รุ่งอรุณหลังวันสิ้นโลก เจียวถังตงกวา เขียน

9/7/2019

 



 

รุ่งอรุณหลังวันสิ้นโลก (3 เล่มจบ) 

เจียวถังตงกวา เขียน  Luna แปล 

สำนักพิมพ์ Rose  ในเครืออมรินทร์ 

1,035 บาท  1,152 หน้า 


#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #แปลจีน #นิยายแปล #รุ่งอรุณหลังวันสิ้นโลก #เจียวถังตงกวา #Rose #รีวิวนิยาย #ออโอ
 

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย

 

หลังปกเล่ม 1 


 

เซียวเหยียน นักศึกษาระดับบีของสถาบันวิทยาศาตร์กลางถูกส่งไปปฏิบัติงาน แต่ยานบินที่โดยสารไปเสียการควบคุมจนตกอยู่ในวงล้อมของซอมบี้ จากนั้นก็ได้รับการช่วยเหลือจากกองกำลังพิเศษที่ถูกขนานนามว่า “มือสังหารเลือดเย็น” ซึ่งหัวหน้าคือ ไฮน์ เบอร์ตัน  

เจอกันครั้งแรกเซียวเหยียนก็ตะลึงงัน เพราะภาพของไฮน์ เบอร์ตัน ที่ตัวเองเคยร่างไว้ในจินตนาการกับตัวจริงแตกกต่างราวกับคนละคน  

ใครเล่าจะคิดว่าวีรบุรุษของกองกำลังพิเศษจะหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาปานเพบุตรแบบนี้ 



 

คุยกันหลังอ่าน 


 

โอมารู้สึกว่าไม่ควรพลาดเรื่องนี้ตอนเล่มสุดท้ายออก แล้วก็มีคนมาหวีด มีคนมาเล่าเรื่อง ซอมบี้นะ ดิสโทเปียนะ งู้นงี้โน่นนี่ และความรู้สึก "เฮ้ย น่าอ่าน” ของโอ ก็มาพร้อมกับการที่เล่มหนึ่งขาดตลาด ทุกร้านของหมด หาซื้อไม่ได้... ให้มันเป็นงี้สิ (ความรู้สึกเหมือนตอนคนหวีดราชันคืนบัลลังก์เมื่อมันออกมาครบ ซึ่งตอนนี้โอก็ไม่มี เพราะไม่มีหนังสือให้ซื้อ ฮ่า ๆ) 

 

แต่ในที่สุดเราก็ได้มาครอง อ่านจบแล้วด้วยจ้า ขอเล่าให้ฟังบ้าง ล้อมวงกันเข้ามา 

 

ในเรื่องเป็นโลกอนาคต ห่างจากยุคปัจจุบันประมาณสองร้อยกว่าปี เมื่อไวรัสดาวหางทำให้เกิดซอมบี้ คนจำนวนน้อยที่รอดชีวิตตัดสินใจลงไปสร้างเมืองใหม่อยู่ใต้ดิน แต่หลาย ๆ ครั้งก็ต้องออกไปเพื่อหาทรัพยากรเพื่อการยังชีพ วิจัย และต่อสู้กับองค์กรปริศนาซึ่งถือว่าเป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดนอกเหนือจากซอมบี้ 

 

เซียวเหยียน ตัวเอกของเรา เป็นนักศึกษาระดับบีที่ถูกคัดเลือกออกไปดูงานสำรวจทรัพยากรเพื่อค้นคว้าวิจัย ยานของพวกเขาถูกโจมตี ขณะกำลังสิ้นหวังอยู่ในยานที่ถูกฝูงซอมบี้รุมล้อม หน่วยรบพิเศษที่นำทีมโดย ไฮน์ เบอร์ตัน ก็มาช่วยไว้ 

 

ทหารในหน่วยรบพิเศษแตกต่างจากคนปกติ พวกเขามีทั้งพละกำลัง ความเร็ว และประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกาย ทั้งนี้เนื่องจากไวรัส X ที่พวกเขาได้รับ ซึ่งต้องแลกมาด้วยอายุขัยที่สั้นลง หน่วยรบพิเศษมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณสิบปีเท่านั้น 

 

พันเอก ไฮน์ เบอร์ตัน เปรียบเสมือนตำนานที่ผู้คนเล่าขาน เขาเก่งกาจ โหดเหี้ยม เย็นชา และไม่เคยมีภารกิจใดที่เขาได้รับแล้วทำไม่สำเร็จ แต่เซียวเหยียนไม่คิดมาก่อนว่าไฮน์ เบอร์ตัน จะหน้าตาดีจนทำให้ยากจะละสายตาได้ 

 

ภารกิจช่วยเหลือยังไม่ทันสำเร็จก็เกิดเรื่องขึ้นอีกมากมาย วันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยยาก เสี่ยงตาย และยาวนานที่สุดของเซียวเหยียน แถมเขายังไป ‘ล่วงเกิน’ ไฮน์ เบอร์ตัน อย่างไม่ได้ตั้งใจสักนิด รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ๆ เหมือนโดนหมายหัว มารู้ตัวอีกทีก็ไหล่ละเอียดไปแล้ว 

 

ทั้งที่หวาดกลัว แต่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร พักหลัง ๆ ภาพวาบหวามระหว่างเขากับไฮน์ถึงผุดขึ้นในหัวเซียวเหยียนบ่อยครั้ง ทั้งยามเผชิญหน้า หรือยามเผลอหลับไป แม้จะเป็นแค่เรื่องในหัว แต่แค่คิดว่าอีกฝ่ายรู้เข้า เซียวเหยียนก็คงไม่แคล้วหัวหลุดจากบ่า 

 

มัวแต่หวาดระแวง ไม่คิดสักนิดเลยว่าคนที่เป็นตำนานสูงส่งอย่าง พันเอก ไฮน์ เบอร์ตัน จะสนใจตนเข้าจริง ๆ  

 
 

+++ 

 
 

ไฮน์ เบอร์ตัน เป็นพระเอกประเภท พูดน้อย ต่อยหนัก เขาไม่เคยโกหก เพราะฉะนั้นทางเลือกเลยมีแค่ไม่พูด หรือพูด แล้วคนฟังสะดุ้ง ซึ่งคำพูดของพี่เขานี่ประทับจิตใจโอมาก คือเราสามารถเขินพร้อมอยากเอาหัวโหม่งกำแพงตายไปได้พร้อมกัน  

 

ตอนอ่านเล่มหนึ่งโอนี่บิดเป็นหนอนดักแด้เลย ถามว่าหวานเหรอ เปล่าค่ะ ยังก่อน แต่ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเอาชีวิตรอดในสถานการณ์คับขัน พระนาย คำพูดที่พวกเขาพูดกัน และอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นในนั้น อ่าน ๆ อยู่ ว้าย! พระเอกเท่! เอามือปิดหน้า กรี๊ด!! นายเอกดูท่าจะเก่ง! เอาหน้าฝังหมอน ตายแล้ว!! พูดอะไรกันเนี่ยไม่เขินคนอ่านเลย! อมยิ้มแก้มปริอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นไม่ควรอ่านในที่สาธารณะถ้าไม่อยากโดนมองแปลก ๆ นะคะ 

 

โอชอบอารมณ์ ชอบสถานการณ์ในเล่มหนึ่ง มันมีความตื่นเต้น ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีภาพเคลื่อนไหวการต่อสู้จริง และมีการต่อสู้ในความคิดจิตใจ ซึ่งโอว่าเขาสร้างตรงนี้ได้น่าสนใจและสมดุลดีมาก โลกในความจริง กับโลกในความคิด ซึ่งภาพในวันที่โลกเต็มไปด้วยซอมบี้มันไม่น่าจะน่ามองอะไร แต่เรากลับพบความสวยงามอยู่ในนั้น มีความเหนือจินตนาการผสมผสานเข้าไป ที่สำคัญคือเราอยากรู้ว่าผู้เขียนเขาซ่อนอะไรไว้ ตัวละคร เรื่องราว ต่อไปจะเป็นอย่างไร 

 

เล่มสองจะเป็นเรื่องของการพัฒนาของเซียวเหยียนละ หลายคนเล็งเห็นคุณค่าความสำคัญของเขา เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องสามารถปกป้องดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง ซึ่งโอชอบนะ จากเล่มแรก เราจะเห็นว่าเซียวเหยียนโดนปกป้องตลอดเวลา แต่เล่มนี้ผู้เขียนต้องการให้เซียวเหยียนสู้เพื่อตัวเองได้บ้างแล้ว มันมีการพัฒนาทีละขั้น มีการเติบโตขึ้น ฝีมือการต่อสู้ของเซียวเหยียนเริ่มพัฒนา สวนทางกับความสัมพันธ์กับไฮน์ที่วนในอ่าง 

 

โองงว่าเซียวเหยียนงงอะไร หนู งงอะไรลูกกก โอว่าไฮน์แสดงออกชัดมากว่าเขาสนใจนะ จูบก็จูบแล้ว หลายรอบด้วย แต่นาทีที่ผละไปเซียวเหยียนก็เบลออีกครั้ง เขาคือไฮน์ เบอร์ตัน ฉันคือเซียวเหยียน เขาสูงส่ง ฉันเป็นธุลีดิน กลับหลุมหลบภัย จบ เฮ้ย! บางทีมันก็ควรจะไปต่อนะ 

 

แต่โอพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งมันก็พอเห็นเค้าลางในเรื่องอยู๋ 

 

หนึ่ง คือ ไฮน์เป็นตำนาน เป็นอันดับหนึ่งที่ไม่มีใครโค่นได้ เขาไม่เคยรัก หรือแสดงออกว่าต้องการใคร ลูกน้องไฮน์ก็บอกชัดว่า หัวหน้าน่ะเหรอจะรักใครได้ คือมันเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ พอ ๆ กับการที่หัวหน้าจะไม่มีวันแพ้ เป็นความเชื่อมั่นที่สั่งสมมายาวนาน เซียวเหยียนเองก็ถูกความคิดพวกนี้มีอิทธิพลต่อตนไม่น้อย (ช่วงนี้ตลกพวกลูกน้องไฮน์ พวกคนที่ละเอียดอ่อนก็จะเริ่มเข้าใจแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกความรู้สึกแข็งกระด้าง เห็นหัวหน้าปฏิบัติต่อเซียวเหยียนผิดจากคนอื่นก็สงสัย แต่อย่างไรก็ไม่เข้าใจ) 

 

สอง คือ ไฮน์ไม่เคยบอกว่ารัก หรือชอบ (ในตอนนั้นน่ะนะ) พี่แกเดินหน้าแสดงออกแต่การกระทำอย่างเดียว (ซึ่งค่อนข้างข้ามขั้นตอนไม่น้อย) เพราะฉะนั้น แม้จะจูบกันแล้ว เซียวเหยียนก็ยังไม่เชื่อ (หรือหลอกตนเองก็ไม่ทราบ) ว่าระหว่างพวกเขาสองคนมีอะไรมากกว่านั้น 

 

สาม คือ โอคิดว่าเซียวเหยียนแยกระหว่างความใคร่กับความรักออกจากกัน เขารู้ตัวว่าเขาสนใจไฮน์ อาจจะอยากสัมผัสใกล้ชิดด้วยซ้ำ แต่เขายังไม่นึกถึงเรื่องที่ลงลึกไปกว่านั้นอย่างความรัก 

 

ในเรื่องเราจะเห็นความอดทนของไฮน์ และความไม่ยอมอดทนอดกลั้นของเขา ซึ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือดมาก ในแง่หนึ่ง เขาให้เวลาเซียวเหยียนได้ชั่วนิรันดร์ ในอีกแง่หนึ่ง เขาก็จะไม่อดทนต่ออะไรทั้งนั้น ในตอนที่เซียวเหยียนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไฮน์คิดอะไรด้วย ไฮน์ก็แอบเตะศัตรูหัวใจออกไปทีละคนสองคน กระทั่งในตอนที่เซียวเหยียนยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ารักก็โดนรวบหัวรวบหางแล้ว 

 

ซึ่งสาเหตุของความอดทนหลัก ๆ ของไฮน์มาจากไวรัส X ในร่างกายของเขา ที่มีผลต่อคนปกติ สามารถล่อลวงหรือมอมเมาคนได้ ไฮน์จึงอยากมั่นใจว่าเซียวเหยียนชอบเขาเพราะเป็นเขา ไม่ใช่เพราะไวรัส X อีกอย่างก็คือเรื่องของสุขภาพร่างกาย แน่นอนว่าทหารหน่วยรบพิเศษมีความอึดถึกทนเหนือกว่าคนปกติไปมาก จะเรื่องต่อสู้หรือเรื่องบนเตียง คนธรรมดาก็ยากจะรับไหว 

 

ความโดดเด่นของเซียวเหยียนคือสมอง ระบบประมวลผลของสมองเขารวดเร็วมาก เขาสามารถคิดค้นวิจัยงานใหม่ ๆ ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของมนุษยชาติ ที่ตอนแรกเซียวเหยียนเป็นนักศึกษาระดับบีก็เพราะตัวเองเป็นคนเฉื่อยชา ไม่อยากโดดเด่น รักตัวกลัวตาย อยากมีชีวิตเนิบ ๆ สบาย ๆ แต่เหตุการณ์ที่เจอไฮน์ครั้งแรกครั้งนั้นก็เข้ามาเปลี่ยนชีวิตและตัวตนของเขาโดยสิ้นเชิง 

 

ความเก่งในเรื่องค่อนข้างจะสร้างมาให้ปูทางเข้าล็อกตัวเอกมากไปหน่อย ไม่ถึงขนาดได้มาง่ายดาย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป ข้อดีก็คือมันจะไม่ทุกข์สาหัสมากไป ไม่บีบคั้นหัวใจมากไป 

 

เรื่องพยายามตอบคำถามของตัวเรื่องเองอยู่ แต่คำตอบบางคำตอบก็อาจจะไม่สามารถอธิบายได้คลอบคลุมเท่าที่ควร หรือยังงง ๆ อยู่ มีอะไรหลุด ๆ บ้าง เช่น ทำไมไฮน์ถึงเปลี่ยนใจมาเข้าหน่วยรบพิเศษ หรือไฮน์สนเซียวเหยียนตอนไหน (โอเดาว่าตั้งแต่การ ‘ล่วงเกิน’ นั่นแหละ) เหตุผลของที่มาซอมบี้ คือโอว่าซอมบี้มันเป็นเรื่องใหญ่และสร้างผลกระทบมาก ซึ่งตัวต้นตอที่มาปัญหาก็น่าจะถูกกระทบด้วย หรือในเรื่องไม่ได้พูดถึงการที่ซอมบี้แพร่เชื้อโดยการกัด โอเลยเดาว่าผลของการถูกซอมบี้กัดคือตายเท่านั้น ประเด็นดราม่าหัวข้อการกลายพันธุ์ของบุคคลอันเป็นที่รักจึงไม่พบในเรื่องนี้ การวิจัยบางอย่างที่บอกความลับสุดยอด ผ่านไปสักพัก เอ้า ทำไมรู้กันหลายคนเลย 


 

โอชอบตัวประกอบหลายคนในเรื่อง ส่วนใหญ่ก็ลูกน้องพระเอก ลิฟ มายะ เสียดายที่เล่มท้าย ๆ พวกนี้บทจางไปหน่อย ชอบอารมณ์แบบเล่มแรก ๆ ดี  

 

โอชอบอารมณ์ เนื้อเรื่อง สถานการณ์ประมาณเล่มแรก ตอนอ่านคิดถึงอนิเมะ Attack on Titan เหมือนกันนะ ตื่นเต้นดี ชอบช่วงซ้อนที่เซียวเหยียนเริ่มงงว่านี่เรื่องจริงหรือฝัน คือเรารู้สึกตามเขาเลย แล้วสักพักก็หงุดหงิดตามจริง ๆ ว่าเอาอีกแล้ว อะไรอย่างนี้ เล่มสองมีช่วงจำเจ ความสัมพันธ์พระนายค่อนข้างวกวนซ้ำ ๆ มีส่วนที่ไม่ชอบบางอย่างบ้าง เล่มสุดท้ายมีช่วงอืด จำเจเหมือนกัน อ่าน ๆ หยุด ๆ ช่วงท้าย 

 

โดยรวมชอบค่ะ เรื่องไม่ยากไม่ง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป ชวนติดตาม เห็นภาพตาม มีโลกจริง โลกเสมือน และโลกมายา มีความผสมผสานระหว่างเลือดเนื้อ และเทคโนโลยี พระนายก็ดีค่ะ สองคนนี้เคมีดี มีโมเมนต์ดี ๆ มากเลย อย่างที่บอกว่าคำพูดพระเอกทำให้สะดุ้งได้ตลอดเวลาและหลายความหมาย คือตรง ไม่ปิดบัง จริงใจ เข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้เสมอ ซึ่งโอว่ายากนะที่จะทำให้ได้อย่างนี้ทุกคำ ตลอดเวลา ประทับตราของแรร์ให้พ่อคุณเลยจ้ะ 

 

(5+4+3.5) = 4.16 ดาว 

 
 

ในส่วนของสำนวนภาษา โอชอบเล่มหนึ่ง มันจะมีช่วงที่สวย ๆ โอชอบการเลือกใช้คำที่หลากหลาย สามารถให้ภาพและตรึงใจได้ดี จดมาด้วย เดี๋ยวยกตัวอย่างข้างล่าง โดยรวมโอชอบที่โอเห็นภาพชัดเจน ซึ่งภาพชัดเจนนั้นเกิดจากหลายส่วน ผู้ส่งสารดี ผู้ถ่ายทอดเข้าใจ พอภาพเคลียร์ คนรับก็สบายละ ส่วนที่ไม่ค่อยดีก็มี เรื่องคำผิดแบบสะกดผิดนี่โอว่าโอไม่เห็น แต่อย่างที่บอกไปมีการเลือกใช้คำไม่ตรงความหมาย การเรียบเรียงประโยคบางส่วนยังสลับ มีคำตก อ่านแล้วดูจะรู้สึกว่ามีอะไรหายไป โครงสร้างประโยคเลยไม่ครบสมบูรณ์ มีเว้นวรรคผิดความหมายเลยเปลี่ยนไปคนละเรื่อง ซึ่งโอว่ามันสามารถแก้ได้ในการอ่านไฟนอลนะ ไม่รู้ทำไมถึงปล่อยหลุดมาได้ 

 

ส่วนที่ชอบ

 

สมองของเซียวเหยียนเสมือนถูกน้ำเสียงของอีกฝ่ายผ่าแยก อารมณ์ความคิดที่ปิดกั้นไว้ถูกปลดปล่อยสู่อาณาเขตโล่งกว้างในชั่วพริบตา ...หน้า 6 เล่ม 1 

 

แววตาของไฮน์ราวกับสายลมที่เร้นเงียบอยู่ในอนธการแห่งรุ่งสางวูบผ่านประสาทของเซียวเหยียน ทิ้งไว้เพียงไอเย็นเยือก ...หน้า 16 เล่ม 1 

 

อย่าว่าแต่จะร้องโหวกเหวก แม้กระทั่งลมหายใจก็ถูกอั้นอยู่ในลำคอ ...หน้า 16 เล่ม 1 

 

ไฮน์ตวัดข้อมือ คมดาบวาดวิถีโค้งคมกริบและสวยงามกลางอากาศ แยกวิสัยทัศน์ออกเป็นสองทิศทาง ...หน้า 18 เล่ม 1 

 

แสงอาทิตย์คล้อยต่ำส่องลอดผ่านกิ่งก้านใบไม้ ทิ้งร่มเงาย้อนแสงไว้ผืนใหญ่ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงหม่นครึ้ม ...หน้า 36 เล่ม 1 

 

เซียวเหยียนยื่นมือออกไป ขยับนิ้วมือเล่นตามใจ ลำแสงก็ทิ้งเงาไว้บนพื้น เงาของเขาเหมือนจะหลุดจากพันธนาการของพื้นแล้วสยายปีกโผบิน 

ถ้าคุณอยากให้ผมเป็นผีเสื้อ ผมก็จะเป็น 

ต่อให้ผมเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ชื่อเสียง ก็ต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในตอนนี้ได้แน่ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ...หน้า 35 เล่ม 2 



 

ส่วนที่ยังติดขัดที่โอเห็นและจดมา  


 

เล่ม 2 

 

หน้า 33 นิ้วของอีกฝ่ายที่ตรึงข้อมือของเขาไว้ข้างใบหูก็ไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย 

เรียงผิดค่ะ ประโยคหลัก คือ ข้อมือของเขาไม่อาจขัดขืน  

เรียงใหม่เป็น ข้อมือของเขาที่นิ้วของอีกฝ่ายตรึงไว้ข้างใบหูไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย 

หรือ นิ้วของอีกฝ่ายตรึงข้อมือของเขาไว้ข้างใบหูทำให้ไม่อาจขัดขืนได้แม้แต่น้อย 

 

หน้า 197-198 

“ยากที่จะมีใครไม่หลงเสน่ห์เขา” 

เซียวเหยียนไม่คิดปิดบังเจนแล้ว เพราะเมื่อไหร่ที่ปิดบัง หมอนี่ก็จะยิ่งเปิดโปงเขาอย่างไม่เกรงใจ 

“และเคยมีคนบอกเหมือนกันว่ายากที่จะหลงเสน่ห์ฉัน แต่นายก็เหมือนมีภูมิคุ้มกันมาตั้งแต่เกิด ถึงไม่รู้สึกอะไรกับฉันเลย” 

ต้องเป็น และเคยมีคนบอกเหมือนกันว่ายากที่จะ ’ไม่’ หลงเสน่ห์ฉัน 

 

หน้า 208 ถ้าเดินผ่านบริเวณธารน้ำแข็งไปถึงทุ่งน้ำแข็งที่สุดลูกหูลูกตาผืนหนึ่ง บนทุ่งน้ำแข็งนั้นเป็นฐานบัญชาการขั้วโลกใต้ที่นครไชร์สร้างขึ้น 

เนื่องจากขึ้นประโยคด้วย ‘ถ้า’ แสดงว่ามันต้องเกิดเงื่อนไขอะไรบางอย่างแล้ว ในที่นี้ ‘ถ้า’ เดินผ่าน... ‘จะพบว่า’ บนทุ่งน้ำแข็งนั้นเป็นฐานบัญชาการ... 

 

หน้า 297 อาจเป็นเพราะพ่อที่กระตือรือร้นกับการวิจัยขบคิดมาตลอดชีวิตก็ไม่ได้ผลลัพธ์ใด ๆ และการเป็นนักสมุทรศาสตร์ที่ทั้งชีวิตไม่เคยได้เห็นทะเลเป็นเรื่องที่น่าขำมาก ทำให้ในวันที่พ่อจากไป เซียวเหยียนก็ไม่รู้สึกอีกแล้วว่าการขบคิดมีความหมายอะไร 
 

คือโอไม่เข้าใจท่อนบนทั้งท่อนเลย 

เดานะ น่าจะประมาณนี้หรือเปล่า 

อาจเป็นเพราะพ่อผู้กระตือรือร้นกับการวิจัยใช้สมองขบคิดมาตลอดชีวิตก็ไม่เกิดผลลัพธ์ใด อีกทั้งการเป็นนักสมุทรศาตร์ที่ทั้งชีวิตไม่เคยได้เห็นทะเลนั้นช่างน่าขัน ทำให้ในวันที่พ่อจากไป เซียวเหยียนก็ไม่รู้สึกอีกแล้วว่าการขบคิดสงสัยนั้นมีความหมายอะไร 

ช่วยมั้ยเนี่ย ไม่แน่ใจ 

(เพิ่มเติม ณ วันที่ 2/11/2563 
ลองอีกรอบ
อาจเป็นเพราะมีพ่อที่กระตือรือร้นกับการวิจัยขบคิดมาตลอดชีวิตแต่กลับไม่เกิดผลลัพธ์ใด รวมถึงรู้สึกว่าการเป็นนักสมุทรศาสตร์ที่ทั้งชีวิตไม่เคยได้เห็นทะเลนั้นช่างน่าขัน ทำให้ในวันที่พ่อจากไป เซียวเหยียนก็ไม่รู้สึกว่าการขบคิดสงสัยนั้นมีความหมายอะไรอีกต่อไปแล้ว
)

 

หน้า 319 ถ้าเขายังคิดเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับไฮน์ เบอร์ตัน ต่อไป เขาก็ห้ามใจไม่ให้นึกถึงสัมผัสจากริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ได้ 

ถ้าเขา...เขาก็ ‘จะ’ ห้ามใจ 

 

หน้า 364 โสตประสาทของเขาได้ยินเสียงเสื้อผ้าฉีกขาด นิ้วของอีกฝ่ายบีบเคล้นหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง น้ำลายที่ไม่สามารถกลืนลงไปได้ ยิ่งเซียวเหยียนอยากเลี่ยงจูบของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เรี่ยวแรงของเจนก็ยิ่งดุดัน 

‘น้ำลายที่ไม่สามารถกลืนลงไปได้’ ไม่ใช่ประโยคน่ะค่ะ เป็นวลี แล้วพอเป็นวลี ท่ามกลางประโยคอื่นแล้วมันโดดมากเลย 

โอคิดว่านะ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ถ้าเป็นโครงสร้าง วลี + วลี + ประโยค อย่างนี้จะสวย เข้าใจได้ และสมบูรณ์กว่า 

โอว่าน่าจะประมาณนี้ 

โสตประสาทของเขาได้ยินเสียงเสื้อผ้าฉีกขาด นิ้วที่บีบเคล้นหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง น้ำลายที่ไม่สามารถกลืนลงไปได้ ยิ่งเซียวเหยียนอยากเลี่ยงจูบของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เรี่ยวแรงของเจนก็ยิ่งดุดัน 

มันจะเป็นรูปแบบ เสียง สัมผัส รสชาติ ปฏิกิริยา (เสียงเสื้อฉีกขาด นิ้วที่บีบเคล้น น้ำลายที่ไม่อาจกลืน..) 

(ลองอีกรอบ ณ วันที่ 2/11/2563

เสียงเสื้อผ้าฉีกขาด นิ้วที่บีบเคล้นหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง น้ำลายที่ไม่สามารถกลืนลงไปได้ ยิ่งเซียวเหยียนอยากเลี่ยงจูบของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เรี่ยวแรงของเจนก็ยิ่งดุดัน)

 

เล่ม 3 

 

หน้า 58 

ขณะที่เตรียมปิดโถงรันเวย์หลังจากยานลำเลียงเข้ามาแล้ว กลับพบว่าจุดเชื่อมต่อของโถงควบคุมไม่ได้ ยานสามลำของศัตรูตามติดเข้ามาด้วย 

โอว่า เปลี่ยนเป็น กลับพบว่าจุดเชื่อมต่อของโถงไม่สามารถควบคุมได้ จะเข้าใจง่ายและตรงกว่า  

 

หน้า 114 “เอาเถอะ ขอแค่นายพูดกับหัวหน้าแบบที่ฉันบอกเป๊ะ ๆ รอบหนึ่ง ฉันคิดว่านายยังมีโอกาสรักษามันไว้ได้สามสิบเปอร์เซ็นต์” 

น่าจะเป็น ขอแค่นายพูดกับหัวหน้าแบบที่ ‘บอกฉัน’ ... (คือแบบที่เซียวเหยียนแซวลิฟ) 

 

หน้า 196 ทุกครั้งที่พลทหารเดินผ่าน เซียวเหยียนก็จะยกมือขึ้นทำความเคารพ เซียวเหยียนมั่นใจว่าคนที่เจ้าพวกนี้ทำความเคารพคือตนแน่นอน ไม่ใช่ไฮน์ที่มียศสูงกว่าสองขั้น 

เว้นวรรคผิดทำให้ความหมายผิดไปค่ะ ต้องเป็น ‘ทุกครั้งที่พลทหารเดินผ่านเซียวเหยียนก็จะยกมือขึ้นทำความเคารพ’ (พลทหารยกมือเคารพ ไม่ใช่เซียวเหยียนยกมือเคารพ) 

 

หน้า 257 ไทเทเนียมชนิดนี้สามารถรับน้ำหนักได้อย่างยากจะเชื่อ ยากจะเน่าสลาย ทั้งยังมีความเสถียร 

เน่า ใช้กับพวกอินทรียวัตถุน่ะค่ะ พวกซากพืชซากสัตตว์ แต่ไทเทนียมเป็นแร่ธาตุ ควรใช้เป็น ผุพัง ผุกร่อน มากกว่า 

 

หน้า 293 ไฮน์ฉุดตัวเซียวเหยียน หมุนร่างบังการโจมตีจากศัตรู บุคคลน่าเกรงขาม เหล่ามือสังหารระแวดระวังไฮอน์ เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าเพื่อหาช่องโหว่วโจมตี 

‘บุคลิกน่าเกรงขาม’ หรือเปล่าคะ 

 

หน้า 259 ยื่นแขนเข้าไปในซากโลหะหักพัง หยั่งเชิงคว้าอะไรบางอย่าง 

หน้า 300 ปักมีดหยั่งเชิงตั้งหลัก 

หน้า 324 ทุกครั้งที่มือสังหารหยั่งเชิงฟันคอของเขา 

หน้า 332 วาเลนไทน์หยั่งเชิงลุกขึ้น 

หน้า 366 ใช้ขาอีกข้างหนึ่งเป็นหลัก หยั่งเชิงหนีบไฮน์แล้วพลิกตัว 

พวกนี้คือที่โอจดมาจากการใช้ ‘หยั่งเชิง’ อันแปลกประหลาด ซึ่งเล่มก่อน ๆ หน้านี้ก็ใช้เยอะมาก แต่มารู้สึกตัวเอาจริง ๆ เอาเล่มนี้ว่ามันแปลกมากจนไม่สามารถหลับตาข้างหนึ่งได้  

(โน้ตเพิ่มเติม ณ วันที่ 2/11/2563 โอเดาว่ามันต้องเป็นคำว่า 'หยั่ง' อย่างเดียว ซึ่งสามารถเปลี่ยนพลิกแพลงได้ตามบริบท)

 

หน้า 309 ใต้ทุ่งน้ำแข็งไม่มีเส้นทางหนีออกไปได้ ซึ่งก็คือยานยังคงเป็นพาหนะชนิดเดียวที่มือสังหารกลุ่มนี้ออกจากฐานบัญชาการ 

ยานยังคงเป็นพาหนะชนิดเดียวที่มือสังหารกลุ่มนี้ ‘สามารถใช้’ ออกจากฐานบัญชาการ 

หรือ ยานยังคงเป็นพาหนะชนิดเดียวที่ ‘สามารถพา’ มือสังหารกลุ่มนี้ออกจากฐานบัญชาการ 

 

โห เหนื่อยเวอร์ ดิเอนแค่นี้แล 

 

 







 




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2563 11:41:14 น.
Counter : 389 Pageviews.

1 comments
พระพิฆเนศ มหาเทพแห่งศิลปะของแผ่นดิน haiku
(24 ก.พ. 2564 23:31:01 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - Peaceful Magazine ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 :: กะว่าก๋า
(22 ก.พ. 2564 05:01:55 น.)
หนังสือเรียนชั้นประถมของจีน toor36
(21 ก.พ. 2564 00:01:26 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเธอ...ชีวิต :: กะว่าก๋า
(17 ก.พ. 2564 05:41:11 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

  
ขอบคุณคุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ สำหรับโหวตนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2563 เวลา:10:13:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Or-o.BlogGang.com

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]

บทความทั้งหมด