เรื่องที่ไม่มีสอนในโรงเรียนแพทย์: The Untold Stories from The Medical School.
บ้าก็บ้าวะ: Ken Kesey


?
One Flew Over the Cuckoo's Nest - บ้าก็บ้าวะ
โดย Ken Kesey


กลไกของรัฐที่มิอาจจับต้องได้ในรัฐที่มิอาจประหารได้


ผมได้หนังสือเล่มนี้มานานแล้ว เคยเปิดอ่านสักสองสามหน้าแต่ก็วางเก็บไว้เพราะจังหวะนั้นได้หนังสือเล่มถูกใจมาอ่าน แล้วก็ลืมเลือนกันไปจนเมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้ "ความฝันของคนวิกลจริต" ของดอสโตเยฟสกี้มาอ่าน ก็ให้นึกขึ้นมาได้ว่ามีนิยายเรื่อง "บ้า ๆ" เล่มนี้ที่วางทิ้งไว้นานแล้ว จึงไปหยิบมาปัดฝุ่นอ่านจนจบ

อ่านแล้วได้อะไรบ้าง ?? นิยายเรื่องนี้เป็นงานเขียนอันดับต้น ๆ ของ Ken Kesey ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1962 (Kesey เกิด ค.ศ. 1935 ช่วงที่หนังสือตีพิมพ์นั้นเขาอายุประมาณ 27 ปี) นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องสร้างชื่อของ Kesey โดยมีเนื้อหาว่าด้วยเรื่องของชีวิตคนคนหนึ่งที่ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลโรคจิตโดยคำสั่งศาลเพื่อประเมินและรักษาความผิดปกติทางจิตที่ยังไม่แน่ชัดนักของเขา (แปลเป็นไทยโดยกิติกร มีทรัพย์ งานแปลเด่น ๆ นอกจากเล่มนี้แล้วยังมี Psycho ทั้งสองภาค และงานเขียนอื่น ๆ ของ Robert Bloch อีกจำนวนหนึ่ง และงานจิตวิเคราะห์อีกหลายเล่ม)

..........


พล็อตเรื่องที่ง่าย ๆ และมีลู่ทางให้แสดงฝีมือได้หลากหลาย แต่สิ่งที่ Kesey ทำก็คือย่อโลกใบนี้เข้าไปไว้ในหอผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง โลกที่มีผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง มีผู้ร่างกฎระเบียบและผู้อยู่ใต้กฎระเบียบ มีอำนาจและการคานอำนาจ มีบทลงโทษและบทลงโทษสถานหนัก(ไปจนถึงหนักที่สุด) มีความอยุติธรรม... และความอยุติธรรม(อยู่นั่นเอง)

สังคมที่มีผู้ร่างกฎระเบียบเพื่อนำไปใช้กับผู้ถูกปกครอง โดยอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือผู้ปกครอง การสอดส่องจากผู้ปกครองทำอย่างเปิดเผยโดยเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จะรายงานพฤติกรรมไปยังผู้ปกครอง การลงโทษมีตั้งแต่อ่อนที่สุดไปจนถึงรุนแรงที่สุด บุหรี่ที่ได้รับแจกต่อวันเป็นเสมือนตัวแทนของ "ทุน" ในระบบที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ (บางคนถึงกับบอกว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของเพศชายที่ถูกยึดและริดรอนไปโดยเจ้าหน้าที่หญิงในโรงพยาบาล) และระเบียบนี้ไม่มีผลต่อผู้มีอำนาจปกครอง หากนั่นไม่โหดร้ายต่อจิตใจพอ ผู้อยู่ใต้ปกครองครึ่งหนึ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ บางคนกินอาหารเองไม่ได้ด้วยซ้ำ และอีกครึ่งหนึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าใครบ้าหรือใครไม่บ้า

"เราต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับมันว่าเป็นกฎธรรมชาติของโลก กระต่ายต้องยอมรับบทบาทของมัน และระลึกว่าหมาป่านั้นแข็งแรงกว่า ในการป้องกันตัวเองกระต่าวจงต้องอ่อนไหว ตื่นกลัวง่าย ต้องรู้จักขุดรูเพื่อหลบซ่อนเมื่อหมาป่าเข้ามา รู้ว่าเมื่อไรจะจำนนและเมื่อไรจะหนี มันจะต้องไม่ท้าทายเพื่อต่อสู้ นี่เป็นวิธีที่ฉลาดไม่ใช่หรือ ? ..." (99 พิมพ์ครั้งที่สอง)

อ่านผ่าน ๆ เหมือนกำลังอ่าน 1984 ของ George Orwell เสียอีก แต่กับในหอผู้ป่วยเล็ก ๆ ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ที่ใครต่อใครต่างไว้ใจไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน(ที่บ้าพอ ๆ กันหรืออาจจะมากกว่า) ไปจนถึงคนงานที่ทำตัวเสมือนหนึ่งแกสตาโป คนคนหนึ่งจะหาทางหนีให้ตัวเองอย่างไร ?

แกล้งบ้าดีไหม ? หรือหาทางบ้าให้ได้ยิ่งกว่าคนบ้า ? เพื่อที่ว่าใคร ๆ ในระบบจะได้ไม่มายุ่งเกี่ยว แต่ใครคนนั้นจะทำไปได้นานสักเท่าไหร่ก่อนที่จะบ้าไปจริง ๆ หรือจะยอมก้มหน้ารับในสิ่งที่ผู้ปกครองและระเบียบ(ที่คนบ้าถูกชักนำว่าเขาเองเป็นผู้ร่างและปรับปรุง)กำหนดไว้ หรือถ้าทำไม่ได้จริง ๆ เลยสักวิธีก็คงต้องก่อขบถกันละ

มันจะเป็นไปได้ไหมถ้าใครสักคนจะขบถต่อระเบียบและสังคมที่เขาอาศัยอยู่ ? ...ปลาจะขบถต่อน้ำได้หรือ ? แม้ว่าน้ำที่ปลาอาศัยอยู่นั้นจะเน่าเหม็น แต่ปลาก็ไม่สามารถจะลุกขึ้นเก็บกระเป๋าแล้วเดิน (ว่าย?) ออกมาจากบ่อน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตมันได้อยู่ดี ปลาขบถอาจเพียงเมียงมองไปยังโลกภายนอกแล้วคิดฝัน หรืออาจก้าวออกไปได้เพียงก้าวหนึ่งสั้น ๆ แล้วสูญสิ้นความพยายามเพียงนั้น ก้าวสั้น ๆ เพียงก้าวเดียวนั้นเพียงพอและมีค่าสำหรับการต่อสู้เพื่อให้ได้มันมาหรือ ?

ผู้ก่อการอาจได้ชัยในการประลองกำลังกับผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จสักครั้งสองครั้ง แต่ท้ายที่สุดผู้ที่จะได้ชัยชนะก็คือผู้มีอำนาจ(หัวหน้า-เจ้านาย-รัฐ-รัฐบาล ฯลฯ)นั่นเอง คนอาจได้เวลาดูโทรทัศน์เพิ่ม-แต่รีโหมทโทรทัศน์ไม่ได้อยู่กับเขา คนอาจได้ส่วนแบ่งบุหรี่เพิ่ม แต่บุหรี่อยู่อีกฟากหนึ่งของกระจก...

เพียงแต่ปลาตัวแรกที่อาจหาญเดินออกมาจากบ่อที่เน่าเหม็นนั้นอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ปลาตัวต่อไปได้ก้าวออกมาสู่โลกภายนอกได้ในที่สุด แม้ว่าโลกภายนอกนั้นอาจเน่าเหม็นเสียยิ่งกว่าบ่อน้ำที่ปลาได้อาศัยอยู่แล้ว แต่นั่นก็เป็นโอกาสที่จะได้ดิ้นรนต่อสู้เพื่อหนีไปจากกรอบที่ถูกสร้างโดยผู้ดูแลระบบที่ไม่มีวันเข้าใจถึงชีวิตของคนบ้า (ที่บางครั้งอาจบ้าน้อยกว่าผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเสียด้วยซ้ำ)

"ชีวิตคืออะไรกันเล่า... ให้ยาเรากินเพื่อให้ฟุ้งซ่าน แล้วก็ทำช็อคไฟฟ้าเพื่อให้เราสงบลง" (280 พิมพ์ครั้งที่สอง)

..........


อ่านหนังสือจบแล้วต้องย้อนกลับมาดูตัวเองว่าทุกวันนี้นั้นเราเป็นกระต่ายที่ขุดรูหนีหมาป่าอยู่บ้างหรือเปล่า ? หรือเราเป็นปลาที่ยอมรับความเน่าเหม็นของบ่อที่อาศัยอยู่หรือเปล่า ? เรากำลังยึดติดกับกฎระเบียบหรือหลักเกณฑ์อะไรบางอย่างที่เราคิดอยู่เสมอว่ามันถูกตราขึ้นมาแบบนี้นานมาแล้วและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ หรือเรากำลังอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรที่นับวันจะฉุดความเจริญของหน่วยงาน(หรือบริษัท ?) ให้ล้าหลังลงไปทุกทีอยู่หรือไม่ หรือมิฉะนั้นแล้วเราเป็นกำลังเป็นกระต่ายที่ต้องทนกับหมาป่าอยู่ตลอดเวลาหรือไม่ กระต่ายสามารถล้มหมาป่า หรือปลาสามารถละทิ้งแหลงน้ำได้หรือไม่

เราบ้าหรือเปล่า ?

และที่สำคัญคือต้องถามตัวเองว่า ...กล้าที่จะบ้าหรือเปล่า ?


Create Date : 21 กรกฎาคม 2551
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 1:18:46 น. 7 comments
Counter : 1918 Pageviews.

 
เคยอ่านในห้องสมุดสมัยเรียนมัธยมค่ะ
ตอนอ่านนี่ลุ้นมากเลยว่าขบวนการคนบ้าจะเป็นไงต่อไป


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:55:21 น.  

 
ไม่เคยอ่าน เคย เเต่ดูหนัง ชอบมาก ฉาก climax ทำดีมั่กๆ


โดย: Wild Strawberries วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:57:23 น.  

 
คนที่คิดว่าบ้า มักเข้าใจสถานภาพตนเอง

กฏเกณฑ์ กฏระเบียบ ข้อบังคับ ไม่มีอะไรที่ 100% ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์บัญญัติขึ้นมา สิ่งที่อยากมีคือ ความได้เปรียบในฝ่ายตน

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:5:11:09 น.  

 
ไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้เลย แต่น่าอ่านดี


โดย: Boyne Byron วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:44:31 น.  

 
มีดีวีดีอยู่ที่บ้านครับ แต่ยังไม่ได้แกะมาดูเลย

ทำงานผ่านไปแค่ไม่ถึงสองปีดี ผมก็เรียนรู้มาว่า
การเปลี่ยนแปลงโลก เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เป็นเรื่องที่ยากลำบากและกินพลังงานมาก

ผมทำได้ก็แค่ ขีดเส้นวงกลมรอบตัว สร้างพื้นที่ส่วนตัวขึ้นมา ทำหน้าที่ในพื้นที่นี้ให้ดีที่สุด ใครล้ำเส้นเข้ามา ก็จะผลักมันออกไป เท่านี้เองครับ

ผมเชื่อว่าถ้าเราเริ่มจาก approach แบบ inside-out ทำตัวเราให้ดีก่อน สภาพแย่ๆรอบตัวมันก็น่าจะดีขึ้นทีละน้อยครับ

ช่วงนี้ขอเก็บสะสมความสุขเล็กน้อยๆดีกว่า


โดย: jonykeano วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:31:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ มาเคาะประตูเชิญมาแวะเยี่ยมบล๊อกแม่ค้าหนังสือมือสองค่ะ หนังสือมือสอง นำเข้า ภาษาต่างประเทศเจ้าค่ะ ร้านอยู่ที่เสรีเซ็นเตอร์ ถ้าชอบอ่านหนังสือ อยากให้แวะมาดูรูปค่ะ


โดย: หนังสือมือสอง (AngelTomorrow ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:19:50 น.  

 
น่าอ่านเช่นกัน แต่กลัวอ่านแล้วจะบอกว่า
"เฮ้ย นี้มันชีวิตเรานี้หว่า"


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:13:04:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zhivago
Location :
นครศรีธรรมราช Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




มนุษย์เข้มแข็ง
กว่าที่ตนคิดไว้เสมอ
New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Zhivago's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.