ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
ติของจึงเป็นคนซื้อของ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมไปซื้อผลไม้ในตลาด พ่อค้าผลไม้ที่สนิทกับผมกำลังพบกับลูกค้าที่จู้จี้คนหนึ่งอยู่พอดี
“ ผลไม้นี่ดูเน่าเน่า กิโลละ 50 เหรียญเลยหรือนี่ “ ลูกค้าหยิบผลไม้ขึ้นดูซ้ายทีขวาที
ลูกค้าถาม “ กิโลละ 40 เหรียญละกัน ไม่งั้นผมไม่ซื้อ “
พ่อค้ายังคงยิ้มและตอบว่า “ คุณครับ หากผมขายให้คุณ กิโลละ 40 เหรียญ แล้วผมจะตอบคนซื้อก่อนหน้านี้ได้อย่างไรกัน “
“ แต่ว่า ผลไม้ของคุณเน่าออกอย่างนี้ “
“ ไม่หรอก ถ้าสวยกว่านี้คงต้องขายกิโลละ 100 เหรียญแล้วล่ะ “ พ่อค้ายังคงยิ้มแล้วตอบ
ไม่ว่าท่าทีของลูกค้าจะเป็นอย่างไร พ่อค้ายังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า และยังคงยิ้มอย่างเป็นกันเองเหมือนครั้งแรก
ลูกค้าแม้จะติโน่นตินี่ สุดท้ายก็ยอมซื้อในราคากิโลละ 50 เหรียญ
รอจนลูกค้าคนดังกล่าวจากไปแล้ว พ่อค้ายิ้มและพูดกับผมว่า “ คนติของจึงจะเป็นคนซื้อของตัวจริง “
“ ติของจึงเป็นคนซื้อของ “ เป็นคำพื้นบ้านของไต้หวัน ความหมายก็คือ มีแต่คนที่รู้จักติสินค้าว่าไม่ดีเท่านั้นจึงเป็นคนมืออาชีพ ถ้าเรามั่นใจในคุณภาพของสินค้าตนเองแล้ว ก็ไม่ต้องไปกลัวว่าเขาจะติ คนเป็นมืออาชีพจะต้องรู้จักของอย่างแน่นอน
ผมมองดูหน้าพ่อค้ารู้สึกนับถือในใจขึ้นมาทันที เขาไม่สนใจว่าผู้อื่นจะติเตียนผลไม้ของเขาอย่างไร และยังไม่โกรธแม้แต่น้อย ไม่เพียงแต่ได้รับการอบรมมาดี และเพราะมีความเชื่อมั่นในผลไม้ของตัวเองด้วย พวกเรายังไม่อาจเปรียบกับพ่อค้าได้เลย ปกติถ้ามีคนมาว่าเราคำสองคำ พวกเราก็จะอารมณ์เสียพูดไม่ออก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะยิ้มแย้มกับเขา

*** เมื่อผู้อื่นวิจารณ์เรา โดยทั่วไปแยกได้เป็นสองอย่าง คือตักเตือนด้วยความปรารถนาดี หรือไม่ก็เป็นการโจมตีให้ร้าย ก่อนอื่นต้องมั่นใจในตนเอง ประการต่อมาอย่ารีบโต้ตอบ รับฟังดูว่าสิ่งที่ผู้อื่นพูดมานั้นมีเหตุผลหรือไม่

*****




Create Date : 26 ตุลาคม 2553
Last Update : 26 ตุลาคม 2553 7:34:40 น. 1 comments
Counter : 178 Pageviews.

 
หลายคนจึงไปซื้อในห้าง


โดย: jejeeppe วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:12:29:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

syrubbocaboro
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add syrubbocaboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.