หวานเย็นผสมโซดา | รวิวารี | Mahal Kita | NamPhet
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
สโนไวท์กับคน (ไม่) แคระทั้งเจ็ด : คมเคียว

สโนไวท์กับคน (ไม่) แคระทั้งเจ็ด : คมเคียว

   ฉันเป็นคนหนึ่งซึ่งขาดศรัทธาในความรัก ใช่เพราะอกหักรักสลาย ถูกใครทำช้ำใจเมื่อไรกัน แต่เป็นเพราะใช้ชีวิตผ่านคืนวันนานเกินไป ได้รู้ ได้เห็น ได้รับฟังทุกความเป็นไปมากมายจนระอา ใช่เพราะครอบครัวฉันมีปัญหาเสียเมื่อไร ตรงกันข้าม... ทั้งรัก ทั้งผูกพันกันมากมายเสียด้วยซ้ำ แม้บางครั้งอาจมีกระทบกระทั่งกันบ้างบางเวลา ด้วยเพราะใช้ชีวิตร่วมกันมาตลอดระยะเวลาการหายใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องหนัก ปัญหาใหญ่ เมื่อสุดท้ายก็ยอม ๆ กันไปเหมือนทุกที ฉันเพียงขาดไร้ความเชื่อมั่นในความผูกพันของความรัก เหตุเพราะใครต่อใครที่ฉันรู้จักมักใช้คำ ‘รัก’ ปิดหูปิดตา

   ในวานวันของวัยใส ไร้เดียงสากว่าวันนี้ ฉันเคยถูกตราหน้าว่า ‘แอบรัก’ เพื่อนร่วมชั้นเรียน เขาคนนั้นช่างแสนดี มีน้ำใจ ฉลาดสมวัยเรียนรู้ ใครต่อใครต่างพากันเย้ยเยาะในความไม่เหมาะสม เมื่อเขาเปรียบเป็นเช่น ‘ดาว’ บนฟ้า ส่วนฉันก็แค่ ‘เด็กมีปัญหา’ ในสายตาคนเหล่านั้น

   ฉันเป็นเด็กมีปัญหาได้อย่างไร ฉันขาดความรัก ความอบอุ่นตอนไหนนะ ทำไมฉันจึงไม่รู้ แล้วใครกันผลักดันให้ฉันมีปัญหา แค่เพราะฉันเฉยเกินหน้าเกินตาบรรดาเด็กที่พวกเขานิยามกันว่าไม่มีปัญหา นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันมีปัญหาเสียหน่อย แค่ฉันเงียบจนกลายเป็นนิสัย หรือที่ใครต่อใครมักพูดอย่างตรงมาตรงไปว่า ‘สันดาน’ ฉันผิดหรือไรที่ชอบนั่งมองทุกความเป็นไปอย่างเงียบ ๆ ชอบนั่งตีหน้าเฉย เหม่อมองไปไกลในเวลาที่สมองกำลังใช้ความคิด และฉันเฉยเสียจนชาจึงไม่รู้สึกรู้สาหรือใส่ใจ ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขา ฉันไม่สนใจจะแก้ไขให้เข้าใจในสิ่งที่เป็นฉัน

   เขาจะมองฉันด้วยสายตาแบบเดียวกันกับคนอื่นไหม.... ฉันไม่รู้.... แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ เขาไม่ใช่คนที่หัวใจฉันแอบรัก เพราะฉันไม่รู้จักหรอกว่า ‘รัก’ คืออะไร แล้วจะแอบรักเขาได้อย่างไร เด็กมีปัญหาไม่ได้หมายความว่าต้องแก่แดดเสียหน่อย ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเด็กประถม (ในวันนั้น) อย่างฉันจะบอกว่า ‘ไม่เข้าใจ’ ในรัก จะสำคัญอะไรเมื่อสุดท้ายใครต่อใครก็ยังพากันยัดเยียดข้อหาว่าแอบรักให้ฉัน เมื่อไม่ชอบโต้เถียง ไม่อยากสร้างปัญหาให้ถูกว่าว่า ‘ปากแข็ง’ ฉันก็เลยตัดสินใจตามน้ำไปอย่างนั้น

   ยามสมองว่างไม่ต้องคิดตามข้อความที่ครูสอน ฉันมักชอบหันไปมองหน้าเขาแล้วเผลอยิ้มอยู่เสมอ ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อมีใครให้ได้มอง โดยเฉพาะคนที่ฉันชอบมองนั้นชื่อ ‘คมเคียว’

   ในสายตาของผองเพื่อนต่างมองว่าฉันมีใจ

   ถูกไหม ?

   ฉันว่าก็คงใช่ ถ้าไม่มีใจคงไม่มอง ก็แค่มีใจจะมอง ไม่ได้หมายความว่าต้องชอบจึงมองได้ ฉันมองไป เขามองมา ใครจะครหาก็ช่าง

   บางครั้งคนถูกมองยังมีแก่ใจจะไถ่ถาม เมื่อเห็นฉันนั่งเหม่อมองอะไรอย่างไร้ความหมาย

   “ต้นข้าวมีอะไรจะเล่าให้ฟังไหม?”

   เขาถามอย่างมีไมตรี แต่ความหวังดีมักมีวาระซ่อนเร้น การที่เขาถามคงไม่ได้คิดว่าฉันมีปัญหาอยู่หรอกนะ เพราะฉันไม่มีปัญหา... หรือฉันไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหาก็สุดรู้ และฉันก็จำไม่ได้ว่าเล่าอะไรให้เขาฟังบ้างหรือเปล่า สิ่งเดียวที่ฉันจำได้คือ สายตาของคมเคียวในวันวานนั้น สายตาที่บ่งบอกว่าเข้าใจในสิ่งที่ฉันเป็น

   สุดท้าย วันลาก็พาเขาจากไป ไม่มีใครให้ฉันเฝ้ามองอีกแล้ว เขาย้ายไปเรียนโรงเรียนใหม่ ส่วนฉันพอใจอยู่ที่เก่า ใช่ว่าไร้ที่ไป แต่... ฉันรักสงบเกินกว่าจะพาตัวเองไปพบกับการสอบแข่งขัน แย่งชิงกันเข้าโรงเรียนดังของจังหวัด ฉะนั้น ฉันจึงพอใจในสิ่งที่ตนมี และยินดีในสิ่งที่ตนได้ ไม่คิดตะเกียกตะกายมากมายไปกว่านี้ นั่นทำให้ฉันกับเขาห่างกันไปทุกทีที่โลกนี้ยังหมุน

   แล้ววันหนึ่งโลกก็หมุนให้ฉันกับเขาได้กลับมาพบกันอีกครั้ง สายตาที่คมเคียวใช้มองฉันแตกต่างจากวันนั้นในความหมาย สายตาบอกความรู้สึกมากมายนับจากวันที่ห่างหายหน้า ความรู้สึกซึ่งฉายชัดในแววตาคู่นั้นที่แปลกไป ใช่ว่าเขาจะมองว่าฉันมีปัญหา แต่ปัญหากลับกลายเป็นสิ่งที่ส่งมาจากสายตานั้น ความรู้สึกดีที่มีมากกว่าวันเก่า และเขาก็คงรู้ดีว่าฉันไม่ต้องการ

   “ต้นข้าวยังใจร้อนเหมือนเดิมหรือเปล่า?”

   ไม่ว่าวันวานหรือวันนี้ เขาก็ยังคงเข้าใจในสิ่งที่ฉันเป็น การเป็นคนเฉยชา ไม่มีปากเสียงไว้ถียงใคร ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่รู้ร้อนรู้หนาวเสียเมื่อไร ภายใต้ความเฉยจนเย็นชา เขารู้ดีว่าฉันใจร้อนมากกว่าที่ได้เห็นมากมายนัก เพียงแต่ความร้อนของจิตใจถูกซุกซ่อนไว้ใต้ความนิ่งเฉย หากไม่คุ้นเคยคงไม่สามารถรับรู้

   “ไม่หรอก ข้าวใจเย็นออกจะตายไป”

   ฉันตอบโดยละไว้ในฐานที่เข้าใจกันดีว่าหมายความว่าอย่างไร เขาหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องขัน

   “ใจเย็นเป็นลาวาภูเขาไฟ ไม่เคยมีใครเขาเป็นกันนะ”

   ใช่ ! เขาอ่านใจฉันถูกเสมอ ไม่ว่าเมื่อไรก็ยังเย็นเป็นลาวาภูเขาไฟ ไม่ระเบิดก็คงไม่ลุกลามให้ใครต้องไหม้ตาม

   “ใครบอกล่ะ อย่างน้อยก็ข้าวนี่ล่ะคนหนึ่งที่ใจเย็นเป็นลาวาภูเขาไฟ เรียบร้อยเช่นผ้าขยุ้มไว้”

   เขาส่ายหน้าช้า ๆ อย่างไม่เห็นด้วยนัก แต่... ฉันรู้ดี แม้ไม่เห็นด้วยแต่คมเคียวก็ไม่คิดทำร้ายฉัน ไม่ว่าวันวาน วันนี้ หรือวันไหน เขาก็ยังเป็นใครที่เข้าใจฉันอยู่ดี เพราะอย่างนี้ล่ะ ฉันจึงยินดีนักที่มีคนแสนดีอย่างเขาคนนี้อยู่เคียงข้าง

   ใช่ว่าไม่รัก แล้วต้องไม่มองหน้า ใช่ว่าไม่ชอบ แล้วต้องไม่สบตา แต่คำว่า ‘รัก’ หรือ ‘ชอบ’ ของฉันมักถูกตีกรอบอยู่เสมอว่าขอบของมันควรจะมากน้อยได้เท่าไหน และฉันก็โชคดีที่มีคนดี ๆ คนนี้มาเข้าใจ ต่อให้ใครต่อใครจะสงสัย เขาก็ยังเข้าใจฉันไม่เปลี่ยนไปจากวันวาน

   ก่อนโลกจะหมุนให้ต้องห่างกันไปอีกครั้งหนึ่ง คมเคียวยิ้มให้ฉันอย่างใจดีตามแบบฉบับที่เขาเป็น ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ฉันไม่เข้าใจความหมายว่า

   “ต้นข้าวอย่ายิ้มแบบนี้ให้ใครอีกนะ เดี๋ยวหัวใจละลายกันหมด”

   ด้วยความสามารถพิเศษในด้านปากหนัก สมองช้า ทำให้ฉันไม่ทันได้ถามให้เข้าใจ เจ้าของประโยคบอกเล่านั้นก็หันหลังเดินจากไปอีกครา โดยที่ฉันไม่รู้เลยว่าจะได้เจอกันอีกไหม และอีกนานแค่ไหนนะกว่าจะได้เจอกันอีกสักหน แต่ฉันก็มั่นใจว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานแสนนานเพียงใด เขาจะยังเข้าใจฉันไม่เปลี่ยนแปลง






Create Date : 01 กรกฎาคม 2552
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 12:03:13 น. 6 comments
Counter : 400 Pageviews.

 
"เงียบจนกลายเป็นนิสัย หรือที่ใครต่อใครมักพูดอย่างตรงมาตรงไปว่า ‘สันดาน’ ฉันผิดหรือไรที่ชอบนั่งมองทุกความเป็นไปอย่างเงียบ ๆ ชอบนั่งตีหน้าเฉย เหม่อมองไปไกลในเวลาที่สมองกำลังใช้ความคิด และฉันเฉยเสียจนชาจึงไม่รู้สึกรู้สาหรือใส่ใจ ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขา ฉันไม่สนใจจะแก้ไขให้เข้าใจในสิ่งที่เป็นฉัน"

555+
เล่นซะหนูเห็นภาพตัวเองเลยอ่ะค่ะ


โดย: สาวกกุหลาบขาว IP: 115.67.178.20 วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:54:03 น.  

 
ตรงข้ามกับสุโดยสิ้นเชิงเลยค่ะเพราะสุพูดมากจนเกินหน้าเกินตา พูดไม่หยุดจนกลายเป็นนิสัย ชอบเสนอความคิดเห็นไปซะทุกเรื่อง ยังคิดเลยว่าคนที่เค้าไม่ค่อยพูดเนี่ย เค้าอึดอัดบ้างไหมหนอ


โดย: นู๋สุ วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:56:09 น.  

 
หวัดดีเจ้าของบล็อกค่ะ

ตูนเพิ่งเห็นคุณหวานเย็นเขียนแบบนี้ครั้งแรก


โดย: ปณาลี วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:39:18 น.  

 
สาวกกุหลาบขาว : ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ดีใจจังที่เขียนแล้วมีคนมองเห็นภาพชัดเจน ปลื้มใจจัง

นู๋สุ : ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่หวานเย็นไม่อึดอัดนะ ดีเสียอีกจะได้เก็บเป็นความลับ ^^

ปณาลี : ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกค่ะ จริง ๆเขียนมาหลายครั้งแล้วค่ะ แต่พักหลัง ๆ ห่าง ๆ ไป เพราะแอบขี้เกียจเท่านั้นเองค่ะ แหม ! สารภาพไปแล้วเขินจัง


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:56:47 น.  

 
ใจเย็นเป็นลาวาภูเขาไฟ <-- เข้าใจว่ามันร้อน แต่ไม่ระเบิดออกมาใช่มะ

เปรียบเทียบได้ดีมาก ได้คิด อิอิ


โดย: ม้าสว่าง วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:20:04 น.  

 
ม้าสว่าง : เข้าใจได้ถูกต้องตรงเผงเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:28:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หวานเย็นผสมโซดา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




คนขี้เหงา...เจ้าน้ำตา
ใช้ชีวิตเหว่ว้าบนโลกกว้าง
ท่ามกลางความวุ่นวาย...สบายดี
New Comments
Friends' blogs
[Add หวานเย็นผสมโซดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.