Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
4 เมษายน 2555
 
All Blogs
 

ปัสสาวะบำบัด



เขียนโดย นางจุฑา ลิ้มสุวัฒน์
นักวิชาการสาธารณสุข

ปัสสาวะบำบัด (Urine Therapy) คือ การใช้ปัสสาวะของตัวเองเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรค โดยไม่ใช้ยาและยังช่วยส่งเสริมสุขภาพด้วย

ประวัติของปัสสาวะบำบัด



ตำราไทยโบราณหลายเล่ม กล่าวถึงการใช้ปัสสาวะรักษาโรค ในพระวินัยปิฎกเขียนไว้ว่า พระภิกษุปฏิบัตินิสสัยสี่ ให้ฉันน้ำมูตรแช่ผลสมอเพื่อแก้โรคต่างๆ เมื่อพันปีก่อนคริสต์ศักราช ในคัมภีร์พระเวทย์ของฮินดู ถือว่าน้ำปัสสาวะเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ดื่มแล้วจะเป็นน้ำอมฤต ในตำราการแพทย์จีน เขียนขึ้นช่วง พ.ศ.586-754 อ้างว่าปัสสาวะเป็นตัวละลายยาสมุนไพร ช่วยทำให้สมุนไพรมีสรรพคุณดียิ่งขึ้น
พ.ศ.600 ปรินุส นักปราชญ์ชาวโรมัน แต่งตำราว่าด้วยปัสสาวะเป็นยารักษาพิษต่างๆ และใช้ประโยชน์ในการฟอกหนัง ย้อมสีผ้า
พ.ศ.1782-1832 ญี่ปุ่นยุคอิมเป็ง ดื่มน้ำปัสสาวะในการรักษาโรค


การศึกษาส่วนประกอบของน้ำปัสสาวะ

ปกติปัสสาวะเป็นกรดอ่อนๆ จะมีสีเหลืองอ่อนๆ ไปจนถึงขาวใส ถ้าปริมาณปัสสาวะน้อย ปัสสาวะก็จะข้นและมีสารในนั้นมากกว่าปัสสาวะใส ขึ้นกับอาหารที่รับประทานและสุขภาพของคนนั้น มีกลิ่นเหมือนแอมโมเนีย อาหารที่รับประทานเข้าไปก็ทำให้มีกลิ่นได้ ปัสสาวะของคนปกติจะมีรสเค็มๆ ถ้าปัสสาวะเข้มมากอาจมีรสขมนิดๆ ซึ่งสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปยังมีผลต่อสีและรสของปัสสาวะด้วย ในคนที่เป็นโรคดีซ่านปัสสาวะจะมีสีเหลืองขมิ้นกระทั่งเป็นสีน้ำตาล คนที่เป็นโรคไตหรือทางเดินปัสสาวะก็อาจขุ่นหรือเป็นสีแดงถ้ามีเม็ดเลือดแดงออกมากับปัสสาวะด้วย

จากการวิจัยของ ดร.ฟารอน นักชีวเคมี พบสารต่างๆ ในปัสสาวะ 95% เป็นน้ำ 2.5% เป็น urea และ 2.5% เป็นสารอื่นๆ เป็นส่วนผสมของเกลือแร่ เกลือ ฮอร์โมน เอ็นไซม์ และภูมิคุ้มกัน ซึ่งแยกตามส่วนประกอบ ในน้ำปัสสาวะ 100 cc. มี
Urea nitrogen 682 ม.ก.
Urea 1,459 ม.ก.
Creatinine nitrogen 36 ม.ก.
Creatinine 97.20 ม.ก.
Uric acid nitrogen 12.30 ม.ก.
Uric acid 36.90 ม.ก.
Amino nitrogen 9.70 ม.ก.
Ammonia nitrogen 57 ม.ก.
Sodium 212 ม.ก.
Potassium 137 ม.ก.
Calcium 19.50 ม.ก.
Magnesium 11.30 ม.ก.
Chloride 314 ม.ก.
Total sulphate 91 ม.ก.
Inorganic sulphate 83 ม.ก.
Inorganic phosphate127 ม.ก.

ที่น่าสนใจในปัสสาวะมีสารอื่นๆ ได้แก่ เอนไซม์: Amylase (diastase), Lactic dehydrogenase (LDH), Leucine amino-peptidase (LAP) และ Urokinase (ใช้ละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตันเฉียบพลัน) ฮอร์โมน: Catecholamines, 17–Catecholamine, Hydroxy–steroids, Erythropoietin, Adenylate cyclase, Prostaglandins, Growth hormones, ฮอร์โมนเพศ, อินซูลิน ฯลฯ

แต่นักวิจัยเชื่อว่ายังมีสารที่เรายังไม่รู้จักอีกมากในปัสสาวะ

การรักษาโรค

ดร.อัสเบิร์ต เซนต์ กีออร์กี นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลทดลองใช้สาร methyl gloxal ซึ่งพบในปัสสาวะรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและได้ผลเป็นที่น่าพอใจในหลายราย

สารต่างๆ เหล่านี้แม้จะมีปริมาณน้อยในปัสสาวะแต่พบว่าอยู่ในรูปแบบที่มีศักยภาพสูง เมื่อดื่มเข้าไปจะซึมผ่านเยื่อบุกระเพาะอย่างรวดเร็วและเกิดผลต่อร่างกาย
งานวิจัยชิ้นใหญ่ของ นพ.ธรรมาธิกรี รัฐมหาราษฎร์ ประเทศอินเดียได้ทดลองให้ผู้ป่วยจำนวน 200 คน ดื่มน้ำปัสสาวะของตนเองและติดตามผลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้ข้อสรุปดังนี้

1. เมื่อดื่มน้ำปัสสาวะช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น และอัตราเผาผลาญในร่างกายสูงขึ้น

2. การดื่มน้ำปัสสาวะจะช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น ในผู้ป่วยทุกราย และปริมาณฮีโมโกลบินในเลือดก็สูงขี้นด้วย เขาเชื่อว่าข้อสรุป 2 ประการนี้สำคัญมาก ช่วยให้เกิดการบำบัดรักษาโรคและอาการเจ็บป่วยได้หลายกรณี ด้วยกลไกของเอนไซม์ ฮอร์โมนและเกลือแร่และช่วยให้ภูมิต้านทานดีขึ้นอีกด้วย

การวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาว Australia 2 คน พบว่า เมื่อดื่มปัสสาวะจะทำให้มีสมาธิ จิตใจสดชื่นอารมณ์ดีขึ้น แจ่มใสเพราะในปัสสาวะมีฮอร์โมน ชื่อ Melatonin ซึ่งพบในปัสสาวะตอนเช้า

ในงานวิจัยค้นพบว่าปัสสาวะของแต่ละคนจะมีผลต่อการทำงานในร่างกายของแต่ละคน โดยจะทำหน้าที่เป็นวัคซีนธรรมชาติ เป็นตัวต่อต้านแบคทีเรียและไวรัส ต่อต้านสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดความสมดุลกับฮอร์โมนและช่วยเรื่องภูมิแพ้ (ปัสสาวะทำหน้าที่เป็น natural vaccine, antibacterial, antiviral, anti-cancer agents, hormone balance, allergy relievers)


วิธีการใช้ปัสสาวะบำบัด มี 2 แบบ คือ

1. แบบใช้ภายใน

ดื่ม ดื่มปัสสาวะตอนเช้า ช่วงกลางของปัสสาวะ โดยเริ่มต้นจาก 5-10 หยด ก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มจนถึง 1 แก้ว ประมาณ 100 cc. มีประโยชน์ในการรักษาโรคทั่วไป

ล้างพิษ ดื่มปัสสาวะตลอดทั้งวัน (ยกเว้นตอนเย็น) และดื่มน้ำสะอาดด้วย เป็นการล้างพิษออกจากร่างกาย โดยทำให้เลือดสะอาดขึ้น พิษจะถูกกำจัดออกจากร่างกายทางอุจจาระ เหงื่อ และทางหายใจ

กลั้วคอ เมื่อมีอาการเจ็บคอ ปวดฟัน และเมื่อมีอาการไอเป็นหวัด

สวนทวาร (Detoxification) โดยการสวนปัสสาวะเข้าไปในทวาร เพื่อล้างลำไส้และเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย หยอดหู, ตา เมื่อมีอาการหูและตา
อักเสบ โดยการใช้ปัสสาวะผสมกับน้ำสุกที่สะอาดหยอดหูและตา

สูดเข้าจมูก สูดเอาปัสสาวะสดๆ ตอนเช้าเข้าจมูกทั้งสองข้าง เพื่อล้างโพรงจมูก สำหรับคนที่เป็นไซนัส เป็นหวัด ภูมิแพ้ (น้ำมูกไหลเป็นประจำ)

2. แบบใช้ภายนอก

ทาและนวดผิวหนัง โดยการนวดร่างกายทั้งหมดหรือบางส่วนทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออก จะช่วยรักษาโรคผิวหนังได้หรือผิวหนังที่โดนแดดเผา
ล้างเท้า กรณีมีปัญหาที่ผิวหนังและเล็บเท้า

สระผม ช่วยทำให้ผมสะอาด นุ่มสลวย และทำให้ผมดกขึ้น

ปัสสาวะสามารถรักษาอาการปวดหลัง แผล แผลไฟไหม้ ภูมิแพ้ หืดหอบ ไมเกรน มะเร็ง ผิวหนังผื่นแพ้ กามโรค ปวดตามข้อ โรคเก๊าส์ ท้องผูก มาลาเรีย หวัด ตับอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง ความดันโลหิตสูง ฯลฯ

การประเมิน

1. ด้านความปลอดภัย (Safety) นักวิจัยเชื่อว่าปัสสาวะโดยธรรมชาติเป็นน้ำสะอาดปราศจากเชื้อ และมีสารประกอบพิเศษมากมายที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่เคยมีรายงานว่าคนดื่มน้ำปัสสาวะแล้วตาย และการดื่มน้ำปัสสาวะไม่มีผลข้างเคียง

2. ด้านประสิทธิผล (Efficacy) โรคที่ได้ผลดีจากปัสสาวะบำบัด

- โรคหอบหืดและภูมิแพ้
- ท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ
- พวกบิดเรื้อรังจากเชื้ออมีบา
- โรคมะเร็งบางรายขึ้นกับระยะของโรค
- โรคทั่วไป เช่นโรคผิวหนัง, โรคหวัด, ไอเรื้อรัง, หลอดลมอักเสบ, ไข้จากเชื้อไวรัส และแเบคทีเรีย


ตัวอย่างผู้ป่วยใช้ปัสสาวะบำบัด

ผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุ 40 ปี ป่วยเป็นหอบหืดมาตั้งแต่เด็ก แพทย์แนะนำให้ใช้ปัสสาวะบำบัด และผู้ป่วยรายนี้ได้กินอาหารแบบธรรมชาติบำบัดร่วมด้วย ผู้ป่วยรายนี้หายจากการเป็นหอบหืดในเวลา 10 เดือน

ผู้ป่วยรายที่สอง เป็นชายป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน เขาได้ใช้ปัสสาวะบำบัดอาการเริ่มดีขึ้นใน 6 สัปดาห์ และหายดีในระยะเวลา 4 เดือน

ผู้ป่วยรายที่สาม มาร์ธา คริสตี้ เธอป่วยเป็นเวลานานด้วยการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นแผลในลำไส้ใหญ่ อ่อนเพลีย เรื้อรัง โรค Hashimoto’s และ โรค Mononucleosis ติดเชื้อในไตเรื้อรัง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นเชื้อราในช่องคลอด มีเนื้อเยื่อมดลูกเจริญผิดที่ มีภาวะต่อมหมวกไตทำงานน้อยกว่าปกติ หูชั้นกลางและไซนัสอักเสบ และยังแพ้อาหารและสารเคมีอีกหลายอย่าง ซึ่งอาการป่วยของเธอที่เล่ามานี้ยังไม่ได้ครึ่งของโรคต่างๆที่เธอเป็น มาร์ธาได้รับการรักษาและผ่าตัดหลายครั้งหมดค่ารักษาทั้งสิ้นนับแสนดอลลาร์ แต่อาการป่วยของเธอก็คงเดิม

วันหนึ่งสามีของเธอซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่งที่เขียนเกี่ยวกับวิธีรักษาทางธรรมชาติที่แปลกประหลาดและเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งมีคนที่รักษาแล้วหายเธอเริ่มทดลองรักษาตัวเองในวันแรกนั้น อาการท้องผูกเรื้อรังและอาการปวดท้องรุนแรงและปวดในอุ้งเชิงกรานก็หายไป ต่อมาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบการติดเชื้อราทั้งภายนอกและภายในก็ค่อยๆหายไป ภาวะแพ้อาหาร อาการเหนื่อยง่าย และอาการทางลำไส้ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังการรักษาตนเองอยู่ 2-3 เดือน การเจ็บคอบ่อยๆ และเป็นหวัดง่ายก็เริ่มดีขึ้น เส้นผมที่หลุดร่วงเป็นกำๆ ภายหลังจากการผ่าตัดครั้งที่ห้าของเธอก็เริ่มจะมีเส้นผมที่งอกใหม่จนเธอมีเส้นผมที่ดกและเงางามอีกครั้งหนึ่ง น้ำหนักเพิ่มขึ้นจนเข้าสู่ภาวะปกติมีเรี่ยวแรง ซึ่งโรคที่รุมเร้าเธอมา 30 ปี ก็หายไปหมดสิ้น
วิธีรักษาที่แปลกประหลาดซึ่งเธอทำอยู่ก็คือการดื่มน้ำปัสสาวะ มาร์ธาได้เขียนคำอธิบายไว้ในหนังสือ “Your Own Perfect Medicine”และสอนผู้อื่นให้บำบัดโรคด้วยปัสสาวะ

3. ด้านความสมประโยชน์ (Cost – effectiveness) จากการศึกษาทางวิชาการพบว่าปัสสาวะบำบัดให้ประโยชน์แก่ผู้รับการบำบัดซึ่งไม่มีผลเสีย และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ การใช้ประโยชน์ในประเทศต่างๆ ประวัติของปัสสาวะมีมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ซึ่งมีชาวกรีกบางคนใช้ปัสสาวะเพื่อบำบัดรักษานางแบบโดยเฉพาะ แพทย์อังกฤษชื่อแซลมอนได้พิมพ์ตำราแพทย์ในปี ศ.ศ.1695 เรื่อง Salmon’s English Physician ระบุถึงการใช้ปัสสาวะเพื่อรักษาแผลและรักษาอาการป่วยอย่างอื่นๆ อีกมากมาย และเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว ที่ชาวยิปซีในยุโรป ทราบถึงคุณสมบัติของปัสสาวะในการรักษาโรค และยังมีโยคีและพระลามะในธิเบตต่างก็มีอายุยืนยาวเพราะดื่มปัสสาวะของตัวเอง

จอห์น ดับบลิว อาร์มสตรอง เป็นชาวอังกฤษซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนปัสสาวะบำบัด เขาเขียนหนังสือเรื่อง The Water of Life: A Treatise On urine Therapy หรือน้ำแห่งชีวิต ในหนังสือนี้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน วัณโรค โรคเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ โรคไบรท์ มีปัญหาที่กระเพาะปัสสาวะ มาลาเรีย ไข้ แผล แผลไฟลวก โรคเกี่ยวกับหลอดลม และ โรคอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งรักษาให้หายได้ด้วยการอดอาหารหลังดื่มปัสสาวะ ระหว่างการอดอาหารนั้น การดื่มปัสสาวะจะช่วยเสริมสร้างและปรับสภาพอวัยวะที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งลำไส้ ปัสสาวะบำบัดใช้รักษาทุกโรคด้วยวิธีการอย่างเดียวกันหมด

หลักฐานในเอนซัยโคลพีเดียของเยอรมัน (Johann Heinrich Zedler’s Grossen Vollst Indigen Universallexikon, ค.ศ.1747) ซึ่งบอกว่าในน้ำปัสสาวะของทั้งคนและสัตว์มีสารที่มีประโยชน์หลายชนิด ปัสสาวะของคนมีผลเสริมสร้างความแข็งแรงและรักษาโรค ปัจจุบันมีหนังสือที่เขียนและตีพิมพ์ในเยอรมัน ซึ่งเขียนโดย นักบำบัดบ้าง แพทย์บ้าง ที่กล่าวถึงข้อดีของปัสสาวะบำบัด

มีการประชุม The First World Conference on Urine Therapy เมื่อ ค.ศ.1996 ที่อินเดีย และใน 3 ปีต่อมา มีการประชุม The Second World Conference on Urine Therapy ที่เยอรมัน ใน ค.ศ.1999 การประชุมทั้ง 2 ครั้ง มีทั้งนักวิทยาศาสตร์และแพทย์เข้าร่วมประชุม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ศาสตร์โบราณที่เกือบถูกลืมเลือนไปได้กลับมาเป็นที่สนใจของวงการสุขภาพระดับโลกอีกครั้งหนึ่ง

การแพทย์ตะวันออกหลายชาติใช้น้ำปัสสาวะเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรค การแพทย์แผนจีนเชื่อว่าน้ำปัสสาวะของเด็กทารกเป็นยาบำรุงอย่างดีสำหรับคนผอมแห้งแรงน้อยเป็นตาลขโมย การแพทย์แผนไทยใช้น้ำปัสสาวะเป็นกระสายยาดองเภสัชสมุนไพรหลายชนิด อินเดียนิยมการดื่มน้ำปัสสาวะทั้งส่งเสริมสุขภาพและรักษาโรค ซึ่งวิชาโยคะมีกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพกระบวนการหนึ่งเรียกว่า อมาโรลิ ซึ่งมีขั้นตอนการปฎิบัติอันละเอียดรอบคอบ เพื่อล้างพิษ เป็นการรักษาโรคและเสริมสุขภาพได้อีกด้วย มักจะทำร่วมไปกับการอดเพื่อสุขภาพ สำหรับประเทศญี่ปุ่นมี น.พ.เรียวอิจิ นากาโอะ เป็นบุคคลสำคัญในการริเริ่มเผยแพร่ให้คนดื่มปัสสาวะในประเทศญี่ปุ่น ผลงานที่สำคัญคือช่วยชุบชีวิตของคนป่วยที่กำลังตกอยู่ในความทุกข์และสิ้นหวัง ได้พ้นทุกข์พบความสุขโดยไม่ต้องเสียเงินในการรักษา คือ การใช้ปัสสาวะบำบัด

สถานภาพในประเทศไทย

โดยทั่วไปยังไม่เป็นที่ยอมรับจะมีการใช้ปัสสาวะบำบัดเฉพาะในกลุ่มคนที่เชื่อเรื่องนี้เท่านั้น มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้

แนวทางการศึกษา
ศึกษาค้นคว้าข้อมูลในการบำบัดผู้ป่วยโดยปัสสาวะบำบัด หากลุ่มหรือสถาบันที่รักษาโดยใช้ปัสสาวะบำบัด และ วาง แนวทางการวิจัย

แนวทางการพัฒนา
งานวิจัยระยะที่ 1 ศึกษากลุ่มเป้าหมาย (ใช้ปัสสาวะบำบัด) เป็นการศึกษาขั้นต้นโดยวางแนวทางการศึกษาดังนี้ แบ่งคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเป็นโรค (ยังไม่จำกัดโรค) และ กลุ่มคนปกติ ศึกษาโดยทำแบบสอบถามด้านความเชื่อเกี่ยวกับปัสสาวะบำบัด สาเหตุที่เลือกใช้และ ผลที่ได้รับหลังการใช้ สรุปผลงานที่ได้เป็นงานวิจัย

งานวิจัยระยะที่ 2 (อาจต้องดำเนินการในปีต่อๆไป) โดยนำผลที่ได้จากงานวิจัยระยะที่ 1 คัดเลือกโรคที่รักษาโดยปัสสาวะบำบัดแล้วได้ผลดีมาศึกษาต่อ โดยมีแนวทาง คือ
1. ติดตามอาการหลังการใช้ปัสสาวะบำบัด
2. ใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมด้วยหรือไม่
โดยติดตามผลเป็นรายเดือน ทั้งนี้อาจมีกลุ่ม Control ที่ใช้ปัสสาวะบำบัดแต่ไม่รักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบัน กับ กลุ่มที่ใช้ปัสสาวะบำบัด ร่วมกับ การรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันเปรียบเทียบกัน และ สรุปผลงานที่ได้เป็นงานวิจัยระยะที่ 2

งานวิจัยระยะที่ 3 ต่อเนื่องจากงานวิจัยระยะที่ 2
หากปัสสาวะบำบัดรักษาโรคได้ดีจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ก็ดำเนินการปรึกษานักวิจัยด้านเคมี เภสัชศาสตร์ มาร่วมงานวิจัยต่อเนื่องว่ามีสารใดในปัสสาวะที่ช่วยรักษาโรคนั้นได้และอาจนำมาผลิตยาได้
แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค จากผลสรุปของการวิจัยและได้ผลในการบำบัดแล้ว ในการเผยแพร่ให้ประชาชนให้ทราบควรให้ประชาชนได้ทราบรายละเอียดในการดื่มปัสสาวะบำบัด จำนวนขนาดที่ใช้ ปริมาณ การใช้มากหรือน้อย จะมีผลอย่างไรต่อสุขภาพของผู้ใช้น้ำปัสสาวะบำบัด

เอกสารอ้างอิง
1. สุวิชญ์ ปรัชญาปารมิตา, การแพทย์นอกระบบ 177 ทางเลือกไปสู่สุขภาพ(กรุงเทพ:หจก.ภาพพิมพ์,2541) หน้า 179-182.
2. บรรจบ ชุณสวัสดิกุล, วิทยาศาสตร์ว่าด้วยน้ำปัสสาวะบำบัดโรค(กรุงเทพ:สำนักพิมพ์รวมทรรศน์, 2546) หน้า 12-14,18, 34-37,40,60-62,69-71.
3. บัวใต้น้ำ, ท้าพิสูจน์ดื่มปัสสาวะรักษาโรค ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (กรุงเทพ : สำนักพิมพ์สุขภาพใจ) หน้า18-19
4. //go.to/cool-health
5. //skepdic.com/urine.html
6. //shirleys-wellness-caf?.com
7. //healthlibrary.com
8. //paraisodelasalud.org

ความเชื่อที่ยังหาข้อยุติไม่ได้

เฉกเช่น กระแสนิยมในเรื่องชีวจิต และพลังจักรวาลที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา การดื่มน้ำปัสสาวะเพื่อสุขภาพ (ปัสสาวะบำบัด) ก็ยังเป็นเรื่องที่โต้เถียงขัดแย้งไม่มีข้อยุติ ในที่นี้ขอนำทัศนะของ ๒ ฝ่าย มาสรุปเปรียบเทียบให้เห็น

ฝ่ายที่เชื่อในเรื่องนี้ มีข้อสรุปดังต่อไปนี้
๑. น้ำปัสสาวะเป็นของสะอาด มีสารประกอบนับร้อยชนิด ทั้งเกลือแร่ ฮอร์โมน เอนไซม์ สารต้านทานโรค (เช่น อินเตอร์เฟรอน) ที่กลั่นมาจากเลือด จึงไม่มีพิษต่อร่างกาย สามารถใช้ดื่ม หยอดตา หยอดจมูก บ้วนปาก ทานวด รักษาโรคได้แทบทุกระบบ รวมทั้งเป็นยาอายุวัฒนะ ใช้บำรุงสุขภาพของคนปกติทั่วไ

๒. มีความเชื่อและสมมุติฐานว่า น้ำปัสสาวะมีสารต่างๆ ที่สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ แม้ว่าสารเหล่านี้จะมีเจือจาง แต่ดื่มเข้าไปแล้วจะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการปรับดุลจนสามารถเยียวยารักษาโรคที่มีอยู่ในร่างกายได้

๓. มีตัวอย่างของคนไข้มากมายที่หายจากโรคต่างๆ ยืนยันถึงประสิทธิผลของน้ำปัสสาวะให้เห็นจริงๆ

๔. น้ำปัสสาวะเป็นยาราคาถูกที่สุดในโลก (ไม่ต้องซื้อต้องหา) ผู้คนสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย ไม่ต้องให้หมอสั่ง หรือ ตรวจรักษา จึงเป็นวิธีการที่ช่วยให้ประชาชนพึ่งตนเองได้อย่างเต็มที่

๕. ทราบดีว่า มีข้ออ่อน คือ ยังขาดการทดลองวิจัยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ในการยืนยันผลดีของปัสสาวะบำบัด จึงมีความพยายามจะหาทางพิสูจน์ในเรื่องนี้ต่อไป โดยหลายประเทศได้มีการตั้งศูนย์วิจัยในเรื่องนี้กันแล้ว

ส่วนฝ่ายที่ยังไม่เชื่อ หรือ มีความกังขาในเรื่องนี้ ก็มีข้อสรุปได้ดังนี้

๑. ยอมรับว่าน้ำปัสสาวะของคนปกติทั่วไป มีสารต่างๆ ที่ออกมาจากเลือด ไม่มีเชื้อโรคเจือปน (ซึ่งแตกต่างจากอุจจาระที่มีเชื้อโรคอยู่มากมาย) ยกเว้นในรายที่มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ก็จะมีเชื้อโรคอยู่ ดังนั้น การดื่มน้ำปัสสาวะของคนปกติทั่วไปจึงไม่มีอันตรายต่อร่างกาย (หากไม่รู้สึกรังเกียจว่าเป็นสิ่งขับถ่าย)

๒. แต่สารต่างๆ ในน้ำปัสสาวะ แม้แต่สารต้านทานโรค (เช่น อินเตอร์เฟรอน ดังที่กล่าวอ้าง) นั้น ก็มีปริมาณที่เจือจางมาก ยังน้อยกว่าที่มีอยู่ในเลือด ดังนั้นการดื่มน้ำปัสสาวะกลับเข้าไปในร่างกาย จึงไม่น่าจะมีผลต่อการบำบัดรักษาโรค ส่วนความเชื่อ หรือ สมมติฐานที่นักปัสสาวะบำบัดสันนิษฐานกันนั้น ยังเป็นเพียงความเชื่อยังไม่สามารถพิสูจน์ว่าเป็นความจริง

๓. ตัวอย่างคนไข้ที่เล่าขานกันนั้นอาจหายจากโรคจริง แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอเพียงที่จะบอกว่า หาย เพราะผลของการบำบัดด้วยน้ำปัสสาวะ
การหายของโรค หรือ ความรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นนั้น อาจเป็นผลมาจากจิตใจ (พลังจิต) ซึ่งวงการแพทย์ ยอมรับว่าเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพอยู่ไม่น้อย พลังจิตนั้นอาจมาจากการฝึกสมาธิ การมองในเชิงบวก การปลุกเร้าจิตใจตัวเอง ความศรัทธาต่อวิธีการ (พิธีกรรม) อะไรบางอย่าง

วงการแพทย์มีคำว่า ”ผลยาหลอก” (placebo effect) ซึ่งหมายถึง การให้คนไข้กินยาหลอกๆ แต่ถ้าเชื่อว่าเป็นยาจริงๆ ก็ทำให้เกิดพลังจิตกล้าแข็ง ทำให้โรคทุเลา หรือ หายได้

นอกจากนี้คนไข้บางคนอาจมีการรักษา โดยวิธีอื่นร่วมกันไป การหายของโรคจึงบอกไม่ได้ชัดว่ามาจากปัสสาวะบำบัด โดยตรงเพียงอย่างเดียว
กลุ่มคนที่มีจิตใจแก่กล้าถึงขั้นลงมือดื่มปัสสาวะ (ที่คนทั่วไปขยะแขยง) ได้นั้น ย่อมเป็นผู้ที่มีความสำนึกในเรื่องสุขภาพสูง มักมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐาน เช่น ออกกำลังกาย ทำสมาธิ กินอาหารสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เที่ยวกลางคืน ฯลฯ จึงเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีเป็นทุนเดิม การที่ดื่มน้ำปัสสาวะแล้วรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น อาจเป็นเพียงอุปาทานเท่านั้นเอง

๔. หนทางที่จะทำให้เกิดการยอมรับในเรื่องปัสสาวะบำบัด (รวมทั้งการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ ) นั้น อยู่ที่ต้องหาทางพิสูจน์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ตามแบบการทดลองยาของแพทย์แผนปัจจุบัน มิใช่พิจารณาจากกรณีคนไข้เฉพาะรายเพียงไม่กี่คน

ซึ่งเรื่องนี้คงต้องอาศัยนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจ ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยจนพิสูจน์ให้ได้ชัดเจน บางครั้งคำตอบอาจบอกว่า ปัสสาวะบำบัดมีประโยชน์ในบางแง่มุม และความเชื่อในบางด้านก็อาจเป็นความเท็จก็ได้

ทิ้งท้ายให้คิด

เรื่องนี้ก็เฉกเช่น เรื่องชีวจิต พลังจักรวาล และการแพทย์ทางเลือกต่างๆ ที่ต้องอาศัยการไตร่ตรองอย่างมีวิจารณญาณ ต้องใช้หลักกาลามสูตร (ที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ) จนกว่าจะมีการพิสูจน์ยืนยันจากข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
การดูแลสุขภาพในคนปกติทั่วไป ยังต้องอาศัยพฤติกรรมสุขภาพหลายๆ ด้านประกอบกัน มิใช่ พึ่งพาวิธีการอันใดอันหนึ่งเพียงอย่างเดียว.

ที่มา หนังสือพิมพ์สารอโศก อันดับที่ 231ฉบับ เดือนธันวาคม 2543




 

Create Date : 04 เมษายน 2555
21 comments
Last Update : 4 เมษายน 2555 9:00:59 น.
Counter : 1542 Pageviews.

 


จองเจิมมม

 

โดย: pantawan 4 เมษายน 2555 9:12:09 น.  

 

สวัสดีครับพี่ต้อย


 

โดย: กะว่าก๋า 4 เมษายน 2555 9:26:10 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ต้อย
สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างคะ หายไปหลายวัน
เคยได้ยินมาเหมือนกัน เรื่องปัสสาวะบำบัด
แต่ยังไม่มีใครวิจัยจริงจัง คงหาสุ่มตัวอย่างยาก
เพราะคนยังคิดว่าเป็นของสกปรก

อย่าบอกนะว่าพี่ก็ใช้วิธีนี้ด้วย อิอิ
ยกมาฝากค่ะ

 

โดย: pantawan 4 เมษายน 2555 9:26:51 น.  

 



สวัสดีค่ะพี่ต้อย ...สบายดีนะคะ

เคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันค่ะ
เค้าว่า ...ได้ผลดีมากกก ..แต่ยังไม่เคยลองง่ะ
ขอให้สุขภาพแข็งแรงเร็วนะคะ ...

 

โดย: ~anrin~ 4 เมษายน 2555 9:43:33 น.  

 

นิทฺทาสิลี สภาสิลี อนุฏฺฐาตา จ โย นโร
อลโส โกธปญฺญาโณ ตํ ปราภวโต มุขํ

คนใดชอบนอน ชอบมั่วสุม ไม่เอางาน เกียจคร้าน
เอาแต่โกรธ งุ่นง่าน นั่นคือปากทางของความเสื่อม

ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วยความขยันหมั่นเพียร ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 4 เมษายน 2555 9:48:29 น.  

 

แวะมาสวัสดีและเยี่ยมเยียนพี่ต้อยค่ะ

สบายดีนะคะ

 

โดย: กรุ๊ปบีราศีสิงห์ 4 เมษายน 2555 9:49:20 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ต้อย กิ่งเพิ่งเลิกสอนพิเศษเดี๋ยวนี้เองค่ะ
พี่ต้อยดีขึ้นแล้วนะคะหลังจากรับคีโมแล้ว วันนี้กิ่งมาอ่านเรื่องของปัสสาวะบำบัดเคยอ่านมาบ้างแล้วค่ะแต่ก็ยังไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ค่ะ แหะ แหะ

ขอให้พี่ต้อยมีสุขภาพแข็งแรงมากๆนะคะ




More Flowers Comments

 

โดย: กิ่งฟ้า 4 เมษายน 2555 15:34:37 น.  

 

หวัดดีค่าพี่ต้อย
น้องรินเคยอ่านเหมือนกันค่ะว่า ปัสสาวะรักษาโรคได้
อย่างนี้ถึงเรียกว่าปัสสาวะบำบัดนั่นเอง

ถูกใจใช่เลยข้อความนี้
พี่ต้อยเป็นอย่างไรบ้างคะ
สบายดีหรือป่าว

ด้วยความเป็นห่วง
รักษาสุขภาพด้วยเน้อ


 

โดย: Rinsa Yoyolive 4 เมษายน 2555 15:35:56 น.  

 




More Hello Comments

------------------------
ดีใจจังวันนี้อ่างทองฝนตกได้คลายร้อนบ้างแล้ว แวะมาทักทายยามบ่ายแก่ๆ ขอให้พี่ต้อย มีความสุขมากๆค่ะ

 

โดย: เกศสุริยง 4 เมษายน 2555 16:38:01 น.  

 

แวะมาทักทายพี่ต้อยด้วยความคิดถึงค่ะ
ตามมาอ่ายเรื่องปัสสาวะบำบัด ข้อมูลน่าสนใจมาก เอิงไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เลย

ยังส่งกำลังใจให้ต่อไปในการรับคีโม การพักฟื้นรักษาตัว
ขอให้พี่ต้อยได้พักผ่อนเยอะๆ มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมรับการรักษาครั้งต่อไป
เอาใจช่วยเสมอค่ะ

 

โดย: diamondsky 4 เมษายน 2555 18:00:36 น.  

 

สุขใดเล่าจะสุขเท่าเราไม่ป่วยไข้นะครับคุณต้อย
ช่วงนี้ฝนตกดูแลสุขภาพด้วยนะครับ

 

โดย: Don't try this at home. 4 เมษายน 2555 21:06:31 น.  

 


หัวใจนับเป็นก้อนเนื้อเล็กๆ นั้น บางทีกลับบรรทุกสิ่งต่างๆ ไว้จนเพียบแปล้ แต่เพราะมันมีที่อยู่ ที่ซุกซ่อน เพราะฉะนั้นกว่าจะรู้ถึงความอักเสบ ก็ช้านาน

๐๐๐กฤษณา อโศกสิน๐๐๐

ฝันดี...ราตรีสวัสดิ์ครับ

 

โดย: พันคม 4 เมษายน 2555 22:11:12 น.  

 

ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่ต้อย

 

โดย: เศษเสี้ยว 5 เมษายน 2555 1:14:52 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ต้อย ผมหยุดพักบล็อกหลายวัน แวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้างนะคร๊าบ สุขสันต์วันสงกรานต์ล่วงหน้าครับพี่ สุขภาพแข็งแรงนะครับพี่ต้อย

 

โดย: ปลายแป้นพิมพ์ 5 เมษายน 2555 9:37:30 น.  

 

ยิ้มสวัสดีวันที่แจ่มใสค่ะพี่ต้อย..

ขอบคุณข้อมูลดีๆนะคะพี่ต้อย

วันนี้ฟ้ามาเสริมกำลังใจ...เพื่อให้พร้อมที่จะทำงานต่อไปด้วยความกระตือรือร้น
อย่าสิ้นหวัง..อย่าท้อแท้..อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตา
ฟ้าส่งยิ้มหวานมาให้…เป็นกำลังใจที่ดีต่อกันไว้ นะคะ

“เมื่อสายลมแสงแดดไล้ลูบกายมิตร
โปรดได้คิดชีวิตนี้ยังมีหวัง
สุขทุกข์โศกบนโลกนี้มิจีรัง
ตั้งหน้ายังทำแต่ดีนี้แน่นอน”

มีความสุขในความหวังและพลังศรัทธาของตน..ในทุกยามวันกันด้วยนะคะ



 

โดย: พิรุณร่ำ 5 เมษายน 2555 10:02:44 น.  

 

จะใช้ได้จริงหรือครับพี่

 

โดย: panwat 5 เมษายน 2555 10:22:25 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ต้อย
กลับจากงานบวชหลานชายแล้วค่ะ
มาเยี่ยมพี่ต้อยพร้อมกับฝนพรำเลยค่ะ
พี่ต้อยสบายดีนะคะ
ขอให้แข็งแรงนะคะ
คิดถึงเสมอค่ะ

 

โดย: เนินน้ำ 5 เมษายน 2555 10:22:29 น.  

 



สวัสดีตอนบ่ายค่ะ คุณต้อย
แม่หมูมีน้ำแครอทมาฝากนะคะ
คิดถึงและเป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ

 

โดย: jamaica 5 เมษายน 2555 16:40:20 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะคุณต้อย

เรื่องปัสสาวะบำบัดป้าเคยฟังมาบ้างเหมือนกันค่ะ

 

โดย: ร่มไม้เย็น 5 เมษายน 2555 19:39:49 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ต้อย วันนี้ถึงวันหมอนัดตรวจอีกแล้วค่ะ
หมอบอกผลการตรวจปัสสาวะด้วย

หมอ: ผลการตรวจปัสสาวะของคุณ ได้ผลดีมาก
ไม่มีมะเร็ง เนื้องอก โรคร้ายใดๆเลยครับ ส่วนอาการความดัน
เริ่มดีขึ้น อย่าคิดว่าอายุน้อยอยู่ไม่น่าเป็นอะไรนะครับ หมอเจอมา
มากแล้วแค่20ยังช็อกได้ เราไม่ถือเป็นโรคร้ายแรงนะครับ
แต่เป็นโรคฮิตโรคหนึ่งของคนเมืองครับ
มี่: เอ่อ ค่ะๆ แล้วมี่เป็นอะไรคะ
หมอ: เป็นอาการหนึ่งของคนเมืองในปัจจุบันครับ มักเล่นเน็ทจนตะวันขึ้น แล้วก็แกล้งงีบสัก10 นาที จึงไปทำงาน เรายังไม่มีชื่อเฉพาะให้โรค แต่จะเพิ่มยาจาก05ไป50เลยแล้วกันเมื่อคุณไม่มีอาการแพ้ยา จะช่วยให้ดีขึ้นครับ
มี่ เอ่อ ค่ะๆ(หมอๆวางยาหรือเปล่านะ”แค่ถามในใจ”)
สรุปได้ยามาถุงใหญ่เลยค่ะ หมอนัดอีก10 อาทิตย์มาดูอีกที อะไรก็ดีนอกจากยาหมอ เหมือนยาสั่งค่ะ กินเข้าไปง่วงทันทีสิน่า มิน่าห้ามดื่มชา กาแฟเพียวๆแบบเดิมอีกเลย เฮ้อ



ท่ามคืนวันราบเรียบสงบเงียบฝัน
สรรพสิ่งอันละเอียดอ่อนตอนนอนข่ม
เปลื้องภวังค์วางนิ่งกลับยิ่งจม
ทุกอารมณ์คล้ายถูกคอยผูกคิด

เพียงไหวสู่ห้วงใจเคลิ้มใคร่สอน
ไร้ซึ่งความก่อนหลังคอยยั้งสิทธิ์
ร่วงสู่กิเลสเข้าเขตใกล้เนตรชิด
มีแต่ฤทธิ์ปรารถนาเข้าพาทาง

เมื่อความจริงไม่สมตามพรมร้าว
ให้เยือกยาวหนาวสั่นพลอยพรั่นขวาง
น้ำค้างฝันก็ช่วยอำนวยพราง
ใจจึงจางรอยทุกข์คอยสนุกแย้ง

สิ้นร้อนหทัยอาทรจักย้อนนึก
ในรู้สึกยังสนุกคอยปลุกแสร้ง
เหงาเร้นลึกคอยจัด บ่ พลัดแจง
ใจจึงแรงด้วยสุขให้รุกไกล

เข้าไปแลไปเห็นสิ่งเป็นเพื่อน
ทักทายเลื่อนสิ่งช้ำเปลี่ยนด่ำให้
ดูต้นเหตุแล้วเบือนจักเลื่อนใจ
สุขกับไฟโลกสร้างไม่คว้างแนว

 

โดย: ญามี่ 5 เมษายน 2555 20:06:01 น.  

 

พี่ต้้อย เป็นยังไงบ้างคะ สบายดีหรือเปล่าคะ
หนึ่งจะมีน้องแล้วนะคะ อีกไม่กี่เดือนก็จะได้เจอหน้าเค้าแล้วค่ะ
แวะมาไม่บ่อยแต่ไม่เคยลืมพี่ต้อยนะคะ

 

โดย: SweetBlue 6 เมษายน 2555 4:29:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Valentine's Month


 
KeRiDa
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




ชื่อเล่นว่าต้อย เป็นคนกรุงเทพฯ ย้ายตามสามีซึ่งรับราชการมาประจำที่จังหวัดเชียงใหม่ มีลูกสาวและลูกชายอย่างละ 1 หน่อ และมีหลานชายวัยกำลังซนผู้เป็นกำลังใจให้คุณย่าได้ต่อสู้กับโรคร้าย

อุปนิสัยส่วนตัวพูดไม่ค่อยเก่ง เขียนเล่าเรื่องราวไม่ค่อยจะิเป็น ถนัดแต่เรื่องเพลง ฉะนั้นบ้านนี้จึงมีเสียงเพลงเสียเป็นส่วนใหญ่

เรือนเพลงรัก KeRiDa ยินดีต้อนรับเพื่อน ทุกท่านด้วย ความเต็มใจค่ะ

"ชนใดไม่มีดนตรีกาล
ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ
เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์"

บทกลอนตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6



Friends' blogs
[Add KeRiDa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.