แฟนฉัน..กับความรักครั้งแรก + + รักไม่ได้..แต่ลืมไม่ลง

มีบางอย่างที่..เวลา..ไม่สามารถทำลายได้....A moment in June


.
.
.

ถ้าเปรียบความรักครั้งแรกเป็นขนมหวาน ความรักครั้งแรกของฉัน คงเป็นเหมือนชอคโกแลตเค้กชิ้นโต ที่ถูกประดับประดาอย่างดี วางอยู่บนตู้โชว์กระจกใสๆ ฉันมีหน้าที่แค่เดินผ่านอย่างเฉียดฉิว คอยแอบมองดูอยู่ไกลๆเป็นครั้งคราว แต่ไม่กล้าที่จะซื้อมาชิม เพียงเพราะมันสวยงามเกินไป

แฟนฉัน..กับความรักครั้งแรก
จะมีซักกี่คนกันเชียว ที่มีความรักครั้งแรกกับแฟนคนแรก..สำหรับฉันแล้ว มันไม่ใช่ ฉันไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น

พงษ์พันธ์..ชื่อนั้นฉันไม่มีวันลืม คนที่เพียงแรกเห็น เขาทำให้ฉันเหมือนถูกพลุระเบิดกลางหัวใจ คนที่ทำให้ฉันต้องแอบมองเสมอเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง คนที่ฉันเดินผ่านแล้วเขายิ้มให้ที่โรงอาหาร คนที่เขาผลักเพื่อนชายของเขามาชนฉันที่บันไดขึ้นอาคารเรียน เมื่อฉันหันไปมอง เขาเสก้มหน้าลงหัวเราะเบาๆ ส่วนเพื่อนของเขาคนที่ชนฉันกลับยิ้มทะเล้น ชี้นิ้วไปที่เขาแล้วบอกว่า "อย่าโกรธนะ ไอ้บอยมันผลักพี่..มันเขิน" แม้จะโดนชนจนกระเด็นและเจ็บ แต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม เมื่อเก็บอาการยิ้มแกมตุ่ยเอาไว้ไม่อยู่ จึงต้องรีบเสแกล้งเดินหนีหน้าไป พร้อมกระซิบบอกเพื่อนสนิท "คนนี้แหล่ะที่เราเคยเล่าให้ฟัง ว่าเราชอบ"

ความรักครั้งแรกมันลืมยากนะ แม้มันจะไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่น่าจดจำ แต่ควันแห่งความทรงจำมันยังคงอบอวลอยู่เสมอ..แม้จะมีใครผ่านเข้ามาทำให้หัวใจได้อบอุ่นอีกเรื่อยๆ แต่ความรักครั้งแรก มันเหมือนมีมนต์ขลัง รักไม่ได้แต่ก็ลืมไม่ลง ฉันจำได้ว่าผ่านไปไม่ถึงปี เขาก็ลาออกจากโรงเรียนไป ไม่ไหนก็ไม่รู้ หายไปอย่างเงียบๆไร้ร่องรอย บางทีเพื่อนของเขาอาจจะรู้ก็ได้ แต่ฉันก็ไม่เคยหน้าด้าน ไม่กล้าเดินเข้าไปถามซักที

เขาไม่ได้เป็นแฟนคนแรกของฉัน...เขาเป็นคนที่ฉันแค่แอบรักแบบโจ่งแจ้งแค่นั้นเอง แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งกลางอากาศนะ เมื่ออยู่ๆเขาก็ได้หายไปจากโรงเรียน หายไปจากชีวิตของฉันอย่างเงียบๆ..มันเป็นแค่อารมณ์ที่อ่อนไหวของเด็กสาวใช่ไหม

วันเวลาเลยผ่านไปเรื่อยๆ แต่ร่องรอยจางๆของพลุที่แตกกระจายในหัวใจฉัน มันยังอยู่..มันคอยสะกิดสะเกาให้แอบคิดเสมอ..ว่าเขาหายไปไหน เขาไปอยู่ที่อื่นที่ใด เขาสบายดีรึเปล่า..เขามีชีวิตที่ดีหรือไม่

ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา บางครั้งฉันได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนเก่าๆในอดีตผ่านทางโทรศัพท์ คุยกันเรื่อยเปื่อย ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ คุยกันเรื่องชีวิตที่เป็นไป..แล้วอดไม่ได้ที่จะตบท้ายก่อนวางสาย ด้วยคำถามเดิมๆโดยไม่ได้คิดมาก่อนว่า "ได้ข่าวพี่บอยบ้างไหม" บางทีเพื่อนบางคนก็ส่ายหน้าแล้วถามว่า "บอยไหนว่ะ เราจำไม่ได้แล้ว" แล้วฉันก็ต้องรื้อฟื้นความทรงจำของเพื่อนใหม่อีกครั้ง สุดท้ายเธอก็ร้อง "อ๋อ คนโย่งๆที่แกเคยบอกว่าชอบน่ะเหรอ"

บางที..สิบกว่าปี มันอาจนานเกินไป นานจนทำให้ความทรงจำของใครบางคนถึงใครอีกคนเลือนลางไป..เพราะเขาไม่ใช่คนในฝันและความทรงจำที่สำคัญของเธอ

แต่สำหรับฉันแล้ว..ความทรงจำถึงใครคนนั้นยังแจ่มชัด
สิบกว่าปียังน้อยไป..ฉันยังจำเขาได้ ยังจดจำหน้าตา ลักษณะรูปร่าง ยังจำรอยยิ้มของเขา ยังจดจำได้แม้กระทั่งท่าทางของเขายามหยอกเย้ากับเพื่อนพ้อง ..ยังสามารถจินตานาการได้ด้วยว่า..เมื่อเขาเติบโตขึ้นมากกว่าที่เคย เขาจะเป็นอย่างไร

สิบกว่าปีที่ยาวนาน แต่ก็เหมือนสั้นนิดเดียว..แม้ในเวลาต่อมา ได้รู้แล้วว่า..นั่นมันยังไม่ใช่รักแท้หรอก มันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของหัวใจ ที่จะได้เรียนรู้และสัมผัสกับคำว่า..แรกรัก เท่านั้นเอง



ส่วนแฟนคนแรกของฉันเป็นใครนั้น..ช่างมันเถอะ ปล่อยให้เขาเป็นความทรงจำที่พร่าเลือนไปคงดีกว่า เพราะความรักในช่วงต่อมานั้น..มันเป็นเสมือนเพียงแค่สายลมสั้นๆที่พัดผ่าน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป







ถ้าเปรียบความรักครั้งสำคัญเป็นเครื่องดื่ม ความรักครั้งสำคัญของฉัน คงเป็นมาร์ตินี่ในแก้วบางๆ ที่ถูกตกแต่งด้วยลูกเชอร์รี่เชื่อมซักลูกสองลูกด้านใน ที่ทำให้ฉันอยากจะชิมความหวานของลูกเชอร์รี่ซักนิดหน่อย ..แต่สุดท้ายก็ไม่วายที่จะรู้สึกถึงความเฝื่อนและยอมพ่ายแพ้กับความขมที่โอบล้อมมันไว้

เมื่อมีใครคนหนึ่งได้เดินผ่านเข้ามาและมีค่ามากกว่าสายลม แม้ว่าเขาจะผ่านเข้าแล้วก็ผ่านไป แต่เขาก็ทำให้มุมมองความรักของฉันเปลี่ยน ..ความรักมันมากกว่าแค่เพียงความตื่นเต้นและอบอุ่นที่พลุระเบิดกลางหัวใจ แต่ความรักครั้งนี้ มันเหมือนเราต้องยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนในวันที่ไม่สบาย มันทั้งร้อน มันทั้งหนาว..แปลกดี..ความรัก

เคยถามตัวเองว่า แล้วเรามายืนตากฝนทำไม ทั้งๆที่เรามีร่มอยู่ในมือ..โง่ใช่ไหมล่ะ โง่จริงๆ ..แต่ก็นั่นแหล่ะนะ คนเรา บางครั้งก็โง่แบบไม่มีเหตุผล

เราสองคนเป็นอะไรกัน เขาไม่เคยเอ่ย..ฉันก็ไม่เคยเอ่ย..เราเองต่างคนต่างก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเราสองคนเป็นแฟนกันหรือยัง หรือนั่นเป็นเพียงแค่ความก่ำกึ่ง ของความสัมพันธ์ของคำว่าคนรู้จัก หรือเป็นความสัมพันธ์ของคนที่เรียกว่า..มากกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ใช่แฟน

ความรัก..แม้สำคัญที่การกระทำมากกว่าคำพูด..แต่หากว่าเมื่อไม่มีคำพูดมายืนยัน บางครั้งการกระทำนั้น ก็อาจถูกตีความหมายไปได้หลายแบบ เขาอาจไม่แน่ใจในตัวฉันหรือตัวเขาเอง ฉันเองก็ไม่แน่ใจในตัวเขาและหรืออาจไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองเหมือนกันครั้งหนึ่งเราเคยพูดคุยกันถึงทัศนคติของตัวเอง เขาบอกฉันว่า

"กับคนที่ผ่านๆมา..หากพี่รู้สึกว่าคนคนนั้นยังไม่ใช่ พี่จะค่อยๆถอยห่างออกไปอย่างเงียบๆ ให้เขาได้รู้เอง"

"อย่างนี้ไม่แฟร์นะ เวลาที่เราอยากรู้จักใครซักคน เราเดินเข้าไปหาเขา ไปบอกรักเขา แต่เวลาที่ไม่อยากคบเขาแล้ว เรากลับจะเดินหนีไปเงียบๆได้ยังไง" ฉันเอ่ยเถียงแล้วเขาก็ยิ้ม "ไม่รู้สิ พี่ก็เป็นของพี่อย่างนี้แหล่ะ"

ฉันยิ้มน้อยๆ เอ่ยกึ่งขู่ที่เล่นทีจริงว่า..."แต่ขอร้องนะ กับนิ..ถ้าหากมีวันนึงที่เริ่มไม่คิดถึงกันแล้ว บอกกันตรงๆอย่าเงียบหายไปเฉยๆ ไม่ชอบ..ไม่อยากรอด้วยความสงสัยว่าหายไปเพราะอะไร ให้รู้กันไปเลยดีกว่า ไม่รักก็คือไม่รัก รับได้เสมอ "

"ไม่มีวันนั้นหรอก" เขาบอก..แล้วเราก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะเบาๆ .. เขาหมายถึงไม่มีวันนั้นหรอก ไม่มีวันที่จะไม่คิดถึงกันใช่ไหม?

คำพูดอย่างเดียว ใครๆก็พูดได้ ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก ก็แค่เวลาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ก็แค่ความรู้สึกเท่านั้น(มั๊ง)ที่เปลี่ยนไป....เขาสอนให้ฉันรู้ว่า อย่าคาดหวังอะไรจากใครซักคน ถ้าหากว่าเราไม่มีความสำคัญในหัวใจของเขามากพอ..ฉันเคยพูดว่า.. "ขอร้องนะ บอกกันตรงๆ" ฉันคงคาดหวังมากไปเอง ว่าอย่างน้อยฉันจะแตกต่างจากคนที่ผ่านมา ฉันคงคาดหวังมากไปเองว่าเขาจะบอกกันตามตรง บางทีคำว่า "ไม่มีวันนั้นหรอก" ของเขา... เขาอาจต้องการหมายถึง "ไม่มีวันนั้นหรอก ไม่มีวันที่เขาจะเปลี่ยนตัวเอง" ก็ได้..ใครจะไปรู้

เขาไม่บอก เขาไม่ผิด สิทธิ์ของเขา
ผิดที่เรา คาดคิด คาดหวัง มากไปหน่อย
เขาไม่คิดถึง จึงเงียบหายไป ไร้ร่องรอย
อย่าเฝ้าคอย ปล่อยเขาไป ไม่ต้องหาเหตุผล

เมื่อเราไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่ ก็แค่นั้น
จะกี่หมื่น ร้อยพันข้ออ้าง ใครเขาสน
ความเงียบคือความชัดเจนที่เราต้องจำนน
บอกตัวตน ตัวเรา อย่าเฝ้าคอย ปล่อยเขาไป


ไม่ว่าจะได้รู้จักและเรียนรู้กับใครก็ตาม ..ฉันไม่เคยเอ่ยถามว่า "ฉันเป็นความรักครั้งแรกของคุณหรือไม่"
ฉันเรียนรู้จากใจของฉันเอง..ว่าทุกคนมีความลับ มีความรักครั้งแรกของตัวเองกันทั้งนั้น..หากความรักครั้งแรกของเขา จะไม่ใช่ฉัน ก็ไม่เห็นจะเป็นไร..เพราะเขาเองก็ไม่ใช่รักครั้งแรกของฉันเช่นกัน

ส่วนความรักครั้งสุดท้ายนั้น..แม้ฉันอยากถามใจจะขาดว่า "ฉันจะได้เป็นความรักครั้งสุดท้ายของคุณหรือไม่"
แต่ฉันก็ไม่เคยได้เอ่ยถามออกไปตรงๆหรอกนะ..เพราะปล่อยรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คงจะดีกว่า หากใช่ก็คือใช่ หากไม่ใช่ดิ้นรนไปก็เท่านั้น..คำพูดยืนยันนั้นมิใช่คำตอบสุดท้าย เมื่อความจริงแล้วหัวใจของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ



รักแรกลืมไม่ได้ รักสุดท้ายลืมไม่ลง..มีคนกล่าวไว้เช่นนั้น ความรักในช่วงกลางๆ ความรักระหว่างทาง มักไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงซักเท่าไหร่.. รักครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ หรือที่เท่าใดก็ตามแต่ ครั้งหนึ่งรักครั้งนั้น มันมักจะถูกคิดและคาดหวังว่ามันจะเป็นรักครั้งสุดท้ายเสมอ แต่มันก็ยังไม่เคยใช่ สิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ..รักครั้งแรกนั้น แม้มันไม่ใช่รักครั้งสุดท้าย แต่มันจะถูกนึกถึงและมีความสำคัญในฐานะรักแรกเสมอ..รักแรกย่อมเป็นรักแรกเสมอไป

บางครั้ง..ยังถามตัวเองในใจ ถ้ารักแรกเขาคนนั้น..คือคนที่ฉันมีสิทธิ์จะใช้ชีวิตด้วย..ชีวิตในวันนี้ของฉันจะต่างออกไปไหม..มันคงเป็นคำถามที่ต้องค้างคาต่อไป เพราะมันเป็นคำถามที่ไม่มีวันมีคำตอบได้..คำถามบางคำถาม..ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเสมอไปไม่ใช่หรือ..จงปล่อยให้ความทรงจำที่สวยงามเป็นเพียงความทรงจำที่สวยงามต่อไป..เมื่อความเป็นจริงและปัจจุบันนั้น..มันก็มีเหลี่ยมมีมุมที่สวยงามไม่แพ้กัน




มีบางอย่างที่..เวลา..ไม่สามารถทำลายได้....A moment in June




บทความนี้..เพื่อระลึกถึงความทรงจำเก่าๆที่..เวลา..ไม่สามารถทำลายได้

บทความนี้..แด่..หนึ่งคน คนนั้น..พงษ์พันธ์..ความรักครั้งแรกที่ยังเป็นความรักครั้งแรกของฉันเสมอ

บทความนี้..แด่..ใครคนหนึ่งที่ไม่ขอเอ่ยนาม..ความรักครั้งสำคัญที่เคยคิดว่าจะเป็นความรักครั้งสุดท้าย..แต่ก็ไม่ใช่



.
.
.


*หมายเหตุ..ชื่อของคนคนนึง เราอาจเอ่ยถึงได้ด้วยรอยยิ้มบางๆที่ริมฝีปากด้วยความทรงจำที่ชัดเจนแต่บางเบาในความรู้สึก...แต่ชื่อของคนอีกคนหนึ่ง เราไม่อาจเอ่ยถึงได้ เพราะความทรงจำที่บางเบามันชัดเจนและมีความหมายกับหัวใจมากเกินไป แค่เขียนถึง แค่คิดถึง หรือแม้แต่เพียงแค่ระลึกถึง ก็ยังรู้สึกเหมือนมีใครเอามือมาบิดไส้เบาๆ..ปวดท้องและมือเย็นไปหมด ใจโหวงๆ สมองตื้อๆ..เคยเป็นกันบ้างไหมคะ อารมณ์แบบนี้??

.
.
.


หากสนใจร่วมถนนสายมิตรภาพโรยตัวอักษรเส้นที่สามกับพวกเรา ทำตามกติกาง่าย ๆ เหมือนเคย ดังนี้ค่ะ
-ลงชื่อบอกกล่าวกันไว้
-เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ และอัพบลอคในหมวดงานเขียน/บทประพันธ์
-อัพบลอคในวันจันทร์ที่ 13 เมษายน (สงกรานต์พอดีเลย) เวลาใดก็ได้
-เมื่ออัพบลอคแล้ว กรุณามาแจ้งอีกครั้งในบลอคของคนใดคนหนึ่ง และเราจะทำการรวบรวมลิงค์อีกทีค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
หวังว่าจะได้ร่วมเดินทาง ในถนนสายมิตรภาพโรยตัวอักษรนี้ด้วยกันนะคะ

สำหรับถนนเส้นต่อไป เดินทางมาถึงเส้นที่สามแล้ว และจะมาในหัวข้อที่ชื่อว่า
"ของขวัญ......(จุด จุด จุด..แล้วต่อท้ายด้วยชื่อเรื่องของตัวเองที่คิดว่าดี เก๋ เจ๋งและเหมาะกับตัวเองที่สุด)
กติกาเพิ่มเติม..งานเขียนของท่านนั้น จงเขียนสิ่งที่อยากเขียน..ไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำกัดแนวเรื่อง ไม่จำกัดความสั้นยาว
เรียกว่าเขียนกันได้ตามความพอใจเลยค่ะ..เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้..ขอเพียงมีชื่อเรื่องว่า "ของขวัญ..." เท่านั้นเอง



รายชื่อเพื่อนร่วมเดินทางถนนสายมิตรภาพ
::BeCoffee
::นางสาวดุ่บดั่บ
::nikanda
:: Prettymaew
::กะว่าก๋า
::Paulo
::แมงโกชิดเด
::Little Knight
:: ปณาลี
:: nulaw.m
:: นัทธ์
:: แฟนผมตัวดำ




Create Date : 30 มีนาคม 2552
Last Update : 11 ธันวาคม 2552 6:14:47 น. 37 comments
Counter : 615 Pageviews.

 
เจิมก่อน


โดย: BeCoffee วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:6:17:24 น.  

 
หวานปนเศร้าเหมือนเชอร์รี่ในแก้วมาตินี่ที่หวานปนขม
รู้สึกเหมือนตากฝนอ่านกันเลย

คุณแจงคะ ความรักครั้งแรก บางทีที่ทำให้หัวใจของเราหวั่นไหว
บางทีที่ทำให้เราพร่ำเพ้อไม่เลิกรา
อาจจะเป็นเพราะว่าความไม่สมหวังในรัก
การจากลา ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย
ก็ทำให้เราคิดถึงได้เสมอ และเขาก็จะเป็นความทรงจำแห่งรัก
ที่งดงามของเราตลอดไป

อินค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:6:36:18 น.  

 
^
^
^
คุณอ้อนที่รัก..เดี๋ยวมาอ่านเม้นท์นะคะ
ตอนนี้ง่วงมากๆ ใกล้จะตีสองแล้ว..ไปนอนก่อนแล้ว
เดี๋ยวเจอกันตอนตื่น..จะตามไปอ่านให้ฉ่ำใจ ให้สมกับที่รอคอย


โดย: nikanda วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:6:55:41 น.  

 
มุมมองรักในส่วนของน้องแจงนั้น ..
หอมหวานปนเศร้าเหมือนอ้อนว่าจริงๆ จ้ะ
อ่านแล้วก็เป็นได้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นตามเรื่องราว
แต่พี่ว่ามันเป็นบรรยากาศรอบๆตัวมากกว่า
เวลาอ่านแล้วมันจะรู้สึกลึกๆ ไปข้างใน
ได้เลยล่ะจ้ะ ...


..............

พี่แวะไปส่งข่าวบอกที่บ้านน้องปอยเด้อ
ว่าจะอัพบล็อกด้วยกันหนนี้แต่ก็มีเหตุ
เลยขอแคนเิซิ่ลโครงการสองไปก่อนแวะมา
ส่งข้อความว่าโครงการ 3 ไม่พลาดแน่่ค่ะ


โดย: Jewnid IP: 124.157.239.192 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:7:19:15 น.  

 
^
^
^
กาแฟเป็นเหตุ..ตีสามกว่าแล้วยังนอนไม่หลับเลย
พี่พู่..ไม่เป็นไรค่ะ..ไว้เจอกันตอนที่อัพโครงการสามก็ได้

หวานและเศร้าเหรอ..ไม่ได้ตั้งใจนะ
ตอนเขียน..ก็เขียนไปตามเรื่องราวที่เคยเจอ เคยคิด เคยรู้สึก
เออ..แต่พอมาอ่านทวนดูแล้ว..มันก็หม่นๆเหมือนกันแฮะ..


โดย: nikanda วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:8:09:27 น.  

 
ขอทำงานก่อน
เดี๋ยวแว้ปไปบอกตอนจบที่หลังไมค์นะคะ อิอิ


โดย: BeCoffee วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:8:37:50 น.  

 
แวะมาอ่านรักครั้งแรกด้วยคนครับ..

อิอิ..ต้องบอกว่ารักครั้งแรกๆของผมนั้นก็คล้ายๆกัน
ผมเป็นประเภทชอบแอบชอบใคร แต่ไม่กล้าบอก

เพราะผมชอบที่จะได้อยู่ใกล้ๆเค้าแบบเพื่อนมากกว่า
ไม่อยากให้ความในใจของผมไปเปลี่ยนแปลงมิตรภาพ
ที่ผมรู้สึกว่ามันโอเคอยู่แล้ว..


ขอบคุณนะครับที่แวะไปเยี่ยม..
มีความสุขมากๆครับผม


โดย: Little Knight วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:10:10:13 น.  

 
อ่านแล้ว.. ได้อารมณืมากเลยค่ะ.. ตามจากบล๊อกคุณก๋า.. มาอ่าน.. เพราะเห็นว่า.. ทำไม..ชื่อเรื่องเหมือนกัน.. แล้วก็เข้าใจ..

ป้าเอง.. ก็มีรักครั้งแรก.. ที่.. ไม่กล้าแม่แต่จะเขียนลงในบล๊อก เพราะกลัว.. คนบางคน ที่รู้จัก จะมาอ่านเจอ.. เลบขอเก็บไว้ในใจดีกว่า..

แต่อ่านบล๊อกนี้แล้ว.. ก็คิดอยู่ว่า.. ความจริง.. มันก็คงไม่ผิดใช่ไหม ที่..ยังไม่ลืม..


โดย: ป้าแก่ (elastigirl ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:10:56:13 น.  

 
เพราะรักไม่ได้นั่นแหละครับ ที่ทำให้
ฝังใจไม่ลืม

คนเราลืมความสมหวังง่าย
แต่ความผิดหวังมักฝังใจยั่งยืน



โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:12:58:52 น.  

 
แวะมาดูคุณแจงเปิดกล่องความทรงจำค่ะ
อ่านแล้วทำเอาต่อมน้ำตาร้อนขึ้นมาได้เหมือนกัน
.
.
ทุกวันนี้ คิดแค่ว่า
ถ้าจะมีใครซักคนที่ใช่ ซักวันก็คงเจอ


โดย: Paulo วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:13:18:19 น.  

 
ซึ้งเหลือเกินค่ะ
ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี
เดี๋ยวขอเวลาไปรวบรวมอารมณ์หวั่นไหวของตัวเองก่อน
แล้วจะกลับมาคอมเมนท์นะคะ

แล้วก็อยากจะขอมาลงชื่อร่วมกิจกรรมต่อไปด้วยอีกคนนะคะ
เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากเลยล่ะค่ะ


โดย: ธาร นาวา วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:16:21:23 น.  

 
สวัสดีค่าคุณแจง ตามมาอ่านแล้วค่ะ มาช้าไปหน่อย
อัพก่อนเพื่อน แต่มาตามอ่านช้ากว่าเพื่อนเลยค่ะ เหอะ ๆ

ความรักของคุณแจง แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่เหมือนเค้กหวาน ๆ
หรือว่าครั้งต่อมาที่ขมปนหวานเหมือนมาตินี่เชอรรี่เนี่ย
มันกลับดูเศร้าไม่ต่างกันเลยนะคะ อ่านแล้วเหมือนได้นั่ง
จิบมาตินี่ไปด้วยอย่างนั้นเลย (ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกิน อ้าว!!)

เคยเป็นนะคะ ความรู้สึกนั้นน่ะ นึกถึงทีไรยังคงโหวงเหวง
หรือมันเป็นความทรงจำที่แสนดีและก็เจ็บปวดมากในตัวเอง
มันก็เลยให้ความรู้สึกแบบนี้ เหมือน ๆ กับอีกหลายความทรงจำ
ที่มีพลังมากพอทำให้รู้สึกอะไร ๆ ได้มากมายขนาดนั้นเลย
แต่เราก็เลือกไม่ได้ที่จะเก็บแต่ความทรงจำแบบเค้กชอคโกแลต
ความทรงจำขม ๆ ก็ยังเก็บมันใส่ใจไว้อย่างดี ดีเกินไปด้วยซ้ำ

งืมมมม...ตอนนี้กำลังเศร้าซึมเล็ก ๆ ในใจอยู่บ้างค่ะ
อ่านแล้วเลยเศร้ามากกว่าจะรู้สึกสุข ๆ อุ่น ๆ นะคะเนี่ย อิอิ

..............

เรื่องของปอยนี่ เขียนไปก็เขินไปนะคะ เรื่องจริงนะคะนั่น
ปอยชอบเอาน้องชายมาขายเรื่อยเลยค่ะ แม้คุณแจงจะมี
น้องนางฟ้าแล้ว ก็ยังขายต่อได้ค่ะ 5555 ชอบขายน้องชาย


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ IP: 202.176.115.61 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:16:45:37 น.  

 
คือว่า คนมักคิดว่า ความสุขนั้นคือของตายที่ตน
ควรต้องมีอยู่เสมอ ถ้ามีมาได้จริงก็งั้นๆ ของมันต้อง
ได้ต้องมีอยู่แล้วนี่

แต่ความทุกข์เป็นสิ่งไม่อยากได้ ไม่อยากมี พอมัน
เกิดขึ้นก็ทั้งเจ็บปวด ขมขื่นและอยากโทษโชคชะตา
ที่ดลบันดาลให้เกิดมีและต้องแบกรับ เป็นความรู้สึก
เจ็บช้ำ โกรธเคือง จนย้ำคิดย้ำจำ พี่ว่านะครับ อาจไม่
ถูกก็ได้

เดี๋ยวต้องเดินสายไปบ้านน้องปอย ยังไม่ได้อ่านเรื่อง
ที่เธอขายน้องชายเลย



โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:19:24:27 น.  

 
อ่านแล้วซึ้ง+เศร้า จังเลยนะค่ะ


โดย: ผู้หญิงชื่อส้ม วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:20:09:35 น.  

 
คุณแจงขา ตอนนี้ที่โน่นกี่โมงแล้วคะ งงๆ
อ้อนอ่านของเพื่อนๆ ที่เข้าร่วมโครงการอยู่ค่ะ
นับรวมตัวเองก็แปดคนพอดี
อ้อนลองรวบรวมรายชื่อไว้ที่คอมเม้นท์บ้านตัวเองนะคะ
ครบหรือยังไม่แน่ใจ รบกวนคุณแจงช่วยไปดูให้หน่อยนะคะ

วุ้ยหลงประเด็นไปโน่น จะบอกว่า
อ่านของทุกคนแล้ว วันนี้ชอบของคุณแจงที่สุดล่ะ
เพราะว่าได้อารมณ์ซึ้งปนเศร้านิดหน่อยต่างจากทุกบล็อก
และทุกทีที่คุณแจงเขียนเลย ชอบๆ ค่ะ ^^

ขอแอบเม้าท์หน่อยว่าน้องชายคุณปอยน่ารักจริงๆ ด้วยล่ะตัวเอง
(จากการอ่านบล็อกดุ่บดั่บค่ะ)


โดย: BeCoffee วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:20:43:08 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงรักแรกของตัวเองเหมือนกัน แต่เป็นรักเค้าข้างเดียวนะคุณแจง (ฮือ..เศร้า) แต่ก็ทำเอาลืมไม่ลงเหมือนกัน


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:21:36:58 น.  

 
ใช่แล้วคุณปณาลี อ้อนก็เข้าไปอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าร่วมโครงการรึเปล่า
ยังไงก็ตาม ถ้าคุณแจงคิดตรงกันกับอ้อน
เอาก็อิ๊บแอ๊บมาเลยดีไหมคะ อิอิ


โดย: BeCoffee วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:21:51:29 น.  

 
อยากบอกว่าข้อเขียนของตูนร่วมรายการของสามสาวค่ะ
แต่จำไม่ได้แล้วเหมือนกันค่ะ ว่าประกาศไว้ในบล็อกไหนว่าจะร่วมรายการ

ขอโทษที่อาจทำให้สับสน ช่วงนี้เจ้าของบล็อเอ๋อๆ งงๆ ค่ะ

สำหรับครั้งที่ ๓ ตูนขอร่วมโครงการด้วยอีกเช่นเคยค่ะ


โดย: ปณาลี IP: 203.144.180.65 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:22:10:47 น.  

 
พี่มันพวกจับจดน่ะครับ ปลื้มๆก็เข้ามาแจม
ถือว่าเสมอนอกคงจะดีกว่า แล้วอีกอย่าง
นะครับ รักทีไรก็คิดว่ามันเป็นครั้งแรกทู้กกกที
เบื่อตัวเองชมัด



โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:22:15:38 น.  

 
ว่าจะเขียนแล้วนะ ...แต่ก็..อดไม่ได้ up ไว้แล้วนะคะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:23:08:44 น.  

 
มาอ่านความรักครั้งแรก..ของคุณแจงค่ะ
หวาน ๆ ปนเศร้า ๆ
แต่ก็ยังเก็บเป็นความประทับใจ
เหมือนกับที่คุณแจงบอก
คนบางคนแค่คิดถึง ก็ยิ้มได้ที่มุมปากบาง ๆ
น่ารักจังเลยค่ะ..
เวลาบ้านคุณแจง คงจะตรงกันที่เยอรมันนะค่ะ..
มีความสุขมาก ๆ จ๊ะ..


โดย: Prettymaew วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:2:43:47 น.  

 
กลับมาอีกที...คงง่วงไปหน่อย ตาลาย ตกคำว่า "ไม่" ไปค่ะ

คือว่าจะไม่เขียน ....นะค่ะ...


ขอบคุณที่ชมค่ะ....เรื่องแนวนี้เขียนยากจังค่ะ
เราพยายามแต่งแล้วนะ...คือเอาเหตุการณ์มาทำเป็นเรื่องแต่ง
แต่ก็ไปต่อไม่ได้จริงๆ ในเมื่อใจเรารู้อยู่ว่ามันเป็นเรื่องจริงอ่ะ

ก็เลยลบของเก่าออกหมด แล้วเขียนใหม่ ....

หัวข้อครั้งหน้า..ง่ายกว่านะ....
ขอลงชื่อประกาศเข้าร่วมโครงการไว้เลยดีกว่า

นะคะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:6:48:03 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับ..เมื่อวานพอดีรีบๆ
วันนี้เลยแวะมาอีกรอบครับ..

สารภาพเลย..ผมก็เคยมีความรักแบบคุณนิ..
ผมไม่กล้าเอ่ยปากขอเค้าเป็นแฟน...
แล้วเค้าก็ไม่พูด...เราคงเหมือนมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนมั้งครับ

การจากลา หรือ การที่ต้องพูดบางสิ่ง กับคนที่เรารู้สึกดี หรือ รัก
เป็นสิ่งที่ยากจริงๆครับ..ถ้าใจไม่แข็งพอ..
หลายๆคนก็มักจะใช้การเดินจากไป..โดยไม่ได้บอก

(มุมมองจากฝั่งผู้ชายนะครับ)


ผมอ่านแล้วคุณนิ..เขียนเก่งจังเลย..
เปรียบเปรยได้สมบูรณ์แบบมากๆครับ..
อ่านแล้วรู้สึกถึงอารมณ์คุณนิในช่วงนั้นได้ดีเลยครับ..

รู้สึกดีที่ได้มีส่วนร่วมนะครับ..
แม้ของผมจะจบเหมือนดูหนังบนเครื่องแล้วกัปตันสั่งรัดเข็มขัด เตรียมร่อนลง
ต้องจบแบบบังคับให้จบ..ให้อารมณ์หยุดสนิด..555+
เพราะผมต้องรีบมาเขียนตอนจบให้ทันก่อนออกไปข้างนอกน่ะครับ

ร่างเรื่องมาตั้งแต่ 17 มีค. ก็จริงๆ แต่ไม่ค่อยได้เขียน หรือ รีวิวในวันต่อๆมาเลย

เดี๋ยวต้องหัดฝึกฝนเขียนให้ได้อารมณ์มากขึ้นหน่อยแระ
มีความสุขมากๆนะครับ..



พาเอด้าไปเยี่ยมพี่ชายคนโตของบ้าน...พ่อผมนั้นเอง..


โดย: Little Knight วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:7:06:46 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณแจง

เรื่อง ดวงดาวในดวงใจได้มาเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่ยังไม่ได้อ่านเลย ได้มาก็ต้องจำใจวาง
เพราะต้องไปต่างจังหวัดเสาร์-อาทิตย์
เวลาอ่านนิยาย ฟี่อ่านทียาวเลยค่ะ
เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึง
มีความสุขได้กับการได้อยู่กับหนังสือที่ชอบซักเล่ม
ข้าวไม่กิน น้ำไม่อาบ แถมบางทีกว่าจะนอนปาไปตี 2 ตี 3
ขยันกว่าสมัยอ่านหนังสือเรียนอีกค่ะ

ตอนนี้กำลังรอเรื่องใหม่ของ กิ่งฉัตร อีกเล่มค่ะ
เล่มนี้เพื่อนแนะนำ แต่ .. แหะ ๆ จำชื่อไม่ได้แล้ว
วันศุกร์ที่ฟี่ไปหนังสือยังไม่มาลงค่ะ
แต่เค้าว่าจะมาลงงานนี้
เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้มาจะเอามาบอกนะคะ


ปล. ฟี่ก็ชอบหนุ่มตระกูลเชิญฯเหมือนกัน ไม่รู้ยังมีว่าง ๆ เหลือซักคนไหนน๊อ .. อิอิ

มีความสุขในอีกวันทำงานค่ะ


โดย: Paulo วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:7:52:28 น.  

 
รักครั้งแรก
อาจดูไม่ลึกซึ้งแต่มันลึกสุดใจเลยค่ะ
พออ่านบทความนี้แล้ว
ก็คิดไปถึงรักครั้งแรกของตัวเอง
เหมือนยังได้กลิ่นอายของมันจางๆติดอยู่ปลายจมูก
ไม่ฉุดจัดจนต้องเบือนหน้าหนี
แต่ก็ไม่เคยห่างหายไปไหนเลยจริงๆค่ะ


ขอบคุณคุณแจงที่ไปเยี่ยมชมบล็อกด้วยนะคะ
ไม่งั้นคงไม่ได้อ่านเรื่องรักครั้งแรกให้หวนคิดถึง
รักของตัวเองแน่ๆ


โดย: ladywrite วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:12:06:36 น.  

 
กำลังใจจากหลานจาดาเหรอครับ แทบจะ
หายเลยนะเนี่ย เข้าใจจิตวิทยาจัง

ขอบคุณมากๆครับ



โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:21:50:02 น.  

 
ยังไม่มีลิงค์ของคุณแฟนผมนี่คะ


หลังประโยคลาออกจากโรงเรียนไป น่าจะเป็นไปไหนมากกว่าไม่ไหนหรือเปล่าคะ



อืมม์..

คนบางคนแค่ได้คิดถึงชื่อ ได้เอ่ยชื่อก็ยิ้มได้จริงๆ ค่ะ

สำหรับเรา..คนที่เคยทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดเมื่อเอ่ยชื่อ ตอนนี้อยู่ข้างๆ ตัวเราแล้ว ก็เลยไม่มีคนๆ นั้น ไม่เช่นนั้น คงไม่ต่างจากจขบ.นัก


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:8:31:25 น.  

 
ตุ๊กขอเอาใจช่วยเพื่อน ๆ ร่วมโครงการของคุณแจงละกันนะคะ

ขอเป็นผู้ชม ผู้อ่านละกัน ไม่ถนัดจริง ๆ อยากร่วมนะคะ แต่เขียนไม่เก่ง กลัวคนอ่านงงคะ

สัญญาว่าจะตามอ่านของทุก ๆ คนที่เข้าร่วมเลยคะ น่าสนใจจัง

มีผู้แสดง เขียน ต้องมีผู้ชม ผู้อ่านซินะคะ อาสาคะ อิอิ

วันนี้ อ่านเรื่องรักครั้งแรก แล้วนึกย้อนความหลังตัวเอง
ตุ๊กไม่ค่อยกล้าเปิดสักเท่าไหร่ อาจเพราะ เกิดอาการแปลบ ๆ ทุกครั้งที่นึกถึง เลยปิดกล่องไว้ซะมิดมังคะ

รออ่านนะคะ ทุก ๆ ท่าน (ปูเสื่อ) อิอิ


โดย: แม่มด (GreenWitch ) วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:13:48:47 น.  

 
อืม... จากการไปตามอ่านงานของผู้เข้ารวมโครงการท่านอื่นๆ รู้สึกจะออกแนวหวานๆทั้งนั้นเลยแฮะ มีของผมหม่นๆทึมๆอยู่คนเดียว 5555++

ไม่เป็นไร ถือเป็นทางเลือก ดีใจที่ได้ร่วมสนุกด้วยนะครับ

ส่วนเรื่องของคุณแจง (ขออนุญาตตีเนียนเรียกตามท่านอื่นๆ) ผมค่อนข้างรู้สึกกับพาร์ทหม่นๆที่เป็นเรื่องตอนโตแล้วมากกว่า เพราะเรื่องของชื่อที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บเมื่อนึกถึง ผมว่าส่วนใหญ่จะมีกันทั้งนั้นแหละครับ

แต่ก็อย่าลืมว่า ชื่อของเราก็อาจเป็นของแสลงกับคนบางคนด้วยเหมือนกัน (อาจจะทั้งที่รู้ หรือไม่รู้ตัวก็ตาม)


โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:17:13:04 น.  

 
ฮุฮุ...อยากอ่านงานของทุกคนเลยค่ะที่เข้าร่วมกิจกรรมแต่ยังไม่มีเวลาเลย

เฮอ...


โดย: ปณาลี วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:23:39:15 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมไข้นะคะ ใกล้หายแล้วค่ะ หายเมื่อไหร่มาอ่านนะคะคุณแจง


โดย: teansri วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:1:55:37 น.  

 
สวัสดีค่าคุณแจง
ช่วงนี้ปอยยุ่งวุ่นวายมากมายเลยค่ะ
เนทก็แสนช้า ต้องแอบมาเล่นเวลาพ่อไม่อยู่
ถึงจะได้เนทเร็วค่ะ 555 แถมเมืองไทยแสนร้อนค่ะ
หน้าร้อนแบบนี้ โหยยย ร้อนมากก ๆ ๆ ๆ คุณแจง
อิจฉาคนอยู่เมืองหนาวทันที แต่ก็อย่างว่านะคะ
อยู่เมืองไทย อยู่บ้าน ก็สุขใจน่ะค่ะ อิอิ แต่ถึงงั้น
ก็อาจจะมาหาช้าไปบ้างนะคะ แล้วแต่โอกาสอำนวย
แต่ก็ยังคิดถึงและเป็นห่วงเพื่อนสาวอยู่เสมอนะค๊า


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:19:25:12 น.  

 
สวัสดีค่าคุณแจง
รีบมาตอบเลยค่ะ อิอิ อ่านปุ๊บรีบมาหาปั๊บเลย
เพราะกลัวว่าไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาตอบอีกนะเนี่ย

เรื่องหนังสือคุณ 'ปราย คุณแจงถามถูกคนเชียวค่ะ
ถามคุณอ้อนเนี่ยใช่เลย เพราะว่ารายนั้นเป็นแฟนเหนียวแน่น
อ่านหนังสือคุณ'ปรายเยอะกว่าปอยอีกนะคะ ปอยเก็บสะสมไปเรื่อย
ถ้าอยู่ในอารมณ์อยากอ่านละมุนละไม เก็บไว้นาน ๆ ได้เนี่ย
คุณปรายตอบคำถามได้ดีเลย ปอยเองก็ชอบหลายเล่มทีเดียวนะคะ
แต่ที่ชอบมากที่สุดปอยชอบ love at first read มากที่สุดเลยล่ะค่ะ
แต่ปอยว่า มันไม่ค่อยละมุนเท่าไหร่หรอก แต่ปอยชอบมาก ๆ เลยล่ะ

ส่วนอารมณ์ละมุน ได้แรงบันดาลใจอะไรแบบนี้ มีเยอะเลยล่ะค่ะ
แต่ขออนุญาตติดไว้ก่อนนะ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกอ่ะค่ะ 55555
ไว้นึกออกแล้วจะมาบอกนะคะ เพราะปอยละชอบอ่านหนังสือแบบนี้เหมือนกัน
นี่ก็มีงานสัปดาห์หนังสือพอดี ว่าจะไปเดินอยู่ค่ะ อิอิ


ป.ล.มีอีกเรื่องค่ะคุณแจง พอดีปอยเปลี่ยนคอมพ์เล่นน่ะนะคะ
แล้วเครื่องนี้ใช้โปรแกรม mozilla firefox อ่ะค่ะ ไม่ได้ใช้ internet explorer
ปรากฎว่าเม้นต์บลอคคุณแจงไม่ได้อ่ะค่ะ เคยเห็นพี่ก๋าก็พูดไว้ทีนึง
ว่าเม้นต์บลอคคุณแจงไม่ได้เลย ไม่รู้ทำไม แล้วพี่ก๋าใช้ firefox ด้วย
สงสัยว่าคุณแจงคงลงโค้ดอะไรไว้ เลยเม้นไม่ได้อ่ะค่ะ ลองดูนะคะ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ IP: 58.9.183.176 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:21:01:24 น.  

 
ขอคุยเรื่องหนังสือของ 'ปราย พันแสงก่อน....
เราก็ชอบ love at first read นะ..แต่ไม่ถึงกับมากที่สุด
ตอนทีอ่านนั้น...กำลังรู้สึก love ใครบางคนผ่านการ read นั่นแหละ
แต่ถ้าให้เลือก เราขอเลือก "จดหมายรัก" ล่ะ ...
เราชอบการเก็บความของคุณ 'ปราย นะ...แต่ละเล่มเก็บเล็กผสมน้อย มาเขียนถึงในมุมของตัวเอง ได้อย่างน่าสนใจ
และที่สำคัญ ภาษาละเมียดละไม แบบหยิบมาอ่านได้บ่อยครั้ง

เราชอบงานลักษณะนั้นของมากกว่าเรื่องแต่งซะอีก ....

ส่วนงานของแอลลี่ จะว่าไปก็แนวโรแมนซ์แบบฝรั่ง เพียงแต่เป็นตัวละครไทย
และบทรักไม่ได้หวือหวาแบบนักเขียนบางคน
เราว่า แนวทางการวางพล๊อต การบรรยาย และบทสนทนา ใช้เลยล่ะ ...
เราอ่านมาหลายเล่มแล้ว ...มีแนวซีรีย์อยู่ 2 เล่ม ถ้าเจอในราคาเหมาะสม (ลด 50% ขึ้นไป) ก็ว่าจะซื้อเก็บเหมือนกันล่ะ

สำหรับ บ่วงรัก ....เช่าอ่านแบบเร็วๆ จำเนื้อเรื่องไม่ได้ค่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:21:58:16 น.  

 
ต่ออีกนิด....
ถ้าคุณแจงมีโอกาส หมายถึงพอจะหาหนังสือพระราชนิพนธ์ได้
แนะนำให้อ่านค่ะ ...อารมณ์ขันเพียบ
เหมือนกันเราอ่านหนังสือท่องเที่ยวของนักเขียนท่านอื่นๆ นั่นแหละ
ลองเลือกอ่านจากประเทศที่ชอบก็ได้

ประเทศจีน พระองค์ท่านเขียนถึงหลายเรื่อง เพราะเสด็จบ่อยกว่าประเทศอื่น

และทรงอักษรภาษาจีนด้วย ...ก็เลยทรงคุ้นเคยกับบริษัท นานมี
เสด็จเปิดงานให้ทุกปี.....เราก็เลยได้เฝ้า (แบบห่างๆ)
พระองค์ประทับในงานนานมาก ....จนเจ้าของงาน ต้องจัดมุมเสวยของว่าง ไว้เผื่อๆ ให้ด้วย....
มีปีนึง ...ประทับเสวยมื้อกลางวันในงานเลยด้วย.....เพราะไม่ต้องทรงงานที่อื่นต่อ เลยอยู่นานเป็นพิเศษ


โดย: นัทธ์ วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:22:02:56 น.  

 
คุณแจงตอบเรื่องหนังสือคุณปรายทางหลังไมค์แล้วนะคะ
อิอิ ออกตัวนิดนึงว่าอ้อนเป็นแฟนคุณปรายเหนียวแน่น
ตอนช่วงประมาณช่วยวัยเรียนมหาลัยต่อช่วงเริ่มทำงาน
แต่ว่างานใหม่ๆ นี่ไม่ค่อยได้อ่านมากเท่าไหร่เลยค่ะ

คุณนัทธ์เชียร์จดหมายรักเหมือนกันเลยน้า
ส่วนไตรภาคของคุณปราย ชอบ เรื่องรักใคร่
ส่วนอีกเล่มชอบพระจันทร์พันดวงค่ะ

ตอบหลังไมค์ตามมาหน้าไมค์ด้วยเลยอ้อน
ด้วยความคิดถึงค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:0:44:12 น.  

 
คิดถึงอาร์ม รักแรก

แง้ๆๆ ๆ


โดย: โม IP: 183.88.56.249 วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:2:53:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.