ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
จุดไฟศักดิ์สิทธิ์ในดวงใจ

วันหนึ่ง เพื่อนเล่านิทานให้ฟังเรื่องหนึ่ง
“มีเด็กหญิงอายุ 11 ปีคนหนึ่ง แขนของเธอเป็นเนื้องอก ต่อมาต้องตัดแขนทิ้ง แต่แผลเกิดติดเชื้อทำให้อาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ” เพื่อนถอนหายใจนัยตาเป็นประกาย “หมอบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร แต่เธอจะอยู่ได้ไม่เกินสองปี”
“เมื่อแม่ของเด็กรู้ว่าลูกสาวหมดทางรักษา เศร้าเสียใจปริ่มจะขาดใจ เธอตัดสินใจว่าจะให้ลูกสาวใช้ช่วงเวลาของชีวิตที่เหลือน้อยนิดนี้อย่างมีความสุข เด็กหญิงไม่สามารถขยับตัวได้ จะกินข้าวดื่มน้ำล้วนต้องมีคนป้อน จะขับถ่ายต้องมีคนคอยช่วย ผู้เป็นแม่ทำหน้าที่อย่างสุดจิตสุดใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งปี ผู้เป็นแม่รู้สึกทนไม่ไหวแล้ว ผู้เป็นแม่เป็นชาวคริสต์ เธอจึงอธิษฐานกับพระผู้เป็นเจ้าให้พาลูกของเธอกลับไป ตอนแรกก็ยังแอบอธิษฐานไม่ให้ลูกเห็น ต่อมาก็อธิษฐานข้างๆ ที่นอนลูก ตั้งแต่วันแรกที่เด็กหญิงล่วงรู้ถึงคำอธิษฐานเป็นต้นมา ก็ไม่สนใจแม่ของเธออีกเลย จิตใจยิ่งห่อเหี่ยวลงทุกวัน กินน้อยลง คืนวันหนึ่งก็จากโลกนี้ไปในที่สุด”
เพื่อนน้ำตาคลอเบ้า น้ำเสียงเริ่มสั่น “คำอธิษฐานของผู้เป็นแม่ก็มีสาเหตุทางภาวะวิสัย เพราะว่า ประการแรก การทุ่มเทดูแลเด็กหญิงทำให้ละเลยการเอาใจใส่ต่อสามีและลูกคนอื่นๆ ประการที่สอง เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปกับการที่ต้องเห็นลูกทุกข์ทรมานกับอาการกำเริบของโรค แต่ว่า........” เสียงของเพื่อนที่เล่าอยู่ดังขึ้นทันใด “แต่ว่าเด็กหญิงสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี หมอที่เป็นน้องของผมบอกผมเอง การที่เด็กต้องตายไปก่อนเวลา เป็นเพราะคำอธิษฐานของแม่ทำให้ความหวังในการมีชีวิตของเธอสลายลง”
นิทานเรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงวรรณกรรมของสื่อเถี่ยเซิงเรื่องหนึ่งชื่อ “ชีวิตดุจสายพิณ”
นิยายเรื่องนี้เขียนถึงคนตาบอดสองคน คนหนึ่งแก่อีกคนหนึ่งหนุ่ม คนแก่เป็นอาจารย์ส่วนคนหนุ่มเป็นลูกศิษย์ พวกเขาเร่ร่อนอยู่กลางหุบเขาเป็นปี ๆ เล่านิทานอ่านหนังสือให้กับชาวเขาเพื่อแลกกับอาหารสามมื้อ ข้างในพิณไม้ของเฒ่าตาบอดมีตำรายามหัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่ อาจารย์ของเขาใส่มันเข้าไปในพิณเอง ขณะนั้นเขายังหนุ่มดวงตาทั้งคู่เกิดบอดขึ้นกระทันหัน เขาทุกข์ทรมานจนเกือบฆ่าตัวตาย พอดีได้พบกับอาจารย์ อาจารย์ได้มอบพิณไม้ที่มีตำรายาอยู่ข้างในนี้ให้แก่เขาและบอกว่า “ไปดีดพิณและร้องเพลง รอกระทั่งดีดจนสายพิณขาดรวบรวมได้จำนวน 1000 เส้น แล้วนำสายพิณ1000 เส้นนี้มาเป็นตัวนำยา เจียดยาให้ครบตามตำรายา ก็จะสามารถรักษาตาที่บอดของเธอได้”
รักษาตาที่บอดได้กลายเป็นความศรัทธามุ่งมั่นในชีวิตของเฒ่าตาบอด ดีดสายพิณจนขาดครบ 1000 เส้นเป็นเป้าหมายชีวิตของเขา
เฒ่าตาบอดเร่ร่อนดีดพิณไปทั่ว สายพิณขาดที่พาดบนบ่าของเขานับวันมากขึ้นเรื่อย ๆ เส้นผมบนศรีษะของเขานับวันก็ยิ่งกลายเป็นสีขาวมากขึ้น จากชายหนุ่มรูปร่างแข็งแรงบึกบึน หน้าตาหล่อเหลาก็กลับกลายเป็นชายแก่หลังค่อม แต่ความหวังในใจของเขาไม่เคยดับมอด เขากระหายใคร่ที่จะเห็นความงดงามของโลกใบนี้อีกครั้ง
ในที่สุด สายพิณเส้นที่ 1000 ถูกดีดขาดลงแล้ว เฒ่าตาบอดแบกขดสายพิณที่ขาดพร้อมกับพิณของเขาเข้าไปในร้านขายยา หลังจากเจ้าของร้านยาหยิบเอาใบตำรายาออกมา ต้องตกใจตลึงงันอยู่นาน เฒ่าตาบอดเร่งรัดให้เขาอ่านตำรายาให้ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าของร้านพูดเสียงเบา ๆ ว่า “ในนี้....ในนี้ไม่ได้เขียนอะไรไว้เลย เป็นเพียงกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง”
เฒ่าตาบอดล้มลงไปทันที ในชั่วพริบตา เขาเข้าใจในความเหนื่อยยากลำบากใจของอาจารย์ และก็เข้าใจได้แล้วว่าเขาจะไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่ว่า เขาจะตายที่นี่ไม่ได้ เขาคิดถึงหนุ่ม
ตาบอด
กลางดึก เขามาถึงข้างกายของหนุ่มตาบอด เปิดพิณของหนุ่มตาบอดออกอย่างเงียบๆ เอาการะดาษเปล่าแผ่นนั้นใส่เข้าไปอย่างเงียบ ๆ ยื่นให้กับหนุ่มตาบอดแล้วพูดขึ้นว่า
“ไม่ใช่ 1000 เส้น แต่เป็น 1200 เส้น ฉันจำผิดไปเอง ฉันไม่มีเวลาดีดพิณอีกแล้ว ตำรายานี้มอบให้แก่เธอ รอให้เธอดีดสายพิณขาดครบ 1200 เส้นเมื่อไร จงเจียดยาตามตำรานี้ให้ครบ ก็จะสามารถรักษาตาของเธอให้หายได้”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เฒ่าตาบอดตายแล้ว ทว่า หนุ่มตาบอดเริ่มต้นต่อสู้อย่างมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อสายพิณ 1200 เส้น
สิ่งที่เฒ่าตาบอดส่งต่อให้กับหนุ่มตาบอดนั้นหาใช่กระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง แต่เป็นไฟกระถางหนึ่ง กระถางไฟทีศักดิ์สิทธิ์ ภายในไฟศักดิ์สิทธิ์นี้ซุกซ่อนไว้ซึ่งพลังแห่งชีวิตและพลังแห่งความหวัง
มีชายชราอีกคนหนึ่ง เขาไม่มีอะไรที่ต้องผูกพันและห่วงใยอีกในโลกนี้ วันวันนั่งอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายบนเก้าอี้ไม้ไผ่ อาบแดดไปพลางรอคอยการมาเยือนของยมทูตไปพลาง
แต่มาวันหนึ่ง เขาค้นพบว่าตนเองยังตายไม่ได้ เพราะว่าเขาพบกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกทอดทิ้ง เธอยังอายุน้อยมาก หากไร้ซึ่งคนคอยดูแล คืนนี้ก็อาจจะหนาวตายบนถนน
ชายชราลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ เขาพูดกับตัวเองว่า
“ฉันยังตายไม่ได้ ฉันยังตายไม่ได้ ฉันยังตายไม่ได้”
ชายชราเริ่มต้นเก็บหาขยะจากทุกมุมในเมือง เงินที่แลกมาได้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กหญิงในการไปโรงรียน กินข้าวและซื้อเสื้อผ้า
ชายชราพูดกับตัวเองทุกเช้าค่ำว่า “ฉันยังตายไม่ได้ ฉันยังตายไม่ได้ ฉันยังตายไม่ได้”
เป็นเช่นนี้เป็นเวลา 20 ปี เด็กหญิงเติบใหญ่และเรียนจนจบมหาวิทยาลัย และเมื่อเธอได้พบรักและแต่งงานแล้ว ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่ พูดกับตัวเองว่า “ฉันตายได้แล้ว”
ไม่ต้องสงสัยว่า ชายชรายืดอายุออกไปอยู่ได้อีก 20 ปี เป็นเพราะว่ามีอะไรมาจุดไฟศักดิ์สิทธิ์ในดวงใจของเขาให้ลุกโชนขึ้นมา
***คนเราล้วนมีไฟศักดิ์สิทธิ์ในดวงใจด้วยกันทั้งนั้น วันใดได้รับการจุดติด ก็จะทำให้ผู้คนรับรู้ถึงความสง่าผ่าเผยและเสน่ห์แห่งชีวิต และแล้วทำให้คนเรายอมรับความจริงได้อย่างสงบนิ่ง เผชิญหน้ากับความเป็นจริง และสร้างสรรค์ชีวิตให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างกระตือรือร้น
*****












Create Date : 09 กันยายน 2554
Last Update : 9 กันยายน 2554 8:17:29 น. 0 comments
Counter : 227 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

syrubbocaboro
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add syrubbocaboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.