รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เมิ่งซีสือ เขียน
8/11/2020











 

รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่  (7+1 เล่มจบ) 

เมิ่งซีสือ เขียน 

อัญชลี เตยะธิติกุล แปลเล่ม 1 ถึง 3 

เซียงเซียง แปลเล่ม 4 ถึง 7 และเล่มพิเศษ 

สำนักพิมพ์ everY  ในเครือแจ่มใส 

2,152 บาท  2,214 หน้า 

 

#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #นิยายแปล #แปลจีน #รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ #เมิ่งซีสือ #everY #รีวิวนิยาย #ออโอ

 

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย 

 

 

หลังปกเล่ม 1 

 

รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่แห่งต้าหมิง สภาขุนนางเรืองรุ่ง ใครต่อใครก็อยากเข้าเมืองหลวงเพื่อสอบเป็นขุนนาง 

‘ถังฟั่น’ผู้พิพากษาแห่งศาลซุ่นเทียน ขุนนางขั้นเล็ก ๆ รับผิดชอบดูแลคดีชาวบ้าน ๆ งานในหน้าที่ตรงกันข้ามกับมันสมอง อันที่จริงถังฟั่นจะไต่เต้าเป็นขุนนางขั้นสูงกว่านี้ใช่ว่าไม่มีหนทาง แต่ใครใช้ให้เขารักสบาย ง่ายๆ ไว้เป็นดีเล่า ด้วยเหตุนี้ในศาลซุ่นเทียนจึงมีขุนนางเล็ก ๆ แต่ฉลาดเฉลียวอยู่หนึ่งคน 

ทว่าผู้พิพากษาก็มีอันต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าคนตายเสียเอง เมื่อเขาดันเป็นคนสุดท้ายที่ปะทะกับคุณชายใหญ่แห่งจวนอู่อันโหวก่อนคุณชายผู้นี้จะถูกพบเป็นศพ! 

คดีพัวพันผู้มีอำนาจ ไม่ใช่ทางของถังฟั่นเอาเสียเลย แต่ความยุติธรรมในหัวใจทำให้ผู้พิพากษารูปงามต้องหาคนร้ายตัวจริงออกมา ล้างมลทินให้สาวใช้ผู้บริสุทธิ์ 

‘สุยโจว’นายกองปากหนักประจำสำนักองครักษ์เสื้อแพร หนึ่งในขั้วอำนาจหลักแห่งราชสำนักต้าหมิง กำลังจับตามองการทำงานของถังฟั่นอย่าง ‘ใกล้ชิด’ขอดูซิว่าอีกฝ่ายจะเป็นขุนนางน้ำดีมีอุดมการณ์ดังเช่นที่เจ้าตัวเอ่ยอ้างจริงหรือไม่! 

 



 

คุยกันหลังอ่าน 

 

ซื้อมาตั้งแต่เขากรี๊ดกร๊าดกัน จนออกจบ จนเขาไปกรี๊ดเรื่องอื่นกันแล้ว จนออกเล่มพิเศษ จนเรื่องใหม่ของผู้เขียนออกมา ถึงเพิ่งหยิบมาแกะซีลออกอ่าน  

 

ถึงจะบอกว่าเป็นแนววาย แต่เนื้อเรื่องจะไม่เน้นความสัมพันธ์ของคู่พระนายเท่าไรนักค่ะ จะเน้นไปในทางการสืบสวน การไต่เต้าขึ้นรับตำแหน่งของตัวเอกหลักอย่างถังฟั่น การชิงไหวชิงพริบในราชสำนักของเหล่าขุนนาง ออกแนวเขียนให้จิ้นต่อเอง แต่ถ้าจะบอกว่าจิ้น เรื่องนี้เขาก็บอกความสัมพันธ์ชัดว่า เออ รักกันนะ มีจูบกัน มันก็เลยเป็นแนววาย หลายคนถึงบอกว่าเริ่มอ่านวายเรื่องแรกจากเรื่องนี้เลย  

 

รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่เป็นปีที่เริ่มเรื่อง ถังฟั่น นายเอกของเรา เป็นขุนนางเล็ก ๆ ในศาลซุ่นเทียน สามปีก่อนสอบเตี้ยนซื่อ ที่จริงแล้วจักรพรรดิเฉิงฮว่าจะแต่งตั้งให้เป็นจ้วงหยวน แต่ราชเลขาธิการวั่นอันบอกว่าถังฟั่นอายุน้อย กลัวคนหนุ่มลำพองใจ ควรย้ายตำแหน่งให้ต่ำลงไปอีกนิด จักรพรรดิเฉิงฮว่าฟังแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล ถังฟั่นเลยได้ตำแหน่งบัณฑิตเอกขั้นสองแทน (ย้ายลงไปสี่อันดับ จากจ้วงหยวน ปั่งเหยี่ยน ทั่นฮวา บัณฑิตเอกขั้นหนึ่ง ถึงจะเป็นบัณฑิตเอกขั้นสอง ซึ่งก็คืออันดับที่ห้า) ถังฟั่นทำงานอยู่สำนักราชบัณฑิตสามปี ก่อนจะย้ายมายังศาลซุ่นเทียน รับตำแหน่งผู้พิพากษา 

 

ถังฟั่น ชื่อรอง รุ่นชิง ฉลาดก็จริง แต่ไม่ใช่คนฝักใฝ่อำนาจหรือสนใจเงินทอง เป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ขอแค่มีของกินอร่อยและนิยายสนุกก็อยู่ได้หมด แต่เห็นดูเป็นคนง่าย ๆ อย่างนั้น ถังฟั่นมีความรับผิดชอบ หน้าที่การงานก็ทำอย่างเต็มที่ไม่เฉื่อยชา และเขามีปณิธานอยู่ เขารักความถูกต้อง และอยากให้บ้านเมืองเดินหน้า เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป  

 

สุยโจว ชื่อรอง ก่วนชวง พระเอก ทำงานเป็นองครักษ์เสื้อแพร ด้วยความเป็นญาติสายนอกของพระพันปีโจว (พระพันปีโจว แม่จักรพรรดิเฉิงฮว่า เป็นน้องสาวของยายของสุยโจว) แม้จะไม่มีอำนาจที่แท้จริง แต่ก็เป็นที่เกรงใจของคนส่วนใหญ่ สุยโจวอุปนิสัยเงียบขรึม พูดน้อย เก่งบู๊ 

 

สุยโจวรู้จักถังฟั่นครั้งแรกจากคดีที่ทำงานร่วมกันระหว่างศาลซุ่นเทียนและหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ตอนแรกสุยโจวไม่ชอบหน้าถังฟั่นนัก คิดว่าเป็นพวกขุนนางที่เก่งแต่ปาก ฝีมือไม่เอาไหน แต่พอร่วมมือทำงานจริงถึงพบว่านอกจากถังฟั่นจะฉลาดแล้ว ยังไม่ถือตัว เวลาทำงานก็ลงมือทำจริงจังไม่ปริปากบ่น เกิดความยอมรับนับถือ รู้สึกว่าชะตาต้องกัน จึงคบหาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้น พอดีถังฟั่นต้องย้ายที่อยู่ สุยโจวเลยชวนให้มาอยู่ด้วยกันเลย ...อย่าเพิ่งตกใจ เป็นเพื่อนร่วมบ้านน่ะค่ะ โดยมีสุยโจวทำตัวเหมือนคุณแม่ ทำอาหารใหกิน (เวลาว่าง) คุมประพฤติไม่ให้ถังฟั่นใช้ชีวิตเหลวไหลเกินไป หลัง ๆ คุมการเงินด้วย ไม่งั้นใต้เท้าถังจะใช้เงินหมดไปกับของกินอร่อย ๆ และนิยายจนหมด กว่าคู่นี้จะลงเอย โน่น เล่มท้าย ๆ เลย เล่มต้น ๆ จะเป็นเพื่อนที่สนิทกัน ช่วยเหลือกัน เข้าอกเข้าใจกัน มีโมเมนต์แปลก ๆ แบบ เอ๊ะ เพื่อนกันเขาทำงี้เหรอ โผล่มาให้คิดเล็ก ๆ เป็นระยะ พอความสัมพันธ์จะเดินไปในทิศทางนั้นซะหน่อย ก็จะมีอะไรมาขัดมาขั้นจังหวะตลอด เรียกว่าคู่นี้งานเข้าไม่ได้พักเลย 

 

สุยโจวรู้ตัวและแสดงออกว่าชอบถังฟั่นก่อน ส่วนถังฟั่นจะทำงานเป็นหลัก ฉลาดทุกเรื่อง แต่เรื่องรัก ๆ นี่คุณพี่เขามึนมาก (หรือทำเป็นมึนมาก) สุยโจวเห็นถังฟั่นเป็นอย่างนั้นก็ไม่ได้เร่งรุกเร้าอะไร เรียกว่าใช้ชีวิตไปตามจังหวะ ให้เวลากับปัจจุบันมากกว่าอดีตหรืออนาคต 

 

เรื่องทางบ้านของสองคนนี้ ถังฟั่นนั้นพ่อแม่เสียหมดแล้ว มีพี่สาวอยู่คน แต่งออกไปแล้ว ส่วนสุยโจว เขาเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายและน้องสาวอย่างละคน พ่อแม่รักพี่ชายคนโตมากกว่า และน้องสาวก็เป็นน้องเล็ก แถมผู้หญิงคนเดียว พ่อแม่ก็จะดูแลเป็นพิเศษ สุยโจวเลยเหมือนลูกที่พ่อแม่ไม่ค่อยสนใจ พอพี่ชายแต่งงาน พี่สะใภ้ก็ชอบหาเรื่องสุยโจว สุยโจวไม่อยากมีปัญหาเลยย้ายออกมาอยู่คนเดียวข้างนอกเลย นาน ๆ ทีถึงกลับไปเยี่ยมบ้าน (จุดที่อยู่คนเดียวนี้เองทำให้ชวนถังฟั่นมาอยู่ด้วยกันได้นั่นแหละค่ะ) สุยโจวจะรักยายมากกว่า และยายเองก็จะรักหลานคนนี้ที่สุด 

 

พูดถึงนิสัย จริง ๆ นิสัยของถังฟั่นนี่เป็นที่รักได้ง่ายมากเลย เพราะยิ้มเก่ง อัธยาศัยดี ไม่ถือตัว เข้าใจโลก เข้าใจความเป็นไปของชีวิต อ่อนนอกแข็งใน ถ้าไม่ไปล่วงเกิน ทำร้ายเขา หรือคนที่เขารักก่อน เขาก็จะไม่มีทางทำให้คุณลำบากใจแน่นอน ถังฟั่นหน้าตาดีด้วย แค่เห็นหน้าก็ชวนรื่นตาสบายใจแล้ว เก่ง หน้าตาดี มนุษยสัมพันธ์ดี ชีวิตน่าจะไม่มีอุปสรรคอะไรใช่ไหม ตอบว่าไม่ค่ะ คนอิจฉาก็มี ไปขัดขวางแผนการคนอื่นเลยโดนแก้แค้นก็บ่อย แก้แค้นนี่ไม่ได้จำกัดความแค่ทำร้ายหรือฆ่านะคะ การทำให้อะไรที่น่าจะราบรื่นนั้นขลุกขลัก ก็นับเป็นหนึ่งในการแก้แค้นได้ แต่ถังฟั่นฉลาด ส่วนใหญ่ก็จะรอดตัวไปได้ แล้วเขาก็มีเพื่อนที่ดีพร้อมช่วยเหลืออยู่พอสมควร จุดนี้มันก็สมเหตุสมผลอยู่น่ะนะ ถังฟั่นเป็นคนที่ให้ใจกับคนอื่น กับเพื่อนเขาก็เต็มที่ พอถังฟั่นมีปัญหา ส่วนใหญ่เพื่อนก็จะไม่ทิ้งหรอกค่ะ 

ส่วนสุยโจว ด้วยความที่พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงออก ยิ่งมีตำแหน่งองครักษ์เสื้อแพร มีดาบปักวสันต์ ที่แค่ได้ยินชื่อคนก็กลัวเกรง คนภายนอกยิ่งรู้สึกว่าไม่น่าคบหา (มีถังฟั่นนี่แหละที่ไม่สนใจอะไร) แต่จริง ๆ สุยโจวเป็นที่รักของลูกน้องนะคะ เขาเป็นหัวหน้าที่ดี มีความสามารถ มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่หัวหน้าที่เอาแต่สั่งลูกน้องแล้วไปนอนรอเอาความดีความชอบ แต่เขาลงมือทำจริง อยู่หน้างานจริง ๆ จักรพรรดิเฉิงฮว่าก็เอ็นดูสุยโจวไม่น้อย เพราะรู้สึกว่าสุยโจวนั้นเป็นคนพึ่งพาได้ เชื่อถือได้ 

 

คดีในเรื่องมีตั้งแต่คดีในครอบครัวจนถึงคดีที่มีความสัมพันธ์กับความเป็นไปของราชวงศ์ หลัก ๆ ที่กล่าวถึงจะเป็นคดีที่มีลัทธิบัวขาวอยู่เบื้องหลัง  

ลัทธิบัวขาวคือลัทธิอะไร  

มองว่าเป็นตัวร้ายในเรื่องก็ได้ค่ะ เป็นลัทธิชั่วร้ายที่มีจุดประสงค์ในการเข้ามาป่วนบ้านเมือง หยั่งรากลึกยาวนานหลายรัชสมัยแล้ว เพียงแต่พอบ้านเมืองสงบ หรือพอถูกปราบปรามก็จะเงียบ ๆ ไป แต่พอมีภัย มีใครคิดก่อกรรมทำชั่ว ก็จะลุกขึ้นมา ทำตัวเป็นเชื้อเพลิง ขยายความวุ่นวายที่มีให้ลุกลามไปไกล มีสาวกมากมาย จุดได้เปรียบคือมีคนรู้ข้อมูลของลัทธิบัวขาวน้อยมาก มีหลายโฉมหน้า ยากที่จะปราบปราม และมีคนใน หรือคนที่มีอิทธิพลในบ้านเมืองอยู่เบื้องหลังคอยช่วยเหลือ 

ในส่วนคดี มีอะไรที่ออกจะโอเวอร์เหนือจริงเหมือนกันนะ แต่ไม่มาก อย่างเรื่องนี้มีลงสุสานด้วย อ่านแล้วนึกถึงเรื่องที่ออกใหม่ของผู้เขียนที่ลงขุดสุสาน (ใช่ไหม) ไม่รู้เขียนเรื่องไหนก่อนกันนะคะ ตัวละครอย่างถังฟั่น ค่อนข้างเทพเลยแหละ ไขคดี แบบมอง ๆ แล้วภาพออกมาเป็นฉาก ๆ เห็นหน้า รู้ไปถึงไส้พุง (อันนี้เปรียบเฉย ๆ ฮ่า ๆ) จะว่าซูอย่างที่คนเขาชอบพูด โอก็ว่าซูอยู่นะ แต่ผู้เขียนเขาก็พยายามให้เหตุผลมา มันไม่ได้ลอยอยู่บนก้อนเมฆยากเอื้อมอะไรแบบนั้น ก็อยู่ในหลักการ และถังฟั่นก็ไม่ได้ทำงานแบบราบรื่นไม่มีอุปสรรคอะไรเลย เหนื่อย หนัก สาหัสเอาการอยู่นะ 

ถังฟั่นเป็นตัวเอกในเรื่องเลยค่ะ เทพสุด เก่งสุด สุยโจวนี่เป็นพระเอกเงา พี่เป็นแค่ตัวช่วยเฉย ๆ เป็นพระเอกสายกองหนุน ไม่เด่นเท่าถังฟั่น สุยโจวเชื่อมั่นในตัวถังฟั่นมาก ถังฟั่นบอกหนึ่ง เขาก็จะไม่มีทางบอกสองเด็ดขาด  

 

ในส่วนของการชิงไหวชิงพริบชิงอำนาจในวัง กลุ่มหลักและเป็นกลุ่มที่คัดง้างกับถังฟั่นก็คือกลุ่มอำนาจวั่น  

กลุ่มอำนาจวั่นคือใคร  

คือกลุ่มที่มีวั่นกุ้ยเฟยเป็นศูนย์รวมอำนาจ เนื่องจากนางเป็นที่รักของจักรพรรดิเฉิงฮว่า 

รักขนาดไหนน่ะเหรอคะ  

รักขนาดที่ว่า แม้นางจะแก่กว่าจักรพรรดิเฉิงฮว่าถึงสิบเก้าปี อายุมากกว่าพระพันปีโจวซึ่งเป็นแม่ของจักรพรรดิเฉิงฮว่าหนึ่งปีด้วยซ้ำ แม้วั่นกุ้ยเฟยจะไม่มีลูกให้จักรพรรดิ แม้วั่นกุ้ยเฟยจะทำให้จักรพรรดิเฉิงฮว่าไม่มีลูกกับสนมคนอื่นจนกระทั่งรัชทายาทรอดพ้นเงื้อมมือวั่นกุ้ยเฟยขึ้นมามีตัวตนภายใต้สายตานาง หรือแม้วั่นกุ้ยเฟยจะเป็นคนทำให้แม่แท้ ๆ ของรัชทายาทต้องตาย จักรพรรดิเฉิงฮว่าก็ยังรักนาง  

ซึ่งความรักนี้มีสาเหตุอยู่ค่ะ ตอนจักรพรรดิเฉิงฮว่ายังเป็นรัชทายาท เคยถูกกักขังอยู่ในตำหนัก มีเพียงวั่นกุ้ยเฟยที่ตอนนั้นเป็นเพียงนางกำนัลอยู่เคียงข้างดูแลพระองค์ สำหรับจักรพรรดิเฉิงฮว่าแล้ว วั่นกุ้ยเฟยเป็นภรรยา เป็นเพื่อน และเป็นมารดา ความรักที่จักรพรรดิมีให้นางจึงแทบจะไร้เงื่อนไข ความผิดใด ๆ ของนาง จักรพรรดิเฉิงฮว่าพร้อมที่จะมองข้าม 

วั่นกุ้ยเฟยมีน้องชาย ชื่อวั่นทง วั่นทงเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร วั่นกุ้ยเฟยกุมอำนาจในฝ่ายใน ส่วนวั่นทงร่วมมือกับขุนนางและขันทีบางส่วนกุมอำนาจในราชสำนัก กลายเป็นกลุ่มอำนาจวั่น 

 

กลุ่มอำนาจวั่นไม่ต้องการให้รัชทายาทขึ้นเป็นจักรพรรดิ เนื่องจากรัชทายาทเป็นบุตรของจักรพรรดิที่ฝ่ายในหลายคนร่วมมือกันปิดบังสายตาของวั่นกุ้ยเฟย เลี้ยงดูจนเติบโตจนได้ตำแหน่งรัชทายาท ความแค้นนี้ยากที่วั่นกุ้ยเฟยจะลืม จนกลายเป็นสาเหตุที่วั่นกุ้ยเฟยเอาชีวิตแม่ของรัชทายาทเป็นการระบายแค้น และการกระทำนี้เองทำให้วั่นกุ้ยเฟยเกรงว่า เมื่อรัชทายาทกลายเป็นจักรพรรดิแล้ว จะมาล้างแค้นนาง หลังจากรัชทายาทมีตัวตนขึ้นมา วั่นกุ้ยเฟยจึงคลายความเข้มงวดในฝ่ายใน หลังจากนั้นจักรพรรดิเฉิงฮว่าจึงมีบุตรอีกหลายคน วั่นกุ้ยเฟยต้องการให้องค์ชายรองที่มารดาขององค์ชายอยู่ฝ่ายนางขึ้นเป็นรัชทายาทแทน กลุ่มอำนาจวั่นจึงพยายามหาเหตุให้จักรพรรดิเฉิงฮว่าปลดรัชทายาท  

 

ฝ่ายถังฟั่นและพวกพ้องนั้นอยู่ฝั่งรัชทายาท ถังฟั่นนั้นถือหลักยึดความถูกต้อง รัชทายาทเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์อันชอบธรรม เขาไม่ได้ทำความผิดใด อีกทั้งอุปนิสัยของรัชทายาทก็ไม่มีอะไรให้ติติง เขาอ่อนโยน ไม่ให้ความแค้นมายึดกุมจิตใจ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน  

 

จักรพรรดิเฉิงฮว่า แม้จะไม่ใช่จักรพรรดิที่เก่งกล้ามากความสามารถ และแม้จะไม่สนใจปกครองบ้านเมือง แต่ก็ไม่ถึงขั้นดื้อดึงทำตามความต้องการโดยไม่สนเหตุผล อีกทั้งอุปนิสัยของพระองค์ค่อนข้างหัวอ่อน จิตใจรวนเรได้ง่าย จึงมักพึ่งพิงการตัดสินใจของขุนนางเป็นหลัก ในเมื่อไม่มีเหตุให้ปลดรัชทายาท เขาก็ปลดไม่ได้ 

 

กล่าวถึงกลุ่มสำนักที่มีบทบาทในราชสำนักและบ้านเมืองในตอนนั้น มีสำนักบูรพา ที่มีขันทีเป็นหัวหน้า มีหน่วยองครักษ์เสื้อแพร และสำนักที่เพิ่งจัดตั้งหลังสุด สำนักประจิม โดยมีขันทีวังจื๋อเป็นหัวเรือใหญ่ สามกลุ่มต่างคานอำนาจกันและกัน 

 

วังจื๋อเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่ง เป็นตัวที่ตอนแรกเปิดมาแบบร้าย ๆ ก่อนจะกลายมาเป็นพวกเดียวกับถังฟั่น นิสัยของเขาจะเห็นชัดในเล่มสองเป็นต้นไป และทำให้เรื่องมีสีสันขึ้นมาก  

ถ้าไม่มีวังจื๋อ เรื่องจะจืดไปเลย เพราะไม่มีใครเถียงหรือด่าถังฟั่นได้ สุยโจวนั้นเป็นตัวละครสายขรึมเงียบ ถังฟั่นว่ายังไง ก็ว่าตามกัน พอมีวังจื๋อ วังกงกงท่านจะทั้งด่าทั้งแซะถังฟั่นได้เฮฮามาก ความสัมพันธ์ของวังจื๋อและถังฟั่นนั้น จะบอกว่าเป็นเพื่อน ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะจุดเริ่มแรก ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เห็นพ้องต้องกันทั้งหมด แค่สถานการณ์บางอย่างทำให้จำต้องร่วมมือกัน วังจื๋อใช้ประโยชน์จากถังฟั่น ถังฟั่นนั้นก็เพียงสถานการณ์พาไป บวกกับวังจื๋อแม้จะไม่ได้เป็นคนแสนดี แต่ก็ไม่ได้หวังผลร้ายต่อพวกถังฟั่นโดยตรง ทั้งสองเลยพอเรียกว่าคบหากันได้ พอเวลาผ่านไปมากเข้า เจอเรื่องราวฝ่าอันตรายด้วยกัน ช่วยเหลือกัน จึงกลายเป็นพวกเดียวกันที่สุด ต่างเชื่อใจกันและกัน 

ตัวละครวังจื๋อเป็นตัวละครที่โอชอบมาก แม้เขาจะเป็นตัวละครที่ค่อนข้างโอเวอร์ในหลายจุด แต่ก็สร้างสีสันได้ดี อีกทั้งโอไม่เคยเห็นขันทีรับบทเด่นในนิยายแบบจริงจัง (ในแบบที่ไม่ใช่บทคนรับใช้ข้างกาย ที่คอยอุ้มชูตัวหลัก) มีเรื่องนี้แหละ ท่านวังกงกงเป็นอีกหนึ่งในตัวละครสำคัญ ถ้าเปรียบเป็นเรื่องของเหล่าฮีโร่ทั้งหลาย วังจื๋อก็จะเป็นฮีโร่หลักตัวหนึ่งเลย 

 

เล่มแรกอ่านยากตรงที่เป็นการปูพื้นเปิดตัวตัวละคร หลายตัวละครเปิดมาแค่ชื่อและตำแหน่ง พูดถึงเรื่องในราชสำนักในสายตาคนนอก เหมือนมองจากจุดที่ห่างไกล ซึ่งในเล่มหลังจะค่อย ๆ เห็นภาพชัดขึ้นเพราะถังฟั่นก้าวเข้าสู่ตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น โตขึ้น จากตัวละครที่โผล่มาแค่ชื่อ ก็จะกลายเป็นตัวละครที่ทำงานในระดับเดียวกันกับถังฟั่นแล้ว 

 

เป็นนิยายที่เล่าเรื่องความเป็นไปตั้งแต่รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ ถึงรัชศกเฉิงฮว่าปีที่ยี่สิบสาม ถังฟั่นเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นจนได้รับตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก เรื่องไม่หวือหวา ทั้งการห้ำหั่นชิงไหวชิงพริบ หรือเรื่องรักของพระนาย ออกจะค่อย ๆ เล่า แต่ก็ไม่ได้เรียบจนเกินไป มีตัวละครที่สร้างสีสัน มีมุกเบรกความเครียด อ่านไม่ยาก เข้าใจไม่ยาก บางช่วงบางตอนผู้เขียนพยายามอธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจด้วยการอธิบายซ้ำ น้ำเสียงการเล่าบางตอนสอดแทรกสัจธรรมชีวิต ความเป็นไปตามครรลองธรรมชาติ 

 

เล่มสุดท้าย เนื้อเรื่องหลักจบตั้งแต่ครึ่งเล่มแรก ถัดจากนั้นเป็นตอนพิเศษ แต่ถึงจะเขียนว่าตอนพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วเป็นการเล่าเรื่องราวที่ต่อเนื่องถัดจากตอนจบมากกว่าจะเป็นตอนขั้นสั้น ๆ เล่าถึงปลายรัชศกเฉิงฮว่า จนขึ้นรัชศกหงจื้อ เราจะได้เห็นตัวละครที่จากเด็ก เติบโตเป็นหนุ่มสาว หรือจากหนุ่มสาว ก็เริ่มแก่เฒ่า จากวัยใกล้ฝั่ง จนจากไป เห็นความเป็นไปของตัวละคร (แก่ไปพร้อม ๆ กับถังฟั่น ฮ่า ๆ) 

 

ในเล่มพิเศษเล่มเล็ก มีตอนพิเศษสองตอน ทั้งสองตอนมีคดีให้ถังฟั่นไขทั้งคู่ ตอนแรกเป็นเรื่องราวก่อนถังฟั่นจะเจอสุยโจว ส่วนตอนที่สองเป็นตอนที่ถังฟั่นและสุยโจวกลับเจียงหนานไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษของถังฟั่น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในรัชศกหงจื้อปีที่สอง 

 

ภาพรวมสำหรับเรื่องนี้ โอคิดว่าขาดความกลมกล่อมและกินลึกบางอย่างไป อย่างความรักที่เป็นในแบบเน้นฉากความน่ารักในบางช่วง แต่จุดที่ลึกซึ้งนั้นไม่ได้พูดถึง หรือถ้าจะเป็นในแนวสัจธรรมชีวิต เรื่องก็ไม่ได้ชูให้เด่นในแนวทางนั้นสักเท่าไร มีจุดที่คล้ายการ์ตูน เน้นตัวละคร เน้นบทบาท เน้นการแสดงออก มากกว่าเน้นสิ่งที่อยู่ข้างใน แต่ก็ไม่ได้ขาดแคลน เขียนไปเขียนมา โอว่าสิ่งที่เรื่องนี้ยังขาดไปหน่อย คือเรื่องของอารมณ์ 

 

โดยรวมโอชอบนะคะ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องอ่านแบบไม่หลับไม่นอน แต่ก็ไม่ได้ราบเรียบจนขาดสีสัน เป็นนิยายที่มีเนื้อหาให้ติดตาม เห็นการฝ่าฟันอุปสรรค เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่ง มีความน่ารักของตัวละครสอดแทรกเข้ามา 

 

เลยให้ 4 ดาว 

 

 

 

 

ที่ติดขัด 

 

 

เล่ม 1 

 

228 ใต้เท้าถังถูกอบรมจนหน้าม่อยคอตก อีกฝ่ายฟื้นฝอยเรื่องก่อนหน้าของเขาจบแล้วก็ถูกอาตงลากตัวไปทันที 

ตรงนี้อ่านแล้วงงค่ะ ใครถูกอาตงลาก ถัดจากประโยคนี้ สุยโจวยังคุยกับถังฟั่นต่ออยู่เลย น่าจะเป็นอาตงจากไปทันทีมากกว่าที่จะเป็นสุยโจว (หรือถังฟั่น) ที่ถูกอาตงลากไป 

 

เล่ม 2 

 

194 ทั้งสองเดินเดี่ยวจนเหนื่อยก็ไปหาที่นั่งพรักพร้อมถือโอกาสกินอะไรเสียหน่อย 

>> ไปหาที่นั่งพักพร้อมถือโอกาสกินอะไรเสียหน่อย 

 

เล่ม 3 

 

26 ระหว่างตีตัวออกห่างจากหัวหน้าที่เป็นขุนนางขั้นห้าคนหนึ่ง กับผิดใจกับรองเสนาบดีขั้นสามคนหนึ่ง ทุกคนจะเลือกอย่างไร... 

ต้องเป็น >> ตีตัวออกหาก ค่ะ 

ตีตัวออกหาก ก. ห่างเหินไปไม่ร่วมมือร่วมใจเหมือนเดิม, ตีตนจากไป, ปลีกตัวออกไป, เอาใจออกหาก ก็ว่า. 

 

หลายคนใช้ผิด โอก็เคยใช้ผิด  

 

เล่ม 4 

 

128 และถังอวี๋ก็พานมาได้กับเจ้ารองคนนี้อีก 

 

พาน หมายถึง ทำท่าว่า ในประโยคนี้ โอว่าตัดไปเลยจะได้ความหมายที่ตรงกว่า 

(เพราะถังอวี๋แต่งกับเจ้ารองคนนั้นแล้ว ไม่ได้กำลังจะแต่ง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว) 

และถังอวี๋ก็มาได้กับเจ้ารองคนนี้อีก 

 

184 แต่สตรีเช่นนี้กลับพานครอบครองใจของจักรพรรดิมิมีเสื่อมคลาย 

ตัด พาน ไปเลยค่ะ เหตุผลเหมือนข้างบน  >> ครอบครองใจจักรพรรดิมิมีเสื่อมคลาย 

 

185 รู้สึกว่าหากตนเองไม่ไปพานจะเป็นที่สะดุดตา ดังนั้นไม่อาจไม่ฝืนใจไปร่วมงานเลี้ยง 

>> หากตนเองไม่ไปจะเป็นที่สะดุดตา (ตัดพานออก เพราะใส่มาความหมายจะแปร่ง) 

185 บนโต๊ะติดกันยังวางด้วยของขวัญพระราชทาน 

ไม่ตรงตามหลักภาษาไทยเนอะ 

 

205 “ตนเองเป็นผู้ตรวจการ ยังมีอาจารย์เป็นข้าหลวงตรวจการฝ่ายขวา ผู้ตรวจการมีหน้าที่อันใด ไยมิใช่นึกอยากกัดใครก็กัด เขาแม้ตำแหน่งเล็กแต่ก็มิอาจดูแคลน ไม่แน่จะแว้งกัดเมื่อใด ไม่ถึงตายก็จริงแต่ก็เจ็บไม่เบา” 

>> มิใช่นึกอยากกัดใครก็กัด 

 

ไย ว. ไฉน อะไร ทำไม (~, what, why) 

ไฉน ว. ฉันใด เช่นไร อย่างไร (how) เหตุใด (why) 

ไย จึงใช้กับ what why และ how 

 

279 พานให้เขานึกถึงแม่นางตู้พบเจอในร้านยาเมื่อวานนี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ 

>> ทำให้เขานึกถึง 

 

เล่ม 5 

 

25 เอาที่นี่เป็นจุดผ่อนถ่ายทรัพย์สิน 

>> ผ่องถ่ายทรัพย์สิน 

 

190 หนำซ้ำรีบร้อนจะตีตัวออกห่างจากพวกเราเหลือเกิน 

>> ตีตัวออกหาก 

 

246 เห็นบนแม่น้ำชุมนุมด้วยเรือหลายลำ 

 

ไม่ใช่หลักภาษาไทย 

 

298 เขาปรือตาอย่างยากเย็น พลันเห็นข้างเตียงตนเองเหมือนยืนอยู่ด้วยคนผู้หนึ่ง 

 

ไม่ใช่หลักภาษาไทย 

 

 

เล่ม 7 

 

7 การโคจรของดวงดาวสองลักษณะนี้ล้วนมิใช่นิมิตหมายอันดี กลับพานปรากฏให้เห็นในเวลาไล่เลี่ยไม่กี่วัน นี่ชวนให้ผู้คนอดครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานามิได้ 

 

>> กลับปรากฏให้เห็นในเวลาไล่เลี่ยไม่กี่วัน 

(มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้กำลังจะเกิด) 

 

9 เพราะแม้จักรพรรดิจะสามารถครอบครองแผ่นดิน ปรารถนาสิ่งใดได้สิ่งนั้น พานมีแต่อายุขัยที่พระองค์มิอาจกำหนดได้ 

 

>> มีแต่อายุขัยที่พระองค์มิอาจกำหนดได้ 

(ข้อเท็จจริง ไม่ใช่สิ่งที่กำลังจะเป็น) 

 

12 ข้าพานอยากดูว่าครานี้พวกนั้นยังมีข้ออ้างอันใดปกป้องรัชทายาทอีก” 

>> ข้าอยากดูว่า 

 

51 “พี่สาววั่น คืนนี้ท่านมานอนเป็นเพื่อนเราเถอะ ไม่มีท่าน กลางคืนเรานอนไม่หลับ” บุรุษวัยสี่สิบยังเจือน้ำเสียงออดอ้อน หากคำพูดเหล่านี้ออกจากพระโอษฐ์ผู้อื่นที่มิใช่จักรพรรดิจะยิ่งชวนให้ผุ้คนชนลุกปานใด 

น่าจะประมาณนี้มากกว่า 

>> บุรุษวัยสี่สิบยังใช้น้ำเสียงเจือความออดอ้อน 

>> น้ำเสียงบุรุษวัยสี่สิบเจือด้วยความออดอ้อน 

>> บุรุษวัยสี่สิบออดอ้อนออกมาผ่านทางน้ำเสียง 

 

62 ต้นขาของถังฟั่นยังคงกอดรัดไว้ด้วยสตรีนางหนึ่ง 

ไม่ใช่หลักภาษาไทย 

 

247 อาตงยิ้มปรี่ 

 

ปรี่  

ก. เดินหรือวิ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว เช่น ปรี่เข้าไปต่อย 

ว. เกือบล้น ในลักษณะเช่นน้ำเต็มจนเกือบล้นมิล้นแหล่ เช่น น้ำเต็มปรี่ น้ำล้นปรี่ 

 

ปริ่ม  

ว. อาการที่มีความยินดีปลื้มใจ เช่น ปริ่มใจ ปริ่มยิ้ม ปริ่มเปรม 

 

โอคิดว่าในที่นี้ ควรเป็น >> ยิ้มปริ่ม มากกว่า 

 

แต่ถ้าต้องการออกแนว ๆ เปรียบเปรย เหมือนรอยยิ้มของอาตงเกือบล้นทะลักออกมาจากใบหน้า ก็อาจจะเป็น >> รอยยิ้มของอาตงล้นปรี่  

 




 



 

 

 

โลกหล้านี้ ผู้ที่ประสบกับความยากลำบากใช่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำการใหญ่ได้เสมอไป ทว่าผู้ที่ทำการใหญ่ล้วนต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน 

วังจื๋อรู้สึกแต่แรกแล้วว่าถังฟั่นต่างจากคนอื่น คราวนี้เขายิ่งมั่นใจแล้วว่าจะลงทุนในตัวถังฟั่นให้มากขึ้นอีกขั้นหนึ่ง 

ลงทุนในเรื่องการบ้านการเมืองก็ดี สานสัมพันธ์ก็ช่าง เอาเป็นว่าสมาคมกับคนผู้นี้ ภายหน้าตนจะต้องได้ประโยชน์ด้วยแน่นอน 

 

 

หน้า 138-139  บทที่ 11  
เล่ม 2  

 


 



.

 

 

สุยโจวสั่นหน้า “ตอนนี้ยังไม่มีอะไร แต่สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก เจ้าต้องเพิ่มความระมัดระวัง” 

 

ถังฟั่นผงกศีรษะ “เข้าใจแล้ว ท่านก็เช่นกัน” 

 

ระหว่างสนทนา เกี๊ยวน้ำร้อน ๆ ก็ถูกยกออกมา สีหน้าถังฟั่นจากเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นน้ำลายแทบไหลในพริบตา เขามองสุยโจวก้มหน้าตักน้ำแกงตาปริบ ๆ ประกายตาร้อนแรงจนผู้คนไม่อาจทนดู 

 

สุยโจวจำต้องส่งช้อนที่บรรจุเกี๊ยวตัวหนึ่งส่งถึงริมฝีปากเขา 

 

ใต้เท้าถังยังตั้งแง่ “ท่านวางไว้ เดี๋ยวข้ากินเอง” 

 

สุยโจววกช้อนกลับมา ทำท่าจะส่งเข้าปากตนเอง 

 

ครานี้ถังฟั่นไม่คำนึงแล้วว่ารอบข้างมีคนมองหรือไม่ คว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วหันช้อนมาทางตนเอง ในที่สุดเกี๊ยวที่ชุ่มน้ำตัวนั้นก็ถูกส่งเข้าปาก 

 

ความหอมหวานของน้ำแกงในเกี๊ยวอบอวลไม่คลาย ใต้เท้าถังค่อยถึงอกถึงใจ ก่อนออดอ้อนสุยโจว “ขออีกตัวหนึ่งเถอะ” 

 

ฝ่ายหลังคร้านจะใส่ใจจึงก้มหน้าเริ่มกิน 

 

หน้า 47-48  บทที่ 43 

เล่ม 7 

 

 

 

 




Create Date : 08 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2563 10:48:30 น.
Counter : 435 Pageviews.

1 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - Peaceful Magazine ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 :: กะว่าก๋า
(22 ก.พ. 2564 05:01:55 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - สมุดขบ :: กะว่าก๋า
(18 ก.พ. 2564 05:56:47 น.)
007 :: จนศพสุดท้าย by Agatha Christie polyj
(17 ก.พ. 2564 16:47:24 น.)
:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - ความสุขไม่ได้หาย...แค่หาให้เจอ :: กะว่าก๋า
(15 ก.พ. 2564 05:36:51 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse

  
ขอบคุณคุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse สำหรับโหวตนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา:20:54:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Or-o.BlogGang.com

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]

บทความทั้งหมด