ไข่สารพัดนึก ต้าเฟิงกวากั้ว เขียน
2/9/2019

 


 

ไข่สารพัดนึก (2 เล่มจบ) 

ต้าเฟิงกวากั้ว เขียน  หลีจื่อ แปล 

สำนักพิมพ์ Angpao 

480 บาท  413 หน้า 


#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #นิยายแปล #แปลจีน #ไข่สารพัดนึก #ต้าเฟิงกวากั้ว #Angpao #รีวิวนิยาย #ออโอ



*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย
 

 

หลังปก 


 

เทพอมฤตปี้หัวบังเอิญได้รับไข่มาใบหนึ่งที่กลายสภาพมาจากหยกสมปรารถนา...เรียกว่าไข่สารพัดนึก ลือกันว่าสามารถทำให้ผู้ที่ครอบครองสมดั่งใจปรารถนา คิดอยากให้ฟักออกมาเป็นสิ่งใดก็สามารถฟักออกมาเป็นสิ่งนั้น 

 

ทั่วทั้งแดนสวรรค์ล้วนรู้กันดีว่าเทพอมฤตปี้หัวนั้นมิใคร่ชอบพอสัตว์วิเศษจำพวกนกและไก่ ทว่าผู้ใดก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะฟักพยัคฆ์วิเศษที่ไม่โดดเด่นตัวหนึ่งออกมา หากเป็นเพียงพยัคฆ์วิเศษธรรมดาตัวหนึ่งก็แล้วไป ทว่าเหตุไฉนเจ้าพยัคฆ์วิเศษตัวนี้กลับชอบคลอเคลียออดอ้อนไปทั่ว และมักจะยั่วยุสัตว์วิเศษในจวนตัวอื่นอยู่เสมอเล่า? 

 

หรือว่าพยัคฆ์วิเศษที่ฟักออกมาจากไข่สารพัดนึกนี้ กระทั่งความรู้สึกชอบพอก็มีผลมาจากผู้ฟูมฟักกระนั้นรึ? แต่อย่างไร...เทพอมฤตปี้หัวก็คาดไม่ถึงว่า ไข่ที่เขาฟูมฟักออกมาจะเป็นของจำพวกนั้นไปได้... 

 


 

*กระทั่งความรู้สึกชอบพอก็ได้รับอิทธิพลมาจากผู้ฟูมฟัก...น่าจะอ่านเข้าใจง่ายและตรงความหมายมากกว่า 

 

Note: ชุดเขียวคือเทพอมฤตปี้หัว ส่วนชุดแดงคือตันจูค่ะ 






 
 

คุยกันหลังอ่าน 


 
 

เป็นแนวคอมเมดี้ในโลกเทพเซียนค่ะ โอคิดว่าอยู่ในจักรวาลเดียวกับหนี้ดอกท้อนะคะ มีตัวละครคุ้นหูคุ้นตาหลายคน แต่อย่าถามว่าเกี่ยวกันยังไง เพราะโอลืมค่ะ แหะ ๆ  

 

เทพอมฤตปี้หัวชอบเลี้ยงสัตว์วิเศษ โดยเฉพาะสัตว์ที่มีขนปุกปุยนุ่มนิ่ม ถึงจะไม่ได้มีโอกาสเลี้ยงทุกตัว แต่ก็สามารถเรียกได้ว่า ไม่ว่าชนิดใดก็เคยผ่านหูผ่านตามาหมด ทั่วทั้งแดนสวรรค์ก็รู้เรื่องนี้ดี 

  

วันหนึ่งเทพอมฤตปี้หัวก็ได้ยินข่าวเรื่องไข่สารพัดนึก ที่ว่ากันว่าจะสามารถทำให้ผู้ครอบครองสมปรารถนา อยากให้ฟักออกมาเป็นสิ่งใด ก็จะเป็นสิ่งนั้น รู้ดังนี้ เทพอมฤตปี้หัวก็ใจเต้นระริก รีบวิ่งโร่ไปขอเง็กเซียนฮ่องเต้มอบไข่สารพัดนึกให้ตนฟัก ทะนุถนอมฟูมฟักแนบติดกายไม่เคยห่าง (แนบเนื้อจริง ๆ ...สภาพเทพอมฤตปี้หัวเลยเหมือนคนอุ้มท้อง พาไข่กระเตงเที่ยวไปหาคนนู้นคนนี้) และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง เทพอมฤตปี้หัวรอคอยว่าสัตว์วิเศษแบบใดกันที่จะออกจากไข่สารพัดนึก พอกรงเล็บหนึ่งยื่นออกจากรอยร้าวของเปลือกไข่ เทพอมฤตก็ขมวดคิ้วร้อง “มิถูกต้อง” ออกมาแค่คำเดียว ไม่นึกว่ากรงเล็บนั้นจะหดเข้าไปในเปลือกไข่อีกครั้ง สภาพไข่ร้าวก็กลับกลมเกลี้ยงไม่มีวี่แววว่าจะมีสัตว์ตนใดออกจากไข่ เทพอมฤตปี้หัวได้แต่กลุ้มใจ แต่เพียงไม่กี่วัน ลูกเสือตัวหนึ่งก็ออกจากไข่ใบนั้นมาจนได้ แม้จะแสนธรรมดาจนทำให้คนเห็นต้องขมวดคิ้ว แต่เทพอมฤตก็รักสุดใจ 

 

แต่เทพอมฤตปี้หัวถูกหลอกตั้งแต่แรก ไข่สารพัดนึกใบนั้นไม่ใช่ไข่สารพัดนึก ลูกเสือตัวนั้นก็ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่กระทั่งลูกสัตว์วิเศษชนิดใดด้วยซ้ำ แต่เป็นนกเฒ่าไร้ยางอายตัวหนึ่ง 

 

กล่าวว่านกเฒ่า แต่แท้จริงก็คือหงส์ฟ้า เป็นมหาเทพตั้งแต่บรรพกาลที่ชนรุ่นหลังกล่าวยกย่องถึงความเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ มหาเทพจื่อซู ตันจู 

 

ตันจูเป็นมหาเทพ เก่งกาจ มีรัศมีพร่างพรายบาดตาทั้งร่าง เป็นเรื่องจริง และตันจูที่ไร้ยางอาย ก็เป็นเรื่องจริง (อย่างหลังเป็นนิสัยดั้งเดิมจริงแท้แน่นอน เทพอมฤตปี้หัวไปสืบมาเรียบร้อย ที่ไม่กล่าวถึงในบันทึกประวัติศาสตร์นั้น เพราะต้องการให้เกียรติความเสียสละของมหาเทพตันจู) 

 

ตันจูชอบคนหน้าตาดี ใครหน้าตาเข้าท่าหน่อย เป็นต้องขอชิดขอชม ถูกใจมากเข้าก็ป้อนคำหวาน พิศวาสอีกนิดก็เด็ดขนหางให้เป็นของแทนใจ ตันจูทำอะไรตามใจชอบ ขอเพียงตนต้องการก็ไม่สนเรื่องอื่นใด เพียงแต่คนที่ถูกใจคนล่าสุด ดันเป็นเทพอมฤตปี้หัว ตันจูเลยพาตัวเองเข้ามาอาศัยในตำหนักเทพอมฤตโดยไม่มีใครเชื้อเชิญ ด้านได้โดยไม่รู้สึกผิดเป็นสิ่งที่ตันจูถนัด แถมสามารถพูดชักนำเหตุผลเข้าข้างตนได้ตาไม่กะพริบ เทพอมฤตปี้หัวจะทำอะไรได้ ก็ได้แต่รับรองท่านมหาเทพดื้อด้านองค์นี้ ท่านว่าอย่างไร ก็ต้องว่าตามท่าน 

 

เรื่องราวถัดจากนั้น ก็เป็นเรื่องราวการเกี้ยวพาของท่านมหาเทพ กับหลักการของปี้หัวที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว และโอนอ่อนผ่อนตาม 

 

ตลก เฮฮา เรื่องเบา ๆ ไม่หนักหนา ตลกกับความไร้ยางอายของท่านมหาเทพตันจู คนอื่นในใจจะแย้งยังไง ก็ขัดอะไรไม่ได้ ตันจูจะจีบปี้หัวก็จีบไม่เกรงใจใคร ส่วนปี้หัวก็จะนิ่ง ๆ เดาไม่ออกว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ ต่างจากตันจู ชุลมุนวุ่นวายกับบรรดาสัตว์วิเศษของปี้หัวที่อยู่ว่าง ๆ ก็สุมหัวกันนินทาตันจูกับหาวิธีรับมือมหาเทพจอมป่วน พูดถึงสเปคสัตว์ที่ปี้หัวชอบนี่ น่าจะตรงใจกับสาว ๆ ส่วนใหญ่เลยค่ะ มีขนฟู ตัวอ้วน ตากลมโต ใครชอบสัตว์นี่น่าจะชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะขนกันมาเต็มตำหนัก  

 

แต่ก็ตามนิสัยของผู้เขียน ที่จะชอบมีอะไรให้แปลกใจอยู่ แล้วก็ไม่ค่อยมีฉากแนบชิดหรือหวาน ๆ เท่าไรนัก มาแบบนิด ๆ หน่อย ๆ ไปทางตลกซะมากกว่า เสียดายพล็อตบางส่วนที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย เล่าถึงตรงนี้นิดตรงนู้นหน่อย เกริ่นให้เราอยากรู้ แล้วก็ทิ้งไป ไม่ไปสุดสักทาง ดูแล้วน่าจะสามารถเล่าถึงตัวละครอื่น ๆ เล่าถึงหลายเรื่องได้อีกมาก ตอนทิ้งท้ายที่ผู้เขียนพูดถึงเรื่องของเก๋อเยว่นั้นก็น่าอ่าน น่าจะออกดราม่านะเรื่องนั้น 

 

โดยรวมก็ชอบค่ะ น่ารักดี 

 

3.5 ดาว 

 

แต่โอว่าค่อนข้างอ่านยาก อ่านไม่ค่อยลื่นนัก มีการใช้คำที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับบริบท การใช้คำเชื่อมได้ไม่ตรงความหมาย ไม่สื่อความออกมา อ่านแล้วค่อนข้างงง คำผิดมีประปราย ส่วนใหญ่เป็นพยัญชนะตกหล่น  

 

ส่วนกล่องนี่ต้องปรับปรุงเลย คับมาก เอาออกแทบไม่ได้ โอใส่หนังสือเข้าไปใหม่เพื่อถ่ายรูป ก็เกือบเอาหนังสือออกมาอีกครั้งไม่ได้ 

 

สำนักพิมพ์ต้องทำการบ้านให้ดีกว่านี้นะคะ โออ่านสองเรื่องระยะเวลาห่างกันไม่มาก แต่งานมีปัญหาทั้งคู่ สำหรับโอคือถือว่ามีปัญหาค่อนข้างมากเลย อ่านแล้วไม่เข้าใจ รู้สึกติดขัด ทวนกับคนแปลเลย ต้นฉบับมายังไง ความหมายที่ต้องการสื่อคืออะไร คำไหนดิ้นไปทางไหนได้บ้าง หาคำและคำเชื่อมที่เหมาะสมมาใช้ มีตรงไหนควรเพิ่มเชิงอรรถเพื่อให้คนอ่านเข้าใจได้มากขึ้นบ้าง พิสูจน์อักษรก็ต้องตรวจสอบดี ๆ  

 

เล่ม 1 

 

9 “ไข่ไก่หยกวิเศษในครานั้นเป็นไข่สารพัดนึกอันเป็นของล้ำค่าหายากยิ่ง ผู้ที่ได้ครอบครองจะสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจ ทั้งยังผ่านการบ่มแช่อยู่ในสระมรกตจนแปรเปลี่ยนเป็นไข่สารพัดนึกใบนี้ ขอเพียงใช้ความพากเพียรอีกเล็กน้อยให้มันฟักตัวออกมา ไม่ว่าคิดอยากให้ฟักเป็นอะไรก็ย่อมได้ตามนั้น” 

 

ประโยค >> ทั้งยังผ่านการบ่มแช่... ไม่เชื่อมโยงกับประโยคก่อนหน้าเลย 

นี่คือประโยคที่โอคิดว่าต้องการสื่อความถึง แต่ก็ไม่แน่ใจนัก ต้องทวนกับต้นฉบับอีกด้วย  

>> “ไข่ไก่หยกวิเศษในครานั้น ผ่านการบ่มแช่อยู่ในสระมกตจนแปรเปลี่ยนเป็นไข่สารพัดนึกอันเป็นของล้ำค่าหายากยิ่งใบนี้ ผู้ที่ได้ครอบครองจะสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจ ขอเพียงใช้ความพากเพียรอีกเล็กน้อยให้มันฟักตัวออกมา ไม่ว่าคิดอยากให้ฟักเป็นอะไรก็ย่อมได้ตามนั้น” 

 

10 ใจกลางห้องตั้งไว้ด้วยแท่นเซียนขนาดใหญ่ 

13 หากพระอุระองค์เง็กเซียนอุ้มไว้ด้วยไข่วิเศษ  

มาจากภาษาต้นฉบับแหละ แต่ในภาษาไทยเราไม่ใช้อย่างนี้ เราไม่มีใครพูดอย่างนี้ โอไม่เห็นด้วยกับการใช้ลักษณะนี้ ซึ่งในเรื่องก็มีการใช้ลักษณะนี้ตลอด โอขอไม่ยกมากล่าวอีกครั้งแล้วนะคะ  

 

18 ในใจเทพอมฤตปี้หัวนั้นนำบรรดาสัตว์วิเศษที่มีสี่กรงเล็บทั้งหมดมาไล่เรียงเสียรอบหนึ่ง พบว่าไม่มีสักชนิดที่ทำให้รู้สึกพอใจได้ เขากลับเอาขบคิดถึงสัตว์ชนิดต่าง ๆ เสียจนปวดศีรษะ 

>>เขาเอาแต่ขบคิดถึงสัตว์ชนิดต่าง ๆ เสียจนปวดศีรษะ 

 

75 “นี่ย่อมแน่นอน หากบังเอิญเสียขนไป ก็จะกลายเป็นแบบเซียนผู้น้อยอย่างเจ้า ได้แต่ต้องบังคับตาให้พิศมอง เช่นนั้นแล้วข้าจะเป็นมหาเทพอยู่ทำไม?” 

ตอนแรกโออ่านแล้วไม่เข้าใจ ต่อมาถึง อ๋อ ตันจูนางแซะว่าถึงนางไม่มีขน นางก็ยังสง่างามเปี่ยมราศี จะเหมือนเซียนอย่างเจ้าที่ต้องฝืนตามองได้ยังไง (ก่อนหน้านี้ก็ผลัดกันแซะกันไปมา) 

โอคิดว่า ถ้าเปลี่ยนเป็น >>ได้แต่ต้องฝืนตา(พิศ)มอง น่าจะตรงและเข้าใจง่ายกว่าไหมคะ แต่แบบเดิมก็ไม่ได้ผิดอะไรนะคะ 

 

101 ท่านเทพได้ยินข่าวลือพันธุ์นั้นมาจากไหน 

>> พรรค์นั้น (หมายถึง ข่าวลือประเภทนั้น) 

 

158 เรื่องดำเนินไปแบบนี้ทุกวัน ๆ ในใจพวกกุมารรับใช้ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายขึ้น ยามว่างของเทพอมฤตปี้หัวก็มีมากขึ้นแล้ว ส่วนตัวนูก็พยายามซ่อนหน้าตามีความสุขและพออกพอใจไว้อย่างแนบเนียน 

>> ยามว่างของเทพอมฤตปี้หัวก็มีมากขึ้น ส่วนตันจู... 

 

201 ตันจูมองศพไก่สีแดงสดส่งกลิ่นหอมฉุย 

ศพ ใช้กับคน กับสัตว์จะใช้ ซาก ค่ะ แต่คราวนี้โอไม่แน่ใจว่าเพราะตันจูมองว่าไก่เป็นพวกเดียวกับตนด้วยหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ซับซ้อนอะไร ควรใช้ ซาก จะเหมาะที่สุด 



 

เล่ม 2 


 

10 ฝูหลีหรี่ดวงตา “หืม? เจ้าเซียนน้อยนี่ วาจาพูดแล้วสบายหูนัก เห็นแก่ท่าทางถ่อมตัวของเจ้านี้ ข้าก็เห็นว่าเจ้าดีมากยิ่ง” 

น่าจะเป็น >> วาจาฟังแล้วสบายหูนัก เพียงเห็นท่าทางถ่อมตัวของเจ้านี้ ข้าก็เห็นว่าเจ้าดีมากยิ่งแล้ว 

 

11 เขาฝั่งหนึ่งพูด อีกฝั่งก็เดินไปข้างกายเทพอมฤตปี้หัว เอื้อมนิ้วมือออกมา จิ้มไปที่หนวดของกิเลนน้อยที่กำลังหลับอยู่เบา ๆ  

โอคิดว่าใช้คำว่า ด้านหรือทาง น่าจะเหมาะสมกว่า มาจาก ด้านการกระทำ (หนึ่ง) หรือทางการกระทำ (หนึ่ง) การใช้คำว่า ฝั่ง เหมือนร่างกายแบ่งออกเป็นสองส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือขัดแย้งกัน แต่ในประโยคนี้ เขาทำไปพร้อมกัน แล้ว เอื้อม ก็ใช้กับ มือ ค่ะ 

>> เขาทางหนึ่งพูด อีกทางหนึ่งก็เดินไปข้างกายเทพอมฤตปี้หัว ยื่นนิ้วมือออกมา จิ้มไปที่หนวดของกิเลนน้อยที่กำลังหลับอยู่เบา ๆ 

 

13  

ฝูหลีเอ่ย “ฮ่องเต้ในรัชกาลนี้ มีพลังวิเศษแต่กำเนิด สามารถเห็นเทพอารักษ์ได้” 

เทพอมฤตปี้หัวเอ่ย “อืม คิดว่านี่คงเป็นสาเหตุแล้ว แต่ว่ากันตามหลัก มนุษย์ที่ถูกเทพอารักษ์คุ้มครองไม่มีทางมองเห็นเทพแน่ นี่คือกฎของสวรรค์ ทั้งยังไม่เคยละเว้นมาก่อน เรื่องนี้จึงยังคงน่าสงสัย” 

>> “อืม คิดว่านี่คงเป็นสาเหตุ ว่ากันตามหลักแล้ว มนุษย์ที่ถูกเทพอารักษ์คุ้มครองไม่มีทางมองเห็นเทพแน่ นี่คือกฎของสวรรค์ ทั้งยังไม่เคยละเว้นมาก่อน เรื่องนี้จึงยังคงน่าสงสัย” 

 

21 ในที่สุดมังกรอัปลักษณ์ก็หันดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาทั้งคู่ไปยังตันจู 

หัน หมายถึง ผันร่างไปทางหนึ่ง เช่น หันหน้า หันซ้าย ไม่ใช้กับดวงตาค่ะ (จะหันดวงตาอย่างไรล่ะ) 

>> ในที่สุด ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของมังกรอัปลักษณ์ก็ย้ายทิศทางไปยังตันจู 

>> ในที่สุด มังกรอัปลักษณ์ก็ย้ายทิศทางของดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลอหน่วยไปยังตันจู 

>> ในที่สุดมังกรอัปลักษณ์ก็ย้ายสายตาไปยังตันจู ดวงตาทั้งคู่ของมันเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา 

 

23 “คนบริสุทธิ์ที่ถูกเขาฆ่า เทพที่ถูกเขากัดกลืน ถึงจะน่าสงสารจริง ๆ แต่หากข้าช่วยเขา ก็จะเป็นการกระทำอันผิดต่อสวรรค์ เขาทำผิดมหันต์ ต่อให้เจ้าคิดอยากแบกรับแทนเขา เจ้าเองก็คงรับไม่ไหว” 

>> “คนบริสุทธิ์ที่ถูกเขาฆ่า เทพที่ถูกเขากัดกลืน ถึงจะเป็นผู้ที่น่าสงสารจริง ๆ หากข้าช่วยเขา ก็จะเป็นการกระทำอันผิดต่อสวรรค์...” 

 

23 เทพอารักษ์นั้นนับเป็นการมีอยู่ที่น่าโดดเดี่ยวอย่างมากจริง ๆ  

>> เทพอารักษ์นั้น นับเป็นการมีอยู่ที่โดดเดี่ยวอย่างมากจริง ๆ  

>> การมีอยู่ของเทพอารักษ์นั้น นับว่าโดดเดี่ยวอย่างมากจริง ๆ  

 

65-66 ใต้ต้นอู๋ถงเต็มไปด้วยใบไม้ใบใหญ่หลายใบที่ร่วงหล่นอยู่ ลูกนกเอียงหัวพินิจใบหนึ่งในนั้น ก่อนจะใช้จะงอยจิกครั้งหนึ่ง แล้วก็จิกอีกครั้ง จากนั้นก็ย่อตัว ไล่ตามช่องว่างระหว่างขอบใบไม้ พยายามชะโงกหัวกับจะงอยปากไประหว่างใบไม้ ปีกเล็ก ๆ กระพือสุดแรง คล้ายอยากใช้หัวดันใบไม้นั้นขึ้นมา 

ชะโงก หมายถึง ยื่นหน้าหรือส่วนหน้าออกไป 

โอคิดว่าในที่นี้ ใช้คำอื่นเหมาะสมกว่า 

>> พยายามดุนหัวกับจะงอยปากไปตามช่องว่างของใบไม้ 

 

111  

เทพอมฤตปี้หัวเลิกคิ้ว “ที่มหาเทพเสด็จมาวันนี้ เพื่อตรัสเรื่องนี้กับเซียนต้องโทษอย่างกระหม่อมหรือ?” 

ตันจูก้าวขึ้นหน้าอีกก้าวอย่างจริงใจ “ชิงสี” 

เทพอมฤตปี้้หัวยิ้มอย่างมีความสุข “ได้” 

ตันจูตอบรับทีหนึ่ง จริงด้วย เมื่อกลับมาคืนดีกันเหมือนเก่าอีกครั้ง ภายหน้าจะอย่างไรก็ต้องโวยวายเสียหน่อย ชิงสีเองก็ไม่อาจเป็นเจ้าที่อีกครั้งแน่ ยังคงกลับไปบนเกาะนั้นอีก? 

ไม่เข้าใจท่อนบนเลยค่ะ ที่ปี้หัวขานว่า ได้ หมายถึงอะไร ตันจูรำพึงอะไร 

 

ก็ประมาณนี้น่ะค่ะ เท่าที่จดมา 

 

 

 



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2563 11:05:52 น.
Counter : 351 Pageviews.

4 comments
- รีวิวนิยายวาย เร้นใจใต้เงาจันทร์ : เยว่ เพ่ย หวน - marina_rain
(15 ก.พ. 2564 00:04:21 น.)
ชวนอ่าน : ยามเมื่อลมพัดหวน : วาณิช จรุงกิจอนันต์ มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(14 ก.พ. 2564 20:46:39 น.)
:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - “ผมเพียงแต่จะบอกว่า...” :: กะว่าก๋า
(12 ก.พ. 2564 06:08:26 น.)
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 271 :: กะว่าก๋า
(11 ก.พ. 2564 06:12:09 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณkatoy, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณnewyorknurse

  
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ศึกษาและลองอ่านดู
โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา:12:23:07 น.
  
คุณคนผ่านทางมาเจอ เรื่องนี้น่ารักดีค่ะ ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้ไม่มีฉากด้วย งานของคนเขียนนี้เท่าที่อ่านจะไม่เขียนเรตค่ะ เน้นเรื่องกับความสัมพันธ์ ขอบคุณที่โหวตให้ค่ะ

ขอบคุณคุณkatoy, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku สำหรับโหวตด้วยค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา:12:31:03 น.
  
แวะมาทักทายจ้า imibet
โดย: สมาชิกหมายเลข 6109868 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2563 เวลา:0:00:18 น.
  
คุณสมาชิกหมายเลข 6109868 สวัสดีค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:12:13:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Or-o.BlogGang.com

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]

บทความทั้งหมด