ความจริง-ความดี-ความงาม.........พยายาม-ส่งมอบ-ให้ปวงชน <<<<<<<<<<<<<<<<<
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ลำนำพิณผีผา (琵 琶 行)...บทกวีโรแมนติกจีน โดย ไป๋จวีอี้








ไป๋จวีอี้ (白 居 易 ค.ศ. 772-846)






เป็นกวีเอกผู้หนึ่งในสมัยราชวงศ์ถัง เกิดที่ซินเจิ้ง ใกล้ๆกับเจิ้งโจว
ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเหอหนานในปัจจุบัน
เติบโตในตระกูลข้าราชการปัญญาชนในสิงหยาง(荥 阳 市) เมืองเล็กๆใกล้บ้านเกิด

อายุ 12 ปี สามารถเขียนบทกลอนง่ายๆได้แล้ว

ครอบครัวเขาได้หลบหลีกความวุ่นวายทางการเมืองภาคเหนือ
ลงมาอยู่ที่มณฑลเจ้อเจียง

4 ปีต่อมามีหลักฐานว่าเขาไปอยู่ที่นครหลวงฉางอาน
โดยได้ยื่นเสนอผลงานบทกวีต่อผู้ตรวจราชการ กู้คว่าง(顾 況) นักกวีโด่งดังคนหนึ่ง

ปี ค.ศ. 794 บิดาของเขาถึงแก่กรรม ขณะนั้นเขาอายุได้ 22 ปี
ต้องรับภาระดูแลครอบครัว เขาสอบเข้ารับราชการหลายครั้ง แต่ไม่ผ่าน
กระทั่งเมื่ออายุได้ 28 ปี จึงสอบได้ ทำราชการอยู่ 6 ปี จึงประสบความสำเร็จ
ได้รับการแต่งตั้งให้ได้รับตำแหน่งเป็นครั้งแรก

ปี ค.ศ. 811 กลับไปอยู่ที่หมู่บ้านเว่ย ซึ่งเป็นบ้านบรรพชน อยู่แถบแม่น้ำเว่ย
ในมณฑลส่านซี เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้มารดาที่สิ้นชีพลงเนื่องจาก
ตกลงไปในบ่อน้ำขณะกำลังชมสวนดอกไม้

ปี ค.ศ. 815 หลังจากกลับมารับตำแหน่งเดิม ก็ถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่
สวินหยาง มณฑลเจียงซี เนื่องจากถูกใส่ร้ายโดยคู่แข่ง

ปี ค.ศ. 818 ถูกเรียกตัวกลับจากการเนรเทศ
แต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงแห่งจงโจว ในมณฑลเสฉวน

ปี ค.ศ. 822 เป็นข้าหลวงเมืองหังโจว

ปี ค.ศ. 825 เป็นข้าหลวงเมืองซูโจว

ปี ค.ศ. 829 ได้บุตรชายคนเดียว แต่พออายุไม่ถึง 2 ขวบก็เสียชีวิต

ปี ค.ศ. 831 ย้ายไปอยู่เมืองลั่วหยาง และได้รับการเลื่อนชั้น
ให้เป็นข้าหลวงใหญ่ประจำมณฑลเหอหนาน

ปี ค.ศ. 833 ก็ขอลาออกจากราชการเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

ปี ค.ศ. 839 ป่วยเป็นโรคหลอดโลหิตสมองเป็นอัมพาต

ปี ค.ศ. 846 ถึงแก่กรรม สิริอายุได้ 75 ปี



ไป๋จวีอี้มีสหายสนิทคู่ใจ ชื่อ หยวนเจิ่น (元 稹 ค.ศ. 779-831) คบหาร่วมกัน
สร้างสรรค์ผลงานทางบทกวี อีกทั้งยังแต่งบทกวีเพื่อวิจารณ์สังคมและการเมือง


หลายๆผลงานของเขา แต่งขึ้นมาเพื่อเปิดโปงชีวิตที่ลำบากของชนชั้นล่าง
ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เมื่อเขาแต่งบทกวีเสร็จก็จะให้หญิงชาวนาชราอ่านดูก่อน
หากเธอสามารถเข้าใจดีไป๋จึงจะถือว่าเสร็จเป็นร่างสุดท้าย

เขาจึงมีสมญานามว่า "กวีแห่งประชาชน"


เท่าที่ปรากฏ ไป๋แต่งบทกวีไว้ประมาณ 2,000 ชิ้น
งานของเขาเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ให้อารมณ์อ่อนไหว
ชื่นชมธรรมชาติ อ่านแล้วสะเทือนอารมณ์


ในสมัยราชวงศ์ถัง มีทั้งสงครามชายแดน การแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง
บางรัชกาลก็สงบรุ่งเรือง ไป๋จวีอี้มีความศรัทธาในประชาชน สามัญชน
ทำตัวสนิทสนมง่ายกับชาวบ้าน หาความสุขได้กับสิ่งธรรมดา
ไม่หรูหราฟุ้งเฟ้อ อย่างไรก็ดีในงานของเขามีความรับผิดชอบต่อสังคมเสมอ
ไม่ละเว้นที่จะวิพากษ์วิจารณ์การเมืองและสังคมเมื่อมีโอกาสด้วยสำนวนที่แหลมคมกินใจ




ลองอ่านดูบทกวี "ลำนำพิณผีผา" ดูครับ


แต่งแบบ "ซือ" บรรทัดละ 7 คำ เมื่อปี ค.ศ. 816 ขณะถูกเนรเทศไปอยู่ที่สวินหยาง
ในบทกวีที่แสนเศร้านี้ยังบรรยายถึงเท็คนิกการเล่นพิณผีผา
ซึ่งนักดนตรีที่เชี่ยวชาญล้วนต้องผ่านการศึกษาจากบทกวีนี้
ผู้แปลไม่สามารถถ่ายทอดลงละเอียดถึงเท็คนิกการบรรเลง การใช้นิ้ว
ตลอดจนลีลาเพลง หลายคำเป็นศัพท์เฉพาะทางดนตรี
หวังว่าจะได้รับการอภัยหากมีข้อผิดพลาด
และยังหวังให้ผู้รู้ช่วยเสริมเติมร่วมเรียนรู้.........เชิญครับ








ลำนำพิณผีผา

โดย ไป๋จวีอี้




ยามหัวค่ำส่งแขกที่สวินหยางเจียง
.....เสียงลมฤดูศารทพัดใบเฟิงและพงแขมดังเกรียวกราว
เจ้าภาพลงจากม้า ผู้เป็นแขกอยู่ในเรือ
.....ชูจอกสุราดื่มกัน ไร้ดนตรีขับกล่อม

ยังมิเมากลับรู้สึกเศร้าที่ต้องจากกัน
.....วารต้องพรากแม่น้ำเวิ้งว้างสะท้อนเงาจันทร์ทาบ
บัดดลยินเสียงพิณผีผาลอยมาเหนือน้ำ
.....เจ้าภาพยังมิทันขึ้นม้า แขกยังมิทันออกเรือ

จึงเคลื่อนตามถามไปว่า “เสียงพิณมาแต่ใครที่ไหน?”
.....เสียงพิณหยุดชะงัก ไร้เสียงตอบกลับ
เห็นเรือลำหนึ่งริมตลิ่งหญิงเล่นพิณท่าเอียงอาย
.....เติมสุราตามประทีปเชื้อเชิญนางร่วมวง

วอนเธอแล้ววอนเธอเล่าโปรดเล่นเพลงพิณผีผา
.....นางโอบพิณมาปิดบังหน้าซีกหนึ่งไว้
พอขึ้นสายก็ลองเสียงดังแผ่วเบา
.....เริ่มเพลงเร้าอารมณ์ซึ้งแสนกำสรด

นางก้มหน้ากรีดนิ้วกระทบสาย
.....สำเนียงเพลงบรรเลงบรรยายความรู้สึก
เริ่มด้วยเพลง “กระโปรงขนนกสีรุ้ง”
.....ตามมาเป็นเพลง “หกจังหวะ”

สายทุ้มดังซู่ซ่าเกรียวกราวราวสายฝน
.....สายเอกราวเสียงพร่ำพรอดกระซิบกระซาบ
ดังสลับขับขานประเลงประลอง
.....ดุจดังมุกเม็ดเล็กใหญ่ร่วงใส่จานหยก

และสำเนียงนกขมิ้นร้องกลางหมู่มาลี
.....เหมือนวารีไหลผุดผ่านท้องธารเย็นเยือก
แล้วพลันหยุด ความเงียบปกคลุม
.....เสียงเงียบสิกลับหวานชื่นกว่าเสียงดนตรี

และแล้วกลับฉับดังเพลงพิณอีก
.....ดังระเบิดลั่นราวน้ำกระจายจากแจกันเงินแตก
ตามด้วยเสียงศาสตราหอกดาบประกระทบ
.....กับเสื้อเกราะม้ารบดังเคล้งคล้าง

ท้ายสุดเสียงสายทั้งสี่ประสานสอดสนั่น
.....เป็นเสียงเดียวกันเฉกฉีกผ้าไหมควากจบ
เรือสองลำกลับสงัดเงียบอีกครา
.....มองท้องธาราเห็นจันทร์ฤดูศารทผ่องสกาว



เธอถอนใจพลางหยิบไม้ดีดกรีดสายพิณ
.....จัดอาภรณ์ให้เข้าที่พลางนั่งลงเล่าเรื่องราว
กล่าวว่า “ข้าน้อยนี้แต่เดิมเป็นชาวนครหลวง
.....อยู่ ณ ดำบลเซียหมาหลิง

เมื่ออายุสิบสามเรียนสำเร็จวิชาพิณผีผา
.....มีชื่อเสียงเชี่ยวชาญเป็นที่หนึ่งของชั้นเรียน
การแสดงของข้าน้อยเป็นที่ชมชอบยิ่งของอาจารย์
.....เมื่อแต่งองค์ทรงเครื่องก็ยิ่งงามโฉมน่าอิจฉานัก

บรรดาชายหนุ่มตระกูลดีแถวอู่หลิงล้วนรุมล้อม
.....เล่นเพลงเดียวก็ได้ของกำนัลผ้าไหมหลายม้วน
ยามเล่นเพลินตามจังหวะจนทำหวีเงินตกปิ่นหล่นแตก
.....กระโปรงสีแดงโลหิตก็เปื้อนเปรอะด้วยสุรารด

วันเวลาผ่านไปสุดแสนสราญรมย์ปีแล้วปีเล่า
.....ลมวสันต์จันทร์ศารทเวียนผันผลัด
น้องชายถูกโยกย้ายไปชายแดน มารดาก็เสียชีวิต
.....เมื่ออายุวัยมากขึ้นแขกเหรื่อหดหาย

ที่หน้าบ้านพวกรถม้าเคยหาสู่ลดลง
.....สุดท้ายข้าน้อยจึงแต่งงานกับพ่อค้าวานิชหนึ่ง
ผู้ซึ่งมุ่งกำไร จนไม่ใส่ใจยี่หระละทิ้งบ้านช่อง
.....หนึ่งเดือนแล้วที่เขาจากบ้านไปฟู่เหลียงซื้อใบชา

ข้าน้อยจึงออกเรือเปล่าล่องมาปากน้ำ
.....แสงจันทร์สาดต้องลำเรือบนสายนทีที่เหน็บหนาว
ย่างสู่ราตรียิ่งหวนคนึงถึงยามเยาว์ดรุณ
.....ชลนัยน์ไหลเป็นทางเลอะใบหน้าอาบสำอาง”



ยามได้ยินเรื่องราวนักพิณผีผานี้เล่าแล้ว
.....ข้าฯรู้สึกแสนเศร้ารันทดนัก
เราสองล้วนร่วมชะตาร้ายคล้ายกันถูกทอดทิ้ง
.....แม้แรกพบปะจะนับเป็นเพื่อน ควรฤาถือสา!

“ตัวข้าฯนี้ปีกลายถูกเนรเทศจากนครหลวง
.....มาพำนักพักนอนเจ็บที่สวินหยาง
สวินหยางถิ่นนี้ที่ไร้สีเสียงสุดกันดาร
.....ตราบจะหมดปีฤาห่อนมีดนตรีฟัง

อาศัยอยู่เผินเจียงที่ลุ่มแฉะ
.....พงแขมเหลืองขึ้น ไผ่ขมล้อม กระท่อมข้าฯ
ตั้งแต่เช้าถึงค่ำได้ยินแต่เสียงนกดุเหว่าร้อง
.....กับชะนีที่โหยหวนครวญดังมา

วสันต์มาลีคลี่บานเบ่ง จันทร์ศารทเปล่งในราตรี
.....ข้าฯนี้ต้องดื่มสุราแต่เดียวดาย
พอมีแต่เพลงพื้นเมืองกับขลุ่ยชาวบ้าน
.....พอถูไถให้ยินยลแก้ขัดสน

ราตรีนี้ข้าฯได้สดับเพลงพิณไพเราะของนาง
.....ดังฟังเทพบรรเลงเพลงเสนาะแสน
ขอนางโปรดนั่งลงเล่นอีกสักเพลงเถิด
.....แล้วข้าฯจะแต่งบทกวี ‘ลำนำพิณผีผา’ กำนัลนาง”

พอได้ยินวาจาข้าฯ นางยืนนิ่ง
.....แล้วค่อยนั่งลงที่เดิมโอบพิณแล้วกรีดสาย
บรรเลงเพลงเย็นโศกไม่เหมือนเพลงก่อน
.....เบือนหลบซ่อนหน้าน้ำตาเอ่อล้นริน

ใครหนอให้ทุกข์ระทมถึงปานนี้?
.....เสื้อครามของซือหม่าแห่งเจียงโจวเปียกชุ่มอัสสุชล ฯะ







เป็นอย่างไรบ้างครับ

สะเทือนอารมณ์กันบ้างหรือเปล่า?

จะเอาอะไรนักหนาเล่ากับชีวิต

นี่เป็นลิขิตของสวรรค์ กับ น้ำมือเราเอง.......แค่นี้เอง






มีผู้นิยมชมชอบบทกวีนี้มาก
นำไปแต่งเพิ่มเติมเป็นอุปรากรงิ้ว ละคร บทขับลำนำ ฯลฯ
จิตรกรหลายท่านมีจินตนาการ วาดเขียนเป็นภาพมากมาย



ของผมมีอยู่หนึ่งม้วน....ข้างล่างนี่แหละครับ






รูปที่ 1 ส่วนของภาพทั้งหมด




รูปที่ 2 รายละเอียดของกวีไป๋จวีอี้ (เสื่อสีคราม) กับสหายผู้เป็นแขก




รูปที่ 3 รายละเอียดของสตรีนักดีดพิณผีผา




รูปที่ 4 รายละเอียดของส่วนต้นบทกวี อักษรบรรจงตัวเล็ก ( 小 楷 เสี่ยวไค่)




รูปที่ 5 ไม้แกะสลักเป็นรูปสตรีนักพิณผีผา (ซื้อจากชิซูโอกะ ญี่ปุ่น)



ยังมีบทขับลำนำพิณผีผา เป็นภาษากวางตุ้ง
หากใครสนใจกดตามไปฟังตามลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=60xLt63pksI


............................................................................



สำหรับดนตรีคราวนี้ต้องเป็นเพลงพิณผีผาแน่นอน
เพลงนี้เป็นเพลงที่ศึกษาจากบทกวี "ลำนำพิณผีผา" ของไป๋จวีอี้
ท่านจะได้เห็นลีลาและเท็คนิกการใช้นิ้วที่แสนพิสดาร เช่น "หลุน"
คือการควงนิ้วดีด เสียงติดต่อกันยาวสม่ำเสมอเร่งเร็วชะลอช้าได้ตามปรารถนา
ผมว่าเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยากรองจากกู่ฉิน



ขอขอบคุณ You Tube ที่พาเพลงพิณผีผามาให้เพลิดเพลิน


สวัสดีครับ








Create Date : 21 มีนาคม 2553
Last Update : 22 สิงหาคม 2554 19:52:31 น. 63 comments
Counter : 21332 Pageviews.

 
เจิม...อิ อิ


โดย: Suessapple วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:17:17:55 น.  

 
เจิมก่อนแล้วแว้บบบบบบบบบบ
เดี๋ยวค่อยมาอ่านนะคะ


โดย: Suessapple วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:17:18:40 น.  

 
เรียนท่าน DingTech

ท่านเชียนงานชิ้นนี้ ได้ รื่นละมุน สอดคล้อง กับ เนื้อหาที่กล่าวถึง บทกวี

ผมขออนุญาตนำบทความนี้ไปไว้ที่ บล็อก ของ ผม
เนื่อง จากเนื้อหามีส่วนเสริมกัน

ผมทำบล็อกเกี่ยวกับ นิยายวรยุทธจีน


โดย: ธีรพล IP: 124.122.155.78 วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:21:23:22 น.  

 
สวัสดีค่ะแวะมาเยี่ยม ชอบดนตรีจีนค่ะ ตามปกติเราประจำที่ห้องจีนศึกษา


โดย: sawkitty วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:21:34:42 น.  

 
ดอกสีม่วงที่บ้านเรา เราไม่ทราบชื่อภาษาไทยค่ะ
แต่เป็นดอก Crocus สีม่วง..คงเป็นดอกบัวสวรรค์อย่างที่คุณ Dingtech ว่าก็ได้ค่ะ

อ่านทั้งประวัติและบทกวีแล้ว ชอบตรงที่คุณสรุป

"จะเอาอะไรนักหนาเล่ากับชีวิต

นี่เป็นลิขิตของสวรรค์ กับ น้ำมือเราเอง.......แค่นี้เอง"

ถ้าทุกคนคิดได้อย่างนี้ก็ดีสินะคะ
ประเทศชาติจะได้เลิกยุ่งวุ่นวายเสียที






โดย: Suessapple วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:21:50:27 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะคุณ Dingtech ได้ความรู้อีกแล้ว
ดอกแรกสุดที่บ้านเราน่าจะเป็นดอก Lily นะคะ เพราะไปค้นมาเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าพันธิ์ไหน...น่าจะนะคะ ไม่แน่ใจ
เพราะถ่ายคนละที่กันค่ะ
สว่นดอกสีม่วงเข้ม รูปถัดลงมาคือดอก Crocus น่ะค่ะ
อัพบล๊อคแล้วไม่ได้ทำการบ้านค่ะ
ปกติจะมีข้อมูลให้เพื่อนๆบ้าง
แต่เที่ยวนี้...พลาดไปค่ะ
....
เดี๋ยวจะลองไปหารูปดอกบัวสวรรค์ไทยมาดูบ้างค่ะ
อยากรู้ทั้งบัวดิน และบัวสวรรค์เลย


โดย: Suessapple วันที่: 21 มีนาคม 2553 เวลา:23:17:05 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ ศิลปะจีนเป็นศาสตร์ที่สาวหลงใหล ไม่ทราบว่าคุณได้เห็นกระทู้ภาพเขียนพู่กันที่ที่ห้องสมุดในพันทิบไหม สาวเป็นคนเปิดกระทู้นี้เอง แรกเริ่มช่วงหาข้อมูล ได้มาเจอประวัติที่บล็อกคุณด้วย แต่เป็นไฟล์วีดีโอ เลยไม่ได้แปะข้อมูลในกระทู้ บล็อกคุณเป็นอีกบล็อกที่สาวชื่นชม การทำบล้อกให้สวยไม่ใช่เรื่องยาก เท่ากับการหาข้อมูลที่น่าสนใจ...ดีใจที่มาเจอบล็อกคุณค่ะ...


โดย: sawkitty วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:6:10:41 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อความวันเกิดนะคะ

หายไปหลายวัน กว่าจะได้กลับมาขอบคุณ

ขอบคุณจริงๆค่า


โดย: pamaano วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:9:48:57 น.  

 
ขอบคุณมากๆ สำหรับคำอวยพร HBD นะคร้าาาาา


โดย: yingpunn (Punsharas ) วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:15:54:27 น.  

 
ชัชคิดว่าผีผาที่ไป๋จวีอี้พุดถึง คงเป็นผีผาสมัยถัง ซึ่งยังไม่เฟรทไม่มากนัก
น่าจะเป็นผีผาสี่สาย สี่เฟรทที่นิยมในสมัยนั้น
เพราะมีท่อนนึงบอกหยิบปิ๊กมาดีด ยิ่งเป็นการเน้นย้ำว่า ผีผาแบบถังชัวๆ
(สมัยซ่งเริ่มใช้นิ้วดีด)
ผีผาแบบนี้ในจีนไม่มีคนเล่นแล้วครับ แต่ในวงดนตรีกางะขุของญี่ปุ่นยังอยู่
อีกทั้งญี่ปุ่นยังนำไปพัฒนาเป็นของตัวเองขึ้นมาสี่แบบ รวมห้าแบบ
หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่าบิวะ นั่นเอง

ตอนนั้นชัชก็กำลังพยายามศึกษาอยู่ครับ
อยากเล่นผีผาสมัยถังได้
รวมถึงกู่เจิงสมัยถัง
มีโน้ตโบราณเรียบร้อย ขาดแต่บทสรุปที่ลงตัวครับ
เอาไว้พร้อเมื่อไรจะอัดลงยูทูปมาให้คุณลุงดูครับ


โดย: ชัช (กู่ฉิน ) วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:20:04:08 น.  

 
แวะมาทักทายและเยี่ยมเยียนค่ะ


โดย: Yolanrita วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:0:14:39 น.  

 


คุณ Dingtech มาเรากำลังจะไปนอนพอดีเลยค่ะ
แต่แอบสงสัยว่า มาชมสวน
ทำไมแว้บบบโผล่หน้ามาดู
แล้วแว้บบบบบหายไป
อิ อิ แล้วอย่างนี้จะเห็นดอกไม้มั๊ยคะเนี่ย

ราตรีสวัสดิ์นะคะคุณ Dingtech
ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: Suessapple วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:6:09:00 น.  

 
ขอบคุณมากๆ สำหรับคำชมนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่อ่านและดู The Exorcist มาทุกตอนแบบนี้ ถือว่าเป็นเกียรติแก่คนเขียนอย่างมาก

มีไม่กี่คนหรอกครับที่อ่านแล้วสามารถจินตภาพได้อย่างที่ผู้เขียนอยากให้รู้สึก และต้องเป็นคนที่ติดตาม ดิ เอ็กซอร์ซิสต์มาตั้งแต่ต้น ทำให้เกิดกำลังใจอยากจะเขียนเพิ่มเติมขึ้นมาทันที แต่คงต้องค้นคว้าเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ห่วงอย่างเดียวว่าต้นสังกัดจะตามมาไล่จิก..555

บทกวีจีนนี้คุณ Dingtech แปลได้อารมณ์ละเมียดละไมดีแท้ การจะถ่ายถอนความคิดและอารมณ์ของบทกวีจีนให้ได้ตรงตามต้นฉบับเนี่ย ถ้าไม่มีพื้นฐานความเข้าใจในวัฒนธรรมอย่างดีมาก่อนคงไม่มีทางเลยทีเดียว

วิธีเล่าเรื่องของเขาดูกระชับกว่าสไตล์ไทยๆ เรานะครับ เหมือนดูหนังแนวอาร์ตๆ สไตล์ยุโรปที่ตัดต่อมาอย่างประณีตและแยบยล

ดูวิธีการเล่นพิณของเขาแล้ว สากลกว่าดนตรีไทยเรามาก การถ่ายทอดอารมณ์และลีลามีสีสันหวือหวากว่า หลากหลายเรื่องราวกว่า


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:11:43:47 น.  

 
บทกวีทั้งเพราะทั้งเศร้าเลยค่ะ ฝีมือแปลยังเยี่ยมยุทธ์เหมือนเคย อ่านบทกวีแล้วเปิดคลิปฟังเพลงไปด้วย ทำเอาเคลิ้มเลย ภาพวาดของคุณ Dingtech เป็นภาพเก่าหรือใหม่คะ ทั้งลายเส้นและลายมือสวยดี

รู้จักท่านไป๋ตอนทำบล๊อคหยกใสฯ อ่านบล๊อคนี้แล้วต้องแจ้นไปอ่านบล๊อคบทกวีของท่านไป๋ที่ตัวเองเคยอัพไว้ ชอบบทนี้ค่ะ บทกวีบรรยายภาพตะวันตกดินได้งามดีแท้


暮江吟
一道残阳铺水中,
半江瑟瑟半江红。
可怜九月初三夜,
露似真珠月似弓。

"ลำแสงพระอาทิตย์ตกดิน สาดกลางน้ำ
ครึ่งหนึ่งของแม่น้ำเป็นสีเขียว ครึ่งหนึ่งเป็นสีแดง
คืน เดือนเก้าขึ้นสามค่ำช่างน่ารัก
นำ้ค้างดุจไข่มุก พระจันทร์ดั่งคันธนู"




โดย: haiku วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:15:41:10 น.  

 
ขอบคุณสำหรับการ์ดอวยพรครับพี่ชาย
ผมชอบงานไม้แกะสลักของพี่ที่พี่ซื้อที่ชิซูโอกะ จังครับ
สวยงามมากเลยแม้จะตัดทอนลายระเอียดในส่วนของเสื้อผ้าไปก็ตาม เนื้อไม้ดูละเอียดมากครับสวยงามๆ
ป.ล.อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบพี่บ้างจังซักครั้งในชีวิต


โดย: takaiji วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:22:27:23 น.  

 
ช่างเป็นบทกวีที่สร้างอารมณ์ซะจริงๆๆๆ เลยค่ะ




ขอบคุณนะค่ะที่เข้าไปอวยพรวันเกิด


โดย: kamonorchids วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:22:41:06 น.  

 
ขอบคุณมากๆนะคร้า สำหรับคำอวยพรวันเกิด

ขอให้คุณมีความสุขเสมอเช่นกันคร่า


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:2:03:13 น.  

 
คุณธีรพล :
ยินดีที่สนใจและจะนำไปไว้ในบล็อกของคุณ
แต่ว่า...ผมอยากตามไปดูบล๊อกคุณ.....บอกหน่อยได้มั้ยว่าที่ไหนครับ


คุณสาว sawkitty :
ผมพยายามเน้นเรื่องรูปวาดกับดนตรีจีนอยู่แล้วครับ
ขอบคุณที่มาเยือน


น้องชัช :
ผีผาสมัยถังใช้ปิ๊กดีดแน่นอน
ในบทกวีนี้บางเวอร์ชั่นบอกละเอียดว่าดีดด้วยปิ๊กใช้มือซ้ายด้วย
ทำให้ผมงงว่านักดนตรีถนัดซ้ายหรือว่าเป็นวิธีการดีดสมัยนั้น
ในรูปภาพสมัยถังและสมัยอู่ไต้ก็ถือแบบกีต้าร์ดีดด้วยมือขวา ไม่ได้ตั้งดีดเหมือนปัจจุบัน

ถ้าชัชพร้อมแล้วรีบทำมาใส่ You Tube ดูกัน...เร็วๆหน่อยก็ดี คนหนุ่ม(เหลือน้อย)ใจร้อน


คุณเปิ้ล :
ผมกำลังฝึกวิชานินจาล่องหน
เลยมาซ้อมวับ-แว็บที่บ้านคุณ 555+


คุณหมีบางกอก :
ตั้งแต่หนังสือ the Exorcist ออกใหม่ๆเป็นเล่มเดียวที่ผมอ่านรวดเดียวจบ
เพราะกำลังสนใจเรื่องผีเข้าสิง ไม่คิดว่าฝรั่งจะมีเรื่องแบบนี้
มาอ่านเวอร์ชั่นสยามของคุณยิ่งชอบเพราะได้ไปเห็นสถานที่ที่คุณกล่าวถึงเกือบทุกแห่งแล้ว
ตั้งแต่โบสถ์เซนต์โซเฟีย วาติกัน วัดป่าหลวงตาบัว กับรูปปั้นพาซูซูที่ลูฟร์

สำหรับการแปลบทกวีจีนผมนิยมแปลบรรทัดต่อบรรทัดเพื่อรักษาความและคำเดิมให้ตรงมากที่สุด
ยากตรงศัพท์กับสำนวนโบราณ ศัพท์เฉพาะเช่นชื่อคน สถานที่ ตำแหน่ง ยากน่าดู ก็คงต้องมั่วอนุมานมั่ง อิ อิ


คุณไฮกุ :
ผมแปลกใจที่บทกวีผีผาสิง และมู่เจียงหยวี ทั้งสองบทมีคำว่า 瑟 瑟 ยังกะเป็นเอกลักษณ์ของไป๋จวีอี้
ในบทผีผาสิงแปลว่า เสียงลมพัด
ในบทมู่เจียงหยวีแปลว่า สีเขียวฟ้าคราม(สีเทอร์คว้อยซ์)
แต่ 瑟 ตัวเดียวแปลว่า พินโบราณ คล้ายกู่เจิง
...ภาพวาดของผมเป็นของใหม่แน่นอน ซื้อมา 30 ปีแล้ว ของเก่าไม่นิยมเพราะ...แพง! แหะ แหะ


น้องมนต์ takaiji :
ศิลปินนักปั้น เมื่อไหร่จะปั้นเฮอร์คิวลีสให้พี่ชม
เรื่องเที่ยวญี่ปุ่นไปไม่ยากหรอก เก็บตังค์สักพักก็ไปได้แล้ว อยากไปเจอสาวเพอร์ฟยูมละเซ่ 555+
วันหน้าจะชวนไปดูสาวด้วย
...รูปไม้แกะที่เห็นทำจากไม้บ๊อกซ์วู้ด(黄 楊) เนื้อละเอียดมากครับ


โดย: Dingtech วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:13:23:57 น.  

 
แวะมาฟังดนตรีเพราะๆอีกรอบในยามบ่ายค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:15:28:34 น.  

 
แก้คำผิดข้างบนที่ตอบคุณไฮกุครับ...

ขอแก้คำ "มู่เจียงหยวี" เป็น "มู่เจียงหยวิน"



โดย: Dingtech วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:16:17:25 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะครับ



^^..


โดย: เด็กส่งแก๊ส วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:17:26:52 น.  

 


มาส่งยิ้มให้นินจา


โดย: Suessapple วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:18:39:45 น.  

 
สวัสดียามดึกๆบ้านคุณ Dingtech ค่ะ

ดอกไม้สวยๆที่บ้านเราอยู่บนเกาะ Mainau ในทะเลสาบคอนสแตนท์ค่ะ ( อิ อิ เรารู้ว่าเดี๋ยวคุณ Dingtech ก็ไปถามอากู๋ว่าเกาะ ไม่เน่า นี่อยู่ที่ไหน )

ทั้งเกาะเป็นเหมือนสวนพฤกษชาติเลยค่ะ
ดอกไม้พวกนี้เค้าปลูกเอาไว้
แล้วก็เปลี่ยนเวียนปลูกดอกไม้กันตลอดจนถึงกลางๆเดือนตุลาก็ปิดเกาะค่ะ
เรียกว่าไปเมื่อไหร่ก็มีดอกไม้เปลี่ยนมาให้ชมไม่ซ้ำกันเลยค่ะ

ตอนเราไปอาทิตย์ที่แล้วเห็นต้นแดฟโฟดิลขึ้นเต็มไปทั้งเนินเขาบนเกาะเลย
นี้ถ้าบานพร้อมกันเมื่อไหร่ คงสวยยยยยยมาก





โดย: Suessapple วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:3:50:03 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ...สาวชอบเพลงที่มีเสียงประกอบเป็นดนตรีไทย และเอกลักษณ์ของทุกแห่ง ฟังแล้วเพลินนะคะ แบบเพลงในเรื่องนี้ เค้าใช้ภาษาสวยมากๆ เวฬุริยา ชื่อนางเอกที่มีความไพเราะ สามารถนำมาใส่ในเนื้อเพลงได้อย่างลงตัว...เพลงแห่งภาษาดวงดาวมีหลากหลาย อีกแนวนึง เพลงเพื่อชีวิต...ปีกรัก...ใช้คำว่า ดาริกา


โดย: sawkitty วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:6:25:55 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่

เดี๋ยวบล้อกนี้ของพี่
ผมจะเข้ามานั่งอ่านอย่างตั้งใจอีกครับ
เช้านี้งานค่อนข้างยุ่ง
ไม่มีสมาธิอ่านดีดีแน่นอนครับ

ท่านไป๋จวี็อี้
เป็นหวีคนโปรดของผมเช่นกันครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:7:47:58 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดนะคะ


โดย: velvet-mountain วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:14:38:00 น.  

 
คราวนี้ได้ฟังดนตรีประกอบบทกวีไปด้วยครับ ^^

ใช่เลยครับ...
เสียงเหมือนไข่มุกร่วงใส่จานหยก
เหมือนเสียงแหลมๆ ของนก
เหมือนเสียงกระซิบของน้ำ
เหมือนเสียงหอกดาบกระทบเสื้อเกราะ
คงไม่สามารถสรรหาถ้อยคำบรรยายเสียงที่ได้ยินได้ดีกว่านี้แล้วครับ



พอย้อนกลับไปดูคลิป
ก็ต้องอึ้งกับการพรม ตระหวัด กรีด และสะบัดนิ้วลงบนสาย
ไม่น่าเชื่อว่ามีสายอยู่แค่สี่เส้นแต่ทำเสียงได้ประมาณออเครสตร้าทั้งวง


ถึงบทกวีจะสะเทือนใจ
แต่ฟังดนตรีแล้วอิ่มเอมใจมากครับ



โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:19:10:22 น.  

 
วันนี้รู้สึกเหมือนคุณ Dingtech ตื่นขึ้นมาจะอารมณ์ดี
เขียนเม้นท์สุนทรีเป็นคำกลอนเอยยยย 55555

รูปบีจีเป้นพระอาทิตย์ตกค่ะ
โหวววววพระอาทิตย์เราไม่มีปัญญาตื่นขึ้นมาถ่ายรูปหรอกค่ะ

แอบรู้ว่าคุณ Dingtech จะไปต่างจังหวัด
อิ อิ เราเป็นสายลับนินจาเหมือนกัน


โดย: Suessapple วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:6:35:00 น.  

 
มาใหม่ค่ะเขียนตก

"โหวววววพระอาทิตย์ขึ้นเราไม่มีปัญญาตื่นขึ้นมาถ่ายรูปหรอกค่ะ"

แล้วขออวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย
อย่าลืมของฝากด้วยนะคะ อิอิ

แว้บบบบบบบบบบ
กลับบ้านเรา


โดย: Suessapple วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:6:38:08 น.  

 
ไปเจอกระทู้แนะนำเรื่องภาพพู่กันจีนในห้องสมุด pantip.com

ปรากฏว่าลอกบทความจากที่โน่นที่นี่มาปะกัน (กลายเป็นกระทู้แนะนำได้ไงเนี่ย?)

แถมมีคนมาร่วมแจมกันได้มั่วดี..เหอๆๆ

นึกถึงคุณ Dingtech ทันที ช่วยไปตั้งกระทู้ให้ความรู้ของจริงกับพวกเขาเอาบุญหน่อยเถอะครับ


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:6:54:45 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่

งานสัปดาห์หนังสือผมคงไม่ได้ลงไปครับ
ด้วยงานและด้วยความไม่สงบเรียบร้อยแห่งชาติครับ 5555








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:7:37:31 น.  

 
ดุจดังมุกเม็ดเล็กใหญ่ร่วงใส่จานหยก

.
.


เสียงมันจะเพราะขนาดไหนน้อ ?
ท่านเลือกคำได้สุดยอดจริงๆครับพี่

ไม่รู้ท่านโชคดีหรือโชคร้าย
แต่ความจริงก็คือ ราชวงศ์ถัง
อาจเป็นราชวงศ์ที่ศิลปะทุกแขนงเติบโตและเสื่อมทรามอย่างถึงขีดสุด

และที่สำคัญคือเมืองที่ท่านอยู่
เอื้อต่อการทำงานด้านวรรณศิลป์มากครับพี่

ตอนที่ผมไปหังโจว ซูโจว
ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบทกวีและนักกวีดีดีระดับประเทศของจีน
จึงกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้มากมายนัก

มันสวยจนเราต้องนิ่งเพื่อค้อมคารวะแก่ความงามตามธรรมชาติเบื้องหน้า

เป็นสองเมืองที่ผมอยากกลับไปมากครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:7:57:19 น.  

 
เข้ามาบล๊อคนี้ได้ความรู้กลับไปแว้วววววว


โดย: มอคค่า (LoveMoccha ) วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:9:42:24 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:8:01:29 น.  

 



โดย: pathy kp วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:20:21:55 น.  

 
บอกได้ครับ

ยินดีค้อนรับคุณ dingtech และทุกท่านครับ

//mungkonyok.wordpress.com/

เว็บบล็อดเกียวกับนิยายวรยุทธกำลังภายในครับ



โดย: ธีรพล IP: 115.87.118.187 วันที่: 27 มีนาคม 2553 เวลา:22:36:24 น.  

 
กลับมาแล้วเหรอคะ
พูดถึงแม่น้ำแคว...แสดงว่าไปเมืองกาญจ์มาชิมิ

แล้วได้ถ่ายรูปมาหรือเปล่าคะ
ใครๆเค้าไปเที่ยว เค้าก็ถ่ายรูปเอามาลงบล๊อคกันทั้งนั้น

วิวของขุนเขา เรือลำน้อย และสายน้ำ
แบบในภาพเขียนจีน..ก็ยังดี อิ อิ


โดย: Suessapple วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:0:36:23 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:7:30:46 น.  

 
คุณเปิ้ลและเพื่อนๆครับ

ไปทำงานใกล้ๆป่าเขา จึงเอารูปมาฝาก
เรียกชุดนี้ว่า "ดอกไม้ ภูเขา พระจันทร์ แม่น้ำ และแมว
ฤดูฤดีแดสัตว์สู่กันนา" เชิญครับ................






























ไม่อยากกลับมาเจอ"ฤดูฤดีแดสัตว์สู้กันนา" ในนครหลวงเลย...ใคร่ฮาก!



โดย: Dingtech วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:10:45:14 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ภาพในเม้นท์ข้างบนอยู่ที่ไหนเหรอคะ เห็นแม่น้ำกับภูเขาด้วย ได้ทำงานที่วิวงาม ๆ แบบนี้สุดยอดเลยค่ะ

ดูท่าท่่านไป๋จวีอี้จะชอบคำ ๆ นี้นะคะ คำแปลเพราะทั้งสองคำ ภาษาจีีนนี่ลึกซึ้งนะคะ คำ ๆ เดียวแต่มีหลายความหมาย บางคำอยู่ในประโยคก็ต้องตีความ ถึงจะแปลออกมาได้ตรงกับความเดิม ซึ่งคุณDingtechก็ทำได้ดีมาก ๆ

ถามนิดนึง คุณDingtechเก่งภาษาจีนขนาดนี้ ศึกษาด้วยตัวเองหรือว่าได้เรียนจริง ๆ จังคะ


โดย: haiku วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:0:02:39 น.  

 
PhotobucketPhotobucket


โดย: Suessapple วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:0:58:22 น.  

 
^^

^^

^^

ตามมาเดินป่าค่ะ


โดย: Suessapple วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:0:59:10 น.  

 
เรียกชุดนี้ว่า "ดอกไม้ ภูเขา พระจันทร์ แม่น้ำ และแมว

.....

5 รุปแรกเห็นแล้วสดชื่น ชุ่มฉ่ำดีจังเลยค่ะ
ได้บรรยากาศป่าเขา ลำเนาไพร

รูปที่ 6 เป็นรูปที่ถ่ายโดยการใช้แฟรช

รูปที่ 7 ถ้าต้นไม้เตี้ยก็แสดงว่าคนถ่ายสูง
หรือปีนขึ้นไปถ่ายบนต้นไม้อีกต้นนึง

รูปที่ 8 ท้องฟ้าเป็นสีเทา แสดงว่าใกล้มืด
หรือครึ้มฟ้าครึ้มฝนตอนใกล้มืด
เอ๊ะ...แต่ทำไมไม่มีเมฆเลยยยย

รูปที่ 9 หลังจากที่คนถ่ายแหงนหน้าขึ้นถ่ายพระจันทร์
คงจะเมื่อยคอ เลยก้มหน้าหามองมดเป็นนางแบบ
อิอิ...หรือตัวไรมะรู้ หรือว่าปลาคะ

รูปที่ 10 จ๋วยยยยย

รูปที่ 11 สงสารดอกไม้จัง

รูปที่ 12 กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
น้องแมว น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก
แต่ท่าทางน้องแมวจะกลัวคนถ่ายมากๆเลย
ดูสิ...ถ้าทางเธอจะไม่ค่อยไว้ใจคนถ่ายเท่าไหร่

สองรูปสุดท้าย...ดูแล้วไม่อยากให้รัฐบาลตีกันเลยนะคะ
เรากลัวคนตีกันค่ะ กลัวโดนลูกหลง
แว๊บบบบบบบบ
หลบกลับบ้านเราดีกว่า....

PhotobucketPhotobucket


โดย: Suessapple วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:1:18:59 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:7:42:27 น.  

 
มันเป็นกรรมรวมหมู่น่ะครับพี่
เหมือนเรื่องกฏแห่งกรรมที่ผมเคยอ่านมา
ที่พ่อไปฆ่าลิง
แล้วกรรมก็สนองกับลูกตัวเอง
ลูกเกิดมาหน้าตาเหมือนลิงที่ถูกยิงตาย
แล้วลูกก็ตาย....

ผมว่าเราก็เป็นแบบนั้นน่ะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:13:38:57 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:7:56:05 น.  

 
ข้าน้อยซูฮกให้เลย ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณDingtechไม่ได้เรียนภาษาจีนเป็นเรื่องเป็นราว ใช้วิธีศึกษาด้วยตัวเองยังเก่งขนาดนี้ นี่ถ้าได้เรียนจะเยี่ยมยุทธ์ขนาดไหน

อ่านบล๊อคนี้แล้วนึกได้ว่าไม่ได้อัพบล๊อคหยกใสฯมานาน เหลืออยู่อีกไม่กี่บทก็จบเล่มแล้ว ไว้เราอัพแล้วจะมาชวนไปอ่านต่อค่ะ


โดย: haiku วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:10:18:42 น.  

 
ล้ำลึกๆ


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:12:10:02 น.  

 
เชียงใหม่ร้อนจ้าเลยครับพี่
เมื่อวานเจอทั้งลม ฝน และพายุ
ไฟดับไปประมาณ 1 ชั่วโมง
เสร็จแล้วก็ร้อนต่อครับ

สงสัยเป็นพายุฤดูร้อนเท่านั้นเองครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:13:42:00 น.  

 


แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:14:38:13 น.  

 
เข้าบล็อกคุณดิ่งไม่ได้บ่อย ขออภัย

บล็อกวันนี้เรื่องลำนำเพลงพิณผา เพิ่งรู้เรื่อง เพราะบล็อกนี้เอง

คุณดิ่งแปล กวีจีนได้ ขอยกนิ้วให้ครับ

ที่จริงอยากถามมาก ตอบหลังไมค์ผมได้ไหม?

คือเรียนที่เมืองจีนหรือ?

ทึ่ง เรื่องที่เขียนครับ

ผมไม่ค่อยจะประสาด้าน กวี รูปภาพ หรือดนตรีเลย

ตะกี้เปิดยูทูปฟังแล้ว โอ เล่นยากครับ เพลงพริ้วทีเดียว


โดย: yyswim วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:15:44:29 น.  

 
สวัสดียามเย็นค่ะ เครื่องดนตรี ไม่ว่าเชื้อชาติไหนล้วนมีเอกลักษณ์ ฟังทีไรไม่เคยเบื่อเลยค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:17:07:26 น.  

 
ชื่อน่ากลัวจังครับ พิณผีผา ได้ยินอะไรผีๆก็แอบขนลุกซะแล้ว


โดย: Unravel วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:22:15:19 น.  

 
ก๊อกๆ มาขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะครับ


โดย: MM (ongchai_maewmong ) วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:0:11:43 น.  

 
สหายข้า ร่ำสุราพันจอกยังน้อยไป เพราะข้าได้อ่านกวีบทนั้น


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:0:35:34 น.  

 
สวัสดียามเช้าทางโน้นค่ะศิษย์พี่
มาบล็อกนี้ทีไรเหมือนเปิดโลกอีกใบ
เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน


อย่างพิณผีผานี้ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยค่ะ
เสียงพิณออกแนวเศร้ารันทด เหมือนกลอนที่แปล

คำในกลอนเพราะมากค่ะ
มีตอนเดียวคือ แป๋วยังนึกเสียงแจกันเงินไม่ออกค่ะ
ที่นึกไม่ออกอาจจะเพราะไม่รู้ว่าเวลา"เงิน"หล่นแล้วแตกนี่เป็นยังไง นึกออกแต่แจกันแก้วหรือกระเบื้อง

ท่านไป๋จวีอี้เป็นอัมพาตตั้ง 5 ปีก่อนจะเสียชีวิต
นานมากเลยนะคะ


ปล. รูปเมืองกาญจน์เหมือนแถวๆแควน้อย
อาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่ดูรูปแล้วทำให้นึกบ้านญาติที่เคยไปพักค่ะ

แป๋วดูบล็อกต้นมาตั้งแต่วันแรกที่ต้นอัพบล็อกเลยค่ะ
ชอบมาก เป็นช่างภาพในดวงใจเลย


โดย: SevenDaffodils IP: 68.48.3.234 วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:7:48:00 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:7:53:36 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: *~ผัดกะเพราไข่ดาว~* วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:9:30:27 น.  

 
โห เหมือนย้อนอดีดเรยค่ะ คศ....... รูปแกะสลักไม้น่าสนใจมากค่ะ


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:16:16:07 น.  

 
คุณพลทหารเจฟ :

ขอบคุณที่เม้นท์ครับ ผมพยายามเอาศิลปะหลายๆแบบที่มีแก่นสำคัญร่วมกัน
มาอยู่ที่เดียวกัน เพื่อดูผลลัพธ์ว่า อยู่ร่วมหรืออยู่แยกกันดี มันกลมกลืนกัน
หรือว่ามันขัดแย้งกัน
ผมจำไม่ได้ว่าใคร..เคยพูดว่า “Contrast กับ Dischord ทำให้เกิด Harmony”
ฟังแล้วก๊อเง็งๆงงๆอยู่....แต่ก็ดีใจที่คุณ “อิ่มเอมใจ” ครับ


คุณเปิ้ล :

หนีไปเที่ยวไหนแระ แต่เม้นท์รูปถ่ายผมได้เฉียบจัง
รู้กระทั่งว่าน้องแมวมันกลัวผม...เก่งจริงๆ
ไอ้รูปที่ 9 หลังพระจันทร์นั่นน่ะ สำคัญเพราะเกี่ยวกับชื่ออัลบัมนี้ที่ว่า
“......ฤดูฤดีแดสัตว์สู่กันนา” ไม่รู้เจ้าตัวแมลงอะไร สีชมพูสวยน่าชม
แต่พิลึกที่เอาก้นมาติดกัน มาแถวแม่น้ำแควทีไร เจอเขาทุกที
เค้าเรียกตัวอะไรเอ่ย? ใครรู้บอกมั่งฮี่


คุณไฮกุ :

ถ้าผมได้เรียนภาษาจีนผมก็โดดเรียนแน่ๆ นิสัยไม่ดีเลย
อะไรที่ทำเล่น ขี้มักเอาจริง
อะไรให้ทำจริง ดันทิ้งๆขว้างๆ....5555


ตาพรานบุญ :

สหายข้า....ประหยัดสุราแน่ๆ ถ้ามาอ่านกวีบทนั้น
เอ....แสดงว่าข้าน้อยรับอิทธิพลจากซินแสจ่าง แซ่ตั้ง เข้าไปเต็มเปา
ท่านพรานอ่านก่อนหรือหลังซดเบียร์ขอรับ?


คุณสาว :

ผมก็ฟังดนตรีทุกชาติเลย ชอบไปเสียทุกอย่าง
รสนิยม broadspectrum
แต่เล่นเป็นแต่ดนตรีไทย(ซออู้)นะครับ


น้องต้น Unravel :

ผมลองให้กูเกิ้ลแปลบล็อกนี้เป็นภาษาอังกฤษ พิณผีผา = Ghost cliff guitar
คิดอยู่เหมือนกันว่าจะแปลเป็นภาษาแต้จิ๋วดีไหม เรียก พิณปี่แป๊ ดูอ้อแอ้ดี ไม่น่าขนหัวลุก
แต่ก็กลัวหลงว่าเป็นปี่...เลยหยวนน่า เอาภาษาจีนกลางเหมือนเดิม
จริงๆเสียงคำนี้(เขียนคนละแบบ) ยังเป็นชื่อผลไม้ ลูกผีผา หรือลูกปี่แป๊
ที่ฝรั่งเรียก Loquat (Eriobotrya japonica) น่านแหละ


คุณ MM แมวมอง :

อยากดูบล็อกคุณหลายๆบล๊อก แต่เข้าไม่ได้เพราะไม่มีสิทธิ์
ทำไงดีอ่ะ? แหะ แหะ (จ๋อย)


คุณแป๋ว :

ศิษย์น้องอ่านได้ละเอียดจังเลย (แอบภูมิใจ)
วรรคที่มีแจกันเงินเนี่ย ผมเพิ่งเติมคำว่า “เงิน” เข้าไปเมื่อวานนี้เอง
เดิมก็คิดแบบคุณแป๋วว่า พอไปอ่านบล็อกคุณธีรพลมีคำว่า “แจกันเงิน” อ้างที่มาจากบทกวีนี้
จึงกลับไปเช็คต้นฉบับภาษาจีน ท่านไป๋เขียนว่าแจกันเงินจริง...เลยจำต้องรักษาคำตามต้นฉบับ


คุณ nompiaw.kongnoo :

ขอบคุณที่แวะมาเม้นท์ครับ
รูปแกะไม้ได้มาจากญี่ปุ่น แต่ผมเดาว่าเป็นฝีมือคนจีนครับ


โดย: Dingtech วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:17:47:24 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:4:50:42 น.  

 
บทกวีไม่ว่าจะกวีจีนหรือกวีไทย
ล้วนแล้วแต่ให้ข้อคิดเหมือนกัน
นานๆอ่านทีก็ดีเหมือนกันค่ะ


โดย: Yolanrita วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:4:56:35 น.  

 


โดย: amulet108 วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:27:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Dingtech
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]









◉ ภุมราท้าโลกกว้าง . . เกินฝัน

หวังวาดสู่สวรรค์ . . . . . เวิกโพ้น

แท้คืนสู่สามัญ . . . . . . มละตื่น

ยังฉงนงวยโงกโง้น . . . .โง่ตื้นลืมตาย ฯ





Dingtech :

ผมเป็นคนธรรมดา ธรรมดา มาจากบ้านนอก
รักศิลปะทุกชนิด ทุกรูปแบบ ทุกสัญชาติ

รักชาติไทย รักประเทศไทย
รักคนไทยทุกคน จงรักภักดี และ
เคารพสักการะพระมหากษัตริย์ไทย

ยินดีแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆทุกคนครับ





since 16 December 2009





Previous count
283,845 Pageviews

Website counter
Restart count 26-5-2012
New Comments
Friends' blogs
[Add Dingtech's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.