ยังคงติดเกมและเล่นเฟสมากกว่า อาจไม่ค่อยมาตอบคอมเม้นท์นะคะ

ยาคูลท์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ข้าพเจ้าเป็นสุข และเชื่อว่าใครก็ตามซึ่งมีรสนิยมในการอ่านหนังสือดี ย่อมสามารถทนต่อความเงียบเหงาในทุกแห่งได้ -- วาทะของท่านมหาตมะ คานธี


Book Archive by Group



หมายเหตุ: โซน Romance และ การ์ตูน ยังไม่ทำเพราะมีน้อย


Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
6 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ยาคูลท์'s blog to your web]
Links
 

 
ตลิ่งสูง ซุงหนัก

ผู้แต่ง: นิคม รายยวา
พิมพ์ครั้งแรก 2527

นวนิยายเรื่อง ตลิ่งสูง ซุงหนัก ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ในปีพ.ศ.2527 และได้รับรางวัลซีไรต์หรือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี 2531 ภายหลังได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ High Banks, Heavy Log โดย Richaard C. Lair

เจ้าของบล็อกเป็นคนไม่ชอบอ่านเรื่องสั้น หรือนิยายขนาดสั้นมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่เคยหยิบเรื่องแนวนี้มาอ่านเท่าไรนัก ไม่ว่าจะมีรางวัลรับประกันหรือไม่ก็ตาม (เพราะเป็นคนไม่เชื่อเรื่องรางวัลด้วย) แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ อายุอานามที่เพิ่มมากขึ้น (เท่าไหร่ไม่บอก) ช่วยให้เปิดใจได้มากขึ้น ตั้งปณิธานว่า "จะหยิบแนวที่ไม่เคยอ่านมาลองอ่านบ้าง"

เล่มนี้ เวลาอ่านวิจารณ์หนังสือแนวที่มีสาระ มักได้ยินเสียงยกย่องชมเชยหลายครั้งว่า 'หาเรื่องใดเทียมยาก' เมื่อเจอปกถูกใจ (คิดมาตลอดว่าต้องอ่านปกรูปช้างเท่านั้น) ราคาย่อมเยา จึงรีบคว้ามาทดลองทันที

ปรากฏว่าไม่ผิดหวังค่ะ ฉากให้บรรยากาศลูกทุ่งไทยแท้ ชีวิตและบทสรุปในเรื่องยังคงเป็นรูปแบบที่นิยมในนิยายสมัยก่อน คือให้ตัวเอกเป็นชาวบ้านที่ถูกนายทุนเอาเปรียบ เพียงแต่เล่มนี้ไม่ได้เน้นความโหดร้ายของนายทุนเท่าไหร่ (ตอนเด็ก เคยอ่านเล่มที่นายทุนโหดกว่านี้ อันเป็นเหตุให้ไม่อยากอ่านแนวนี้อีกเลย) ...คิดว่าถ้าจะอ่านเล่มนี้ ควรมองหา 'สัจธรรมชีวิตจากควาญช้าง' มากกว่าเรื่องระบบนายทุน

เนื้อเรื่อง (* * * Spoiled * * *)
ตลิ่งสูง ซุงหนัก เป็นเรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างช้างกับคน
คำงายรักพลายสุดซึ่งเป็นช้างที่เติบโตมาด้วยกันมาก จนกระทั่งพ่อมีความจำเป็นต้องขายช้างให้พ่อเลี้ยงเพื่อเอาเงินมารักษาตัว เป็นเหตุให้คำงายไม่ได้เป็นควาญช้างอย่างที่ฝันไว้ และหันไปเป็นช่างแกะไม้และช่างสตัฟฟ์สัตว์แทน โดยที่ได้แต่เสียดายและเฝ้าคิดถึงช้างเสมอมา

ต่อมา เมื่อแต่งงานมีครอบครัวและบุตรชายแล้ว คำงายซึ่งรักพลายสุดมากได้แกะสลักช้างไม้ที่สง่างามเหมือนพลายสุด เขาอุทิศทั้งกายและใจทั้งหมดในการแกะช้างไม้นั้น และในขณะเดียวกันเขาก็คิดว่าเป็นวิธีเดียวที่เขาจะได้ใกล้ชิดช้างที่เขารัก

เมื่อเวลาผ่านไป และเกิดเหตุร้ายขึ้น คำงายจึงได้เป็นควาญของพลายสุดในที่สุด ชีวิตรับจ้างลากซุงให้พ่อเลี้ยงสะท้อนให้เขาเห็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต โดยเห็นว่า มิใช่พลายสุดเท่านั้นที่ลากซุง เขาเองและทุกชีวิตต่างก็กำลังลากซุงด้วยกันทั้งนั้นเพราะความอดอยาก หิวโหยเป็นสิ่งบังคับให้ทำเช่นนั้น และคนเรานั้นมัวแต่รักษาซากที่ไม่มีชีวิต หากแต่ไม่เคยรักษาชีวิตที่อยู่ในซากเลย

บางส่วนที่โดนใจ:

‘ไม่เป็นท่าเลย’ เขาพูดแล้วก้มมองตัวเอง ฉันเคยเดินทางไกล ได้พบเห็นอะไรหลายอย่าง แต่ของใกล้ตัวที่มีความหมายกับฉันมากที่สุด ฉันกลับมองไม่เห็น เหมือนไม่รู้จักมันเลย
ข้อที่แปลกก็คือ ฉันไม่รู้ว่าฉันไม่รู้





เด็กพวกนั้นไม่เคยเรียนท่าว่ายน้ำมาก่อนเลย เขาคิด แต่พวกเขาก็ว่ายถึงฝั่ง เพียงโดดลงไปและใช้ความแข็งแรง อดทน กระเสือกกระสนไปข้างหน้า ท่าทางทะมัดทะแมง ทำให้ดูคล้ายกับว่ายน้ำเก่ง ที่จริงพวกเขาไปถึงฝั่งอย่างทุลักทุเล เขาคิด ไม่ถูกวิธีเลย




ไม่ว่าช้างจะถูกเอาไปทำอะไร จะซื้อหรือขายกี่ครั้งกี่หนก็ตาม ไม่มีใครเอามันไปได้จริง ...
ทุกคนมีช้างของตัวเอง ของใครของมัน ต่างคนต่างแกะ ทำแทนกันไม่ได้





ทำไมต้องเอาไม้ใหญ่มาทำช้างนะ คำงายคิด คนเรานี่แปลกจริง ๆ ไม้ใหญ่มันก็ใหญ่ของมันอยู่แล้ว คนไม่ได้ทำให้ช้างใหญ่ แต่ท่อนไม้มันใหญ่ของมันเอง ตัวมันจริง ๆ คือต้นไม้ แต่คนกลับไม่เห็นความสวยและมีค่าของมันตอนมีร่มเงา มีชีวิต คนเรากลับโค่นมันลง ลิดกิ่งตัดใบให้เป็นซากไม้ แล้วเอามาแกะให้เหมือนซากช้าง ชื่นชมมันมากกว่าได้เห็นช้างจริงหรือต้นไม้ที่มีชีวิตจริงเสียอีก ทำไปทำมาก็จะไม่มีของจริงเลยสักอย่าง ไม่ว่าช้างหรือต้นไม้




ทำไมชีวิตจึงเก็บไว้ไม่ได้นะ เขาคิด มันคงจะเก็บไว้ได้ เพียงแต่ทำไม่ถูกวิธี อยากรู้จังว่า ถ้าจะสตัฟฟ์ชีวิต จะต้องทำอย่างไร จะเริ่มต้นตรงไหนนะ
“ก็เริ่มต้นตรงที่ อย่าฆ่ามันนะซิ” เขาพูดออกมาดัง ๆ
...
ง่ายนิดเดียวจริง ๆ เขาคิด ถ้าอยากเก็บชีวิตไว้ ก็ต้องเลี้ยงมัน รักมัน ถนอมมัน แบบนี้ง่ายกว่าทำสตัฟฟ์ซากตั้งเยอะ





“ปลาพวกนั้นมันคงจะไปที่ไหนสักแห่ง กว่าจะถึงที่หมาย ไม่รู้มันต้องผ่านแก่งกี่แก่ง ช้อนกี่คัน แหอวนอีกไม่รู้กี่หลัง”
เพื่อนเขาหัวเราะ “แกพูดอย่างกับแกเป็นปลา”
“โชคดีนะที่ฉันไม่ได้เป็นปลา แต่ก็ไม่แน่ อาจโชคร้ายกว่านั้นก็ได้”
“โชคร้ายยังไง”
“ฉันอาจเจอะแก่งกับแหอวนที่ใหญ่กว่าที่พวกปลามันเจอะตั้งเยอะ”
“แกก็อย่าไปอยู่ในแม่น้ำนั้นซิ” เพื่อนรู้สึกสนุกด้วย ใบหน้าขบขันตลอดเวลาที่พูด “ย้ายไปอยู่สายอื่น”
“สายไหน”
“สายที่ไม่มีแก่ง ไม่มีแหอวน”
“มีรึ แม่น้ำอย่างนั้น”





ช่วงที่เล่าถึงสมัยที่คำงายกับเพื่อนไปตั้งช้อนจับปลา แล้วช้อนได้ปลามากเสียจนเรือคว่ำ ไม่เหลือปลาสักตัว
นึกถึงทีไร คำงายจะส่ายหัว “ไม่รู้จะเอามาทำไมตั้งมากมาย เรากินจริง ๆ ไม่กี่ตัว”
เพื่อนบอกว่า “มีคนจะซื้อตั้งเยอะ ถ้าเราเอามาได้”
คำงายพูดว่า “ใช่ ถ้าเราเอามาได้”





ฉันก็เหมือนกับพลายสุด เขาคิด กลัวตาขอจนเคยชิน ไม่กล้าทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม แต่ตาขอที่ฉันกลัว มันมองไม่เห็น เหมือนกันกับตลิ่งหน้าน้ำท่วม



Create Date : 06 มีนาคม 2549
Last Update : 1 พฤษภาคม 2550 2:25:47 น. 7 comments
Counter : 6965 Pageviews.

 
ชอบหนังสือเล่มนี้มากค่ะ
เสียดายที่หลังๆ คุณนิคม รายวา ไม่ได้เขียนหนังสือเสียแล้ว
ไม่ได้เห็นงานใหม่ๆ ของคุณนิคมเลย


โดย: grappa วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:7:44:11 น.  

 
อ่านตอนได้ซีไรท์ค่ะ

เป็นหนังสืออีกเล่มที่ชอบมาก แต่ไม่สามารถเอามาอ่านบ่อยๆ ได้ เพราะอ่านแล้วหดหู่ กดดันมากๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:10:27:21 น.  

 
ไม่แปลกหรอกค่ะ เคยมีอยู่ปีหนึ่งเราได้เข้าโรงหนังไม่ถึงห้าครั้งเองมั้ง


เราว่าหนังจีนแทบทุกเรื่องเลยที่องค์ประกอบศิลป์และภาพที่ออกมาจะงามมากๆ บางฉากงามจนหยุดหายใจเลย (น่านนนนน ว่าไปโน่น)


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:15:29:42 น.  

 
ได้อ่านเรื่องนี้ตอนทำรายงานเรื่องนี้เละค่ะก็สนุกดีค่ะแต่มานหดหู่จิงๆ


โดย: เด็กนักเรียน IP: 125.26.203.230 วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:19:04:45 น.  

 
ขอบตอนที่เมียคำงายบอกว่า ลูกชายที่ตายไปมันรู้คุณค่าและความหมายของชีวิตตั้งแต่ลูกไก่ที่เลี้ยงไว้มันตายไป แต่กว่าที่คำงายจะรู้ก็เมื่อเสียลูกชายไปแล้ว


โดย: ชอบบ้างครับ IP: 202.41.187.247 วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:6:47:32 น.  

 
เป็นเรื่องสั้นที่รักมากเอามาทำรายงานส่งอาจารย์ตั้งแต่สมัยเรียน กลับมาอ่านอีกทีตอนเป็นอาจารย์ มันเยี่ยมมาก ได้ข้อคิดแทบทุกฉากทุกตอน มันสะเทือนใจมากมันเป็นชีวิตจริง ๆ ของคนทุกคนเราเองก็เหมือนคำงายแบกซุงหนัก บางครั้งเคยคิดว่าเพื่ออะไร มันเป้นสัจธรรม ขอยกย่องผู้เขียนในความสามารถทั้งด้านวรรณศิลป์และแง่คิด ขอบคุณมากที่มีงานเขียนดี ๆ มาให้อ่าน


โดย: kitsagunee@hotmail.com IP: 118.172.250.11 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:9:44:53 น.  

 
มีขายใหม

ถ้ามีติดต่อกลับ yok9590@hotmail.com

0829419800 นะครับ


โดย: ธนโชติ IP: 182.52.206.116 วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:14:21:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.