Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
27 มีนาคม 2551

ใครๆ ก็ไปเวียดนาม : Halong Bay

จุดมุ่งหมายของคนที่มาเที่ยวเวียดนาม ก็คือ halong bay
การเป็นมรดกโลกใช่ว่าจะได้เพราะความโดดเด่นเพียงอย่างเดียว
จำเป็นต้องมีแผนงาน ที่บอกว่าจะรักษามันได้อย่างไร
และไม่ใช่มันจะอยู่ยั้งยืนยง ประเทศเจ้าของ ต้องรักษามันไว้ให้ดีที่สุด
ไม่เช่นนั้น Unesco เค้าก็ถอนออกได้





ช่วงนี้เป็นช่วงมรสุม อากาศก็เลยมัวๆ ฮาลองวันนี้ก็เลยไม่สวย
ถ้าไม่โดนทัวร์ cancel ผมก็คงมาตั้งแต่มกราแล้ว หน้าหนาวคงจะดีกว่านี้
ล่องเรือไปไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะ ที่มีถ้ำสวรรค์
มันก็เป็นถ้ำที่ถูกกัดเซาะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ธรรมดา
แต่คนเวียดนาม ก็ได้ใส่ตำนานลงไป ผูกรัดร้อยเรียง เรื่องราว ลงไป ก็เท่านั้นเอง





แล้วก็เดินออกมา ตามคลื่นมนุษย์ โชคดีที่เป็นวันจันทร์ ถ้าเป็นวันหยุดนี่
จะเจอคนเยอะขนาดไหนนะ





สิ่งที่ประทับใจวันนี้ คือ เรือในอ่าวฮาลอง สวยดีนะ
นึกถึงเรือที่โปรโมตการท่องเที่ยวฮ่องกงเลย




ระหว่างทางกลับ ก็จะเริ่มมหกรรมขายของอีกแล้ว ใข่มุก
เส้นละไม่กี่ร้อยหรอก คนไทยไม่ทำให้ใครผิดหวังเรื่องชอปปิ้งอยู่แล้ว
นึกถึงคืนก่อนที่หน้าร้านอาหาร ก็มีแม่ค้ามาขายสร้อยมุกนี่ละ
กลายเป็นการแข่งขันว่าใครจะซื้อได้จำนวนเส้นต่อเงินร้อยบาทมากที่สุด
มุกหรือเม็ดพลาสติกกันแน่นะ




ระหว่างทางกลับก็ต้องพาไปเยี่ยมหมู่บ้านชาวประมง
ที่เค้าเอาสัตว์น้ำที่จับได้ มาขายให้นักท่องเที่ยวซื้อไปให้คนเรือทำให้กิน
ทั้งๆที่ มีอาหารของเรือให้อยู่แล้ว จะซื้อทำไมก็ไม่รู้
เพราะสุดท้าย อาหารที่ซื้อมาเพิ่มก็คือภาระ
มันเกินคำว่าอิ่มไปแล้ว แล้วจะกินอย่างมีความสุขไหมนี่





หลังจากขึ้นเรือ ทิปให้คนเรือที่อุตส่าห์พาเรามาซื้อมุกบนเรือเค้าแล้ว
ยังมีน้ำใจพาเราไปเที่ยวถ้ำแล้วก็หมู่บ้านชาวประมงอีก
บ่ายแล้ว นั่งหลับบนรถอีก 2 ชั่วโมง ก็มาถึงฮานอยซะที่





เมื่อมาถึงฮานอย เหล่าลูกทัวร์ต่างรีบเร่งลงจากรถ ตามล่าหาของฝาก
ย่านถนน 36 สาย แบบไม่ให้เสียเวลา
เราก็ลงจากรถเป็นคนสุดท้าย แล้วบอกไกด์ว่าเราไม่ชอปปิ้ง
เราจะไปไหนดี ไกด์เวียดนามและไทย ก็น่ารัก
บอกว่าจะพาไปทีวัดหงอกเซิน แล้วก็สระคืนดาบ
(จริงๆมันก็อยู่ในโปรแกรมทัวร์นั่นล่ะ แต่ไม่มีใครสนใจจะไป)






หลังจากไกด์เสียเงินค่าเข้าคนละ 3000 ดองแล้ว
ไกด์เวียดนามเค้าก็ทำหน้าที่อธิบายที่มาที่ไป ของสระคืนดาบ
แล้วก็พาไปดูเต่าสตาฟ อืม ตัวใหญ่เหมือนกัน
แต่น้ำในบ่ออยู่กลางเมือง สีก็เขียวขนาดนี้
เต่าพวกนี้มันไม่ mutant บ้างหรือนี่ ออกมาคนอื่นเค้ายังไม่กลับ
ก็เลยไปนั่งกินกาแฟที่ร้านแถวนั้น คาปุชิโน แก้วละ 4 เหรียญ



ไม่มีอะไรแล้วล่ะ สรุปว่าหมดเงินเวียดนามไปไม่เกินห้าร้อยบาท
เงินไทยก็ไม่เกินห้าร้อยบาท ใครบอกว่าต้องแลกเงินดอง หรือเงินดอลล่าห์ไป
ไม่จำเป็นหรอก เงินบาทไทย และภาษาไทยนี่ล่ะ คืออำนาจในการซื้อ
มาถึง gate ก่อนเวลา เลยแวะดูของ Duty free ก็ไม่ใหญ่
แต่ก็ได้แว่น LACOSTE ลดราคามาหนึ่งอัน 88 เหรียญ
เพราะพยายามหาซื้อ OKLEY มาตั้งนานไม่ได้ซะที ถอดใจแล้ว
เครื่องบินก็ Delayed ตามเคย กว่าจะถึงเมืองไทยก็ตั้งเที่ยงคืนครึ่งน่ะ



After the flight

ทำไมใครๆ ก็ไปเวียดนามเหรอ คงเพราะในราคาเที่ยวโดยเครื่องบินในประเทศ
มันก็ประมาณนี้อยู่แล้ว คนก็เลยคิดว่าไปต่างประเทศไม่ดีกว่าเหรอ
อย่างที่สอง ไม่เหมือนฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ที่ของให้ชอบปิ้งมีแต่ของ brand name
แต่ของที่นี่ไม่ต่างจากจตุจักร เป็นของก๊อปซะส่วนมาก



Create Date : 27 มีนาคม 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2553 14:37:19 น. 3 comments
Counter : 1821 Pageviews.  

 
น่าไปเที่ยวนะจ้า บรรยากาศก็ดี


โดย: Irish girl วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:14:24:58 น.  

 
อยากไปเที่ยวเวียดนามเหมือนกัน แต่กว่าจะได้ไปคงปีหน้าแหนะค่ะ เพราะปีนี้ไปเที่ยวที่อื่นแล้ว


โดย: Chulapinan วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:14:44:16 น.  

 
อิอิ เราเพิ่งลงรูปไปวันก่อนเหมือนกันเดะเลย ไปมาสองปีแล้ว บ้านเค้ายังรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมได้ดีจริงๆ


โดย: Summer Flower วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:15:09:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]