เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 13






ตอบคอมเม้นท์จากตอนที่แล้ว
ว่าจะลงตอนใหม่แต่ก็ยุ่งหลายเรื่องเลยลืมไปเสียทุกที ขออภัยที่ทำให้ต้องรอกันค่ะ
Smiley


คุณyapapaya: SmileySmileySmileySmileySmileySmiley



บทที่ 13


โรเบิร์ตถอนหายใจหลังจากอ่านอีเมล์ที่ไมเคิลส่งมาให้เขาเกี่ยวกับความคืบหน้าในการหาเบาะแสเรื่องการปลอมแปลงพินัยกรรมของพวกเจนนิ่งส์ เขาปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พร้อมกับปล่อยให้สมองทำงานกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับ ในรายละเอียดของอีเมล์ที่ไมเคิลส่งมาให้นั้นบอกให้รู้ว่าสิ่งที่ไมเคิลกำลังทำนั้นคืบหน้าไปในทางที่ดีขึ้นจากเบาะแสที่เริ่มพบจากการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากส่วนตัวของมาร์ค คอตเทอเรลที่มีการโอนเงินก้อนใหญ่จากบัญชีส่วนตัวไปยังบัญชีลึกลับที่กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเป็นใคร และถ้าหากรู้ว่าเป็นใครนั่นอาจเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้พิสูจน์ได้ว่าพินัยกรรมที่อยู่กับพวกเจนนิ่งส์นั้นเป็นของปลอม

เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาดังขึ้นทำให้ทนายหนุ่มใหญ่เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะโทรศัพท์ที่แฟลตของเขาในลอนดอนนั้นเป็นหมายเลขส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานซึ่งคนที่มีหมายเลขติดต่อนี้ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และการที่มีคนโทรศัพท์มาในเวลากลางดึกแบบนี้ก็ยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ เขารอให้กริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นอีกสามครั้งก่อนรับสาย

“ฮอว์ธอร์นพูดครับ” แล้วเขาก็เลิกคิ้วเมื่อสิ่งที่เขาได้ยินปลายสายนั้นมีแต่ความเงียบ เขาได้ยินเสียงสูดลมหายใจของคนที่โทรมาแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะพูดอะไร “ขอโทษนะครับ ถ้าหากคุณไม่พูดผมคงจะต้องขอวางสาย...”

“บ๊อบบี้”

น้ำเสียงคุ้นเคยที่เรียกชื่อของเขาอย่างสนิทสนมนั้นทำให้โรเบิร์ตนิ่งงันไปหลายวินาที เขาถอดแว่นสายตาที่สวมอยู่วางลงบนโต๊ะก่อนพ่นลมหายใจยาวแม้รู้ว่าในไม่ช้าหล่อนจะต้องติดต่อเขามาก็ตาม

“จิล”

“คุณสบายดีไหม” อาจเป็นคำถามที่ดูแปลกไปสักหน่อยสำหรับเพื่อนเก่าที่ไม่เคยติดต่อกันเลยนานนับสิบปี แต่โรเบิร์ตก็เข้าใจนิสัยของจิลเลียน สโตนส์ดีว่าหล่อนมักจะเริ่มต้นบทสนทนาด้วยประโยคพื้นฐานแบบนี้เสมอ

“ผมสบายดี แล้วคุณล่ะ? เราไม่ได้คุยกันมากี่ปีแล้ว?”

“เกือบสิบปีได้แล้วมั้ง... ขอโทษนะที่ฉันไม่ได้ไปร่วมงานศพของโฮเวิร์ด”

“ไม่เป็นไรหรอกจิล ผมเข้าใจ ผมได้ยินว่าคุณอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้วนี่”

“มหาวิทยาลัยที่นี่เชิญให้ฉันมาเป็นอาจารย์พิเศษสำหรับพวกบัณฑิตวิทยาลัยน่ะ แต่ก็แค่ภาคการศึกษาเดียวเพราะหลังจากนี้ฉันคงต้องไปไซท์งานโบราณสถานใหม่ที่เปรู”

“ยังคงยุ่งเหมือนเคยล่ะสิ” เขาว่าพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับกล่าวพึมพำขอโทษเพราะรู้ว่าสาเหตุที่หล่อนเอาแต่ทำงานจนเหมือนแทบไม่มีเวลาว่างเลยนั้นเป็นเพราะสาเหตุใด และหลังจากที่ไถ่ถามเรื่องอื่นๆ ไปได้พักใหญ่ เขาก็จับน้ำเสียงของจิลเลียนได้ว่าหล่อนกำลังจะเข้าเรื่องที่ทำให้หล่อนต้องโทรศัพท์มาหาเขา

“ฉันเจอกับชาร์ล็อตแล้ว เธอบอกกับฉันว่าเธอพักอยู่ที่บ้านของคุณ”

“เห็นว่าอยากได้ที่พักที่สงบๆ และเป็นส่วนตัวในระหว่างที่อยู่ที่นี่ ผมก็เลยเสนอให้เธอไปใช้บ้านตากอากาศที่ชานเมืองแทน”

จิลเลียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เอ่ยถาม “ชาร์ล็อตบอกกับฉันว่าเธอรู้ความจริงแล้ว”

“เธอบอกผมว่าโฮเวิร์ดเล่าเรื่องในอดีตของคุณกับเขาให้ชาร์ล็อตฟัง ดูเหมือนเธอจะเข้าใจว่าที่โฮเวิร์ดคอยช่วยเหลือนั่นก็เพราะต้องการจะไถ่บาปที่ทำให้คุณต้องหย่ากับแพทริค” เขานิ่งฟังท่าทีของจิลเลียนผ่านลำโพงโทรศัพท์ซึ่งมีแต่ความเงียบแต่โรเบิร์ตรู้ว่าหล่อนยังคงฟังเขาอยู่ “คุณไม่ต้องห่วงหรอกว่าโฮเวิร์ดจะเล่าอะไรให้ชาร์ล็อตรู้มากไปกว่านั้น เขารักเธอเหมือนกับเป็นลูกแท้ๆ คนหนึ่งของตัวเองเลยด้วยซ้ำและเขาคงไม่ทำร้ายจิตใจเธอมากไปกว่านี้กับเรื่องเละเทะในอดีตที่เหลือหรอก”

“ฉันเป็นห่วงลูก แม้ว่าความจริงแล้วฉันจะไม่มีสิทธิ์ก็ตาม” จิลเลียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งซึ่งโรเบิร์ตที่ได้ฟังก็รู้สึกเห็นใจ

“อย่าพูดแบบนั้นสิจิล คุณทำไปก็เพื่อปกป้องลูก ก็เหมือนอย่างที่พวกเราทุกคนกำลังทำ ไม่ว่าจะลูกของคุณหรือลูกของโฮเวิร์ด”

เมื่อเขากล่าวถึงลูกของโฮเวิร์ดจิลเลียนก็เอ่ยขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้

“คืนนี้ฉันเจอชาร์ล็อตที่งานบัลเล่ต์กับริชาร์ด เจนนิ่งส์ แล้วก็... แจ็ค โคลเทรน”

“แจ็คไปงานนั้นด้วยเหรอ?” โรเบิร์ตเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “เดี๋ยวนะจิล คุณพูดเหมือนคุณรู้จักแจ็คมาก่อน”

“ฉันกับแจ็ครู้จักกันตอนที่เขามาถ่ายภาพทำสารคดีที่ไซท์งานโบราณสถานที่ชิลี เขาคล้ายโฮเวิร์ดมากนะคุณว่าไหม”

“ก็มีส่วนคล้ายบ้าง แต่นิสัยไม่เหมือนเลยนี่สิ แล้วคุณบอกเขาหรือเปล่าว่าคุณรู้จักกับโฮเวิร์ด”

“ไม่ ฉันไม่ได้บอก... แล้วริชาร์ด เจนนิ่งส์คือใครคุณรู้อะไรเกี่ยวกับเขาไหม”

“เขาเป็นลูกชายของพี่สาวโฮเวิร์ดที่ดูแลผลงานของชาร์ล็อตที่ตีพิมพ์ขายในอังกฤษ และผมว่าคุณน่าจะมองว่าเขาพยายามจีบลูกสาวของคุณอยู่” แล้วโรเบิร์ตก็ถอนหายใจก่อนจะกล่าวต่อ “ผมมีเรื่องที่อยากบอกให้คุณรู้เอาไว้ก่อน... ดูเหมือนว่าแจ็คกับชาร์ล็อตกำลังชอบพอกันอยู่”

หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะพึมพำออกมา “คุณพระช่วย...”

“เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ?” เขาแค่นหัวเราะก่อนที่จะกล่าวต่อ “ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเพราะอะไร สองคนนั้นดูเหมือนจะมีใจให้กันก่อนที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แล้วในตอนนี้พอรู้แล้วก็กลายเป็นกลับตาลปัตรไปเลย”

“ฉันเห็นข่าวของชาร์ล็อตกับโฮเวิร์ดแล้ว ฉันเดาได้ว่ามันจะเป็นยังไง”

“แต่ถึงยังไงทั้งคู่ก็ชอบกันอยู่ ผมว่าอีกไม่นานหรอกพวกเขาคงจะปรับความเข้าใจกันได้ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง”

“ถ้าชาร์ล็อตกับแจ็คจะรักกันฉันก็ไม่คิดห้ามหรอกนะ ฉันแค่เป็นห่วงไม่อยากให้ทั้งคู่ต้องเจ็บปวดเหมือนอย่างที่ฉันกับโฮเวิร์ด...”

“อย่าเอาอดีตมาตัดสินเรื่องราวในปัจจุบันสิจิล คุณต้องเตรียมรับมือกับเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้น เพราะยังไงทั้งคู่ก็ต้องรู้ความจริงทั้งหมดไม่ช้าก็เร็ว และแจ็คกับชาร์ล็อตก็มีสิทธิ์ที่จะรู้แม้ว่ามันอาจจะต้องทำให้พวกเขาเจ็บปวดกับมันก็ตาม”

“ฉันไม่อยากทำอะไรให้ลูกเกลียดฉันมากไปกว่านี้อีก คุณเข้าใจไหมบ๊อบบี้”

โรเบิร์ตถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นบีบสันจมูกตัวเอง “ฟังนะจิล ถ้าหากว่าคุณกลัวว่าชาร์ล็อตจะเกลียดคุณ คุณก็ต้องแสดงให้เธอเห็นสิว่าคุณรักเธอมากแค่ไหน ไม่ใช่เอาแต่วิ่งหนีไปอยู่ตามมุมโลกอย่างที่คุณทำอย่างในตอนนี้”

“ถ้ามันง่ายอย่างที่คุณพูดมาก็ดีสิ” โรเบิร์ตไม่แปลกใจกับน้ำเสียงที่ดูห้วนขึ้นจิลเลียนที่เขาล้ำเส้นหล่อนในเรื่องของชาร์ล็อต

“จิล ผมเข้าใจว่าคุณทำตามข้อตกลงที่แพทริคบอกเอาไว้เพื่อปกป้องชาร์ล็อต แต่ตอนนี้ชาร์ล็อตเองก็อายุยี่สิบหกแล้ว และถ้าหากแพทริคสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างที่คุณกลัวจริงๆ ทำไมชาร์ล็อตถึงมาเป็นนักเขียน ทำไมถึงได้รู้จักกับโฮเวิร์ด เธอบินด้วยปีกของตัวเองมาตั้งแต่อายุสิบแปดถ้าหากผมได้ยินมาไม่ผิด มันถึงเวลาที่คุณจะต้องต่อสู้เพื่อเธอ...และเพื่อตัวคุณเองด้วย”

เขานิ่งฟังรอจิลเลียนตอบอะไรกลับมาแต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่มีอะไรจะโต้แย้งกับเขาอีก

“ไหนๆ คุณก็จะอยู่ที่นี่สักพัก ผมขอเชิญคุณมาทานมื้อค่ำที่บ้านของผมที่ชาร์ล็อตพักอยู่ก็แล้วกัน คุณสะดวกวันไหนก็โทรแจ้งเลขาฯ ของผม หรือไม่ก็โทรเข้าเบอร์ส่วนตัวของผมได้เลย และอย่าลืมนะจิลว่าผมรักและเป็นห่วงคุณในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ผมจะดูแลชาร์ล็อตในระหว่างที่เธออยู่ภายใต้การดูแลของผมให้ดีที่สุด ผมให้สัญญา”

“แล้วฉันจะเก็บเอาไปคิด... ขอบคุณนะบ๊อบบี้”

“ไม่เป็นไรหรอกจิล เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว... ผมคิดถึงคุณนะ”

“ฉันเองก็คิดถึงคุณเหมือนกัน”

รอยยิ้มละมุนเมื่อนึกถึงเรื่องดีๆ ในอดีตที่พวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันในฐานะเพื่อนที่เหนียวแน่นและเป็นที่พึ่งพาของกันและกันได้

“ราตรีสวัสดิ์จิลเลียน”




**********************************

 




ชาร์ล็อตเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อพบช่อทิวลิปสีครีมที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารพร้อมกับซองจดหมายหลังจากที่เธอกลับมาจากการไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า เธอหันไปมองโอลิเวียที่กำลังเตรียมอาหารเช้าให้เธอเป็นเชิงถาม

“ดอกไม้ส่งมาตอนที่คุณออกไปวิ่งน่ะค่ะ ไม่เห็นบอกว่าเป็นใครส่งมาด้วย”

เธอมองช่อดอกไม้ที่ถูกจัดช่ออย่างประณีตแล้วเลื่อนไปหยิบซองจดหมายที่มีชื่อเธอซึ่งเขียนด้วยลายมือแบบผู้ชายก่อนที่จะดึงการ์ดที่อยู่ข้างในออกมาอ่าน


’ชาร์ล็อต

ได้โปรดรับช่อดอกไม้นี้แทนคำขอโทษที่ผมเสียมารยาทที่เมื่อคืนนี้ต้องกลับก่อนด้วยเรื่องด่วนที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แม้ว่าใจจริงผมอยากจะอยู่กับคุณมากเพียงใดและผมขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัวด้วยการพาคุณไปทานมื้อค่ำอีกครั้ง

ขอโอกาสให้ผมแก้ตัวด้วย

ริชาร์ด โอลิเวอร์ เจนนิ่งส์’


ชาร์ล็อตสอดการ์ดกลับเข้าไปในซองแล้วก็วางมันลงบนโต๊ะดังเดิม ความสดชื่นหลังจากได้ออกกำลังกายพลันหายไปในพริบตาแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นบางๆ แต่น้ำหนักของความจริงที่เธอหลงลืมอะไรไปกำลังทำให้ใจของเธอหนักอึ้งเพราะเมื่อคืนนี้เธอลืมริชาร์ดไปเสียสนิท และโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกับชื่อของริชาร์ดปรากฏอยู่บนหน้าจอ เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางชั่งใจว่าจะกดรับสายหรือจะตัดสายทิ้ง แต่ถึงแม้ไม่อยากจะคุยกับริชาร์ดสักเท่าไร แต่การตัดสายทิ้งอาจทำให้เขาเข้าใจผิดไปเป็นอย่างอื่นได้เช่นกัน

“ชาร์ล็อต” น้ำเสียงทุ้มต่ำของริชาร์ดฟังดูโล่งใจเมื่อเธอรับสาย

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

“คุณได้รับดอกไม้ที่ผมส่งให้แล้วใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ขอบคุณมาก แต่จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นก็ได้ ฉันเข้าใจว่าคุณมีธุระด่วน”

“ผมรู้สึกแย่ที่ต้องปล่อยให้คุณอยู่ที่งานคนเดียว ผมขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้งได้ไหมครับ รับรองว่าผมจะเคลียร์ตารางงานให้ว่างแล้วก็สั่งเลขาฯ ไม่ให้ใครโทรมารบกวนเลย”

เธอหลับตาพร้อมกับลอบถอนหายใจ “ไม่ใช่ว่าฉันโกรธอะไรคุณหรอกนะคะ แต่ช่วงนี้ฉันต้องการสมาธิเพราะกำลังเริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่อยู่”

“ได้โปรดเถอะครับชาร์ล็อต ผมรู้สึกแย่มากจริงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าหากว่าคุณไม่ตอบรับคำเชิญของผม ผมคงจะนอนไม่หลับไปจนกว่าคุณจะตอบรับ”

ชาร์ล็อตกลอกตากับคำพูดที่ดูจะเกินความจริงของเขา แต่เธอจำเป็นจะต้องรักษาน้ำใจเขาเอาไว้เพราะเรื่องพินัยกรรมของโฮเวิร์ดที่ยังไม่คลี่คลายแม้ว่าเธอจะไตร่ตรองกับตัวเองมาสักพักแล้วว่าการที่เธอไปสนิทสนมกับริชาร์ดนั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรมากก็ตาม

“ฉันต้องการเวลาสักสองอาทิตย์ ถ้าหากคุณรอได้”

เธอได้ยินเสียงถอนหายใจของริชาร์ดที่ฟังดูเหมือนเขาไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของเธอสักเท่าไรนัก

“ก็ได้ครับ นักอ่านของคุณต้องฆ่าผมแน่ถ้าหากนิยายของคุณต้องเลื่อนกำหนดเพราะผมไปกวนเวลาทำงานของคุณ”

“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะริชาร์ด แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับดอกไม้”

“แล้วพบกันนะครับ ผมจะรอ”

ชาร์ล็อตพ่นลมหายใจยาวด้วยความโล่งอกเมื่อริชาร์ดตัดสายไป เธอวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะพลางหันไปมองโอลิเวียที่ยังคงง่วนกับการเตรียมมื้อเช้าแล้วยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง

“ทำไมพวกผู้ชายถึงไม่รู้จักฟังคำปฏิเสธจากฉันบ้างนะ”

“ถ้าหากคำปฏิเสธมันชัดเจนเขาก็คงจะฟังกันอยู่หรอกค่ะ” โอลิเวียกล่าวก่อนที่จะหันไปยิ้มให้กับเธอ “ถ้าหากคุณตั้งใจจะปฏิเสธเขาจริงๆ มีเหรอคะที่เขาจะไม่ฟัง”

“มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นน่ะสิคะ” เธอซบหน้ากับโต๊ะอาหารก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง “แล้วทำไมฉันต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากด้วยก็ไม่รู้”

โอลิเวียหัวเราะก่อนที่จะวางจานอาหารลงบนโต๊ะแล้วก็แตะไหล่ของเธอ “เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละค่ะว่าจะต้องทำยังไง แต่ตอนนี้รีบทานมื้อเช้าก่อนที่มันจะเย็นไม่ดีกว่าเหรอคะ”

ชาร์ล็อตมองจานอาหารตรงหน้าแล้วก็รู้สึกหิวขึ้นมาในทันทีก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองโอลิเวีย “อาหารน่าทานมากค่ะ แต่ว่าถ้าหากฉันทานแบบนี้ทุกวันฉันคงต้องเลิกเป็นนางแบบแน่เลย”

“เมื่อคืนคุณคงไม่ได้ทานอะไรมาฉันเลยเตรียมมื้อเช้าไว้มากหน่อย”

ความเอาใจใส่ของโอลิเวียนั้นทำให้ชาร์ล็อตยิ้มก่อนที่จะบีบมืออีกฝ่ายเบาๆ “ขอบคุณนะคะที่ดูแลฉัน ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันแท้ๆ”

“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ยังไงเสียนอกจากงานที่ฉันจะต้องอยู่ดูแลบ้านหลังนี้แล้ว ฉันก็ชอบคุณและมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ฉันจะคอยดูแลคุณนี่คะ คุณพูดเหมือนไม่เคยมีคนดูแลหรือใส่ใจคุณไปได้”

รอยยิ้มของเธอเจื่อนลงก่อนที่จะเบือนหน้าหลบสายตาของโอลิเวียที่ทำสีหน้างงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างปุบปับของเธอ

“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ คงเป็นเพราะฉันใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมานานเกินไปมากกว่า” แล้วเธอก็ตักไข่คนที่ฟูนุ่มเข้าปากและเริ่มรับประทานอาหารมื้อเช้าเป็นการตัดบทสนทนาก่อนที่โอลิเวียจะถามอะไรมากไปกว่านี้




*****************************

 




หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จแล้วชาร์ล็อตก็ไปนั่งทำงานในห้องนอนของตัวเอง หญิงสาวมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีเคอร์เซอร์กระพริบอยู่ตรงที่เดิมมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้วก็หลับตาพลางถอนหายใจ เธอพยายามตั้งสมาธิกับต้นฉบับนิยายที่เธอเพิ่งเริ่มเขียนแต่เพราะความอ้างว้างในอดีตจากการพูดคุยกับโอลิเวียนั้นกลายเป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นทำงานของเธอในวันนี้

โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นหลังจากที่สุดท้ายแล้วเธอก็หาสมาธิและเริ่มทำงานได้ เธอรัวปลายนิ้วบนแป้นพิมพ์จนกระทั่งจบย่อหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เธอชะงักมือเมื่อเห็นว่าผู้ที่โทรมาเป็นใคร

“ค่ะแม่”

“วันนี้ลูกว่างหรือเปล่า”

“วันนี้ฟ้าว่างค่ะ นอกจากนั่งทำงานที่บ้านแล้วก็คงไม่มีอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย เที่ยงนี้มาทานมื้อกลางวันกับแม่ก็แล้วกัน จะได้นั่งคุยกันไปนานๆ แล้วก็เมื่อคืนลูกกลับก่อนเหรอ แม่พยายามมองหาลูกในงานแล้วแต่ก็ไม่เจอ”

“พอดีริชาร์ดมีธุระด่วนที่ต้องไปก่อนน่ะค่ะ ฟ้าเลยกลับมากับแจ็คที่กำลังจะกลับพอดี”

“เพราะงี้นี่เองแม่ถึงมองหาลูกเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ” แล้วเธอก็ได้ยินแม่ของเธอถอนหายใจก่อนที่หล่อนจะกล่าวต่อ “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แม่จะส่งที่อยู่ร้านอาหารให้ลูกทางโทรศัพท์ก็แล้วกัน เอาสักสิบเอ็ดโมงครึ่งได้ไหม?”

“ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะคะแม่”

“จ้ะ แล้วเจอกัน”

หลังจากจิลเลียนวางสายไปแล้วชาร์ล็อตก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วลุกจากโต๊ะเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอก เธอหยิบลิปกลอสขึ้นมาทาบนริมฝีปากก่อนจะสำรวจตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเคาะกระจกหน้าต่างดังขึ้น หญิงสาวหันไปมองเงาที่ปรากฏอยู่ตรงผ้าม่านที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร เธอโคลงศีรษะด้วยความอ่อนใจกึ่งขันก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง

“นี่คุณเข้าทางประตูบ้านไม่เป็นหรือไง” เธอกล่าวในขณะที่พยายามตีหน้าบึ้งใส่เขา

แจ็คเลิกคิ้วพลางเอียงคอในขณะที่ริมฝีปากของเขาคลี่ยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับท่าทางบึ้งตึงของเธอ

“อรุณสวัสดิ์ครับ” แล้วเขาก็มองเธออย่างพิจารณา “คุณดูเหมือนกำลังจะออกไปไหนเลย”

“ฉันมีนัดตอนกลางวันน่ะค่ะ กว่าจะขับรถเข้าไปในเมืองคงใช้เวลาก็เลยคิดว่าจะออกไปก่อน”

“คุณนัดใครไว้เหรอ เมื่อวานไม่เห็นคุณบอกเลยว่ามีนัด”

“ฉันมีนัดกับแม่น่ะค่ะ กะว่าจะทานมื้อกลางวันแล้วก็ใช้เวลาช่วงบ่ายด้วยกันสักหน่อย”

แจ็คพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแล้วเขาก็ยื่นช่อดอกไลแลคสีฟ้าอมม่วงที่ซ่อนเอาไว้ด้านหลังให้แก่เธอ “ดอกไม้สำหรับคุณครับ”

ชาร์ล็อตรับช่อดอกไม้จากเขาก็สังเกตเห็นว่าช่อดอกไม้ที่เขามอบให้กับเธอนั้นดูเหมือนจะเพิ่งตัดมาจากต้นและมัดเข้าช่อด้วยกันง่ายๆ ด้วยเชือกเส้นเล็กที่มองก็รู้ว่าเขาคงทำมันขึ้นมาเอง

“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มก่อนที่จะยกช่อดอกไม้ขึ้นมาดม

“ผมไม่รู้ว่าดอกไม้บ้านๆ ของผมมันจะสู้ช่อดอกไม้หรูๆ ของริชาร์ดที่ส่งมาให้คุณได้หรือเปล่า”

เธอเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “คุณรู้ได้ยังไงคะว่าริชาร์ดส่งดอกไม้ให้ฉัน”

“ผมเห็นตอนผมออกไปเปิดประตูให้กับพวกช่าง”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็แค่ให้ดอกไม้กับฉันเพราะกลัวจะน้อยหน้าริชาร์ดเหรอคะ?”

แจ็คแตะมือกับขอบหน้าต่างแล้วมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง

“ผมไม่ชอบที่เขาส่งดอกไม้มาให้คุณด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนมาวอแวกับคุณอย่างที่เขาพยายามทำ” แล้วเขาก็ยกมือขึ้นเสยผมตัวเองพลางพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด “แล้วผมตั้งใจจะเอาดอกไม้ให้คุณตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เพราะผมกลัวน้อยหน้าริชาร์ดหรอกเพราะผมรู้ว่าผมเป็นอะไรกับคุณมากกว่าที่หมอนั่นเป็น”

ชาร์ล็อตสบตากับเขาแล้วก็ถอนหายใจ “ฉันเลี่ยงที่จะเจอริชาร์ดไม่ได้หรอกนะคะ คุณน่าจะเข้าใจ”

“ผมเข้าใจ แต่ผมก็ไม่ชอบที่เขามาจีบคุณอยู่ดี”

“คุณรู้ไหมว่าบางครั้งคุณก็ดูเป็นคนไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย”

“ก็ผมหึง” เขาย้อนหน้าตายก่อนที่จะทำหน้าบึ้ง

ชาร์ล็อตกลั้นหัวเราะกับท่าทางที่เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ในร่างของชายวัยสามสิบเช่นเขา ความหรูหราหรือเรียบง่ายของช่อดอกไม้ที่เธอได้รับในวันนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไร แต่เป็นผู้ให้ต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกแตกต่างกันไป ช่อดอกไม้อันหรูหราของริชาร์ดนั้นทำให้เธอรู้สึกหนักใจ เธอไม่ได้ชอบเขาในลักษณะนั้นและไม่มีวันที่จะรู้สึกแบบนั้นกับคนที่คิดฉ้อฉลกับญาติของตัวเองเพียงเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ กลับกันกับแจ็คที่แม้มันจะเป็นแค่ช่อดอกไม้ที่ปลูกอยู่ในบ้านของเขา แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงและพองโตจนเหมือนมันจะระเบิดออกมาให้ได้

“คุณหึงกับเรื่องไม่เป็นเรื่องไปได้ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับริชาร์ดในแบบนั้นคุณเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอ” แล้วเธอก็ก้มลงไปแตะริมฝีปากที่แก้มของเขาแล้วถอยห่างก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร “ฉันมีนัดกับแม่ตอนกลางวัน ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะ... แล้วคราวหน้าช่วยเข้ามาทางประตูหน้าบ้านก่อนที่โอลิเวียจะบ่น”

แล้วเธอขยิบตาพร้อมกับปิดหน้าต่างโดยปล่อยให้แจ็คที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนที่เธอจะหัวเราะกับสีหน้าของเขาพร้อมกับคว้ากระเป๋าสะพายมาคล้องไหล่และกุญแจรถเช่าก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป




*************************************

 




ร้านอาหารที่จิลเลียนนัดเธอไว้นั้นเป็นร้านอาหารกึ่งผับที่อยู่ในย่านช็อปปิ้ง เมื่อเดินเข้ามาในร้านบริกรก็เดินเข้าแนะนำตัวและบอกว่าจิลเลียนกำลังรอเธออยู่ก่อนที่จะพาเธอไปนั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ด้านในที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าบริเวณพื้นที่หลักซึ่งมีลูกค้านั่งรับประทานอาหารอยู่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้โด่งดังขนาดที่มีปาปารัซซีตามถ่ายอยู่ทุกย่างก้าวแต่เธอก็รู้สึกขอบคุณกับความเอาใจใส่ของจิลเลียนที่เข้าใจสถานะของเธอดี

เมื่อชาร์ล็อตเดินผ่านแนวต้นไม้ปลอมที่สูงในระดับที่บดบังสายตาคนภายนอก เธอก็พบกับจิลเลียนที่วันนี้อยู่ในชุดลำลองเน้นสบายไม่ต่างกันมองมาที่เธอด้วยใบหน้าที่แตะแต้มไปด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะลุกขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ จิลเลียนดึงเธอเข้ามากอดก่อนที่โยกตัวไปมาเหมือนตอนที่เธอยังเป็นเด็กๆ และนั่นก็ทำให้ดวงตาของเธอร้อนผ่าวด้วยหยดน้ำตาแต่เธอก็รีบกระพริบไล่ให้มันจางหายไปก่อนที่จะส่งยิ้มให้กับแม่ของเธอ

“รอนานไหมคะ ขอโทษค่ะที่ฟ้ามาช้า”

“ไม่เป็นไรหรอกลูก แม่ต่างหากที่มาก่อนเวลา นี่ยังอีกตั้งห้านาทีกว่าจะถึงเวลานัด” แล้วจิลเลียนก็จูงมือเธอมานั่งลงที่โต๊ะแล้วยกมือขึ้นเกี่ยวปอยผมของเธอไปคล้องหู “แม่คิดถึงลูกจัง”

“ครั้งล่าสุดที่เจอกันน่าจะเป็นที่มิลานเมื่อปีที่แล้วหรือเปล่าคะ”

จิลเลียนถอนหายใจก่อนจะบีบมือเธอแน่นๆ “แม่อยากอยู่กับลูกให้นานกว่านั้นแต่ว่า...”

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ ฟ้าเข้าใจ” เธอชักมือกลับก่อนที่จะหันไปรับเมนูที่บริกรยื่นให้กับเธอพร้อมกับกล่าวขอบคุณ บรรยากาศของการพบกันอีกครั้งมลายหายไปสิ้นเมื่อเธอตระหนักว่าเธอไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่างานที่แม่ของเธอทุ่มเททั้งชีวิตให้

ไม่เคยแม้กระทั่งที่จะหันกลับมาดูว่าเธอเติบโตขึ้นมากับพ่อที่เลี้ยงเธอแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างไร

เธอสั่งสลัดและสเต๊กปลาไขมันต่ำให้กับตัวเองในขณะที่จิลเลียนก็สั่งอาหารคล้ายๆ กัน หลังจากที่บริกรรับรายการอาหารจากพวกเธอและเดินจากไปชาร์ล็อตก็เลิกคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าจิลเลียนที่ดูเหมือนกำลังลังเลกับอะไรบางอย่าง

“แม่ไม่เคยบอกเรื่องของโฮเวิร์ดให้ลูกรู้เพราะแม่คิดว่าเรื่องของแม่กับเขามันจบกันไปนานแล้ว และมันไม่จำเป็นจะต้องมีอะไรที่จะต้องพูดถึงอีก เขามีครอบครัวของเขา แม่เองก็มีครอบครัวของแม่ ถึงแม้ว่ามันจะมีเรื่องไม่สมควรเกิดขึ้นก็ตาม”

“ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมพ่อกับแม่ถึงต้องเลิกกันล่ะคะ?” เธอย้อนถาม น้ำเสียงของเธอราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาแต่ภายในใจของเธอนั้นเหมือนกำลังถูกมีดกรีดซ้ำที่บาดแผลเก่าที่ไม่มีวันจะสมานกันจนหายดี

จิลเลียนเคาะนิ้วกับแก้วน้ำแร่ที่อยู่ตรงหน้า หล่อนเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่จะพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด

“ฟ้า แม่รู้ว่าคำขอโทษของแม่คงไม่ช่วยทำให้ความผิดพลาดที่แม่เคยทำลงไปดีขึ้นมาได้ แม้ว่าการที่แม่กับพ่อต้องเลิกกันมันจะทำให้ลูกรู้สึกเจ็บปวด แต่ถ้าหากย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้แม่จะไม่ทำแบบนั้นเป็นอันขาด แต่เพราะเราแก้ไขอดีตไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ก็คือยอมรับกับผลของมัน แม่รู้ว่าแม่ไม่ใช่แม่ที่ดีสำหรับลูกแต่แม่อยากให้ลูกรู้ว่าแม่ไม่เคยไม่รักลูกนะ”

ชาร์ล็อตนิ่งเงียบและปล่อยให้คำพูดของจิลเลียนวิ่งวนอยู่ในห้วงความคิด แม้ว่าเธออยากเชื่อในสิ่งที่จิลเลียนพูดแต่บาดแผลในใจที่ติดตัวเธอมาตลอดทั้งชีวิตนั้นมีมากกว่าที่จะเยียวยาได้ด้วยสุนทรพจน์ที่หล่อนเพิ่งกล่าวไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เธอกระพริบตาถี่ๆ เมื่อรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตาจากหยดน้ำตาที่กำลังไหลเอ่อขึ้นมา

“รัก แต่ก็ไม่มากพอที่แม่จะพยายามน่ะสิคะ” เธอตอบด้วยสีหน้าที่เฉยชาก่อนที่จะลุกขึ้นและหยิบเงินออกจากกระเป๋าถือมาวางไว้บนโต๊ะ “ขอโทษนะคะ พอดีฟ้านึกขึ้นได้ว่าฟ้ามีธุระจะต้องไปทำ เอาไว้ฟ้าจะโทรหาแม่อีกทีก็แล้วกันนะคะ”

ไม่รอให้จิลเลียนทักท้วง ขาเรียวยาวของเธอก็พาตัวเองเดินออกไปจากร้านอาหารให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอรู้ว่าเธออาจใจแคบที่ไม่ยอมเปิดใจรับฟังคำอธิบายของแม่ แต่เธอมีหัวใจที่จะต้องปกป้องไม่ให้มันต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้เหมือนกัน เพราะถ้าหากจิลเลียนรักเธอหรือต้องการที่จะทำให้เธอมีความสุขจริงๆ ชีวิตของเธอที่ผ่านมาคงไม่เหมือนถูกปล่อยทิ้งไว้ในที่ราบไซบีเรียที่อ้างว้างและหนาวเหน็บแบบนี้หรอก

คำแก้ตัวของคนที่ทำผิด ก็เพียงแค่เพราะอยากทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นจากบาปที่ทำอยู่ไม่ใช่หรือไง?

เธอแค่นริมฝีปากยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลกลิ้งลงมาบนแก้มของเธออย่างรวดเร็วก่อนที่จะกดรีโมทกุญแจรถและขับมันออกไปมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านพัก




***********************************

 




เสียงรถยนต์และเสียงประตูรั้วของบ้านโรเบิร์ตทำให้แจ็คละสายตาจากการตอกตะปูลงบนท่อนไม้เพื่อประกอบโต๊ะทำงานแล้วยืดตัวยืนขึ้นมองข้ามรั้วไปคนที่เพิ่งลงมาจากรถเก๋งสี่ประตูของเธอที่แล่นไปจอดในโรงจอดรถแล้วก็นึกสงสัย เพราะชาร์ล็อตบอกเขาว่าเธอมีนัดกับแม่ของเธอทั้งวันแล้วทำไมถึงรีบกลับมาทั้งที่ยังไม่ถึงบ่ายโมงเลยด้วยซ้ำ ไม่นานนักร่างสูงระหงของชาร์ล็อตก็เดินออกมาจากโรงรถและตรงดิ่งไปที่หน้าบ้าน หากเธอก็ชะงักพร้อมกับหันมาทางเขาคล้ายกับรู้ว่ากำลังถูกเขามองอยู่ แจ็คขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าของเธอผิดจากตอนขาไปที่เธอยังดูยิ้มแย้มอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ

ชาร์ล็อตสบตากับเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันหน้าหนีและเดินเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้นกับการไปเจอกับแม่ของเธอกันแน่

“เป็นอะไรไปอีกล่ะนี่” แจ็คบ่นพลางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองพร้อมกับถอนหายใจก่อนที่จะทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วเดินไปที่บ้านของโรเบิร์ต เขาเดินไปที่ประตูเล็กที่อยู่ตรงรั้วด้านข้างแล้วตรงไปทางหน้าต่างห้องเธอ

“เข้าทางประตูค่ะแจ็ค”

ชายหนุ่มหันไปกลับไปตามเสียงแล้วก็มายิ้มอายๆ ให้กับโอลิเวียที่ยืนเท้าเอวมองเขาอยู่ตรงประตูหลัง

“ผมนึกว่าคุณจะไม่รู้เสียอีก”

“คุณอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะคะ อย่าทำตัวซ่อนแอบเหมือนเป็นเด็กวัยรุ่นไปหน่อยเลย” โอลิเวียกล่าวพลางโคลงศีรษะใส่เขาอย่างระอา “เธออยู่ในห้องค่ะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปก่อนที่จะถามโอลิเวียด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

“ไม่รู้สิคะ ตอนสายชาร์ล็อตก็ดูท่าทางอารมณ์ดีแต่พอกลับมาก็ดิ่งเข้าห้องตัวเองถามอะไรก็ไม่ตอบ” แล้วโอลิเวียก็ถอนหายใจก่อนที่จะกล่าวต่อ “ฉันไม่รู้ว่าฉันควรพูดไหม แต่ชาร์ล็อตมีบาดแผลในใจที่ทำให้เธอต้องปิดกั้นตัวเองไม่ให้ใครทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด และถ้าหากคุณไม่คิดจริงจังฉันกับเธอว่าคุณควรถอยห่างเสียตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่มันจะสายไป”

“ผมไม่ได้คิดจะคบกับเธอเล่นๆ หรอกโอลิเวีย แน่นอนว่าผมคิดจริงจังกับเธอ ผมรักชาร์ล็อต”

โอลิเวียนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนที่หล่อนจะยิ้มก่อนที่จะเดินมากอดเขา “ถ้าอย่างนั้นคุณก็เข้าไปเถอะค่ะ ฉันคิดว่าเธอต้องการคุณ”

แจ็คกอดตอบหล่อนแน่นๆ ก่อนจะยิ้ม “ถึงคุณห้ามผมก็ตั้งใจเอาไว้อย่างนั้นอยู่แล้ว”




*************************************

 




แจ็คเคาะประตูห้องของชาร์ล็อตและยืนรอจนกระทั่งประตูห้องเปิดออก แล้วเขาก็สบถออกมาเบาๆ เมื่อเห็นดวงตาของเธอแดงก่ำที่ไม่บอกก็รู้ว่าเธอคงเพิ่งร้องไห้ เขาขมวดคิ้วและดึงเธอมากอด

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“แค่มื้อกลางวันไม่ราบรื่นอย่างที่คิดน่ะค่ะ”

“แล้วทำไมคุณถึงต้องร้องไห้ล่ะ บอกผมได้ไหม” แล้วเขาก็ถอนหายใจเมื่อเธอยังคงเงียบ “ฟ้า ถ้าหากคุณไม่บอกแล้วผมจะปลอบคุณได้ยังไงล่ะ คุณทะเลาะกับดอกเตอร์สโตนส์เหรอ?”

ชาร์ล็อตเงยหน้าขึ้นมองเขาพลางส่ายหน้า “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ แค่เรื่องเดิมๆ ที่คุยกันยังไงก็ไม่มีวันเข้าใจกัน”

แล้วเธอยกมือขึ้นโอบเอวเขาพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับหน้าอกกว้าง “ขอฉันอยู่อย่างนี้สักพักได้ไหมคะ”

แจ็คพยักหน้าก่อนจะยกมือกดร่างของเธอให้จมลึกเข้าไปในอ้อมกอดของเขาและปล่อยให้ไออุ่นจากร่างกายปลอบโยนเธอให้หายจากความเศร้าหมองที่เกิดขึ้น จนผ่านไปครู่ใหญ่กว่าที่เธอจะเป็นคนพูดขึ้นมาทำลายความเงียบ

“คุณเข้ามาทางประตู”

แจ็คยิ้มก่อนที่จะกดริมฝีปากลงบนศีรษะของเธอแล้วรัดวงแขนที่โอบกอดร่างของเธอให้แน่นขึ้น “ตอนแรกผมคิดว่าผมจะเข้ามาทางหน้าต่างแล้วแต่เผอิญโดนโอลิเวียจับได้เสียก่อน”

ชาร์ล็อตดันตัวออกห่างก่อนจะเบิกตาโพลง “ตายจริง! นี่อย่าบอกฉันนะว่า...”

“โอลิเวียรู้ครับ แถมผมยังโดนเธอดุด้วยว่าแก่จนป่านนี้แล้วยังทำตัวเป็นเด็กวัยรุ่นได้ยังไง”

ใบหน้าของชาร์ล็อตแดงก่ำก่อนที่เธอจะหลับตาลงพร้อมกับโอดครวญเมื่อความอายที่รู้ว่าโอลิเวียรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเขา

“แล้วต่อจากนี้ฉันจะมองหน้าโอลิเวียได้ยังไงล่ะคะ”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ เพราะยังไงเธอก็รู้เรื่องของเราอยู่แล้ว” แล้วเขาก็เชยปลายคางเธอให้เงยหน้าขึ้นมามองเขา “บอกผมไม่ได้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้น”

เธอเม้มริมฝีปากแน่นพลางส่ายหน้า แจ็คถอนหายใจก่อนที่จะผละออกห่างแล้วก็จูงมือเธอให้เดินตามเขาออกไปข้างนอก

“จะไปไหนเหรอคะ”

“บ้านผม” แล้วเขาก็หันกลับมาหาชาร์ล็อตเมื่อเธอชะงักและหยุดยืนอยู่กับที่

“ไปบ้านคุณทำไมคะ”

เขายิ้มเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวงของเธอ “ผมไม่ได้คิดจะพาคุณไปทำอะไรอย่างที่คุณคิดหรอก คุณนี่ก็ชอบคิดอะไรทะลึ่งๆ อยู่เรื่อย”

“ฉันเปล่าทะลึ่งสักหน่อย แค่ระวังตัวเอาไว้ก็ไม่ผิดอะไรไม่ใช่เหรอคะ”

“ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เลิกระแวงเสียทีเถอะ” แล้วแจ็คก็พาเธอเดินผ่านประตูรั้วด้านข้างเข้ามาในบริเวณบ้านของเขา “รกหน่อยนะครับ เพราะงานต่อเติมบ้านยังไม่เสร็จ มาทางนี้เถอะครับ”




***********************************

 




แจ็คพาเธอเข้ามาในตัวบ้าน เขามองเธอที่หันไปมองรอบๆ ก่อนที่สายตาของเธอจะไปหยุดที่ห้องที่มีโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้มะฮอกกานีอยู่ตรงกลาง ส่วนผนังทั้งโดยรอบนั้นกรุด้วยชั้นหนังสือแบบบิลด์อินที่สูงจนชนเพดานบ้าน เธอเดินเข้าไปด้านในแล้วหันกลับมามองเขาด้วยดวงตาที่เป็นประกายราวกับเด็กที่เดินเข้าไปในร้านตุ๊กตา

“นี่ห้องทำงานของลุงโฮเวิร์ดเหรอคะ?”

“จริงๆ แล้วเมื่อก่อนห้องนี้เคยเป็นห้องเล่นของผม พอผมโตแล้วก็ย้ายออกจากบ้านไปพ่อก็เลยเปลี่ยนเป็นห้องทำงานอย่างที่เห็น” แล้วเขาก็เดินไปที่ชั้นหนังสือที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานแล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมายื่นให้กับเธอ

“นี่เป็นต้นฉบับของดั้งเดิมของเรื่องบลูฟอเรสต์”

บลูฟอเรสต์เป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้โลกรู้จักกับโฮเวิร์ด โคลเทรน ด้วยเรื่องราวของกลุ่มนักรบที่ตามหาศิลาศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำมันมาใช้ต่อสู้กับเหล่าปีศาจร้ายที่กำลังจะครอบงำโลก เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้คือพัฒนาการความสัมพันธ์ของตัวละครซึ่งเป็นกลุ่มนักรบที่มาจากต่างแคว้นซึ่งกำลังขัดแย้งกันแต่ก็ต้องมาร่วมมือกันเพราะมีเป้าหมายเดียวกันคือการปกป้องโลกให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเหล่าปีศาจที่กำลังรุกคืบและฆ่าฟันมนุษย์อย่างเลือดเย็น และนั่นเป็นหนังสือเล่มแรกที่เธออ่านแล้วตกหลุมรักผลงานของโฮเวิร์ดเข้าเต็มเปาและเฝ้าติดตามผลงานของเขามาโดยตลอด

ชาร์ล็อตรับหนังสือจากเขามาเปิดดูอย่างระมัดระวัง เพราะจากสภาพหนังสือที่เข้าเล่มด้วยมือแบบง่ายๆ นั้นคงทำให้เธอกลัวว่าอาจจะทำมันฉีกโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอมองมันราวกับมันคือสมบัติล้ำค่า เธอเดินที่โซฟาตัวยาวที่อยู่หน้าชั้นหนังสือแล้วนั่งเอนหลังในท่านั่งที่สบายเหมาะกับการอ่านหนังสือแล้วก็เริ่มตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง

แจ็คมองชาร์ล็อตที่จมตัวเองอยู่กับหนังสือตรงหน้าแล้วก็ยกมุมปากยิ้ม เขารู้สึกโล่งใจที่เห็นท่าทางเธอผ่อนคลายลง ตอนที่เขาเห็นเธอกลับมาเขากลัวว่าเธอจะกลับไปซ่อนตัวหลังกำแพงที่เธอสร้างเอาไว้อีกครั้งหนึ่ง เขาแทบอยากไปหาดอกเตอร์สโตนส์แล้วถามหล่อนว่าเกิดอะไรขึ้นชาร์ล็อตถึงกลับมาและขังตัวเองไว้ในห้องและร้องไห้จนตาแดงก่ำ แต่เขาเองก็รู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวล้ำเส้นไปถ้าหากเธอไม่อนุญาต แจ็คตัดสินใจปล่อยให้ชาร์ล็อตนั่งอ่านหนังสือในห้องทำงานของพ่อเขาต่อไป ส่วนตัวเขานั้นก็พาตัวเองเดินออกมาที่โรงรถเพื่อจัดการประกอบโต๊ะทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ

นอกจากงานถ่ายภาพแล้วงานช่างไม้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขารัก พ่อเห็นความสนใจของเขาและสนับสนุนเต็มที่แม้กระทั่งแนะนำให้เขาไปทำงานพาร์ทไทม์ที่บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ของคนรู้จักกันและเขายังคิดอยู่ว่าถ้าหากมีเวลามากพอเขาอาจจะลองเปิดบริษัทรับทำเฟอร์นิเจอร์เล็กๆ ทำเองที่บ้านก็ไม่เลวเหมือนกัน

แจ็คนึกภาพชาร์ล็อตและเขาใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต ภาพของเธอที่นั่งทำงานห้องหนังสือของพ่อเขานั้นทำให้เขาหัวเราะพลางโคลงศีรษะให้กับตัวเองก่อนที่จะเตือนตัวเองว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรไกลไปเกินกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ตราบใดที่เขายังไม่สามารถทลายกำแพงในใจของเธอได้จนหมด เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรแบบนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนที่จะออกแรงขัดกระดาษทรายบนเนื้อไม้แรงกว่าปกติ

แจ็ครู้ตัวดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์แม้ว่าในใจของเขาต้องการให้เธอเปิดใจรับเขาเข้าไปอยู่ในใจเธออย่างเต็มตัวอย่างที่เขารู้สึกกับเธอมากเพียงใดก็ตาม




******************************

 




ริชาร์ดมองหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยสายตาพิจารณา ภาพของชาร์ล็อตและโฮเวิร์ดที่ถูกถ่ายโดยปาปารัซซีนั้นแม้ดูเผินๆ เหมือนอาจไม่มีความหมายอะไรกับเขา แต่ริชาร์ดรู้ว่ามันมีอะไรบางอย่างในภาพถ่ายนั้นที่มีแต่เขาเท่านั้นที่จะเข้าใจ

แม้ว่าภาพถ่ายจะต้องการนำเสนอเรื่องอื้อฉาวที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ต้องขอบคุณความคมชัดของกล้องที่ทำให้เขาสังเกตเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะที่โฮเวิร์ดและชาร์ล็อตกำลังนั่งสนทนากันอยู่ และเมื่อเทียบเวลาตามข่าวที่ปรากฏนั้นก็ทำให้ริชาร์ดปะติดปะต่อเรื่องได้ว่าเพราะเหตุใดชาร์ล็อตถึงยังอยู่ที่นี่ และทำไมเธอถึงไม่บอกให้เขารู้ว่าบ้านพักที่เธออยู่นั้นเป็นบ้านของใคร

ริมฝีปากของริชาร์ดเหยียดยิ้มก่อนจะแค่นหัวเราะในขณะที่ดวงตาของเขาเรืองรองด้วยโทสะที่ปะทุขึ้น เขาไม่อยากเชื่อว่าเขาจะโดนหลอกตลบหลังได้ง่ายถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความสวยและความฉลาดของชาร์ล็อตที่เบี่ยงเบนความสนใจของเขาไป แต่ในเวลานี้ที่เธอปฏิเสธเขาอย่างอ้อมๆ ทำให้เขาได้ถอยกลับมานึกไตร่ตรองดูและได้เห็นสิ่งที่เขามองข้ามไป

ลืมไปได้ยังไงนะว่าชาร์ล็อตไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่านได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่เคยเจอ

“น่าเสียดาย” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหมายเลขที่เขาต้องการที่จะติดต่อในเวลานี้

เรื่องของชาร์ล็อตเขาจะยังไม่คิดจะจัดการอะไร เพราะสิ่งสำคัญกว่าในตอนนี้คือเขาต้องกำจัดไอ้จิ้งจอกเฒ่าที่ทำตัวเป็นขวากหนามขวางจนเรื่องที่ควรจะต้องเรียบร้อยยุ่งยากหนักเข้าไปอีก



โปรดติดตามตอนต่อไป




รักคนอ่านค่ะ Smiley




Create Date : 23 พฤษภาคม 2559
Last Update : 23 พฤษภาคม 2559 16:33:30 น.
Counter : 576 Pageviews.

4 comments
  
หายไปนานเลยคะ เกือบลืมชาร์ล็อตแล้วๆ ริชารดเริ่มเผยหางละ
โดย: aey IP: 124.109.31.10 วันที่: 24 พฤษภาคม 2559 เวลา:8:58:10 น.
  
ขออนุญาตแอดบลอคเป็นเพื่อนนะคะ
โดย: ออมอำพัน วันที่: 25 พฤษภาคม 2559 เวลา:12:47:26 น.
  
่ิรอบนี้อ่านเดลินเลยค่ะ ขอให้องฟ้าปลอดภัยจากจิ้งจอกสังคม
โดย: yapapaya IP: 223.24.76.202 วันที่: 2 มิถุนายน 2559 เวลา:0:22:45 น.
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:15:35:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


พฤษภาคม 2559

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
MY VIP Friend