ลอยกระทง :: บาปสีขาว





"นี่.." เสียงเรียกจากคนที่นั่งอยู่บนพื้นทรายริมชายหาด แว่วมาพร้อมๆกับที่เขาใช้มือตบลงไปบนพื้นทรายข้างตัว หลังพิงโขดหินก้อนใหญ่ บริเวณนี้มืดทีเดียว มีเพียงแสงไฟจางๆส่องมาจากถนนด้านบนซึ่งตัดผ่านไปยังหาดกมลา


"มานั่งด้วยกันสิ" เขาบอก เมื่อฉันค่อยๆบรรจงวางสิ่งหนึ่งลงไปบนน้ำทะเลเย็นเฉียบที่ซัดสาดมากึ่งกลางหน้าแข้งจนหนาวไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงเรียกแกมขอร้องนั้นมีแววเว้าวอนหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่าสองเท้าของฉันก็พร้อมจะเดินไปหาอยู่แล้ว









ไม่ทันได้ใช้เวลาคิดด้วยซ้ำ ตั้งแต่เมื่อเขาแอบไปรับออกมาจากบ้านในยามดึก พาซ้อนเจ้าแดสสีเขียวคันเก่งมาตามถนนบนเนินสูงที่ทอดยาวไประหว่างหาดทั้งสองหาดคือกมลาและป่าตอง เขาเลือกจอดรถไว้บริเวณด้านหน้าของร้านอาหารตามสั่งบนเนินเขา ซึ่งร้านปิดแล้วในยามค่ำคืน ก่อนจะจับจูงมือของฉันเดินย้อนกลับไปทางเดิมซักห้าร้อยเมตรได้


ฉันเพิ่งสังเกตุเห็นว่าข้างทางที่มีต้นไม้ขึ้นสูงปกคลุมอยู่นั้น ตรงนั้นมีทางเล็กๆ แอบซุกซ่อนอยู่ ทอดยาวลงไปสู่หาดเล็กๆ ค่อนข้างห่างไกลจากหมู่บ้าน ช่วงหาดฝั่งนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหรอก เพราะว่าชายหาดมีขนาดเล็กมากและไม่สวย มีแต่หินขรุขระเต็มไปหมด

"เคยมาหรือเปล่า" เขาถาม

"ไม่เคยหรอก" ฉันยิ้ม "ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เคยลงมาเที่ยวที่นี่ หนูจะเคยมาได้ยังไง แล้วพี่รู้จักที่นี่ได้ไง พาสาวมาเที่ยวบ่อยละสิ"


เขายิ้มเห็นแต่ฟันสีขาวและดวงตาแวววาว แววตาแบบที่ฉันสะดุดกึ๊กทันทีที่สบตากันหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางยามดึกเมื่อเดือนก่อน แสงสีบนเสาไฟริมถนนพร่าพราย เรานั่งกันอยู่คนละโต๊ะ เขามากับพี่สาวของเขา ฉันก็ไปกับพี่สาวของฉัน แต่เรานั่งตรงข้ามกันพอดี แม้จะคนละโต๊ะก็ตาม


"ไม่เคยพาใครมาเลย" เขาหันมาตอบ เมื่อเราเดินลงไปถึงด้านล่าง


มองตามชายหาดไปสุดลูกหูลูกตา นอกจากแสงไฟของตึกราบ้านช่อง แสงไฟจากท้องถนนแล้ว กลางทะเลไกลออกไปจากชายฝั่ง มีแสงไฟเล็กๆล่องลอยเต็มไปหมด คงเป็นของนักท่องเที่ยวและผู้คนในแถบนั้นนั่นแหล่ะ ไฟจากเทียนไขเล็กๆบนกระทงผสมผสานกับคลื่นอ่อนๆของท้องทะเลยามค่ำคืนส่องประกายไฟแว๊บๆแวมๆ ทำให้บริเวณนั้นงดงามราวกับภาพฝัน


เขาหยิบบางอย่างออกมากจากเป้ ที่เขาส่งให้ฉันสะพายไว้ตอนซ้อนท้ายรถออกมา ฉันเพิ่งเห็นว่ามันเป็นเทียนไขและของหลายอย่าง เขาจุดเทียนไขสองแท่ง แล้ววางไว้บนโขดหินเตี๊ยๆ ข้างโขดหินก้อนใหญ่ และหยิบขนมปังก้อนกลมๆที่ใหญ่มากพอสมควร ขนมปังแบบที่ฉันเคยถูกอาสาวใช้ให้ไปซื้อในซุปเปอร์มาเก็ตบ่อยๆ แบบที่ใช้ทำแซนวิชแฮม เนื้อในนุ่มๆ ด้านนอกแข็งๆ เขาหยิบเอาธูปมาเสียบลงไปให้ขนมปังเป็นรู จากนั้นก็เสียบเทียนลงไปในช่องนั้น แล้วปักธูปตามลงไปอีกหลายดอก จุดไฟทั้งสองอย่างด้วยไฟแช็คที่เขาเตรียมมาเรียบร้อย ก่อนจะยื่นให้ฉัน


"อธิฐานสิ" เขาบอกยิ้มๆ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ แสงไฟจางๆ ไม่สว่างมาก แต่ก็เห็นทุกอย่างพอสมควร "อันนี้ กระทงของเรา"


กระทงหน้าตาประหลาดๆ ไม่มีแม้ดอกไม้ประดับซักดอกเดียว แต่เชื่อไหมว่าวันนั้น ฉันมองเห็นว่ามันสวยงามที่สุด เรียกได้ว่าสวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยหล่ะ ยามที่มุมมองความรักสดใส อะไรๆก็ดูดีไปหมด


โดยเฉพาะคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของฉัน เขาหน้าตาดีพอใช้ได้ ไม่ถึงกับหล่อเหลามากมาย ก็แค่ผู้ชายอายุยี่สิบ อายุมากกว่าฉันสามปี สูงกว่าฉันราวสิบเซ็นต์ แต่ผิวเขาคล้ำดำกว่าฉันมาก เพราะเขาบอกว่าเขาเป็นนักกีฬาวิ่งของมหาลัยขอนแก่น เรารู้จักกันไม่นานหรอก แค่เวลาหนึ่งเดือนกว่าๆเท่านั้น ฉันลงมาเที่ยวหาญาติฉัน เขาลงมาเที่ยวบ้านญาติเขา ...เราจึงได้เจอกัน...


ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันอธิฐานว่าอะไรบ้าง เพราะวันนั้น หัวใจมันแปลกๆ เต้นตึ๊กตั๊กตลอดเวลา บางครั้งยังไม่ได้ยินด้วยซ้ำ ว่าเขาพูดว่าอะไร ทุกอย่างค่อนข้างมัวซัวเหมือนความฝัน


หลังจากลอยกระทงไปแล้ว ฉันก็เดินกลับมานั่งพิงโขดหินข้างๆเขา เรานั่งมองกระทงอันนั้นอย่างเงียบๆ ถ้าเสียงหัวใจดังออกมาได้จริงๆ เสียงหัวใจของฉันคงจะกำลังดังเป็นจังหวะแห่งความรักและความลุ่มหลงแน่ๆเลย ...ความลุ่มหลงแบบเด็กๆ...


แป๊บเดียวเท่านั้น กระทงขนมปังก็ค่อยจมหายไปกับสายน้ำ เพราะอุ้มน้ำไม่ไหว เราหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำซักนิด ช่วงเวลาที่สบตากัน เขาเอื้อมมือมาจับผมฉันที่ละใบหน้าเอาไปทัดหูข้างหนึ่ง เพราะอากาศที่ร้อนนิดๆของเมืองใต้ในยามดึก ก็มีสายลมพาดผ่านเป็นครั้งคราว


"หนาวไหม"


ฉันไม่ทันได้ตอบ แต่ตรงกกหูที่โดนมือเขาสัมผัสถูกนิดเดียวเมื่อกี้นี้ร้อนวูบวาบไปหมด ถึงฉันจะไม่ตอบ เแต่ขาก็ถอดเสื้อผ้าร่มกันลมของเขามาคลุมตัวให้ฉันอยู่ดี "พรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านแล้วสิ" เขาถาม


"อืม.." ฉันตอบและรู้สึกเศร้านิดๆ วันเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็วจริงๆ


ก่อนโรงเรียนปิดเทอม ฉันไม่อยากลงมาที่นี่เลย เมื่อพี่สาวโทรไปชวนลงมาเที่ยว ฉันยังอยากอยู่กับเพื่อนๆที่จันทบุรีมากกว่า แต่มาถึงตอนนี้ กลับเป็นตัวฉันเองที่ไม่อยากกลับขึ้นไปบ้านเลย แม้พี่สาวจะจองตั๋วรถทัวร์ให้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน


ความรู้สึกเล็กๆ(ที่ช่วงนั้นคิดว่ามันยิ่งใหญ่)มีอิทธิพลกับหัวใจมากจริงๆ ระหว่างเรา ไม่มีใครพูดถึงความรัก(บ้าๆ)นั่นหรอก ก็แค่ความห่วงใย ใส่ใจ และกระแสไฟที่แล่นผ่านในทุกครั้งที่แอบจับมือกันมันบอกฉัน...หรืออาจเป็นฝ่ายฉันคนเดียวก็ได้


พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้ว ขณะที่เขายังมีเวลาเที่ยวที่นี่อีกหลายวัน ก่อนจะต้องกลับไปเรียนต่อในมหาลัยขอนแก่น เรานั่งกันเงียบๆ ฉันก็เงียบ เขาก็เงียบไปนาน นานมากๆ ก่อนจะเอ่ย

"นี่...พี่ขออะไรอย่างได้ไหม"

"อะไรเหรอ"

"ขอที่อยู่ ขอเขียนจดหมายไปหาได้รึเปล่า"

ฉันยิ้มออกทันที ฉันเองก็อยากถามที่อยู่เขาเหมือนกันก่อนหน้านี้ แต่ฉันไม่กล้าพอ เมื่อเขาถาม ฉันจึงไม่รอช้าที่จะรีบตอบ "ได้สิ.."

"ขออะไรอีกอย่างได้ไหม.."

"หืม.."

"ขอ...จูบลา...ได้ไหม"


จบคำถามนั้น ฉันยิ้มไม่ออกอีกแล้ว ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อครู่หุบลงช้าๆ กระแสไฟในหูแตกดังเปี๊ยะๆ หน้าร้อนไปหมด ได้แต่ก้มตาก้มตามองหัวเข่าตัวเองในความมืดเลือนลาง


จนเขาต้องก้มลงถามอีกครั้ง น้ำเสียงเว้าวอน "...ได้ไหม..."


...จะบ้าเหรอ... ฉันนึกอยู่ในใจ ถึงฉันอยากให้เขาจูบแค่ไหนก็เถอะ ฉันก็ไม่กล้าบอกไปตรงๆหรอกว่า ...ได้ค่ะพี่ จูบหนูเลย....แม้ใจลึกๆก็แอบอยากรู้เหมือนกัน ว่าจูบแบบที่เขาจูบกันในทีวีอ่ะ มันให้ความรู้สึกอย่างไร


ความเงียบของยามดึกดูจะเงียบเชียบมากขึ้น และความร้อนรอบๆตัวก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน เสียงนาฬิกาที่ข้อมือเขาดังติ๊กต๊อกๆ ในทุกวินาทีที่ผ่านไป (ฉันเพิ่งเริ่มได้ยิน) ก่อนที่จะได้ยินเสียงเขาดังขึ้น


"กลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว"


ฉันรู้สึกใจหายจริงๆนะ วันสุดท้ายของเรากำลังจะหมดไปจริงๆ เสียงเขารูดซิปปิดกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายแล้วลุกขึ้น ยื่นมือส่งมาเพื่อให้ฉันพยุงตัวลุก เมื่อฉันยืนขึ้นแล้ว เขาไม่ได้ปล่อยมือฉันลงในทันที แต่กลับดึงเข้าไปใกล้ตัวเขายิ่งขึ้นจนแนบชิด ฉันรู้สึกถึงลมหายใจแรงๆที่ข้างขมับ


"นะ...ขอจูบนะ..." เสียงเขาแหบพร่ากว่าเคย

"..." เงียบ

" เถอะนะ...แค่ครั้งเดียวเอง" เขาขอซ้ำอีก


...แค่ครั้งเดียวเอง ไม่เห็นเป็นไร... ปีศาจฝั่งร้ายในตัวของฉันกระซิบบอก และฉันพยักหน้าเบาๆ จนแทบมองไม่เห็น แต่เขาคงมองเห็น และเห็นชัดทีเดียว เพราะหลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที แววตาวิบวับก็ค่อยๆเคลื่อนใกล้เข้ามา


คำเตือน 18+ :: คลิ๊กลากเมาท์





...อืม...รสจูบมันเป็นแบบนี้นี่เอง... ฉันคิดอยู่ในใจอย่างเคลิบเคลิ้ม เพราะตั้งแต่เขาก้มหน้าลงมา ฉันก็หลับตาลงทันที คงเป็นสัญชาติญาณของทุกคนที่กำลังรู้ตัวว่าจะถูกจูบกระมัง ริมฝีปากไม่ช่างพูดของเขาซึ่งประกบลงมาบนเรียวปากของฉัน มันช่างนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ


นาทีนั้นเองที่ฉันเพิ่งรู้ ว่าน้ำลายของคนเรา เวลาที่จูบกันมันหวานได้ขนาดนั้นเชียวหรือ แค่ริมฝีปากมาประกบกัน มันให้ความรู้สึกร้อนเสียยิ่งกว่าไฟลวก แต่ก็หนาวยิ่งกว่าการเดินย่ำบนหิมะเสียอีก แต่จริงๆ ฉันก็ไม่เคยโดนไฟลวกหรอกนะ แล้วก็ไม่เคยเดินย่ำบนหิมะมาก่อนด้วย ( ณ วันนั้น)


ไม่รู้ว่าจูบเดียวของคนเรานั้น มันกินเวลานานเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าจูบเดียวนั้นของเขามันช่างยาวนานเหลือเกิน เขาถอนริมฝีปากออกไป แล้วก้มลงมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่ผีเสื้อในช่องท้องน้อยของฉันก็บินว่อนไปหมด


ได้ยินเสียง ...ตุ๊บ...อย่างเลือนลาง คงเป็นเสียงกระเป๋าหล่นลงพื้นแน่เลย


และเขาผลักฉันเบาๆ หลังแนบเข้ากับโขดหินใหญ่แต่ไม่สูงนักก้อนนั้น พร้อมกับร่างสูงของเขาที่โค้งตามลงมา ร่างของฉันนอนราบเอียงไปกับพื้นก้อนหิน สามัญสำนึกหายไปหมด รู้เพียงแต่ว่าพึงพอใจเหลือเกิน กับความรู้สึกยามถูกฝ่ามือร้อนๆของเขาลูบไล้ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายตัวเอง ร่างกายที่มีไม่ฟังคำสั่งของใครทั้งนั้น นอกจากฝ่ามือของเขา


"พี่...ไม่ได้ตั้งใจเลย "(แน่หรือ?) เขาชะงักไปชั่วครู่เหมือนพยายามชั่งใจ "แต่ ...ขออีกนิดเดียวนะ อีกนิดเดียว" ก่อนที่ก้มลงมาใหม่


คราวนี้เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ริมฝีปากอีกต่อไปแล้ว มันต่ำลงกว่านั้น เขารูดซิปเสื้อผ้าร่มสำหรับกันลมอย่างแรง แต่กับติดขัดอยู่ตรงกลางตัว ไม่รู้ว่าเพราะความมืดของกลางคืน ความเร่งรีบของเขาหรือความไม่ชำนาญก็ไม่รู้ได้ แต่เขาก็รูดขึ้นมาใหม่ และรูดลงไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่พลาดอีกแล้ว เขาไม่ได้ถอดมันออกหรอก พี่เขาแค่แหวกมันออก แล้วล้วงฝ่ามือเข้าไปด้านใน แล้วถลกเสื้อยืดขึ้นสูงก่อนจะก้มหัวลงมาอีกครั้ง


อารมณ์หวิวๆขณะนั้น สามัญสำนึกที่หายไป แม้แต่นางฟ้าแห่งความดีก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้...มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ได้ยินเสียงรูดซิบอีกครั้ง และรู้สึกเสียวแป๊บขึ้นมา ณ บริเวณนั้นเพราะนิ้วมือของเขา จนฉันต้องกระซิบ


"พี่..หนูเจ็บอ่ะ" แต่เขายังคงไม่ได้ยิน "พี่...หนูเจ็บนะ" หนึ่งนิ้วของเขายังคงสอดแทรกเข้าไปด้านใน


"พี่.." ฉันกรี๊ดเสียงให้ดังขึ้นจนเกือบเป็นตะโกน "หนูเจ็บจริงๆนะ" ก่อนจะพยายามผลักเขาออกไป เขาจึงเริ่มรู้สึกตัว การซุกไซร้ที่ลำคอช้าลง ช้าลงและช้าลงเรื่อยๆ จนหยุดในที่สุด และซบนิ่งอยู่อย่างนานเป็นเวลาหลายนาที


แล้วค่ำคืนแห่งวันลอยกระทงที่แสนวิเศษก็จบลง เมื่อเขาดึงฉันลุกขึ้นนั่งตัวตรง จัดเสื้อผ้าให้อย่างเรียบร้อย แล้วดึงฉันเข้าไปซบที่อกของเขานิ่งและนาน เสียงหัวใจบนหน้าอกซ้ายของเขาดังกระทบหูขวาของฉัน หัวใจซึ่งเต้นเร็วและแรงมาก มากจนกลบเสียงหัวใจของฉันจนแทบมิด





"พี่ขอโทษ" เขาบอกแค่นั้น ก่อนจะก้มลงเก็บกระเป๋าเป้ขึ้นมาจากพื้น แล้วจูงมือฉันเดินกลับขึ้นมาทางเดิมจนถึงที่รถจอดอยู่ เมื่อมาถึงบ้าน เราจากลากันเงียบๆ กับประโยคสุดท้ายของเขา


"แล้วพี่จะเขียนจดหมายไปหา"

"โทรมาก็ได้นี่" ฉันบอก

"จดหมายดีกว่า จะส่งรูปที่เราเคยถ่ายด้วยกันไปให้ด้วย"


...เขาไปแล้ว...


...ไม่อยากเชื่อเลย เพียงแค่เดือนเดียวของการท่องเที่ยวแดนใต้ครั้งนี้ ฉันต้องเสียจูบแรกไป แถมยังต้องเสียหัวใจให้คนแปลกหน้าไปด้วย หัวใจมักง่าย...


ฉันยืนมองตามหลังจนรถเขาหายลับไปกับตา แล้วจึงเดินเข้าบ้าน สิ่งเเรกที่ได้ยินคือเสียงดุๆของอาสาว ดังมาจากห้องของเธอเองตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวด้วยซ้ำ

"ไปไหนมา"

"ไปกินข้าวกับเพื่อนมาจ้ะ" ฉันตอบเรียบๆเสียงอ่อน...จะให้บอกได้อย่างไรว่าไปลอยกระทงมา ก็เพิ่งไปลอยกับอาและพี่สาวมาแล้วเมื่อค่ำนี่น่า

"จริงหรือ" น้ำเสียงเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่

ฉันเอานิ้วสองนิ้วไขว้กันไว้ด้านหลัง "จริงค่ะ"


...โกหกในวันลอยกระทง จะบาปกว่าวันธรรมดารึเปล่านะ?...


...ทำบาปตั้งหลายอย่างแหน่ะวันนี้... ฉันคิดในใจ แต่ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยซักนิดเดียว ก่อนจะเดินอมยิ้มตัวปลิวเข้าห้องตัวเองไป ด้วยจังหวะเพลงวอลซ์ที่ดังอยู่ในใจตลอดเวลา





* * * * * * * * *




ส่วนบล็อกต่อไปในวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน หัวข้อคือ "ฉาก......"


ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเข้าร่วมได้เลยกฏกติกามารยาทดังนี้

-ลงชื่อบอกกล่าวกันไว้
-เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ และอัพบลอคในหมวดงานเขียน/บทประพันธ์
-อัพบลอคในวันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้ เวลาใดก็ได้
-เมื่ออัพบลอคแล้ว กรุณามาแจ้งอีกครั้งในบลอคของคนใดคนหนึ่ง และเราจะทำการรวบรวมลิงค์อีกทีค่ะ


ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนสู่ถนนสายมิตรภาพค่ะ


รายชื่อผู้ร่วมโครงการ
BeCoffee
nikanda
::นัทธ์::
peeamp
settembre
ซองขาวเบอร์ 9
อสัญแดหวา
inmemoir
ปีศาจความฝัน
Summer Flower
Artagold
ส้มแช่อิ่ม
บุยบุย
กะว่าก๋า










Create Date : 09 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 14:44:32 น. 22 comments
Counter : 340 Pageviews.

 
ใจหายวาบเลยค่ะ ตอนรูดซิบ
กำลังขอจูบอยู่ดีดี
ทำไมรูดซิบเร็วจัง ฮี่ ฮี่

......

ตอนถอดเลื้อครั้งแรกก็มีตกใจ นิด นิด
ก็เรามันคนขวัญอ่อน

......

เมื่อเช้าแวะบ้านคุณก๋า
เห็นว่ายังพอมีเวลา
ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า สงสัยจะผิดกติกา
แต่ว่าก็เขียนไปแล้วล่ะค่ะ
มีเวลาลองแวะไปชมนะคะ


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:06:28 น.  

 
เข้ามาอ่านเรท 18+
แต่จริงๆช่วงลอยกระทงก็มีคนออกมาพูดปัญหานี้กันทุกปีนะ


โดย: ภาวันต์ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:53:53 น.  

 
กรี้ดดดดดดดด

วี้ดว้ายกระตู้วู้..


เขิลไปหมดแล้ว..

ฮิๆๆ


แวะมาลอยกระทงกับเจ้าของบ้านครับ..



โดย: ต๊ายตาย!!!..นี่มัน... (อสัญแดหวา ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:12:59 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านทั้งหมดเลยล่ะ เห็นมีติดเรทด้วย เด๋วเลื่อนขึ้นไปอ่านใหม่



โดย: นัทธ์ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:52:03 น.  

 
Ciao, ถ้าพี่เป็นนางเอกของเรื่อง จะพูดว่า อย่าค่ะ อย่าช้า ให้ไว ให้ไว


โดย: settembre วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:00:01 น.  

 
ผมว่าแล้วพี่แจงต้องมาแนวติดเรต
ก็บรรยากาศในเรื่องออกจะเป็นใจซะขนาดนั้น

มีหลายประโยคเลยที่โดนใจผม อย่างเช่น

"ยามที่มุมมองความรักสดใส อะไรๆก็ดูดีไปหมด"

กับ

"ความลุ่มหลงแบบเด็กๆ"

และ

"แถมยังต้องเสียหัวใจให้คนแปลกหน้าไปด้วย หัวใจมักง่าย..."


ชอบอ่ะครับ อ่านแล้วแอบจินตนาการตามเลย
นึกถึงตัวเองตอนวัยรุ่น เอ้ย...ไม่ใช่


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:11:02 น.  

 
เกือบอ่านไม่จบแล้วมั้ยล่ะ คุณแจงเล่นเอาอารมณ์แตกกระเจิงเลยอ่ะ


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:34:51 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณแจง
แวะมาลอยกระทงลับ ๆ อย่างละอายใจ
ขอโทษนะคะ คราวนี้ขอผ่านจริง ๆ


โดย: ปอย IP: 125.24.114.176 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:42:07 น.  

 
แหมเห็นคำเตือน 18+ นี่ลากเม้าท์ก่อนเลยเรา บอกแล้วว่าอย่าเตือน

เพิ่งเข้าใจบาปสีขาวของวันลอยกระทงก็ตรงนี้เอง


โดย: Summer Flower วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:23:25 น.  

 
เข้ามาเยี่ยม

สบายดีนะครับบ


โดย: เพกร วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:34:02 น.  

 
สวัสดีค่าาา
โบว์ก็เฉย ๆ กะหน้าตากึนซอกคะ
หลงรักแต่เสียงเค้าล่ะ 555+ เสียงเท่ค่ะ > <
เรื่องนี้กึนซอกแอ๊บขรึมมมากก

พระรองก็กินปลานะคะ ไม่โง่ แต่แกล้งโง่ 55+
T^T หนุ่มผู้น่าสงสารรร


โดย: Lavinia วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:27:56 น.  

 
อุ๊ย ยังไม่ได้อ่านแต่แอบเข้ามาดู
เห็นต่ำกว่า 18 ด้วยล่ะ อิอิ


โดย: BeCoffee วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:56:18 น.  

 
ดีใจที่ได้เห็น comment คุณแจงที่ blog เราซะที
แวะเอาคำตอบมาส่งค่ะ

เทศภักดิ์ นิยมเหตุ มีผลงานเท่าที่เราจำได้ ก็คือ

แผ่นดินนี้เราจอง หลายรักของโดบี้ ฟ้าใหม่ในซานมาโก้
เสรีภาพเจ้ากรรม พระจันทร์กระดาษ
ลูกผู้ชาย ชายชาติทหาร
และอเล็กซานเดอร์ บอทท์ส

ตอนนี้สนพ.อัมรินทร์พิมพ์ใหม่ยกชุดเลยจ๊ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:7:46:17 น.  

 
หวัดดีค่า

ขอบคุณที่ไปเม้นท์เยี่ยมชมกันนะคะ

แนะนำอย่างแรงเลยค่ะ ว่าต้องหา Beeythoven Virus มาดู แล้วจะติดหนึบพอๆ กะYou're beautiful เลยค่ะ
ตอนแรกๆ จะชอบนางเอกมากหน่อย แต่ตอนหลังไม่ค่อยชอบเจ้าหล่อนเท่าไรค่ะ เพราะ ชีดันไปชอบอิลุงคังแมแทนที่จะชอบกึนซ็อก แอบหงุดหงิดบ้างค่ะ แต่ลีจีอา น่ารักจริงๆนะคะ ปกติก็ไม่ค่อยปลื้มนางเอกเกาหลีเท่าไร ส่วนมากจะ กรี๊ดๆกะหนุ่มๆ มากกว่า

นอกนั้นที่ดูแล้วชอบๆ น่ารักดีก็มุนกึนยอง กะ นางเอกมูยุล (คิดว่าสวยหวานๆดีค่ะ ) ส่วนกึนยอง เธอแอบหล่ออะ

เคยอคติกับเรื่อง Beethoven เหมือนกันค่ะ ตั้งนานเลยกว่าจะตัดสินใจดู พอได้ดูแล้ว โอ้วววววว เกือบพลาดของดีซะแล้ว ขนาดคังแม ที่ว่าจะเกลียด ก็เกลียดไม่ลง ลุงแกเล่นดีขนาด สาวๆหลายคนก็เผลอใจไปชอบคังแม แทนที่จะชอบซ็อก เยอะเลยค่ะ (ไม่เข้าใจรมณ์พวกนี้เร้ยยยย)

ส่วน F4 พยายามดูแล้ว เหอๆ ปล่อยผ่านไปค่ะ
แต่หลายคนก็ชอบ ต่างคนต่างจิตต่างใจเน๊อะ


โดย: เปิ่นเอ๋ออารมณ์ปรี๊ด วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:51:55 น.  

 
สวัสดีเจ้าของบ้านครับ



ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ

เรื่องนี้เป็นการด้นหรืออิมโพรไวซ์กันสดๆครับ

ไม่ได้วางโครงเรื่องหรืออะไรทั้งสิ้น

ไม่ได้ตั้งใจให้น้ำหนักกับหัวข้อลอยกระทงแบบตามประเพณีนิยม เพราะไม่ได้คิดจะเอาเป็นแกนเรื่องขอรับ

แค่ตั้งใจจะนำเสนอการลอยกระทงในมิติอารมณ์อีกแบบหนึ่ง


ผ่านตัวละคร ที่ทำผิดเพราะตัดสินใจพลาด เชื่อในสิ่งที่เห้นดดยไม่ฟังเหตุผลที่แท้จริง

ไม่วิเคราะห์สาเหตุ

วู่วาม และผมตั้งใจให้เขาไม่มีโอกาสแก้ตัว

ได้แต่มาสำนึกผิดในภายหลังครับ..


ตั้งใจให้นางเอกตายในน้ำ เพื่อดึงการลอยกระทงเข้ามาเกี่ยวครับ..

ฮ่ะๆๆ



งานเขียนของผม เป็นแนวทดลองครับ

ลองผิดลองถูก จับนู่นใส่นี่

หวานบ้าง ขมบ้าง จืดบ้าง


ค่อยๆปรุงกันไป

คงได้ติชมกันไปเรื่อยๆนะครับ..

อย่างน้อยก็อมยิ้มแก้มตุ่ย

ก็ดีใจแล้วครับ..



โดย: ชายผู้หล่อเหลา..กว่าแย้นิดนึง.. (อสัญแดหวา ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:59:58 น.  

 
อะแฮ่มๆ....ใคร "ลุง" มิทราบ 555




พี่ก๋าเพิ่ง 27 เอ๊งงงงงง 55555


ปล. อ่านตรงน้ำลายหวาน
แล้วพี่ก๋าก็แอบขำ
เมื่อคืนตื่นมาตี 4 หันไปจุ๊บมาดาม
เธอทำหน้าเบ้เลย

"น้ำลายบูดนี่นา" 555555



โจทย์ของน้องแจงยากทีเดียวนะเนี่ย

"ฉาก..." อืม





พี่ก๋าไม่พลาดร่วมโครงการแน่นอน




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:02:51 น.  

 
เข้ามาอ่านจ้าแจง .. งวดนี้ป่วย ขะ-หมองไม่แล่นเลย
เขียนได้ครึ่งเรื่อง นอกจากไม่จบ ยังไม่มีเวลาเกลา
เลยขอผ่านดีกว่านะจ๊ะ ขอโทษจริง ๆ คราวหน้า ฉาก..
ยากนิดนึง แต่จะพยายามไม่พลาดจ้า


โดย: Paulo วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:23:47 น.  

 
งานลอยกระทงที่เชียงใหม่เริ่มหมดมาได้ 2-3 วันแล้วครับ
สังเกตได้ตชจากไม่ค่อยได้ยินเสียงพลุแล้ว อิอิ

คิดถูกแล้วครับพี่แจง "ผม" ในครั้งนี้เขาไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรอกครับ
เพราะเขาก็มีความสุขดีในแบบ "จนๆ" ของเขาเอง


ปล. พี่แจงอ่ะ ชอบตั้งหัวข้อยากจังเลย


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:24:06 น.  

 
ลุงของจาดาน่ะโอเคครับน้องแจง หุหุหุ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:41:06 น.  

 
แหมๆ ก็อายุเกิน 18 ไปแค่ 10 ปีเองค่ะอ้อน

"พี่ขา จูบหนูเลย " >>>>อ่านถึงตอนนี้แล้วขำปนจั๊กจี้อ่ะ

แจงขา โกหกวันลอยกระทง บาปกว่าวันปกติรึเปล่า
ตอบว่าวันลอยกระทงเป็นวันพระ
แต่ยังไงก็ตามก็คิดว่าวันพระหรือเปล่าก็บาปเท่ากัน ฟันธง

อิอิ แซวเล่นค่ะ

เออ ว่าแต่ว่าุถามหน่อยค่ะว่านางฟ้าของเราหายไปไหนเหรอคะ
แจงได้คุยด้วยหรือเปล่าเอ่ย หลังไมค์ก็ได้ค่ะ ^^

แซวต่ออีกหน่อย โรแมนซ์ทั้งในบล็อกทั้งในกระทู้เลยนะตัวเอ้ง


โดย: BeCoffee วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:23:38 น.  

 

สวัสดีคุณแจง
ไม่ค่อยได้เข้าบลอกนี้เท่าไร ก็..
เค้ายังไม่ถึง18 นี่นา




พยายามแวะเวียน แวะหา เข้าร่วมโครงการเท่าที่จะสามารถ
บางทีมันก็เหมือนการกลับมุมความคิดในอีกแง่ให้ได้มอง
รู้สึกเช่นนั้น ก็เลย อยากสื่อถีงเพื่อน ๆ เลยอยากเขียน อยากเล่า

ก็แบบนั้นล่ะคุณ


โดย: inmemoir วันที่: 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:23:28 น.  

 
เห็นชื่อบล็อกขึ้นหลายวันแล้ว เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่านวันนี้เองครับ ตะแรกคิดว่าบาปหมายถึงตอนลอยขนมปังสีขาวซะอีก แบบนึกว่ามันทำให้น้ำเสีย กร๊าก

ที่แท้ก็...

อ๊ากกกกกกก O_O (แบบว่าตาโต อิๆๆ)


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:39:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.