ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
จำไว้ พวกเราบ่มเพาะเด็ก ไม่ใช่ดอกไม้

จำไว้ พวกเราบ่มเพาะเด็ก ไม่ใช่ดอกไม้

เดวิด – เพื่อนบ้านผม มีลูกสองคน คนหนึ่งอายุ 5 ขวบ อีกคนอายุ 7 ขวบ วันหนึ่ง เขากำลังสอนลูกชายวัย 7 ขวบใช้เครื่องตัดหญ้า ขณะที่กำลังสอนว่าจะบังคับเลี้ยวเครื่องตัดหญ้าอย่างไรนั้น ภรรยาของเขาก็เรียกเขาเพื่อถามอะไรบางอย่าง เดวิดเพิ่งจะหันหลังไป ลูกชายของเขาก็เข็นเครื่องตัดหญ้าไปที่แปลงดอกไม้ พอเครื่องเข็นผ่านเท่านั้นแปลงดอกไม้ก็ราบพนาสูญไปทันที
เดวิดหันกลับมาเห็นเข้า เขาเริ่มคุมตัวเองไม่ได้ แปลงดอกไม้ที่เขาทุ่มเวลาและหยาดเหงื่อประคบประหงมจนเพื่อนบ้านชื่นชมและอิจฉาไปตามๆ กันพังพินาศไปแล้ว เขาตะคอกใส่ลูกชาย ภรรยาของเขาเดินเข้ามาอย่างเร็ว วางมือบนไหล่เขาและพูดว่า “ เดวิด โปรดจำไว้ พวกเราเลี้ยงลูกอยู่นะ ไม้ใช่เลี้ยงดอกไม้ “
คำพูดของภรรยาเดวิดสกิดผมให้ตื่น คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเข้าใจว่าอะไรสำคัญกว่า ความเชื่อมั่นและเคารพตนเองของเด็กสำคัญกว่าวัตถุใดๆ ที่ถูกกระทำเสียหายไป กระจกหน้าต่างที่ถูกลูกบอลกระแทกแตก
โคมไฟที่ล้มแตกหรือกระทั่งถ้วยชามในครัวที่ตกแตกก็เหมือนกัน ดอกไม้ก็ตายไปแล้ว พวกเราต้องจำไว้ว่าอย่าได้ทำให้ดวงใจน้อยๆ ของเด็กต้องแตกไป ถ้าเราทำให้ดวงใจที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตของเด็กกลายเป็นด้านชา ความสูญเสียก็จะหนักยิ่งขึ้น
...............
หลายอาทิตย์ก่อน ผมไปซื้อชุดกีฬาชุดหนึ่งและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเจ้าของร้านเกี่ยวกับปัญหาการเป็นพ่อแม่คน เขาบอกผมว่า ตอนที่เขาและภรรยาพาลูกสาววัย 7 ขวบไปรับประทานอาหารค่ำข้างนอก ลูกสาวของเขาทำแก้วน้ำหก พ่อและแม่ช่วยเธอเช็ดน้ำที่เจิ่งนองโดยไม่ได้ตำหนิเธอเลย ลูกสาวเงยหน้าและพูดกับพวกเขาว่า “ พ่อกับแม่รู้ไหม หนูขอบคุณพ่อและแม่มากที่ไม่ได้ดุหนูเหมือนกับพ่อแม่คนอื่นๆ พ่อแม่ของเพื่อนส่วนใหญ่จะตวาดเสียงดังแล้วอบรมสั่งสอนว่าต้องระวังและใส่ใจให้มากกว่านี้ ขอบคุณพวกท่านที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น “
ครั้งหนึ่ง ผมทานอาหารค่ำกับเพื่อน เรื่องราวที่คล้ายกันก็เกิดขึ้น ลูกชายวัย 5 ขวบของเขาทำแก้วนมหกเต็มโต๊ะ ในขณะที่พวกเขาเริ่มตำหนิเด็ก ผมแกล้งทำแก้วน้ำหกบ้าง ผมอธิบายว่าผู้ใหญ่อายุ 48 อย่างผมยังทำแก้วน้ำหกเลย เด็กชายเรื่มยิ้มได้ และพ่อแม่ของเขาก็เริ่มเข้าใจความหมายของผมและหายโกรธ พวกเราลืมได้อย่างง่ายดายเลยว่าเรายังคงต้องศึกษาและฝึกฝน
.........
มีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งได้รับรางวัลงานวิจัยดีเด่น ผู้สื่อข่าวจากสำนักพิมพ์หนึ่งไปสัมภาษณ์เขา ถามว่าเหตุใดเขาจึงมีพลังสร้างสรรค์มากกว่าคนอื่น เหตุปัจจัยอะไรทำให้เขาเหนือผู้อื่น
เขาตอบว่า นี่ล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับประสบการณ์ในวัยเด็กที่แม่ของเขามอบให้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาอยากจะลองหยิบขวดนมออกจากตู้เย็น แล้วขวดนมก็ตกลงพื้น น้ำนมเจิ่งนองไปทั่วเหมือนเป็นทะเลนม
แม่ของเขามาที่ครัว แต่ไม่ได้เอะอะเสียงดัง เธอพูดว่า “ โอ้ เก่งมากที่สามารถทำได้วุ่นวายขนาดนี้ แม่ไม่เคยเห็นหนองนมที่ใหญ่ขนาดนี้ ไหนไหนก็เป็นเช่นนี้แล้ว ก่อนที่พวกเราจะทำความสะอาดมัน ลูกอยากจะเล่นที่หนองนมนี้สักหลายนาทีไหม “
เขาก็ลงเล่นจริงๆ หลายนาทีผ่านไป แม่ของเขาพูดว่า “ ลูกต้องรู้ไว้ว่า ทุกครั้งที่ก่อความวุ่นวายแล้ว ทางที่ดีที่สุดลูกต้องจัดการมันให้สะอาดด้วย ทำให้ทุกอย่างเหมือนเดิม ตอนนี้ ลูกอยากทำอย่างนั้นไหม
พวกเราใช้ได้ทั้งฟองน้ำซับ ไม้ม็อบถูพื้น หรือว่าผ้า ลูกชอบแบบไหน “ เขาเลือกฟองน้ำ และแล้วแม่ลูกก็ช่วยกันทำความสะอาดนมที่นองเต็มพื้น
แม่ของเขาพูดอีกว่า “ ลูกต้องเรียนรู้ว่า เราจะใช้มือเล็กๆ นี้จับขวดนมใบใหญ่นี้ได้โดยไม่พลาดอีกอย่างไร พวกเราไปหลังบ้านกันเถิด เอาน้ำใส่ขวดให้เต็ม แล้วทดลองดูว่าลูกจะยกมันขึ้นไหม “ เด็กชายตัวน้อยเรียนรู้แล้วว่าถ้าเขาใช้สองมือจับที่ใกล้ปากขวดเขาก็จะจับมันได้อย่างมั่นคง ชั้นเรียนนี้ช่างวิเศษนัก
นักวิทยาศาสตร์มีชื่อผู้นี้กล่าวว่า ณ. นาทีนั้นเขารู้ว่าเขาไม่ต้องกลัวที่กระทำผิดพลาดไป นอกจากนี้
เขายังเรียนรู้อีกว่าความผิดพลาดก็คือโอกาสที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การทดลองวิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน แม้หากทดลองแล้วล้มเลว เราก็ยังสามารถเรียนรู้คุณค่าของมันได้
ถ้าหากพ่อแม่ของทุกคนเป็นเหมือนอย่างแม่ของเขาก็ดีสินะ
..........
หลายปีก่อน มีผู้พูดในสถานีวิทยุแห่งหนึ่งว่า เรื่องเช่นนี้ก็เหมาะที่จะนำมาใช้ในความสัมพันธ์ระหว่างผู่ใหญ่
มีหญิงสาวคนหนึ่งขับรถกลับบ้านและประสบอุบัติเหตุชนกับรถอีกคันหนึ่ง บังโคลนรถเสียหาย
รถคันนี้เพิ่งจะซื้อใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอไม่รู้จะอธิบายกับสามีว่าอย่างไรดี
คนขับรถคู่กรณีต้องการจะจดหมายเลขบัตรอนุญาติขับขี่และทะเบียนรถ ขณะที่เธอดึงเอกสารออกจากซองสีน้ำตาล กระดาษแผ่นหนึ่งตกลงมา บนกระดาษเป็นลายมือของสามีเธอเอง เขียนว่า “ หากเกิดอุบัติเหตุ........จำไว้ ที่รัก...สิ่งที่ผมรักคือคุณ ไม่ใช่รถ “
*** ความเสียหายของสิ่งของใดๆ จะนำมาเปรียบกับการที่คนที่เรารักถูกทำร้ายจืตใจได้อย่างไรกัน

*****



Create Date : 08 กรกฎาคม 2553
Last Update : 8 กรกฎาคม 2553 16:51:18 น. 0 comments
Counter : 185 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

syrubbocaboro
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add syrubbocaboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.