เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 14


ตอบคอมเม้นท์จากตอนที่แล้ว

คุณaey: ช้าหน่อยเพราะปรับแก้อะไรไปหลายอย่างน่ะค่ะ ^ ^
คุณออมอำพัน: ตามสบายค่า
คุณyapapaya: จากนี้ยังต้องเจออะไรอีกหลายอย่างค่ะ ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ




บทที่ 14

ชาร์ล็อตขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างปัดแผ่วๆ ที่หน้าผากของเธอ และเมื่อเธอลืมตาขึ้นเธอก็พบกับใบหน้าของแจ็คที่ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ เธอกระพริบตาถี่ๆ ก่อนที่จะระลึกได้ว่าเธออยู่ที่ไหนแล้วก็รีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง

“นี่ฉันเผลอหลับไปเหรอคะ”

แจ็คพยักหน้าก่อนที่จะยืดตัวขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือมาที่เธอเพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นยืน “พอดีโอลิเวียบอกว่ามื้อเย็นพร้อมแล้วผมเลยจะเข้ามาตามคุณแต่ผมก็มาเจอว่าคุณหลับอยู่ สงสัยว่าโซฟาตัวนี้คงนั่งสบายน่าดูคุณถึงได้หลับไปได้”

เธอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองก่อนที่จะถอนหายใจ “ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่น่าเผลอหลับไปเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” แล้วเขาก็ยกมือขึ้นแตะแก้มของเธอก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหู “เวลาคุณหลับคุณดูน่ารักดีผมก็เลยไม่อยากปลุก”

ชาร์ล็อตเม้มริมฝีปากเมื่อรู้สึกร้อนที่แก้มพลางยกมือขึ้นดันเขาออกห่าง “คุณพูดเอาใจฉันมากไปแล้วล่ะค่ะ”

“ผมพูดจริงนะ” แล้วเขาก็ก้มลงไปจูบหน้าผากของเธอเบาๆ ก่อนที่จะดึงมือเธอให้เดินตามเขาออกไปที่ห้องโถง

ชาร์ล็อตขมวดคิ้วก่อนที่จะดึงให้เขาหันกลับมาหาเธอ “ฉันได้กลิ่นอาหาร คุณบอกให้โอลิเวียยกอาหารมาที่นี่เหรอคะ”

แจ็คพยักหน้าก่อนที่จะเดินนำเธอไปที่ห้องทานอาหารที่มีถูกเตรียมเอาไว้พร้อมสำหรับการรับประทานมื้อเย็นแล้ว หญิงสาวหันมาเลิกคิ้วใส่เขาเมื่อเห็นว่าตรงกลางโต๊ะอาหารนั้นมีเทียนไขแบบเดียวกันแต่ต่างขนาดสองสามอันจุดอยู่

“ทานมื้อค่ำกับคุณทั้งทีผมก็อยากทำอะไรที่มันดูโรแมนติกบ้าง” แล้วเขาก็ดึงเก้าอี้ออกให้เธอนั่ง ก่อนที่จะเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งด้านตรงข้าม “ถือเสียว่านี่คือการเดทครั้งแรกของเราสิครับ”

“ก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มก่อนจะกล่าวขอบคุณเมื่อเขารินไวน์ที่แช่เย็นอยู่ในถังให้แล้วยกขึ้นจิบ “แต่ฉันก็ไม่คิดว่าคุณจะโรแมนติกเป็นกับเขาด้วย”

“เพื่อคุณแค่นี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ”

ชาร์ล็อตหลุบสายตาลงมองอาหารในจานเพื่อหลบตาเขา “คุณอย่าพูดอะไรแบบนี้สิคะ เรื่องในอนาคตใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

“ถ้าหากคุณไม่เชื่อ ก็ต้องให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองสิ” แล้วถอยหายใจเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังดึงดันกับเธอมากเกินไป “ผมขอโทษ ผมลืมไปว่าคุณยังไม่พร้อม”

ชาร์ล็อตเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง รู้สึกผิดในใจที่ไม่อาจเปิดใจให้กับเขาได้อย่างที่เขาต้องการ แต่เธอก็ต้องปกป้องหัวใจของตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้เพราะไม่รู้ว่าเขาจะรู้ความจริงเมื่อไร และเธอไม่อยากรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งและถูกมองเป็นอะไรที่ใครก็ไม่ต้องการอีก

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่อยากทำลายบรรยากาศดีๆ ด้วยเรื่องนั้นอีกก่อนที่จะยิ้มพร้อมกับยกส้อมและมีดขึ้นมาถือไว้

“อาหารหน้าตาน่าทานกว่าปกตินะคะ คุณแอบวางแผนกับโอลิเวียไว้ใช่ไหมเนี่ย”

แจ็คยกมือขึ้นเกาท้ายทอยพลางหัวเราะด้วยความเขินเมื่อถูกจับได้ “ผมแค่อยากทำให้คุณประทับใจ”

“แค่นี้ฉันก็ประทับใจมากแล้วล่ะค่ะ” เธอกล่าวพลางเลื่อนมือไปกุมมือของเขาแล้วก็เริ่มลงมือรับประทานอาหาร

************************

บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างราบรื่น เขาเล่าให้เธอฟังถึงเรื่องความสนใจในงานช่างไม้ของเขาเอง แล้วเธอก็ทำท่าตกใจเมื่อรู้ว่าตู้หนังสือที่อยู่ในห้องทำงานของโฮเวิร์ดนั้นเป็นฝีมือของเขาเอง

“คุณทำเองทั้งหมดเลยเหรอคะ?”

แจ็คยิ้มก่อนจะพยักหน้า เขาจำได้ว่าต้องใช้ตลอดช่วงพักในฤดูหนาวในการต่อชั้นวางหนังสือและเปลี่ยนห้องเก็บของเล่นในวัยเด็กของเขาให้กลายเป็นห้องทำงานหลังจากที่เขาย้ายออกจากบ้านไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่อเมริกา

“ตามประสาเด็กร้อนวิชาน่ะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณพ่อด้วยที่เปิดโอกาสให้ผมได้เรียนรู้อะไรที่ผมสนใจตลอดโดยไม่ปิดกั้น”

“คุณนี่โชคดีจังนะคะ” เธอกล่าวพลางถอนหายใจ “นอกจากแม่แล้วพ่อของฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันทำอะไรบ้าง”

“พ่อคุณไม่รู้เหรอว่าคุณเป็นนางแบบและเป็นนักเขียนด้วย” เขาขมวดคิ้วเพราะมันแปลกเนื่องจากใบหน้าของชาร์ล็อตนั้นแทบจะปรากฏอยู่บนหน้านิตยสารเกือบทุกฉบับมาแล้ว

“เรื่องการเป็นนางแบบน่ะท่านรู้หลังจากที่ฉันจบมหาวิทยาลัยไม่นาน แต่ส่วนเรื่องการเป็นนักเขียนท่านไม่เคยรู้และฉันก็ไม่อยากให้รู้”

“ทำไมล่ะครับ”

เธอเม้มริมฝีปากพลางส่ายหน้า “ไม่รู้สิคะ ฉันแค่รู้สึกว่าท่านคงไม่ชอบทุกอย่างที่ฉันทำ ก็เลยไม่รู้จะบอกไปทำไม ยังไงเสียฉันก็ใช้นามปากกาในการเขียนอยู่แล้ว”

ชายหนุ่มมองสีหน้าของเธอแล้วก็เลื่อนมือไปกุมมือเธอเอาไว้พร้อมกับเอ่ย “ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของคุณบ้าง แต่ผมคิดว่าการที่คุณถูกละเลยแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องปกติของคนที่เป็นพ่อแม่ลูกกัน”

“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ผมมีเวลาเหลือเฟือ”

ชาร์ล็อตนิ่งคิดไตร่ตรองอยู่ครู่ใหญ่ เธอไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นเล่าเรื่องให้เขาฟังอย่างไรที่จะไม่พาดพิงไปถึงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างโฮเวิร์ดกับแม่ของเธอ

“พ่อแม่ของฉันหย่ากันตอนฉันอยู่ประถม แต่ก่อนหน้านี้พวกท่านก็มีปัญหาและทะเลาะกันมาหลายปี หลังจากที่หย่ากันแม่ก็เอาแต่ทำงานวิจัยกับโบราณสถานทั่วโลกส่วนฉันก็อยู่กับพ่อที่เอาแต่ทำงานทุกวันและไม่เคยสนใจฉันเลยนอกจากโอนเงินค่าใช้จ่ายให้ฉันใช้ในแต่ละเดือน ที่น่าตลกคือคนขับรถกับแม่บ้านของพ่อสนิทกับฉันมากกว่าพ่อเสียอีก”

แล้วเธอก็แค่ยิ้มก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา “คุณรู้ไหมว่ารูปงานรับปริญญาของฉันน่ะไม่มีรูปที่ถ่ายคู่กับพ่อเลยเพราะท่านไม่เคยสนใจว่าฉันจะทำอะไร หรือจริงๆ ถ้าหากจะสนใจฉันบ้างก็เฉพาะเวลาที่คิดว่าฉันอาจทำให้ท่านต้องเดือดร้อนหรือเสียชื่อเสียง”

แจ็คกำส้อมในมือเอาไว้แน่นกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่อยากคิดว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรกับการที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่เคยรู้สึกถึงความรักจากพ่อแม่เช่นนั้น

ชาร์ล็อตมองสีหน้าของเขาแล้วก็ยิ้มอย่างเศร้าๆ “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ มันก็รู้สึกแย่อยู่บ้างแต่ถึงอย่างไรสักวันหนึ่งคนเราต้องเติบโตและยืนด้วยขาของตัวเอง เพียงแค่ว่าฉันอาจได้รู้สึกว่าต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองก่อนใครก็เท่านั้นเอง”

“ผมอยากเชื่ออย่างที่คุณพูดนะฟ้า แต่ผมก็เห็นว่าสิ่งที่คุณต้องเติบโตมามันส่งผลยังไงกับคุณบ้างในตอนนี้”

“อดีตมันก็คืออดีต ฉันแค่โชคไม่ดีที่ต้องเติบโตมาในสภาพครอบครัวที่แตกแยกแบบนั้น แต่ฉันก็ใช้ชีวิตผ่านมันมาได้ และเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้... แม้ว่าอยากทำแบบนั้นมากแค่ไหนก็ตาม”

แล้วเธอก็ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดก่อนที่จะวางลงบนโต๊ะพร้อมกับวางส้อมและมีดไว้ตรงข้างจานเป็นเชิงบอกว่าเธอทานอาหารเสร็จแล้ว

“ค่ำแล้ว คุณคงอยากพักผ่อน ฉันขอตัวก่อนนะคะ” แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้องทานอาหารโดยไม่รอฟังว่าเขาจะพูดว่าอะไร แต่ยังไม่ทันที่จะเดินออกจากห้องนั้น แจ็คก็คว้ามือเธอให้หันกลับมาแล้วดึงเธอเข้ามากอด

“ผมขอโทษ”

หญิงสาวถอนหายใจก่อนที่จะซบหน้าผากกับไหล่ของเขา “คุณไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ”

“ผมรู้ตัวว่าผมล้ำเส้นไป ผมแค่โกรธกับคนที่ทำให้คุณต้องเสียใจ” แจ็คกล่าวพร้อมกับแตะริมฝีปากที่ขมับของเธอ

“มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วค่ะ เราทำอะไรกับมันไม่ได้หรอกนอกจากเดินต่อไปข้างหน้า” แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับยกมือขึ้นแตะแก้มที่สากระคายจากไรเคราที่เริ่มขึ้นหนาเป็นเงาเชียวครึ้ม “แต่ก็ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”

ดวงตาของแจ็คทอประกายอ่อนโยนก่อนที่เขาจับมือของเธอมาแตะริมฝีปาก “ผมอยากเห็นคุณยิ้ม อยากเห็นคุณหัวเราะ อยากเห็นคุณมีความสุข และถ้าหากผมโชคดีมากพอ ผมก็อยากจะเป็นคนที่ทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น”

น้ำเสียงและคำพูดที่กลั่นออกมาจากใจของเขานั้นทำให้หัวใจของชาร์ล็อตพองโต เธอหลับตาลงเมื่อเขาโน้มหน้าลงมาใกล้ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยินเมื่อริมฝีปากของเขาและเธอปัดคลอเคลียกันอย่างแผ่วเบาในขณะที่เขากระซิบเอ่ย

“ผมอยากกอดปลอบคุณเวลาคุณเศร้า อยากอยู่ข้างคุณเวลาที่คุณเหงาหรือต้องการใคร ผม...”

ประโยคสุดท้ายที่เขาตั้งใจจะพูดนั้นถูกชาร์ล็อตหยุดไว้ด้วยริมฝีปากของเธอ แจ็คสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะรัดร่างบางของเธอในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นพร้อมกับจูบตอบเธออย่างอ่อนหวานในคราแรกก่อนที่จะเพิ่มความหนักหน่วงขึ้นจนชาร์ล็อตหายใจไม่ทัน เมื่อแจ็คสอดปลายลิ้นเข้ามาทักทายและเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นของเธอชาร์ล็อตก็ส่งเสียงครางในลำคอก่อนที่ยกมือขึ้นสอดขึ้นไปไล้เส้นผมตรงท้ายทอยของเขาในขณะที่มืออีกข้างนั้นทาบทับนิ่งอยู่ตรงแผงอกกว้าง หญิงสาวรู้สึกได้ถึงแรงสั่นกระเพื่อมใต้ฝ่ามือของเธอเมื่อเธอแกล้งงับริมฝีปากล่างเขาเป็นการหยอกเล่น แล้วจู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ในอากาศและถูกวางลงบนอะไรสักอย่างที่หนานุ่ม เมื่อลืมตาขึ้นชาร์ล็อตก็พบว่าเธอกำลังนอนเหยียดกายยาวอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นโดยที่แจ็คนอนคร่อมทับอยู่เหนือร่างของเธอ

แจ็คยันศอกข้างหนึ่งรับน้ำหนักตัวของเขาในขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นไล้ปลายนิ้วบนริมฝีปากที่อิ่มตึงขึ้นจากแรงบดเบียด

“ผมต้องการคุณ” เขากล่าวก่อนที่จะโน้มหน้าลงมาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ “แต่ถ้าหากคุณยังไม่พร้อม คุณบอกให้ผมหยุดได้นะ”

“ฉันไม่อยากให้คุณหยุด” เธอกระซิบเอ่ยพลางเบือนหน้าหนีเมื่อรู้สึกอายขึ้นมาหลังจากรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

“ฟ้า” น้ำเสียงแหบต่ำราวกับกำมะหยี่ของเขาทำเธอรู้สึกว่าภายในช่องท้องของเธอกำลังขมวดเกร็ง เขาประคองใบหน้าของเธอให้หันมาสบตากับเขา “คุณแน่ใจนะ”

เธอเม้มปากพลางพยักหน้า แจ็คหลับตาพลางส่งเสียงครางต่ำในลำคอก่อนที่จะแนบริมฝีปากจูบเธออีกครั้ง ชาร์ล็อตผ่อนลมหายก่อนที่จะเผยอริมฝีปากรับจูบของเขาที่ดื่มด่ำขึ้นด้วยความเต็มใจ จนกระทั่งเธอหายใจไม่ทันเขาจึงละริมฝีปากแตะไล่ประทับไปตามแนวกรามก่อนที่จะกดประทับตรงฐานคอ ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดผิวไวสัมผัสบริเวณนั้นทำให้เธอขนลุกเกรียว แล้วเธอก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเขาสอดมือผ่านชายเสื้อยืดของเธอไปปัดไล้ตรงหน้าท้องแบนราบของเธอ

“แจ็ค...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่น  รู้สึกเหมือนสิ่งรอบข้างเลือนหายไปเมื่อการรับรู้ของเธอในเวลานี้มีเพียงแค่สัมผัสจากมือและริมฝีปากของเขาเท่านั้น

แจ็คเงยหน้าขึ้นมองเธอก่อนที่เขาจะดึงให้เธอลุกขึ้นนั่ง เขาดึงชายเสื้อของเธอให้สูงขึ้นพร้อมกับมองตาของเธอ เขาไม่ได้พูดอะไรแต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในแววตาของเขานั้นมันบอกให้เธอรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร ชาร์ล็อตยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อให้เขาถอดเสื้อยืดที่เธอสวมอยู่ออก ทันทีที่ผิวกายเปลือยเปล่าที่เหลือแต่เสื้อชั้นในสัมผัสกับอากาศเย็นภายในห้องชาร์ล็อตก็รู้สึกอายจนต้องยกแขนขึ้นมาบังร่างกึ่งเปลือยของตัวเองเอาไว้

“อย่า” เขาพูดสั้นๆ ก่อนที่จะจับแขนทั้งสองข้างของเธอให้ตกลงมาอยู่ข้างตัว “ผมอยากมองคุณชัดๆ”

หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อระงับความตื่นเต้นและเขินอาย น่าแปลกที่เธอรู้สึกเช่นนั้นปกติแล้วเธอชินกับการที่จะต้องเปิดเผยเนื้อตัวให้กับใครต่อใครเพราะอาชีพนางแบบของเธอที่มีหลายครั้งที่จะต้องใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นอย่างชุดว่ายน้ำหรือเปลือยท่อนบนเพื่อถ่ายแฟชั่น แต่คงเป็นเพราะสายตาของเขาที่กวาดมองที่ใดก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีเปลวไฟร้อนผ่าวแผดเผาตรงตามมาจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งกาย

แจ็คยกมือขึ้นวางทาบทับตรงกลางอกของเธอแล้วก็ยิ้มเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงเต้นของหัวใจเธอที่เต้นถี่กระชั้น เขายื่นหน้าเข้าไปแตะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเธอพร้อมกับเอ่ยพึมพำ

“โอกาสสุดท้ายแล้วนะฟ้า ถ้าหากคุณยังไม่พร้อมผมจะหยุด แต่ถ้าหากคุณไม่พูดอะไรผมคงหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว”

ชาร์ล็อตมองสีหน้าของเขาที่ดูเหมือนกำลังพยายามยับยั้งตัวเองเอาไว้แล้วรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งใจ เธอรู้ว่าเขาต้องการเธอแต่เขาก็ยังใส่ใจที่จะถามย้ำเธออีกครั้ง หญิงสาวยกมือขึ้นประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ก่อนจะแตะประทับริมฝีปากลงไปอย่างแผ่วเบาแทนคำตอบ

แจ็คส่งเสียงคำรามในลำคอเมื่อเธอไม่คิดจะหยุด เขาเอนร่างของเธอให้นอนราบลงบนโซฟาอีกครั้ง แล้วดึงชายเสื้อของตัวเองถอดออกและเหวี่ยงทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เขามองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความต้องการตามธรรมชาตินั้นทอประกายสะท้อนโคมไฟเป็นสีทองวาววับก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาทาบทับ ผิวกายร้อนผ่าวของเขาที่แนบสนิทกับผิวกายของเธอทำให้สะดุ้งเฮือกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่าง แจ็คสอดมือไปประคองท้ายทอยของเธอเอาไว้ก่อนที่จะบดเบียดริมฝีปากกับเธออย่างร้อนแรงกระชากสติของเธอให้ปลิวหายไปกับสายลม เธอรับรู้แค่เพียงสัมผัสจากมือและริมฝีปากของเขาที่แตะสัมผัสให้เธออย่างเร่าร้อนขึ้นในทุกขณะ

แจ็คพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ผลีผลามจนเกินไป แต่ผิวกายอ่อนนุ่มและหอมกรุ่นที่นอนทอดกายให้เขาแตะสัมผัสใต้ร่างของเขาด้วยความเต็มใจนั้นกำลังทำให้เขาปัดความคิดนั้นทิ้งไป เสียงครางแผ่วหวิวยามที่เขาแตะริมฝีปากลงบนผิวกายของเธอยิ่งทำให้เลือดในตัวของเขาพลุ่งพล่าน เขาได้ยินชาร์ล็อตสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อไรเคราของเขาปัดผ่านผิวเนียนละเอียดตรงทรวงอกของเธอ เขาฝังจมูกและปากกับผิวหนุ่มยุ่นตรงนั้นอย่างลุ่มหลง สัญชาตญาณดิบที่อยากตีตราจองบนร่างกายเธอและประกาศให้โลกรู้ว่าเธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวนั้นกำลังเข้าครอบงำสติที่เหลือเพียงน้อยนิด

เธอเป็นของเขา...

เสียงโทรศัพท์มือถือของแจ็คที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟหน้าโซฟาก็กระชากให้แจ็คกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขามองโทรศัพท์ที่หน้าจอกระพริบพร้อมกับส่งสัญญาณบอกสายเข้าแล้วก็สบถออกมาเบาๆ พร้อมกับยันตัวลุกขึ้นนั่ง

เขาคว้าโทรศัพท์จากโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน ปล่อยให้ชาร์ล็อตที่ยังคงนอนราบอยู่กับโซฟามองเขาด้วยความงุงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะก้มลงไปแตะริมฝีปากกับเธอเบาๆ ก่อนจะเอ่ย “ขอโทษนะ แต่ว่าสายนี้ผมต้องรับ”

แล้วเขาเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปที่ระเบียงพร้อมกับมองหมายเลขที่โทรเข้ามาแล้วก็ยกมุมปากยิ้มเมื่อรู้ว่าเป็นใครก่อนจะกดปุ่มรับสาย

***********************

“ว่าไงครับแม่”

เสียงที่ดังลอดผ่านประตูที่เปิดออกไปทางเฉลียงก่อนที่จะปิดนั้นทำให้เลือดในกายของชาร์ล็อตที่กำลังร้อนรุ่มนั้นพลันเยือกแข็งราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น เธอรีบยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับคว้าเสื้อที่ถูกถอดทิ้งไว้มาสวมแล้วเดินไปที่ห้องน้ำปิดประตูล็อค หญิงสาวมองเงาสะท้อนของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนกระจกเงาแล้วเปิดก๊อกวักเอาน้ำเย็นสาดหน้าตัวเองแรงๆ สองสามทีเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับมา

ถ้าหากแม่ของเขาไม่โทรมา อะไรๆ คงเตลิดไปไกลจนเกินกว่าจะมีอะไรหยุดได้ และถ้าหากเป็นเช่นนั้น ทั้งเธอและแจ็คคงจะต้องรู้สึกเสียใจในภายหลังแน่

ชาร์ล็อตถอนหายใจพลางดึงกระดาษเช็ดหน้าที่อยู่บนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ามาซับหยดน้ำเย็นจัดบนใบหน้าแล้วจึงเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นซึ่งเธอพบว่าแจ็คกำลังนั่งรอเธออยู่ตรงที่โซฟา เขาลุกขึ้นยืนพลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ

“ขอโทษด้วยนะ พอดีแม่ของผมโทรมา”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ” เธอรีบกล่าวตัดบทก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบแขนทั้งสองข้างของตัวเอง “นี่ก็ค่ำแล้ว ฉันว่าฉันเองก็ควรจะต้องกลับได้แล้วเหมือนกัน”

แต่แจ็คก็รั้งต้นแขนของเธอเอาไว้ เขาดึงให้เธอหันกลับมาหาเขาก่อนจะมองหน้าเธอด้วยความงุนงง “คุณโกรธผมเหรอ?”

“เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้โกรธ” ว่าแล้วเธอก็ยกมือขึ้นวางบนหน้าอกของเขาพลางถอนหายใจ “แต่พออยู่ใกล้ๆ คุณแล้วฉันก็ลืมตัว ทั้งที่บอกคุณแล้วแท้ๆ ว่าเราควรค่อยเป็นค่อยไป”

แจ็คยิ้มแล้วยกมือของเธอขึ้นมาจรดริมฝีปาก “ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ลืมตัวหรอก”

สายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ส่งผ่านมาให้เธอนั้นบีบคั้นหัวใจจนแทบไม่อยากหายใจ เธอดึงมือกลับพร้อมกับกล่าวพึมพำ “เดี๋ยวโอลิเวียจะเป็นห่วง ฉันกลับก่อนนะคะ”

“ให้ผมไปส่งนะ” เขาทำท่าจะเดินตามเธอไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อชาร์ล็อตยกมือห้าม

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่างที่ฉันบอกว่าเวลาคุณอยู่ใกล้ๆ แล้วฉันจะลืมตัว”

คำตอบของเธอทำให้เขาเลิกคิ้วก่อนที่จะยกมุมปากยิ้ม “คุณกลัว”

“ใช่ค่ะ ฉันกลัว”

เธอเห็นสีหน้าของเขาจากที่กำลังสนุกกับการหยอกเย้าเป็นจริงจังขึ้นกับคำสารภาพของเธอ ถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ทั่วไปชาร์ล็อคคงจะปฏิเสธเขาไปแล้วว่าเธอไม่เคยคิดกลัวอะไร แต่การที่เธอยอมรับนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวเขา แต่เธอกลัวใจตัวเองจะเผลอทำอะไรโดยไม่คิดจนทำให้ตัวเองถลำลึกไปเกินกว่าที่จะปกป้องหัวใจตัวเองให้พ้นจากความเจ็บปวด

“ฟ้า ผมให้สัญญาว่าผมจะ...” เขาหยุดอีกครั้งเมื่อเธอยกมือห้าม

“อย่าสัญญาในสิ่งที่คุณรู้ว่าคุณทำไม่ได้เลยค่ะ” แล้วเธอก็ฝืนยิ้มให้กับเขาก่อนที่จะเดินเข้าไปหาแล้วเขย่งปลายเท้าแตะริมฝีปากตรงปลายคางของเขาเบาๆ

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะแจ็ค”

แจ็คตวัดวงแขนโอบร่างเธอเข้ามากอดพลางซบหน้ากับไหล่ของเธอก่อนจะพึมพำตอบด้วยประโยคเดียวกันก่อนที่จะผละออกห่าง เธอยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนที่จะรีบหันหลังและเดินกลับไปที่บ้านพักของเธอโดยมีแจ็คมองตามหลังเธอไปด้วยความงุนงง

**************************

โทรศัพท์ของชาร์ล็อตสั่นเตือนว่ามีข้อความเข้าทันทีที่กลับมาถึงห้องนอนของเธอ หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาปัดหน้าจอดูแล้วก็ถอนหายใจเมื่อพบว่าเป็นแจ็คที่ส่งข้อความเข้ามา

J.COLTRANE: คุณไม่เป็นอะไรแน่นะครับ

CHARLOTTE C.: ฉันไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ

J.COLTRANE: ผมเป็นห่วงคุณนะ แล้วผมก็ไม่อยากให้คุณคิดว่าเรื่องเมื่อกี้เกิดขึ้นเพราะผมอยากฉวยโอกาสด้วย

ใบหน้าของเธอร้อนวูบเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนแล่นเข้ามาในความคิด

CHARLOTTE C.: ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอกค่ะ

J.COLTRANE: ถ้าอย่างนั้นผมก็โล่งใจ ราตรีสวัสดิ์ครับฟ้า

เธอกดปุ่มปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้ววางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงพลางถอนหายใจยาว อยากโกรธตัวเองที่ปล่อยให้ใจล่องลอยไปกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นจนลืมความจริงว่าเธอมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไร หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเมื่อดวงตาของเธอร้อนผ่าวด้วยหยดน้ำตาที่ไหลเอ่อคลอ การตระหนักถึงความจริงที่เหมือนมีคนเอาตะปูมาตอกลงบนหัวใจของเธอเพื่อย้ำเตือนว่าสิ่งที่เธอวาดฝันเอาไว้กับเขานั้นมันไม่มีวันเป็นไปได้

เขาและเธอจะรักกันได้อย่างไรในเมื่อทั้งเขาและเธอเป็นผลพวงจากความผิดพลาดของผู้ให้กำเนิดของทั้งสองฝ่าย แค่คิดว่าถ้าหากเขารู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องระหว่างพ่อแม่ของทั้งเขาและเธอแล้วแจ็คจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหนชาร์ล็อตก็รู้สึกเจ็บปลาบในใจเหมือนโดนมีดกรีดเฉือนแล้ว ทั้งที่รู้ว่าถึงอย่างไรเสียเขาก็จะต้องรู้ความจริงไม่ช้าก็เร็วและการที่เธอคบหากับเขาเช่นนี้ก็เหมือนกับพาตัวเองเดินเข้าไปสู่หายนะครั้งใหญ่ที่อาจทำลายทุกอย่างแม้กระทั่งหัวใจของตัวเองที่เต็มไปด้วยบาดแผลให้แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี


************************

โรเบิร์ตรับแก้วเครื่องดื่มจากบาร์เทนเดอร์ก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม เขามองไปรอบๆ ก่อนที่จะหยุดเมื่อเห็นไมเคิลที่เพิ่งเดินเข้ามา เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้อีกฝ่ายรู้ซึ่งไมเคิลก็พยักหน้าและเดินมานั่งตรงเก้าอี้สตูลตัวที่อยู่ข้างๆ เขา

“ขอโทษทีนะ รอนานไหม”

“ไม่เป็นไร ฉันเองก็เพิ่งมาถึง นายจะดื่มอะไร”

“เอาเหมือนนายก็แล้วกัน” ไมเคิลหันไปบอกกับบาร์เทนเดอร์แล้วก็หันกลับมาทางโรเบิร์ต “สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ”

“ลองมาเป็นทนายดูสิแล้วจะรู้” โรเบิร์ตตอบหน้าตายก่อนที่จะยกแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบ

“อาชีพไหนๆ ก็ลำบากเหมือนกันหมดนั่นแหละ” แล้วไมเคิลก็หยิบซองจดหมายจากกระเป๋าด้านในแจ็คเก็ตมาวางบนเคาน์เตอร์บาร์ “อย่างน้อยคิดว่านี่อาจทำให้วันแย่ๆ ของนายดีขึ้นมาบ้าง”

โรเบิร์ตเลิกคิ้วก่อนจะหยิบมันมาเปิดดูก่อนที่จะยกมุมปากยิ้ม “ขอบใจมากไมค์”

“เก็บเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน” แล้วไมเคิลก็ยื่นเงินให้กับบาร์เทนเดอร์ “ไม่ต้องทอน”

“ถ้าหากมีหลักฐานชิ้นนี้แล้ว พวกเจนนิ่งส์คงดิ้นไม่หลุดจากเรื่องปลอมพินัยกรรมแน่”

“แต่ว่านอกจากเรื่องปลอมเอกสารแล้วฉันเจออย่างอื่นด้วยนี่สิ” ไมเคิลถอนหายใจก่อนที่จะกล่าวต่อ “ตอนนายบอกให้ฉันช่วยหาหลักฐานเรื่องการโอนเงินจ้างพวกปลอมเอกสารฉันเจอตัวเลขที่โอนเงินเข้าบัญชีมีการโอนเงินไปก้อนใหญ่อีกก้อนหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุของโฮเวิร์ดเลยลองไปเช็คเรื่องอุบัติเหตุของโฮเวิร์ดอีกครั้งแล้วดูเหมือนว่าการตรวจพิสูจน์ซากรถของโฮเวิร์ดจะมีการปกปิดหลักฐานบางอย่างอยู่”

“หมายความว่ายังไง” โรเบิร์ตขมวดคิ้วก่อนจะมองแผ่นกระดาษที่เขาเพิ่งได้รับมาอีกครั้ง

“ฉันไม่อยากด่วนสรุปนะ แต่มันมีความเป็นไปได้ว่า...”

“มันเป็นฆาตกรรม ไม่ใช่อุบัติเหตุ?” โรเบิร์ตย้อนถาม แล้วก็หลับตาลงพลางยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ พร้อมกับสบถออกมา “ให้ตายเถอะ... แล้วฉันจะบอกกับแจ็คว่ายังไงล่ะเนี่ย”

“มันก็ยังไม่ชัดเจนหรอกบ๊อบ” ไมเคิลพยายามพูดให้เขาคิดในแง่บวก “แต่ถ้าหากมันไม่ใช่อุบัติเหตุจริง ก็แสดงว่านั่นคือแรงจูงใจในการปลอมพินัยกรรมเพื่อเรียกผลประโยชน์ของตัวเอง”

“คุณพระช่วย... ไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงแค่เงินเฮเลนจะกล้าทำอะไรได้ถึงขนาดนี้” โรเบิร์ตกล่าวพลางถอนหายใจในขณะที่สีหน้าเครียดขึงด้วยความรู้สึกโกรธแค้นและชิงชังกับสิ่งที่พวกเจนนิ่งส์ได้ทำลงไป

“ความโลภทำให้คนทำได้ทุกอย่างบ๊อบ นายก็น่าจะรู้” ไมเคิลยกมือขึ้นบีบไหล่ของเขาเบาๆ ก่อนที่จะกระดกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มจนหมดแล้วก็วางลง “นายจัดการเรื่องตามหน้าที่ของนายไป ส่วนเรื่องการตายของโฮเวิร์ด ฉันจะให้ตำรวจรื้อคดีขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้วก็หาว่าใครกันที่รับสินบนปกปิดหลักฐาน เพราะดูจากจำนวนเงินที่โอนไปแล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าหากโชคดีก็คงรู้ว่าเจ้าหน้าที่คนไหนที่เพิ่งซื้อของเล่นแพงๆ หรือรวยขึ้นมากะทันหัน”

โรเบิร์ตถอนหายใจก่อนที่พยักหน้ารับ “ขอบใจมากไมค์ สำหรับทุกอย่าง”

“ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป” แล้วไมเคิลก็ทำสีหน้าจริงจังเมื่อกล่าวต่อ “เรื่องดูเหมือนจะอันตรายขึ้น นายควรจะต้องระวังตัวหน่อยนะ รวมถึงเด็กสองคนนั้นด้วย”

โรเบิร์ตชะงักไปเมื่อตระหนักได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“ถ้าหากริชาร์ดรู้ความจริงเรื่องพินัยกรรมแล้วล่ะก็...” โรเบิร์ตรีบลุกขึ้นพร้อมกับวางเงินลงบนเคาน์เตอร์ก่อนจะเอ่ย “ฉันต้องรีบไปเตือนให้ชาร์ล็อตรู้ตัว”

ไมเคิลพยักหน้าก่อนจะยกแก้วเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเข้าใจ โรเบิร์ตรีบเดินแหวกกลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่ตรงบริเวณทางเข้าบาร์พร้อมกับกล่าวขอโทษจนกระทั่งรู้สึกถึงใครบางคนที่เดินเข้ามาชนเขาอย่างจัง

“ขอโทษครับ ผมกำลังรีบ...” โรเบิร์ตสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อรู้สึกถึงของอะไรบางอย่างเสียดแทงเข้ามาที่ช่องท้อง เขาเงยหน้าขึ้นมองชายที่สวมเสื้อกันหนาวมีฮู้ดที่ถูกดึงลงมาต่ำจนปิดใบหน้าเสียเกินครึ่ง เขาพยายามคว้ามือของชายคนนั้นที่หยิบเอาซองเอกสารออกจากกระเป๋าด้านในเสื้อแจ็คเก็ตของเขาเอาไว้แต่ก็ไม่สำเร็จด้วยเรี่ยวแรงที่อ่อนลงก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะหันหลังกลับและกลืนหายไปกับฝูงชน โรเบิร์ตรีบยกมือขึ้นกดตรงบริเวณที่เปียกชื้นด้วยเลือดอุ่นๆ ที่กำลังไหลซึมผ่านเสื้อแจ็คเก็ตสูทเป็นวงกว้าง และไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ได้ยินเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจจากคนรอบข้างเมื่อพบว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ร่างของเขาล้มลงกระแทกพื้นและประสาทรับรู้ของโรเบิร์ตจะดับวูบไป

โปรดติดตามตอนต่อไป


รักคนอ่านค่ะ
Smiley



Create Date : 20 มิถุนายน 2559
Last Update : 20 มิถุนายน 2559 0:42:18 น.
Counter : 501 Pageviews.

1 comments
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:15:26:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


มิถุนายน 2559

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
MY VIP Friend