Be a master of your destiny, not a slave of your own fears.
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
28 มกราคม 2551

สบู่ซักผ้าแก้ปัญหาแบรนด์



บทสัมภาษณ์ความคิดเห็นเรื่อง "สบู่ซักผ้าแก้ปัญหาแบรนด์"

จากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ในครั้งนี้มาพร้อมกับแนวทาง ในการแก้ปัญหาจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ชี้แนะให้

กรณีศึกษาที่น่าสนใจกรณีแรก คือ ธุรกิจรับจ้างผลิตสบู่ ที่ปัจจุบันเป็นยุคที่ 3 ของบริษัท เจอาร์โปรดักส์ (1952) จำกัด บริษัทแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มสบู่ซักผ้าขาวภายใต้ชื่อสามดาวและกลุ่ม สบู่สมุนไพร ซึ่งประกอบด้วย สบู่ยี่ห้อ ยงอัน, Tamarind, Natural Soap, สายทิพย์ และยี่ห้อ N-ENG ทั้งหมดเป็นสบู่ที่เน้นสมุนไพรธรรมชาติทั้งจากสมุนไพรจีน และไทยประกอบกัน

พัฒน์ สัมปทานุกุล เจเนอเรชั่นที่ 3 สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ แล้วได้มาศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาการตลาดกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โจทย์ที่ตั้งไว้คือต้องการความรู้ในเรื่องของการตั้งราคา นอกเหนือจากองค์ความรู้ทั่วๆ ไปที่เกี่ยวข้องในสาขาวิชา ในขณะที่ชีวิตจริงคือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการขายของธุรกิจที่บ้าน

พัฒน์เข้าใจดีถึงความเสี่ยงของธุรกิจประเภทรับจ้างผลิต หรือ OEM ซึ่งลูกค้าอาจจะเปลี่ยนใจตีจากได้ตลอดเวลา และเข้าใจถึงความเป็นตลาดเฉพาะของตลาดสบู่สมุนไพรที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท

เขามีแผนว่าสินค้าของบริษัทครอบครัวที่ผ่านมาตอบโจทย์ของคนรุ่นคุณพ่อคุณแม่ อายุระดับ 40-50 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะเพิ่มคือตลาดสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองไว้ คือ กลุ่มคนอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เริ่มรักสุขภาพ โดยการปรับในเรื่องของรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการปรับพัฒนาสูตรใหม่ๆ ที่มองว่าตลาดมีความต้องการ

ในยุคของคุณปู่และคุณพ่อรู้แต่ว่าเป็นผู้ชำนาญการในการผลิตสบู่ ผลิตออกไปให้พนักงานขายเอาไปขายในตลาด แต่สิ่งที่ในรุ่นผมจะเพิ่มเติมก็คือเรื่องของการทำวิจัยตลาด เช่น ต้องการรู้ว่ามีสบู่สมุนไพรที่ทำในรูปสบู่เหลวหรือไม่ หรือต้องการผสมมอยส์เจอไรเซอร์มากน้อยแค่ไหน ต้องการแพ็กเกจจิ้งแบบไหน ลูกค้าคือใคร แล้วนำมาพัฒนาตัวสินค้าและช่องทางต่อไป

เป้าหมายที่พัฒน์มองไว้ในระยะเวลาอันสั้น คือ การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย โดยจะนำองค์ความรู้ใหม่เข้าไปผสมผสานเพื่อวางแผนเป้าและยอดขาย โดยการนำหลักวิเคราะห์ทางด้านข้อมูลทางสถิติเข้ามาร่วมในการประมวล เช่น ลักษณะทางประชากรศาสตร์ จำนวนร้านค้าปลีกเพื่อให้พนักงานขายนำเข้าไปใช้เพื่อประหยัดงบประมาณและสร้างความชัดเจนในด้านเป้าหมาย รวมถึงแผนในการสร้างร้านค้าและแบรนด์กลางของบริษัทขึ้นมา เพื่อสร้างให้เกิดความนิยมและเป็นจุดที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ของสินค้า

นอกจากนี้ยังมีการวางแผนสำหรับตลาดส่งออก ซึ่งในขณะนี้เขากำลังเข้าไปหาข้อมูลและทำการบ้านในเรื่องของมาตรฐานสำหรับการส่งออกสำหรับประเทศต่างๆ อีกด้วย

มุมมองจากคอมเมนเตเตอร์ ดร.ธนพล วีราสา ประธานสาขาภาวะผู้ประกอบการและนวัตกรรม กล่าวถึงลักษณะของภาคธุรกิจ OEM ของไทยด้วยว่า ลักษณะธุรกิจ OEM คือ การรับจ้างผลิต ซึ่งพบกันโดยมาก สำหรับภาคธุรกิจขนาดกลางและเล็กในประเทศไทย

จุดเด่นของธุรกิจรับจ้างผลิตหรือผลิตสินค้าตามสั่ง คือมีความรู้จริงและความชำนาญในเรื่องของการผลิตสินค้า แต่สิ่งที่กลุ่มนี้ขาดคือความรู้ในทางธุรกิจและการตลาด

คนที่มีความรู้และความเข้าใจตลาดเป็นอย่างดี เมื่อมองเห็นโอกาสก็จะเข้ามาจ้างโรงงาน OEM ผลิตให้ โดยอาจจะมีสูตรหรือลักษณะพิเศษแตกย่อยออกไปมาเพิ่มเพื่อให้สินค้าดูแตกต่าง หรือบางรายก็ซื้อสิ่งที่โรงงาน OEM ผลิตอยู่มาติดตรา ออกแบบรูปทรงของแพ็กเกจจิ้งแล้วสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาด

"ลักษณะที่คล้ายคลึงกันของธุรกิจรับจ้างผลิต คือ เป็นกิจการที่มีการดำเนินมายาวนานจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง โดยเป็นกิจกรรมแบบเดิมๆ มีฝีมือและความชำนาญในสิ่งที่ผลิตเป็นอย่างดี และมักจะไม่ทันหรือไม่เข้าใจของธุรกิจนี้กับความเปลี่ยนแปลงของตลาด

อย่างที่เคยคุยกับเถ้าแก่ เขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องจัดการหรือเตรียมตัวหรือรองรับการเปลี่ยนแปลง

ส่วนสิ่งที่ขาดไปของธุรกิจ OEM ไทย คือ การทำตลาด การวิเคราะห์ว่าตลาดอยู่ตรงไหน ลูกค้าคืออะไร และลูกค้าต้องการอะไร" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนพล วีราสา กล่าว

ธุรกิจโออีเอ็มที่อยู่รอดได้เมื่อตลาดเปลี่ยนไป หรือสิ่งแวดล้อมปรับเปลี่ยน เช่น การผันผวนของค่าเงิน หรือเกิดคู่แข่งรายใหม่ๆ เข้ามา หรือกระทั่งลูกค้าเลิกจ้าง จะมีวิธีคิดที่แตกต่างกันออกไปอย่างเห็นได้ชัดคือ

ธุรกิจโออีเอ็มประเภทที่เก่งๆ และอยู่รอดในตลาดได้ มักจะมีการทำในเรื่องของการตลาดควบคู่ไปด้วย มีนวัตกรรมออกมาสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญจะพยายามศึกษาว่า ตลาดของตัวเองอยู่ตรงไหน ลูกค้ามีความต้องการอะไร ไม่ใช่คิดว่าตัวเองมีอะไร หรืออยากจะผลิตอะไรแล้วผลิตออกมา เพื่อ " ยัดเยียด" สิ่งที่ตัวเองมีอยู่ในมือออกไปสู่ลูกค้าพอมีปัญหาก็บอกว่าตลาดไม่มีความต้องการ

สำหรับคนที่กำลังวางแผนที่จะพัฒนาตัวเองไปสู่การมองหาโอกาสใหม่ๆ การสร้างนวัตกรรมต่างๆ ในคราบของธุรกิจโออีเอ็ม จึงอาจจะต้องพิจารณาจุดเด่นของโออีเอ็มของตัวคุณเองให้ถ่องแท้เสียก่อน ว่าคุณเป็นโออีเอ็มแบบไหน?

เมื่อนั้นการรับจ้างผลิตจึงจะสัมฤทธิผล

------------------------------------------------------------------------
พัฒน์ สัมปทานุกุล เป็นศิษย์ปัจจุบันของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการตลาดรุ่น 10
------------------------------------------------------------------------


ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3965

Web Ref.: //www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02biz03100151&day=2008-01-10§ionid=0214






Create Date : 28 มกราคม 2551
Last Update : 31 มกราคม 2551 2:01:38 น. 0 comments
Counter : 1610 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jazz-zie
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
[Add Jazz-zie's blog to your web]