หวานเย็นผสมโซดา | รวิวารี | Mahal Kita | NamPhet
Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
26 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
รอวัน...เธอรักฉัน

   เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของบรรยากาศยามเช้า หญิงสาวรูปร่างบางเอื้อมมือไปหยิบเจ้าตัวต้นเสียงขึ้นมากดรับอย่างรวดเร็วด้วยเกรงว่าคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงจะตื่น
   “ สวัสดีค่ะ ”
    “ ตื่นแล้วเหรอลูก ” ปลายสายกรอกเสียงตอบรับกลับมาทันทีเมื่อเธอรับสาย
   “ ค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ”
   “ ไม่มีอะไรหรอกลูก แค่เป็นห่วง วันนี้มีเรียนกี่โมงล่ะ ”
   “ วันนี้หวานเย็นมีเรียนเก้าโมงเช้าค่ะ ”
   “ เหรอลูก งั้นก็ไปหาอะไรกินก่อนไป เดี๋ยวจะได้ไปเรียน เท่านี้นะลูก ”
   “ ค่ะ แม่ ” หวันยิหวาหรือหวานเย็นทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างเหนื่อยล้าเมื่อตัดการสนทนากับผู้เป็นแม่ แล้วต้องตกใจเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างงัวเงีย
   “ แม่โทร. มาอีกแล้วเหรอหวานเย็น ”
    “ อืม ” หล่อนตอบรับ
   “ โห! ขนาดกลับบ้านทุกอาทิตย์นะแม่แกยังห่วงขนาดนี้เลย แล้วถ้าสามสี่เดือนกลับบ้านหนอย่างฉัน แม่แกไม่ต้องคอยโทร. เช็ควันละสามเวลาหลังอาหารเหรอเนี่ย ”
    “ ไม่รู้สิ เนตร ” เธอตอบเพื่อนสนิทที่อาศัยอยู่ร่วมห้องเดียวกันในหอพักสตรีแห่งนี้เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าหากเป็นอย่างที่นภเนตรถามจริงๆ แม่ของเธอจะทำอย่างที่อีกฝ่ายสันนิษฐานหรือเปล่า
   “ แต่ฉันว่าแหงเลยอ่ะ แม่แกน่ะทั้งหวงทั้งห่วงลูกสาวเอามั่กมากกกกกก ” นภเนตรแกล้งลากเสียงยาว ก่อนจะทันได้สังเกตคนที่บอกว่าวันนี้มีเรียน 9 โมงเช้า “ อ้าว! ไหนว่าวันนี้มีเรียนเก้าโมงไง แล้วไมแต่งตัวซะเรียบร้อยงี้อ่ะ ”
    “ เราว่าจะไปนั่งเล่นที่ห้อง Self น่ะ ” ห้อง Self หรือ Self Access เป็นห้องสำหรับให้นักศึกษาได้พิมพ์รายงาน ค้นคว้าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หวันยิหวาชอบไปนั่งอยู่ที่นี่บ่อยๆ เวลาที่รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ อาจจะนั่งฟังเพลงหรือทำอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนขี้เหงาที่ไปไหนไม่ค่อยคล่องนัก
    “ อ๋อ! เหรอ แต่ไม่เช้าไปเหรอ นี่เพิ่งจะ…ยังไม่เจ็ดโมงเลยนะ ห้อง Self ยังไม่เปิดนี่ ” คนเพิ่งตื่นนอนร้องเมื่อเห็นเวลาที่บอกชัดบนหน้าปัดนาฬิกา
    “ อืม เราว่าจะแวะไปห้องสมุดด้วยน่ะ แล้วเนตรล่ะ วันนี้ไม่มีเรียนนี่นา ”
    “ ช่าย วันนี้ช้านม่ายมีเรียนก้อเลยว่าจะนอนขึ้นอืดต่ออีกสักสองสามชั่วโมงอ่ะ ทั้งง่วงทั้งขี้เกียจเลย ” ว่าพลางปิดปากหาวไปพลาง
    “ งั้นเนตรนอนต่อเถอะ หวานเย็นขอโทษนะที่ทำให้ต้องตื่น ”
    “ เฮ้ย! ไม่เป็นไรหรอก หวานก็ไม่ได้ปลุกเราสักหน่อยพอดีหลับเต็มอิ่มแล้วอ่ะก็เลยตื่น แต่มันยังขี้เกียจอยู่เลยว่าจะนอนต่อ อีกอย่างนะเราอ่ะขี้เซาจะตายแกก็รู้นี่ ถ้ายังหลับอยู่นะต่อให้ช้างมาลากก็ไม่ตื่นว่ะ ฮาอ่ะ ”
    “ จ้าๆ งั้นเนตรนอนต่อเถอะเราไปก่อนแล้วกัน ” พูดจบร่างบางก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเดินออกไปทันที แต่ไม่ลืมหันกลับมาบอกเพื่อนสนิท “ เออ! เนตร วันนี้ไม่ต้องรอกินข้าวเย็นนะ ”
   “ อ้าว! ไมอ่ะ มีนัดกะหนุ่มที่ไหนเหรอ ” แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของคนถูกแซว “ ล้อเล่นน่า ล้อเล่น ว่าแต่หวานจะไปไหนอ่ะ เราจำได้ว่าวันนี้หวานมีเรียนแค่ครึ่งวันไม่ใช่เหรอ ”
    “ อืม หวานเย็นจะแวะไปร้านหนังสือน่ะ ”
    “ ให้เราไปเป็นเพื่อนป่ะ? เรารู้นะว่าหวานเย็นน่ะยังไม่มีคนไปด้วย ชัวร์ ! ”
   “ ไม่เป็นไร หวานเย็นคงเดินดูไปเรื่อยๆ น่ะ เรื่องไหนน่าสนใจก็ว่าจะซื้อ ”
    “ เหอๆ หนังสือเต็มห้องไปหมดแล้วอ่ะ ไม่เชื่อดูดิมันจะทับช้านตายอยู้แล้น แต่ม่ายเปงราย ม่ายเปงราย เราเองก็ชอบอ่านอ่ะ หวานเลือกนิยายมาแต่ละเรื่องน่าอ่านทั้งนั้นเลย เราน่ะโค - ต - ร โชคดีเลย ได้อ่านของฟรีมีคุณภาพ เอิ๊กเอิ๊ก อิอิ ชอบอ่ะชอบ ” คนที่เพิ่งบ่นว่าง่วงหัวเราะสียงใส
   “ นะ งั้นเราไปก่อนล่ะ เนตรนอนต่อเถอะ ”
    “ จ้า บะบาย ช้านจะนอน น๊อน นอน นอนให้มันขึ้นอืดไปเลย ” ว่าพลางล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันได้หลับต่ออย่างที่ตั้งใจไว้เพราะสายตาดันเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า “ เฮ้ย! ยัยหวานเย็นลืมมือถือนี่ ตายละหว่า จะตามลงไปทันมั้ยเนี่ย? ยิ่งเดินเร็วยังกะจรวดอยู่ด้วย ” ถึงกระนั้นคนช่างบ่นก็ยังลุกขึ้นวิ่งตามคนเดินเร็วอย่างกับจรวดไป “ หวานเย็น หวาน หวาน รอด้วย ” คนถูกเรียกหันกลับไปมองทางต้นเสียง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
    “ อ้าว! เนตร ไหนว่าจะนอนต่อไง ”
   “ เออ! ก็ว่าจะนอนต่ออยู่นั่นแหละ แต่ดวงหวานน่ะดีมากเลยรู้ป่าว เพราะวันนี้แกน่ะจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากการโดนโวยโดยพระมารดาที่สุดแสนจะหวงลูกสาวของแกอ่ะ เอ้า! นี่ของแก นึกว่าจะตามมาไม่ทันซะแล้ว โห! เหยียบเต็มสปีดเลยอ่ะ เหนื่อยชะมัดยาก ” คนเหนื่อยบ่นโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของคนที่เพิ่งถูกสะกิดให้นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต อดีตที่ไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำ


   เจ้าของร่างบางไขกุญแจห้องพักของตนอย่างเร่งรีบเมื่อได้ยินเสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเวลานี้คงไม่มีใครโทร. มาหานอกเสียจากผู้เป็นแม่ แต่ดูเหมือนความรีบร้อนของเธอจะไม่สามารถลดอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นของอีกฝ่ายได้เลย
   ‘ สวัสดีค่ะ ’
    ‘ อ๋อ! รับโทรศัพท์ได้แล้วเหรอ ’
    ‘ ค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ’ คนรับสายถามเมื่อได้ยินเสียงขุ่นมัวอีกฝ่าย
    ‘ อยู่ไหน? ’
   ‘ อยู่หอพักค่ะแม่ ’
    ‘ โกหก บอกมาตามตรงเลยนะว่าอยู่ไหน ’ อีกฝ่ายคาดคั้นเสียงเขียว
    ‘ ก็หวานบอกแล้วไงคะว่าอยู่หอ ’
   ‘ อยู่หองั้นเหรอ ถ้างั้นบอกมาสิว่าโทร.ไปตั้งหลายรอบทำไมไม่รับ โทรศัพท์เป็นอะไรไม่ทราบ ’
    ‘ แม่โทร.มาเหรอคะ ’
   ‘ ใช่ โทร.ทั้งเบอร์มือถือ ทั้งเบอร์ห้อง แต่ไม่มีคนรับ บอกมาตรงๆ เลยนะว่าเราอยู่ไหนกันแน่ อย่ามาโกหกแม่โทร.เช็คกับประชาสัมพันธ์แล้ว เขาบอกว่าเราออกไปข้างนอกตั้งแต่หกโมงเย็น มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย ? ’
   ‘ หวานไม่ได้แก้ตัวนะคะ หวานอยู่หอพักจริงๆ แล้วหวานก็เพิ่งจะกลับเข้ามาจากข้างนอก หวานแค่ออกไปทานข้าวกับเพื่อนแล้วบังเอิญลืมมือถือไว้ที่ห้องก็เท่านั้นเองค่ะ ’ หวันยิหวาพยายามอธิบายให้ผู้เป็นแม่เข้าใจ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมเชื่อคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย
    ‘ ดีล่ะ เดี๋ยวฉันจะโทร.ไปเช็คกับทางหอพัก ถ้าเธอโกหกล่ะก็จะได้เห็นดีกัน’


   “ เฮ้ย! หวาน เป็นไรอ่ะ แกฟังที่เราพูดอยู่ป่ะ ” เสียงคนเหยียบเต็มสปีดดังขึ้นอีกครั้งเรียกให้คนที่กำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งวันวาน
   “ เอ่อ! ฟังอยู่จ้ะ ฟังอยู่ ขอบใจมากนะเนตร แล็วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เหนื่อยขนาดนี้ ”
    “ ม่ายเปงราย ม่ายเปงราย ถือซะว่าออกกำลังกายตอนเช้าแล้วกัน หุ่นจะได้งามๆ เหมือนนางแบบ แกไปเรียนเหอะเด๋วช้านจะขึ้นไปนอนต่อสักงีบ แล้วค่อยตื่นมาหาไรกิน ”
    “ อืม หวานเย็นไปก่อนนะ ขอโทษด้วยละกันที่ทำให้เสียเวลานอน ”
    “ บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร คิดมากน่า เราไปนอนต่อก่อนละกัน โชคดีเพื่อน ”
    นภเนตรล้มตัวลงนอนหลังจากจัดการกับเรื่องวุ่น ๆ ได้อย่างเรียบร้อยตามความคิดของเธอ และดูเหมือนว่าดวงในการนอน (ต่อ) ของเธอจะไม่มีเอาซะเลยสำหรับวันนี้ เพราะทันทีที่ศรีษะถึงหมอน เสียงโทรศัพท์ในห้องพักก็กรีดร้องขึ้นอีกครั้ง
   “ ฮาโหล...หวานเย็นไม่อยู่ เท่านี้นะคนจะนอน ”
    “ อ้าว! เดี๋ยวก่อนสิยัยเอ๋อ ใจคอจะไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นพูดบ้างเลยหรือไง ” ปลายสายประท้วงก่อนที่คนรับจะวางสาย
    “ โอ๊ยโย๊ยโย๋! พี่นนท์ พี่นนท์เหรอ โห! พี่นนท์รู้ป่าวเนตรนะคิดถึ๊งคิดถึงพี่นนท์ล่ะ ว่าแต่ไมโทร.มาได้ล่ะ อย่าบอกนะว่าคิดถึงน้องสาวสุดที่รักคนนี้น่ะ ”
    “ อืม....พี่เอง ทำไมวันนี้เสียงไม่ค่อยงัวเงียเลยล่ะยังเช้าอยู่เลยนี่ ”
   “ อือ...ก็วันนี้เนตรเป็นเด็กดีไง ตื่นแต่เช้า ฮ่าฮ่าฮ่า ” เจ้าหล่อนถือโอกาสชมตัวเองไปในตัว แต่ปลายสายกับประท้วงอย่างไม่เห็นด้วยนัก
   “ น้อยๆ หน่อยน่าเราน่ะ เมื่อกี้ยังโวยวายอยู่เลยว่าคนจะนอน ยังไม่ทันไรเลยยกหางตัวเองซะแล้ว ”
   “ โห! พูดซะ เค้าม่ายช่ายอ้ายคุณตูบที่ไหนนะ พี่นนท์ก้อ แล้วโทร.มามีไรอ่ะ ยังไม่ตอบคนสวยเลย ”
   “ ไม่มีอะไรหรอก พี่ขึ้นมาติดต่อธุระเรื่องงานที่กรุงเทพฯ ก็เลยโทร.มาถามว่าบ่ายนี้ว่างมั้ย? เดี๋ยวพี่จะรับไปหาอะไรกินกัน ”
   “ ว่างคร๊าบ ว่างมากด้วย พี่นนท์จะมารับจริงอ่ะ เด๋วเนตรจะได้แต่งตัวรอ อิอิ ลาภปาก ”
    “ อืม..เสร็จธุระแล้วพี่จะแวะไปรับที่หอพักแล้วกัน เท่านี้นะ หวัดดียัยเอ๋อ ”
    “ คับ หวัดดีคับ ” ร่างบางผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “ เฮ้อ! วันนี้ไม่มีดวงในการนอนเอาซะเลยเรา ม่ายเปงราย ม่ายเปงราย อย่างน้อยๆ ก็ยังมีดวงทางการกินอยู่บ้างล่ะน่า อิอิ ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า คนสวยจะไปอาบน้ำแล้น หุหุ ” พูดจบคนสวยก็เดินตัวปลิวลงจากเตียง

-----------------------------------------------------------------


    รชานนท์เดินทางมาถึงที่พักของนภเนตรในตอนบ่ายหลังจากเสร็จธุระเรื่องการติดต่องาน แต่เนื่องจากหอพักแห่งนี้เป็นหอพักสตรี เขาจึงไม่สามารถขึ้นไปบนห้องพักได้ จึงต้องนั่งรอน้องสาวอยู่บริเวณห้องโถงที่จัดไว้สำหรับให้บุคคลภายนอกหรือญาติที่มารอพบผู้ที่อาศัยอยู่ในหอพัก
   “ Good Afternoon พี่นนท์สุดหล่อ รอคนสวยนานมั้ยเอ่ย ? “
   “ ว่าไงยัยจอมเอ๋อ นี่ขนาดพี่โทร.มาบอกล่วงหน้าแล้วนะ ยังต้องมานั่งรอเราอีกเป็นนานสองนาน นี่ถ้า…” พูดยังไม่ทันจบประโยคคนถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘สาวน้อยจอมเอ๋อ ‘ ก็เบรกซะก่อน
    “ พอเลย พอๆ ไม่เจอหน้ากันตั้งนานยังบ่นเป็นชุดเหมือนเดิมเลยนะเพ่ เจอะงี้นะ โห! วัยรุ่นเซ็งอ่ะ “ แต่เมื่อคนฟังไม่ได้สนใจกับประโยคดังกล่าว คนพูดจึงต้องสะกิดถาม “ พี่นนท์! ฟังที่เนตรพูดอยู่ป่ะ แล้วนั่นมองหาใครอยู่อ่ะ? “
    “ อืมๆ ฟังอยู่ แต่เห็นแม่บอกว่าเราพักอยู่กับหวานเย็นไม่ใช่เหรอ แล้วน้องหวานล่ะ “
    “ อ๋อ! วันนี้หวานเค้ามีเรียนอ่ะ เอ๊ะ! ว่าแต่ที่มาเนี่ยตกลงคิดถึงน้องสาวคนสวยหรือว่าคิดถึงยัยหวานกันแน่เนี่ย “ คนเป็นน้องตั้งข้อสงสัย
   “ ก็… “ เจอไม้นี้เล่นเอาพูดไม่ออก
   “ ว่าไงคะ ตกลงคิดถึงใครกันแน่ เนตรหรือว่าหวานเย็น “
    “ ก็ทั้งสองคนนั่นแหละน่า “ คนตอบพยายามเลี่ยง
   “ แล้วคิดถึงใครมากกว่ากันล่ะ อืมๆ รู้แล้วๆ ลองอีหรอบนี้นะเนตรว่าพี่นนท์น่ะคิดถึงยัยหวานมากกว่าแหงๆ เลย ถามจิงเหอะ พี่นนท์ยังชอบยัยหวานอยู่ใช่มะ? “ คนเป็นพี่พยักหน้าเป็นการตอบรับ
   “ แล้วสาวๆ ที่ศรีราชาล่ะ ได้ยินว่าตอนที่รับไปทำงานที่นั่นใหม่ๆ น่ะ แม่เจ้าประคุณทั้งหลายตามกรี๊ดอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วยังจะบรรดาแฟนคลับตอนมหา’ ลัยอีกล่ะ ลืมไปรึป่าวว่าที่รอดมาจากแม่พวกนั้นได้น่ะเพราะใคร ถ้าลืมนะ เนตรจะเตือนความจำให้ เนตรเป็นคนขอร้องให้ยัยนัทธ์ร่างจดหมายมรณะส่งตรงถึงบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง กระซู่พวกนั้นเอง ชัดเจนมั้ยคะคุณชายรชานนท์ “
   ได้ทีหญิงสาวก็ร่ายยาวถึงความป็อบของพี่ชายตัวเองถึงขนาดต้องเดือดร้อนเธอและ ’ ยัยนัทธ์ ‘ หรือนัทธมน ต้องช่วยกันวางแผนกำจัดพวกคุณเธอทั้งหลายให้ (จะว่าไปแล้วคนวางแผนน่าจะเป็นนภเนตรเพียงคนเดียว นัทธมนเป็นเพียงผู้ช่วย(จำเป็น) เนื่องจากไม่อยากขัดศรัทธาเพื่อนมากกว่า )
    “ เราก็รู้นี่ว่าพี่ไม่ได้ชอบพวกเขา คนที่พี่ชอบน่ะมีแค่คนเดียวเท่านั้น “ รชานนท์ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
    “ ก็รู้นะ แต่…พี่นนท์ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่ายัยหวานน่ะ เฮ้อ! พูดไงดีล่ะ อย่าว่างั้นงี้เลยนะ เนตรน่ะคบกับยัยหวานมานาน นานจนพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ว่ารูปหล่อ พ่อรวย รถสวย แสนดีแค่ไหน สุดท้ายก็กลายเป้นเจ้าของกิจการไร่แห้วไปเท่านั้นเอง “
    “ เรื่องนั้นพี่รู้แล้วล่ะ แต่เราบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคบกับน้องหวานมานาน แล้วไม่คิดจะช่วยพี่บ้างเลยรึไง “ เขาย้อนถาม
    “ ให้ช่วยน่ะได้ แต่จะสำเร็จรึป่าวมันก็อีกเรื่องนึงนะ เรื่องนี้ไม่ต้องแล้วแต่เจ้าตัวเค้าด้วย ถ้าเค้าไม่ตกลง เนตรก็คงทำอะไรไม่ได้ “ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป นภเนตรจึงพยายามคิดหาทางช่วย “ อ๋อ! นึกออกแล้ว คอยดูฝีมือแม่สื่อสาวแสนสวยสุดอัจฉริยะคนนี้นะ “ พี่ชายมองหน้าน้องสาวคนเดียวอย่างงงๆ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังกดโทรศัพท์ แต่แล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อบทสนทนาเริ่มต้นขึ้น
   “ ฮัลโหล หวานอยู่ไหนอ่ะ…เหรอ อืมๆ งั้นรอเราแป๊บนะอีกยี่สิบนาทีจะตามไป โอเค เท่านี้นะ “ บทสนทนาจบลงอย่างรวดเร็ว หันมาบอกคนข้างตัวว่า “ โอเคคับ ออกเดินทางไปพิชิตหัวใจกันได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า “
    “ เดี๋ยวก่อน เราจะไม่บอกต้นสายปลายเหตุอะไรเลยหรือไง “ คนตัวสูงท้วงขึ้น
    “ เหอะน่า เด๋วบอก ตอนนี้กำลังรีบ อย่าเพิ่งเซ้าซี้ ตามมาอย่างเดียวพอ เข้าใจ๋ “ เจอไม้นี้เข้าไปคนที่รอฟังคำตอบจึงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะออกเดินตามคนตอบไปอย่างเสียไม่ได้ แต่ไม่วายจะถูกบ่นเข้าอีกจนได้
    “ เดินให้มันเร็วๆ หน่อยไม่ได้หรือไงคะคุณชายขา อากาศร้อนแบบนี้เด๋วคนสวยก็ถูกแดดเผาผิวเสียหมดกันพอดี “
   คนถูกบ่นได้แต่ถอนหายใจ (อีกครั้ง) ทั้งๆ ที่เขาเองก็เดินตามคุณแม่สื่อมาติดๆ ชนิดที่เรียกว่าถ้าคนนำหน้าหยุดเดินอย่างกะทันหันคนตามหลังอย่างเขาคงชนเจ้าหล่อนกระเด็นด้วยยั้งฝีเท้าไว้ไม่ทันเป็นแน่ แต่กระนั้นก็ไม่กล้าตีฝีปากตอบโต้คนที่ถือไพ่เหนือกว่าไว้ในมืออยู่ในขณะนี้ จึงได้แต่รีบเปิดประตูและก้าวขึ้นประจำตำแหน่งสารถีแล้วขับออกไปทันทีตามคำสั่งของตุ๊กตาหน้ารถที่น่าเขลกกะโหลกเป็นที่สุด

----------------------------------------------------------------


   ในห้องพักสาวสวยสองคนกำลังนั่งดูโทรทัศน์ซึ่งเป็นเวลาของละครรอบค่ำ จู่ๆ นภเนตรก็หันมาถามเพื่อนผู้เรียบร้อยแสนหวานสมชื่ออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
   “ ไปทุ่งทานตะวันกันมั้ยหวานเย็น? “
   “ ทุ่งทานตะวัน? “ คนนั่งข้างๆ ถามเหมือนต้องการย้ำในสิ่งที่ได้ยิน
    “ ใช่! ทุ่งทานตะวัน เราจำได้ว่าหวานน่ะชอบดอกทานตะวัน อีกอย่างวันพฤหัสฯ นี้ หวานไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ? วันศุกร์ก็หยุด “
    “ แต่…หวานเย็นต้องกลับบ้านนี่นา เนตรก็รู้ “
    “ ก็รู้ไง ถึงได้ไปวันพฤหัสฯ เพราะวันศุกร์เป็นวันหยุดราชการพอดี ส่วนพฤหัสฯ หวานก็ไม่มีเรียน เพราะฉะนั้นเราไปวันพฤหัสฯ นี่ล่ะ ไปเช้าเย็นกลับ โอเค? “ คนชวนรวบรัด
   “ แต่จะไปกันยังไงล่ะ เนตรคิดแล้วหรือยัง “
    “ ไปรถพี่นนท์ไง ให้พี่นนท์พาไป ไม่เห็นจะยากเลย “
   “ แต่…จะไม่รบกวนพี่นนท์เขาเหรอ อีกอย่าง…หวานเย็นยังไม่ได้บอกแม่เลยนะว่าจะไป “ คนถูกชวนลังเล
   “ ก็โทร.บอกดิ ไม่เห็นจะยากเลย ส่วนเรื่องพี่นนท์น่ะ ส.บ.ม.ย.ห. เด๋วเราจัดการเอง ตกลงนะ โอเค เด๋วเราโทร.บอกพี่นนท์ก่อน อิอิ รับรองรายนั้นไม่กล้าปฏิเสธอยู่แล้น หุหุ ส่วนเรื่องกลับบ้านน่ะเด๋วเรากะพี่นนท์จะเป็นคนไปส่งหวานถึงประตูบ้านเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวนะ “ คนชวนยังไม่ทันได้กดโทรศัพท์หาพี่ชายตัวเอง ประตูห้องพักของสองสาวก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เจ้าของร่างป้อมที่เปิดประตูเข้ามาทำให้สองสาวในห้องอุทานขึ้นเกือบพร้อมกันเลยทีเดียว
    “ ยัยนัทธ์! “
    “ นัทธ์! “
   “ KON BAN WA MI NA SAN. O KEN KI DES KA. “
   “ HI, KEN KI DES. “ หนึ่งในสองสาวเจ้าของห้องตอบด้วยภาษาญี่ปุ่นเช่นเดียวกันกับคนถาม แต่อีกหนึ่งสาวโวยวายขึ้น
   “ นี่ๆ เข้าใจนะว่าเป็นพวกเชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ แต่เกรงใจผู้ร่วมสนทนาหน่อยดิ ดูดิช้านจากลายร่างเป็นไก่อยู่แล้วเนี่ย มาถึงก็ทักทายเป็นภาษาแดนปลาดิบซะงั้นอ่ะ เซ็งโว้ย “
   “ อ้าว! โทษทีลืมไปว่าไก่ชอบกินหนอนหรือไม่ก็ไส้เดือน จะให้กินปลาดิบคงกลืนไม่คล่องคอ “ ผู้มาใหม่นึกขำกับปฏิกิริยาตอบรับของคนตัวสูง และอดไม่ได้ได้ที่จะต่อปากต่อคำทั้งๆ ที่โดยปกติไม่ใช่คนช่างพูดนัก
   “ ที่พูดนี่ช้านหมายควาย เอ๊ย! หมายความว่างงเป็นไก่ตาแตกต่างหากย่ะ แล้วไมวันนี้แวะมาได้ยะหล่อน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหน้า นี่ขนาดมียัยหวานเรียนอยู่ที่เดียวกันกับแกนะ ยังลากแกมาหาช้านไม่ได้เลย เอะอะก็ไม่ว่างๆ ต้องปั่นโปรเจคต์ ต้องทำรายงาน ต้องทำนั่น ทำโน่น ทำนี่ ถามจริงแกยังมีเวลาหลงเหลือไว้หายใจได้ไงฟะ สงสัยโคตรอ่ะ “
    “ งุบงิบๆ ไม่บอก มีไรมะ “
   “ เออ…ตามใจ เรื่องของแกเฟ้ย “
    “ นัทธ์มาพอดีเลย เนตรเขากำลังชวนหวานเย็นไปเที่ยวทุ่งทานตะวัน นัทธ์ไปด้วยกันมั้ย? “ หวานเย็นเอ่ยชวนผู้มาใหม่
   “ ทุ่งทานตะวันเหรอ? อืม..อยากไปอยู่เหมือนกัน แต่… “
    “ ต้องทำโปรเจคต์ “ คนช่างพูดขัดคอ
    “ อืม..นัทธ์มีโปรเจคต์ต้องทำน่ะ คงไปด้วยไม่ได้หรอก “ เจ้าของโปรเจคต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความเสียดายอย่างไม่คิดจะปิดบัง
    “ ถามจริง หยุดสักวันไม่ได้เหรอ คราวนี้ยัยหวานไปด้วยนะ เราสามคนจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน โอกาสสุดท้ายแล้วนะ นะนะ ไปเหอะ “ หวานเย็นพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนร่วมห้อง ก่อนจะหันไปขะมักเขม้นกับการติดต่อทางบ้านเพื่อขออนุญาตไปเที่ยวกับเพื่อนๆ
    “ ไม่อยากเสี่ยงอ่ะ ขืนโดดไปเที่ยวอาจเจอบะหมี่สำเร็จรูปยี่ห้อใหม่ล่าสุดได้ พูดตรงๆ ว่ากลัวอ่ะ “ พูดพร้อมทำท่าทางประกอบอาการกลัว “ ขอบายแล้วกันนะโครงการนี้น่ะ “
   “ ทั้งปีอ่ะ ไม่ว่าจะโครงการไหนแกก็เซย์กู๊ดบาย พูดมาตรงๆ เลยดีก่าว่าแกเห็นโปรเจคต์นรกนั่นดีกว่าเพื่อนรักอย่างพวกฉันสองคน “ เพื่อนรักออกอาการงอแงเป็นการประท้วง “ ชวนไปไหนก็อ้างว่าติดโปรเจคต์ตลอดเลย “
   “ ก็ไปไม่ได้จริงๆ นี่นา เออ…นึกออกแล้ว “ คนช่างอ้างทำท่าเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ โทร. ชวนซีดาร์สิ รายนั้นจะขึ้นมากรุงเทพฯ วันศุกร์นี้พอดีเลย “ นภเนตรแหวขึ้นทันที
   “ ฉันจะไปกันวันพฤหัสฯ นี้ต่างหาก ต้องให้นั่งรอยัยซีมาร่วมก๊วนก็อด ไม่ต้องไปกันพอดี ”
   นัทธมนจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับคำตอบที่ได้รับ เมื่อชวนเพื่อนไม่สำเร็จนภเนตรจึงขอตัวออกไปยืนคุยโทรศัพท์กับพี่ชายตรงริมระเบียงแทน ปล่อยให้เพื่อนทั้งสองคนคุยกันไปก่อน คนที่เพิ่งเป็นฝ่ายปฏิเสธคำชวนจึงหันมาถามคนพูดน้อยกว่าตนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง
   “ หวานเย็นล่ะ โทร.ขออนุญาตแม่เรียบร้อยแล้วเหรอ “ อีกฝ่ายส่ายหน้าแทนการตอบ “ อ้าว! แล้วจะไปได้เหรอ “
   “ ไม่รู้สิ เดี๋ยวพรุ่งนี้หวานเย็นค่อยโทร. อีกทีแล้วกัน นี่เพิ่งจะวันอังคารเอง “
   “ แล้วนึกยังไงถึงจะไปเที่ยวทุ่งทานตะวันกันล่ะ “
   “ หวานเย็นก็ไม่รู้เหมือนกัน เนตรเขาเป็นคนชวนน่ะ เราเองก็อยากไปก็เลยตกลง ว่าแต่นัทธ์ไม่ไปด้วยกันจริงๆ เหรอ “ หวานเย็นถามซ้ำอีกครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจเพื่อนได้ นัทธมนเป็นคนที่ดูภายนอกเป็นคนเรียบร้อย หัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย ไม่ค่อยมีปากมีเสียงกับใคร แต่แท้จริงแล้วเจ้าหล่อนเป็นคนที่ดื้อเอาการ ไม่มีใครสามารถบังคับหล่อนได้ ถ้าเจ้าตัวไม่เต็มใจที่จะทำ พอๆ กับที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนใจหล่อนในสิ่งที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว และก็เป็นจริงดังที่คาดไว้
   “ นัทธ์ต้องทำโปรเจคต์น่ะ อาจารย์นัดส่งวันจันทร์หน้า…แล้วจะไปกันยังไงล่ะ “ คนถามเปลี่ยนกับมาเข้าเรื่องเดิม
    “ เนตรบอกว่าจะไปรถพี่นนท์ “ คำตอบที่ได้รับทำเอาคนฟังชะงักไปชั่วครู่ คู่สนทนาไม่ทันสังเกตเห็นจึงรีบอธิบายต่อ “ ช่วงนี้พี่นนท์เข้ามาติดต่อธุระเรื่องงานที่กรุงเทพฯ เห็นว่าจะย้ายมาทำงานที่สำนักงานใหญ่น่ะ “ คนฟังทำหน้าเข้าใจ
   “ อะแฮ่ม! นินทาอะไรพี่ชายฉันยะ ได้ยินแว่วๆ ว่าพี่นนท์ๆ “ น้องสาวคนถูกพาดพิงถึงเดินเข้ามาร่วมการสนทนาด้วยอีกครั้งหลังจากปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์กับคนเป็นพี่ และผลก็เป็นไปตามที่คาดไว้ รชานนท์ไม่ปฏิเสธที่พาสองสาวไปเที่ยวทุ่งทานตะวัน แถมเป็นคนนัดแนะเวลาและวางแผนการเดินทางให้อีกต่างหาก
   “ แหม! ใครจะกล้า จริงมั้ยหวานเย็น? “
   “ อ๊ะ! แน่นอน แกม่ายกล้านินทาพี่ชายช้านแน่ๆ ยัยนัท กลัวพี่นนท์ขึ้นสมองซะขนาดนั้น “
   “ ชิ! ใครว่าเรากลัว เราแค่รู้สึกผิดที่ทำให้พี่นนท์ขาดบรรดาแฟนคลับมารุมล้อมต่างหากล่ะ “ คนถูกกล่าวหาเริ่มแก้ตัวและไม่ลืมที่จะทวงบุญคุณ “ ลืมไปแล้วหรือไงคะคุณนภเนตรว่าที่คุณรชานนท์พี่ชายคุณอยู่เป็นโสดมาได้ทุกวันนี้เพราะใคร? อ้ายเรารึอุตส่าห์ยอมเป็นนางมารร้ายร่างจดหมายมรณะส่งไปพิฆาตคุณพี่สายฝนให้แท้ๆ “
    “ เอ! แล้วพี่นนท์ต้องตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ด้วยหัวใจหรือเปล่านะ “ หวานเย็นเอ่ยแซวนางมารร้าย แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะไม่รู้เท่าทันความคิดของน้องสาวหนุ่มหล่อรายนั้น
   “ อืม…คงไม่ได้แล้วล่ะหวานเย็น พี่นนท์น่ะเขาต้องการอะไรที่หวานๆ เย็นๆ ไว้เติมเต็มหัวใจ ไม่ใช่อะไรที่เย็นชาเป็นชาเย็นแบบเรา จริงมั้ยจ๊ะเนตรจ๋า “ นภเนตรจึงได้แต่ยิ้มแยกเขี้ยวกับลูกโยนของสาวร่างป้อมที่ทุกคนในกลุ่มยกให้เป็นหัวหน้าทีม

----------------------------------------------------------------


   รชานนท์รีบลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อได้ยินเสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ข้างเตียง ชายหนุ่มรีบอาบน้ำ แต่งตัวแบบด่วนจี๋ ไม่เกินสิบห้านาทีก็มานั่งประจำที่คนขับแล้วพาพาหนะคู่ใจวิ่งปุเลงๆ ไปบนท้องถนน พลางคิดในใจว่าวันนี้ทุกอย่างช่างดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นที่สุด แม้กระทั่งการจราจรบนท้องถนนก็ไม่ติดขัดเช่นทุกวัน ดูเหมือนอะไรๆ ช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน จึงอดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเขาก็มาถึงที่พักของน้องสาวและเพื่อนสนิทของเจ้าหล่อนผู้แสนอ่อนหวาน น่ารักผิดกับยัยทโมนน้อยตัวดีโดยสิ้นเชิง (โห! เปรียบเทียบได้…จังเลยนะพี่นนท์ เดี๋ยวจะเก็บไปฟ้อง อิอิ) สักพักสองสาวเพื่อนซี้ต่างสไตล์ก็จูงมือกันลงมา คนที่รออยู่รีบทำหน้าที่สุภาพบุรุษช่วยรับเสบียงซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกขนมขบเคี้ยวไปถือไว้โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายขอร้อง
   “ รอนานมั้ยคะ? “ เสียงหวานใสของร่างสันทัดที่ยืนอยู่ข้างกายสาวน้อยร่างสูงหุ่นนางแบบที่คุ้นเคยเอ่ยถาม
   “ ไม่นานหรอกครับ พี่เพิ่งมาถึงได้สักครู่เดียวเอง “ เขาตอบพร้อมยิ้มกว้างอย่างเป็นกันเองให้กับหล่อน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแยกเขี้ยวเมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ของยัยน้องสาวตัวแสบ
   “ แต่ถ้าจะรอนานก็ช่วยไม่ได้ อยากรีบมาแต่เช้าเองนี่นา “ พูดจบก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชายรูปหล่อทันที เมื่อถูกดุด้วยสายตาเข้าก็ทำยักไหล่ใส่เป็นเชิงว่าไม่กลัว คนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่จึงต้องเป็นฝ่ายปรามเพื่อนตัวเอง ทั้งหมดจึงได้ฤกษ์ออกเดินทาง
   ตามแผนการที่วางเอาไว้ ทั้งสามจะแวะนมัสการรอยพระพุทธบาทกันก่อน แล้วจึงต่อขับรถต่อไปยังทุ่งทานตะวันที่มีให้ชมอยู่ตลอดสองข้างทาง เมื่อไปถึงทุ่งทานตะวันคนแรกที่กระโจนลงจากรถก็คือนภเนตร โดยสาวเอ๋อตั้งใจเปิดโอกาสให้พี่ชายได้อยู่กับหวันยิหวาตามลำพัง เรียกว่าพยายามทำตัวเป็นแม่สื่อที่ดี
   “ น้องหวานชอบดอกทานตะวันเหรอครับ “
    “ ค่ะ “ หวานเย็นตอบ
    “ แปลกดีนะ พี่เห็นผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบกุหลาบเป็นอันดับหนึ่งเลย “
    “ ค่ะ แต่สำหรับหวานเย็น กุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวย สง่า เป็นราชินีแห่งดอกไม้ แต่ในความสวยก็มีหนามแหลมคมไว้ป้องกันตัวเองจากการถูกรังแก ส่วนทานตะวันคือดอกไม้แห่งแสงตะวัน เป็นดอกไม้ที่กล้าท้าทายกับแสงของดวงตะวัน ไม่ว่าจะร้อนแรงแค่ไหน ทานตะวันก็ไม่เคยหันหนี ยังคงยิ้มรับแสงตะวันอยู่เสมอ เป็นความสวยที่แฝงไว้ด้วยความอดทน หวานเย็นเลยชอบทานตะวันมากกว่าค่ะ “
    “ อืม…ครับ พี่เห็นด้วยกับน้องหวานนะ อีกอย่างดอกไม้ในโลกนี้ก็มีตั้งหลายชนิด ถ้าทุกคนชอบชนิดเดียวกันหมดคงไม่ดีเท่าไหร่ “ เธอยิ้มให้กับคำพูดของเขา
    “ พี่นนท์เห็นเนตรมั้ยคะ? หวานเย็นมัวแต่ชวนพี่นนท์คุยเพลิน ไม่รู้ว่าเนตรหายไปไหนแล้ว “
   “ อยู่ทางโน้นน่ะครับ “ เขาชี้ไปยังน้องสาวจอมเอ๋อ “ สงสัยกว้านซื้อดอกทานตะวันจนหมดไร่แล้วมั้งครับนั่น “ คนถูกกล่าวหาหันมาโบกมือเรียกให้เพื่อนและพี่ชายเดินไปยังจุดที่เจ้าหล่อนยืนอยู่
    “ เหมาไปทั้งไร่เลยเหรอเราน่ะ ” รชานนท์ถามเมื่อหันน้องสาวหอบดอกทานตะวันที่เจ้าตัวเลือกซื้อมาเสียจนเต็มไม้เต็มมือ
   “ แหม! ไม่ถึงขนาดนั้นซะหน่อย บ่นจริงบ่นจังยังกะคนแก่แหนะ แบร่ ” คนเหมาซื้อดอกทานตะวันเถียงแถมด้วยการแลบลิ้นใส่คนบ่น ก่อนจะหันมาถามเพื่อนซี้ “ กี่โมงแล้วอ่ะหวาน กลับกันเลยดีไหมจะได้ถึงบ้านเร็วๆ หรือจะไปเที่ยวเขื่อนป่าสักก่อน ” เขื่อนป่าสัก หรือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวหลายกลุ่มจัดไว้ในรายการท่องเที่ยวของตน หลังแวะชมความงามของทุ่งทานตะวันแล้ว ก็จะพากันไปชมบรรยากาศอันความสวยงามของเขื่อนเป็นการปิดท้ายรายการ
    “ แล้วแต่เนตรกับพี่นนท์แล้วกันจ้ะ หวานยังไงก็ได้ “
    “ งั้นพี่ว่าเรากลับกันเลยก็ดีเหมือนกันครับ นี่ก็บ่ายมากแล้ว แวะซื้อของฝากแล้วก็กลับกันเลยดีกว่า หรือน้องหวานว่าไงครับ ”
   “ ค่ะ ”
   “ อะแฮ่ม! ถามแต่หวานเย็นอ่ะนะ จะไม่ถามความเห็นเนตรบ้างเหรอ ไม่ยุติธรรม ”
    “ ถ้าเรายังไม่อยากกลับจะอยู่ต่อพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ พี่เข้าใจว่าเราน่ะเก่ง หาทางกลับกรุงเทพฯ เองได้อยู่แล้วล่ะ จริงมั้ย? ”
    “ อ๊ะ! แน่นอนคนมันอัจฉริยะมาแต่กำเนิด แถมสวยเลิศอีกต่างหาก เรื่องแค่นี้น่ะสบายมาก แต่…นะ มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันดิ ไปด้วยกันมาด้วยกันเลือดสุพรรณเอ๋ยๆ ทิ้งกันไปได้ไง จริงมะคะพี่ชายขา ”
    “ ไม่รู้สิบังเอิญพี่ไม่ใช่คนสุพรรณฯ ซะด้วย ” เมื่อพี่ชายไม่รับมุข น้องสาวจึงหันไปจูงมือเพื่อนเดินหนีไปขึ้นรถ ทิ้งให้พี่ชายเดินตามหลังคนเดียวทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นคนอ้างเลือดสุพรรณไม่ทิ้งกันแท้ๆ

----------------------------------------------------------------


   “ สวัสดีค่ะ แม่ “
   “ ไปไหนมา ทำไมถึงกลับมาป่านนี้ วันนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ “
   “ หวานเย็นไปเที่ยวทุ่งทานตะวันมาค่ะ “
    “ ไปเที่ยว? เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งใหญ่แล้วนะ ไปไหนมาไหนไม่บอกกล่าวกันก่อน “ ผู้เป็นแม่เริ่มเสียงเขียว หญิงสาวจึงได้แต่ก้มหน้านิ่ง “ แล้วนี่ไปกับใคร ใครมาส่ง “
   “ หวานเย็นไปกับเนตรค่ะ ไปรถพี่นนท์ พี่ชายของเนตร หวาน…หวานเย็นขอตัวก่อนนะคะ “
   เธอล้มตัวลงนอนบนเตียงทบทวนอดีตและเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชีวิตอิสระเสรีที่ไขว่คว้าแต่กลับได้มาเพียงครึ่งๆ กลางๆ อิสรภาพที่ไม่เต็มที่ ความเสรีที่มีขีดจำกัด คล้ายมีพร้อมทุกสิ่งที่ต้องการ หากในความเพียบพร้อมนั้นกลับดูขาดๆ เกินๆ เสียจนไม่มั่นใจว่าสักวันหนึ่งเธอจะก้าวไปสู่โลกกว้างได้อย่างไรกัน โลกกว้างที่เธอใฝ่ฝันและวาดหวังไว้อย่างสวยงาม คิดเพียงเท่านี้น้ำตาก็รินไหล ทั้งๆ ที่พยายามบอกกับตัวเองให้เข้มแข็ง หากอ่อนแรงเกินกว่าจะอดทน เธอเริ่มรู้สึกปวดศรีษะอีกแล้ว
    “ ปวดหัวจัง ยาอยู่ไหน! ..ยาล่ะ “ เธอพึมพำ พลางมือก็ควานหาขวดยา แล้วเทอย่างไม่นับจำนวนเม็ดเหมือนเคยที่เธอต้องทานยาแก้ปวดศรีษะครั้งละมากๆ “ มึนหัวจัง ทำไมมันมึนอย่างนี่นะ “ เธอพึมพำ ตาค่อยๆ ปิดลงทีละน้อย

----------------------------------------------------------------


   “ พี่นนท์ พี่นนท์! หวานรู้สึกตัวแล้ว “ เขาวิ่งหน้าตื่นมาดูอาการเธอ
    “ เนตร! เกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมเรามาอยู่ที่นี่ล่ะ “ เธอถาม
   “ หวานกินยาเกินขนาดน่ะ บวกกับเครียดก็เลยเป็นแบบนี้ “
    “ แล้วแม่เราล่ะ แม่อยู่ไหน “ เธอเริ่มกระวนกระวาย
   “ ไปทำธุระน่ะ ตอนนี้หน้าที่เรากะพี่นนท์อยู่เป็นเพื่อนหวาน รอจนแม่แกมาแล้วค่อยกลับ “
   “ เนตร…หวานเย็นกลัว แม่จะโกรธหวานเย็นมั้ยอ่ะ? หวานเย็นกลัว “ เธอเริ่มร้องไห้
    “ ใจเย็นๆ หวาน ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ช้านกะพี่นนท์ช่วยกันอธิบายให้แม่หวานเข้าใจแล้วล่ะ ว่าจริงๆ แล้วแกไม่ได้หนีเที่ยวอย่างที่แม่แกเข้าใจ แกพยายามโทร.กลับมาบอกแล้ว แต่ไม่มีคนรับสาย แล้วช้านก็เห็นว่าแค่ไปเช้าเย็นกลับคงไม่มีอะไร พี่นนท์เขาช่วยพูดด้วยก็เลยไม่มีอะไรแล้ว สบายใจได้ “
    “ ครับ ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ตอนนี้น้องหวานพักผ่อนก่อนเถอะครับ จะได้หายไวไว “
    “ ขอบคุณค่ะพี่นนท์ ขอบใจมากนะเนตร แล้วก็ขอโทษด้วยนะคะที่ให้พี่นนท์กับเนตรต้องเดือดร้อน “
   “ เฮ้ย! บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร คิดมากน่า “
   “ นั่นสิครับ พี่ว่าน้องหวานพักผ่อนก่อนดีกว่าครับ “ เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
   “ อ๋อ! เกือบลืมบอกไปแหนะ ยัยนัทธ์มาเยี่ยมด้วยนะ เพิ่งกลับไปพร้อมซีดาร์เมื่อกี้นี่เอง ตอนชวนไปเที่ยวบอกไม่ว่างต้องอยู่ทำโปรเจคต์ แต่พอรู้เรื่องหวานนะ ยัยนัทธ์ทิ้งโปรเจคต์กลับบ้านได้เฉยเลย แปลก ”

----------------------------------------------------------------


   หลังจากวันนั้นเขาและเธอก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกความในใจให้เธอได้รับรู้
   “ พี่นนท์มาหาเนตรเหรอคะ? วันนี้เนตรไม่อยู่ค่ะ โทร.มาบอกว่าแวะไปหาซีดาร์ที่มหา’ลัยน่ะค่ะ “ เธอบอกเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในร้านไอศกรีมที่เธอและเพื่อนซี้ทั้งสองแวะมาทานเป็นประจำ
    “ เปล่าครับ พี่มีเรื่องจะคุยกับน้องหวานนิดหน่อย “
    “ มีอะไรเหรอคะ? “
    “ พี่มีเรื่องจะบอกครับ…คือ…พี่รักน้องหวาน “ เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง พลางดึงมือเธอมากุมไว้ เธอค่อยๆ ดึงมือออก หน้าแดงกับสิ่งที่ได้ยิน
   “ พี่นนท์! “
   “ พี่ไม่ได้พูดเล่นนะครับ พี่รักน้องหวาน “ เขาเริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ
   “ ขอเวลาให้หวานหน่อยได้มั้ยคะ? หวาน…. “ ถึงแม้หวันยิหวาจะไม่ได้ตอบรับ แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ…นั่นแสดงว่าเขายังคงมีความหวัง เธอเพียงต้องการเวลาในการทำความรู้จักกับความรัก….ทำความรู้จักกับตัวเขา..เท่านั้นเอง
    “ ครับ พี่จะรอ…รอจนกว่าจะถึงวันที่น้องหวานจะรักพี่ “ เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่นเหมือนเคย
   “ ขอบคุณค่ะพี่นนท์ ขอบคุณนะคะที่เข้าใจหวาน “
   “ โทษทีนะหวานเย็น พอดีโปรแกรมมันติด error ต้องแก้นิดหน่อยน่ะ เลยลงมาช้า โอ๊ะ! ”
   คำพูดต่างๆ คล้ายถูกกลืนหายไปในบรรยากาศ เมื่อคนที่ก้าวเข้ามาใหม่เหลือบไปเห็นบุคคลที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่กับหวันยิหวา เริ่มรู้สึกว่าตัวเองช่างโผล่เข้ามาผิดจังหวะเสียเหลือเกิน แต่จะหันหลังกลับก็ไม่ทันซะแล้วจึงหันไปส่งยิ้มจืดเจื่อนให้กับทั้งเพื่อนและชายหนุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะ
   “ สวัสดีค่ะพี่นนท์ ”
    “ สวัสดีครับน้องนัทธ์ ”
    “ หวานเย็นมีเพื่อนทานไอศกรีมแล้ว งั้นนัทธ์ขอตัวกลับไปปั่นโปรเจคต์ต่อเลยแล้วกันนะคะ ฝากพี่นนท์ดูแลหวานเย็นแทนนัทธ์ด้วยแล้วกันค่ะ ยังไงช่วยรบกวนเดินไปส่งเพื่อนนัทธ์กลับหอพักด้วยนะคะ ทานให้อร่อยนะคะ บะบายค่ะ ” พูดจบเจ้าของร่างป้อมก็ผลักประตูกระจกบานใสออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้คนที่นั่งอยู่มองตามอย่างกึ่งขันกึ่งประหลาดใจ
   “ อืม…ตกลงเจ้าหญิงยินดีจะให้องครักษ์คนนี้ได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือเปล่าครับ ”
   รอยยิ้มหวานใสปรากฏชัดบนใบหน้าสวยนั้นอีกครั้ง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มให้เธออย่างอบอุ่นเหมือนที่เคย
   “ เฮ้อ! ตกลงพี่ก็คงต้องรอ…คำตอบอีกใช่ไหมครับ ”
   แต่ไม่ว่าต้องรอ…อีกนานแค่ไหน รชานนท์ก็ยินดีที่จะรอ…รอคำตอบจากเธอคนนี้ คำตอบที่มีจากหัวใจ…หวันยิหวา



จะรอวัน เธอรักฉัน ดั่งเธอว่า
รอจนกว่า หัวใจ หยุดไหวเต้น
ฤดูกาล เปลี่ยนผัน กี่ร้อนเย็น
ฉันคนนี้…ยังคงเป็น…คนรักเธอ


-o-o-o-o-o-o-o- The End o-o-o-o-o-o-o-








Create Date : 26 กันยายน 2548
Last Update : 18 ธันวาคม 2551 12:58:18 น. 2 comments
Counter : 280 Pageviews.

 

อิอิ เป็นเรื่องที่ดีคับ เอ มาจากเรื่องจริงรึเปล่าเอ่ย


โดย: goken วันที่: 27 กันยายน 2548 เวลา:1:57:03 น.  

 
อืม...มีเรื่องจริงบางส่วนฮับ แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่านางเอก
ของเรื่องคือหวานเย็นนะคะ ก็แค่ชอบชื่อนี้เป็นพิเศษและ
คิดว่าเหมาะกับบุคลิกของนางเอกในเรื่องก็เลยตั้งชื่อนี้ให้
น่ะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 27 กันยายน 2548 เวลา:13:48:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หวานเย็นผสมโซดา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




คนขี้เหงา...เจ้าน้ำตา
ใช้ชีวิตเหว่ว้าบนโลกกว้าง
ท่ามกลางความวุ่นวาย...สบายดี
New Comments
Friends' blogs
[Add หวานเย็นผสมโซดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.