บัลลังก์แห่งคิเรบัส : บทสุดท้าย
ตอบคอมเม้นท์จากตอนที่แล้ว

คุณพี่สุ...จ้า: ถ้าไม่ได้เด็จพ่อ มีหวังองค์หญิงได้ขึ้นคานแน่ๆ ค่ะ ฮี่ๆๆๆ

คุณgoldensun: เด็จพ่อทำอะไรไม่ปรึกษา องค์หญิงเลยมีน้ำโหพาลไปทั่วเลย อิอิ


บทสุดท้าย



ไบรโอเนียมองเงาสะท้อนของตนในกระจกเงาด้วยความรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ในเมื่อวันนี้คือวันที่นางเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับทีนิส ชุดแต่งงานของนางถูกตัดเย็บด้วยความปราณีตด้วยผ้าไหมเนื้อดีย้อมเป็นสีม่วงอ่อนที่ปักลวดลายด้วยอัญมณีอย่างวิจิตรงดงามสมฐานะของผู้ที่จะมาเป็นราชินีแห่งแคว้นคิเรบัสเป็นอย่างยิ่ง

เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นดึงความสนใจของนางจากหน้ากระจกและเมื่อทหารองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตูขานมาว่าเป็นโลเอลนางจึงบอกให้เข้ามาได้ พระบิดาของนางในเครื่องแต่งกายแบบกษัตริย์เต็มยศนั้นต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นนางก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏพร้อมกับสายตาที่มองนางด้วยความปลาบปลื้มและภูมิใจ

“พ่อเกือบลืมไปแล้วว่าเจ้านั้นเป็นสตรีที่งดงามเพียงใด” แล้วโลเอลก็โอบกอดร่างของพระราชธิดาแน่น “เจ้าทำให้พ่อคิดถึงแม่ของเจ้าในวันนางแต่งงานกับพ่อ นางทั้งงดงามและน่าดูสง่างามจนพ่อไม่คิดว่าจะหาหญิงใดมาเทียบเทียมความงามของนางได้...”

แล้วโลเอลก็ถอนหายใจพร้อมกับดวงตาทอประกายหมองเศร้าจนไบรโอเนียต้องบีบมือของพระบิดาแน่นๆ

“มันคงดีกว่านี้ถ้าหากว่าแม่ของเจ้าได้เห็นว่าเจ้าเติบใหญ่เป็นเจ้าหญิงที่งดงามและเฉลียวฉลาดมากเพียงใด”

“เสด็จแม่ยังคงอยู่ในใจของพวกเราเสมอมาเพคะเสด็จพ่อ”

โลเอลยิ้มก่อนจะรั้งร่างของนางมากอดอีกครั้ง “หลังจากนี้พ่อคงจะคิดถึงเจ้ามาก”

“ถ้าเช่นนั้นทำไมถึงทรงปลดลูกออกจากตำแหน่งรัชทายาทล่ะเพคะ” ไบรโอเนียเอ่ยถามพลางกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่หยดน้ำตาที่เอ่อคลอให้แห้งไป

“ที่พ่อตัดสินใจแบบนั้นก็เพราะพ่อเห็นแก่ความสุขของเจ้า แม้ว่าพ่ออาจจะต้องเหงาเมื่อเจ้าไม่ได้อยู่ที่ดาร์ซีอีก แต่การที่เจ้าจากพ่อมาก็เพราะชีวิตของเจ้าต้องก้าวเดินไปข้างหน้า พ่อคงทุกข์ใจมากกว่าถ้าหากต้องทนเห็นเจ้าจมตัวเองอยู่กับเศร้าโศกเหมือนอย่างที่ผ่านมา”

แล้วโลเอลก็ยิ้มให้กับนางเพื่อยืนยันคำพูด “พ่อดีใจที่เจ้าแต่งงานกับเขา เพราะอย่างน้อยพ่อก็รู้ว่าเขาเป็นคนเช่นไร และความมั่นคงในความรักที่เขามีต่อเจ้าทำให้พ่อวางใจว่าเขาจะทำให้เจ้ามีความสุข”

โลเอลกับไบรโอเนียก็หันไปมองที่ประตูเมื่อทหารองครักษ์คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับโค้งทำความเคารพและบอกให้กับทั้งคู่รู้ว่ารถม้าที่จะพานางไปยังมหาวิหารใจกลางกรุงทาลีนซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีอภิเษกสมรสมาจอดรออยู่แล้ว

กษัตริย์ของแคว้นดาร์ซีพยักหน้าให้กับทหารองครักษ์ก่อนที่จะรับผ้าคลุมศีรษะที่ทำจากผ้าลูกไม้ฉลุสีเดียวกับชุดของนางซึ่งใช้เพื่อคลุมหน้าเจ้าสาวจากข้ารับใช้หญิงที่ยื่นให้แล้วบรรจงสวมมันให้กับไบรโอเนียและนั่นก็ทำให้ชุดเจ้าสาวของนางสมบูรณ์แบบพร้อมที่จะเข้าพิธีอภิเษกสมรสแล้ว

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นรัชทายาทของแคว้นดาร์ซี หรือกำลังจะเป็นองค์ราชินีคนใหม่ของคิเรบัส เจ้าก็เป็นลูกที่พ่อภูมิใจอยู่เสมอ”

ไบรโอเนียเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาซึ่งมาจากความซาบซึ้งใจก่อนที่จะย่อตัวแสดงความเคารพให้กับผู้เป็นพระบิดาและองค์ราชาแห่งแคว้นดาร์ซี ซึ่งโลเอลก็พยักหน้ารับพร้อมกับกางศอกให้นางคล้องแขนตนและพากันเดินออกจากห้องของนางลงไปยังด้านหน้าปราสาทซึ่งมีรถม้าที่ประดับตกแต่งอย่างงดงามรออยู่



*****************************



มหาวิหารของเมืองทาลีนที่ยามปกติเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา หากทว่าในเวลานี้ได้ถูกตกแต่งและประดับประดาอย่างงดงามเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการจัดพิธีอภิเษกสมรสและพิธีแต่งตั้งองค์ราชินีพระองค์ใหม่ของแคว้นคิเรบัส ทีนิสซึ่งเป็นเจ้าบ่าวในงานนี้แต่งกายด้วยเสื้อทูนิคกำมะหยี่สีแดงเข้มที่ปักลายด้วยด้ายทองคำดูหรูหราและสง่างามสมกับเป็นกษัตริย์ผู้ครองแคว้นที่ยืนอยู่หน้าแท่นประกอบพิธีซึ่งมีพระสังฆราชยืนรออยู่เช่นกัน สายตาของเขามองผ่านทหารกองเกียรติยศที่ยืนตั้งแถวหน้ากระดานขนาบทางเดินกลางที่ยาวไปจนถึงประตูห้องบานใหญ่ของมหาวิหารรอคอยให้เจ้าสาวของเขาให้เดินทางมาถึง

เสียงดนตรีที่ขับกล่อมแขกเหรื่อในงานซึ่งล้วนแต่เป็นเหล่าผู้ครองแคว้นต่างๆ ที่ถูกเชิญให้มาเป็นสักขีพยานไม่ได้ทำให้จิตใจของกษัตริย์หนุ่มของแคว้นคิเรบัสสงบลงเนื่องด้วยเพราะระหว่างที่เตรียมงานพิธีอภิเษกสมรสนั้น ไบรโอเนียต้องกลับไปดาร์ซีเพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีอภิเษกสมรสซึ่งกินเวลานานเป็นเดือน ส่วนตัวเขาเองนั้นก็ยุ่งกับงานราชกิจที่มีมากมายและนั่นก็เป็นสาเหตุที่เขาและนางไม่ได้พบกันเลยจนกระทั่งวันนี้

แต่แล้วความรู้สึกกระวนกระวายใจของทีนิสก็สิ้นสุดลงเมื่อวงดนตรีที่บรรเลงเพลงขับกล่อมในงานนั้นหยุดบรรเลงเพลง และกีเธอร์ที่สวมชุดทหารเกียรติยศเดินเข้ามาและหยุดยืนอยู่หน้าแท่นประกอบพิธี โค้งแสดงความเคารพแก่ทีนิสและหันหน้าไปทางแขกที่นั่งอยู่เต็มที่นั่งทั้งสองด้านของมหาวิหาร และแจ้งกับผู้ร่วมงานทราบว่าในเวลานี้ ขบวนรถม้าของผู้ครองแคว้นดาร์ซีได้มาถึงแล้ว ทีนิสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อประตูเปิดออกพร้อมที่ผู้มาร่วมงานทุกคนยืนขึ้นจากที่นั่งและหันไปมองที่ประตูวิหารเป็นตาเดียว

วงดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงต้อนรับโลเอลและไบรโอเนียในขณะที่สายตาของทีนิสนั้นจับจ้องที่เจ้าสาวของเขาซึ่งยืนอยู่ตรงประตูของมหาวิหารพร้อมกับโลเอลที่อยู่ข้างกายนางอย่างไม่วางตา แม้ว่าระยะห่างจากหน้าประตูสู่แท่นพิธีนั้นจะไม่ได้ไกลมาก หากทว่ามันกลับดูยาวเหลือเกินในความรู้สึกกว่าที่โลเอลจะพานางให้เดินมาหายืนอยู่ตรงหน้าแท่นประกอบพิธีตามประเพณี

เขาโค้งให้กับโลเอลซึ่งค้อมศีรษะรับการทักทายของเขาเช่นกัน แล้วโลเอลก็จับมือของนางส่งให้กับทีนิส ก่อนที่จะถอยออกห่างกลับไปยังเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตนที่อยู่ทางด้านขวาของแท่นประกอบพิธี

ทีนิสจับมือทั้งสองข้างของนางเอาไว้และจูงมือนางมาหยุดยืนอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีนักบวชระดับสูงยืนรอเพื่อที่จะเริ่มประกอบพิธี เขารู้สึกได้ว่ามือของนางเย็นเฉียบเขาจึงบีบมือของนางเบาๆ พร้อมกับกระซิบบอก

“ตื่นเต้นหรือ”

ไบรโอเนียซึ่งตามธรรมเนียมแล้วนางไม่สามารถเอื้อนเอ่ยอะไรกับเขาได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีการนั้นทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับ และนั่นก็ทำให้ทีนิสกลั้นยิ้มเอาไว้ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับนักบวชว่าพวกตนพร้อมแล้ว นักบวชจึงจับมือของคู่บ่าวสาวคนละข้างพร้อมกับเริ่มพิธีร่ายมนต์ศักดิ์สิทธิ์และหลังจากนั้นก็นำจอกทองคำที่ใส่น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาแต้มหน้าผากให้กับทั้งคู่

“หลังจากนี้ขอให้ทั้งสองพระองค์กล่าวคำสาบานให้แก่กัน” นักบวชกล่าวพร้อมกับหยิบกล่องไม้ที่แกะสลักอย่างสวยงามออกมาเปิดออกซึ่งก็มีแหวนแต่งงานสองวงบรรจุอยู่ข้างใน

“ข้าสาบานว่าข้าจะรักและให้เกียรติต่อสตรีผู้ยืนอยู่ตรงหน้าข้า นางจะอยู่เคียงข้างข้าไม่ว่ายามสุขหรือยามทุกข์ จนกว่าดวงวิญญาณของข้าจะดับสูญ”

แม้ว่าจะเป็นถ้อยคำสาบานที่ได้ซักซ้อมเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ทีนิสก็ยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ในใจในขณะที่เขากำลังเอื้อนเอ่ยมันออกมา ซึ่งเขาก็หมายความตามสิ่งที่พูดเอาไว้ทุกคำ และเขาก็รับรู้ได้ว่าไบรโอเนียคงจะรู้สึกเช่นเดียวกับเขาเมื่อนางกล่าวคำสาบานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

หลังจากกล่าวคำสาบานจบเขาและนางแลกแหวนให้กันก็มาถึงช่วงเวลาที่เขารอคอยมาตลอด เมื่อนักบวชบอกให้เขาเลิกผ้าคุมหน้าเจ้าสาวขึ้นได้ และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้านางหลังจากที่นางต้องถูกเก็บตัวไม่ให้พบเจอหน้าเขาตามธรรมเนียมมานานหลายสัปดาห์

“เจ้างามเหลือเกิน” ทีนิสกล่าวพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อมองใบหน้าของนางราวกับต้องมนต์สะกด ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้ที่ถูกมองต้องหลบสายตาของเขาด้วยความเขินอาย ก่อนที่ทีนิสจะประคองใบหน้าของนางแล้วประทับจุมพิตเนิ่นนานเพื่อเป็นการตอกย้ำคำสาบานที่เขาและนางได้กล่าวให้แก่กันและกันตามธรรมเนียม ท่ามกลางเสียงปรบมือและโห่ร้องของคนในมหาวิหาร

และเมื่อทีนิสละริมฝีปากออก เขาก็พบว่าไบรโอเนียกำลังยิ้มให้กับเขา ดวงตาคู่สวยของนางนั้นถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดของหัวใจนางออกมาให้เขารับรู้ว่า ณ บัดนี้นางได้เป็นคู่ครองชีวิตของเขาแล้ว

หากทว่าพิธีการยังไม่เสร็จสิ้นเพียงแค่นั้นเมื่อนักบวชเดินอ้อมแทนพิธีมายืนอยู่ด้านหน้าทีนิสและไบรโอเนียพร้อมกับกล่าวกับแขกผู้มีเกียรติผู้ซึ่งมาร่วมงานนี้

“ท่านทั้งหลายที่มารวมตัวกันในที่นี้เพื่อเป็นสักขีพยานต่อการหลอมรวมจิตใจของคนสองคนให้รวมเป็นหนึ่งเดียวและการเชื่อมความสัมพันธ์ของสองแผ่นดินเพื่อความสงบสุขของในมหาทวีปในอนาคต...” แล้วนักบวชก็รับถาดเงินสลักลวดลายที่มีมงกุฎขององค์ราชินีวางอยู่ยื่นให้กับทีนิส

ไบรโอเนียย่อเข่าลงเมื่อทีนิสยกมงกุฎขึ้นมาจากถาดในขณะที่ข้ารับใช้หญิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ นั้นกำลังช่วยแกะผ้าคลุมศีรษะของนางออกเพื่อที่ทีนิสจะได้สวมมงกุฎให้แก่นาง

“ด้วยอำนาจแห่งทวยเทพและความศักดิ์สิทธิ์ของราชบัลลังก์คิเรบัส ขออวยพรให้สตรีที่เพียบพร้อมไปด้วยปัญญาและความดีงามผู้นี้จงประทับอยู่เคียงคู่ราชบัลลังก์คิเรบัสและองค์ราชา ดังเช่นอัญมณีอันเลอค่าที่ประดับอยู่บยอดมงกุฎ”

แล้วนักบวชก็เจิมหน้าผากของนางด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับกล่าวสวดมนต์ให้พรแก่นางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผละออกห่าง หลังจากนั้นทีนิสก็ขยับมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับบรรจงสวมมงกุฎราชินีลงบนศีรษะของนาง

“ตอนเจ้าคุกเข่าลงเจ้าคือเจ้าหญิงของแคว้นดาร์ซี แต่เมื่อเจ้าลุกขึ้นเจ้าจะไม่ใช่เจ้าหญิงของแคว้นดาร์ซีอีกต่อไป”

ทีนิสยื่นมือไปให้นางจุมพิตแหวนตราสัญลักษณ์ตำแหน่งองค์กษัตริย์ก่อนที่จะกล่าวต่อ

“จงยืนขึ้นเถิด ภรรยาของข้า และองค์ราชินีของคิเรบัส”

ไบรโอเนียคว้ามือของเขาที่ยื่นออกมาแล้วลุกขึ้นยืน และโดยพลันเสียงเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากผู้ครองแคว้นต่างๆ และเสียงของเหล่าขุนนางและทหารต่างโห่ร้องด้วยความยินดีจนดังกึกก้องไปทั่วมหาวิหาร

“ข้าดูแลและทนุถนอมนางเทียบเท่ากับชีวิตของข้ามาโดยตลอด หลังจากนี้ไปข้าก็คาดหวังว่าท่านจะดูแลนางให้ดีสมกับที่นางเป็นดวงใจของท่าน” โลเอลกล่าวกับทีนิสก่อนที่จะจับมือแสดงความยินดีกับเขา

“นางก็เหมือนกับชีวิตของข้าเช่นกัน ท่านโปรดวางใจ”

คำตอบของทีนิสทำให้โลเอลยกมุมปากยิ้มด้วยความพอใจ ก่อนที่จะหันไปทางไบรโอเนียและสวมกอดกับนางแน่น

“พ่อดีใจที่ได้เห็นเจ้ามีความสุขเช่นนี้”

ไบรโอเนียรู้สึกว่าดวงตาของนางกำลังร้อนผ่าวด้วยหยดน้ำตากับคำพูดของโลเอล

“เมื่อลูกไม่อยู่ด้วยแล้วทรงดูแลพระองค์ด้วยนะเพคะ”

กษัตริย์ของแคว้นดาร์ซียิ้มกับคำพูดของนางก่อนที่จะผละออกห่าง “ข้าเคยหวังเอาไว้ว่าสักวันหนึ่งนางคงจะได้แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคน แต่ก็ไม่คิดว่านางจะได้แต่งงานและมาเป็นองค์ราชินีของคิเรบัส ข้าอวยพรขอให้พวกท่านทั้งคู่จงมีแต่ความสุขและช่วยกันสร้างทายาทออกสืบทอดทั้งราชบัลลังก์คิเรบัสและดาร์ซี และอย่าลืมว่าดาร์ซีก็ยังเป็นบ้านที่พร้อมจะต้อนรับพวกท่านเสมอ”

แล้วโลเอลก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจเมื่อเห็นใบหน้าของไบรโอเนียแดงก่ำเมื่อตนกล่าวถึงการสร้างทายาทระหว่างนางกับทีนิส ก่อนที่กษัตริย์แห่งดาร์ซีจะเบี่ยงตัวหลบให้ผู้ครองแคว้นคนอื่นๆ ได้เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่บ้าง



************************************



กว่าที่จะเสร็จสิ้นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสและการแต่งตั้งองค์ราชินีพระองค์ใหม่ของแคว้นคิเรบัสก็ล่วงเวลาไปเป็นเวลาดึกมากแล้ว และในที่สุดคู่บ่าวสาวก็ได้มีเวลาด้วยกันตามลำพังเสียที

ไบรโอเนียที่อาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเนื้อบางเบายืนนิ่งอยู่หน้าเตาผิงอันใหญ่ในห้องนอนของทีนิสด้วยไม่รู้จะทำเช่นไรดี ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน

แล้วความคิดของนางก็หลุดออกจากภวังค์เมื่อมีวงแขนสอดเข้ามากอดเอวของนางจากทางด้านหลัง

“คิดอะไรอยู่หรือ” ทีนิสเอ่ยถามพลางแตะริมฝีปากลงบนไหล่ของนาง ซึ่งไบรโอเนียก็ยกมือขึ้นแตะมือของเขาที่แตะอยู่ตรงหน้าท้องของนาง

“ข้ายังไม่อยากเชื่อว่าข้าจะกลายเป็นราชินีของแคว้นคิเรบัสแล้ว”

“คงเพราะเจ้ายังไม่ชินมากกว่า แต่หลังจากนี้ไปยังมีอีกหลายอย่างที่ข้าอยากให้เจ้าช่วยดูแล และข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องทำได้”

ไบรโอเนียหันกลับมามองเขา “ยังไม่ทันไรท่านก็มีงานให้ข้าทำแล้วหรือ”

“คิเรบัสยังต้องมีอะไรหลายอย่างที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นกว่านี้ และที่ข้าตั้งใจไว้ไม่ใช่เพียงเฉพาะแคว้นของเราเท่านั้น หากหมายถึงการสร้างสันติสุขและความปรองดองกันในมหาทวีปอีกด้วย...ให้ตายสิ นี่วันแต่งงานของเราแท้ๆ ทำไมข้าถึงมาพูดเรื่องน่าเบื่อทำไมกัน”

เขาว่าพลางหัวเราะให้กับตัวเองก่อนที่จะยกมือขึ้นไล้ใบหน้าของนาง

“วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมาก ทั้งงานพิธี แล้วยังงานเลี้ยงในช่วงค่ำอีก”

“ท่านเองก็เหนื่อยเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

“เหนื่อยสิ แต่ข้าก็สุขใจที่ได้อยู่กับเจ้า” ทีนิสกระชับวงแขนที่โอบกอดนางให้แน่นขึ้นแล้วมองนางด้วยความรักที่มีเปี่ยมล้นอยู่ในใจ ไบรโอเนียเอนร่างซบกับเขาพร้อมกับถอนหายใจยาว

“มีวิธีไหนที่ข้าจะทำให้ท่านหยุดพูดจาแบบนี้เสียทีเนี่ย”

“คงจะยากเท่ากับการที่จะให้ข้าหยุดรักเจ้ากระมัง ราชินีของข้า” เขาก้มหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของนาง

ไบรโอเนียหัวเราะถ้อยคำหวานชวนขนลุกของทีนิสก่อนที่เขาจะหยุดเสียงหัวเราะของนางด้วยจุมพิตอันแสนอ่อนหวานเนิ่นนนานกว่าจะละริมฝีปากออกแล้วตวัดช้อนร่างของนางขึ้นอุ้มแล้วเดินไปที่เตียงหลังใหญ่ของเขา

“ข้าจะเป็นลูกเขยที่ดีของพ่อเจ้า ข้ารับปากท่านไปแล้วว่าข้าจะรักและดูแลเจ้าให้ดีเปรียบเสมือนดวงใจของข้า”

แล้วเขาก็ผ่อนร่างของนางลงบนเตียงและตามมาด้วยตัวเขาและจัดท่าให้นางได้นอนเกยศีรษะอยู่บนหน้าอกในขณะที่แขนของเขาก็โอบกอดร่างของนางไว้แนบกาย

“ถ้าขืนว่าข้าไม่ดูแลเจ้าให้ดีแล้วล่ะก็ พ่อของเจ้าคงยกทัพมาทำสงครามกับข้าแน่ๆ”

ไบรโอเนียยิ้มขันคำพูดที่สื่อความนัยของเขาก่อนที่จะเกลี่ยนปลายนิ้วกับเชือกที่อกเสื้อของเขาเล่น

“เสด็จพ่อไม่ใช่คนทำอะไรบุ่มบ่ามแบบที่ท่านกลัวหรอก... เพราะถ้าหากว่าท่านทำอะไรไม่ดีต่อข้าจริงๆ คนที่จัดการกับท่านก่อนน่ะเป็นข้าต่างหาก ไม่ใช่เสด็จพ่อหรอก”

“เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้ารู้ดีว่าเจ้าน่ะฝีมือการต่อสู้ร้ายกาจแค่ไหน และเจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีวันทำให้เจ้าเสียใจเป็นอันขาด” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่จะพลิกกลายให้นางนอนหงายในขณะที่ร่างของเขาชะโงกค้ำอยู่เหนือร่างของนาง

“กว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกันมันลำบากเพียงใดเจ้าเองก็รู้ดี และข้าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เจ้าไปไกลห่างข้าอีกเป็นอันขาด ยกเว้นความตาย...”

คำพูดสุดท้ายของเขาถูกหยุดลงเพราะไบรโอเนียยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของเขาเอาไว้

“วันนี้เป็นวันแต่งงานของเรา ท่านอย่าพูดอะไรไม่ดีแบบนี้เลย”

“ข้าแค่อยากให้เจ้ามั่นใจในความรักของข้าที่มีต่อเจ้า” เขากล่าวก่อนจะมอบจูบที่เร่าร้อนและดื่มด่ำจนทำให้ไบรโอเนียรู้สึกเหมือนกระดูกทั้งร่างกำลังละลาย ทีนิสละริมฝีปากเคลื่อนไปกดแนบประทับไปทั่วไล่ตั้งแต่ปลายคางไปจนถึงฐานคอและเมื่อเขาขบเม้มอย่างหยอกเย้าตรงแอ่งชีพจรก็ทำให้ร่างของนางสั่นสะท้านเมื่อรู้สึกเหมือนมีไฟร้อนลุกท่วมไปทั่วทั้งร่าง ความคิดของนางพร่าเลือนไปหมดจนกระทั่งไม่รู้ว่าเขาปลดเปลื้องอาภรณ์ของทั้งเขาและนางออกจนเหลือแค่ผิวกายเปล่าเปลือยที่แนบชิดสนิทกันตั้งแต่เมื่อใด

ทีนิสเคลื่อนกายจากที่กำลังซุกซบอยู่ตรงเนินอกของนางขึ้นมาจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกันและจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังหรี่ปรือด้วยไฟปรารถนาที่โหมกระพือ ไบรโอเนียยิ้มเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและเสน่หาของเขาที่มีต่อนางอย่างท่วมท้น นางยกมือขึ้นแตะใบหน้าที่ชื้นเหงื่อของเขาด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกัน

“ข้ารักท่าน”

สัมผัสที่แสนอ่อนโยนของนางนั้นทำให้ทีนิสยิ้มก่อนจะยื่นใบหน้าจนริมฝีปากคลอเคลียกับริมฝีปากของนาง

“ข้าเองก็เช่นกัน ยอดรักของข้า”

แล้วริมฝีปากของทั้งคู่แนบสนิทเพื่อแลกเปลี่ยนจุมพิตกันราวกับเป็นการประทับสัญญาคำมั่นที่ให้ไว้ พร้อมกับบทเพลงรักแห่งบรรพกาลก็ขับขานให้คืนวิวาห์ของทั้งคู่ให้เสร็จสมบูรณ์ หัวใจสองดวงก็ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียวกันและจะเป็นเช่นนี้ไปตราบนานเท่าที่ลมหายใจยังมีอยู่



- จบบริบูรณ์ -


จบแล้ว


ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ติดตามกันมาอย่างยาวนานนะคะ

สำหรับเรื่องนี้เขียนทิ้งเอาไว้นานมากๆ แต่สุดท้ายก็เข็นจนจบจนได้
ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานมากซะหน่อยแต่พอเขียนจบแล้วก็สบายใจค่ะ ทำสำเร็จไปอีกหนึ่งเรื่อง ฮี่ๆๆๆ

เรื่องนี้ถ้ามีข้อบกพร่องตรงไหนบ้างก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ น้อมรับฟังคำติชมค่ะ

และเจอกันเรื่องใหม่ไม่นานเกินรอค่า

SmileySmileySmileySmiley

++ รักคนอ่านค่ะ ++




Create Date : 01 มิถุนายน 2558
Last Update : 1 มิถุนายน 2558 22:04:21 น.
Counter : 837 Pageviews.

2 comments
  
ตามมาเก็บตอนจบค่ะ
ผ้าคลุมหน้า กลายเป็นผ้าคุมหน้าซะแล้ว
ขอบคุณค่ะ ที่เขียนเรื่องที่สนุก ชวนติดตามให้อ่าน
รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ
โดย: goldensun IP: 61.91.4.2 วันที่: 5 มิถุนายน 2558 เวลา:15:28:01 น.
  
ขอบคุณค่ะ คุณตัว(z) ที่แต่งนิยายสนุกๆให้พวกเราได้อ่านกันค่ะ จะรอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
โดย: พี่สุ...จ้า IP: 171.96.183.165 วันที่: 15 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:39:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


มิถุนายน 2558

 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
MY VIP Friend