### ประเพณีบั๊งไฟพญานาค ###

















ประเพณี บั้งไฟพญานาค

 .......

ปรากฏการณ์ที่ลูกไฟขนาดเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดไข่ไก่

 สีชมพูอมแดง ไม่มีควัน กลิ่น หรือเสียง

พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง สู่อากาศสูงประมาณ ๒๐-๕๐ เมตร

 แล้วหายไป มีจำนวนไม่แน่นอน

จะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา ๑๘ ๐๐-๒๑ ๐๐ น.

ในเขตท้องที่อำเภอโพนพิสัย อำเภอปากคาด

กิ่งอำเภอรัตนาวาปี อำเภอบึงกาฬ อำเภอเมือง

 อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา

 ตลอดแนวความยาวกว่า 300 กม.

ของลำน้ำโขงซึ่งกั้นขวางระหว่าง

จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย กับ สปป.ลาว

ชาวบ้านเชื่อกันว่าพญานาคจุดบั้งไฟขึ้น เพื่อถวายพระพุทธเจ้า

 ซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นพุทธบูชา

ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ แต่ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองหน

จะตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี

แรกเริ่มเดิมทีชาวหนองคาย เรียกบั้งไฟพญานาคว่า “บั้งไฟผี”

ส่วนชาวเวียงจันทร์ เรียกว่า “ดอกไม้ไฟน้ำ”

ได้มีการนำเอาตำนานความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับพญานาค

 เข้ามาผูกโยงเข้ากับเรื่องราวทางพุทธศาสนา

จนก่อกำเนิดเกิดเป็น “ตำนานบั้งไฟพญานาค”

ที่เล่าสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

ตำนานบั้งไฟพญานาคมีอยู่ว่า

ในสมัยพุทธกาล ภายหลังจากที่

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้

และเสด็จออกเผยแผ่ศาสนา ไปทั่วชมพูทวีป

พญานาคเกิดความเลื่อมใส ศรัทธาในธรรม

ซึ่งพระพุทธองค์ทรงประกาศยิ่ง จึงจำแลงกายเป็นบุรุษขอบวช

เป็นพระภิกษุสงฆ์ ค่ำคืนหนึ่งพญานาคเผลอหลับใหลคืนร่างเดิม

ความทราบถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระพุทธองค์จึงขอให้พญานาคลาสิกขาเนื่องจากเป็นเดรัจฉาน

จะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ไม่ได้ พญานาคยอมตามคำขอ

พระพุทธองค์แต่ได้ทูลขอ ให้เรียกกุลบุตรที่กำลังจะบวชว่า “นาค”

เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่ง ความศรัทธาก่อน

แล้วบวชเข้าโบสถ์ เป็นพระภิกษุสงฆ์

 จากนั้นเป็นต้นมาจึงมีการเรียกกุลบุตรทั้งหลายที่จะบวชว่า “พ่อนาค"

ครั้นเมื่อพระพุทธองค์เสด็จโปรด พระนางสิริมหามายา

พุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 เสด็จกลับลงสู่โลกในวันออกพรรษา

พระองค์ทรงผายพระกร ออกทำให้ สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล

เปิดเชื่อม ติดต่อถึงกันในวันนี้

เหล่าพญานาคทั้งหลาย ต่างพ่นลูกไฟถวายความชื่นชมยินดี

กลายเป็นที่มาของ “บั้งไฟพญานาค” ในท้ายที่สุด

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า น่าจะเกิดจากกลุ่มก๊าซ
ซึ่งมีมวล

เพราะสามารถแทรกน้ำขึ้นมาได้ มีขนาดเบากว่าอากาศ

 ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และจุดติดไฟได้เอง ในอากาศ

กลุ่มก๊าซเหล่านี้ จะเกิดจากอินทรีย์วัตถุ

เช่น มูลสัตว์ ซากพืช ซากสัตว์

หรือสิ่งมีชีวิตที่ตายทับถมกันจนเกิด Bacteria Ferment

เป็นกลุ่มก๊าซแล้วผุดขึ้นมาเป็นลูกเหนือผิวน้ำ และติดไฟด้วยตนเอง

พิธีกรรม ชาวบ้านเชื่อกันว่าบริเวณแก่งอาฮง

ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย

 เป็นจุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง หรือที่เรียกว่า "สะดือแม่น้ำโขง"

 ซึ่งมีขนาดความลึก ๙๘ วา ด้านล่างจะเป็นถ้ำขนาดใหญ่

ทะลุไปจนถึงภูเขางู ซึ่งอยู่ในฝั่งของประเทศลาว

และเชื่อกันว่า เป็นเมืองของพญานาค

บรรดาพวกชาวเรือ ที่ขับเรือผ่าน จะต้องเซ่นไหว้

ด้วยหมาก พลู บุหรี่ เหล้าขาว ที่บริเวณแก่งอาฮงนี้

นอกจากนี้เมื่อเวลามีคนตกน้ำ ในแม่น้ำโขง

ศพจะลอยมาติดอยู่ที่แก่งนี้ แห่งเดียวและจะไม่ลอยไป ที่อื่นเลย

 เนื่องจากมีพญานาคคอยดูแล หรือเรียกว่า "เจ้าแม่สองนาง"

ชาวบ้าน สร้างศาลเจ้าแม่สองนาง ไว้ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ทุกอำเภอ

 ที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง เรียกว่า "ศาลเจ้าแม่สองนาง"

โดยจะมีพิธีกรรมบวงสรวง และจัดพิธีไหว้เรือไฟแม่น้ำโขง

บูชาพญานาคเพื่อให้คุ้มครองป้องกัน อันตรายต่าง ๆ

 ที่จะเกิดขึ้นในแม่น้ำโขง และเพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลต่อชีวิต

 เป็นประจำทุกปี













ขอบคุณที่มา fb. Siriwanna Jill
ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพค่ะ




Create Date : 28 ตุลาคม 2558
Last Update : 28 ตุลาคม 2558 10:56:26 น.
Counter : 1299 Pageviews.

0 comments
ฉินจิ๋นซี สมาชิกหมายเลข 4665919
(4 ต.ค. 2562 04:57:14 น.)
ต้นไม้สูงที่สุดในโลก บ้าน สวน สบาย
(28 ก.ย. 2562 11:42:37 น.)
🚘ป้อมพระจุล สมุทรปราการ 🚘 โอน่าจอมซ่าส์
(27 ก.ย. 2562 07:09:41 น.)
Museum Siam : นิทรรศการสักสี สักศรี ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน ผู้ชายในสายลมหนาว
(12 ก.ย. 2562 16:19:27 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด