Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

 
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
20 กันยายน 2550

Oberwesel (City of Wine) : ภาคการเดินทาง



ก่อนไปเยอรมัน ก็พยายามหาหนังสือท่องเที่ยว ปรากฏว่าหาไม่ได้ซักเล่ม
พอถึงวันศุกร์คนที่โน่นก็เลยแนะนำมาหนึ่งที่ การเดินทางนั้นไม่ยุ่งยากอะไร
รถไฟเยอรมันนั้นมีระบบการจัดการที่ดี ก็แค่เข้าไปใน internet ป้อนต้นทางและปลายทาง
ก็จะได้สายรถออกมา ทำให้สามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายนิดเดียว

สาเหตุที่เค้าแนะนำให้ไปที่นี่เนื่องจากอยู่ในช่วงเทศการแห่งไวน์
ก็นะ ธรรมเนียมตะวันตก เค้าแนะนำได้ แต่ที่เหลือคุณต้องช่วยเหลือตัวเอง
เมื่อถึงเช้าวันเสาร์เราก็กลับเข้าเมือง ไปที่ frankfurt Hbf
แจ้งเจ้าหน้าที่ก็จะได้ ตั๋วมาแล้ว

Oberwesel เป็นเมืองเล็กๆ ในลุ่มแม่น้ำไรน์ตอนกลาง
ซึ่งมารู้ทีหลังว่าถึอเป็นหนึ่งในมรดกโลกเลยนะเนี่ย เพียงแต่มันมีขอบเขตที่กว้าง
ฝรั่งนิยมล่องเรือกันไปลงที่เมืองตามแถบนี้ แต่ว่าคนไทย
หาได้มีวัฒนธรรมแบบนั้นไม่ ฉนั้นเราก็ไปแบบของเราก็ดีแล้ว

ออกนอกเมืองก็เห็นวัฒนธรรม camping ตามฝั่ง มีไร่องุ่น แล้วก็เรือที่บรรทุกสินค้าไปมา
ระหว่างทางมีโรงงานของ Opel ด้วย มีรถที่เสร็จแล้วเตรียมส่งไปขายทางรถไฟหลายคัน

ขนาดประเทศที่เจริญแลเวเค้ายังพึ่งพาแม่น้ำและทางรถไฟอยู่เลย
เพราะมันเป็นการขนส่งที่ประหยัดที่สุดแล้ว ไม่นานเกินสองชั่วโมงหลังจากต่อรถที่ Mainz
เราก็มาลงที่สถานีรถไฟของเมือง



สิ่งแรกที่เห็นก็คือ Our lady Church ตามประวัติเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่มาก
สร้างขึ้นตั้งแต่ 1308 กว่าจะเริ่มใช้งานก็ในปี 1331
แต่กระนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์จนกระทั่งทำยอดโดมหลายเหลี่ยมเสร็จในปี 1351
ถือว่าเป็นโบสถ์ Gothic ที่สำคัญแห่งหนึ่งในเยอรมัน
น่าเสียดายที่ไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ เพราะโบสถ์นั้นไม่ได้เปิดเป็นทีท่องเที่ยว
ฉนั้นหากไม่ได้เยือนในวันอาทิตย์ ที่เค้าไปโบสถ์เราก็คงอดที่จะเห็นความงามที่อยู่ภายใน

และทุกเมืองสมัยโบราณก็ย่อมมีป้อมปราการ ตรงข้ามของโบสถ์ที่ติดริมน้ำก็จะเห็น
ส่วนหนึ่งของกำแพงและป้อมโบราณที่ใช้งานตั้งแต่สมัยโบราณด้วย



Schönburg Castle เป็นปราสาทที่อยู่เหนือเมือง Oberwesel ไป 2 กิโลเมตร
ซึ่งตอนแรกที่ได้ข้อมูลจาก internet ดูเหมือนไม่มาก แต่ปรากฎว่าเป็นทางขึ้นเขาไป
ฉนั้น 2 กิโลเมตร ไม่ธรรมดาเหมือนกัน แถมหลงอีกต่างหาก
แม้อากาศจะเย็นสบาย แต่เหงื่ออกจนชุ่มหลังเหมือนกัน

ปราสาทนี้ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในปี 911-1166
จนเมื่อศตวรรษที่ 12 เจ้าของปราสาท คือSchönburg Duke ก็ได้ครอบครองเมืองนี้
ในช่วงที่ปราสาทนี้รุ่งเรืองถึงขีดสุดในศัตวรรษที่ 14 มีคนอยู่ถึง 250 คนจาก 24 ตระกูล

ในปี 1689 ปราสาทถูกเผาโดยทหารฝรั่งเศส หลังจากนั้นปราสาทถูกทิ้งร้างไป
ปลายทศวรรษที่ 19 Mr. Rhinelander ได้มาขอซื้อปราสาทจากเมือง Oberwesel
ในราคา 2 ล้านมาร์คทอง เพื่อทำเป็นภัตตาคาร ใช้มาจนมาถึงปี 1914
ต่อมาในปี 1950 สภาเมือง Oberwesel ได้ขอซื้อปราสาทกลับไปจากทายาท
โดย ครอบครัว Hüttl ได้เปิดเป็นโรงแรมและภัตตาคารจนมาถึงปัจจุบัน






Create Date : 20 กันยายน 2550
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 10:21:28 น. 2 comments
Counter : 949 Pageviews.  

 
ว้าว เยอรมันก็มีเมืองไวนืด้วย เจ๋งจริง พอดีเพิ่งดูข่าวว่าจะถึงเทศกาลเบียร์ที่มิวนิคแล้ว อยากไปบ้างจัง


โดย: UNTIL THE DAY I DIE วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:17:57:03 น.  

 
บ้านเรานิยมตัดถนนค่ะ ตัดเท่าไหร่ก็ตัดอยู่นั่นแหละ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:12:39:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]