หวานเย็นผสมโซดา | รวิวารี | Mahal Kita | NamPhet
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
สโนไวท์กับคน (ไม่) แคระทั้งเจ็ด : เพลงฝน

   ย้อนกลับมาในวันที่คมเคียวนั้นห่างหาย วันสุดท้ายของปิดเทอมใหญ่ผ่านพ้นไป วันเปิดเทอมใหม่ก็หมุนมา

   โรงเรียนเก่า ชั้นเรียนใหม่ กับใครอีกคนซึ่งเพื่อนของฉันส่งมาดามใจ เพราะคิดว่าฉันคงเสียใจที่วันนี้ไม่มีคมเคียว

   อยากบอกเหลือเกินว่า... ‘ไม่เป็นไร’ ...แต่กลัวเพื่อนเสียใจเลยไม่ปฏิเสธ

   ฉันกำลังหลายใจอยู่ไหม ? นั่นคือคำถามซึ่งฉันไม่แน่ใจในคำตอบ หากคมเคียวคือคนที่นั่งอยู่ในความทรงจำของหัวใจ แล้วผู้ชายอย่าง ‘ เพลงฝน ’ นั้นคือใครในความผูกพัน

   หากมีใครสักคนใส่ใจเพียงพอที่จะถาม ฉันคงไม่มีคำตอบที่สวยงามเตรียมไว้ให้ มีเพียงถ้อยคำแสนตรงมาและตรงไป แต่ใช่ว่าจะดีพอ

   ฉันก็คือฉัน ที่ยังคงเงียบงันเช่นวันนั้นในวันนี้ คมเคียวคือใครคนหนึ่งซึ่งเคยหวังดี ส่วนเพลงฝนก็เป็นคนหนึ่งที่พรหมลิขิตขีดเส้นชีวิตนี้ให้เดินมาเจอกัน

   “ ต้นข้าวชอบเพลงฝนหรือเปล่า ? ” แววตาของคนถามสะท้อนให้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งตีสีหน้าคล้ายไม่รู้สึกรู้สากับสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ และคนถูกป้อนคำถามเช่นฉันก็ยอกย้อนมากพอที่จะไม่ตอบอะไรก่อนที่จะได้เป็นฝ่ายทวงถาม ใช่ว่ากลัวเสียเปรียบหากไม่ได้ตั้งปัญหามาไล่ต้อนให้อีกฝ่ายได้จนมุม เพียงแค่สงสัยว่าทำไมต้องไถ่ถาม เมื่อคำตอบที่ทุกคนต้องการนั้นถูกกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว

   “ ถามทำไม ? ”

   “ ฝน... เขาอยากรู้ว่าต้นข้าวชอบเขาหรือเปล่า ? ”

   “ แล้วทำไมเขาไม่ถามเองล่ะ ? ” เมื่อเพลงฝนสงสัยและใคร่รู้ในคำตอบ ชอบหรือไม่ ? เขาก็ต้องเป็นฝ่ายถาม ไม่ใช่ส่งใครต่อใครมาไล่ตามเอาคำตอบ

   “ ฝน... เขาไม่กล้า ก็เลยให้เรามาถามแทน ” เพื่อนของฉันซึ่งดำรงตนเป็นแม่สื่อแม่ชักทำหน้าที่ขยายความนัย

   “ งั้น... วาวก็ตอบแทนข้าวเลยแล้วกัน ”

   “ แล้วจะให้เราตอบฝนเขาว่าอะไรล่ะ ? ” วาวแพรชักเริ่มมีปัญหาขึ้นมาบ้าง

   “ ถามอะไร ก็ตอบอย่างนั้น ไม่เห็นยาก ” ฉันรวน

   “ แล้วต้นข้าวชอบฝนหรือเปล่า เราจะได้ไปบอกฝนได้ถูก ”

   “ แล้วคิดว่าชอบหรือเปล่าล่ะ ? ” ฉันยังไม่วายย้อนกลับไปอยู่ดี

   “ ชอบ ”

   นั่นปะไร ทุกคนเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว... แล้วจะใส่ใจทำไมว่าฉันรู้สึกเช่นไรในความเป็นจริง ถึงตอบว่า ‘ ไม่ ’ ใครต่อใครก็ยังรั้นว่า ‘ ใช่ ’ มันร่ำไปอยู่นั่นเอง เมื่อถามเองตอบเองได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และไม่มีใครคาดว่าฉันจะปฏิเสธ แล้วฉันจะลุกขึ้นมาโต้เถียงไปทำไมให้เหนื่อยเปล่า เมื่อไม่เกลียด... ก็ไม่ได้ความว่าชอบ แต่... คำว่า ‘ ชอบ ’ มักมีขอบจำกัดความ

   คนนั้นว่า ‘ ชอบ ’ คนนี้ว่า ‘ ใช่ ’ สรุปกันไปได้ใจความว่าอย่างนั้น คำตอบของฉันเลยเป็นหมันไปโดยปริยาย ไม่จำเป็นต้องขยายความว่า ‘ ฐานะ ’ อะไรที่ฉันจัดไว้ให้ ‘ ขอบเขต ’ ที่ฉันวางไว้ก็ไม่สำคัญอะไรต้องอธิบาย

   คบกันมา... ดูใจกันไป... โดยไม่มีอะไรคืบหน้า นานไป... ใครกันจะทนไหวกับความชาเฉย ทนมาเท่าไร... ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้นเคย สุดท้ายความเฉยเมยก็ไม่อาจละเลยเช่นวันวาน

   “ ต้นข้าวชอบฝนมั้ย ? ”

   ในที่สุด เพลงฝนก็เอ่ยถาม... มาถามอะไรกันในวันนี้... วันที่ฉันไม่มีความคิดที่จะตอบ สายเกินไปสำหรับการทวงถาม เพราะฉันเลิกแล้วที่จะพยายามบอก

   หนักเข้า... ฉันกับเขาก็เลือกที่จะห่างกันไป โดยไม่มีเหตุผลใด ๆ มาอธิบาย แม่สื่อแม่ชักเองก็หมายช่วยเยียวยาใจให้เพลงฝน
แล้วผู้หวังดีประสงค์ร้ายก็พุ่งเป้าหมายไปยัง ‘ มือที่สาม ’ ตอกไข่ใส่สี เปลี่ยนดีเป็นร้าย จับแม่สื่อมาพันหลัก จับรักมาชักใย บีบคั้นคนเคยใกล้ให้กลายเป็นผู้ร้ายขโมยปลา

   “ วาวทำกับต้นข้าวแบบนี้ได้ยังไง? ”

   ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำได้อย่างไรกัน จับเรื่องราวมาผูกกัน ดึงฉัน เขา และเธอคนนั้นมาพัวพันให้วุ่นวายด้วยข้อกล่าวหามากมาย เปลี่ยนรักเป็นร้ายได้ลงคอ

   แก้ต่างไม่ตกด้วยกันทุกฝ่าย ใช่ว่าฉันใจร้ายด้วยการนิ่งเฉย แต่ยิ่งพยายามบอกปัด ข้อกล่าวหายิ่งผูกมัดจนดิ้นไม่หลุด ยิ่งปฏิเสธว่า ‘ ไม่ใช่ ’ ยิ่งกลายเป็นการทำร้ายทั้งสองคน

   “ วาวขอโทษ ”

   ฉันทำได้แค่ยิ้มแทนความหมายของถ้อยคำที่ต้องสื่อ ไม่เป็นไร... ฉันเข้าใจในทุกอย่าง

   ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ ต่อให้เข้มแข็งเท่าไรยังอ่อนตาม ต่อให้รู้ว่าต้องห้ามก็ยากนักจะปรามให้แข็งใจ

   หากถามฉันว่า...
   เพลงฝนผิดไหม ? คำตอบคือ ‘ ไม่ ’ เมื่อความรักนั้นเติบโตไม่ได้ หากหัวใจของใครอีกคนนั้นยังชาเฉย
   วาวแพรผิดหรือเปล่า ? ก็ ‘ ไม่ ’ อีกเช่นกัน ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งผูกพัน ยิ่งไหวหวั่น ผูกพันใจ
   คนผิดนั้นคือ... ฉัน...
   ผิดที่ปล่อยให้ความเป็นฉันทำร้ายคนนี้ คนนั้น ให้หวั่นไหว ผิดที่เฉยชาจนวันหนึ่งคนดี ๆ ถูกตราหน้าว่า ‘ คนร้าย ’ ผิดที่ไม่อธิบายให้ใครต่อใครเข้าใจ ผิดที่ทำร้ายคนเคยห่วงใยให้มีน้ำตา

   ลงท้าย... ฉันก็เป็นฝ่ายจากมา จากไกลโดยไม่มีแม้ ‘ คำลา ’ จากไปทั้ง ๆ ปัญหายังไม่คลี่คลาย หากความผิดที่ก่อไว้ยังตามหลอน เมื่อโลกหมุนไปได้สองพันวัน ผลของการกระทำในวันนั้นก็ย้อนมาสนอง พรหมลิขิตซึ่งเคยวาดให้จากจร ก็ขีดให้โคจรมาเจอกัน


   “ ต้นข้าวย้ายมาอยู่หอรวมสิ ” ไม่ใช่คำขอร้องดี ๆ อย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นคำสั่งที่ทำฉันโกรธจนควันออกหู คนเคยดีในวันนั้นเริ่มลงทัณฑ์จนฉันเริ่มรู้สึกว่าไม่ควรเสียใจที่เคยทำร้ายผู้ชายแบบนี้

   “ เดี๋ยวฝนไปอยู่ด้วยไง ฝนจ่ายค่าห้องเองก็ได้ ” เพลงฝนคงยังไม่รู้ตัวว่าประเมินค่าฉันผิดไป ฉันอาจเป็นผู้หญิงหลายใจในสายใครต่อใคร แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันใจง่าย ไร้ราคา

   “ ฝนเป็นอะไรกับข้าวล่ะ ทำไมต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน ”

   “ ใคร ๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ ไม่เห็นเป็นไรเลย ”

   “ ก็ปล่อยใคร ๆ เขาทำกันไป ข้าวพอใจจะอยู่หอพักสตรีคนเดียว ” ฉันจงใจเน้นคำว่า ‘ หอพักสตรี ’ เพื่อย้ำให้ผู้ชายซึ่งไร้ความเป็นสุภาพบุรุษได้ตระหนักในความเป็นจริง แต่... ความพยายามกลับไร้ผล ความตั้งใจกลับสูญเปล่า เพลงฝนไม่คิดจะทำความเข้าใจในความหมายที่ฉันต้องการสื่อ

   “ ฝนรับรองว่าฝนจ่ายเองแน่น่า ค่าน้ำ ค่าไฟด้วยสิเอ้า ”

   ความอดทนขาดสะบั้น ขันติแตกมันตรงนั้น ฉันเลยส่งกำปั้นไปกระทบริมฝีปากไม่สร้างสรรค์ของคนไร้สติ หวังว่านั่นคงเรียกความคิดดี ๆ ที่พึงมีของผู้ชายคนนี้ได้บ้าง หมัดกระแทกปุ๊บ หันหลังกลับปั๊บ ไม่จำเป็นต้องอยู่ดูปฏิกิริยาตอบรับอีกแล้ว ใช่ว่าฉันกลัว แต่... รังเกียจ หากช้ากว่านี้แม้เพียงเสี้ยววินาที รับประกันได้เลยว่าคงต้องมีฝ่าเท้านารีพิฆาตคนปากมีศรี (สีเลือด) อีกสักที ให้ความเจ็บใจที่มีมันเจือจาง

   พอกันทีกับความสำนึกผิด ต่อแต่นี้อย่าได้คิดมาเสนอหน้า กรวดน้ำขอคว่ำขัน เลิกแล้วต่อกันกับผู้ชายที่คล้ายจะดี แต่... ดีแบบผักชีโรยหน้า ผู้ชายที่เคยบอก ‘ รัก ’ แต่มองคนรักไร้ราคา ฉันไม่คิดจะปรายตาให้เสียเวลาสักนาที

   เขาคงเจ็บไม่น้อย เสียงโอดครวญจึงหลุดลอยมาตามลม

   สมน้ำหน้า !
   ความรู้สึกที่มีให้บรรยายได้ด้วยคำ ๆ นี้ ไม่มีอีกแล้วความรู้สึกผิดในวันวาน ไม่มีอีกแล้วกับการต่อว่าต่อขานหัวใจเช่นวันนั้น เมื่อโทษทัณฑ์ของฉันถูกลบเลือนด้วยถ้อยคำไม่สร้างสรรค์ของคนพรรค์นั้นในวันนี้ ถือเสียว่า... ถ้อยคำเหยียดหยามที่เขามี นั่นคือความผิดที่ฉันควรทดแทน ขอสาปส่งและเสือกไส ต่อแต่นี้ไปขออย่าได้กลับมาพานพบ ขอให้จบกันด้วยไม่ดี... เท่านี้พอ...







Create Date : 14 สิงหาคม 2552
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 14:47:57 น. 2 comments
Counter : 452 Pageviews.

 
คนแคระทั้งเจ็ด เหมือนยอดมนุษย์เจ็ดสีเลย อิอิ


โดย: ม้าสว่าง วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:0:47:39 น.  

 
ม้าสว่าง : เหมือนกันยังไงคะเนี่ย


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:10:59:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หวานเย็นผสมโซดา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




คนขี้เหงา...เจ้าน้ำตา
ใช้ชีวิตเหว่ว้าบนโลกกว้าง
ท่ามกลางความวุ่นวาย...สบายดี
New Comments
Friends' blogs
[Add หวานเย็นผสมโซดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.