Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 พฤศจิกายน 2552

 
All Blogs

 

 

เก็บใจไว้เพื่อรักเธอ 24...หุบเหว

24…หุบเหว

กันต์ธีร์ทอดมองรถยนต์คันงามที่เคลื่อนตัวช้า ๆ มาจอดเทียบ รู้สึกประหลาดใจลึกเมื่อเห็นหญิงสาวคนขับก้าวลงจากรถมา

ร่างสูงเบื้องหน้านิ่งงันราวกับรูปปั้น จินตภาพเขาในห้วงความคิดเธอช่างแจ่มชัดเสียนี่กระไร นุ่นสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง

หญิงสาวจับมองไปอย่างไม่เชื่อสายตา แสงจากไฟริมทางช่วยให้เห็นสีหน้าตะลึงของอีกฝ่าย เธอก้าวเท้างตรงไปราวกับถูกแรงดึงดูด

“กันต์...”

เสียงกระซิบแผ่วเบาอยู่ในความมืด วงหน้าของเพื่อนสาวค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้น

“กันต์จริง ๆ ด้วย”

โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอก็พุ่งเข้ามากอดเขา นุ่นปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

“กันต์จริง ๆ ด้วย กันต์มาได้ไง รู้ได้ไงว่าตอนนี้..นุ่นอยากเจอกันต์มากที่สุด”

ได้ยินเสียงสะอื้นไห้อยู่ในอ้อมอก ท่าทางของเธอทำเอาเขาตั้งรับไม่ถูก

ผ่านไปหลายอึดใจ กว่าเขาจะได้สติยกแขนขึ้นโอบตอบ ร่างของเธอช่างอ่อนนุ่มและอบอุ่น บนเส้นทางเดินอันไม่แน่นอนของชีวิต เขาบอกตัวเองในวินาทีนั้นเองว่า จะไม่หนีหายจากเธอไปไหนอีก


กันต์ธีร์ทอดมองเสี้ยวหน้าหวาน ซึ่งซบนิ่งอยู่กับพนักพิงเก้าอี้โดยสารด้านคนขับ ไม่อยากเชื่อเลยว่า นุ่นจะต้องประสบกับชะตากรรมเดียวกับเขา การเผชิญหน้ากับบิดาที่ครั้งหนึ่งเคยปฏิเสธการดำรงอยู่ของเธอ

“แสดงว่า แม่ของนุ่นต้องรักนุ่นมาก ถึงได้พยายามปกป้องนุ่นจากเรื่องราวทั้งหมด” เขาสรุปหลังจากนิ่งฟังเรื่องราวของเธออยู่นาน

จริงของเขา นุ่นเงยมองเพื่อนหนุ่ม ภาพมายาของบิดาตลอดมานั้น แท้จริงแล้วคือเกราะกำบังที่มารดาพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเธอ

“นุ่นควรจะทำยังไงต่อไปดีกันต์” เธอถามเสียงสะอื้น สายตาจับมองคนข้างกาย เขาแลเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่ไม่ได้พบกัน อยากถามไถ่เรื่องราว ทว่า หวั่นกลัวในคำตอบ

“ไม่รู้เหมือนกัน” ชายหนุ่มส่ายหน้าช้า ๆ อย่างครุ่นคิด “กันต์ว่า ทำยังไงก็ได้ให้ทุกฝ่ายสบายใจที่สุด”

นุ่นทิ้งสายตาลงที่หน้าตัก พยายามค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง

“นุ่นจะไปเยี่ยมพ่ออีกเมื่อไหร่ล่ะ กันต์จะไปเป็นเพื่อน”

หญิงสาวเงยหน้าโดยฉับพลัน แววตาแจ่มใสขึ้น

“จริงนะ” เธอเอื้อมมือไปเขย่าที่ข้อมือเขา ย้ำถามเสียงสะอื้น “กันต์จะไปเป็นเพื่อนนุ่นจริง ๆ นะ ไปช่วยนุ่นรับรู้เรื่องราวพวกนั้น ว่านุ่นควรจะเชื่อดีหรือเปล่า”

มือข้างที่ถูกเธอเกาะกุมอยู่พลิกหงายเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายบีบกระชับ เขาโน้มตัวเข้ามาจับมองใบหน้าอันเจิ่งนองไปด้วยน้ำตาของเพื่อนสาว อยากก้มลงจูบประโลม แต่ก็ทำได้เพียงไล้น้ำตาจากพวงแก้มของเธอ

“ไม่ต้องคิดให้มากความหรอกนุ่น” เขากล่าวเสียงเย็น “เพราะทุกอย่างกำลังดำเนินไปจนถึงที่สุดของมันแล้ว นุ่นบอกเองไม่ใช่เหรอว่า พ่อของนุ่นคงอยู่ได้อีกไม่นาน”

นุ่นจับมองเพื่อนหนุ่มนิ่ง ถ้อยคำจากความคิดอ่านที่เป็นผู้ใหญ่นั้นให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยกับเธอเสมอมา ไออุ่นจากอุ้งมือของเขาก่อความรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ

“เข้าบ้านเถอะจ้ะ ป่านนี้แม่ของนุ่นคงเป็นห่วงแย่แล้ว”


ท่ามกลางความมืดของรัตติกาล มีแสงสว่างเพียงจุดเดียวจากภายในบ้าน นุ่นสาวเท้าก้าวตรงไปที่บันไดอย่างไม่ใส่ใจสีหน้าเคียดขึงของผู้ให้กำเนิด

“นุ่น!”

ผู้เยาว์หยุดฝีเท้าลง สายตายังคงทอดมองไปในความดำมืดเบื้องหน้า

“เกิดอะไรขึ้น ถึงได้กลับมืดป่านนี้ แล้วมือถือเป็นอะไรไปถึงไม่ได้เปิด คิดบ้างหรือเปล่าว่าแม่จะเป็นห่วง”

ยุพินต่อว่าพลางจับสังเกตมองบุตรสาว หลายวันมานี้ นุ่นแลเฉยเมยเย็นชากับหล่อนอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ขอโทษค่ะแม่ เมื่อวานลืมชาร์ทแบตไว้” เธอกล่าวเสียงเรียบ โดยไม่หันมองมา “ช่วงนี้นุ่นเรียนหนักค่ะ ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

ว่าแล้วก็หันหลังเดินขึ้นบันไดไป

ท่าทางของลูกก่อความรู้สึกหวาดหวั่นเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจ ยุพินรู้สึกหนักใจที่นับวันช่องว่างระหว่างเธอกับบุตรสาวยิ่งขยายใหญ่ขึ้นทุกที


แสงแดดยามบ่ายทอประกายเจิดจ้าร้อนแรง ผสมผสานเข้ากับความร้อนรุ่มของจิตใจ ประวิทย์ย่ำเท้าลงจากอาคารเรียนด้วยอารมณ์หงุดหงิด หลังจากรับทราบผลการศึกษาที่ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ดีพอจะเทียบโอนไปศึกษาต่อ ณ ดินแดนอันห่างไกล

ใช่ว่า เขาจะอยากบากบั่นศึกษาต่อ ทว่า ไม่สามารถต่อต้านค่านิยมอันโก้หรูของผู้ให้กำเนิดทั้งสอง เมื่อไหร่หนาเขาจะหลุดพ้นไปจากโลกการศึกษาอันยากเย็นแสนเข็นนี้เสียที

ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นหลังไว ๆ ของใครคนหนึ่งที่แสนคุ้นตาผ่านหน้าไป


“นุ่น”

มือที่กำลังจะเปิดประตูรถของหญิงสาวหยุดนิ่ง โทนเสียงนุ่มนวลที่ได้ยินช่วยให้เธอทราบโดยไม่ต้องหันมองไป คณิตตรงเข้ามาทักทายเพื่อนสาวอย่างร่าเริง

“จะกลับแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง ไม่เจอกันเสียหลายวันเลย”

วงหน้าเศร้าสร้อยของคู่สนทนาทำเอาเขาหุบยิ้ม นุ่นหันมองมาทางเพื่อนหนุ่มแล้วตอบเสียงเย็น

“นิตมีอะไรหรือเปล่า พอดีวันนี้นุ่นมีธุระต้องรีบไป”

ชายหนุ่มจับตามองค้นหาความผิดปกติในตัวเพื่อน เพิ่งคิดได้ว่าตลอดช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ที่มีใจทิพย์อยู่เคียงข้าง เขาแทบจะลืมเลือนเธอ

“ไม่มีอะไรหรอก” เขายังพยายามพูดคุยด้วยรอยยิ้ม “นุ่นจะไปไหนเหรอ ให้นิตไปเป็นเพื่อนไหม”

หญิงสาวส่ายหน้า

“ไม่ต้องดีกว่า นุ่นมีนัดแล้ว ไปล่ะนะ”

เธอหันไปเปิดประตูรถ โดยแทบไม่ได้มองหน้าเพื่อนหนุ่ม คณิตคว้าแขนเพื่อนสาวไว้โดยฉับพลัน

“เดี๋ยวสินุ่น” จะต้องมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับเธอ ท่าทางของหญิงสาวบอกกับเขาเช่นนั้น “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า มีอะไรให้นิตช่วยไหม”

ความห่วงใยท้วมท้นอยู่ในน้ำเสียงจนคนฟังสัมผัสได้ นุ่นอมยิ้มเนือย ๆ

“มีนิดหน่อยจ้ะ แต่เอาไว้วันหลังนุ่นค่อยเล่าให้ฟังนะ ขอตัวก่อนล่ะ”

นุ่นขืนข้อแขนออกจากอุ้งมือที่คลายออกของเพื่อนหนุ่ม แล้วก้าวขึ้นรถไป คณิตมองตามไปด้วยสายตาเป็นห่วง


ภาพจากระยะไกลที่เห็น แม้จะไม่ได้ยินเสียงสนทนา ก็พอจะบ่งบอกได้อย่างแน่ชัดว่า นุ่นต้องมีเรื่องผิดใจกับเพื่อนหนุ่มคนสนิทของเธอ ประวิทย์นึกกระหยิ่มอยู่ในใจ ก่อนจะตั้งสติขับรถตามเธอออกไป


การจราจรบนถนนหลวงสายสำคัญคับคั่ง ประวิทย์เหยียบคันเร่งแซงหน้ารถยนต์อีกหลายคันเพื่อไล่ตามญาติสาว รู้สึกแปลกใจที่วันนี้นุ่นขับรถเร็วกว่าที่เคย

เขาสังเกตมองเมื่อเธอหักเลี้ยวขึ้นสู่เส้นทางสายด่วนตัดใหม่ ซึ่งอาจเป็นเส้นทางปกติของเธอ ทว่า อาการรีบเร่งอย่างร้อนรนยามนี้กำลังบอกถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติบางประการ เขาเชื่อมั่นเช่นนั้น

ชายหนุ่มไล่กวดญาติสาวจนพ้นเส้นทางสายพิเศษเข้าสู่ถนนย่านชุมชน เขาแตะเบรกชะลอรถแทบไม่ทันเมื่อเธอหักซ้ายเข้าจอดเทียบริมฟุตบาท

ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินตรงมาที่รถของเธอ ดวงตาของผู้สะกดรอยตามเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพนั้นชัดเจน ไม่มีใครอื่นไปได้ นอกจากเพื่อนหนุ่มคนสนิทสมัยมัธยมของเธอ

นุ่นเดินอ้อมตัวรถไปส่งกุญแจให้เพื่อนหนุ่มเป็นผู้ขับ ก่อนที่ทั้งสองจะขึ้นรถแล้วออกตัวไปอย่างรวดเร็ว ประวิทย์เหยียบคันเร่งไล่ตามไปอย่างไม่คาดสายตา


กันต์ธีร์เหลือบมองเสี้ยวหน้าหมองเศร้าของเพื่อนสาว รู้สึกลังเลขณะเอื้อมมือข้างหนึ่งไปกุมมือเธอ แล้วบีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ

“ไม่ต้องคิดมากหรอกนุ่น แล้วทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปเอง”

นุ่นทอดมองมือใหญ่ที่กุมมือของเธออยู่จนมิด สัมผัสอุ่นจัดบนหลังมือก่อความรู้สึกอบอุ่นใจและหวาดหวั่นในคราเดียวกัน

“ถ้าเค้าเป็นพ่อของนุ่นจริง ๆ นุ่นก็ควรไปเยี่ยมเค้าทุกวันใช่ไหมกันต์”

เธอว่าพลางขืนข้อมือออกอย่างนุ่มนวล กระนั้น ก็ยังทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว รีบชักมือกลับไปไว้ที่พวงมาลัยตามเดิม

รถยนต์หลายคันชะลอการเคลื่อนตัว เมื่อถนนด้านหน้าติดขัดเป็นแนวยาว ชายหนุ่มหยุดรถแล้วหันมองมาทางคนข้าง ๆ อย่างเต็มตา นุ่นอยู่ในชุดนักศึกษา สายตายังคงเหม่อมองอยู่แต่ถนนเบื้องหน้า ผมสลวยของเธอยาวคลอเคลียบ่า เสี้ยวหน้าสวยหวานไม่ต่างไปจากเด็กสาวผมเปียของเขาคนเดิม

ทว่า มีบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป สถานการณ์ตรงหน้ากำลังบอกกับเขาเช่นนั้น นุ่นแลสุขุมและเป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งระแวดระวังในการวางตัวอยู่ใกล้ชิดเขา ห้วงอารมณ์นั้น เขารู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด

ทันใดนั้นเอง เขาเห็นอะไรบางอย่างที่กระจกรถด้านซ้าย

“นุ่น” เขาเอ่ย รถสปอร์ทคันงามนั้นช่างคล้ายคลึงกับรถที่เขาเคยเฝ้ารอ “พี่ประวิทย์ไปเรียนนอกหรือยัง”

“ยัง... เอ่อ... หรือไปแล้วก็ไม่รู้สิ ไม่ได้คุยกันนานแล้ว” หญิงสาวมองตามสายตาเพื่อนหนุ่ม รู้สึกแปลกใจที่จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องคุย “ทำไมเหรอ”

“นั่นไง” เขาชี้ไปที่กระจกรถ “เค้าอยู่นั่น กันต์จำทะเบียนรถเค้าได้”

นุ่นหันขวับมองไปด้านหลัง เขาเหลียวมองตามเธอ

“อุ้ย! พี่ประวิทย์จริง ๆ ด้วย เค้าตามเรามาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ”

สีหน้าของเธอบอกถึงอาการวิตกอย่างที่สุด เขานึกภาพออกทันทีว่า หากประวิทย์รู้เรื่องพ่อของเธอ ความวุ่นวายก็คงตามมา

“ไม่เป็นไรนะ” เขากระซิบ แล้วหันกลับมายังถนนเบื้องหน้า ก่อนจะพยายามหักเลี้ยวลำรถ “เดี๋ยวกันต์จะขับหนีเค้าเอง กันต์ชำนาญเส้นทางแถวนี้”

นุ่นเบนสายตากลับมาทอดมองเพื่อนหนุ่ม ความรู้สึกบางประการเอ่อล้น คล้ายสัมผัสคลื่นพลังความรักที่ซ่อนเร้นอยู่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูความรู้สึก หญิงสาวซึมซับห้วงอารมณ์นั้นด้วยความสับสนใจ


รถยนต์คันเป้าหมายหักลำเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางหลวงสายใหญ่ที่มีการจราจรพลุกพล่าน ประวิทย์หักพวงมาลัยเร่งแซงตามไป ทว่า ไม่อาจฝ่าด่านจราจรในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ได้ ก่อนที่รถคันนั้นจะหายวับไปใต้ทางต่างระดับ ชายหนุ่มทุบพวงมาลัยแล้วคำรามกับตัวเองอย่างเจ็บใจ


บริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยหนักอวลไปด้วยกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อ นิดานั่งห่อกายอยู่บนเก้าอี้โซฟาหน้าประตู หล่อนผุดลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นผู้มาเยือน

“นุ่น” ร่างผอมบางพุ่งเข้ามากอดรัดผู้เป็นน้องสาว แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น “เมื่อคืนคุณพ่ออาการหนักมากเลยจ้ะ เลือดออกในช่องท้องมาก จนคุณหมอต้องเอาเข้าห้องผ่าตัด”

กันต์ธีร์สังเกตมองผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาของเพื่อน หล่อนแลซูบเซียวจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก

“หมอว่ายังไงบ้างคะพี่นิดา” นุ่นถามพลางพยุงร่างผู้เป็นพี่สาวให้นั่งลง ขณะที่เพื่อนหนุ่มของเธอตามไปนั่งขนาบข้าง

นิดายังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น

“คุณหมอบอกว่าคงไม่เกินสองวันนี้” หล่อนว่าพลางร้องไห้โฮ แล้วซบหน้าลงบนไหล่บางของน้องสาว

นุ่นทอดมองบานกระจกประตูทางเข้าห้องผู้ป่วยหนัก เบื้องหลังประตูบานนี้ ทุกอย่างกำลังจะดำเนินไปถึงที่สุดแล้วจริง ๆ



เนิ่นนาน กว่าที่พยาบาลในชุดสีเขียวจะเปิดประตูออกมา

“ญาติของ คุณนริศ ตันธนศิริ”

นุ่นประคองร่างผู้เป็นพี่สาว ที่ทำท่าจะลุกขึ้น แต่ก็สิ้นเรี่ยวแรงเต็มที

“คุณหมอเชิญพบด้านในค่ะ”

ในที่สุด สองสาวพี่น้องก็ติดตามเจ้าหน้าที่พยาบาลไปสวมเสื้อคลุมและหมวกกันการแพร่เชื้อเพื่อเข้าห้องผู้ป่วยหนัก ข้างเตียงคนป่วยเต็มไปด้วยเครื่องมือช่วยชีวิต และนายแพทย์สูงวัยยืนรอพวกเธออยู่

“ผมเสียใจด้วยครับคุณนิดา เรายื้อจนถึงที่สุดแล้ว”

นิดาพุ่งเข้าไปกอดร่างของผู้เป็นบิดา ร้องเสียงดังอย่างไร้สติ

“ไม่! คุณพ่อ... คุณพ่ออย่าเพิ่งทิ้งหนูไป”

นุ่นย่างกายผ่านหน้าแพทย์เจ้าของไข้ไปที่ข้างเตียง ลมหายใจในถุงออกซิเจนของคนป่วยแลอ่อนแรงเต็มที เธอเอื้อมมือข้างหนึ่งไปสัมผัสมือกับผู้ให้กำเนิดอย่างแผ่วเบา

เวลาที่เหลืออีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเขา น้ำตาของหญิงสาวไหลนองอาบแก้ม

“พ่อขา” เธอสะกดอารมณ์เรียกเสียงสะอื้น “หลับ...ให้สบายนะคะ นุ่นให้อภัยพ่อ นุ่นรักพ่อค่ะ”

เธอรู้สึกราวกับว่ามือนั้นขยับเล็กน้อย ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหยุดลง

“ไม่! พ่อ! ๆ ไม่ๆ”

ได้ยินเสียงหวีดของอุปกรณ์ช่วยชีวิตผสานกับเสียงกรีดร้องของผู้เป็นพี่สาว จากนั้นทุกอย่างก็หม่นมัวและมืดมิด



“นุ่น...”

ได้ยินเสียงกระซิบ กับสัมผัสอุ่นจัดรอบกาย รู้สึกตัวอีกที เธอก็อยู่ในอ้อมแขนของเขา หญิงสาวแหงนหน้ามองเพื่อนหนุ่ม ก่อนจะเหลียวมองไปรอบด้าน รอบกายเธอแลสับสนอลเวง ชายในชุดขาวหลายคนเดินขวักไขว่กันไปมา

“เรากลับกันก่อนดีไหม พี่นิดาติดต่อคนที่บ้านเค้าให้มารับศพแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยไปหาพวกเค้าที่วัดกัน”

เธอพยักหน้ารับคำเบา ๆ สมองเบลอว่างเปล่าจนคิดอะไรไม่ออก

กันต์ธีร์ประคองเพื่อนสาวกลับไปที่รถ ก่อนจะขับรถพาเธอออกไป



ประตูห้องที่เกือบถูกปิดตายง้างเปิดออก ทันทีที่แสงไฟสว่าง สายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดมองไปทั่ว

...ไม่อยู่แล้วจริง ๆ ยุพินบอกกับตัวเองอย่างร้าวรานใจ

คำบอกกล่าวของหลานชายที่ว่า นุ่นกลับไปคบหาเด็กหนุ่มที่ชื่อว่ากันต์ธีร์นั่นจริงดังคาด คงมีใครทำให้นุ่นรู้เรื่องกล่องของขวัญที่ซ่อนอยู่นี้ จนเป็นผลให้ลูกย้อนกลับไปคบหาเขาอีก ไม่อยากเชื่อเลยว่า ตนเองจะมีลูกสาวสิ้นคิดถึงเพียงนี้

มิน่าล่ะ ช่วงหลังมานี้ นุ่นจึงแลหมางเมิน ตีตัวออกห่างจากคนเป็นแม่อย่างหล่อนเหลือเกิน

เสียงรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาภายในรั้วบ้าน ยุพินงับประตูห้องเก็บของปิดลงแล้วย้ำเท้าออกไปพบลูก นุ่นก้าวลงจากรถด้านคนขับด้วยท่าทางเชื่องช้า ร่างกายแลซูบระโหยราวกับอดนอนมาหลายวัน เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาดุของผู้เป็นมารดา

“ไปทำอะไรมา ถึงได้กลับดึกดื่นได้แทบทุกวัน” ผู้อาวุโสเริ่มอย่างมีอารมณ์

นุ่นหลบตาแล้วเดินผ่านผู้ให้กำเนิดเข้าไปภายในบ้าน ยามนี้ เธอสับสนและอ่อนเรี่ยวแรงเกินกว่าจะโต้เถียงใด ๆ

“นุ่น !” น้ำเสียงของผู้เป็นมารดาทวีความเกรี้ยวกราด “ไม่ได้ยินที่แม่ถามหรือไง”

หญิงสาวหันมองกลับมา

“นุ่นเหนื่อยจังค่ะแม่” เธอข่มใจพูดเสียงอ่อน “ถ้าแม่ไม่ว่าอะไร นุ่นขอตอบคำถามแม่วันหลังได้ไหมคะ ”

ยุพินพินิจมองบุตรสาว นอกจากท่าทางอ่อนระโหยแล้ว ขอบตายังแดงช้ำเหมือนผ่านการร้องไห้มา

“ไปทำอะไรมาถึงได้ดูเหนื่อยขนาดนั้น” ผู้สูงวัยกว่าลดระดับเสียงลง แต่ภายในจิตใจยังคงร้อนรุ่มห่วงใยเหลือเกิน “แล้วนั่นร้องไห้มาเหรอ ร้องไห้เรื่องอะไร”

หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดขอบตาตัวเอง นึกหาคำแก้ตัวไม่ออก

“เปล่าค่ะ... ช่วงนี้นุ่น... นุ่นอ่านหนังสือหนักหน่อย” เธอตอบอ้ำอึ้งแล้วรีบตัดบท “ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

ว่าแล้วก็หมุนตัวหันหลัง ก่อนจะถูกผู้เป็นมารดารั้งไว้ที่ต้นแขน

“เลิกโกหกแม่เสียทีนะนุ่น! ประวิทย์บอกแม่หมดแล้ว เรื่องที่นุ่นกลับไปคบกับเพื่อนที่ชื่อกันต์ธีร์นั่น”

คำนั้นทำเอาเธอใจหาย เพิ่งจะนึกได้ถึงเหตุการณ์ที่ประวิทย์ติดตามเธอไปจนเกือบถึงโรงพยาบาล

“แม่คะ” เธอมองสายตาคู่ดุของมารดา นึกไม่ออกว่าควรจะอธิบายอย่างไร “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกันต์หรอกค่ะ”

ยุพินถลึงตามองบุตรสาว

“เรื่องที่ไม่เกี่ยวเนี่ย เรื่องไหน เรื่องที่ทำให้นุ่นร้องไห้ใช่ไหม ที่ผ่านมาไม่เข็ดหรือไง ถึงได้ยังพยายามปกป้องเค้าอยู่อีก”

อารมณ์กดดันและปวดร้าวลึกเกินกว่าจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ จนต้องปล่อยให้มันร่วงรินอาบแก้ม ห้วงยามที่ความรู้สึกระหว่างเธอกับมารดาห่างไกลกันเช่นนี้ เธอต้องการเขาเหลือเกิน

“ไม่นะคะแม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกันต์จริง ๆ”

ความอดทนของคนเป็นแม่ถึงขีดสุด เมื่อลูกยังยืนยันคำพูดเดิม หล่อนแทบจะล้มทั้งยืน

“นุ่น... เค้าทำลูกร้องไห้ขนาดนี้แล้ว นุ่นยังเข้าข้างเค้า ยังคิดจะเลือกเค้าอยู่อีกเหรอ คนดี ๆ รอบตัวลูกก็เยอะแยะ ทำไมไม่เลือก...” ผู้สูงวัยกว่าทรุดกายลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง “อะไรนะ... อะไรที่ทำให้ลูกแม่โง่ จนยอมทุ่มเทความรู้สึกให้ผู้ชายคนนี้ถึงขนาดนี้”

เสียงสะอื้นของผู้ให้กำเนิด ทำเอาหัวใจของหญิงสาวห่อเหี่ยวตาม เธอทรุดตัวคุกเข่าลงข้างกายมารดา

“แม่ขา...” นุ่นยกสองแขนโอบรอบเอวมารดา แล้วซบหน้าลงบนตัก “นุ่นยอมรับค่ะว่า นุ่นเคยเสียใจมากเรื่องของกันต์ เพราะนุ่นไม่เชื่อแม่”

อารมณ์ร้าวรานของผู้อาวุโสสะดุด เมื่อลูกยอมเผยความในใจออกมา

“แต่นั่นจะเป็นแค่ครั้งเดียวค่ะแม่” เธอกล่าวเสียงหนัก

ยุพินประคองวงหน้าของบุตรสาว เงาสะท้อนของม่านตาคู่ที่เคยสดใส คล้ายซ่อนไว้ด้วยความนัยบางประการ

“แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ นุ่นสัญญาค่ะว่า นุ่นจะไม่ยอมร้องไห้เพราะเค้าอีก”

ผู้เป็นมารดาเงียบอึ้งไปกับคำกล่าวนั้น ท่าทางเปลือกนอกที่แลดูอ่อนไหวนิ่มนวลของนุ่น กลับซ่อนไว้ด้วยพลังอันแข็งกร้าวของจิตวิญญาณ ยุพินรู้สึกวาบไหวอยู่ในส่วนลึก ที่นับวัน หุบเหวที่กางกั้นระหว่างหล่อนกับลูกสาวยิ่งขยายใหญ่ ห่างไกลออกไปทุกที

......................................................

 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 16:40:20 น.
4 comments
Counter : Pageviews.

 

หลายคนอยากรู้ว่า นุ่นเจอกับกันต์ธีร์แล้วยังไงต่อ
เลยเอาแค่ช่วงนี้มาโพสก่อน
ถ้าเขียนจบตอนแล้วจะมาโพสเพิ่มนะคะ

To. พิณพลอย
ผ่านมาสองปี ธุรกิจเริ่มลงตัว อาจจะมีเวลาเขียนบ้างนิดหน่อยค่ะ
ยังไงเสียก็ต้องเอาเรื่องนี้ให้จบ

To. Ki
เรื่องรอยรักปักใจ มีโครงการจะเขียนต่อ
แต่ยังไม่มีไอเดียอะไรที่น่าสนใจไปกว่า พระเอกง้อนางเอก
กำลังคิดอยู่ค่ะ

To. sachikojung
ฝุ่นหนามากค่ะ เลยใช้เวลาปัดนานไปหน่อย อิ ๆ

 

โดย: วังวน 15 พฤศจิกายน 2552 9:28:45 น.  

 

เขียนจบตอนแล้ว มาโพสต่อ
หวังว่าเพื่อน ๆ ที่ยังติดตามอ่าน
จะยังกลับมาอ่านนะคะ

พยายามจะเขียนต่อ ตอนละไม่เกินสองสัปดาห์

จบเรื่องนี้ก็จะไปเรียนรอยรักปักใจ ภาคสอง

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: วังวน 19 พฤศจิกายน 2552 16:42:06 น.  

 

นึกว่าฝันไป คุณวังวนมาโพสแล้ว
เย้ เย้
จะติดตามค่ะ

แต่ตอนนี้ผู้อ่านคนนี้เปลี่ยนงานใหม่ งานเยอะกว่าเดิม
แถมวันเสาร์ต้องไปทำงานด้วยอีก ที่ออฟฟิศก็ห้ามใช้เวบ
แต่จะติดตามนะ สัญญา

 

โดย: พิณพลอย IP: 58.9.128.164 20 พฤศจิกายน 2552 22:18:19 น.  

 

ดีค่ะ คุณพิณพลอยมีเวลาน้อยลง
คนเขียนคนนี้ก็เขียนช้าเหมือนกัน

ดีใจจังที่เข้ามาแล้วเจอชื่อคุณ

 

โดย: วังวน 21 พฤศจิกายน 2552 18:35:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

วังวน

Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

รักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก
ช่วงเป็นวัยรุ่นนิยมอ่านวรรณกรรมเยาวชน
นิยายและเรื่องสั้นต่าง ๆ เคยใฝ่ฝันไว้ว่า
อนาคตอยากมีงานเขียนเป็นของตัวเองสักเล่ม
แต่เมื่อเรียนจบก็ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน
จนลืมความใฝ่ฝันของตัวเองไปนาน
จนกระทั่งช่วงที่ลาออกจากงานบริษัทเอกชนแล้ว
กลับมามีเวลาเป็นของตัวเอง จึงเริ่มอ่านหนังสือ
ที่สนใจ รวมถึงงานเขียนของนักเขียนมือใหม่
ในเวปบอร์ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ
ให้ทดลองเขียนเอง

ผลงานออกมาเรื่องแรกเป็นนิยายชีวิตรักเข้มข้น
“สายธารรัก” เสนอต่อสำนักพิมพ์ยาหยี-ยาใจ
ตีพิมพ์เป็นหนังสือเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2547

ผลงานชิ้นที่สอง ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์กับ
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม วางจำหน่าย
ในเดือนตุลาคม 2548
 
Friends' blogs
[Add วังวน's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.