จะเกิดอะไรถ้าไทยเลิกภาษีทั้งสิ้นเว้นภาษีที่ดิน
ที่ดินหมายความรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นภาษีที่ดิน นอกจากหมายถึงภาษีซึ่งคิดตามมูลค่าที่ดินหรือค่าเช่ารายปีตามที่ควรจะเป็นแล้ว ยังหมายถึงค่าทรัพยากรธรรมชาติที่ดึงขึ้นมาใช้หมดเปลืองไป ค่าก่อมลภาวะแก่โลกไม่ว่าจะเป็นทางพื้นดิน ทางน้ำ หรือทางอากาศ แถมด้วยค่าเอกสิทธิ์สัมปทานสำหรับการประกอบการที่มีลักษณะผูกขาด

กระบวนการนั้นจะกินเวลายาวนานหลายสิบปี กว่าเราจะสามารถเก็บภาษีมูลค่าที่ดินได้เต็มที่เท่าค่าเช่าที่ควรเป็น ซึ่งก็หมายถึงว่าการลด/เลิกภาษีจากการทำงานและการลงทุนจะต้องใช้เวลานานตามไปด้วยกัน เพื่อรักษารายรับของรัฐไว้ให้พอกับรายจ่ายไปทุกปี และบางทีอาจไม่สามารถนำระบบนี้มาใช้ได้เลย

ขั้นแรก การเผยแพร่ (คงต้องทำโดยผู้มีศรัทธาแรงกล้า เสียสละ และมีความสามารถจัดตั้งเครือข่ายผู้ที่สนใจศึกษาและเห็นดีด้วย) ให้ประชาชนส่วนใหญ่รู้ถึงความยุติธรรมและผลดีของระบบภาษีใหม่นี้ ซึ่งก็นับว่ายากมากแล้ว และยังจะมีการต่อต้าน การใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริงจากฝ่ายที่เสียประโยชน์อันมิพึงได้นี้อีกอย่างรุนแรง แต่จะทำให้ผู้คนเริ่มรู้จักระบบภาษีนี้มากขึ้น และอาจมีบางส่วนไม่กล้าสะสมที่ดินโดยหวังว่าจะได้กำไรจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นอีกต่อไป

ขั้นที่ 2 สมมุติว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบด้วยแล้ว มีท่าทีว่าจะสามารถเลือกผู้แทนเข้าสภาครั้งใหม่ได้เสียงข้างมากสนับสนุน คราวนี้เจ้าของที่ดินรายใหญ่ก็จะหาทางขายที่ดินของตนที่ปล่อยว่างไว้หรือใช้ประโยชน์น้อยไป ถึงแม้การเก็บภาษีที่ดินจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นปีละเล็กน้อย เช่น ร้อยละ 2 หรือ 3 ของค่าเช่าที่ดินที่ควรเป็นก็ตาม การแข่งกันขายที่ดินก็คงจะทำให้ราคาที่ดินลดลงมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะรู้กันอยู่ว่ายิ่งนานภาษีที่ดินจะยิ่งสูง จะยิ่งทำให้ราคาที่ดินลดลงเรื่อย ๆ

ขั้นที่ 3 แม้สภาผู้แทนราษฎรจะเห็นชอบแล้ว ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการดูในรายละเอียดก่อนออกกฎหมายเพิ่มภาษีที่ดินและลดเลิกภาษีแรงงานและทุน และดูว่าควรยกเว้นหรือผ่อนผันที่ดินประเภทใดของใครอย่างไรบ้าง ฯลฯ ฯลฯ

ขั้นต่อไป สมมุติว่าไทยพร้อมแล้วและประกาศใช้กฎหมายภาษีที่ดินและลดเลิกภาษีแรงงานและทุน แต่ประเทศอื่น ๆ ส่วนมากยังไม่ยอมใช้ด้วย จะเกิดอะไรขึ้น ?

ไทยจะกลายเป็นสวรรค์ในสายตาของนักลงทุน พวกเขาจะแห่กันมาขอลงทุนในประเทศไทย รวมทั้งคนที่หนีภาษีเงินได้สูง ๆ จากบางประเทศของตนเอง เช่น ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่ใช้ระบบรัฐสวัสดิการและเก็บภาษีเงินได้อัตราก้าวหน้ามาก ๆ ก็จะเปลี่ยนทิศมุ่งไทยแทน แต่แรงงานต่างชาติก็จะทะลักเข้ามาทำงานในไทยเหมือนกัน ทั้งแบบถูกกฎหมายและแบบผิด เรื่องนี้คงต้องพิจารณากันให้รอบคอบว่าจะมีนโยบายกีดกันกันแค่ไหน

เมื่อเงินต่างประเทศเข้ามามาก ค่าเงินบาทก็แข็ง ที่จริงเป็นการดี คนไทยจะได้ซื้อของถูก และเรื่องอย่างนี้คาดการณ์กันได้อยู่แล้ว ก็น่าจะทำประกันการเปลี่ยนแปลงค่าเงินไว้สำหรับผู้ส่งออก แต่สำหรับคนที่เห่อสินค้านอกที่ฉลาดจะรอเวลาไว้ซื้อปีหลัง ๆ เพราะปีแรก ๆ ภาษีสินค้าเข้าจะยังไม่ลดลงมากเพื่อให้สอดประสานกับภาษีที่ดินที่ยังเก็บไม่ได้อัตราสูงนัก ก็นับเป็นการทยอยซื้อ ไม่ใช่โหมซื้อสินค้านอก แต่สินค้าไทยเองจะค่อย ๆ ราคาต่ำลงเพราะต้นทุนต่ำลงจากการลดจำพวกภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีแรงกระตุ้นการผลิตจากการลดภาษีเงินได้และภาษีกำไร รวมทั้งการปลดปล่อยที่ดินออกมาในราคาต่ำลงให้คนทั่วไปหาที่ดินทำกินเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น นี่คือการเพิ่มความสามารถแข่งขันให้แก่สินค้าไทย ซึ่งเมื่อถึงที่สุด คือเมื่อเก็บภาษีที่ดินได้เต็มที่และเลิกภาษีจากการทำงานและการลงทุนหมดแล้ว ไทยทั้งประเทศจะกลายเป็นเมืองปลอดภาษี (ภาษีที่ดินนั้นที่จริงไม่ใช่ภาษี แต่คือค่าเช่าที่ดิน โดยถือว่าที่ดินเป็นของส่วนรวม) ชาวโลกก็จะพากันมาเที่ยว มาจับจ่ายใช้สอยหาซื้อสินค้าราคาถูกแข่งกับสิงคโปร์ ฮ่องกง คนไทยก็จะมีงานที่รายได้ดีมากขึ้น

และเมื่อคนทั่วไปหาที่ดินทำกินเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นในราคาต่ำลง ต้นทุนของเขาก็ต่ำลง ส่วนหนึ่งจะต้องการลูกมือมาช่วยทำงาน จำนวนคนที่ต้องง้อของานจากนายจ้างตามโรงงานจะลดลง การกดค่าแรงโดยไม่เป็นธรรมจะลดความรุนแรงลง

แต่ถ้าทุกประเทศทำเป็นขั้นตอนไปพร้อมกันในการเพิ่มภาษีที่ดินและลดเลิกภาษีแรงงานและทุน ก็จะไม่มีการเคลื่อนย้ายขนานใหญ่ข้ามแดนด้านทุนและแรงงาน และราคาสินค้าเปรียบเทียบระหว่างประเทศก็จะไม่เปลี่ยนแปลงมาก อย่างไรก็ดี เรื่องนี้คงหวังได้ยาก ยกเว้นถ้ามีตัวอย่างแสดงให้เห็นชัดแจ้ง แต่สหประชาชาติก็พยายามให้ทุกประเทศเพิ่มภาษีที่ดินและลดภาษีแรงงานและทุนอยู่ ตามเอกสาร Global Land Tool Network (GLTN) - //www.earthrights.net/projects/GLTN_General.pdf ซึ่งมุ่งบรรเทาความยากจนของคนในโลก.


อ่านเพิ่มเติม สังคมอุดมคติไม่มีภาษีการลงทุนลงแรง มีแต่ภาษีที่ดิน //www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=43&c=1&order=numtopic
หลักการพื้นฐานเรื่องสิทธิในที่ดิน //www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=120&c=1&order=numtopic



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 12 มีนาคม 2551 23:46:19 น.
Counter : 387 Pageviews.

0 comments
Event ใหม่...มาแล้ว!!! "Renaissance Museum" | Farm Ville 2 blue_medsai
(30 ก.ค. 2563 08:01:17 น.)
กรรมสะท้อน ย้อนยอกชีวิต อาจารย์สุวิมล
(20 ก.ค. 2563 21:40:34 น.)
ตอนที่10 เครื่องบด-สับ เครื่องมือในการแปรรูปกล้วยตากที่จำเป็นมากและขวดบรรจุฯลฯ ธนูคือลุงแอ็ด
(6 ก.ค. 2563 02:31:48 น.)
ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.4 ผู้นำ toor36
(28 มิ.ย. 2563 00:18:13 น.)

Utopiathai.BlogGang.com

สุธน หิญ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด