รอยจูบแห่งนางฟ้า :: บทที่6









บทที่ 6 :: ครอบครัวของฉัน


วันๆหนึ่งผ่านไปรวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ติด แป๊บเดียวก็ถึงเวลากลับบ้านเสียแล้ว เมื่อออกจากการเข้าแถวตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน นิติยาก็แยกย้ายจากเพื่อนไปที่หน้าร้านขายของข้างโรงเรียนเพื่อรอรถโดยสาร ก้นยังไม่ทันสัมผัสพื้นม้านั่งไม้ด้วยซ้ำ ใครบางคนก็กระแทกกระเป๋าลงมาอย่างแรงเพื่อขวางไว้ เมื่อหันไปมอง ก็เห็นคนตัวโตหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับยืนอยู่ข้างๆ

"อะไรอีกล่ะ"

"เมื่อเที่ยงไปไหนมา" นทีถาม

"ทำรายงาน" นิติยาตอบสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนกระเป๋าออกแล้วนั่งลง เขานั่งตามลงมาข้างๆ

"จริงรื้อ.." น้ำเสียงยียวนจนต้องหันไปมอง

"หมายความว่าไง" น้ำเสียงเริ่มไม่พอใจ

"เปล่า" คนตัวสูงยักไหล่ ก่อนจะถามกลับ "ทำรายงานอะไร"

หากแต่หญิงสาวไม่นำพาคำถาม มองหน้าคนข้างๆตรงๆ "นายไปสมัครเป็นตัวสำรองของทีมบาสเหรอ ทำไมล่ะ"

"ถามได้ ก็แค่อยากเล่น แค่นั้นแหล่ะ" เขาบอกอย่างไม่แคร์

"ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ไปดู" นิติยาบอกเงียบๆ นั่นทำให้คนข้างหันมามองตาขุ่น

"ไม่เห็นต้องขอโทษเลย ไม่ได้อยากให้ไปเสียหน่อย" เขาบอกห้วนๆ

"ชิส์"

พักเดียวเท่านั้น รถจักยานยนต์สองคันก็เข้ามาจอด ก่อนที่ชาคริตจะขว้างกุญแจมาให้นที แล้วขึ้นไปซ้อนรถของเพื่อนอีกคน ก่อนจะยักคิ้วให้นที ไม่วายเผื่อรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้นิติยาด้วย "โชคดีโว้ยพรรคพวก" เขาตะโกนบอก ก่อนรถจะออกตัวไป

"กลับด้วยกันสิ เดี๋ยวจะไปส่ง" นทีชวนไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หากแต่นิติยาลังเล

"ไม่เอาดีกว่า" ขณะที่คิดว่าถ้าเขาไปส่งเธอที่บ้านสองต่อสอง คนแถวบ้านต้องเอาเธอไปนินทาแน่ๆ มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว ก็คือน้ำตาลลูกสาวของน้าสาวของเธอเอง ที่มีหนุ่มห้องเดียวกันซึ่งน่าจะคบหากันเป็นแฟน ไปส่งที่บ้านที่ติดกับบ้านของเธอเป็นประจำ เวลาเธอไปทำงานที่ร้านหนังสือหน้าปากซอย ก็จะมีพวกปลาหอยปากปูพูดกันไม่หยุดหย่อนถึงพฤติกรรมแย่ๆ ซึ่งออกจะเกินจริงไปเสียหน่อย แต่ถึงรู้อย่างนั้นแล้ว เธอก็ไม่อยากโดนกล่าวหาเช่นนั้น นั่นจะทำให้แม่ของเธอเสียใจ


"ทำไมล่ะ" นทีทำเสียงเหมือนไม่พอใจ จนนิติยาต้องมองหน้า

"ทำไมต้องทำเสียงไม่พอใจด้วย เราไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย"

"ก็ใครล่ะ ที่ไม่อยากให้เป็น" เขาย้อน

หญิงสาวจึงก้มหน้าหลบตา "เธอไม่เข้าใจหรอก"


ได้ยินเสียงฮึดฮัดจากคนข้างๆ ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถขับออกไปโดยไม่หันมามองหน้าเธออีกเลย แล้วรถโดยสารก็เข้ามาจอดพอดี ทำให้ความตั้งใจที่จะเรียกเพื่อรั้งเขาไว้หายไปกับความวุ่นวายเพื่อแย่งกันขึ้นรถโดยสารของเหล่านักเรียนมากมาย



* * * * * * * * * *




"แม่..แม่" นิติยาส่งเสียงเรียกเข้าไปก่อน เหมือนกับทุกครั้งที่กลับจากโรงเรียน บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังเตี้ยๆ ยกพื้นสูงขึ้นนิดหน่อยอยู่เกือบท้ายซอย เวลายามเย็นเช่นนี้ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวทีเดียว แต่ว่าเมื่อเธออยู่กันมันมาตั้งแต่เล็กจนโต ก็ค่อนข้างจะชินกับมันเสียแล้ว แต่ก็ยังไม่วายใจหายเมื่อไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเหมือนอย่างเคย


เดินเข้าเดินออกทั้งบ้านซึ่งก็แคบแสนแคบ ด้านในมีแค่ห้องน้อนสองห้อง คือห้องของพ่อกันแม่ อีกห้องเป็นห้องของเธอซึ่งนอนร่วมกันกับยุน้องชายที่เพิ่งจะอยู่แค่ชั้น ม.สาม ส่วนกลางเป็นห้องนั่งเล่นมีตู้โชว์สำหรับวางทีวี โต๊ะทานข้าวเตี๊ยๆวงกลมขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านข้างมีฉากกั้นไว้ คือครัวเล็กๆของครอบครัวซึ่งไม่มีอะไรมากมาย นอกจากเครื่องครัวที่จำเป็นต่อการใช้สอยจริงๆ ตู้เย็นเก่าๆ หัวแก๊สและตัวแก๊สที่ใช้มานานพอสมควร และตู้กับข้าวที่จะพังมิพังแหล่หนึ่งตัว แม้แต่เครื่องซักผ้าก็ไม่มี แต่มันไม่สำคัญหรอก


เมื่อมองไม่เห็นวี่แววของผู้เป็นแม่ ซึ่งอาจจะไปทำงานรับจ้างอยู่ที่บ้านของใครซักแห่งในซอยนี้ แต่ก็ไม่อาจทำให้เธอแน่ใจได้ เพราะว่าตอนนี้มันเป็นเวลาที่ค่อนข้างค่ำพอสมควร ทำให้นิติยาไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งไปยังบ้านของน้าสาวซึ่งอยู่ถัดไปข้างๆ ห่างออกไปราวเกือบร้อยเมตรทันที บ้านของน้าเธอนั้น แม้จะมีขนาดเล็กไม่ต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือมีลักษณะยังใหม่อยู่ เพราะได้รับการตกแต่งทาสีใหม่ๆอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงเครื่องเรือนค่อนข้างใหม่และหรูหรากว่า


"น้าเดือน" เงียบ... "น้าเดือนจ๊ะ" รออยู่ที่หน้าบ้านนานทีเดียว กว่าน้าเดือนจะเดือนออกมาจากด้านใน

"อ้าวยัยนิ กลับมาเสียที น้ารออยู่เชียว " คนที่เดินออกมาตายังบวมๆอย่างกับคนเพิ่งตื่นนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับย่น "มาตามหาแม่ล่ะสิ"

หญิงสาวพยักหน้า "จ้ะ"

"แม่แกไปนอนอยู่โรงพยาบาลโน่น" เสียงน้าเดือนบอก ทำให้นิติยาใจหายวาบ

"แม่เป็นอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าหัวใจกำเริบอีกแล้ว"

"หัวใจแม่แกไม่กำเริบหรอก แต่ร่างกายมันจะช้ำในตายเสียก่อนนะสิ พ่อแกนะ เขากลับบ้านมาแล้วก็ประเคนหน้าแข้งให้เกือบตาย ถ้าน้าไม่ได้ยินเสียง ไปห้ามไม่ทัน ป่านนี้สงสัยพี่จันทร์ แกคงต้องนอนที่ศาลาวัดโน่นแทนโรงพยาบาลแล้วมั๊ง ตอนนี้แกยังนอนสลบอยู่ ยังไม่ฟื้นเลย น้าเป็นคนพาไปส่งโรงบาล แล้วก็เพิ่งกลับมาได้ซักพักนี้เอง"


คำบอกเล่านั้นทำให้หญิงสาวอยากร้องไห้เสียเหลือเกิน แต่สงสัยว่าน้ำตาที่ถูกกักเก็บอยู่ด้านในนั้น จะถูกใช้บ่อยเกินไปตั้งแต่เล็กจนโต ทำให้ตอนนี้แม้อยากจะหลั่งมันออกมาสักแค่ไหน มันก็ไม่สามารถไหลออกมาให้คลายความเจ็บด้านในได้


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องรับรู้ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว การทะเลาะเบาะแว้งกันของพ่อและแม่ เพียงแต่ว่ายังไม่เคยมีครั้งไหน จะรุนแรงมากมายขนาดนี้ นิติยากำมือแน่นจนเล็บสั้นๆแทบจะจิกลงไปในเนื้อบนฝ่ามือ

"พ่ออยู่ที่ไหน" นิติยากัดฟันถาม

"น้าห้ามพ่อแกไม่อยู่ เขาอาละวาดหนัก น้าก็เลยแจ้งจับ ตอนนี้อยู่ที่โรงพักโน่น แกจะไปดูหน่อยไหม หรือจะไปดูแม่ก่อน ตอนนี้ไอ้ยุมันเฝ้าอยู่" ยุ หมายถึงยุทธนาน้องชายของนิติยานั่นเอง

"เขาทำเลาะกันเรื่องอะไรอีกล่ะคราวนี้"

"ก็เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ พี่นุ พ่อแกกลับมาเอาเงินที่บ้าน แต่พี่จันทร์แกไม่ยอมให้ ก็เลยทะเลาะกันรุนแรงอย่างที่เห็น"

"เหมือนเดิม เหมือนเดิม" นิติยาพูดซ้ำๆ ก่อนจะทรุดตัวลงที่หน้าบ้าน ท้องมวนและปวดขึ้นมาอย่างกระทันหัน มันไม่เคยเปลี่ยนเลย กี่ปีผ่านไปก็ยังเหมือนเดิม พ่อของเธอมีแต่สร้างความเดือดร้อน สร้างความวุ่นวาย สร้างปัญหาไม่รู้จักจบจักสิ้น และเธอรู้ดีว่าเพราะอะไร...การพนันไง...ผีพนัน


"ฉันเอาเงินวางไว้ตรงนี้นะ" เสียงห้าวๆ ดังออกมาด้านใน ทำให้คิ้วของนิติยาขมวด แล้วคลายออกอย่างไม่แปลกใจนัก เพียงแต่แปลกใจที่เขามาอยู่ที่นี่ในช่วงเวลานี้ต่างหาก ก่อนที่เจ้าของเสียงจะก้าวออกมาจากตัวบ้าน ชะงักไปชั่วขณะเมื่อประสานตาเข้ากับดวงตากลมโตแต่มีแววร้านรานของหญิงสาววัยรุ่นที่นั่งกุมท้องกอดเข่าอยู่ตรงนอกชาน


"ลุงเสียใจ" เขาบอก แต่หญิงสาวเบือนหน้าก้มลงราวกับไม่ได้ยิน คนอื่นอาจไม่ทันคิด แต่วงเดือนที่เลี้ยงและคุ้นเคยกันมาตั้งแต่หลานสาวยังเยาว์วัยรู้ดี ว่ากิริยานั้นคือการปฏิเสธเงียบๆอย่างไร้เยื่อใย


"จะไปโรงพยาบาลคืนนี้เลยไหม แต่ลุงไปส่งไม่ได้เพราะมีธุระ เดือนก็ขับรถไม่เป็น น้ำตาลก็ยังไม่กลับมา เดี๋ยวลุงจะให้ลูกน้องของลุงมารับไปส่งแล้วกัน" บอกกล่าวอย่างมีน้ำใจ แล้วเขาก็เดินตัวปลิว ขับรถโฟร์วิลคันใหญ่ออกไป ไม่รอรับคำทัดทานที่เปล่งตามหลังออกไปว่าไม่ต้องการ


...ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ...


วงเดือนเดินเข้าไปในบ้าน แล้วเดินกลับออกมาอีกครั้ง พร้อมกับธนบัตรหลายใบ

"เอานี่ เอาเก็บไว้เป็นค่ารักษาแม่ แล้วก็เอาไว้เป็นค่าไปเรียนของอาทิตย์หน้า ในช่วงที่พี่จันทร์ยังต้องอยู่โรงพยาบาล"

เมื่อเห็นว่าคนอ่อนเยาว์กว่า ไม่มีทีท่าว่าจะรับเงิน หญิงสาวสูงวัยจึงนำมันมายัดใส่มือ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับเสียงพึมพำ

"ยัยน้ำตาลนี่มันไปเกเรที่ไหนอีกนี่ กลับมาแม่จะตีไม่เลี้ยงเลย เลี้ยงลูกนี่มันไม่ได้ดังใจจริงๆ"

"น้ำตาลฝากนิมาบอกน้าเดือนด้วย ว่าค่ำนี้จะกลับช้าหน่อย จะไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน" นิติยาตะโกนตามหลังไป


ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นเดินกลับบ้านของตัวเองด้วยหัวใจโหวงเหวง ค่ำแล้ว..แต่เธอยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะไปทางไหนดี จะไปประกันตัวพ่อที่โรงพัก หรือว่าจะไปดูแม่ที่โรงพยาบาลก่อน...ซึ่งคำตอบในใจก็น่าจะเป็นประการหลังมากกว่า


ไม่รู้ตัวเลยว่า ธนบัตรในมือนั้นถูกกำจนแทบจะแหลกคามือ ... เงิน... เงินจากคนที่เธอไม่เคยต้องการ...ผู้ชายคนนั้น พ่อของชรินทร์















 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2552
4 comments
Last Update : 10 มกราคม 2553 6:45:34 น.
Counter : 259 Pageviews.

 

เจิม

 

โดย: BeCoffee 12 พฤศจิกายน 2552 22:33:40 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องแจง








 

โดย: กะว่าก๋า 15 พฤศจิกายน 2552 7:06:40 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เข้ามาทักทายค่ะ
ไม่ได้อ่านเลยนะคะ เพราะว่า จอคอมไปแล้วค่ะ
เหลืองมาเชียวมองนานๆ เริ่มปวดตาแล้ว
ต้องขอโทษนะคะ
แบบว่า คิดถึงจึงมาหาอ่ะค่ะ

 

โดย: Artagold 17 พฤศจิกายน 2552 19:31:13 น.  

 

นางเอกชื่อ นิติยา คล้ายชื่อคนแต่งเลยเปล่าค่ะแจงขา
กลับมาอัพบล็อกแล้วนะคะ รายงานตัวค่ะ อิอิ

แอบแซวนิดนึง เห็นคะแนน wwr ขึ้นเยอะเลย
ออนเอ็มไม่เจอกันอ่านหนังสืออยู่ใช่เปล่าตัวเอง คิดถึง

 

โดย: BeCoffee 17 พฤศจิกายน 2552 22:16:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
11 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.