เรื่องที่ไม่มีสอนในโรงเรียนแพทย์: The Untold Stories from The Medical School.
1984: George Orwell - อำนาจรัฐที่ไร้การควบคุม

อำนาจรัฐที่ไร้การควบคุม



ไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับหนังสือมาระยะหนึ่งแล้ว อันที่จริงก็ยังอ่านอยู่ตลอดเมื่อมีเวลาว่าง แต่เวลาว่างนาน ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ค่อยมีครับ ล่าสุดอ่าน Next (ฉบับแปล) ของ Michael Crichton จบไปได้ไม่นาน เริ่มอ่านก่อนที่ Crichton จะเสียชีวิต โดยไม่ได้ระแคะระคายเรื่องที่ผู้เขียนไม่สบายเลยแม้แต่น้อย ได้ข่าวจากร้านหนังสือมือสองของพี่สุ (su-usedbook) ขึ้นป้ายหน้าร้านอาลัยการจากไปของ Crichton ก็เลยตามข่าวดู ปรากฎว่าเป็นจริง ก่อนหน้านั้นก็อ่าน Changhai Baby (ฉบับแปล) เอาไว้มีโอกาสเหมาะจะเอามาเล่าสู่กันจังหวะต่อไปครับ

...................................


ช่วงนี้อ่านหนังสือ "1984" ของ George Orwell เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1948 มีเนื้อหาจินตนาการถึงโลกในยุคที่ประเทศทั้งหลายรวมกันเป็นรัฐใหญ่ ๆ สามรัฐที่คอยทำสงครามต่อต้านกันไปมาเป็นสามเส้าที่คอยถ่วงดุลย์กันอยู่ โดยในเนื้อเรื่องนั้นจำเพาะเจาะจงไปในรัฐหนึ่ง (ฉากหลังเป็นนครลอนดอน-ผู้เขียนเป็นคนอังกฤษ) ที่มีตัวแทนของรัฐคอยจับตาดูผู้คนในรัฐอยู่ตลอดเวลาผ่านทางจอภาพ โดยจอภาพนี้นอกจากจะมีไว้ฉายภาพข่าว-โษฆณา(ชวนเชื่อ)-ประกาศ ฯ แล้ว ยังมีไว้รับภาพของคนที่อยู่ในรัศมีของจอภาพ และมีคนคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลาโดยมีตัวแทนของรัฐ (ในที่นี้ใช้คำว่าพรรค ซึ่งหมายถึงพรรคสังคมนิยมอังกฤษ) เป็นรูปชายวัยกลางคนไว้หนวด มีชื่อว่า "Big Brother" (รายการโทรทัศน์ในอังกฤษยืมชื่อนี้ไปใช้ในรายการ reality show รายการหนึ่ง พฤติกรรมของคนในรายการจะถูกจับตาดูอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกับในนิยาย)

ในปี 1984 (อ่านไปได้สักพักจะเข้าใจได้ว่ามันอาจเป็นปีอะไรก็ได้ที่รัฐกำหนดให้เป็นปี 1984 !) ตัวละครจะถูกบงการโดยการบิดเบือนของรัฐ รัฐเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างโดยทำให้ประชาชนอยู่ในความควบคุม ทั้งจากจอภาพ จากการเรียนรู้ และจากแนวคิดที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก (เอาเข้าจริง รัฐถึงกับควบคุมปัจเจกชนด้วยกระบวนการที่อ่านแล้วอาจถึงกับ shock เอาได้ง่าย ๆ)

คำขวัญของพรรคฟังดูแล้วง่าย แต่เข้าใจยาก...



สงครามคือสันติภาพ
เสรีภาพคือความเป็นทาส
อวิชชาคือพลัง



อ่านดูแล้วเหมือนกับเอาคำสองคำที่ตรงข้ามกันมาสื่อความหมายให้เป็นเรื่องเดียว กัน (หนาวคือร้อน... หล่อคือขี้เหร่ !!! ???) แต่คำทั้งหมดนี้ถูกชี้นำโดยแนวคิดของพรรค( = รัฐ ในที่นี้คือความหมายเดียวกัน โดยผู้เขียนแสดงให้เห็นว่าสังคมในยุค 1984 อยู่ภายใต้การปกครองโดยพรรคเดียวผู้ครองอำนาจรัฐทั้งหมด พรรคคือรัฐ รัฐคือพรรค) ใต้แนวความคิดของ Doublethink และ Newspeak

รัฐพยายามทำลายคำที่มีความหมายหลากหลายลงไป ยุบรวมคำที่มีความหมายต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน และแน่นอนว่ากับคำบางคำนั้นต้องคิดสองครั้ง(คิดสองชั้น-Doublethink) ถึงจะเข้าใจได้ว่าความหมายที่รัฐต้องการสื่อคืออะไร นั่นคือนอกจากความหมายโดยตรงตามพจนาุนุกรมที่เราเคยรู้จัก ต้องคิดถึงความหมายตาม Newspeak (new บวก speak) นั่นคือความหมายตามที่รัฐกำหนดขึ้นมาเป็นภาษาใหม่เพื่อให้ประชาชนไ้ด้ใช้้คำน้อยลง คำที่ไม่จำเป็นจะถูกตัดทอนลง สุดท้ายก็จะเหลือเพียงกลุ่มคำที่จำเป็นไม่มากในการสื่อสารซึ่งกันและกัน การมองเรื่องการพูดโดยใช้ภาษา Newspeak และ doublethink เพียงผิวเผินก็จะสามารถอรรถาธิบายได้ตามนี้ แต่หากมองให้ลึกขึ้นก็จะได้ว่านั่นเป็นการกำกับควบคุมโดยรัฐอย่างสมบูรณ์ รัฐจับตาดูผู้คนทุกฝีก้าว สังเกตอากัปกิริยาของคน ลอบดูการหายใจ ฟังเสียงเคลื่อนไหว ควบคุมความคิด กำกับการพูด และแน่นอนว่ากวดขันแม้กระทั่งการมีเพศสัมพันธ์ เพราะอารมณ์คือศัตรูของพรรค ดังนั้น newspeak จึงเป็นเหมือนการเก็บกดอารมณ์ของประชาชนในสังคมได้เป็นอย่างดี (ลองนึกถึงโลกที่ไม่มีคำว่า "เพศ" และ "เพศสัมพันธ์" ดูสิว่าจะเหี่ยวแห้งและไร้ชีวิตชีวาขนาดไหน ?)

รัฐเข้าไปมีบทบาทใน ทุกสิ่งทุกอย่าง รัฐคือความยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันผิดพลาด ทุกสิ่งทุกอย่างที่คลาดเคลื่อนไปจากความจริงจะุถูก "ปรับเปลี่ยน" อดีตถูกแก้ไข ข่าวสารถูกแก้ไข การรับรู้ของคนถูกปลูกฝังมาเพื่อให้เข้าได้กับการถูกแก้ไขอยู่ตลอดเวลาี้โดยดุษฎี ลองนึกถึงนักการเืมืืองบางประเทศที่ทำผิดแล้วไม่แสดงสปิริตด้วยการลาออก แต่เข้าไปปรับเปลี่ยนสิ่งที่ผิดให้เป็นถูก แก้ไขทุกอย่างแม้กระทั่งอดีตเพื่อให้สิ่งที่เขาทำนั้นกลายเป็น "ถูก" ...รัฐที่ดำเนินนโยบายผิดพลาดย่อมหมายถึงความอ่อนแอ และความอ่อนแอนั้นเป็นเรื่องรับไม่ได้ ...อย่างนี้นักการเมืองบางประเทศแถวนี้คงชอบใจและนึกอยากไปอยู่กันเต็มที่

การควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง(โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลข่าวสาร)โดยรัฐนี้เองที่ทำ ให้เมื่ออ่านไปสักพักก็จะเริ่มสงสัยว่าสงครามระหว่างรัฐทั้งสามที่โฆษณา(ชวน เชื่อ)อยู่ตลอดเวลานั้นมันมีจริงหรือเปล่า หรือสงครามทั้งหมดเป็นเพียงการปั้นน้ำเป็นตัวของรัฐเพื่อควบคุมอารมณ์และ ความคิดของประชาชนในรัฐให้ไปในทิศทางเดียวกัน... ด้วยการทำให้ประชาชนโกรธและเกลียดสมาชิกของรัฐที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม (ซึ่งเอาเข้าจริงก็แทบไม่รู้้ด้วยซ้าว่ารัฐไหนเป็นพันธมิตรหรือศัตรูกับรัฐ ไหนกันแน่ !)

ในเรื่อง Orwell เปิดเผยแนวคิด "โกล์ดสไตน์" ซึ่งถูกกล่าวหาโดยรัฐบาลว่าเป็ผู้มีแนวคิดขบถ เป็นบุคคลนอกกฎหมายที่ถูกตามล่าอยู่ตลอดเวลา ผู้เขียนเรียบเรียงแนวคิดที่ "อ่านแล้วหลับได้" นี้ให้อ่านอยู่หลายสิบหน้า จนกระทั่งอ่านจบแล้ว(อ่านจนจบเรื่อง)ก็คิดเอาเองว่ามันเป็นจริงเสียยิ่งกว่าที่จะยอมรับว่ามันไม่จริง (คงเข้าใจนะครับว่าผมหมายความว่าอะไร ?)

"One does not establish a dictatorship in order to safeguard a revolution; one makes the revolution in order to establish the dictatorship.
เขาไม่ได้สถาปนาเผด็จการขึ้นมาเพื่อปกป้องการปฏิวัติหรอก; เขาปฏิวัติเพื่อสถาปนาระบอบเผด็จการต่างหาก"

คำนี้ได้ยินบ่อย โดยเฉพาะช่วงหลังเดือนกันยายน 2549 ที่ใครต่อใครพากันคิดว่า "รัฐประหารตายแล้ว" "ปฏิวัติตายแล้ว" คำเหล่านี้เอามาจากหนังสือเรื่องนี้ ...เช่นเดียวกับที่ใครต่อใครพากันบอกว่านิยายเรื่อง 1984 ตายแล้ว แต่ก็ฟื้นขึ้นจากหลุมได้ทุกทีไป และทุกวันนี้ยังมีคนอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ - ฉบับที่ผมอ่านเป็นฉบับแปล พิมพ์ครั้งที่สอง ปี พ.ศ. 2551 (ครั้งแรกพิมพ์ปี พ.ศ. 2525 ซึ่งที่บ้านก็มีอยู่เช่นกัน แต่แทบจะเปิดไม่ได้แล้วเพราะกระดาษกรอบมากและพร้อมจะหลุดออกมาเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยได้ทุกเมื่อ)

เห็นดังนี้แล้วนึกอยากเป็น "ขบถ" ขึ้นมาบ้างไหม ? คิดจะเป็นขบถนั้นง่าย แค่ใครคิดอะไรขึ้นมาก็ย้อนเกล็ดเขาเสีย คนก็เรียกเป็นขบถแล้ว แต่ในความเป็นจริง คนจะขบถได้ง่ายอย่างนั้นเลยหรือ ? ผมชอบแนวคิดของ Orwell ในเรื่องนี้ที่บอกว่าคนเราเลือกที่จะเป็นขบถได้ แถมมิหนำซ้ำยังเลือกที่จะเป็นขบถเฉพาะส่วนได้อีกต่างหาก เป็นอารมณ์ขันแบบตลกร้ายของผู้เขียนที่สอดแทรกเข้าไปในเรื่องได้อย่างกลม กลืน... และในที่สุด ขบถใดก็ไม่เลวร้ายเท่ากับการขบถต่อตนเอง !

ผู้เขียนทำให้องก์ที่สามในเรื่องเป็นการตั้งคำถามต่อขบถทุกผู้ทุกนามที่ได้อ่าน หนังสือเล่มนี้ว่าเขาขบถเพื่ออะไร และมีอะไรที่ขบถสามารถขบถเพื่อละทิ้งความเป็นขบถได้ ? และมีอะไรที่ขบถสามารถละทิ้งได้เพื่อความเป็นขบถ ? แต่ก่อนจะเปิดเข้าไปอ่านหรือก่อนจะตอบคำถามสองคำถามนี้ ขอให้ถามตัวเองก่อนว่าเคยมีบ้างไหมที่ปัจเจกขบถ(คือขบถมันตัวคนเดียวนั่นเอง) จะสามารถเปลี่ยนแปลงระบบหรือล้มล้างความอยุติธรรมได้ เราขบถเพียงเพราะเราไม่พอใจระบบเพียงชั่วครั้งชั่วคราว(และในที่สุดก็เราเองนั่นแหละที่ต้องโอนอ่อนผ่อนตามเพื่อให้ระบบปกป้องเรา) หรือเราขบถเพราะจิตวิญญาณที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนรู้หรือประสบการณ์ทำให้เรา เป็นขบถ ? (โปรดฟังซ้ำอีกครั้ง ...สงครามคือสันติภาพ เสรีภาพคือความเป็นทาส อวิชชาคือพลัง)

บทความ "อำนาจกับการขบถ" โดย ธงชัย วินิจจะกูล
ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา
//www.onopen.com/2008/02/3404
มีตีพิมพ์เป็น "บทกล่าวตาม" ใน 1984 ฉบับแปล พิมพ์ครั้งที่สองด้วย

...................................



George Orwell ชื่อจริงคือ Eric Arthur Blair (1903-1950) เกิดในอินเดีย พ่อเป็นข้าราชการอังกฤษประจำการในอินเดียในขณะนั้น หลังจาก George Orwell เรียนจบก็เข้ารับราชการในพม่า ก่อนจะลาออกเพราะทนเห็นการกดขี่และความไม่เท่าเทียมกันของผู้ปกครองและผู้ ถูกปกครอง จากนั้นใช้ชีวิตทุกรูปแบบตั้งแต่เร่ร่อน ล้างจาน ครู ไปจนถึงเป็นอาสาสมัครเข้ารบในสงครามกลางเมืองสเปน ก่อนจะถูกยิงที่คอและรอดมาได้ จากนั้นกลับไปใช้ชีวิตที่อังกฤษ

Orwell นิยามตัวเองเป็น "lower-upper-middle class" ชนชั้นกลางระัดับต่ำในกลุ่มสูง !?!?!?

งานเขียนที่สร้างชื่อคือ Animal Farm ที่เจ้าตัวบอกว่าเป็น "Fairy tale" แต่ไม่มีคนอ่านคนไหนเห็นด้วยว่ามันเป็น fairy tale ที่จะอ่านกล่อมเด็กตอนกลางคืนได้แน่ เนื้อหาเป็นการเสียดสีการเมืองที่ "ฝ่ายขวาก็บอกว่าเขียนโจมตีฝ่ายซ้าย ฝ่ายซ้ายก็บอกว่าเขียนโจมตีฝ่ายขวา" มีแปลเป็นไทยหลายสำนวนในชื่อ "รัฐสัตว์" "สัตวรัฐ" "แอนนิมอล ฟาร์ม" "การเมืองของสัตว์" "ฟาร์มสัตว์" (สำนวนที่สมบูรณ์ที่สุดในมุมมองของผมคือสำนวนแปลของ เกียรติขจร ไชยแสงสุขกุล โดยสำนักพิมพ์มติชน ซึ่งมีภาคผนวกเป็นชีวประวัติผุ้แต่งและคำวิจารณ์อยู่ด้วย)

งานเขียนอื่น ๆ ที่มีแปลเป็นไทยคือ
โลกของครูสาว / The Cleegyman's Daughter แปลเป็นไทยโดย สุนันทา เหล่าจัน ปี พ.ศ. 2518 มี ส ศิวลักษณ์ เขียนคำนำ
แด่คาทาโลเนีย / Homage to Catalonia แปลเป็นไทยโดย สดใส (หาหลักฐานปีที่พิมพ์ไ่ม่ได้)
สำหรับ 1984 มีแปลเป็นไทยสำนวนเดียว โดย รัศมี เผ่าเหลืองทอง และ อำนวยชัย ปฏิพัทธเผ่าพงษ์ พิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2525 สำนักพิมพ์กอไผ่ และพิมพ์ฺครั้งที่สอง สำนักพิมพ์สมมติ ปี พ.ศ. 2551

1984 ฉบับภาษาอังกฤษ-ฉบับเต็ม (เข้าใจว่าหมดลิขสิทธิ์แล้ว)
//www.george-orwell.org/1984/index.html


...................................







2 + 2 = ?

อย่าลืม จงคิดสองชั้น !



Create Date : 15 ธันวาคม 2551
Last Update : 3 สิงหาคม 2554 8:09:12 น. 16 comments
Counter : 29265 Pageviews.

 
สวัสดีครับคุณหมอ
สำหรับ1984เล่มนี้เป็นหนังสือไม่กี่เล่มที่ผมอ่านไม่จบ จะว่าไปไม่อยากอ่านให้จบเอง หรือว่ามันปวดกบาลจนอ่านต่อไม่ได้ก็ไม่รู้สุดท้ายมันก็กลับไปกองรวมอยู่ในกล่องต่อไปแต่ก็ยอมรับในความเจ๋งของมันว่าใช้ได้ อ่านไปแล้วเหมือนว่าเราใกล้จะถึงยุค 1984 กันจริงๆแล้วละมัง


โดย: nidnoi IP: 58.8.151.205 วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:1:04:33 น.  

 
ผมเจอหนอนหนงสือตัวจริงเข้าให้แล้ว
ขอนับเป็นเพื่อนร่วมสุนทรียพินิจด้วยนะครับ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:12:15:29 น.  

 
ตอนนี้กะลังเรียนเรื่องนี้อยู่ค้าบบบบบ

ต้องอ่านอย่างรุนแรง

และเมามัน

-- -- --

ขอบคุณที่เล่าเรื่องให้ฟังน่ะค้าบบบ
ไม่งั้นคงจะงงตอนอ่าน
- -

สงครามคือสันติภาพ
เสรีภาพคือความเป็นทาส
อวิชชาคือพลัง

--

แระตกลง 2+2 =?


โดย: BONZ IP: 116.58.231.242 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:22:56:40 น.  

 
อ่านเรื่องนี้แล้วจะบ้าตายครับ
คิดวกไปวนมา
ซับซ้อนจริงๆ


โดย: ติดตาม IP: 58.9.31.96 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:15:49:56 น.  

 
เหมือนกันเลย กำลังเรียนเรื่องนี้อยู่พอดี

วกวนมาก


โดย: - -" IP: 98.119.213.166 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:13:08:24 น.  

 
สวัสดีครับ พวกเราทำการแสดงที่ได้แนวความคิดมาจากหนังสือ1984 ชื่อว่ากระทรวงแห่งความจริง จัดแสดงวันที่5-6 มีนาคม 2553นี้ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ จองที่นั่งได้แล้วตอนนี้ ที่024127281


โดย: leng leng IP: 58.9.125.140 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:05:27 น.  

 
ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เหมือนที่เล่าให้ฟังเลยค่ะ แต่น่ากลัวมาก = ="


โดย: SaGinkz IP: 125.25.58.129 วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:2:24:38 น.  

 
ครับ มันน่ากลัวแบบที่ไม่ต้องมีฉากเลือดสาด ไม่ต้องมีคนถูกฆ่าให้เห็น ยิ่งตอนจบของเรื่องทำออกมาได้น่ากลัวจริง ๆ นึกถึงคำพูดหนึ่งที่ว่า...

"การที่ใครบางคนคิดและไม่มีสิทธิในการเผยแพร่ความคิดของตนให้ผู้อื่นได้รับรู้
นั่นแหละ... เป็นความสยดสยองที่สุดในบรรดาวิธีการทรมานทั้งปวง"
Oskar Panizza, Das Liebeskonzil

เอามาบอกแทนหนังสือ(และหนัง)เรื่องนี้ได้เลย


โดย: Zhivago วันที่: 14 กันยายน 2554 เวลา:10:23:48 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ งงมากกำลังเรียนเรื่องนี้พอดี แถมอ่านเป็นภาษาอังกฤษยากมากๆเลยค่ะ


โดย: เป็ด IP: 216.106.254.219 วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:2:32:27 น.  

 
ยินดีครับ


โดย: Zhivago วันที่: 10 มกราคม 2555 เวลา:10:23:42 น.  

 
ขอบคุณค่ะกำลังงงหนักๆ อย่างน้อยก็พอเข้าใจมากขึ้นากที่นั่งเอ๋อในห้องเรียนเพราะเรียนอังกฤษล้วนแล้วอาจารย์บังคับให้อ่านเรื่องนี้ค่า
ซื้อหนังสือมาแล้วอ่านได้แต่แปลไม่ออกแป่วแหว่ว

ว่าจะลองไปหาคลิปหนังมาทนดูเพิ่มเติมค่ะ(ไม่ชอบการเมืองเอามากๆแล้วนี่ทั้งการเมืองทั้งหดหู่ = =)


โดย: เอือม IP: 58.64.81.139 วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:19:31:27 น.  

 
รายการ big brother ก็เอาแนวคิดไปจากเรื่องนี้ครับ
และทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในบางสังคม/บางประเทศ
ก็ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องนี้เท่าใดนักครับ

หวังว่าวันขึ้นปีใหม่ครั้งหน้า จะเป็นปี 1985 เสียทีครับ


โดย: Zhivago วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:21:48:04 น.  

 
2+2=5
ใช่ไหมค่ะ ในหนังสือเขาสอนแบบนั้น อ่านแบบงงๆ แต่ก็เข้าใจดี


โดย: Gemma IP: 119.42.108.101 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:15:15:07 น.  

 
กำลังเป็นข่าวการสอดแนมของอเมริกาและอังกฤษเลยเสริ์ชดูว่าอะไรคือ1984ได้ความรู้มาก อย่างCCTV ที่ติดอยู่ทั่วไปนี่ก็มีส่วนในเนื้อหา....เคยขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้านแต่ถูกบังคับให้ฉี่ข้างถนนเพื่อตรวจหาสารเสพติด....ความรู้สึกข่มขืนมาก...ได้รับรู้ว่าการล่วงเกินสิทธิส่วนบุคคลนั้นเป็นอย่างไร....และยิ่งสงสารประชาชนเกาหลีเหนือที่อยู่ภายใต้อำนาจรัฐอย่างกระดิกไม่ได้....


โดย: cctv IP: 125.26.253.167 วันที่: 26 ธันวาคม 2556 เวลา:21:48:36 น.  

 
มีไฟล์โหลดไม


โดย: 554 IP: 180.183.202.252 วันที่: 24 เมษายน 2558 เวลา:16:40:08 น.  

 
I_ve bewn browsin online mlre tthan 3 hours today,
yyet I neverr fouind any interestting article likme yours.
It is pretty worfh enouh ffor me. In mmy view, iff alll sit osners aand bloggers mae
goiod conttent aas youu did, the nett will bbe much more usesful
thazn ever before. It_s thhe bewst tije too makme some plabs
for thee future aand it_s tie tto bee happy. I_ve read this posdt annd iif I coukd I wish to suggest yyou feew intereting thyings oor advice.

Perhaps you coul writ next atticles rerferring to thiss article.
I wih to read molre thijgs about it! Greetings!

Veryy userul advicce inn this partiicular article! It's tthe little canges whhich
will make tthe ost important changes. Thankss foor sharing!
//foxnews.co.uk


โดย: Dorthy IP: 192.99.15.166 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:13:42:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Zhivago
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




มนุษย์เข้มแข็ง
กว่าที่ตนคิดไว้เสมอ
New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Zhivago's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.