### ข้อดีและข้อควรรู้ของการกินปลาทะเล ###




กินปลาทะเลกันเถอะ









เราคนไทยจะถูกโตมากับคำถามจากผู้ใหญ่ว่า

“กินข้าวกินปลามาแล้วหรือยัง”

จนเป็นคำติดปากติดหูว่า “กินข้าวกินปลา”

นั่นแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมของคนไทย

ในเรื่องการรับประทานอาหารว่าจะรับประทานข้าวร่วมกับปลา...

เมื่อเรานึกถึงปลาซึ่งเป็นสัตว์น้ำอย่างหนึ่ง

ซึ่งมีทั้งปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็มหรือปลาทะเล

 ในปัจจุบันนี้มีผู้ให้ความสนใจอย่างมากต่อปลาทะเล

เพราะจากข้อมูลทางการศึกษาที่ค้นพบ

ถึงประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย

 โดยเฉพาะเมื่อการศึกษาในปี 1970 ที่พบว่า

ชาวเอสกิโมซึ่งอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา

และรัฐอลาสกาประเทศสหรัฐอเมริกา

ชนพื้นเมืองนี้จะมีการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง

จากปลาทะเลและสัตว์ทะเลที่มีไขมันสูง เช่น แมวน้ำ

แต่กลับมีอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำมาก

 ในทางตรงข้ามโรคดังกล่าวกลับมีสถิติสูงมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว

เช่น หลายรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ

ประเทศเยอรมนี รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยด้วย

 จึงทำให้นักวิจัยเกิดความสนใจและค้นหาคำตอบกันอย่างมาก

 จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าปลาทะเลเป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีน

และมีคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากมีกรดไขมันที่จำเป็น

มีไขมันประเภทอิ่มตัวต่ำ และมีสารอาหารอื่นๆ อีก

เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี วิตามินบี 12 วิตามินเอ เป็นต้น

สารอาหารที่มีอยู่ในปลาทะเลที่ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ

และหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ

(eicosapentaenoic acid, EPA) และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิก

หรือดี เอช เอ (docosahexaenoic acid, DHA)

ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้

จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว

ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว

และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมกันกับการลดระดับของไขมัน

ประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่ม

และอุดตันหลอดเลือด

จากการศึกษายังพบถึงประโยชน์อื่นๆ ของการรับประทานปลาทะเล

 ได้แก่ ลดความดันโลหิตในคนที่ความดันโลหิตสูง

โดยออกฤทธิให้หลอดเลือดแดงคลายตัว

ลดการอักเสบในผู้ที่มีปัญหาของโรคข้ออักเสบ หรือรูมาตอยด์

ลดการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้

และสารดีเอชเอเป็นสารที่จำเป็นต่อสมอง

ช่วยให้การทำงานของสมองและระบบประสาทมีประสิทธิภาพ

ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้

และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์

ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารและกรดไขมันที่ดี

ได้แก่ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาเทร้า ปลาอินทรีย์ ปลาทูน่า

 ปลาฮาลิบัท ปลากะพง ปลาดุกทะเล ปลาคอด

สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (AHA)

แนะนำให้กินปลาและอาหารทะเลอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์

 ในปริมาณครั้งละ 3-4 ช้อนกินข้าว

และควรปรุงประกอบอาหารด้วยวิธีการย่าง อบ หรือต้ม

 เน้นการเลือกประเภทยของปลาให้มีความหลากหลาย

และมาจากหลายแหล่งที่มา

แม้ว่าปลาทะเลจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง

แต่พบว่าปลาทะเลไม่ใช่จะมีแต่ข้อดีเท่านั้น

เนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่จะมีผลต่อคุณภาพของเนื้อปลา

เช่นกัน ดังนั้นจึงควรรู้ข้อควรระวังของการรับประทานปลาทะเล

ซึ่งได้แก่ การมีโลหะหนักปนเปื้อนอันเนื่องมาจากของเสีย

ทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ครัวเรือน เรือเดินสมุทร

ที่มีการปล่อยของเสียเหล่านี้ลงสู่ทะเล

สารพิษหลักที่พบในปลาทะเลคือเมทิวเมอร์คิวรี

ซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มปรอท มีผลทำให้เกิดการ สะสมในร่างกาย

และลดหรือทำลายประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ

เช่น ทำให้ไตเสื่อม ลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

 สมองเสื่อม ความสามารถทางด้านสติปัญญาลดลง

ในต่างประเทศโดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา

(FDA) และองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม

(Environmental Protection Agency; EPA)

ประกาศคำเตือนสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังจะตั้งครรภ์

รวมถึงผู้หญิงที่ให้นมบุตร และเด็กเล็ก

ให้หลีกเลี่ยงการกินปลาทะเล 4 ชนิด คือ ปลาฉลาม

 ปลากระโทงดาบหรือปลาฉนาก

ปลาแมคเคอเรลหรือปลาอินทรีย์ และปลาไทซึ่งเป็นกลุ่มปลาไหล

เนื่องจากปลาดังกล่าวมีวงจรชีวิตยาว

ทำให้มีระดับสารปรอทสะสมอยู่มาก

อีกข้อที่ควรระวังสำหรับการรับประทานปลาทะเลคือ

เชื้อปรสิตกลุ่มพยาธิ เช่นเชื้อพยาธิอะนิซาคิส ที่ทำให้เกิดพิษฉับพลัน

และเรื้อรัง คือมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน

 และระยะยาวอาจทำให้เกิดลำไส้อักเสบ ลำไส้อุดตันได้

จะเห็นได้ว่าปลาทะเลมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ

และก็มีข้อที่ควรระวัง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย

เมื่อรับประทานปลาทะเล ควรผ่านความร้อน

ด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียสนาน 5 นาที

 หรือหากชอบรับประทานปลาดิบ

ก็ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากนัก ไม่รับประทานเป็นประจำ

และหลีกเลี่ยงปลาที่อาจมีสารปนเปื้อนสูง

 ควรเลือกรับประทานปลาทะเลให้หลากหลายในปริมาณที่พอดี

ร่วมกันกับรับประทานอาหารกลุ่มผักและผลไม้เป็นประจำ

รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล

ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์

 มหาวิทยาลัยมหิดล

#RamaChannel








Create Date : 08 กรกฎาคม 2557
Last Update : 9 กรกฎาคม 2557 10:18:30 น.
Counter : 852 Pageviews.

0 comments
◐◑↔ จิ่วไจ้โกว (Jiuzhaigou) อุทยานแห่งชาติมรดกโลกอันสวยงามของจีน สมาชิกหมายเลข 4149951
(1 ต.ค. 2562 00:25:35 น.)
ลูกเป้ง โดย ช่างติ๋ว เชียงใหม่ (ทวีศักดิ์ สมวงค์) JinnyTent
(25 ก.ย. 2562 11:36:18 น.)
❀วิทยานิพนธ์ของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ คือสารคดี Come and See Turtle Came to See Me
(24 ก.ย. 2562 17:39:16 น.)
🚘อนุสรณ์เรือหลวงประแส ระยอง🚘 โอน่าจอมซ่าส์
(19 ก.ย. 2562 00:11:53 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Poungchompoo.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]

บทความทั้งหมด