ผู้ชายกลางสายฝน :: April Fools' Day (รึเปล่านะ)






...ผู้ชายกลางสายฝน...


นั่นเป็นคำนิยามที่เธอนึกขึ้นได้ ตั้งแต่ได้พบกับเขาครั้งแรกเมื่อต้นเดือนก่อน ขณะที่กำลังวิ่งฝ่าสายฝนจากลานจอดรถเข้ามาที่ร้านในเช้าตรู่วันนั้น ผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งกำลังยืนกางร่มอย่างกระสับกระส่ายอยู่ที่ด้านนอกหน้าร้านดอกไม้ของเธอเอง เสื้อผ้าของเขาชื้นฝน เพราะร่มคันสีขาวสะอาดตาคันที่เขาถืออยู่นั้นไม่เหมาะกับเขาเลยซักนิด ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ส่วนร่มในมือกลับอันนิดเดียว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจมากนัก เขาแจ้งจำนงค์ว่าต้องการดอกกุหลาบสีแดงสดทั้งหมดที่ร้านมี ซึ่งหญิงสาวเองก็อดจะประหลาดใจมิได้ แต่ก็รีบจัดการให้แต่โดยดี มิวายแอบมองเขาอยู่เป็นระยะๆ ขณะที่กำลังจัดห่อดอกไม้


เขาจากไปพร้อมกับสายตาของเธอที่ยืนมองจากด้านในของร้าน นั่งมองจนเขาหายลับไปกับสายฝนที่กระหน่ำมาอย่างรุนแรง ผู้ชายสูงในสูทตัวสวย ร่มคันสีขาวเล็กๆในมือ แขนอีกข้างหอบกุหลาบสีแดงหอบใหญ่เต็มอ้อมแขน ...ภาพที่เขาเดินหายไปในม่านฝนตรึงให้หญิงนั่งอยู่ตรงนั้นนิ่งนาน


...ใครกันนะคือคนที่จะได้เป็นเจ้าของกุหลาบหอบนั้น ช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ...


คิดถึงเช้าวันนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแอบอมยิ้มกับตัวเองคนเดียว รอยยิ้มยังไม่ทันจางหาย ประตูก็ถูกเปิดเข้าอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วปิดประตูลงอย่างแรง

"ฝนตกแรงจังเลย" เขาว่า

น้ำเสียงทักทายนั้นก็สดใสเหมือนหน้าตาและเสื้อผ้าสีเจ็บๆที่เขาสวมใส่ "โหย..ย เจ๊ ผมว่าผมมาเช้าแล้ว ยังสู้เจ๊ไม่ได้ มาเช้ากว่าผมอีก"

วิสามองนุกุล เด็กหนุ่มพนักงานชั่วคราวของเธอแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า พร้อมกับเดินตามนุกุลเข้าไปยังหลังร้าน หยิบผ้าเช็ดหน้ามาโยนคลุมหัวให้อย่างแรงๆ

"นี่ เอาไป เช็ดหน้า เช็ดตัวให้แห้ง แล้วก็รีบๆหล่ะ วันนี้ดอกกุหลาบหมดแล้วนะ มีคนมาเหมาไปหมดแล้ว"

นุกุลนี้ รู้จักกันมาก็นาน เพราะบ้านอยู่ติดกัน เห็นกันมาตั้งแต่ยังเล็กๆ ช่วงม.ปลายที่พ่อกับแม่ของเขาไม่อยู่ ชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ก็มากินข้าวเป็นประจำ บางครั้งก็มานอนกับน้องชายของวิสา เรียกได้ว่าแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะแม่ของวิสาก็เอ็นดูนักหนา เปรียบเสมือนลูกชายอีกคนนึงเลยทีเดียว

เห็นคนหัวกระเซิง ชุ่มฝนไปทั้งตัว ก็อดไม่ได้ที่จะบ่น "ไม่รู้ทำไมน้า ก็เห็นอยู่ว่าฝนตก ทำไมยังชอบขับมอเตอร์ไซค์มา หมั่นไส้นักพวกชอบซิ่ง ไม่รู้จักห่วงตัวเองซะบ้าง ไม่กลัวเป็นหวัดเพราะตากฝน ก็น่าจะรู้จักกลัวอุบัติเหตุบ้าง"

ก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าร้าน ยังได้ยินเสียงดังออกมาจากข้างใน ยานคางล้อเลียน... "คร๊าบ..บ..บ.. ขอบคุณเจ๊นะคร๊าบ...บ..บ..บ..ที่เจ๊เป็นห่วง"

"ไม่ได้ห่วงหรอกย่ะ กลัวว่าจะไม่มีคนมาช่วยงานมากกว่า ทาสีด้านในให้เสร็จเร็วๆนะ ห้ามเกินพรุ่งนี้"

ก่อนจะชี้นิ้วไปยังตู้เก็บของเอนกประสงค์ "เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆด้วย เดี๋ยวจะไม่สบายไปซะก่อน กลัวแม่นายจะมาได้ ว่าฉันใช้งานหนักเกินไป"




อากาศยามเช้าของวันนี้ยังเป็นเหมือนเช่นเคย ทั้งเดือนนี้ฝนรินเกือบตลอดเวลา เช้า สาย บ่าย เย็น มีหยุดบ้างเป็นช่วงๆ ให้ได้หายใจหายคอ ตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อวานนี้จนถึงยามบ่ายแก่ๆ หยุดไปได้ซักพักก็เริ่มรินอีกครั้งจนถึงยามเย็น วันนี้ก็คงเหมือนเดิมอีกเช่นเคย หญิงสาวออกจะรำคาญกับความเฉอะแฉะอยู่บ้าง ยามที่ต้องวุ่นวายกับการขนดอกไม้มาลงที่ร้าน



แต่ก็ต้องยอมรับแหล่ะว่า ฝนตกแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะเวลาที่ไม่มีลูกค้าอยู่ในร้านยามนี้ อย่างน้อยการนั่งดูเม็ดฝนโตๆแต่ละเม็ด กระเซ็นเป็นฝอยสาดเข้ามาที่กระจกด้านข้างของร้าน ด้านขวามือที่เธอนั่งอยู่ก็ออกจะเพลิดเพลิน และเป็นการคั่นเวลาที่ดีเหมือนกัน ปรอยฝนแต่ละปรอย ปะทะกระจกใสจนเป็นฝ้าฟาง เมื่อเวลาที่ฝนหยุด กระจกก็คงจะขุ่นมัวรอการเช็ดถูอีกครั้ง อาจเป็นงานง่ายๆที่น่าเบื่อหน่าย แต่ใครจะรู้เล่า ว่าเวลานั้นแหล่ะ เป็นเวลาที่หญิงสาวชอบที่สุดเลย



...อยากเปิดเผยใจตัวเองเท่าไร ต้องกลั้นใจทำเฉยๆ เท่านั้น บ่อยครั้งก็ถามตัวเอง แต่แล้วก็ไม่พบคำตอบเหมือนกัน ทำไมต้องเก็บซ่อนใจไว้อย่างนี้ ที่เราทำไม่ดียังไง ต่างก็รู้ว่าเราห่วงใย และคิดถึงกันมากแค่ไหน แต่ต้องซ่อนไว้ทุกวัน เราทำสิ่งไหนที่ผิด ถึงต้องปิดไว้ลึกๆ แค่นั้น จะมีไหมสักวัน ได้เผยมันไปทุกความรู้สึกดีๆ...



เสียงเพลงหวานๆ เพลงโปรดของเธอดังขึ้นเหมือนดังเช่นทุกเช้า เพราะนุกุลจะทิ้งแผ่นซีดีเพลงนี้ไว้ที่นี่และเปิดทุกครั้งที่เขามาถึง

...แหม ช่างรู้ใจดีจริงๆ บางทีอาจจะต้องขึ้นค่าแรงให้ซักหน่อยแล้ว...

ประตูถูกเปิดออก เมื่อมีใครบางคนก้าวเข้ามา ชายหนุ่มคนเดิม ชายหนุ่มที่คุ้นตาเพราะว่าตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าลูกค้ารายใหม่คนนี้จะหลงเสน่ห์ของร้านดอกไม้ของเธอซะแล้ว เพราะเห็นแวะเวียนมาเป็นประจำ ถ้าจำไม่ผิด เขาชอบต้นกระบองเพชรแน่ๆ เพราะภายในเดือนเดือนเดียว เขาซื้อมันไปแล้วสี่กระถาง ยังไม่รวมดอกกุหลาบสีขาว บ้างก็สีแดงที่ถูกสั่งจัดเป็นพิเศษอีกหลายต่อหลายช่อ


"ขอกุหลาบสีแดงและสีขาวปนกันซักช่อนะครับวันนี้ ไม่ต้องใหญ่มาก"

"เอ วันนี้วันพิเศษหรือคะ ถึงสั่งทั้งสองสีคละกันเลย" หญิงสาวถามยิ้มๆ ชายหนุ่มจึงเพียงอมยิ้มตอบ

"ได้ค่ะ เชิญนั่งรอทางนั้นนะคะ กาแฟซักถ้วยไหมคะคุณวัช" หญิงสาวบอกต่ออีก อย่างคนที่เริ่มคุ้นเคยกัน เนื่องจากชายหนุ่มเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี แม้ไม่ใช่คนคุยเก่ง ออกจะเงียบๆด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นเขา กลับแผ่รัศมีความอบอุ่นเป็นการเองที่เธอสัมผัสได้

เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม เฝ้ามองดูเธอหยิบจับ ตัดแต่งก้านและใบให้ดอกกุหลาบอย่างรวดเร็ว แต่ก็ระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ากลีบบางๆของแต่ละดอกนั้นจะบุบสลาย

" ไม่เป็นไรครับ ตรงนี้ก็ได้ ถ้าไม่เป็นการรบกวน หรือเกะกะขวางทางคุณทำงาน" ชายหนุ่มบอก พร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆดังเช่นเคย รอยยิ้มที่ใครๆเห็น ก็คงต้องลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า...อบอุ่นน่าดูชม..



ยิ่งเห็นก็ยิ่งอดปลื้มใจไม่ได้ ท่าทางเขาเป็นผู้ชายที่คงจะรักคนรักของตนเองน่าดู มาซื้อดอกไม้ให้หลายต่อหลายครั้งในรอบเดือนเดียว ... ผู้ชายมาดดี บุคลิกเด่น ตัวสูง ดูดีมีฐานะ อบอุ่น และท่าทางรักครอบครัวแบบนี้ จะมีอีกซักคนไหม สองคนไหมหนอ ผู้หญิงคนนั้นช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ ...ครั้งล่าสุดที่ได้คุยกัน เขาบอกว่าอย่างไรนะ ผู้หญิงคนนั้นของเขาเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ น่ารักในแบบของเธอ แต่ดูพิเศษที่สุด


...อยากเจอชายหนุ่มดีๆ แบบนี้ซักคนในชีวิตบ้างจัง...









แต่หญิงสาวอายุยี่สิบปลายๆ ที่มองเห็นคานทองอยู่รอมร่ออย่างวิสา จะมีบ้างไหมวันนั้น เพราะ วันๆก็หมกตัวอยู่แต่ที่ร้านของตัวเอง วันดีคืนดี จะมาหนุ่มๆ หน้าตาดีๆ โผล่เข้าในร้านซักราย

พูดถึงหนุ่มๆในฝัน ว่าแล้วก็อดนึกไปถึงรูปโอ อนุชิตที่แอบเซฟไว้ในคอมพ์เครื่องของตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่ได้ดูละคร "เปลวไฟในฝัน" จบไปเมื่อหลายปีดีดัก จากสาวน้อยไม่ถึงวัยเบญจเพส ที่หลงใหลคลั่งไคล้ "นายกุหลาบ" จนโง่หัวไม่ขึ้น ผู้ชายอะไรหนอ ช่างน่ารัก ติดดิน เท่ห์ก็ได้ ร้ายก็ดี เวลาอ่อนโยนที ก็ชวนหัวใจละลาย จนมาถึงปีนี้ ผู้ชายคนนนั้นที่เฝ้าฝันถึงมานาน ยังอุตส่าห์ตามมาขโมยหัวใจดวงน้อยๆไปอีก

แม่จ้าว..ว..ว ตั้งแต่"พรุ่งนี้ก็รักเธอ" ลงจอ ทุกวันหญิงสาวต้องรีบปิดร้านแต่หัวค่ำ บึ่งรถกลับบ้านเพื่อเขาโดยเฉพาะ "พีรวิชญ์" ผู้ชายคนนึงที่ตอบโจทย์ทุกโจทย์ที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องการในชีวิตได้เป็นอย่างดี ผู้ชายที่แสนดี อบอุ่น อ่อนโยน โรแมนติก รู้สึกยังไงก็แสดงออกอย่างนั้น รักก็คือรัก โกรธก็ยอมง้อแม้ไม่ผิด ทุ่มเทสุดใจแม้ว่ายากจะสมหวัง...ผู้ชายที่สาวๆนักดูละครทั้งหลายนิยามเขาว่า


...ดีที่สุดในสามโลก...


วันดีคืนดี วิสาก็หยิบโน๊ตบุ๊คส่วนตัวมาเปิดดูคลิปละครเรื่องนี้ย้อนหลัง เวลาที่ไม่มีลูกค้าอีกต่างหาก จนนายนุกุลแซวใหญ่ ว่าผู้ชายแบบนี้ มีแต่ในละคร ไม่มีหรอกในชีวิตจริง...ว่าแล้ว วิสาก็อยากจะเรียกนุกุลให้ออกมาดูเสียเลย ว่าผู้ชายแบบนั้นน่ะมีจริง ก็คุณธวัชชัย คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่ไงหล่ะ


ไม่ทันขาดคำ(ความคิด)...เสียงบางอย่างก็ดังมาจากด้านหลัง พอดีกับที่วิสากำลังยื่นช่อกุหลาบที่เสร็จสมบูรณ์ให้กับลูกค้าหนุ่มสุดหล่ออยู่พอดี "เดี๋ยวครับคุณสา คือผม.."

"ขอตัวก่อนนะคะ" อารามตกใจกับเสียงครูดอย่างแรงของโลหะ ทำให้วิสารุดเข้าไปด้านในทันที เห็นคนตัวยุ่งกำลังนอนกองอยู่ที่พื้น

"ตายแล้ว...นี่นุ ทำไมไม่ระวังนะ เป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บมากไหม ลุกไหวมั๊ย มานี่มา เดี๋ยวฉันจะใส่ยาให้ เลือดออกเสียด้วย"




ห้านาทีถัดมา ณ หลังเค้าเตอร์ นุกุลนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนเก้าอี้ ขณะที่วิสายืนค้ำหัวกำลังใช้ปลายนิ้วก้อย ค่อยๆแต้มยาลงบนปลายหางคิ้วให้อย่างเบามือ พร้อมกับเสียงบ่นที่ยังดังไม่ขาดปาก

"เด็กบ้า ทำอะไรไม่ระมัดระวังเลย ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย เจ็บล่ะสิ" เหลือบมองคนทำหน้าตาเหยเกเพราะแสบแผล

"ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก ไกลหัวใจ" ตอบห้วนๆ ก่อนสายตาคมดื้อดึงจะตวัดกลับมาจากหน้าจอคอมพ์ของร้าน ที่ตั้งหน้าจอเป็นภาพผู้ชายมีเขี้ยว ยิ้มชวนละลายใจ(ตามที่วิสาเคยบอกเขาไว้) มาจ้องหน้าหญิงสาวอย่างยียวนแทน

"เจ๊...เจ๊ว่าผมกับนายอนุชิตอะไรนี่ ใครหล่อกว่ากัน" วิสาเหลือบตามองหนุ่มน้อยหน้าเข้มตาคมอย่างสงสัย หันไปเห็นรูปโอ อนุชิตบนหน้าจอคอมพ์ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกั้นไม่อยู่

"ถามอะไรแปลกๆ ถามได้ โอสิย๊ะหล่อกว่า ในหัวใจฉันน่ะนะ โอหล่อที่สุดในสามโลกเลยจ้ะ" ก่อนจะค่อยๆแปะพลาสเตอร์ลายกระต่ายน้อยน่ารักตามลงไป

"ว่าแต่ว่า ถามทำไมนี่ จะไปสมัครเป็นพระเอกของค่ายละครช่องห้าของคุณบอยหรือไง" แกล้งจับใบหน้าของนุกุลหันซ้ายหันขวา พิศดูทางนั้นที ทางนี้ที ก่อนจะเอ่ยต่อ

"นายก็หน้าตาไม่เลวนะ น่ารักกว่าพี่แท่งตั้งเยอะ เข้มยิ่งกว่าพี่มอสเสียอีก แถมหุ่นก็ดีกว่าสน ยุกต์ซะด้วย จริงๆนะ นายก็หล่อดีนั่นแหล่ะ แต่บังเอิญฉันมอบหัวใจให้โอ อนุชิตไปแล้ว เลยไม่เคยเห็นใครหล่อกว่าเขาอีก เสียใจด้วย เข้าใจ๊"

"เจ๊อย่าล้อเล่นสิ..ผมซีเรียสนะนี่ "

"ฉันก็ซีเรียสย่ะ"

"ผมถามจริงๆ เถอะ ที่เจ๊บอกว่าเจ๊ชอบนายอนุชิตนั้น เพราะเขาเป็นเขา หรือเพราะบทบาทที่เขาเล่นกันแน่ ถามจริงนะเจ๊ ถ้านายนั่น เป็นนายนั่นจริงๆ แบบที่ไม่ได้สวมบทบาทเป็นนายกุหลาบ หรือนายพีรวิชญ์ที่แสนดี เจ๊ยังจะปลื้มอยู่รึเปล่า ถ้านายนั่นเป็นแค่ใครคนนึง แล้วชอบเจ๊ เจ๊จะชอบ จะยอมคบกับเขาไหม?"

วิสาครุ่นคิด "นั่นสินะ ไม่รู้สิ ขอให้ได้เจอซะก่อนก็แล้วกัน" ตอบแล้วแสร้งทำตาเคลิ้มฝัน

ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มหน้าผากจนนุกุลหน้าหงาย "เอ้าๆ..เสร็จแล้ว สงสัยวันนี้ตกบันได้คิ้วแตกจนเพี้ยน ถามอะไรมากมายก็ไม่รู้ ไป๊ ไป๊ ไปทำงาน" ก่อนจะหันกลับไปทางประตู

"เจ๊ เดี๋ยวก่อนดิ" เสียงเรียกอย่างดังนั้น ยังไม่ทำให้ตกใจเท่ากับข้อมือที่ถูกนุกุลดึงไว้อย่างกระทันหัน พอดีกับที่บานประตูถูกเปิดเข้ามา วิสารีบสะบัดข้อมือจากการถูกนุกุลเกาะกุมทันที เมื่อเห็นว่าคนที่ก้าวเข้ามาเป็นใคร


นุกุลก้มศีรษะลงนิดๆเป็นเชิงทักทายลูกค้า ก่อนจะหันหลัง เดินกลับไปทางด้านในทันทีทันใด









"เอ่อ..คือ ..มีอะไรหรือคะ"วิสาถาม

"คือเมื่อกี้ คุณยังไม่ได้คิดค่าดอกไม้เลยครับ"

"อ้า.." หญิงสาวอุทาน ก่อนจะยกมือขึ้นอังหน้าผากอย่างเขินอาย ที่ทำตัวเปิ่นเช่นนั้น

"ตายจริง ฉันนี่แย่จังเลย ลืมซะได้ ขอโทษนะคะ เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ทำให้คุณต้องเสียเวลากลับมา ฉันจะลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ"

"ไม่เป็นไรครับ ถึงยังไงผมก็ต้องกลับมาอยู่แล้ว " เขายิ้ม "เพราะผมต่างหากที่เป็นคนลืมจ่ายสตังค์ค่าดอกไม้ให้คุณ"

จากนั้นเสียหัวเราะของทั้งสองคนก็ประสานกันเบาๆ เพราะขำที่ต่างคนก็ต่างเปิ่น ลืมในสิ่งที่ไม่น่าลืมทั้งคู่ ก่อนที่ชายหนุ่มจะจ้องมองหญิงสาวนิ่งไป จนวิสาสงสัย

"ผมไม่ได้ลืมหรอกครับ ผมกลับออกไปตั้งหลัก คือจริงๆ วันนี้ผมตั้งใจว่า..." เงียบไปอีก

หญิงสาวเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม "คะ?"

"คือว่า...นี่ครับ" พูดจบ ธวัชชัยก็ยื่นดอกไม้ช่อเดิมที่เขามาสั่งให้หญิงสาวจัดให้เมื่อก่อนหน้านี้ "คือว่า จริงๆแล้ว ดอกไม้ช่อนี้ ผมตั้งใจจะสั่งให้คุณน่ะครับ แต่ว่าผมไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี..."


ทั้งๆที่เขาดูนิ่งๆ สุภาพ ไม่น่าจะมีอารมณ์แบบนี้ แต่นี่คือสิ่งแปลกใหม่ที่เธอเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักเขาจนถึงบัดนี้ ผู้ชายที่บางอารมณ์ก็ดูขี้อาย ...น่ารักจัง...

"ผมบอกตามตรงนะครับ และก็ขอยอมรับว่าผมไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี ความจริงผมอยากให้ดอกไม้กับคุณมาตั้งนานแล้ว แต่ผมไม่เคยให้ดอกไม้กับใครซักที ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี" ชายหนุ่มพูดประโยคเดิมซ้ำๆ เหมือแผ่นเสียงตกร่อง

คราวนี้เป็นคราวที่หญิงสาวต้องอึ้งไปบ้าง ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่าง "คือ...แต่ว่า คุณมีคนรักแล้วไม่ใช่หรือคะ "

"เปล่านี่ครับ"

"ก็คุณบอกฉันว่า...ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ น่ารักในแบบของเธอ...คนนั้นไงคะ"

"ผมไม่ได้บอกว่าเธอเป็นคนรักของผมซักหน่อย เธอเป็นคนที่ผมแอบรักต่างหาก"

"คุณหมายถึง...." ถามพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง "...คุณมาซื้อดอกไม้ที่นี่เพราะฉันหรือคะ"

"ผมรู้ว่ามันเร็วไป แต่เราพอจะเป็นเพื่อนกันได้ไหมครับ ขออนุญาติให้ผมได้เป็นเพื่อนของคุณก่อน ขออนุญาติให้ผมเป็นคนซื้อดอกไม้ให้คุณ"


จำไม่ได้ว่าเธอตอบเขาไปว่าอย่างไร รู้แต่ว่าอย่างน้อยๆ เธอก็มองตามหลังเขาไปจนลับตา ...เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชื้นฝนน้อยๆ ...มือที่ว่างเปล่า เพราะกุหลาบในมือเขามาอยู่ตรงนี้แล้ว...ในมือของเธอเอง


...ภาพตรงหน้า ช่างเหมือนภาพฝันในละครเสียจริงๆ ผู้ชายรอยยิ้มอบอุ่น กับแผ่นหลังที่มองเห็นจางๆท่ามกลางสายฝนโปรยปราย...


หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ขณะที่รินน้ำใส่แจกันบนเค้าเตอร์ แล้วค่อยๆจัดดอกไม้แสนสวยทั้งสีแดงและสีขาวลงไปในแจกัน นุกุลก็เดินออกมาจากหลังร้านพอดี พร้อมๆ กล่องใบโต ที่บรรจุด้วยของสำหรับประดับประดามากมาย เพื่อใช้สำหรับตกแต่งร้าน ก่อนที่จะถึงวันวาเลนไทน์ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า


เมื่อคนตัวสูง จอมยียวน ที่มีรอยยิ้มติดปากอยู่เป็นนิจ ไม่พูดไม่จา วิสาจึงร้องถาม "เมื่อกี้นุจะบอกอะไรเหรอ บอกใหม่สิ"

"เปล่านี่" นุกุลเพียงแต่ยักไหล่เบาๆ

"เปล่าอะไร ก็เมื่อกี้ กระตุกข้อมือซะแรงเชียว" เมื่อคนตัวสูงยังเฉย

"เชอะ ไม่บอกก็ตามใจ นี่ เอาโมบายล์รูปหัวใจมาให้หน่อย เดี๋ยวจะแขวนไว้ที่ประตูดีกว่า"

ถามชวนคุย "นี่นุ นายว่า ถ้ามีคนให้ดอกกุกลาบสีขาวและสีแดงทั้งสองสี หมายความว่าอะไรเหรอ"


นุกุลยังคงก้มหน้าก้มตาเลือกของในกล่อง ไม่ยอมหันมาสบตา ทำราวกับว่าของในกล่องนั้นมีความสำคัญเสียเต็มประดา

"ความหมายของคนอื่นเหรอ ไม่รู้สิ ที่เคยได้ยินมา เค้าว่ากันว่ากุหลาบขาวหมายถึงความบริสุทธ์ใจไม่หวังผลตอบแทน ส่วนกุหลาบแดงหมายความว่า ผมหลงรักคุณเข้าแล้ว"


...คำตอบนั้น ทำให้หญิงสาวนิ่งไป ก่อนที่จะหันหลับมามองดอกกุหลาบในแจกันอีกครั้ง เขาคนนั้น ผู้ชายกลางสายฝนคนนั้นมีความบริสุทธิใจ ไม่หวังผลตอบแทนและกำลังหลงรักเธองั้นหรือ ความหมายที่ได้รับนี้ จริงจังขนาดไหนกันนะ...


"แต่ถ้าทั้งสองอย่างรวมกัน หมายความว่า.." เขานิ่งไปชั่วครู่ "สองเรารวมเป็นหนึ่งเดียว"


"สองเรารวมเป็นหนึ่งเดียว หวานจัง" พูดทวนเบาๆคนเดียว ก่อนจะหันมาแซวนุกุล "แหม จะว่าไป นายก็รู้เรื่องแบบนี้เหมือนกันเหรอ แปลกดี"







หันไปรับโมบายล์ยาวระโยงระยางรูปหัวใจมาจากจากมือของนุกุล ก่อนจะก้าวขึ้นเก้าอี้ตัวเตี้ยที่หยิบมาวางไว้เมื่อครู่ แต่ดูเหมือนว่าความสูงนั้นจะยังไม่เพียงพอจะแตะถึงกรอบบนของประตู ชายหนุ่มจึงแย่งสิ่งนั้นออกไปจากมือ ก่อนผลักหญิงสาวลงมา แล้วก้าวขึ้นไปติดโมบายล์แทน ก่อนจะถอยลงมายืนเคียงข้างกัน ใกล้จนแทบได้ยินเสียงของลมหายใจ

"ดีจัง ยังเด็กกว่าแท้ๆ แต่ตัวสูงชะมัด น่าอิจฉา สูงๆแบบนี้ ทำอะไรก็สะดวกไปหมด"

"ก็ไม่หมดทุกอย่างหรอกนะ สูงๆนะดี แต่เด็กกว่านี่ ไม่ดีเลย" เขาแย้ง

"ทำไมหล่ะ นายอยากทำอะไรเหรอ อะไรเหรอที่นายทำไม่ได้"

"อยากรู้เหรอ" เขาถามยิ้มๆอย่างกวนๆ ก่อนจะยักคิ้วแผลบ "ยิ่งเจ๊อยากรู้เท่าไหร่ ยิ่งไม่บอกหรอก ไม่อยากเห็นคนแก่หัวใจวาย แต่อยากให้กระวนกระวายเล่น"

ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงไปรื้อ ไปค้นของในกล่องใบใหญ่ต่อ ได้ยินเสียงคนแก่กว่าตามหลัง "เด็กบ้า.."


"รู้ความหมายเรื่องดอกกุหลาบไปแล้ว ไม่อยากรู้ความหมายของอย่างอื่นบ้างหรือ" คนถามยังก้มหายก้มตาอยู่ที่กล่อง

"หืม..ม.." ไม่เข้าใจ

"รู้ไหม ตกบันไดคิ้วแตก หมายความว่าอะไร"

"...หมายความว่าอะไรหล่ะ"

"ก็หมายความว่า กำลังเรียกร้องความสนใจจากใครบางคนน่ะสิ"

"นายกำลังล้อเล่นใช่ไหม"

"ถึงผมจะเด็กกว่าเจ๊ ทำงานได้เงินเดือนไม่มาก แต่ถ้าเจ๊อยากจะได้ดอกกุหลาบ ผมก็สามารถซื้อให้ได้นะ"

"...นุ..."

"และถ้าต่อไป ไม่ว่ากุหลาบของผม ที่ผมซื้อให้เจ๊จะเป็นสีอะไรก็ตามแต่ ขอให้เจ๊รู้ไว้นะ ว่ามันมีแค่ความหมายเดียว"

"นั่น..."

ความเงียบที่เกิดขึ้นยาวนาน ทำให้นุกุลต้องเงยหน้าขึ้นมา กับวิสาที่กำลังมองมายังคนตรงหน้าอย่างอึ้งไป ...ตาสบตา..เสียงเพลงดังขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ไม่มีใครเปิดเพลง...


...อยากเปิดเผยใจตัวเองเท่าไร ต้องกลั้นใจทำเฉยๆ เท่านั้น บ่อยครั้งก็ถามตัวเอง แต่แล้วก็ไม่พบคำตอบเหมือนกัน ทำไมต้องเก็บซ่อนใจไว้อย่างนี้ ที่เราทำไม่ดียังไง ต่างก็รู้ว่าเราห่วงใย และคิดถึงกันมากแค่ไหน แต่ต้องซ่อนไว้ทุกวัน เราทำสิ่งไหนที่ผิด ถึงต้องปิดไว้ลึกๆ แค่นั้น จะมีไหมสักวัน ได้เผยมันไปทุกความรู้สึกดีๆ...


...นี่เธอคงไม่ได้ตีความหมายคำพูดของเขาผิดไปใช่ไหม เขาบอกเธอว่า เขากำลังเรียกร้องความสนใจจากเธอหรือ เขาหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่า หรือเขาแค่กำลังล้อเล่นในวันฝนตก...


ท่ามกลางความคิดที่สับสนวุ่นวาย ประตูถูกเปิดอีกครั้ง พร้อมๆกับผู้ชายที่มากับสายฝนชะโงกหน้าเข้ามา เพราะตัวเขาเปียกปอน

"เอ่อ กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ ขอโทษนะ พอดีผมลืมร่ม" ธวัชชัยชี้ไปที่ร่มสีขาวขาวคันเดิม ซึ่งวางเติ่งอยู่บนโต๊ะตัวเล็กข้างเค้าเตอร์

วิสาได้แต่มองหน้าผู้ชายตัวสูงสองคนสลับไปสลับมา คนหนึ่ง คิ้วเข้มแบบหนุ่มวัยรุ่น ตาคมมีแววมุ่งมั่นจริงใจ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยสีที่เริ่มแห้ง และปลายคิ้วเข้มมีพาสเตอร์ปิดไว้...กับอีกคนที่เป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สุภาพเรียบร้อย เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรี ดูหล่อเหลาดึงดูดใจยิ่งกว่าเคย เพราะทรงผมที่เคยเนี๊ยบเริ่มยุ่งเหยิงจากการเปียกฝน

ผู้ชายกลางสายฝน...กับ...ผู้ชายใกล้ตัว ใครกันนะที่จะมาเป็นผู้ชายในฝันคนต่อไป แทนผู้ชายที่ชื่อ อนุชิต สพันธ์พงษ์ หรือวันนี้จะเป็นแค่ April Fools' Day วันแห่งการโกหกและล้อเล่น


แต่ไม่เป็นไรหรอก ชีวิตไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไม่ใช่หรือ รอใครซักคนมาได้ตั้งยี่สิบเก้าปี รออีกหน่อยเพื่อความชัดเจนจะเป็นไรไป ซักวันคงได้รู้กัน


...ซักวัน...ซักวัน...







คุยกันท้ายเรื่องหน่อย เนทยังช้ามากเหมือนเดิม ไม่ทันใจวัยรุ่นอย่างเราเสียเลย ...วันฝนตกก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าเจอเรื่องราวอย่างสาววิสา คงเป็นปลื้มน่าดู ถึงวิสาจะไม่รู้ตัว ว่าใครคือผู้ชายของเธอ แต่คุณผู้อ่านก็คงรู้ใช่ไหมคะ ว่าเป็นใคร...ดูสิ ว่ามีใครใจตรงกับผู้เขียนบ้าง



เมื่อเกือบ 1 ปีก่อน..."ถนนสายนี้...มีมิตรภาพ" ได้ก่อกำเนิดขึ้นด้วยมิตรภาพแห่งตัวอักษรจากสาว สาว สาวชักชวนเพื่อนในบลอคมาร่วมก่อสร้างมิตรภาพจากงานเขียนทุก ๆ สองอาทิตย์ในวันจันทร์ ตามแต่หัวข้อที่กำหนดและพาไป

วันนี้ที่ถนนสายนี้ปูยาวมาถึงเกือบขวบปี...ได้รับการตอบรับจากมิตรภาพแสนดี หลากหลาย อบอุ่นและนานยาว

งานเขียนที่หลากหลาย สนุกสนาน รอยยิ้ม น้ำตา มิตรภาพใหม่ จากลอคอินที่ไม่คุ้นเคยกลายเป็นสนิทสนม ตัวอักษรผ่านกล่องสี่เหลี่ยม หยอกล้อ ให้กำลังใจ ชื่นชม

แต่ขณะที่เดินทางมาถึงจุดหนึ่ง...ถนนสายมิตรภาพที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ด้วยเหตุผลหลายประการของคนหลายคน สาวทั้งสามตกลงใจกันหยุดพักถนนเส้นนี้เอาไว้ชั่วคราวสักระยะหนึ่ง ปล่อยให้ความอบอุ่นอวลอยู่ในใจ ปล่อยให้มิตรภาพที่เกิดขึ้นแล้วดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ปล่อยให้ถนนสายนี้ทอดยาวไปตามทางของมัน ปล่อยให้งานเขียนต่าง ๆ คงอยู่อย่างงดงามอย่างนั้น

ขอขอบคุณเพื่อนชาวบลอคแก๊งค์ที่ร่วมโครงการ ร่วมอ่าน และร่วมผ่านไปผ่านมาทุกท่านนะคะ เราสาวสาวสาวซาบซึ้งใจในมิตรภาพที่ได้รับ...แล้วในวันหนึ่งที่เหตุผลทุกประการกลับมาตรงกันอีกครั้ง ถนนสายนี้...จะมีมิตรภาพอีกครั้งค่ะ




ซึ่งในครั้งสุดท้ายจะเป็นวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้นะคะ ในหัวข้อที่ว่า "วาเลนไทน์ในความทรงจำ"อยากเชิญชวนเพื่อน ๆ มาร่วมเขียนส่งท้ายด้วยกันนะคะ ในกติกาเดิมว่า
-ลงชื่อบอกกล่าวกันไว้
-เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ และอัพบลอคในหมวดงานเขียน/บทประพันธ์
-อัพบลอคในวันจันทร์ที่ 18 มกราคมนี้ เวลาใดก็ได้
-เมื่ออัพบลอคแล้ว กรุณามาแจ้งอีกครั้งในบลอคของคนใดคนหนึ่ง และเราจะทำการรวบรวมลิงค์อีกทีค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ
หวังว่าจะได้ร่วมเดินทาง ในถนนสายมิตรภาพโรยตัวอักษรนี้ด้วยกันนะคะ

รายชื่อผู้ร่วมโครงการ
BeCoffee
nikanda
นางสาวดุ่บดั่บ
JewNid
กะว่าก๋า
แม่ซองขาวเบอร์9
peeamp

SongPee
เป็ดสวรรค์
บุยบุย
ส้มแช่อิ่ม
Little Knight
Paulo
ท่านหญิงน่าเกลียด
Summer Flower
inmemoir
ปีศาจความฝัน
ธาร นาวา
KOok_k
นัทธ์











Create Date : 18 มกราคม 2553
Last Update : 9 พฤษภาคม 2553 4:35:45 น. 34 comments
Counter : 479 Pageviews.

 
Ciao Ciao!

questo volta forse io non scrivo...troppo difficile per me...ma vediamo domani...forse viene buona idea!

Buona notte....

Zia Pukina.


โดย: settembre ไม่ได้ล็อกอินค่ะ IP: 87.5.85.166 วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:4:42:14 น.  

 
รับทราบค่ะ พี่ปุ๊กกี้
ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว
ตอนคิดหัวข้อ ก็แอบคิดอยู่เหมือนกัน
ว่าหัวข้อแคบเกินไป กลัวเพื่อนๆจะถอดใจ
แต่ก็นะ อยากลองทำอะไรที่มีข้อจำกัดมากๆดู

ไม่เป็นไรค่ะ..ถ้ามันยากเกินไป เดี๋ยวค่อยเจอกันใหม่


โดย: nikanda วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:5:17:38 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องแจง


สามสาวภารกิจเริ่มรัดพุง เอ๊ย รัดตัวแล้วสินะครับ 555
แต่ไม่เป็นไรครับ
หนึ่งปีที่ผ่านมา
พี่ก๋าถือว่าโครงการนี้ของน้องสาวสามคน
เป็น "ภารกิจ " ที่มีความสุขมากครับ
กับการได้คิด ได้เขียน...


พร้อมเมื่อไหร่กลับมานะครับ
พี่ก๋าจะรอกลับมาเดินทางไปกับสามสาวอีกครั้งครับ

พูดไปพูดมาเหมือนตัวเองจะลาบวช 5555


ปล. โครงการส่งท้ายไม่พลาดแน่นอนครับ










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:6:39:03 น.  

 
เป็นการอ่านงานยาวๆ ก่อนงานส่งท้ายตอนเดือน กพ. เลยนะค่ะ
มาอ่านแล้วอิ่มอ่ะ แบบว่าอ่านแล้วแอบอยากเจอคนดีๆ
ที่เค้าไม่ทำร้ายหัวใจกันน่ะจ้ะน้องแจง .. เฮ้อ .. มันคงดีเน๊าะ

ความจริง ความฝัน พี่ว่าบางครั้งมันไม่ผิดอะไรเลย เพราะมันก็คง
อยู่และเป็นของมันอย่างนั้น เพราะบางมุมความฝัน
มันก็เหมือนเป็นสิ่งกระตุ้นให้เราได้มีชีวิตอยู่ของเราไปเรื่อยๆ รายวัน
แต่ว่าบางครั้งความฝันมันก็ทำร้ายเราเหมือนกันนะถ้าหากว่า
เราแยกไม่ออกว่าความเป็นจริงเราจะทำยังไง ฝันยังไง

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามพี่เองคิดฝัน อยากเจอหนุ่มของพี่สักวันเหมือนกันจ้ะ 55+
.....................



สำหรับกลุ่มงานเขียนโครงการที่น้องๆ สามคนได้ทำมา มีเวลา 1 ปีแล้วเหรอ
เร็วมากเลยอ่ะคะ .. ไม่ไหว ไม่ไหว อารมณ์ตอกย้ำให้พี่รู้ว่า
เรามันแก่แล้วจริง ๆ แต่ก็นั่นล่ะคะ 1 ปีมันมีอะไรเกิดหลายอย่าง
และก็รู้ว่าเมื่อมันมีเริ่มต้น มันก็ต้องสิ้นสุด แต่พี่เชื่อว่าการสิ้นสุด
มันก็มีเหตุของมัน ... จริงๆ แล้วพี่ว่ามันก็ดีนะสำหรับงานโครงการน่ะค่ะ
เพราะเหมือนว่ามันมี main point ให้เราได้เขียนกัน ประมาณว่า
มีขอบเขต และทำให้เพื่อนๆ ได้ลองเขียนอะไรที่มันมีหัวข้อดูบ้าง
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ธีม โดยเนื้อหาก็แล้วแต่ มันก็ทำให้หลายๆ คนมีไอเดีย
แม้จากธีมน้อยๆ ที่น้องๆ สร้างขึ้นมานะคะ ...


ไม่เป็นไร .. ถือว่าสิ้นสุดก็แค่โครงการแต่งานก็ยังเขียนกันต่อไปตามสไตล์เรา
นานๆ ที เกิดอยากเขียนอะไรร่วมกันอีก เราก็แวะมาคุยกันได้เสมอๆ
เหมือนทักทายกันผ่านบล็อกรายวันนี่ล่ะนะคะ ...


ปล. เมื่อวานนี้พี่อ่านงานนี้ไปแบบนิดหน่อย แต่ว่าพอจะเม้นท์
บล็อกหายวับแล้ว กำลังคิดว่าพันทิพมีเวทมนต์ ... ลบบล็อกทันตา
ได้ทันทีค่ะ (แอบแซวเลย) 55+



โดย: JewNid วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:7:52:02 น.  

 
มาอ่านเรื่องของคุณแจง เป็นแนวทาง ...ยังคิดไม่ออกว่าจะได้งานเขียนรูปไหน
เพราะโจทย์นี้ มีคำขึ้นต้น และ ลงท้ายมาให้ด้วย

อันที่จริงเราว่าโครงการนี้ก็ดีนะ ...ได้อ่านเรื่องราาวและความคิดหลากหลาย
จากหัวข้อเดียวกัน ...
ถ้าอาทิตย์เว้นอาทิตย์ มันถี่ไป
ก็ทอดถนนให้ยาวอีกนิด เป็นเดือนละครั้งไปเลย ...(แค่เสนออ่ะนะ)

ไม่ยากให้ถนนสายมิตรภาพ สะดุด หยุดลง
ก็ แหม...งบประมาณมิตรภาพ กำลังหลั่งไหลมานี่นา

คุณแจง เช็คหลังไมค์ด้วยล่ะ หวังว่าวันนี้เนทคงแรงพอนะ ...


ปล. ที่ปิดถนนเนี่ย ..เพราะเจ้าของโครงการจะย้ายไปทำฟาร์มใน #FB รึป่าว


โดย: นัทธ์ วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:7:59:38 น.  

 
ขอบคุณวันกองทัพไทยค่ะ ที่ทำให้มีเวลาเหลือเฝือทั้งวัน
ในสามสาว เหตุผลที่มาอ่านบ้านนี้หลังสุด เพราะเห็นเนื้อเรื่องยาวมาก
อยากมีเวลละเลียดโดยละเอียด คงต้องใช้เวลานานแน่
แต่ที่ไหนได้ แวบเดียว อ่านไปลุ้นไป
เพลินเชียวค่ะ ชอบจังค่ะเรื่องนี้
....
ขอบคุณทั้งสามสาว ที่จุดประกายงานเขียนให้
เคยงมๆเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนอะไรดี
อ้อต้องคิดชื่อเรื่องก่อน แล้วจึงจะพล๊อตเนื้อเรื่องเข้าไป
ทำให้กรอบทางความคิด มันไม่กระจัดกระจายสะเปะสะปะจนเดินไป
ขอบคุณมากมาย จะลองตั้งชื่อวางโจทย์ดูเองบ้าง
คุณๆเปรียบเสมือนครูเลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งจากใจ

แอมอร




โดย: peeamp วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:9:33:22 น.  

 


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:10:21:48 น.  

 
สวัสดีครับคุณแจง..

แวะมาส่งการบ้านด้วยคนนะครับ..
มาเห็นการทิ้งท้ายบอกกล่าวเสมือนอำลาเส้นทางถนนสายนี้แล้วใจหายจัง

มีความสุขที่ได้เข้าร่วมเส้นทางนี้(เป็นบางครั้ง) อิอิ
ขอให้คุณแจงมีความสุขมากๆนะครับ..



โดย: Little Knight วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:11:29:42 น.  

 
แม้จะไม่ได้ร่วมงานในเส้นทางสายนี้ทุกครั้ง
(จริงๆก็แค่ครั้งเดียวเอง แหะๆ)
แต่ก็ชอบที่จะตามเข้ามาอ่านเรื่องราวของแต่ละคน
โครงการสุดท้าย...อยากเขียนขึ้นมาอีกแล้ว


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:11:55:02 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาบอกว่าอัพแล้วนะคะ ผู้ชายกลางสายฝน
เห็นชื่อตอนแรกคิดว่ายากพอเขียนไปกลับง่าย อิอิ
จริงๆมีสองเวอร์ชั่นนะ แต่เพื่อให้เนื้อเรื่องต่อกันเลยเลือกหยิบเวอร์ชั่นนี้มาลงค่ะ

เสียดายที่จะหยุดดครงการซะแล้ว ยังไงก็จะรอโครงการสองนะคะ


ส่วนเรื่องในบล็อกนี้เขียนดีมากๆเลยค่ะ ถ้าเป็นท่านหญิงฯจะเลือกเด็กค่ะ อิอิ รักเด็กน่ะ

ป.ล. ท่านหญิงฯก็ชอบโอเหมือนกัน เสียดายที่...


โดย: ท่านหญิงน่าเกลียด วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:12:37:30 น.  

 
โอ้... รักสามเส้า อ่านแล้ว สงสารธวัชชัยอะจิครับ อิๆ เอางี้ เดี๋ยวคุณพีทรับดูแลให้เองก็ได้นะ โฮะๆๆ

เอ่อ... ปลาสเตอร์ลายกระต่ายน้อยน่ารัก ^^"

ยินดีกับถนนสายมิตรภาพครบรอบปีด้วยครับ อีกไม่นาน เหตุผลทั้งหลายคงกลับมาประชุมพร้อมกันอีกครั้งเนอะ พ้วง


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:14:57:33 น.  

 
เป็นเราก็เลือกไม่ถูกนะเจอผู้ชายดีๆ แบบนี้สองคนในเวลาเดียวกัน
แต่เชื่อว่าคุณแจงต้องเชียร์นุกุลใช่เปล่าเอ่ย
เพราะรู้จักรู้ใจกันมานานแล้ว
แรกๆ อาจจะเขินกัยสถานภาพใหม่
แต่นานๆ ไปมันจะอบอุ่นน่ารักเชียวล่ะ
ว่าแล้วก็เสียดายธวัชชัยนะคะ
ต้องผิดหวังตั้งกะยังไม่เริ่มแข่ง
(เอ๊ะ พิมพ์ไปทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าคุณแจงเชียร์ใคร)


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:16:06:45 น.  

 
คุณครูขา มาตามไปตรวจการบ้านอีกทีค่ะ
ไม่รู้ว่าใช้ได้อ่ะยังค่ะ
ขอบคุณค่ะ ชอบจังชอบค่ะ
ภาษาเขียนผิดเขียนถูกก็บอกได้นะคะ
บางทีมีเบลอ ขายหน้าไปอีกหลายบ้าน555

แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:16:46:53 น.  

 
ชอบอ่ะครับพี่แจง น่ารักเป็นที่สุด
ชอบที่เอาเพลงโปรดผม กับละครเรื่องฮิตมาเขียนครับ
ส่วนนายโอ-อนุชิตผมก็ชอบนะสเป็กผมเลย อิอิ
แล้วก็ถ้าให้ผมเลือก....ผมก็คงเลือกนุกุลอ่ะครับเพราะว่าเด็กกว่า แบบว่าชอบเด็กอ่ะ ฮ่าๆ




ปล. แงๆ ไม่อยากให้ปิดโครงการนี้เลยอ่ะครับ
แล้วอย่างนี้ทุกๆวันจันทร์ในทุกๆสองอาทิตย์
ผมก็ไม่มีอะไรให้มาร่วมคิด ร่วมเขียนแล้วสิครับ
แงๆ ไม่ยอมอ่ะ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:17:00:11 น.  

 

แวะมาทักทาย กับคุณดรสาครับ
สร้างกริตเตอร์

ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ เอาพระเอกของเรื่องมาทักทายด้วย ดรสาไม่เคยมีงานเขียนมาก่อน นางละครถือว่าเป็นชิ้นแรกในชีวิต ถ้าจะให้เหมือนมืออาชีพคงไม่ได้ แต่ถ้าขำๆไม่จริงจังนักก็พอได้ค่ะ ขออนุญาติADDไว้เป็นเพื่อนบ้านด้วยนะคะ


โดย: ดรสา วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:18:04:35 น.  

 
แจงจ๋า

เขียนให้อ่านไปลุ้นไปตั้งแต่กลางเรื่องแน่ะ
ถ้าเป็นฟี่ ฟี่คงแพ้ใจให้คนใกล้ตัวมากกว่ามั้ง 55
จะเข้าชมรมกินเด็กอีกคนล่ะ

เป็นงานเขียนที่มีกลิ่นของแจงชัด .. ชัดมากก
เช่นเดียวกับงานคุณอ้อนที่เพิ่งไปอ่านมาเมื่อกี๊

และอยากจะบอกอย่างเดียวกันว่าอดใจหายไม่ได้
กับโครงการดี ๆ ที่จะหยุดลง

แต่ก็หวังว่าโครงการนี้จะกลับมาเปิดใหม่ซักวัน .. ซักวัน


โดย: Paulo วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:18:32:53 น.  

 
มาขอเขียนด้วยคนค่ะ ไม่เคยเขียนเลย แต่หัวข้อนี้ทำให้นึกอยากเขียนขึ้นมา เขียนไม่เก่งนะคะ แต่อยากร่วมด้วยค่ะวันนี้ คงไม่ว่ากันนะคะ



โดย: KOok_k วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:18:49:18 น.  

 
โห ถึงขนาดนับบรรทัดเลยหรอคะเนี่ย ตอกย้ำให้อายอีกนะคะ

เห็นต่างประเทศใส่โค้ทอยู่บ่อยๆ เหมือนกันค่ะ แต่อยากให้เมืองไทยมีแบบนั้นบ้างอ่ะ ซื้อเสื้อกันหนาวมาไม่เคยใส่เต็มวันเลยค่ะ

ส้มก็เดาเอานะว่าต้องเป็นนุกูลเพราะเป็นคนใกล้ตัวนางเอกที่สุด นางเอกก็ต้องเลือกเอาไว้ก่อนล่ะ


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:22:53:28 น.  

 
กุหลาบแดงปนขาว แปลว่า สองเรารวมกันเป็นหนึ่งเดียวเหรอ
เขินจังค่ะ
แต่ฟังอีกทีจะว่าไปก็คล้ายนิยายกำลังภายในค่ะ รวมเป็นหนึ่่งเีดียว
อีกทีก็คล้ายจะลามกค่ะ แหะๆ พอละไม่จิ้นต่อละ

น่ารักจังค่ะ หนุ่มรุ่นน้อง ฮา สาวเจ้าก็อายุใกล้เคียงกับอ้อนเสียด้วย
ว่าไปนั่น

แจงขา มีต่อใช่ไหม มีต่อใช่ไหม
เลิกกลางคันแบบนี้ไม่ยอมด้วย มาเขียนตอนเฉลยให้ด้วยนะคะ
ว่าใครกันแน่จะเป็นเจ้าของใจหญิงสาวร้านดอกไม้

เห็นด้วยว่าพล็อตเราคล้ายกันเลย หญิงสาว สายฝน บทเพลง อิอิ
แต่ว่าของแจงมีตั้งสอง ได้เปรียบเห็นๆ หวา

แจงขา ว่าจะมาเฉลยเรื่องผู้ชายกลางสายฝน
กับหญิงสาวร้านกาแฟ แต่ว่าเราก็ใช้โทรจิตส่งสารกันไปแล้วเนอะ
แจงเดาเก่งจัง เขินอีกที


โดย: BeCoffee วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:23:52:56 น.  

 
ยังไม่ได้อ่านแต่แอบมาทักทายก่อน
เพราะเน็ตกับคอมฯยังมีปัญหา กลัวเน็ตจะหลุดเสียก่อน

ถึงแม้ว่าน้องสามสาวจะหยุดโครงการณ์ แม่หวังว่า คงกลับมาอีกครั้งนะคะ
แม่ได้เข้ามาในบล๊อกแบบบังเอิญ และได้เข้ามาแจมกับโครงการณ์อย่างคิดไม่ถึงว่าชีวิตนี้จะได้มาเขียนหนังสือค่ะ
ขอบคุณน้องสามสาวที่ ทำให้แม่ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:5:33:21 น.  

 
ตายแล้วๆๆๆ ผิดกติกาจริงๆด้วย ขอโทษทีค่ะ


โดย: KOok_k วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:7:45:14 น.  

 
เรื่องเล่าฉบับยาว และ หนุ่มชวนฝัน

อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนผู้หลงใหลคลั่งไคล้ โอ อนุชิตสุดหัวใจ
นึกไปก็ขำไป .. อะไรหลายอย่างในชีวิตก็เล่นตลกกับเรา
เรื่องหัวใจก็เช่นกัน มันไม่เข้าใครออกใครเลยสักที






โดย: inmemoir วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:11:39:02 น.  

 
โอย...เลือกลำบากแฮะ
แต่โดยมาตรฐานธารเชียร์คุณธวัชชัยล่ะค่ะ
แบบว่า...ไม่ชอบกินเด็ก
แล้วก็คิดว่าอยู่กับคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว น่าจะสบายใจกว่าด้วย

ปล.ธารตอบคอมเมนต์คุณแจงแล้วนะคะ รบกวนกลับไปดูที่หน้าบล็อกธารนะคะ (ไม่กล้ามาตอบแถวนี้ เขิน...น อิอิ)


โดย: ธาร นาวา วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:15:29:41 น.  

 
ดีจ้าน้องแจง ...

อ่ะ พี่ลืมตอบคำถามน้องแจงไปเลยเรื่องของเอ็ดเวิร์ดแห่งทไวไลท์
สาเหตุที่พี่ชอบหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นเพราะคาแรกเตอร์
ของเค้าในหนังสือที่อ่านน่ะจ้ะ อ่านแล้วมันจินตนาการเองได้
แบบว่าเป็นหนุ่มในจินตนาการเลยนะคะ แต่ว่าอาจจะเพี้ยนไปจากที่
เจ้าของงานเขียนด้วยเพราะว่าพี่คิดไปถึงเอ็ดเวิร์ดเวอร์ชั่นแก่กว่าหนังสือ
เค้านิ๊ด และก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะขออ่านซีรีย์ชุดนี้แต่จะไม่ดูหนัง
เพราะว่าเผลอแว๊บไปดูแล้ว ปรากฏว่ามิชอบอย่างแร๊งงงงงงงงงง 555+

สำหรับเบยองจุนนี่พี่เองยังไม่ได้ติดตามงานเค้าเลยคะ เลยมิรู้ว่าถ้าดูแล้ว
จะเกิดอารมณ์ จะอาววววววววววววววว เหมือนน้องแจงหรือเปล่า
และก็เรื่องที่น้องแจงบอกว่าเค้าหล่อมากมายเรื่องนี้ เรื่องไหรหว่าHotelier
อ่ะ พี่ได้ยินชื่อเรือ่งนี้แล้วแต่ก็ลืมจะหามาดูทุกทีสิน่า .. ว่าแล้ว
หามาดูเลยดีกว่า เผื่อว่าจะได้แย่งกับน้องแจงด้วยอ่ะสำหรับเบยองจุนคนนี้ 55



โดย: JewNid วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:16:11:45 น.  

 
แหม คุณแจงขา ผู้ชายกลางสายฝนของแจง
เล่นเอาใจวูบวาบไปหลายช่วงหลายตอนเลยนะคะ
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจัดดอกไม้อยู่ในร้าน
แล้วก็นั่งฝันถึงผู้ชายในฝันในวันที่ฝนตกอากาศเย็น ๆ
คริคริ...งานแจงทำให้คิดไปได้ถึงขนาดนั้นค่ะ

นางเอกเรื่องนี้ท่าทางติดละครงอมแงมเลยนะคะ
(เหมือนคนเขียน อิอิ แอบแซว)

น่าคิดมากนะคะตอนจบ ว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่นหรือเปล่านะ
มีผู้ชายมาบอกรักพร้อมกันถึงสองคนในวันเดียวกันแบบนี้
ถ้าิเกิดขึ้นกับตัวเองคงจะอดถามไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ
มันจะเป็นไปได้ยังไง มาจู่โจมกันกระทันหันทั้งสองคน
แต่คุณแจงทำไว้ได้ค้างคามาก ๆ เลยนะคะเนี่ย หึหึหึหึ
ตั้งใจทรมานคนอ่านเล่น ๆ ใช่ไหมคะ หรือว่าตั้งใจจะมีต่อ
ต่อกับงานครั้งสุดท้ายครั้งหน้าเลยใช่ไหมคะ หัวข้อได้อยู่

ถ้าจะให้เดานะคะแจง แจงต้องชอบคุณวัชแน่ ๆ อยู่แล้วล่ะ
หนุ่มน้อยก็เป็นต้องอกหักไปใช่ไหมคะ อิอิ เฉลยด้วยนะคะ
อยากรู้ว่าใจตรงกันหรือเปล่าน่ะ...

..........

เราผลัดกันชมกันไปกันมาตลอดเลยนะคะเนี่ย แหะ แหะ
ว่าไปแล้วก็เขิน ดีใจที่แจงชอบงานปอยค่ะ ต้องขอบคุณ
คนคิดหัวข้อ ที่ทำให้งานออกมาเป็นแบบนี้มากกว่า อิอิ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:19:30:58 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณแจง ..
ละเลียดไปเรื่อย ๆ เหมือนอ่านนิยายซักเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
ชอบค่ะ เพราะปกติชอบอ่านนวนิยายอยู่แล้ว ..

ถ้าให้เลือกคงเลือกไม่ถูก ก็สวยเลือกได้ 55 ล้อเล่นอ่ะ..
อย่างนี้ต้องถามใจค่ะ ..
เชื่อแน่ว่าได้คำตอบ และถ้าได้คำตอบแล้ว
ก็จงซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเอง
และพร้อมที่จะบอกเพื่อมิตรภาพที่คงอยู่ โดยไม่ทำร้ายใจใครมากไปกว่านี้ค่ะ ..

สองพี

ปล. ไม่อยากให้ปิดโครงการเลย ให้ตายสิ !!


โดย: SongPee วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:20:10:30 น.  

 
สิ่งหนึ่งที่ผมเขียนไม่ได้

คือแนวแบบเจ้าของบ้านครับ

เคยพยายามเขียนดู

มันออกทะเลอาวตังเกี๋ยทุกที

ฮ่ะๆๆ

--------------

ใจหาย ที่โครงการหยุดไปครับ

เพราะจริงๆ เป็นโครงการที่ผมชอบมาก


ไม่อยากให้หยุดไปเลย

แต่ถ้าเจ้าของโครงการทั้งสาม

ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ



ผม อยากจะขออนุญาตเปิดโครงการไส้ติ่งเป็นการแก้ขัดครับ

ชื่อโครงการ "ถนนสายนี้..มีตะพาบ"

ฮ่าๆ


จะเป็นยังไง ยังไม่บัญญัติบล็อกธรรมนูญเลยครับ

แต่จะสร้างกติกาจะต่างจากโครงการแม่นะครับ

แต่มีคนอยากเป็นตะพาบหลายคนอยู่


คงจะพอบรรเทาอาการคันไม้คันมือกันได้บ้างน่ะครับ

-------

ฝันดีครับ.




โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 20 มกราคม 2553 เวลา:2:54:23 น.  

 
และถ้าต่อไป ไม่ว่ากุหลาบของผม
ที่ผมซื้อให้เจ๊จะเป็นสีอะไรก็ตามแต่
ขอให้เจ๊รู้ไว้นะ ว่ามันมีแค่ความหมายเดียว"

ขอเบิ้ลสองชาม มาอ่านอีกรอบค่ะ

มีคนไปโอดโอยที่บ้าน เสียดายโครงการนี้มากมาย
เขาคิดไอเดียสุดเจ๋ง จะตั้งโครงการใหม่
หัวเราะจนน้ำตาเล็ด ชื่อใหม่ของโครงการเหรอคะ

ถนนสายนี้มีตะพาบ 5555
อ้าว...แหงะไปดูข้างบน นี่ยัยเป็ดพีพีกับตาเป็ดสวรรค์
เขาไปแอบปรึกษากันแหงมแหงม
มีฮาละงานนี้ อิ อิ


แอมอร




โดย: peeamp วันที่: 20 มกราคม 2553 เวลา:12:53:26 น.  

 
สวัสดีตอนดึกดื่นครับ

ขอบคุณครับ

ที่อนุญาตและร่วมเป็นตะพาบด้วยกัน

ฮ่ะๆๆ

ไว้ต้องมาชวนแน่นอนครับ..



โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:1:42:24 น.  

 
คุณแจง...เราคำนวณกันแบบง่ายๆ คือ 1 ริงกิต = 10 บาทจ๊ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:10:21:52 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

"ผู้ชายกลางสายฝน" ของบล็อกนี้รู้สึกว่าจะหวานกว่าทุกบล็อกที่ผ่านตาผมมาเลยครับ แล้วนางเอกที่เป็นเจ้าของร้านดกไม้จะเลือกใครดี คงต้องให้ผู้อ่านเป็นคนเดาเอาเองใช่ไหมครับ?

ผมว่า จขบ. เป็นคนที่แต่งเรื่องรักได้หวานดีจังเลยครับ ผมอ่านเรื่องนี้ของคุณแล้วผมคิดถึงคนที่ใช้ชื่อล็อคอินว่า ... "กลิ่นกาแฟ" เขาก็แต่งเรื่องรักได้หวานและน่ารักแบบคุณเหมือนกันครับ

จริง ๆ แล้วจะบอกว่า โครงการถนนมติรภาพ วิ่งออกสายอีสาน ... เฮ้ย ไม่ใช่ครับ .. โครงการถนนนี้มีมิตรภาพ ผมก็เคยได้รับการเชิญชวนจากคุณปอย (ดุ๊บดั๊บ) หลายครั้งแล้วครับ แต่ว่าก็ไม่ได้เขียนสักครั้ง เพราะว่าลืมบ้าง พอถึงเวลากลับวุ่นไม่ได้เขียนบ้าง บางช่วงผมก็ห่างหายจากการอัพบล็อกไปครับ

แต่คราวนี้ผมว่าจะไม่ยอมพลาดแน่ ๆ เพราะว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะปิดโครงการแล้วใช่ไหมครับ? แต่ปัญหาอยู่ที่ผมไม่ถนัดเคยเรื่องรักเลยครับ กลัวว่าเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ออกมาแล้วจะไม่หวานแบบคนอื่นเขาครับ

แต่ผมก็เคยลองเขียนไว้เหมือนกันครับ จะลองเข้าไปอ่านดูก็ได้นะครับ แต่ผมต้องขอออกตัไว้ก่อนนะครับว่าผมไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพแบบคุณนะครับ

เรื่องรักวันวาเลนไทน์ “รักคุณเข้าอีกแล้ว”

ส่วนวันนี้ที่บล็อกของผม ผมเขียนเรื่องละครน้ำเน่าให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ ช่วยไปอ่านแล้วให้คำวิจารณ์ไว้ด้วยนะครับ



แล้วไว้เจอกันในหัวข้อสุดท้าย "วาเลนไทน์ในความทรงจำ" ในวันที่ 1 ก.พ. แน่ ๆ ครับ

ขอบคุณมาก ๆ ครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:12:22:51 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ
อิอิ มีซึ้งไม่สุดด้วย จริงๆแล้วยังไม่มีใครทายถูกเลยครับ
ที่จริงแล้วผู้ชายกลางสายฝนคนนั้นเป็น...

ไม่บอกดีกว่า ปล่อยให้งงกันแบบนี้แหละครับ อิอิ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:0:50:48 น.  

 
โหยยยย
แอบอิจฉาสาววิสานะคะคุณแจง
แหม คนอะไร๊ น่าอจฉาเป็นที่สุด 55

ชอบโอเหมือนกันค่ะ
แล้วก็เพลงนั้นเพลงโปรดนิเลย
ลุ้นแทบแย่แน่ะค่ะ ว่าสุดท้ายจะเป็นใคร

เป็นใครดีเน้อ...



โดย: บุยบุย วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:20:49:26 น.  

 
คุณแจงขา...

แวะมาส่งข่าวค่ะว่า...
"เรื่องสั้น" ของธารคราวนี้มันยาวย้วย
(อาจจะถึง 20 หน้าน่ะค่ะ)
ตอนนี้ธารเพิ่งเขียนได้แค่ครึ่งเรื่องเอง
ไม่ทราบว่าจะเสร็จทันไหม (บางทีอาจจะต้องเลทล่ะค่ะ)
ถ้ายังไง...จะพยายามรีบโม่แล้วกลับมาส่งข่าวนะคะ


โดย: ธาร นาวา วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:21:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.