ฉาก :: หลังหิมะละลาย





ถึงคุณฟากฟ้า...ประภาคาร



ถ้าบอกว่า ถึง..ใครคนหนึ่ง ก็อาจเป็นการเจาะจงและเปิดเปลือยหัวใจมากเกินไป ใครก็ได้ซักคนหนึ่ง คงฟังดูดีกว่าใช่ไหม? ใครซักคนที่อยากรับฟัง แม้ว่าเรื่องราวที่จะพร่างพรูต่อไปนี้ อาจจะไม่มีประโยชน์และไร้สาระ เปลืองเปล่าพื้นที่บนหน้ากระดาษหน้าบล็อกไปเสียเฉยๆ หากใครอ่านแล้วจับใจความไม่ได้ หรือไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมัน ก็อย่าโทษฉันเลย ให้โทษ ระยะทางอันห่างใกล้ คงดีกว่า ที่ทำให้คนอ่านคนนี้ อ่านแล้วมีความรู้สึก อยากเขียนและเขียนโดยไม่มีจุดมุ่งหมายใดๆเลย


เมื่อเช้ามืดนี้ ฉันหยิบหนังสือจากกองดองบนเตียง ย้ำ บนเตียง ค่ะ ไม่ใช่ข้างเตียง พื้นที่บนเตียงเราแบ่งออกเป็นสองส่วน ฉัน,และหนังสือของฉัน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่หนังสือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว...ถ้าปัจจัยที่ห้าสำหรับทุกคนคือมือถือ หนังสือก็คงกลายเป็นปัจจัยที่หกไปแล้ว (แต่ถ้าถามฉันให้ต้องเลือกหนังสือกับมือถือ คุณคงรู้ใช่ไหมว่าฉันจะเลือกอะไร)


คุณคงรู้คำตอบดีใช่ไหม ว่าฉันจะเลือกอะไร เพราะคุณรู้จักฉันดีที่สุด...ไม่สิ...บางทีฉันอาจเข้าใจผิดไป คุณไม่เคยรู้จักฉันดีพอเลย หรืออาจเป็นฉันต่างหาก ที่ไม่ได้รู้จักคุณดีพอก็ได้


หน้าหนาวเข้ามาเยือนที่นี่แล้วนะคะ คุณรู้ไหมว่าหนาว มันหนาวแค่ไหน ตอนนี้ไม่หนาวมากเท่าไหร่หรอก ก็แค่ชิวๆ พอที่จะทำให้ใครคนนึงคิดถึงหน้าร้อนที่โน่นขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่หนังสือเล่มเมื่อเช้านี่แหล่ะ อยู่ๆก็พูดถึงเรื่องราวของหิมะ จากความรู้สึกหนาวแบบชิวๆ ก็กลายเป็นรู้สึกหนาวมาก ประหนึ่งว่ากำลังเดินย่ำหิมะขึ้นมาซะอย่างนั้น










คุณพ่ง พิมปาย หญิงสาวนัยน์ตามูราคามิ เธอกล่าวว่า :: ฉันเคยเห็นลูกเห็บแต่ไม่เคยเห็นหิมะ แต่ทำไมในความรู้สึกของฉัน ความรักจะต้องมีรูปร่างเหมือนหิมะ และเห็นได้ไม่บ่อยเหมือนลูกเห็บก็ไม่รู้ จุดเริ่มต้นของความรักเหมือนการมาของของลูกเห็บ เป็นความพิเศษที่ทำให้เวลาอันยาวนานของวันอาทิตย์เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อใครคนนั้นรักตอบ มันก็เหมือนเราเป็นวัตถุเล็กๆ ที่ถูกกองหิมะขาวโพลนถาโถมเข้าใส่ ทั้งหนาว หวั่นไหว และตื่นเต้นกับการมาเยือนในเวลาเดียวกัน ขาว เย็น อ่อนนุ่ม ความรักจะต้องมีรูปร่างแบบนี้แน่ๆ




ฉันอ่านไปก็แอบอมยิ้มไปด้วย เเม้จะไม่เคยนึกถึงมาก่อน ว่าความรักของฉันจะต้องมีรูปร่างแบบไหน แต่เมื่อจินตนาการตามไปแล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันก็เป็นความจริงอยู่บ้างนะ เวลามีความรัก โลกของเราเป็นสีชมพูไปหมด แม้แต่หิมะฉันก็เดาว่าตัวเองคงจะเห็นหิมะมันเป็นสีชมพูแน่ๆ (ถ้ามีโอกาสได้เห็น ณ ขณะนั้นนะ) แต่น่าเสียดาย ที่แม้หิมะจะงดงามสวยสะอาดแค่ไหน แต่มันมาเร็วไปเร็วเสมอ แป๊บเดียวหิมะก็ละลายแล้ว แถมมันยังอ่อนไหวกับความร้อนเสียด้วย ไม่อยากให้ความรักของฉันเป็นเหมือนหิมะเลย แต่ฉันเลือกไม่ได้เสียด้วยว่าความรักต้องเป็นแบบไหน



คุณเอ๋ นิ้วกลม ชายหนุ่มที่เซเว่นไม่มีให้ซื้อ เขาบอกว่า :: หิมะก็เหมือนจะบริสุทธ์อยู่หรอก แต่ใต้หิมะกลับซุกซ่อนอะไรไว้มากมายเต็มไปหมด พ่งเคยเห็นเมืองหลังหิมะละลายไหม มันไม่สวยเอาเสียเลย โคลนเละๆ ขยะเท่าๆ ที่ถูกทับเอาไว้เป็นเวลานานโชยกลิ่นไปทั่ว เมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ อาจจะดูสวยงามและอ่อนนุ่ม แต่วันหนึ่งหิมะก็จะละลายหายไป การมาเยือนของความรักอาจเหมือนเกล็ดหิมะที่ปกคลุมเป็นชั้นหนา ต้องรอเวลาให้มันละลาย เมื่อนั้นเราจะได้อยู่กับความจริง



มีเรื่องโก๊ะๆเรื่องหนึ่งของฉัน ที่อยากจะเล่าให้คุณเหลือเกิน มันไม่ใช่เรื่องน่าขันซักนิด แต่เมื่อถึงนึกถึงขึ้นมาทีไรก็อดอมยิ้มไม่ได้ซักที ครั้งหนึ่งเมื่อสองปีก่อนโน้น จำได้ว่าตอนเช้าประมาณเจ็ดโมงเช้า ฉันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา เพราะว่ามีหิมะตกที่หมู่บ้านของเรา ทั้งๆที่มันไม่เคยตกมาหลายปีแล้ว ฉันจึงงัวเงียๆ ไปยืนเกาะที่หน้าต่างห้องนอน เห็นหิมะร่วงหล่นลงตกลงมาสู่พื้นอย่างช้าๆ ท่าทางเกล็ดหิมะ ในขณะที่ลอยตัวอย่างช้าๆ หมุนเป็นวงๆลงสู่พื้น ดูมันมีความสุขมากเลย











อารามดีใจฉันรีบวิ่งไปหยิบกล้องออกมาแล้ววิ่งไปที่ระเบียงข้างบ้านอย่างรวดเร็ว กะว่าจะให้เขาถ่ายรูปฉันกับหิมะแรกของชีวิตเสียหน่อย กะจะถ่ายรูปตัวเองอ่ะนะ เลยลืมถ่ายรูปหิมะที่ขาวโพลนไปทั่วทุกที่ก่อน ดูท่าว่าหิมะเพิ่งจะตกไม่นาน เพราะว่าแม้จะขาวโพลนไปหมดทั้งถนน และรางรถไฟ แต่มันก็มีชั้นที่บางเบา


ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังสวมชุดนอนตัวเก่าที่ใส่มาหลายปี สีซีดเซียว แถมหน้าตายังโทรมสุดๆ ตาบวมปูดจากการตื่นนอน นึกขึ้นได้อย่างนี้ ก็คิดจะเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสวยๆ และแต่งหน้าซักนิด(คิดว่าจะถ่ายรูปส่งกลับเมืองไทยทั้งที ต้องสวยเต็มที่เสียหน่อย) แต่พอเดินเข้าห้อง กลับง่วงนอนขึ้นมาอีก เลยปีนขึ้นเตียง บอกตัวเองว่า


...ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยตื่นมาถ่ายรูปใหม่ทีหลังก็ได้...


ตื่นมาอีกทีก็สิบเอ็ดโมงกว่าเกือบเที่ยงแล้ว แสงตะวันอ่อนๆเสียดนัยน์ตา จึงรีบวิ่งไปที่ริมหน้าต่าง ไม่กล้าบอกใครเลยว่า เวลานั้นหัวใจแอบตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย หิมะแรกของชีวิต หิมะแรกของฉัน มันละลายหายไปแล้ว ถนนที่เมื่อตอนเช้ามืดขาวโพลนอย่างกับเมืองในฝัน ตอนเกือบเที่ยงเหลือเพียงแต่สีขาวปนน้ำตาลเป็นหย่อมๆ


ถ้าเล่าให้ใครฟัง เขาก็ต้องว่าฉันเซ่อแน่ๆ หิมะไม่เคยรอใคร และฉันก็ช้าไปเสมอสำหรับทุกสิ่ง จะจำไว้เลย ถ้าหิมะตกคราวหน้า ฉันจะไม่รีรออีกแล้ว หิมะบางครั้งมันก็โปรยปรายมาแค่นิดเดียว เล่าให้คุณฟังแล้ว คุณคงไม่ได้แอบหัวเราะในใจกับความงี่เง่าของฉันใช่ไหม



...สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในวันนั้นหลังหิมะละลาย ไม่ใช่โคลนเละๆ ขยะเน่าๆหรอก ก็แค่ถนนที่ว่างเปล่าและเศษเสี้ยวความทรงจำที่เดียวดายเหมือนคุณกับฉันไงล่ะ...





Photo by Internet :: Flickr :: panuta





พูดถึงเรื่องหิมะมามากแล้ว คุยเรื่องอื่นกันบ้างดีกว่า ถ้าไม่อยากเรียกความสัมพันธ์ของเราว่ามันคือหิมะ งั้นฉันขอเรียกมันว่าละครซักฉากได้ไหม ใครกันมากมายก่ายกอง ที่ชอบพูดกรอกหูเสมอว่า ... โลกนี้คือโรงละครโรงใหญ่ และมนุษย์ทุกคนก็คือผู้แสดงนำ... งั้นเราทุกคนก็คือดาราน่ะสิ เป็นดวงดาราที่อยู่บนพื้นดินไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่ก็ดีนะ ไม่สูงมาก ตกลงมาจะได้ไม่เจ็บตัวอะไรมากมาย


ฉากที่19-20 ตอนที่ได้รู้จักคุณ ซีนนั้นฉันกำลังเล่นเป็นเด็กสาวผู้อ่อนไหว แต่ตอนนี้ถึงฉากที่27แล้วนะ...ซีนนี้ฉันเล่นเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นผู้ใหญ่พอตัว เล่นเป็นคนที่กำลังใช้ชีวิตค่ะ ฉันขอเรียกตัวเองว่าคนใช้ชีวิต มิใช่เรียนรู้ชีวิต ฉันมีข้อเสียอยู่หนึ่งอย่างนะ คือเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้จักการเรียนรู้ชีวิต ส่วนคุณล่ะกำลังเล่นบทเป็นอะไรอยู่เหรอ


รู้ไหมคะ ว่าตั้งแต่นาทีแรกที่ได้รู้จักคุณ คุณได้กลายเป็นตัวละครสำคัญในซีรี่ย์ของฉันไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าคุณจะเต็มใจแสดงหรือไม่ก็ตาม อยากรู้ไหมคะว่าบทที่ฉันให้คุณแสดงน่ะคือบทอะไร ฉันให้คุณเล่นเป็นประภาคารค่ะ ง่ายๆ ไม่ยากเลย ไม่ต้องแสดงอะไรมากมายทั้งนั้น แค่คุณอยู่ตรงนั้นในที่ของคุณ ให้ฉันได้มองเห็นหรือรู้สึกได้บ้าง แค่นั้นเพียงพอแล้ว




เมื่อรักใครคนหนึ่ง จึงไม่สำคัญเลยว่าเราจะได้กอดกันหรือไม่ ความรักบางอย่างในชีวิต คนเราเอื้อมไม่ถึง สัมผัสไม่ได้ เหมาะสำหรับเอาไว้มองดู... ไว้ชื่นชมอยู่ไกลๆ ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า ยามที่เราล่องเรืออยู่ในทะเลจนหาทางกลับไม่ได้ แต่เราจ้องดูดวงไฟ เพียงให้รู้ว่าควรเดินหน้าไปในทิศทางใด ใช่ว่าเราจะต้องเบนหัวเรือเพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่าหน้าประภาคารเสียเมื่อไหร่ ได้รักเธอ...ประภาคารก็ดูสวยดี คนที่ฉันกอดได้ ทำให้โลกนี้สดชื่นสว่างไสว อย่าสนใจเลยนะคนดีว่ารักเธอแล้วฉันคนนี้จะกอดใคร แค่เชื่อว่าฉันรักเธอตลอดไป เพียงพอแล้ว...ปราย พันแสง



ประโยคของคุณปรายประโยคนี้ คงได้ยินบ่อยละสิ ฉันก็ได้ยินได้เห็นอยู่บ่อยๆ มันสวยงามดีนะ ถ้าคนเราคิดได้แบบนี้จริงๆ อยากให้หิมะละลายใต้ประภาคารจัง อยากรู้ว่ามันจะให้ความรู้สึกอย่างไร แล้วหลังจากนั้น สิ่งที่หลงเหลืออยู่ใต้ซากหิมะจะใช่ขยะหรือเปล่า ฉันอยากรู้จริงๆ


จากเกล็ดหิมะ...ที่ห่างไกลประภาคาร





..........




ส่วนบล็อกต่อไปในวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม หัวข้อ “ สายน้ำ ” ค่ะ

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเข้าร่วมได้เลยกฏกติกามารยาทดังนี้

-ลงชื่อบอกกล่าวกันไว้
-เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ และอัพบลอคในหมวดงานเขียน/บทประพันธ์
-อัพบลอคในวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคมนี้ เวลาใดก็ได้
-เมื่ออัพบลอคแล้ว กรุณามาแจ้งอีกครั้งในบลอคของคนใดคนหนึ่ง และเราจะทำการรวบรวมลิงค์อีกทีค่ะ


ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ร่วมเดินทางด้วยกันเสมอมานะคะ

รายชื่อผู้ร่วมโครงการ
::BeCoffee::
::์Nikanda::
::นางสาวดุ่บดั่บ::
::ซองขาวเบอร์ 9::
::อสัญแดหวา::
::กะว่าก๋า::
::peeamp::
::Paulo::
::settembre::
::ปีศาจความฝัน::
::Artagold::
::Songpee::
::นัทธ์::
::Summer Flower::












Create Date : 22 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2552 23:09:07 น. 20 comments
Counter : 315 Pageviews.

 
มายิ้มให้คนแรกก่อนค่ะ

ยังไม่ได้อ่านฉากของแจงนะคะขอแปะไว้ก่อน

บังเอิญว่ามันตรงวันครบรอบค่ะ ก็เลยโยงซะให้มันเป็นฉากซะเลยค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:31:24 น.  

 
มาสวัสดีเจ้าของบล็อกค่ะ


โดย: ปณาลี วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:01:26 น.  

 
Ciao, Vuoi vedere la nave...vieni a casa mia! Porta anche piccola Giada...andate a sciare...ma io non vado..non so sciare...non provo mai..

Questo libro, l'ho già letto ma non mi piaciutto molto.

Ora tocca me..devo scrivere anche io. Ma questo testo non è facile da scrivere. Va be'....proviamo!


โดย: settembre วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:0:32:49 น.  

 
อิอิ หัวข้อ "สายน้ำ" นะคะแจง
อ้อนเปล่าลืมนะคะ ที่จริงวันนี้เป็นของปอยค่ะ
คราวที่แล้วอ้อนกับแจงสลับที่กันค่ะ อิอิ
แต่ปอยหายไปยังไม่กลับมาอ้อนคิดแทนก่อนเลยเนอะ


โดย: BeCoffee วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:00:44 น.  

 
วันนี้อ่อนไหว อ่อนหวานดีจังค่ะแจง
คนอ่านอยู่ทางนี้ก็พลอยน้ำตาจะรื้อๆ ไปด้วย
อยากให้วันหนึ่งที่หิมะจะตกปกคลุมประภาคาร

ทางนี้ก็หนาวแล้ว หนาวของอ้อนกับของแจงเทียบกันไม่ได้เนอะ
แต่สำหรับทีี่นี่หนาวแค่นี้ก็จะแย่แล้ว
เรียนรู้จากผู้อื่นก็คือการเรียนรู้เช่นกัน
แม้ว่าไม่เคยเห็นหิมะ ...ก็รับรู้ความรู้สึกนั้นได้

แม้ไม่เคยเห็นประภาคารของแจงก็รู้สึกถึงแสงกระพริบนั้นได้เช่นกัน

ฉากหลังเมื่อหิมะละลายจะเป็นยังไง
แม้ไม่สวยงามก็ยังอยากรู้ ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง


โดย: BeCoffee วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:33:14 น.  

 
วันนี้มาแนวหวาน ซึ้งและเศร้าอีกแล้วนะครับ
ชอบๆ ประโยคในหนังสือเล่มนี้ที่พี่แจงยกมาจัง
สงสัยคงต้องไปหาซื้อมาอ่านซะแล้วสิครับ

คนเราชอบชื่นชมสิ่งสวยงาม แม้จะรู้ว่าสุดท้ายภายใต้ความสวยงามนั้น ยังมีความจริงที่โหดร้ายซ่อนอยู่
แต่ถ้าไม้ให้ชื่นชมความสวยงามเลย ไม่มีใครทำได้หรอกครับ จริงไหม?

ปล. จากบล็อกที่ถามภาพแรกคือหน้าปกฉบับบภาษาไทยครับ
ส่วนภาพที่สองเป็นปกต้นฉบับภาษาจีนครับผม


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:53:59 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่
อิอิ อ่านแล้วไม่ใช่แค่อมยิ้มค่ะ
ขำเลยหล่ะ โธ่ เพราะความง่วงแท้ๆเลยนะคะเนี่ย
ดีจังค่ะ แบบว่า เล่าสลับกับตอนในหนังสือได้
แสดงว่า อินน่าดูเลยนะคะ


โดย: Artagold วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:49:27 น.  

 
โหล ๆ คุณแจง
คราวนี้มาอัพแล้วค่ะ อิอิ แต่ไม่ได้ไว้หน้าหลักนะคะ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=missdoobdub&month=23-11-2009&group=14&gblog=26
เอาลิงค์มาฝากให้ด้วยล่ะค่ะ

เห็นของแจงแว่บ ๆ เป็น "ระยะทางอันห่างใกล้"
เดี๋ยวกลับมาอ่านอีกทีนะคะ แหะ แหะ

คราวหน้าก็ไม่พลาดค่ะ อัพแน่ ๆ
คราวนี้มาช้าไปหน่อย ปั่นเกือบแย่แน่ะค่ะ อิอิ
คิดถึงนะคะ คิดถึงเสมอ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:22:05 น.  

 
อ่านแล้วค่ะแจง (บลอคแรกหลังจากไม่ได้อ่านอะไรในเวบมานาน)

อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วก็อยากจะหยิบกระดาษปากกามาเขียนจดหมายหาใครสักคน
แต่เหมือนที่'ปรายว่านะคะ เรื่องคู่เขียนที่คู่ควรน่ะ หาไม่ง่ายเลย
นิ้วกลมกับพิมปายเป็นคู่เขียนที่อ่านแล้วสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว
อ่านแล้วอยากมีคนเขียนจดหมายหาอย่างนี้บ้างจัง ไม่ได้รัก ไม่ได้หวาน
แต่เขียนแล้ว อ่านแล้วอบอุ่นใจ แต่อบอุ่นแบบบหิมะไม่ละลายนะคะ
อบอุ่นเหมือนอ้อมกอดใครสักคนน่ะค่ะ (ว้า เพ้อเจ้อไปเสียแล้ว)

ว่าแล้วก็นึกถึงเรื่อง "Love at first Read" ที่แจงซื้อไปน่ะค่ะ
อ่านหรือยังไม่รู้ อันนั้นก็เขียนตอบกันได้น่ารักดีนะคะ อ่านแล้วอบอุ่นเหมือนกัน

แจงเขียนจดหมายได้น่ารักดีนะคะ แสดงว่าคนที่เขียนถึงเนี่ย
ต้องมีความรู้สึกให้ไม่น้อย 5555 แอบแซวอีกแล้วล่ะค่ะ คุณประภาคารนั่น
เปรียบเทียบได้น่ารักดีนะคะ แต่ไม่รู้ว่าหิมะจะไปละลายใต้ประภาคารได้ไหมนะ
มีประภาคารก็ไม่น่าจะมีหิมะไปตกใกล้ ๆ แล้วจะมีวันได้เจอกันไหมละเนี่ย

เพ้อเจ้ออีกแล้วปอย อิอิ
อ่ออ ภาพสวยมากมายค่ะ ถ่ายจากบนเครื่องบินเหรอคะ
ใกล้จังเลย เห็นด้วยตัวเองคงจะสวยน่าดูเนอะ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:36:19 น.  

 
แวะมาทักทายก่อนไปนอน
แปะไว้หกสิบเปอร์เซนต์
จะกลับมาอ่านอีกที
......

แค่พูดถึงหิมะก็หนาวจัง
ความรักสุดแต่ใครจะนิยาม
บางคนก็ว่าเหมือนกองไฟ ใกล้มากก็ร้อน
แต่หิมะนี่ออกจะหนาวสะท้านไปถึงทรวงใน

ฝันดีค่ะ

แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:09:05 น.  

 
เขียนได้ซาบซึ้งมากเลยค่ะ

หิมะไม่เคยรอใครคงเหมือนกับความรักที่ไม่เคยรอใครเหมือนกัน

หากพานพบแล้วต้องรีบไขว่คว้าไว้ก่อนที่ความรักจะละลายหายไปเหมือนหิมะ

.......



โดย: ท่านหญิงน่าเกลียด วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:03:04 น.  

 
หิมะไม่เคยรอใคร เหมือนๆ ความรักไม่เคยรอใครหรือเปล่าน้อ แต่ขอให้ใครซักคนแค่คนเดียวยังรอเราก็พอแล้วหละ

ชอบที่คุณปราย เขียนค่ะ ได้ใจเราจัง


โดย: Summer Flower วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:21:02 น.  

 
บอกอะไร ๆ ได้หลาย ๆ อย่างเชียวค่ะ ..

ที่สำคัญ "โอกาส" บางครั้งผ่านมา ..และผ่านไปอย่างรวดเร็ว

อยู่ที่เราจะคว้า มันไว้ได้ทันหรือเปล่า .. มั้ง ..

หวัดดีค่ะ .. ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการ
เจ้าเป็ดตัวนี้ ขอแอบเดินบนถนนสายนี้ด้วยบ้าง บางครั้งนะค่ะ

ก็จะพยายาม เจอกัน บน "สายน้ำ" นะค่ะ ..

สองพี


โดย: เจ้าเป็ดขี้เหร่ .. ตัวเดิม (SongPee ) วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:32:37 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องแจง










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:04:07 น.  

 
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อคค่ะ

ตามมาตอบคำถามเกี่ยวกับ East of Eden
อีกสองนางเอก ฮันจีเฮ รับบทเป็น คิมจีฮุน รักสามเส้าของพระเอกสองคน ดงอุค กับ มยองฮุน
บทของเธอเด่นมาก ไม่น้อยกว่านางเอกเลย และเล่นเก่งมาก แต่ไม่ค่อยชอบบทของเธอ เพราะเธอทำให้ชีวิตน่าสงสารของมยองฮุนรันทดหนักกว่าเดิมอีก

ส่วนลีดาเฮ ที่รับบทนักข่าวมินเฮริน ทราบว่า ละครเรื่องนี้ เขียนบทไปถ่ายทำไป เดาเอาว่า คนเขียนบทได้พยายามที่จะให้ดาเฮเป็นนางเอกอยู่เหมือนกัน ตอนแรกเหมือนจะคู่กับดงอุคน้องชาย แต่พอเข็นไปไม่ได้ ตอนหลังเลยเหมือนจะดันให้คู่กับพระเอกคือ ดงซอล แต่เป็นเพราะ ธรรมชาติของตัวละครที่เป็นไปตามเนื้อหาหรือยังไงก็ไม่รู้นะคะ คือเหมือนเอาไปแทรกแทนไม่ได้ และบทของมินเฮริน เป็นแบบที่ดาเฮใช้เป็นเหตุผลที่ออกจากการแสดงกลางคัน คือ เธอบอกว่า เธอไม่เข้าใจบทบาทของตัวละครที่กำลังแสดงอยู่ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะก็ไม่เข้าใจมินเฮรินเหมือนกัน เป็นบทที่แทบไม่มีความสำคัญกับโครงหลักของเรื่อง ลีดาเฮตัดสินใจออกจากการแสดง และจบบทบาทของเธอ ในตอน ที่ 40 ค่ะ และถูกคนตำหนิว่าเธอเป็นคนไม่รับผิดชอบต่อการแสดงที่รับเล่นอยู่มากเหมือนกัน แต่ถ้าใครดูเรื่องนี้ คงเข้าใจดาเฮ และถ้าจะกล่าวว่าเธอไม่รับผิดชอบก็คงพูดไม่ได้เต็มปากนัก


โดย: prysang วันที่: 25 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:07:30 น.  

 
ถ้าความรักรูปร่างเหมือนหิมะ

แล้วหิมะของเมืองหิมะที่ดรีมเวิลด์ จะเรียกว่าความรักได้รึเปล่าคะ

เป็นหิมะที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามกาลเวลาและธรรมชาติของมัน

แต่หิมะนั้นก็หนาวเย็นและสวยงามเหมือนหิมะจริงๆ


โดย: คุณหนูแพนด้าตัวน้อย วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:0:30:51 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ
ชอบเช่นเคย


โดย: ศรีสุรางค์ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:21:06 น.  

 
ฟี่อ่านงานแจงอย่างน่าจะบวกอารมณ์ตัวเองเล็กน้อย
ถึงได้รู้สึกว่ากำลังเหงา อย่างมากมาย
โดยเฉพาะประโยคที่แจงยกมา ..

ความรักบางอย่างในชีวิต คนเราเอื้อมไม่ถึง สัมผัสไม่ได้ เหมาะสำหรับเอาไว้มองดู...

ในวันที่กำลังอยากจะเลิกคาดหวังกับสิ่งที่ไม่ควรหวัง
ประโยคนี้ ทำให้น้ำตาร่วงเลยทีเดียว

บางทีความรักสำหรับเราคงเป้นแค่สายลมล่ะมั้ง
พัดมาให้เย็นใจ แล้วก็จางไป

แวะมาอ่านหลังจากมีเรื่องยุ่ง ๆ ที่ทำงานนิดหน่อย
แต่เม้นท์อาจดูบวม ๆ ไปนิด ตามประสา จิตใจหงอย ๆ นะจ๊ะคราวนี้





โดย: ฟี่ (Paulo) IP: 58.147.4.154 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:52:51 น.  

 
แวะมาทักทายครับพี่แจง

ตอบคำถามที่ทิ้งไว้นะครับ
เสียงโครม! ที่ว่าก็เสียงโดนโครมไฟหล่นใส่ครับผม

แล้วที่นึกถึงสามสิ่งน่ะถูกที่สุดคือ ฉากที่แพทร้องเพลงนี้บนเวทีแหละครับ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:17:46 น.  

 
มาตอบค่ะ

เรื่องบุพเพรัก อุบัติเหตุหัวใจไม่เหมือนแนวเกาหลีเด็กนะคะ เรื่องนี้ไม่มีการใช้สัญลักษณ์แทนคำพูดน่ะค่ะ เรื่องของสำนวนก็ไม่ถึงขั้นสละสลวย แต่ก็ไม่ใช่แบบเด็ก ๆ น่ะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:31:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.