Be a master of your destiny, not a slave of your own fears.
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
10 มิถุนายน 2549

ลมหายใจของธุรกิจที่แผ่วเบา

ตลาดสด พ่อค้า แม่ค้า และแม่บ้าน พ่อบ้าน เป็นสิ่งที่มีอยู่มาช้านานในสังคมไทย หากมีชุมชนเมืองเกิดขึ้นในที่ใดเราก็มักจะเห็นตลาดสดเกิดตามขึ้นมาด้วย ตลาดสดนอกจากจะเป็นแหล่งรวมสินค้ามากมายหลากหลายจากผู้ผลิตแล้ว ตลาดสดยังทำหน้าที่เป็นแหล่งระบายสินค้าที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในกาลก่อน ทุกเช้าเราจะเห็นแม่บ้าน พ่อบ้านมาจับจ่ายซื้อของสด ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้หรือเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ หลังจากซื้อของเสร็จหันมาดูรอบข้างร้านตลาดก็จะพบสินค้าต่างๆ ที่ขายอยู่คู่เคียงตลาดสด ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีบซาลาเปา ผลไม้ดอง ขนมไทย ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ ว่านและสมุนไพร หรือ ลอตเตอรี่ นอกจากนี้รอบตลาดสดก็ถือได้ว่าเป็นทำเลทองของการขาย ฉะนั้นเราจะเห็นตึกแถวขึ้นกันเรียงเป็นแถวอยู่โดยรอบสินค้าที่เหล่าผู้ค้าย่านตึกแถวนำมาเติมความสมบูรณ์ของตลาดสดก็เช่น ร้านอาหารประเภทต่างๆ ร้านขายรองเท้าและกระเป๋านักเรียน ร้านขายถ้วยชาม ร้านหรือแผงขายหนังสือพิมพ์ ร้านตัดผม ร้านค้าสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคหรือโชห่วย ร้านสังฆภัณฑ์ และร้านอื่นอีกมากมาย แต่ที่ขาดไม่ได้ในเกือบทุกตลาดสดก็คือ ขอทาน

หากจะว่ากันไปแล้วตลาดสดเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงของชุมชนต่างให้เติบใหญ่ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนสินค้า เป็นที่พบปะพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกันของคนที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตส่วนตัวของบ้านใครบ้านหนึ่ง จนถึงการพูดคุยถึงเรื่องความอยู่รอดของบ้านเมืองเชิงวิพากษ์ที่สภากาแฟ โดยมีที่ทำการของสภาก็คือร้านกาแฟข้างตลาดสดนั่นเอง นอกจากนี้ตลาดสดก่อให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องต่างๆ มากมาย แต่เมื่อชุมชนเริ่มเติบโตขึ้น การแข่งขันที่มีสูงขึ้น ทำให้คนเรามีเวลาน้อยลง เวลาที่จะไปจับจ่ายซื้อของในร้านค้าตลาดสดจึงมีน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้การที่โลกธุรกิจแทบจะเชื่อมติดกันเป็นผืนเดียวทำให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไหลเวียนได้อย่างรวดเร็ว มีคนต่างชาติ ผลัดเปลี่ยนเวียนกันเข้ามาและอยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้นซึ่งคนเหล่านี้มีชีวิตและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจากสังคมไทย ชาวต่างชาติเหล่านี้เคยเห็นและเคยจับจ่ายซื้อของร้านค้าที่ทันสมัย ซึ่งเป็นรูปแบบร้านค้าที่คนไทยน้อยคนจะเคยได้สัมผัส ด้วยเหตุนี้นักธุรกิจชาวต่างชาติที่มาพบเห็นรูปแบบค้าปลีกในเมืองไทยที่ยังไม่ทันสมัยเท่าใดนัก พ่อค้าแม่ค้าของเรายังไม่มีวิธีการจัดการกับความคาดหวังของลูกค้าได้ดีเท่ากับพ่อค้า แม่ค้า ต่างชาติ เหล่านักธุรกิจค้าปลีกต่างชาติเหล่านี้จึงเล็งเห็นช่องว่างและโอกาสในการทำธุรกิจค้าปลีกในบ้านเรา ซึ่งท่านผู้อ่านทั้งหลายคงได้เห็นรูปแบบการค้าปลีกใหม่ๆ ที่เข้ามาในประเทศของในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านซุปเปอร์มาเก็ต หรือดิสเคาสโตร์ขนาดใหญ่ ซึ่งร้านเหล่านี้มีเหล่านี้กระจายอยู่ในแทบทุกชุมชนขนาดใหญ่ในประเทศไทย การเข้ามาของร้านค้าขนาดใหญ่ของต่างชาตินั้นทำให้ตลาดสดคลายมนต์ขลังลงไปเยอะ ลูกค้าที่เคยมาซื้อหาจับจ่ายของในตลาดสด ส่วนหนึ่งก็หนีหายหันไปจับจ่ายซื้อข้าวของในห้างใหญ่กันหมด เพราะสิ่งที่ห้างร้านค้าใหญ่ๆ ได้จัดไว้ไม่ได้มีแค่สินค้าราคาถูก แต่รู้ถึงความคาดหวังและความต้องการของลูกค้าดี ร้านค้าขนาดใหญ่เหล่านี้จึงเพิ่มความสะดวกสะบายบวกกับการบริการที่ดีเยี่ยมในราคาประหยัดให้กับผู้บริโภค ถึงแม้ร้านซุปเปอร์มาเก็ตและดิสเคาสโตร์ใหญ่ๆ ของต่างชาติจะเพิ่งเข้ามาในเวลาไม่นานซักเท่าไรแต่เราคงต้องยอมรับว่าร้านค้าเหล่านี้มีความสามารถในการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคไทยได้ดีกว่าร้านค้าในตลาดสดในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายของสินค้าในราคาที่ประหยัดกว่า สถานที่ไปมาได้สะดวก มีที่จอดรถที่กว้างขวางไม่แออัดยัดเยียดหรือหาที่จอดได้ลำบากยากเย็นเหมือนในตลาดสดบางแห่ง มีการจัดระเบียบของการเดินหาสินค้ามีความได้ง่าย สะอาดไม่เปื้อนเปรอะเลอะเทอะ หรือแม้กระทั่งการลดแลกแจกแถมที่ร้านค้าสมัยใหม่เหล่านี้จัดให้โดยไม่ต้องร้องขอ ดัวยเหตุนี้ร้านซุปเปอร์มาร์เกต และร้านดิสเคาสโตร์จึงได้รับความนิยมจากแม่บ้านสมัยใหม่มากกว่าตลาดสด ท่านต้องไม่ลืมนะครับในระยะยาวแล้วคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่น่าจับตามองเพราะกลุ่มแม่บ้านเหล่านี้มักทำงานอยู่ในห้างร้านบริษัทต่างๆ และขอสำคัญกลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

ที่ผมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้ไปซื้อของในตลาดสดแถวๆ บ้านเนื่องจากไม่ได้และเวียนไปซื้อของซะนาน สิ่งที่ผมพบก็คือตลาดสดที่ผมเคยไปอยู่เป็นประจำเมื่อหลายปีก่อนก็ยังมีวิถีความเป็นอยู่คล้ายเดิม เพียงแต่มีผู้คนไปจับจ่ายที่ตลาดแห่งนี้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เสียงเรียกลูกค้าที่ดังขโมงโฉงเฉงก็ยังมีให้ได้ยินอยู่เป็นระยะๆ ร้านค้าก็ยังเป็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าเดิมที่มีอายุมากขึ้นและบ่นให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าขายของได้น้อยลง ที่ตลาดแห่งนี้หากอยากซื้อของก็ยังต้องถามไถ่ราคาสินค้ากันเองเอง หรือหากต้องการซื้อราคาถูกหน่อยก็ต้องเดินถามหลายๆ เจ้าแล้วก็ต่อรองกันเพราะแต่ละร้านไม่ได้ติดป้ายราคาสินค้า แต่ถ้าซื้อแล้วไม่ชอบใจก็ต้องมาคืนของกันก่อนตลาดวาย เพราะไม่งั้นบรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็จะกลับไปทำงานธุระอย่างอื่นที่บ้าน วิถีชิวิตเหล่านี้นั้นเป็นเสมือนลมหายใจของตลาดสดในบ้านเรา แต่ที่ผมคิดว่าลมหายใจของตลาดสดแห่งนี้กำลังแผ่วบางลงก็เนื่องจากการที่พ่อค้าแม่ค้าบางคนในตลาดยังไม่รู้และยังไม่ได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่าทำไมผู้คนถึงหนีหายไปจากตลาดสด ตัวอย่างที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังนั้นคงมีประโยชน์ที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าบางคนได้เรียนรู้และนำสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อลมหายใจของตลาดสดที่กำลังจะหมดแรงลงไปทุกที

ในวันที่ผมไปที่ตลาดนั้นผมได้แวะเข้าไปซื้อไก่สดหนึ่งตัวที่ร้านขายไก่ซึ่งผมก็พบว่าราคาของไก่ตัวที่ผมซื้อนั้นมีราคาพอๆกับราคาไก่ที่ผมซื้ออยู่บ่อยๆ ที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน ในขณะที่กำลังต่อรองราคากันอยู่นั้น เจ้าของร้านก็บอกผมว่าไก่ที่ผมกำลังจะซื้อนั้นราคาไม่แพงหรอก ราคาเท่าๆ กันกับที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย ในขณะในที่เจ้าของร้านรายนี้พูดกับผมนั้น ผมสังเกตุเห็นว่าเขาค่อนข้างภูมิใจกับราคาไก่สดของเขาที่เขาคิดว่ามันไม่แพงจนเกินไปเมื่อเทียบกันร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่เขาไม่ได้เฉลียวใจคิดว่าถึงแม้ราคาไก่ของเขาจะมีราคาเท่าๆ กับที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นในใจของผู้บริโภคก็ถือว่าราคานั้นแพงแล้ว ทำไมหรือครับเพราะหากถ้าผมซื้อไก่สดแบบเดียวกันนี้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ผมคงได้รับความสะดวกมากกว่านี้เพราะไก่ที่ผมซื้อคงถูกห่ออย่างดีในถาดพลาสติก หุ้มด้วยฟิล์มห่ออาหารอีกชั้น เมื่อซื้ออาหารก็สามารถเอาใส่รถเข็นที่ทางร้านจัดไว้ให้เพื่อจะได้ไปเลือกซื้ออาหารอื่นโดยไม่ต้องถือตระกร้าเดินปุเลงปุเลงย่ำพื้นแฉะๆ ที่เปียกลื่นไปด้วยน้ำและเศษอาหารกลับบ้าน นอกจากนี้หากผมซื้อของที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ผมยังไม่ค่อยห่วงว่ารถที่จอดไว้จะหายหรือโดนขโมยเพราะทางซุปเปอร์มาร์เก็ตเขาได้จัดเวรยามเฝ้ารักษารถให้เป็นอย่างดีในที่จอดรถจัดเตรียมไว้ให้ ต่างกับในตลาดสดที่ไม่มีที่จอดรถเป็นสัดส่วน ใครใคร่จอดก็จอด ใครใคร่ลงก็ลงอย่างไม่ดูหน้าดูหลัง จากที่เล่าให้ฟังท่านผู้อ่านเห็นไม่ละครับว่า ราคาไก่นั้นไม่ใช่ปัจจัยหลักอันเดียวที่ทำให้ผมหันไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่อันที่จริงแล้วการที่คนเลือกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นท่านต้องดูที่ปัจจัยรวมทั้งหมดดังที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น เพราะฉะนั้นการที่แม่ค้าผู้นั้นภูมิใจว่าขายไก่ราคาไม่แพงนั้นจะทำให้เขาสามารถแข่งขันกับร้านค้าสมัยใหม่ได้ ผมคิดว่าความคิดอย่างนั้นอาจจะไม่ถูกต้องนักและถ้าเหล่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดคิดกันแบบนี้ผมว่าตลาดสดนั้นๆ กำลังตกอยู่ในภาวะใกล้หมดลมหายใจหรือไม่ก็มีอาการเข้าขั้นโคม่า

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมได้ประสบมาคือผมได้ไปพบเพื่อนคนหนึ่งที่มีที่ทำงานอยู่ในซอยแถวๆ ถนนพระราม 9 เนื่องจากตึกที่เพื่อนผมทำงานอยู่นั้นไม่ได้มีธุรกิจอื่นอยู่โดยรอบมากมายนักทำให้ร้านอาหารที่เหล่าพนักงานในอาคารเหล่านั้นมักไปรับประทานกันยามพักเที่ยงก็คือที่โรงอาหารนอกอาคารที่ทางเจ้าของอาคารนั้นให้ผู้ประกอบการภายนอกเข้ามาดำเนินธุรกิจขายอาหาร โรงอาหารที่ว่านั้นเป็นโรงอาหารแบบเปิดคือเป็นโรงอาหารโล่งๆ ติดถนนซอยโดยมีรั้วกั้นให้รู้อณาเขต โรงอาหารแห่งนี้เนื่องจากเป็นโรงอาหารแบบเปิดจึงไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ ดั้งนั้นในหน้าร้อนอากาศก็จะค่อนข้างร้อนอบอ้าว ในขณะเดียวกันในหน้าฝนก็ค่อนข้างลำบากในการเข้ามารับประทานอาหารเนื่องจากฝนสาดเข้ามาในโรงอาหาร โรงอาหารที่เปิดโล่งติดชิดริมถนนซอยนั้นทุกครั้งที่มีรถแล่นผ่าน ก็มักจะได้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจายเข้ามาในโรงอาหาร สำหรับอาหารที่ขายก็เป็นอาหารจำพวกข้าวราดแกงและกับข้าว ผมได้เข้าไปใช้บริการร้านอาหารแห่งนี้หลายครั้งในเวลาที่แวะมาพบเพื่อน แต่เมื่อช่วงสามสี่เดือนที่แล้วผมได้แวะมาพบเพื่อนคนนี้อีก ระหว่างเวลาพักทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารแห่งนี้ผมสังเกตุเห็นว่าร้านอาหารที่เคยขายข้าวราดแกงกลายมาเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเพียงอย่างเดียว แต่ที่น่าสนใจคือก๋วยเตี๋ยวที่ขายที่โรงอาหารแห่งนี้เป็นการซื้อแฟรนไชส์มาจากก๋วยเตี๋ยวชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง นอกเหนือจากค่าสิทธิการใช้ชื่อแฟรนไชส์แล้ว เจ้าของร้านนี้คงต้องลงทุนตกแต่งไปอีกไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นค่าขึ้นป้ายแฟรนไชส์ร้านอาหาร กล่องไฟสำหรับป้ายเมนูอาหารและเครื่องดื่ม การก่อสร้างเคานเตอร์เพิ่มเติม ค่าพนักงานเสริฟและค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ในตอนแรกที่ผมเห็นผมคิดว่าดีเหมือนกันมีแฟรนไชส์ร้านอาหารมาเปิด ซึ่งอาจจะทำให้โรงอาหารแห่งนี้ขายดีขึ้น แต่ผมมาสะดุดอยู่ตรงที่ว่าราคาก๋วยเตี๋ยวของแฟรนไชส์เจ้านี้ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับข้าวราดแกงที่ผมมาทานสมัยก่อน เมื่อเข้าไปสอบถามผมก็พบว่าราคาก๋วยเตี๋ยวนั้นเป็นราคาที่ถูกตั้งไว้ตายตัว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากเป็นข้อตกลงระหว่างเจ้าของแฟรนไชส์หรือที่เรียกกันว่าแฟนไชส์ซอ (Franchiser) กับผู้ซื้อสิทธิการดำเนินธุรกิจหรือที่รู้จักกันในชื่อแฟรนไชส์ซี (Franchisee) ส่วนราคาก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นอยู่บนป้ายก็เป็นราคามาตรฐานที่แฟรนไชส์ร้านดังเขากำหนดมาให้ เมื่อเป็นราคามาตรฐานก็ทำให้แฟรนไชส์ซีรายนี้คิดเอาว่าราคาก๋วยเตี๋ยวของเขานั้นไม่ได้แพงไปกว่าของแฟนไชส์ซีร้านอื่นๆ ผมได้ใช้เวลาคุยเจ้าของร้านแห่งนี้ ซึ่งเจ้าของเองก็ค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าเขาตัดสินใจถูกที่เปลี่ยนจากการขายข้าวแกงมาเป็นการขายก๋วยเตี๋ยว เพราะชื่อของแฟรนไชส์เจ้านี้จะเป็นแม่เหล็กดูดคนเข้ามาใช้บริการที่ร้าน นอกจากนี้เขายังเขาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นค่าพื้นที่ที่ไม่ต้องเช่าในราคาแพงเพราะอยู่ในซอยไม่ได้อยู่ในห้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ค่าไฟ เพราะร้านที่เขาทำอยู่นั้นไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศจึงม่ต้องเสียค่าไฟในการเปิดเครื่องปรับอากาศเดือนละหลายๆ บาท คิดๆ ดูแล้วถ้าเขาสามารดำเนินธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำแบบนี้เขาน่าจะทำให้ร้านเขาอยู่รอดได้แน่ เมื่อผมได้ฟังเจ้าของร้านรายนี้เล่าแนวการดำเนินธุรกิจของเขาให้ผมฟัง ผมก็ค่อนข้างวิตกกังวลกับวิธีคิดที่เจ้าของร้านนี้กำลังใช้อยู่ ผมเลยอยากตามดูว่ากิจการของร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้จะเป็นไปตามที่เจ้าของได้คาดการณ์เอาไว้หรือไม่ ในระหว่างนั้นผมก็ไปเยี่ยมเพื่อนคนที่ว่าบ่อยขึ้นและก็ถือโอกาสแวะไปดูร้านก๋วยเตี๋ยวที่ว่าอยู่เสมอๆ ชั่วเวลาไม่นานนักแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ก็ปิดตัวเองลงและผมพยายามถามถึงเจ้าของร้านแต่ก็ไม่มีใครทราบว่าเขาย้ายไปที่ไหน ผมแวะเวียนกลับไปที่โรงอาหารดังกล่าวอีกสองสามครั้งแต่ก็ไม่พบเจ้าของร้านท่านนี้จึงได้หยุดตามต่อ

เมื่อผมลองมานั่งวิเคราะห์ถึงมูลเหตุที่ทำให้แฟรนไชส์ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้านี้ต้องปิดฉากลงภายในเวลาสั้นแค่ สามสี่เดือนนั้นน่าจะมีบทเรียนดีๆ ที่สอนผู้ประกอบการร้านอาหารอื่นๆ ได้ ดูจากเจ้าของร้านนี้คนนี้เขาไม่ได้คำนวณผิดหรอกครับว่าการขายอาหารในโรงอาหารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศจะทำให้เขาได้กำไรต่อหน่วยมากขึ้นโดยเฉพาะหากเขายิ่งขายได้มาก เขาก็จะได้กำไรมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่สิ่งที่เจ้าของร้านนี้คำนวณพลาดก็คือเจ้าของร้านแห่งนี้ลืมคิดไปว่าอะไรคือความต้องการและความคาดหวังที่แท้จริงของลูกค้า (Customer Expectation) ที่เขาจะได้รับเมื่อเข้ามาใช้บริการของร้าน อะไรคือคุณค่าเพิ่ม (Value Added) ที่สามารถดึงดูดให้ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้นและทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ (Repeat Purchase) และถ้าเจ้าของร้านตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้นั่นก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีว่าทำไมร้านๆ นี้ถึงมีลูกค้ามาใช้บริการน้อยลงทุกวัน และทำไม่ลูกค้าถึงไม่ยินยอมซื้อก๋วยเตี๋ยวของแฟรนไชส์ดังเจ้านี้ ทั้งๆ ที่ก๋วยเตี๋ยวก็มีรสชาติเหมือนกับเจ้าอื่นที่ซื้อมาจากแฟรนไชส์เดียวกัน ทำไมลูกค้าเลือกไปทานอาหารที่ร้านที่มีเครื่องปรับอากาศเป่าเย็นสบาย ร้านที่ตั้งในสถานที่เหมาะสมกันฝนกันแดด กันฝุ่นละออกที่จะตกเข้าปนเปื้อนกับอาหาร แต่ในขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวรายนี้ตั้งอยู่ในที่เปิดโล่งลูกค้าไม่ได้รับความสะดวกสะบายเมื่อเทียบกับร้านติดแอร์แถมลูกค้าที่มาทานอาหารต้องจ่ายค่าอาหารในราคาเดียวกับร้านติดแอร์

จะว่ากันไปแล้วแม่ค้าขายไก่ในตลาดสดนั้นยังอยู่ในสถานะที่ดีกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวแฟรนไชส์ที่ผมเล่าให้ฟังข้างต้นเพราะแม่ค้าเจ้านั้นยังไม่ได้อยู่ในภาวะที่หมดลมหายใจเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวที่ว่าเพียงแต่ลมหายใจของแม่ค้าในตลาดสดนั้นค่อยๆ แผ่วลงเรื่อยๆ หากวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า แฟรนไชส์ร้านก๋วยเตี๋ยวและแม่ค้าไก่สดมีวิธีคิดอย่างหนึ่งซึ่งคล้ายๆ กันก็คือการพยายามเล่นกับการคาดหวังของลูกค้า สำหรับแม่ค้าไก่สดนั้นคาดว่าหากตัวเองสามารถขายไก่ได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับห้างก็จะทำให้ลูกค้าหันมานิยมชมชอบแต่ตัวเองกลับลืมไปว่าถ้าพูดถึงร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านดิสเคาทน์สโตร์สิ่งที่คนซื้อวาดหวังนั้นไว้นั้นไม่ได้มีแค่การได้ซื้อสินค้าราคาถูกเท่านั้น คุณค่าเพิ่มของการไปร้านค้าทันสมัยเหล่านั้นอยู่ที่การได้เลือกซื้อของอื่นๆที่ร้านจัดไว้ให้ จับจ่ายซื้อของโดยไม่เปียกแฉะเลอเทอะ ไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวนใจ อาหารสะอาดมีหีบห่อที่ทำให้เขามั่นใจได้ว่าอาหารนั้นไม่ปนเปื้อน ไม่มีแมลงวันบินว่อนมาตอมอาหารที่ขาย นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าหากต้องการเปลี่ยนสินค้าเพราะไม่ได้คุณนั้นด้อยคุณภาพก็สามารถมาเปลี่ยนได้ ไม่ต้องกลัวว่าผู้ค้าจะหนีหายไปไหนหลังตลาดวาย ในอีกด้านหนึ่งของแฟรนไชส์ร้านอาหารนั้น คิดว่าลูกค้าจะยอมจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวเพราะตัวเองอุตส่าห์ยอมลงทุนซื้อก๋วยเตี๋ยวของแฟรนไชส์ชื่อดังมาให้บริการ แต่ในขณะเดียวกันลืมนึกสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังไว้กับร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังต้องไม่ใช่การนั่งทานอาหารที่ตลบอบอวลไปด้วยฝุ่น แถมต้องจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวในราคาร้านติดแอร์

ผมคิดผู้ประกอบที่มีความคิดอย่างแม่ค้าไก่สดกับเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่กล่าวถึงคงต้องปรับวิธีคิดเสียใหม่ วิธีหนึ่งที่นักการตลาดหลายคนนำมาใช้เพื่อที่จะรับรู้ถึงอารมณ์ ความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าได้ดีคือลองเอาตัวท่านเองไปเป็นลูกค้าแล้วลองคิดกลับกันว่า ทำไมเราถึงจะซื้อไก่สดหรือก๋วยเตี๋ยวของร้านๆ นี้ทั้งๆ ที่หากซื้อที่อื่นแล้วมันอาจคุ้มเงินคุ้มราคากว่า ด้วยวิธีที่ว่านี้ท่านอาจจะรับรู้ได้ในทันที่ว่าทำไมร้านของท่านมีคนซื้อสินค้าน้อยลง หรือมีเสียงบ่นว่าขานมากขึ้น ผมหวังว่าวิธีคิดแบบนี้จะช่วยให้ท่านเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการกับความคาดหวังของลูกค้าได้แล้วลมหายใจของธุรกิจที่แผ่วบางคงมีโอกาสพลิกฟื้นคืนตัวขึ้นมาบ้าง

บุริม โอทกานนท์


Create Date : 10 มิถุนายน 2549
Last Update : 10 มิถุนายน 2549 0:28:53 น. 0 comments
Counter : 304 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jazz-zie
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
[Add Jazz-zie's blog to your web]