มิถุนายน 2558

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
14 มิถุนายน 2558
เงินนี้เงินใคร
พอมาอยู่ด้วยกันแล้ว นอกจากการปรับตัวแล้ว
จะต้องมีเรื่องของ "เงิน" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน
มันจำเป็นต้องคุยกันให้รู้เรื่องอีกเหมือนกัน
เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาในอนาคต

สำหรับทางเลือกพื้นฐานปกติก็จะแยกออกเป็น 2 ทาง
1.เงินทั้งหมดใช้ด้วยกัน เข้ากองกลาง
ข้อดี เงินทั้งหมดใช้ด้วยกันคือ ความไว้เนื้อเชื่อใจและรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน
มันจะเน้นแฟ้นมากขึ้น ไม่มีของฉัน ไม่มีของเธอ มีแต่ของเรา
ข้อเสีย เราต้องยอมรับความจริงว่า บางทีการเงินก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังตลอด
ถ้าเกิดมีปัญหา เราจะไม่พูดว่า "เพราะเธอใช้ไปซื้อบลาๆๆๆ..." อะไรแบบนี้ได้มั้ย
เราจะโทษกันตอนนั้นรึเปล่า

2.แยกกระเป๋า เงินใครเงินมัน
ข้อดี คือเราสามารถจัดการเงินของตัวเองได้ มันค่อนข้างเซฟ เงินตัวเอง ยังไงก็งก หรือถ้าเกิดอะไรขึ้น มันก็ไม่โทษกันแน่นอน เพราะตัวเองทำตัวเอง จะโทษใคร
ข้อเสีย เป็นข้อเสียทางจิตใจ มันจะรู้สึกเหมือนมีอะไรแบ่งกั้นบางๆอยู่
ว่าเรายังไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันจริงๆ ที่จะแชร์ทุกอย่างร่วมกัน มันไม่สุด

เรื่องเงินยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเวลาคุยกันมาก
ปฏิเสธไม่ได้หรอก ว่าทุกคนมีความโลภของตัวเอง
มันจะออกหัวออกก้อยกันจริงๆก็ไอ้ตอนคุยเรื่องเงินเนี่ยแหละ 55
คุณชายบอกว่า มาคุยเรื่องเงินกันให้รู้เรื่อง อย่าบอกว่า อะไรก็ได้
เราก็เห็นด้วยเลยนั่งคุยกันแบบเหมือนประชุมงาน
ไม่ได้ตั้งใจจะให้บรรยากาศเป็นแบบนี้หรอก แต่คุณชาย
พูดอะไรแบบนี้มันเหมือนประชุมงานทุกครั้ง 55
เค้าบอกว่า มันกระเป๋ารวมตั้งแต่จดทะเบียนสมรสแล้ว
จะกระเป๋าแยกทำไม สุดท้ายก็สินสมรสอยู่ดี
(โอเค ไม่เถียงเด็กกฎหมาย 55 ที่มโนไปคือเสียพลังงานมาก)

ต่อไปนี้ เป็นวิธีการจัดสรรเรื่องเงินอย่างจริงจัง
(เนื้อหาสาระมาก เพราะคุณชายคิด 55)
*เรากับคุณชายเป็นมนุษย์เงินเดือน*

1.ตอนแรกนั่งคิดก่อนว่า วันนึงใช้ตังเท่าไหร่
ให้คิดแบบกำลังสบายๆ ไม่ใช่คิดเวอร์ชั่นประหยัด ได้จำนวนมาก็เก็บไว้ก่อน

2.ให้ดูว่าใครเงินเดือนน้อยกว่า เอาเงินเดือนที่น้อยกว่าเป็นหลัก
ส่วนเกินของคนที่มากกว่า ให้เอาเข้าบัญชีแยก เป็นเงินฝากสำหรับฉุกเฉิน
(เผื่อค่าหมอ ค่าใส่ซองงานแต่ง ค่าอะไรที่่มันพุ่งเข้ามาแบบไม่ตั้งใจ)
เช่น 100,000 กับ 150,000 ก็เอา 50000 ไปฝากแยกอีกบัญชีนึง

3.เอาส่วนที่เท่ากันมารวม ตามตัวอย่างก็จะ เป็น 200,000 บาท

4.เอาเงิน ข้อ1. มาดู ถ้าสองคนคิดออกมาแล้วต่างกันมาก ให้ปรับ
จะปรับขึ้นปรับลงก็แล้วแต่ แต่พยายามให้มันเท่าๆกัน จะได้ไม่เหลื่อมล้ำ
สมมติกะว่าใช้วันละ 500 ก็คูณ 31 วัน (คิด 31 ไปเลย วันไหนมี 30 ก็กำไร)
มันจะได้ 15,500 ก็หักออกจากกองกลางเพื่อให้ทั้งสองคนใช้
เป็น 200,000 - 31,000 = 169,000

5.เอาบิลค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมันรถ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซื้อของใช้ ฯลฯ
ในเดือนที่แล้วมาอ้างอิง แล้วก็คำนวนว่าใช้ตังกันไปเท่าไหร่
ให้หักไว้ แล้วไปฝากบัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายในบ้าน
*ส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถควบคุมได้ เพราะฉะนั้น จะต้องพยายาม
ควบคุมให้มันเท่าเดิมหรือประหยัดให้ได้*

6.มันก็จะเหลือตังหลังจากหักค่าใช้จ่าย แบ่งเป็น 2 ก้อน (ก้อน70% และก้อน 30%) ก้อน 30% ไปฝากอีก เป็นบัญชีเงินฝากอันนี้ฝากไว้งั้นแหละ ให้รู้ว่ามีเงินสำรอง ไม่ให้ทำเอทีเอม ต้องถอนยากๆหน่อย เปิดเป็นบัญชีร่วม 55

7. ก้อนที่สอง 70% ให้แบ่งเป็นครึ่ง ครึ่งนึง เก็บไว้เป็นเงินใช้ จะซื้ออะไรบันเทิงก็ก้อนนี้เลย

7.เงินที่เหลืออีกครึ่งก็เอาไปสมทบกับเงินฉุกเฉิน
(จะเห็นได้ว่า สุดท้าย ไม่ใช่แค่คนเงินเดือนมากกว่าจะต้องจ่ายเงินฉุกเฉินเท่านั้น
แค่จ่ายมากกว่าเฉยๆ 55)

กฎเบื้องต้นการใช้เงิน
(จริงๆคุณชายเขียนออกมาเป็นแบบปฏิบัติเลย
อย่างกะประมวลกฎหมาย55 แต่เราเอามาให้ดูคร่าวๆก็พอ มันหนักหัว)

1.จะซื้ออะไรให้ดูจากเงินบันเทิงก่อน ถ้าไม่พอ พยายามเก็บเพื่อไปซื้อ
ไม่ใช่เบิกจากก้อนอื่นมา ถ้าอยากได้จริงๆ คุยกันอีกที

2.ถ้าประหยัดเงินค่าใช้จ่ายได้ เงินส่วนเกินก็เอาไปใช้บันเทิง

3.จะใช้เงินฉุกเฉิน ต้องลงบัญชีทุกครั้งว่าเอาไปทำอะไร อีกคนต้องรับรู้

4.เงินให้ป๊าม๊า พ่อแม่ ให้เอาจากเงินฝากบัญชีร่วม

5.เงินบัญชีร่วม อนาคตจะเป็นเงินของลูก (จะใช้ก็คิดนิดนึงว่าจะกระเทือนบัญชีนี้มั้ย 55)

คร่าวๆคือประมาณนี้
การใช้เงินของเรากับคุณชายมีกฎเกณฑ์ที่เยอะเหมือนกัน
ฟังแล้วอาจจะคิดว่า ทำไมจะต้องวุ่นวายขนาดนี้
คนอื่นจะยังไงไม่รู้ แต่เรายอมรับว่า เราสบายใจที่เค้าเป็นแบบนี้
เพราะว่ารู้สึกครอบครัวตัวเองมีแบบแผน มีระเบียบ สามารถจัดการอะไรให้ชัดเจน
เงินไหนคือเงินอะไร ใช้อะไร มันทำให้เรารู้สึกปลอดภัย
อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรในอนาคต เราคงจะจัดการเรื่องเงินกันได้ไม่ยากนัก
คิดไปคิดมาก็เข้าใจว่า อื้มเรื่องมากขนาดนี้
คุณชายอยู่กับคนอื่นไม่ได้หรอก ต้องอยู่กับเราเนี่ยแหละ เพราะเรายอม 5555



Create Date : 14 มิถุนายน 2558
Last Update : 14 มิถุนายน 2558 10:31:44 น.
Counter : 2652 Pageviews.

4 comments
  
สุดยอดไปเลยค่ะน้องหก
โดย: P'nui IP: 171.96.173.231 วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:10:40:18 น.
  
ยอดเยี่ยมมากค่ะ! สมครวเป็นแบบอย่างของประชาชนมาก! นู๋จะปฏิบัติตามให้ได้ 5555
โดย: Kongkwan IP: 171.96.167.4 วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:10:53:32 น.
  
มันอาจจะดูเหมือนยุ่งยากเนอะพออ่านแบบนี้
แต่ถ้าทำได้มันจะดีมากๆ และคงชินไปเอง
คือปฏิบัติอาจจะยาก แต่เข้าใจง่ายกว่าทฤษฎี
พี่ชอบแนวคิดนี้นะ มันเห็นอนาคตมากกว่าสร้างวิมาน 555

อยากฟังเรื่องราวอื่นๆ ด้วยน้า มีอะไรดีๆ แชร์อีกอิๆ
โดย: แป้ง IP: 27.55.156.115 วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:12:15:34 น.
  
หนูชอบข้อห้าอ่ะ 555555555555555555555555
อ่านซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็ยิ้ม ตามด้วยหัวเราะดังมาก
จนแม่หนูต้องผละจากฝ่าบาทมาถามเลยว่า
เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น 55555
(ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูแค่ฟินนนน 55555555)

ระบบนี้สุดยอดเลย สมกับเป็นพี่คุณชาย
สมกับเป็นเด็กนิติมากกกก คิดเป็นระบบสุดๆ
ซึ่งมันดีมากเลย อาจจะดูเยอะสิ่ง แต่เรื่องนี้มันสำคัญมากเลย
และหนูเห็นด้วยนะ ที่มีแค่พี่เพจคนเดียวอ่ะที่ยอมได้
เกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆ อ่ะพี่สองคน

ดูแลสุขภาพนะค้าาาา
ตามติ่งอยู่เสมออออออ
รักมาก :)
โดย: โตแมง. IP: 125.24.154.230 วันที่: 16 มิถุนายน 2558 เวลา:21:06:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
จะว่ายังไงดีล่ะ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 154 คน [?]



Facebook Fanpage :: จะว่ายังไงดีล่ะ
New Comments