัดมันลอยขึ้นก่อนที่เจ้าเสือเคราะห์ร้ายจะตกลงพื้น มันก็เสยเขาขึ้นอีกครั้ง เสียบทะลุเข้ากลางตัวเจ้าเสือตัวนั้นพอดิบพอดี ยังไม่ทันที่มันจะได้ชื่นชมกับชัยชนะ เสืออีกตัวที่คอยท่าอยู่ก็ได้โอกาส กระโจนพรวดเดียวไปกัดเข้าก้านคอของมัน

ฉับพลันเสียงปืนก็ดังกัมปนาทขึ้นข้างตัว รพินทร์ช่วยกระทิงตัวนั้นด้วยการดับลมหายใจของเจ้าลายพาดกลอน อยู่ไม่อยู่เจ้าลายพาดกลอนอีกตัวที่ซุ่มอยู่ก็กระโจนเข้าใส่เรา มันเป็นชั่ววินาทีที่ยาวนานเหลือเกิน ภาพลายเหลืองดำ ค่อยๆ ลอยเข้าหาเราจากทางด้านหน้า ด้วยความตกใจทำให้เราพลิกตัวหลบ แต่ก็ไม่พ้น แรงปะทะของมันทำให้เราล้มลงไปก้นจ้ำเบ้า รพินทร์ก็ไวทายาด หันปากกระบอกใส่มันแล้วกดตูม เป็นผลให้มันลงไปชักอยู่กับพื้น

ยังไม่ทันที่ความตื่นเต้นจะหมดไป เราก็ยังนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ เงาดำของอะไรบางอย่างก็ควบเข้าใส่เราจากด้านหลัง รพินทร์ที่อยู่ในทางผ่านของมัน กระเด็นกระดอนไปตามแรงมันทันที ในขณะที่เรายังไม่ทันลุกขึ้น เจ้ากระทิงบ้าเลือดตัวนั้นก็วกกลับมาอย่างรวดเร็ว

โชคดีที่ครั้งนี้เรามีสติดี ส่งกระสุนขนาด .458 เข้าไปตัดซอกขาหน้าทำให้มันทรุดฮวบลงทันที เนื่องจากเราไม่ปล่อยให้ความประมาทเข้าครอบงำ พอลุกขึ้นได้ก็วิ่งเข้าไปยิงจ่อหัวมันอีกนัด เป็นอันจบสิ้นกันเสียที อโหสิกรรมให้ด้วยเถอะนะ ทั้งแม่ทั้งลูกเลย

พอจัดการเจ้ากระทิงตัวนั้นเสร็จเราก็เข้าไปดูอาการรพินทร์ทันที เสื้อที่เขาใส่ขาดกระจุยออก สีข้างเปิดออกเป็นแผ่น ราวกับมีใครเอามีดกรีด เชื่อว่าน่าจะเป็นกีบของมันที่เหยียบถากไป เดชะบุญเหลือเกินที่มันเหยียบพลาดไปเช่นนี้ ทันทีที่ปลุกเขาให้ฟื้นขึ้นมาได้ เราก็ชวนกลับเต้นท์ทันที ทีแรกรพินทร์จะไม่ยอม เราก็ไม่ยอมเช่นกัน ชั่วโมงนั้นต่อให้ต้องถูลู่ถูกังกันกลับก็ต้องเอา บาดแผลของเขาฉกรรจ์เหลือเกิน ทิ้งไว้คงไม่ดีแน่

และก็จริงดังคาดบาดแผลของรพินทร์ต้องเย็บเสียหลายเข็ม

ต่อไปไม่เอาอีกแล้ว ไอ้เรื่องหลับหูหลับตายิงนี่ พอกันที ใครจะไปคิดว่าเพราะกระสุนปล่อยออกจากมือของเราเพียงนัดเดียวจะก่อเรื่องได้มากมายขนาดนี้ เข็ดจริงๆ ให้ตายสิ คราวหน้าคราวหลังคงต้องเตือนตัวเองให้ดี “สติ สติ สติ” ท่องไว้ให้มั่น ย้ำเข้าไว้ ให้มันจารึกเข้าสู่รากเหง้าของสมองไปเลยยิ่งดี





::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค





Create Date : 27 ตุลาคม 2550
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 9:31:24 น.
Counter : 634 Pageviews.

9 comment
ลาภปากจริงๆเลยวันนี้... ยายน้อยทิ้งปืนมาถือตะหลิว 555+

xx xxxx 2502

โป่งกระทิง


เป็นคืนแรกที่นอนหลับสบายที่สุดนับแต่มาพักแรมที่โป่งกระทิงนี่ หลับยาวรวดเดียวถึงเช้าเลย คงเป็นเพราะเพลียหนักจากเมื่อวานด้วย ขนาดเกิดยิงกวางอยู่ใกล้ๆ แค้มป์นี่เอง ยังไม่ได้ยินเสียงเลยสักแอะ

วันนี้เราโชคดีเหลือหลายแม่ครัวใหญ่ดารินใจดี ลงครัวเอง แล้วแต่ละเมนูที่คุณเธอว่ามา น่ากินไปซะทุกรายการ ยังไงวันนี้ขอทำดีเอาใจน้องสาวคนนี้สักวันเถอะ ขืนขัดใจ แม่คุณอารมณ์เสียพาลไม่ลงครัวจะพากันอดทั้งคณะฯ เพราะถึงยังไงวันนี้ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ยอมตัวเป็นลูกมือแม่ครัวใหญ่ แลกกับอาหารดีๆ สักมื้อก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเหมือนกัน ล่อแต่เนื้อย่าง เนื้อเค็มมาหลายวันแล้ว ขอกินอาหารดีๆ กับเขาสักมื้อเถอะ

เจ้าประคู๊ณ ...ขออย่าให้มีอะไรมาทำให้น้อยต้องขัดข้องใจจนกว่าจะทำอาหารเสร็จเลยเถอะ เพี้ยง!!


อาหารค่ำวันนี้เป็นมื้อที่วิเศษที่สุดนับแต่ออกเดินทางมา แต่ละเมนู ยั่วลิ้นยั่วน้ำลายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น

มัสมั่นวัวแดง

เขียวหวานไก่

นกเขาเขียวตุ๋นมะนาวกับถั่วกระป๋อง

กระทาดงอบซีอิ๊วและเครื่องเทศ

ต้มยำปลาก้าง


แถมยังอร่อยไปเสียทุกอย่าง เชษฐาถึงกับสั่งให้เปิดเหล้าขาว แจกจ่ายพวกลูกหาบ ทำให้บรรยากาศในแค้มป์ของเราคึกครื้นเป็นพิเศษ

หลังอาหารเรานั่งหารือกันเรื่องนั่งห้างในวันพรุ่งนี้ น้อยก็ยังเป็นน้อย ยังคงเป็นปัญหาให้เราและเชษฐาปวดหัวได้อยู่นั่น จะไปนั่งห้างให้ได้ แถมไม่ยอมนั่งห้างเดียวกับเราหรือว่าเชษฐาซะอีก ก็เข้าใจเชษฐาล่ะนะว่าคงไม่เหมาะนักถ้าจะให้น้อยไปนั่งห้างทั้งคืนกับพรานที่เป็นผู้ชายอย่างนี้ สุดท้ายภาระต้องตกไปอยู่กับพ่อพรานใหญ่ของเราจนได้ เชษฐาออกคำสั่งให้น้อยนั่งห้างคู่กับรพินทร์ นั่นคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เรามี

กลัวอย่างเดียว ทั้งสองคนคงไม่ไปฆ่ากันตายซะกลางป่าหรอกนัก ยิ่งไม่กินเส้นกันอยู่คู่นี้




::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค





Create Date : 20 ตุลาคม 2550
Last Update : 20 ตุลาคม 2550 10:37:11 น.
Counter : 883 Pageviews.

12 comment
ที่นอนมีเยอะแยะไม่ไปนอน ทะลึ่งด้วยกันทำม้ายยยยย !?

xx xxxx 2502

โป่งกระทิง

นี่ก็สองคืนติดๆ แล้วนะ ที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก กำลังนอนหลับฝันถึงไอ้แหว่งอยู่แท้ๆ งูเจ้ากรรมดันผ่าเลื้อยเข้ามากลางเต้นท์ซะได้ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร ได้ยินแต่เสียงน้อยตะโกน งู!! งู!! เท่านั้นแหละ โดดพรวดเดียวข้ามจากเตียงขึ้นมาอยู่บนโต๊ะได้ไงก็ไม่รู้ ต้องขอบคุณฝีมือยิงปืนของน้อย มือประกาศิตเหมือนเคย นัดนึงเข้าก้านคอ อีกนัดเจาะกระโหลก ดิ้นเร่าๆ หมดฤทธิ์ทันที ให้ตายสิ เจอช้างเจอหมี ยังไม่น่ากลัวเท่าไอ้มฤตยูไร้ขาแบบนี้เลย อยู่ไม่อยู่ก็ผ่าเลื้อยเข้ามาได้ ต่อไปคงต้องหาว่านนาคราชอย่างที่รพินทร์บอกติดตัวไว้มั่งซะแล้ว

พอจบเรื่อง ก็แยกย้ายกันไปนอน ขณะเคลิ้มๆ กำลังจะหลับอยู่แล้วเชียว เสียงเอะอะชุลมุนของพวกลูกหาบก็ปลุกเราขึ้นมาอีกครั้ง สอบถามได้ความว่า เสือมากวนควายของเรา ทำให้มันหนีเตลิดเข้าป่าไปสองตัว โชคดีที่รพินทร์ตามกลับมาได้ทั้งคู่

ตอนเช้า เราย้อนกลับไปในจุดที่บุญคำปะทะกับโขลงไอ้แหว่ง ซากศพเจ้าอินเละเทะ กระจัดกระจายทั่วบริเวณ เป็นที่น่าสังเวชใจของทุกคน รพินทร์สำรวจดูพบว่าโขลงของมันบ่ายหน้าไปทางทุ่งหลังเขา เชษฐาออกคำสั่งให้ติดตามทันที ครั้งนี้โชคเป็นใจกับเรา เราพบพวกมันกำลังหากินอย่างสบายอารมณ์อยู่ในป่าละเมาะกลางทุ่งตามคาด รพินทร์วางแผนจัดกำลังออกเป็นสองส่วน รพินทร์กับเชษฐา ส่วนนึงบุกเข้าไปในดง ยิงไล่พวกมันออกมา ส่วนพวกเราที่เหลือ ดักยิงอยู่ข้างนอก

หลังจากสองคนนั้นหายเข้าไป พวกเรารออยู่ไม่กี่อึดใจ เสียง .375 ในมือรพินทร์ดังขึ้นเป็นนัดแรก ตามด้วยเสียงกัมปนาทของ .600 ไนโตรเอ็กเปรส หลังจากนั้นป่าทั้งป่าก็สะเทือนเลื่อนลั่นไปหมด เสียงช้างเสียงปืนดังกันระงม พวกเรารอจนเสียงปืนทั้งสองกระบอกเงียบไปได้ไม่นาน ทางชายป่าด้านที่พวกเราซุ่มอยู่ก็ปรากฏพวกมันหกตัววิ่งบุกตะลุยฝ่ามา พอได้ระยะเท่านั้น กระสุนต่างขนาดของไรเฟิลทั้งสี่กระบอกของพวกเราก็ระเบิดออกมาแทบจะพร้อมกัน มันเป็นการยิงชนิดที่ไม่ต้องส่องหาศูนย์ให้เสียเวลา ต่างคนต่างใส่กันไม่ยั้ง

ปรากฏว่าทางด้านเราล้มมันไปได้สี่ตัว บวกกับที่รพินทร์กับเชษฐายิงไว้อีกสี่ตัว รวมเป็นแปดตัว จำนวนขนาดนี้ อาจจะไม่มีผลอะไรกับโขลงของมันสักเท่าไหร่นัก แต่ในด้านกำลังใจของลูกหาบเราแล้ว ให้ผลดียิ่งนัก ดูทุกคนจะพอใจกันมากสำหรับข่าวดีเช่นนี้

หลังอาหารพวกเราตกลงจะนั่งห้างในคืนถัดไป อุตส่าห์มาถึงโป่งกระทิงทั้งที ก็ขอให้ได้ยิงมันสักตัวเถอะน่า ไม่ได้เดินแกะรอย ได้นั่งห้างก็เอาวะ



::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค





Create Date : 13 ตุลาคม 2550
Last Update : 15 ตุลาคม 2550 9:27:29 น.
Counter : 1049 Pageviews.

14 comment
ยัยน้อยนี่นับวันยิ่งเกเรขึ้นเรื่อยๆ ! [ปูมวันที่ 13 ]

xx xxxx 2502

โป่งกระทิง


เมื่อคืนนี้รพินทร์เข้ามาปลุกพวกเรากลางดึก ท่าทางรีบร้อน ไอ้เราก็งัวเงียอยู่ ได้ยินรพินทร์ว่า “มีแขกมาเยี่ยม”

อืม...ขนาดหนีมาอยู่ในป่าในเขาอย่างนี้ ยังจะอุตส่าห์ตามมาเยี่ยมกันถึงนี่เชียวเหรอ ? ว่าจะถามว่าใครอยู่พอดี รพินทร์ก็เฉลยซะก่อน พอได้ยินชื่อไอ้แหว่งเท่านั้นแหละ หูตาสว่างขึ้นมาทันที รู้แน่แล้วว่าไม่ใช่แขกของเรา แต่ก็ไม่แน่นะอาจจะเป็นแขกของเชษฐาก็ได้ เห็นบ่นว่าคิดถึงเมื่อตอนหัวค่ำนี่เอง ไอ้หูแหว่งนี่ก็หูดีไม่สมชื่อเลยนะ ดันทะลึ่งได้ยินแวะมาเยี่ยมอีกแหนะ แถมยังมาไม่มาเปล่า พ่อเล่นยกกันมาทั้งโคตรเหง้าศักราชเลย แต่จะขนกันมากี่ครอบครัวก็ไม่รู้ได้ พอดีว่ามันมืดเลยออกไปนับทำสถิติไม่ทัน

รู้แต่ว่าตอนที่รพินทร์กับเกิดยิงปืนไล่ แล้วพวกมันแตกกระเจิงกันไปนั้น พื้นที่ยืนอยู่ลั่นคึกๆ ยังกับป่าจะถล่มลงมาต่อหน้า ยิ่งมาชัดว่ามันขนกันมาทั้งโคตรเหง้าจริงๆ ก็ตอนเช้าที่เดินสำรวจกันอีกครั้งนั่นแหละ ทางทิศเหนือที่มันบ่ายขบวนหนีไป ยังกับมีใครเอารถเบคโฮ สักสิบคันมาถางป่าเอาไว้ ไม้ป่าไม้ไร่หักระเนระนาด ลู่ไปเป็นทางเดียว

มารู้จากปากรพินทร์เมื่อตอนเช้าว่า พวกมันลงทุนพากันไปแช่ปลักพอกโคลนมาซะทั่วตัว จุดประสงค์เพื่อดับกลิ่นตัวของมัน .... เออแหนะ เอากับเขาสิ ช้างที่ไหนมันจะมีสมองคิดได้ขนาดนี้ ไอ้นี่มันช้างชั้นเสนาฯชัดๆ รพินทร์อธิบายกับเราว่าสามารถดูขี้ของพวกมันเป็นจุดสังเกต เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างโขลงไอ้แหว่งกับช้างโขลงอื่น เห็นได้ชัดว่าขี้ของพวกมันเป็นสีดำคล้ำผิดไปจากขี้ช้างปกติ รพินทร์คาดว่าน่าจะเป็นเพราะอาหารที่พวกมันชอบกิน แต่ชาวบ้านป่าโดยทั่วไปมักเชื่อว่า ช้างที่มีขี้สีดำจะดุร้าย มีอภินิหารเป็นพิเศษ สงสัยจะจริงตามชาวบ้านเขาว่ากันแฮะ ทั้งเรื่องที่ได้ฟัง กับเรื่องที่เจอเมื่อคืน เอามารวมๆ กันแล้ว ชัดเลยล่ะว่าไอ้นี่ต้องไม่ใช่ช้างธรรมดา จะเป็นช้างเจ้า หรือช้างผีสิง ก็ต้องรอดูกันไป อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าป้อน .600 ไนโตรให้รับประทานแล้วยังจะยืนอยู่ไหวมั๊ย ให้ได้เจอเถอะ พ่อจะบรรจงป้อนให้ทะลุน้ำเต้าไปเลย


สำหรับโปรแกรมของเราวันนี้คือการเดินแกะรอยกระทิง และก็เป็นไปตามคาด ยายน้อยขอตามไปด้วย

ก่อนออกเดินแกะรอย เกือบมีมวยให้ดูอีกแล้ว น้อยจะเอารพินทร์เป็นเป้าลองปืนให้ได้ ดูสายตาแม่คุณแล้วคงไม่ใช่พูดเล่นแน่ ดีนะว่าหันไปยิงหัวงูเขียวแทน กลัวใจแม่คนนี้จริงๆ ให้ตายเหอะ เฮ้อ..... ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงล่ะก็ พ่อจะยุให้ต่อยกับรพินทร์ให้ได้เลยเชียว เจอหน้ากันไม่ได้เลย ต้องฟาดฝีปากกันทุกทีสิน่า ไม่รู้ไปผิดใจกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน

แต่งานนี้นับว่า น้อยได้หน้าไปเต็มๆ ทั้งได้หน้า ทั้งได้ความเคารพจากลูกหาบ ก็งูเขียวตัวนั้นห่างออกไปร่วมสามสิบเมตรได้ แถมปืนที่ใช้ยิงก็เป็น .375 ฮอลแลนด์ แอนด์ ฮอลแลนด์แบบศูนย์เปิด ที่ถือว่าเป็นไรเฟิลขนาดใหญ่อีกต่างหาก น้อยยังยิงได้ประณีตยิ่งนัก สิ้นเสียงกระสุน หัวของเจ้างูเคราะห์ร้ายก็กระเด็นหายไปในพริบตา นี่ถ้าวัดฝีมือพรานกันที่เป้านิ่งละก็ ดีไม่ดีน้อยเองจะเหนือกว่าเรากับเชษฐาซะอีก

สำหรับการเดินแกะรอยกระทิงวันนี้ก็เป็นไปดังคาด เหมือนที่ผ่าน ๆ มา กะว่าจะล่ากระทิง กลับไพล่ไปได้งูกับเสือแทนซะอย่างนั้น เสียดายจริง ๆ อุตส่าห์แกะรอยไปจนเจอทั้งฝูง จะได้ยิงอยู่แล้วเชียว

ตกเย็นเรากลับถึงแค้มป์ บุญคำมารออยู่ก่อนแล้วพร้อมข่าวร้าย เราเสียลูกหาบไปอีกคน จากฝีมือโขลงไอ้แหว่งที่เราไล่ไปเมื่อคืนนั่นเอง บุญคำและเจ้าอินปะทะกับโขลงของมันเข้าเมื่อตอนสายวันนี้แถวพุบอน ไม่ไกลจากแค้มป์เรานี่เอง เจ้าอินตายคาที่ บุญคำเองก็สภาพไม่ดีไปสักเท่าไหร่ ทั้งเนื้อตัวมีแต่รอยแผลจากหนาม ตอนที่แกหนีเข้าไปหลบอยู่ในกลางดงไผ่ น้อยต้องลงมือเย็บให้กว่ายี่สิบเข็ม

สองชีวิตแล้วที่ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับมา เห็นทีคณะเราต้องเปลี่ยนเป้าหมายออกตามล่าไอ้แหว่งเป็นอันดับแรกเสียแล้ว ขืนปล่อยมันไว้ ไม่ใครก็ใครคงได้ตายกันอีก ทั้งเชษฐาและรพินทร์ก็เห็นด้วย ยิ่งพวกลูกหาบด้วยแล้ว เมื่อรพินทร์นำจุดประสงค์ของเราไปบอก ต่างยินดีกันถ้วนหน้า ทุกคนพร้อมจะทำศึกกับโขลงไอ้แหว่งเพื่อแก้แค้นให้เจ้าอิน



::::::::::: credit ::::::::::::::::::::::::::::::

ตรวจคำผิด :mera , สหายน้อย

ตรวจเนื้อหา :wormy , นายเค

รวบรวมแก้ไข : ฟ้ากาง

ตรวจสำนวน :ภคิน , จตร

รูปประกอบ : นายเค





Create Date : 06 ตุลาคม 2550
Last Update : 13 ตุลาคม 2550 9:48:45 น.
Counter : 1034 Pageviews.

11 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ฝากช่องยูทูป Misterfharl ด้วยนะครับ
All Blog