คนเลี้ยงม้า อี้เหรินเป่ย เขียน
นิยายในหมวดนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย


ชอบองค์ชายอัปลักษณ์ของผู้เขียนเดียวกันมาก เล่มนี้เลยตามต่อค่า






คนเลี้ยงม้า
อี้เหรินเป่ย เขียน  เฟื่อง แปล
สนพ.Fu Novels


หลังปก

หม่าฟูทุ่มเทแรงกายแรงใจค่อยๆ ประคับประคองลู่ชี่จนเติบใหญ่ ช่วยสอนวิชายุทธ์ และรักอีกฝ่ายมากเสียยอมพลีกายให้ เขาไม่เรียกร้องอะไรอื่น ขอแค่เด็กคนนั้นไม่ลืมตัวเองก็พอแล้ว

สุดท้ายสิ่งที่กลัวก็เป็นจริง เมื่อลู่ชี่ได้ดิบได้ดี ก็มีใหม่ลืมเก่า กลายเป็นว่าเขามอบความรู้สึกให้อยู่ฝ่ายเดียว...

รู้เอาไว้เสีย ข้ายิ่งรักเจ้ามากเท่าไร ก็ยิ่งตัดใจได้ยากเท่านั้น!


(จากหลังปก มากเสียยอม >> ตกคำว่าจน มากเสียจนยอม)



เล่าเรื่องเอง

หม่าฟู เป็นคนเลี้ยงม้า หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ เสียแต่ปากเบี้ยว ยิ่งเวลาหัวเราะยิ่งดูน่าขบขัน ทำหน้าที่ดูแลม้าให้ตระกูลลู่ จนได้พบกับลู่ชี่ เด็กที่ตระกูลลู่ไม่ยอมรับ

ลู่ชี่ผอม แคระแกร็นเหมือนต้นถั่วงอก แต่หม่าฟูถูกชะตากับเด็กนี่นัก และตั้งใจจะช่วยให้จนถึงที่สุด

หม่าฟูทุ่มเทชีวิตจิตใจเลี้ยงดูให้ลู่ชี่เติบใหญ่ ใช้เงินที่ตัวเองได้เป็นค่าจ้างซื้อหาเสื้อผ้าอาหาร สอนสั่งวิชายุทธ์ที่พอรู้ ชี้ช่องทางที่สว่างไสวในอนาคตให้

ครั้นลู่ชี่อายุสิบเจ็ดปี โดนยาปลุกกำหนัดเข้า หม่าฟูกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้ปลดปล่อย ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กลู่ชี่กับพี่หม่ายิ่งอธิบายขึ้นยากทุกที

และเวลาที่ต้องจากกันก็มาถึง ลู่ชี่ต้องออกไปสอบหวังได้ตำแหน่งเชิดหน้าชูตา ให้ไม่น้อยหน้าผู้ได้ และเพื่อที่จะหลุดพ้นจากตระกูลที่ไม่เคยเห็นค่าของเขาเสมอมา

ตระกูลลู่ โดยเฉพาะฮูหยินและพี่ชายพี่สาวต่างมารดาต่างหาวิธีมายับยั้งไม่ให้ลู่ชี่ได้ดั่งฝัน แม้กระทั่งกล่าวหาลู่ชี่ว่ากระทำผิดต่อทางการ

เพื่อไม่ให้ลู่ชี่ถูกขัดขวาง หม่าฟูเดินเข้ายอมรับข้อกล่าวหา ถูกตัดสินความผิดจำคุกสามปี


หม่าฟูไม่เคยหวังสิ่งใด เพียงแค่เด็กนี่ไม่ลืมเขาเป็นพอ...



คุยกันหลังอ่าน

ตอนอ่านนี่มีหลายอย่างอย่างพรั่งพรูออกมามาก จนอ่านจากใจผู้เขียนและผู้แปลจบ แบบเฮ้ย ฉันไม่ได้คิดคงเดียว มีคนคิดและพูดแทนแล้ว ฮ่าๆ 

อะ สำหรับคนที่ยังไม่อ่าน จะบอกเล่าความรู้สึกนะคะ

เรื่องนี้อ่านไปแล้วละเหี่ยใจมาก คือไม่ใช่ไม่สนุกนะ แต่ตัวละครแต่ละตัวนี่แบบ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย คุณเฟื่องคนแปลบอกว่าเรื่องนี้เหมือนไม่มีพระเอกนายเอกด้วยซ้ำ มีแต่ตัวร้ายกับนางอิจฉา อันนี้คือจริงมาก นิสัยและพฤติกรรมแต่ละคนคือสุดๆ จริงๆ ค่ะ

ตัวละครในเรื่อง แต่ละคน จะมีสิ่งให้ยึดติดแบบสุดๆ ฉันเชื่อแบบนี้ ฉันจะทำแบบนี้ ใครจะว่าอะไรฉันก็จะทำ

ความรักทำให้คนตาบอด หูหนวก หม่าฟูก็จัดอยู่ในข่ายนี้ ทั้งๆ ที่จริงๆ เป็นคนฉลาดรู้จักคิดอ่าน แต่พอมีเรื่องลู่ชี่ทีไร ระดับความยั้งคิดและยับยั้งชั่งใจของหม่าฟูลดฮวบฮาบ แม้จะต้องแดดิ้นสิ้นใจก็ขอเพียงมีแต่เธอ ทำนองนี้เลย

แต่ตอนอ่าน โอไม่รู้สึกอยากเอาใจช่วยหรือสงสารหม่าฟูเลยค่ะ พฤติกรรมตามติดและคาดเดาไม่ได้ของหม่าฟูทำให้โอกลัวนิดๆ ด้วยซ้ำ หลายครั้งรู้สึกว่าที่เจ้าตัวต้องเจ็บขนาดนี้ก็เพราะทำตัวเองทั้งนั้น (นายเป็นมาโซเรอะ?!)

ส่วนลู่ชี่หรือลู่เฟิงเทียน ถึงจะดูใจดำอำมหิต เจ้าเล่ห์แสนกลขนาดไหน แต่ก็มีเหตุผลรองรับพฤติกรรมอยู่

เทียบกับความรักของหม่าฟูที่ดูบ้าคลั่งขาดความยั้งคิดแล้ว โอยังคิดว่าลู่เฟิงเทียนยังมีเหตุมีผลกว่าอีก

ตัวละครเรื่องนี้เลยจะมีดีและเลวปะปนไป (ส่วนใหญ่จะเลวค่ะ ฮ่าๆ) และโอก็ไม่รักหรืออยากเอาใจช่วยใครในเรื่องเป็นพิเศษ (จริงๆ มีที่ชอบอยู่คนหนึ่ง แต่เราจะไม่พูดถึงเขา ณ ที่นี้ คาดว่าคนที่อ่านแล้วส่วนใหญ่คงชอบคนเดียวกับโอ) ด้วยความที่จุดยืนของแต่ละคนชัดเจนมากๆ พฤติกรรมที่ออกมาเลยบ้าคลั่งถึงขีดสุดค่ะ 

โอแค่อยากรู้ว่าทิศทางเรื่องจะดำเนินไปอย่างไร จุดจบความหายนะนี้จะไปอยู่ที่ไหน 

อย่างที่บอกว่าอ่านไปละเหี่ยและอนาถใจไปพร้อมกัน ไม่คิดว่าจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะโอไม่ค่อยรู้สึกสงสาร (ออกแนวสมน้ำหน้า ฮ่าๆ) แต่ก็ดั๊นนน มีฉากที่ร้องไห้จนได้ค่ะ ฉากหม่าฟูกอดหัวม้าร้องเพลง

เรื่องน่าติดตาม เหมือนจะเดาได้ แต่เดาไม่ได้ เหมือนจะเดาไม่ได้ แต่ก็เดาได้ สับขาหลอกก็มี แต่โอคิดว่าเรื่องยังขาดความต่อเนื่อง ความเชื่อมโยง และความมีเหตุมีผล ยิ่งช่วงหลังยิ่งเหมือนหนังคนละม้วน อ่านไปแล้วรู้สึก เฮ้ นี่เรื่องเดียวกันใช่ไหม แต่ถ้าเน้นอ่านสะใจ ก็เพลินอยู่ค่ะ

คำผิดยังมีอยู่ประปรายนะคะ



.
.
.

"ข้าเข้าใจแล้วว่าหัวใจของคนบนโลกนี้มีด้วยกันอยู่สองประเภท หัวใจของคนสูงศักดิ์ มีเงิน มีอำนาจ มีการศึกษา หน้าตางดงาม จะถูกคนประคองถนอมไว้กลางฝ่ามือ ส่วนหัวใจของคนต่ำต้อย ไม่มีอำนาจวาสนา ซ้ำยังหน้าตาอัปลักษณ์จะไร้ค่าไม่ต่างจากกรวดทราย เขวี้ยงทิ้งเมื่อไรก็ไม่สำคัญ ท่านเห็นแล้วหรือไม่? หัวใจที่ถูกเหยียบย่ำเป็นทางผ่านล้วนแต่เป็นหัวใจของคนแบบนี้แหละ ตอนแรกข้าดันเข้าใจไปว่าไม่ว่าหัวใจใครก็มีค่าไม่ต่างกัน ต่อเมื่อถูกเหยียบย่ำถึงเพิ่งตระหนัก"


.
.
.


พลันนั้น เขานึกถึงเรื่องขำขันที่อาจารย์เคยเล่าให้ฟัง เมื่อนานมาแล้วมียาจกคนหนึ่งได้ลายแทงขุมทรัพย์มาจากในหนังสือเก่าๆ โดยบังเอิญ ด้านหลังลายแทงมีข้อความเขียนไว้ประโยคหนึ่ง ว่าลายแทงนี้อาจเป็นของปลอม

ใครต่อใครก็พอกันบอกยาจกว่าลายแทงแผ่นนี้เชื่อถือไม่ได้ อย่าหลงละเมอเพ้อพกกับสมบัติที่ล่องลอยอยู่ในอากาศจนไม่สนใจความเป็นจริงเลย เพราะมีแต่จะทำให้ชีวิตตัวเองทรมานเปล่า แต่บางทียาจกดังกล่าวคงยากไร้จนเสียสติ หรือไม่ก็อยากเป็นเศรษฐีจนฟั่นเฟือนไปแล้ว ถึงได้ไม่ฟังคำทัดทานของใครหน้าไหน แล้วดึงดันนำสมบัติทั้งหมดที่มีออกขายเพื่อตามหาขุมทรัพย์

เขาเดิมพัน...เดิมพันด้วยโอกาสเพียงหนึ่งในหมื่น รู้ทั้งรู้ว่ามันอาจเป็นลายแทงปลอม แต่ก็ยังฝันเฟื่องว่าตัวเองจะได้เป็นเศรษฐี แล้วตามหาต่อไปเรื่อยๆ วันแล้ววันเล่า ทุกคราวที่อยากล้มเลิกความตั้งใจก็จะเกิดความคิดว่าหากมีขุมทรัพย์ตามลายแทงอยู่จริงขึ้นมาล่ะ แล้วเฝ้าแต่ตั้งหน้าตั้งตาหาไปอย่างนั้นอยู่สามสิบปีเต็ม แม้กระทั่งตอนจะขาดใจตายด้วยความหิวก็ยังกำลายแทงไว้ในมือไม่ยอมปล่อย พลางคิดว่าลายแทงนี้คงเป็นของจริง เพียงแต่ตัวเองหาที่ซ่อนขุมทรัพย์ไม่เจอเท่านั้น

.
.
.


รู้ไว้เถิดว่าข้าไม่ใช่คนดีจากไหน เมื่อก่อนเพราะเห็นเจ้าน่าสงสารหรอกถึงได้ยื่นมือเข้าประคับประคอง เจ้านำหายนะมาให้ข้า จนข้ากลายเป็นครึ่งผีครึ่งคน กลายเป็นนางบำเรอที่นอนไม่หลับหากไร้อ้อมกอดผู้ชาย นึกหรือว่าข้าจะทำตัวเป็นพระโพธิสัตว์ กอบเอาเศษหัวใจแตกๆ ของตัวเองจากไปอย่างว่าง่าย?




ถ้าให้โอเปรียบเทียบกับองค์ชายอัปลักษณ์ ชอบองค์ชายฯ มากกว่าค่ะ เรื่องนั้นสมบูรณ์กว่าในเรื่องความต่อเนื่อง ความเป็นเหตุผล และความรัก เริ่มต้นคล้ายกัน เรื่องของผู้ที่ต้องการผลักดันเด็กที่ด้อยฐานะในสังคมขึ้นให้เป็นใหญ่ในอนาคต แต่ทิศทางการดำเนินเรื่องต่อไปเป็นคนละเรื่องทีเดียวค่ะ ตอนแรกคิดว่าต้องเหมือนกันแน่ๆ เพราะเริ่มมาคล้ายงี้ พออ่านจบแล้วรู้สึกว่าคนเขียนเก่งแฮะ ถ้าทำเรื่องที่คล้ายโดยเฉพาะเคยทำให้ฉีกออกมาได้ และจากจากใจผู้เขียนโอก็ชอบแนวคิดด้วย (คือถ้าบอกว่าเพราะหม่าฟูรักลู่เฟิงเทียนมากนี่โอจะผิดหวัง เพราะในเรื่องไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย)




ไม่เหมาะกับผู้ชอบความเงียบสงบของป่าไผ่ ความหวานของเกสรดอกไม้ ความสวยเย็นของดวงจันทร์

แต่ถ้าชอบอยากลองอะไรแปลกใหม่ โอว่าผู้เขียนนำเสนอออกมาได้น่าสนใจทีเดียวค่ะ ไม่เสียดายเวลาที่อ่าน





Create Date : 27 มิถุนายน 2558
Last Update : 29 มิถุนายน 2558 11:00:17 น.
Counter : 10698 Pageviews.

12 comments
เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น สมาชิกหมายเลข 5106714
(25 ก.พ. 2564 20:21:45 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - Peaceful Magazine ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 :: กะว่าก๋า
(21 ก.พ. 2564 06:21:10 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - คุกความคิด :: กะว่าก๋า
(20 ก.พ. 2564 06:43:17 น.)
แนะนำหนังสือ "ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี" สองแผ่นดิน
(18 ก.พ. 2564 22:52:19 น.)
  
อยากอ่านๆ
เป็นเรื่องที่จดไว้ค่ะ ว่าจะต้องหามาอ่าน เห็นเพื่อนๆอ่านกันหลายคน
ดราม่า สับขาหลอก 5555 น่าสนใจมากๆ
โดย: polyj วันที่: 28 มิถุนายน 2558 เวลา:8:34:47 น.
  
ที่จริงน่าสนใจตรงที่มันไม่มีใครดีจนน่าสงสารน่าเอาใจช่วยนี่แหละ ต้องเขียนให้เรื่องมันน่าสนใจจริงๆ นะ เพราะตัวละครมันไม่ใช่ตัวละครในขนบ

รู้สึกว่าน่าสนใจ แต่อ่านแล้วอาจจะไปหาองค์ชายอัปลักษณ์มาอ่านก่อนนะ

โหวตจ้า
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:9:35:30 น.
  
เรื่องนี้เคยได้ยินมาเยอะมาก แต่อ่านวายไม่เป็นค่ะ ได้แต่อ่านรีวิวแทน
โดย: Sab Zab' วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:13:19:14 น.
  
สนพ.นี้เหมือนเคยอ่านเรื่องที่พระเอกเป็นคนปัญญาอ่อนอ่ะครับ
ตอนนั้นยืมเพื่อนมาอ่าน ไม่รู้ว่าเป็นวาย อ่านไปอ่านมา วายเฉยเลย แต่ก็่อ่านจนจบนะครับเรื่องนั้น สนุกดี ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อเรื่อง Retarded ครับ
โดย: PZOBRIAN วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:13:59:30 น.
  
ได้อ่านเรื่องนี้ แล้วทำให้เป็นติ่ง อี้เหรินเป่ย ไปเลย

ทำไมแต่งนิยายได้สะเทือนไตขนาดนี้
โดย: Prophet_Doll วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:16:06:10 น.
  
มาเยี่ยมชมเฉย ๆ ค่ะ ....Y นี่ต้องยอมแพ้
โดย: Serverlus วันที่: 30 มิถุนายน 2558 เวลา:7:30:19 น.
  
คุณ polyj ดราม่ากับสับขากันสนุกเลยค่ะ

พี่สาวไกด์ใจซื่อ ฮ่า พี่สาวฯ อ่านวายด้วยรึ ถ้างั้นองค์ชายอัปลักษณ์เลยค่า แนะนำสุดใจ ขอบคุณที่โหวตให้โอค่า

คุณ Sab Zab' จริงๆ นิยายวายไม่ได้ต่างจากชายหญิงเลยนะ แค่เปลี่ยนจากตัวเอกเป็นชายชายเอง แถมส่วนใหญ่จะมีประเด็นที่น่าสนซะด้วย หลายเรื่องคนเขียนเก่งมากกก

คุณพี ใช่แล้วค่ะ ขำที่ยืมเพื่อนมาแล้วไม่รู้ว่าเป็นวาย

คุณ Prophet_Doll ตับไตยังอยู่ดีไหมค้า

คุณเอ้ ถ้าสนเมื่อไรสะกิดโอแรงๆ เลยนะคะ แล้วเราจะมาร่วมวงวายด้วยกัน ฮ่าๆ จริงๆ สนุกนะเออ
โดย: ออโอ วันที่: 30 มิถุนายน 2558 เวลา:9:00:12 น.
  
สวัสดีอีกรอบ

ไงดี จริงๆ พี่เป็นคนอ่านหนังสือทุกแนว ยกเว้นน่ากลัว ผี สยองเกิน แบบนี้ไม่สามารถจ้ะ

แต่อ่านได้หมดนะ พี่ชอบเปิดหัวตัวเองให้อ่านหลายๆ แนวอ้ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 30 มิถุนายน 2558 เวลา:14:59:35 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ อ่านทุกแนวนะคะ แต่แนวนี้ยังไม่เคยอ่านเลย แปลกใหม่สำหรับตัวเองมาก แต่ใจยังไม่กล้าอ่านอยู่ดีค่ะ
โดย: fidget_n วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:6:09:18 น.
  
พี่สาวไกด์ฯ เหมือนโอเด๊ะเลยค่ะ อ่านได้ทุกแนว แต่ถ้าผี หรือสยองเกินนี่ไม่ค่อยแตะ ยกเว้นจำเป็นหรือว่าสนใจจริงๆ หลายครั้งก็ทำให้เห็นอะไรได้มากขึ้นค่ะ

คุณ fidget_n ก้าวแรกยากเสมอเลยค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 2 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:47:58 น.
  
เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะแต่หลายคนอ่านแล้วบอกว่า
"น้ำตาแตก" ...

ต้องหาผ้าเช็ดหน้าเตรียมก่อนค่ะ แต่ว่างานแนวนี้
ค่อนข้างใหม่สำหรับตัวเองเหมือนกันนะคะ
โดย: JewNid วันที่: 3 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:25:18 น.
  
คุณ JewNid โทนเรื่องจะดำเนินแบบบีบหัวใจและตับไตปานกลางถึงมากค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 4 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:37:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Or-o.BlogGang.com

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]

บทความทั้งหมด