ความจริง-ความดี-ความงาม.........พยายาม-ส่งมอบ-ให้ปวงชน <<<<<<<<<<<<<<<<<
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 

มหากาพย์ พุทธจริต ของท่านอัศวโฆษ : พุทธประวัติฉบับร้อยกรอง












หนังสือเล่มนี้มีความพิเศษอย่างยิ่งคือ

ถ่ายทอดเป็นภาษาไทยจากภาษาฮินดี และสันสกฤต

โดย กรุณา และ เรืองอุไร  กุศลาสัย

นี่คือการแปลจากภาษาเดิมที่ จขบ.คิดว่า

. . . ความแผกเพี้ยนจากการแปลผ่านหลายภาษาคงจะน้อย และตรงความหมายที่สุด




ความจริงแล้วหนังสือเล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลายแง่มุม

ประการแรก เป็นหนังสือเล่าถึงพุทธประวัติเป็นบทกวีร้อยกรอง

ประการที่สอง แต่งโดย มหากวี อัศวโฆษ ซึ่งเป็นปราชญ์ทางพุทธผู้โด่งดังแห่งยุคสมัย

ประการที่สาม แต่งเป็นโศลกสันสกฤต ทำนองเดียวกับรามายณะ ผู้แปลจึงเรียกว่า "มหากาพย์"

ประการสุดท้าย คือแรงบันดาลใจของผู้แปล ท่านแปลเพื่อสนองพระคุณของ "ทูนกระหม่อมชาย"








ผมจะขอเล่าแบบรวบรัดรวมๆไปครับ . . .

ดูรูปเล่มฉบับเก่าเก๋าที่พิมพ์ในงานพระเมรุของท่าน "ทูนกระหม่อมชาย"

จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง  เมื่อ 10 เมษายน พศ.2493

กระดาษกรอบตกกระ ขอบรุ่ยร่วง

ขนาด 19 x 26 ซม.

ภาพประกอบ 2 ภาพ

บทนำ 18 หน้า

เนื้อเรื่อง 88 หน้า

พิมพ์ที่โรงพิมพ์ไทยเขษม ถนนเฟื่องนคร พระนคร

ขุนพิจารณ์ราชหัตถ์ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา 2492

ซื้อมาราคา 350 บาท











...............................


เริ่มด้วย "สมรปณัมพจน์" แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ 3 บท โดย อจ.กรุณา กุศลาสัย (26 ตค.2491)

จากนั้นก็เป็นการแสดงที่มาที่ไปของการจัดพิมพ์ ซึ่งเป็นการพิมพ์แค่บางส่วน

ในคำนำ ผู้แปลกล่าวถึงประวัติและงานนิพนธ์ของท่านอัศวโฆษ

เกี่ยวกับ "พุทธจริต" อจ.กรุณา บอกว่า

"...เป็นวรรณกรรมชิ้นใหญ่ที่สุดที่ท่านอัศวโฆษได้รจนาขึ้น
กล่าวคือ เป็นคัมภีร์ที่พรรณนาพระพุทธประวัติไว้อย่างแจ่ม
แจ้ง ตั้งแต่ประสูติจนถึงนิพพาน  ตลอดจนการแบ่งแยกพระ
ธาตุ   ถ้อยคำที่ท่านอัศวโฆษได้พรรณนาไว้ในคัมภีร์เล่มนี้  
ล้วนเป็นคำที่ได้ร้อยกรองไว้อย่างไพเราะเป็นที่ซาบซึ้ง และ
ได้รับคำสรรเสริญชมเชยจากบรรดานักปราชญ์ทั้งปวง จน
ในที่สุดได้จัดเข้าเป็นวรรณกรรมชั้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งในกลุ่ม
วรรณคดีสันสกฤต"

โศลกเดิมที่เป็นภาษาสันสกฤตได้สูญหายไปมากกว่าครึ่ง
อรรถกถาไม่เหลือแม้แต่บทเดียว
ของเดิมหนังสือนี้มีจำนวน 28 สรรค(บท) รวม 2110 โศลก
ยังเหลือโศลกสันสกฤตเดิมเพียง 14 สรรค  มิหนำซ้ำ
สรรคที่1 และสรรคที่14 ขาดหายไปอีก 100 โศลก
สรุปคือเหลือของเดิมเพียง 1011 โศลก

ผู้แปลได้อาศัยฉบับที่แปลเป็นภาษาจีนและภาษาทิเบต
มาใช้ทดแทนส่วนที่สูญหาย


ส่วนประวัติท่าน อัศวโฆษ อจ.กรุณา ได้เล่าว่า
ท่านเป็นชาวเมืองสาเกต เกิดในตระกูลพราหมณ์  ได้รับ
การศึกษาอย่างดีในสรรพวิทยาการ  ต่อมาท่านเลื่อมใส
ซาบซึ้งในรสพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จึงได้
ปฎิญาณตนเป็นพุทธมามกะ  อุทิศตนเผยแพร่พุทธศาสนา
ผลงานนิพนธ์อื่นของท่านอ้ศวโฆษ ที่สำคัญคือ
1 สูตรลังการ
2 มหายานศรัทโธตปาท
3 วัชรสูจี
4 คัณฑีสโตตรคาถา
5 ราศฎรปาล
6 บทละครอีก 3 เล่ม
7 เสานทรนันท์

................


ในเนื้อเรื่องของ "พุทธจริต" ฉบับแปลนี้ ประกอบด้วย (ดังสารบัญ)


ศุภมัสดุ

บทที่ 1  การประสูติแห่งพระศาสดา
                  ตัวอย่าง โศลกที่ 15
            ครั้นแล้วพระกุมารก็ทรงกวาดพระเนตรไปโดยรอบจตุรทิศ
            ด้วยลักษณาการอันทรงสง่าดุจดังพญาราชสีห์กระจิดหริด
            ตัวฉกาจ  แล้วเธอก็ตรัสประภาษว่า "ดูกรท่านทั้งหลาย
            บัดนี้เราได้เกิดมาเพื่อแสวงหาพระโพธิญาณ อันเป็นแก่น
            สารสำหรับบำเพ็ญหิตประโยชน์แก่ชาวโลก  และการอุบัติ
            ขึ้นในสงสารโอฆ ณ ครั้งนี้ย่อมจะเป็นคราที่อวสานของเรา
            ด้วยหนอท่าน"

บทที่ 2  ทรงเสวยสุขในอันเตปุระ
                  ตัวอย่าง โศลกที่ 49
            แม้องค์ราชันจะมิได้ทรงสละซึ่งเศวตพัสตราเพื่อออกบำเพ็ญ
            บรรพชาเยี่ยงราชฤาษีทั้งหลาย แต่ท้างเธอก็ย่อมทรงยศขจร
            ขจายอยู่เป็นนิตย์  อีกทั้งทรงสถิตอยู่บนวิถีประเทศอันนฤป
            เศรษฐ์อันเรืองยศในกาลกฤตยุค  ท้าวเธอทรงครองความสุข
            อยู่ด้วยการบำเพ็ญตบะ  และทรงบูชายัญอันปราศจากหิงสะ
            อยู่เป็นนิตย์

บทที่ 3  การอุบัติแห่งความเหนื่อยหน่าย
                  ตัวอย่าง โศลกที่ 61
            "จริงหนา! ความตายเป็นสิ่งแน่นอนที่สุดสำหรับมนุษย์ทั้ง
            หลาย แม้กระนั้นชาวโลกอีกมากมายก็ยังตั้งอยู่ในความประ
            มาท  มิได้สำนึกถึงภัยแห่งมนุษยชาติในสังขารแม้แต่สักนิด 
            เราคิดว่าใจจิตต์ของมนุษย์นี้ช่างแกร่งกร้าวเสียนี่กระไร เพราะ
            แม้ว่ามัจจุภัยจะปรากฎอยู่ข้างหน้าเขา  แต่มนุษย์ผู้มัวเมาก็
            ยังคงรื่นเริงละเหลิงใจอยู่อย่างนี้

บทที่ 4  ทรงเลิกใฝ่พระทัยในอิสตรี
                  ตัวอย่าง โศลกที่ 96
            "ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ สหายเอ๋ย! ท่านจึ่งมิบังควรเลยที่จะพยายาม
            หลอกล่อเราให้หลงลุ่มรุมร้อนเร่าอยู่แต่ในกามสุขวิสัย  อันเป็น
            อนารัยต่ำช้าน่าบัดสี เพราะว่าตัวของเรานี้ก็เป็นเพียงสามัญชน
            ผู้หนึ่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ซึ่งยังขังข้อง อยู่ในห้องทุกขรรณพ ย่อมมี
            วันจะต้องประสบแก่ความชราและมรณภาพเป็นแม่นมั่น

บทที่ 5  มหาภิเนษกรมณ์
                  ตัวอย่าง โศลกที่ 78
            "ด้วยเหตุประการฉะนี้แหละ พ่อม้าต้นของอาตมาเอ๋ย  เจ้าจง
            ฟังตามที่อาตมาเฉลยแล้วพึงเข้าใจเอาเถิดว่า  การที่ตัวอาตมา
            ก้าวออกสู่นิษกรัมณ์ครั้งนี้  ย่อมเป็นไปเพื่อกุศลธรรมอันดี อีกเพื่อ
            หิตประโยชน์ อันแสนสุดจะรุ่งโรจน์แห่งเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกทั้ง
            หลาย  ดูกร กัณฐกะปิยสหายของอาตมา เจ้าจงสงเคราะห์ช่วย
            พาเราหนีไปเสียจากที่นี้ ไปให้ตลอดแต่ในเพลาราตรีโดยรวด
            เร็วเถิด จงไปด้วยพลังและวีรภาพอันเลอเลิศของเจ้าผู้ตุรโคตม์
            ไปเพื่อช่วยเราบำเพ็ญหิตประโยชน์เพื่อความสุขของเจ้าเอง -
            และหากจะเชลงต่อไปย่อมไม่ผิด - เพื่อหิตานุหิตแก่ชาวโลกทั้ง
            มวลด้วย"

...............................







อีกเล่มหนึ่งที่ผมมี เป็นฉบับที่พิมพ์ครั้งที่ 5  พศ. 2544

จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ

ขนาดเล่ม 12 x 18 ซม.

จำนวน 256 หน้า   ราคา 130 บาท

สำหรับการพิมพ์ครั้งอื่่นๆคือ

พิมพ์ครั้งที่ 1  พศ. 2493

พิมพ์ครั้งที่ 2  พศ. 2523

พิมพ์ครั้งที่ 3  พศ. 2532

พิมพ์ครั้งที่ 4  พศ. 2536

ปัจจุบันไม่ทราบว่ามีการจัดพิมพ์ใหม่อีกหรือเปล่า


......................


ในฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 อุทิศบูชาพระคุณแด่ อริยสงฆ์ พุทธทาสภิกขุ

และในส่วนท้ายเล่มได้มีการเพิ่มเติมเรื่อง

"พระเจ้าเจ้าอโศกในศิลาจารึก"

ซึ่งเป็นผลงานแปลและรวบรวมเรียบเรียงโดย อจ.เรืองอุไร กุศลาสัย เข้าไปด้วย

ทั้งยังมีการเพิ่มเติมหัวข้อในสารบัญ (ที่ยังมิได้ถ่ายทอด) คือ บทที่ 6 - บทที่ 28

ผมขอคัดลอกมาให้ดูคือ


บทที่ 6  การปลดปล่อยนายฉันทกะ

บทที่ 7  การเสด็จสู่ตโปวัน

บทที่ 8  การพิลาปร่ำไห้ของอันเตปุระ

บทที่ 9  การติดตามค้นหาพระกุมาร

บทที่ 10 พิมพิสารคันตุกะ


บทที่ 11 พรรณนาโทษแห่งกาม


บทที่ 12 ทรงพบกับฤาษีอราฑ

บทที่ 13 มารวิชัย


บทที่ 14 ทรงบรรลุสัมโพธิญาณ


บทที่ 15 ทรงแสดงปฐมเทศนา

บทที่ 16 ทรงมีสานุศิษย์มากมาย


บทที่ 17 ประทานบรรพชาแก่ศิษย์เอก


บทที่ 18 ทรงรับอนาถปิณฑกเศรษฐีไว้ในไตรสรณาคมน์


บทที่ 19 ทรงพบกับพระบิดา


บทที่ 20 ทรงรับไว้ซึ่งเชตวัน


บทที่ 21 สายธารแห่งการบรรพชา


บทที่ 22 ในอุทยานของนางอัมพปาลี


บทที่ 23 ทรงกำหนดพระชนมายุ


บทที่ 24 พระมหากรุณาธิคุณแก่พวกลิจฉวี

บทที่ 25 ระหว่างวิถีสู่นิพพาน


บทที่ 26 มหาปรินิพพาน


บทที่ 27 สดุดีพระนฤพาน


บทที่ 28 ธาตุวิภาค



.................


ในฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 นี้  มีการเพิ่มรูปประกอบ จำนวน 7 ภาพ

วาดโดยศิลปินแดนอาทิตย์อุทัยชื่อ Kosetsu Nosu



1

เทพบุตรทูลเชิญพระโพธิสัตว์เพื่อจุติยังโลกมนุษย์


2

พระนางสิริมหามายาทรงพระสุบินเห็นพญาช้างเผือก


3

ประสูติที่สวนลุมพินี


4

อสิตดาบสเข้าเยี่ยมเจ้าชายสิทธัตถะ


5

ประทับนั่งเข้าปฐมญาณในวันแรกนาขวัญ


6

ทรงทอดพระเนตรพระนางยโสธราและพระโอรส


7

เสด็จออกบรรพชา


..........................................................................................................



หนังสือเก่าอายุ 60+ ปี เล่มนี้  ได้รับการต่ออายุมาหลายครั้ง
ยืนยันว่าเป็นหนังสือดีที่ทรงคุณค่าเล่มหนึ่ง
พุทธประวัติที่แต่งเป็นร้อยกรองมีไม่มากนัก  ไม่ว่าเป็นพากษ์ไทยหรือภาษาอื่น
ท่าน อจ.กรุณา กุศลาสัย บอกว่าตัวท่านแปลเอาความหมายเป็นหลัก
ส่วนการขัดเกลาสำนวนภาษาเป็นฝีมือของภรรยาท่าน คือ อจ.เรืองอุไร อักษรศาสตรบัณฑิต
พุทธจริตที่แปลนี้...ถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นว่าท่านแต่งเป็น ร่ า ย ย า ว มีคำสัมผัสรับกันเป็นจังหวะ
แทรกอยู่ในทุกวรรค  ทั้งศัพท์แสงที่ใช้ล้วนไพเราะอลังการ์งามงด  แต่ก็เข้าใจง่ายไม่ยากเกิน


หนังสือเก่าดีๆที่ขาดการต่ออายุยังมีอีกมากมาย
ทางราชการและเอกชนของเรายังให้ความสำคัญน้อยเกินไป
ผมเองก็ไม่ทราบว่า ค ว ร จ ะ เ ป็ น ห น้ า ที่ ข อ ง ใ ค ร
เพราะมีทั้งกระทรวงวัฒนธรรม  กระทรวงศึกษาธิการ
ย่อยกว่านี้ก็มีหอสมุดแห่งชาติ  มหาวิทยาลัยต่างๆ
แม้สำนักนายกรัฐมนตรี  กองสลากกินแบ่ง  หรือสำนักพระราชวัง
ผมก็เคยเห็นท่านตีพิมพ์หนังสือเก่าดีๆออกมาบ้างประปราย

(สุดแสนจะเสียดายอีกธรรมเนียมหนึ่ง คือหนังสือแจกในงานศพ
ที่เจ้าภาพไปขออนุญาตพิมพ์จากหนังสือในหอสมุดแห่งชาติ
และหอสมุดแห่งชาติจะเป็นผู้แนะนำสรรหาต้นฉบับ จนถึงเขียนคำนำให้
บัดนี้ได้จืดจางลางเลือนหายจนแทบจะไม่เคยเห็นในยุคนี้เลย
ใครควรจะลองศึกษาหาเหตุดูจะดีไหม?
ปะเหมาะเคราะห์ดีเผื่อจะได้หาทางฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เช่น
รัฐจะสนับสนุนลดราคาให้ 50% เป็นต้น
ดีกว่าเอางบประมาณไปละลายแม่น้ำ หรือหว่านอีลุ่ยฉุยแฉก ที่เห็นกันหลายๆโปรเจ็ค)


ส่วนที่ "ราชบัณฑิตยสถาน" ผมไปอ่านภารกิจของหน่วยงานแล้ว
สำคัญและยิ่งใหญ่ทีเดียว  แต่เหตุไฉนจึงง่อยเปลี้ยผลงานไม่ค่อยออก
คงบอกว่า "บ่จี๊"...ไม่มีเซ็กตังค์  เพราะงบประมาณปันให้จี๊ดเดียว
รัดตะบานเอาเงินไปรับจำนำข้าวกับถลุงรับน้ำท่วม...วายป่วงหมดแล้ว
สารานุกรมฉบับอภิอินฟินิตี้เยียร์น่าจะเน่าค้างหลายปีจนล้าสมัยไปแล้วกระมัง
แม้กระนั้นสภาของท่านก็ยังมีความคิดบรรเจิด...ประดิษฐ์ประดอยศัพท์ตามเสียงต่างด้าว
(แบบสำเนียงเพี้ยนๆของคนไทย) จนเกิดประชาพิจารณ์ลือลั่นสนั่นเมือง
ยังดีที่แตะเบรคไว้ทัน . . . มิฉะนั้นสมองเราคงต้องปั่นป่วนชวนท้องไส้ผะอืดผะอม
กับอักขรวิธีที่ผมอยากเรียกว่า "ศัพทวิบัติบัญญัติ"
ท่านราชบัณฑิตอาวุโสอาจจะเบลอเผลอไผลเพราะ dementia ไปบ้าง
จึงนำเสนอแบบ "เจียะป้าบ่สื่อ" (รับประทานอิ่มแล้ว ไร้ภารกิจกระทำ)

ความจริง "ราชบัณฑิต" ของเราคงเอาแบบจากฝรั่งที่เรียกว่า Royal Institute
บางสาขาวิชาชีพเรียกว่า Royal College
ฝรั่งเขาก็เอาแบบมาจากจีนที่เรียกว่า "ฮั่นหลินอะแคเดมี่" (Han-lin Academy - 翰林院)
เป็นสำนักแหล่งรวมปราชญ์ราชบัณฑิตชั้นยอดของประเทศจริงๆ ตัวอย่างเช่น
กวีหลี่ไป๋  กวีไป๋จวียวี่  ท่านโอวหยังซิว  จิตรกรจางเจ๋อต้วน จิตรกรจ้าวเมิ่งฝู่ เป็นต้น


บ่นพอแล้วมาฟังเพลงกันดีกว่าครับ Smiley


.............


คราวนี้ขอเชิญฟัง
เพลงดอกเหมย 3 ท่อน ( 梅花三弄)
บรรเลงโดย 文松  เดี่ยวขลุ่ย 洞簫
วิเวกวังเวงนุ่มนวลไพเราะมากครับ



ขอบคุณ You Tube ที่นำเพลงไพเราะมาสู่เราเสมอมา

................................


ขอบคุณที่แวะมา แล้วเจอกันใหม่

สวัสดีครับ

Smiley Smiley Smiley











 

Create Date : 12 ตุลาคม 2555
14 comments
Last Update : 12 ตุลาคม 2555 7:30:30 น.
Counter : 6830 Pageviews.

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ดิ่ง

หนังสือเล่มนี้ยังไม่เคยอ่านครับ
แต่หนังสือปรัชญาหลายเล่มที่ผมอ่านในช่วงนี้
พูดถึงท่านอัศวโฆษบ่อยมากครับ

เป็นความบังเอิญจริงๆ


ผมเพิ่งอ่านหนังสือเล่มหนาที่จัดพิมพ์โดยราชบัณฑิตยสถาน
ยังคุยกับมาดามเลยครับ
ว่าทำไมหนังสือถึงมีข้อผิดพลาดเยอะมาก
ทั้งในการแปล (สำนวน-ชื่อบุคคล)
และการพิมพ์ผิดครับ

หนังสือที่ทำออกมาน่าจะมีมาตราฐานกว่านี้
ทำหนังสือให้สวยกว่านี้

งบประมาณนั่นมีส่วนมากๆครับ
น่าจะนำมาใช้พัฒนาในส่วนหนังสือให้มากกว่านี้จริงๆครับ





 

โดย: กะว่าก๋า 12 ตุลาคม 2555 6:34:02 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปเที่ยวที่บล็อกค่ะ

 

โดย: โอน่าจอมซ่าส์ 12 ตุลาคม 2555 15:01:20 น.  

 

พุทธประวัติเก่าๆนี้ดีมากครับ ถ้าไม่อยากให้พุทธศาสนาเสือมไปจากบ้านเรา ควรแสวงหาธรรมของพระองค์เป็นอามิสบูชาแทนการสร้างวัตถุบูชาครับ

 

โดย: surya21 (surya21 ) 12 ตุลาคม 2555 17:05:27 น.  

 

มาบอกว่าอยากอ่านเล่มนี้คร๊าบบบบบ
อ.กรุณา กับ อ.เรืองอุไร แปลและเขียนงานเกี่ยวกับอินเดียไว้เยอะมาก สำนวนท่านอ่านเพลินไม่มีเบื่อเลยครับ

 

โดย: Polarbee 12 ตุลาคม 2555 17:31:14 น.  

 

ความรู้ระดับบิ๊กเลยทีเดียว ขอบคุณมากครับ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

โดย: yyswim 12 ตุลาคม 2555 21:00:34 น.  

 

สวัสดียามดึก มาเยี่ยมก่อนนอนค่ะครูดิ่ง

 

โดย: sawkitty 12 ตุลาคม 2555 22:23:01 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ดิ่ง







 

โดย: กะว่าก๋า 13 ตุลาคม 2555 6:34:50 น.  

 

หลายครั้งในชีวิตของผม
มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเกี่ยวข้องครับพี่

แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ในตัวเราเช่นเดียวกัน


 

โดย: กะว่าก๋า 13 ตุลาคม 2555 11:05:45 น.  

 


มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

เรื่องราวในบล็อกนี้สำหรับผมเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและได้ความรู้มาก ๆ เลยครับ ผมก็ไม่เคยได้ทราบถึงหนังสือเรื่องมหากาพย์พุทธจริตเล่มนี้มาก่อนเหมือนกันครับ แต่เท่าที่อ่านแล้วก็เชื่อว่าต้องเป็นหนังสือเก่าที่ทรงคุณค่ามาก ๆ เลยครับ เห็นคุณดิ่งฯ มีภาพหนังสือเล่มเก่าพิมพ์ครั้งแรกมาโชว์ด้วย เห็นแล้วก็ต้องชื่นชมว่าคุณดิ่งฯ เห็นคุณค่าของหนังสือเก่า และก็โชคดีมากที่หาซื้อมาได้ในราคาที่ไม่แพงมากครับ

สำหรับที่บอกว่าเล่มล่าสุดที่พิมพ์ครั้งที่ 5 เป็นของสำนักพิมพ์สุภาพใจนั้น ผมคิดว่าเล่มนี้น่าจะพอมีขายในงานหนังสือที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าแน่ ๆ เลยครับ ว่าแล้วผมก็ต้องจำเอาไว้เวลาที่ไปเดินงานหนังสือผมจะได้ไม่พลาดที่จะมองหาซื้อเล่มนี้มาอ่านด้วยครับ

พูดถึงหนังสือเก่าที่เป็นหนังสือที่ดีเดี๋ยวนี้หายากจริง ๆ ด้วยครับ ไม่ต้องเก่าถึง 60+ ปีอย่างที่คุณดิ่งฯ บอกหรอกครับ แค่หนังสือเก่า 30+ ปีก็หาอ่านได้ยากแล้วครับ ผมเคยตามหาหนังสือของอาจารย์เปลื้อง ณ นคร ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเขียนและการประพันธ์ ผมไปตามหาจากห้องสมุดสาธารณะต่าง ๆ ก็ไม่มีเลยครับ ห้องสมุดสมัยใหม่นี้เค้ามักจะนิยมซื้อแต่หนังสือใหม่เข้ามาเก็บไว้ทั้งนั้นครับ

ส่วนเรื่องที่บอกว่าไม่ค้อยจะมีใครพิมพ์หนังสือเก่าที่ทรงคุณค่าแบบนี้ออกมาใหม่ ผมคิดว่าสาเหตุน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตลาดแน่ ๆ เลยครับ เดี๋ยวนี้หนังสือมีการตลาดที่แข่งขันกันสูง อีกทั้งสื่อประเภทใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นมาเยอะ อาทิเช่น อีบุ๊คส์ หรือสื่อออนไลน์ ทำให้เป็นการสกัดกั้นไม่ให้มีการพิมพ์หนังสือเก่าออกมาใหม่อีกครั้งครับ เดี๋ยวนี้ถ้าอยากจะตามหาหนังสือที่ดี ๆ เล่มใดก็ต้องไปที่หอสมุดแห่งชาติที่เดียว ซึ่งในบางครั้งก็ไม่สะดวกสำหรับผมครับ เดี๋ยวนี้ผมชอบไปอ่านหนังสือที่ TK park ครับ เพราะว่าเป็นห้องสมุดที่อยู่ในห้าง ที่สะดวกสำหรับผมครับ

สำหรับเรื่องหนังสือที่แจกในงานศพนั้น ผมก็เคยได้ยินมาว่ามีหนังสือดี ๆ ที่เป็นหนังสือแจกในงานศพอยู่เยอะเหมือนกันครับ ล่าสุดที่ผมได้ยินมาก็ในงานศพของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช หนังสือที่แจกในงานศพของท่านเค้าว่ากันว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่ามันคือหนังสืออะไร เพียงแต่ได้ยินเค้าพูดบอกต่อกันมาเท่านั้นเองครับ

ส่วนเรื่องราชบัณฑิตนั้นผมไม่อยากจะวิจารณ์ครับ เพราะว่าพี่สาวผมทำงานอยู่ราชบัณฑิตครับ ...อิอิ แล้วเค้าก็ล้มเลิกการเปลี่ยนแปลงนั้นไปแล้วด้วยครับ

อีกนิดนึงที่ผมอยากจะคอมเม้นท์ไว้ในบล็อกนี้ก็คือ เรื่องของภาพประกอบที่คุณดิ่งบอกว่าหนังสือที่พิมพ์ครั้งใหม่มีภาพประกอบ 7 ภาพน้น ไม่น่าเชื่อว่าคนวาดจะเป็นคนญี่ปุ่น อย่างนั้นก็แสดงว่าคนญี่ปุ่นก็เข้าใจในพุทธศาสนาไม่แพ้เราเลยนะครับ

ผมเม้นท์ยาวเกินเลยครับ

งั้นผมไปก่อนนะครับ ...

อิอิ

 

โดย: อาคุงกล่อง 13 ตุลาคม 2555 23:42:21 น.  

 

ดีใจครับที่ได้ชมภาพและสรุปเรื่องของหนังสือเก่าเล่มนี้ การต่ออายุหนังสือเก่าสมัยก่อนเรายังวางใจได้ว่า จะมีการพิมพ์เป็นหนังสืองานศพ เพราะลูกกหลายผู้เสียชีวิตมีความรู้ด้านหนังสือ ก็มักจะสรรหาของดีมาเผยแพร่ต่อ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นครับ หรือค่านิยมเปลี่ยนไปหรือคนสมัยนี้ไม่สนใจแล้ว

ผมเข้าใจว่าหนังสือเก่าส่วนหนึ่งน่าจะอยู่ในมือเอกชนจำนวนมาก ซึ่งเจ้าของหนังสือคงไม่คิดจะเผยแพร่ อีกอย่างเป็นเรื่องจำกัดที่ยุ่งยากมากถ้าจะให้ชมทุกหน้า เคยเห็นเว็บไซค์ของทางการอยู่บ้าง ก็ยังน้อยมาก หากภาครัฐจะมาลงทุนด้านนี้คงจะดีมากครับ

ผมเคยถ่ายภาพหนังสือเล่มบางๆลงบล็อก ขาดหายไปหน้าหนึ่ง ผู้อ่านท่านหนึ่งถึงกลับหลังไมค์มาทวง 2-3 ครั้ง จนผมต้องกลับไปซ่อมหน้านั้น ท่านผู้นั้นจึงสบายใจ

 

โดย: Insignia_Museum 14 ตุลาคม 2555 8:00:41 น.  

 

สวัสดียามดึกค่ะคุณพรี่..

โอยย.. ยิ่งอ่านแล้วยิ่งเสียดายหนังสือคุณภาพที่ปัจจุบันหาได้ยากยิ่ง อาจจะไม่มีแล้วก็ได้..

ดูชื่อจากหน้าปก เข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องที่อ่านและเข้าใจยาก แต่พออ่านจากตัวอย่างที่พี่ดิ่งเอามาลงแล้ว น่าอ่านอ้ะ.. จะใช้คำว่าสนุกก็คงไม่ใช่ รู้แต่้ว่าอ่านแล้วเพลินถึงแม้ศัพท์บางคำจะยาก(สำหรับป้าโซ)ก็ตาม

อ่านแล้วนึกย้อนไปถึงตอนเด็กๆที่ป้าโซได้มีโอกาสเรียนร.ร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นพุทธมามกะเต็มตัวไปเรียนที่วัดมีพระอาจารย์ที่เป็นพระจริงๆสอน ตอนเช้าก่อนจะเข้าห้องเรียนต้องสวดมนต์ชุดใหญ่พร้อมพระอาจารย์ที่กว่าจะจบก็เหน็บกินขาทุกครั้ง จากนั้นก็เข้าห้องเรียน สิ่งที่เรียนคือพุทธประวัตินี่แหละค่ะ แล้วก็เรียนหลักธรรมเช่น อริยสัจ 4 พรหมวิหาร 4 เรียนแค่ครึ่งวันช่วงเช้าวันอาทิตย์ มีสอบด้วยนะคะ


หนังสือที่พี่ดิ่งมีเป็นสมบัติล้ำค่าไปแล้วค่ะ อย่าไปหวังทางการเค้าให้มาจัดการเรื่องพวกนี้เล้ยยยย.. แค่คิดก็เหนื่อยแระ ไม่ต้องมาหัดอ่านหัดเขียนศัพท์บัญญัติใหม่ตอนแก่ก็นับว่าเ็ป็นบุญแล้ว ลาละค่ะคุณพรี่..

 

โดย: ป้าโซ 17 ตุลาคม 2555 20:18:58 น.  

 

เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่ามากๆ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: sawkitty 18 ตุลาคม 2555 19:24:33 น.  

 

แวะมาชมหนังสือหายากค่ะ ขอบคุณครูดิ่งที่อัพบล็อกให้ชม แถมด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ให้ความรู้อย่างละเอียดมาก

โหวตหมวดหนังสือให้ค่า

วันนี้แวะมาดึกมาก เลยเวลานอนแล้ว ส่งครูดิ่งเข้านอนเลยละกัน หลับฝันดีค่ะ

 

โดย: haiku 19 ตุลาคม 2555 0:02:29 น.  

 


แหล่ม หนังสือเล่มนี้เคยเห็นที่หอสมุดแห่งชาติ
ว่าแล้วโหวตตามคุณไฮกุ โหวต BOOK BLOG ค่ะ
หลับฝันดีเน๊าะ

 

โดย: อุ้มสี 19 ตุลาคม 2555 0:25:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Dingtech
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]









◉ ภุมราท้าโลกกว้าง . . เกินฝัน

หวังวาดสู่สวรรค์ . . . . . เวิกโพ้น

แท้คืนสู่สามัญ . . . . . . มละตื่น

ยังฉงนงวยโงกโง้น . . . .โง่ตื้นลืมตาย ฯ





Dingtech :

ผมเป็นคนธรรมดา ธรรมดา มาจากบ้านนอก
รักศิลปะทุกชนิด ทุกรูปแบบ ทุกสัญชาติ

รักชาติไทย รักประเทศไทย
รักคนไทยทุกคน จงรักภักดี และ
เคารพสักการะพระมหากษัตริย์ไทย

ยินดีแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆทุกคนครับ





since 16 December 2009





Previous count
283,845 Pageviews

Website counter
Restart count 26-5-2012
New Comments
Friends' blogs
[Add Dingtech's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.