เล่ห์ซ่อนใจ : บทที่ 17






*ลงช้ากว่าที่คิดเอาไว้เยอะเพราะฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์พังส่งซ่อมอยู่น่ะค่ะ แต่ยังโชคดีแบ็คอัพไฟล์เอาไว้บน cloud นิยายเลยไม่หายไปด้วย แต่ว่าดันไปลำบากเวลาทำงานแทนเพราะคอมสำรองเก่ามากแล้วทำงานช้ามากยิ่งเปิดเว็บเข้าอินเตอร์เน็ตนี่ยิ่งลำบากมากค่ะ

เพราะฉะนั้น ขออภัยที่ลงช้านะคะ Smiley


ตอบคอมเม้นท์จากตอนที่แล้ว
คุณyapapaya: SmileySmileySmileySmiley



บทที่ 17

“ไอ้เวรเอ๊ย!”

แจ็คสบถกับตัวเองเมื่อตอกตะปูลงบนเนื้อไม้พลาดก่อนที่จะหยัดตัวลุกขึ้นและเหวี่ยงค้อนไปกระแทกกับผนังพลางพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด เขาโทรไปบอกให้ช่างหยุดพักงานต่อเติมบ้านไปสักพักเพราะด้วยเหตุผลในเรื่องของความปลอดภัย และเพราะด้วยเหตุผลนั้นบ้านทั้งหลังจึงมีเพียงแค่เขากับชาร์ล็อตอาศัยอยู่เท่านั้น

ผ่านมาสามวันแล้วที่เธอมาอาศัยอยู่ที่บ้านของเขาโดยที่แทบไม่ออกมาจากห้องนอนของเธอไม่ต่างกับตัวเขาเองที่เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องโรงรถเก่าที่เขาดัดแปลงไว้ใช้เป็นโรงต่องานไม้และพยายามทำตัวเองให้ยุ่งอยู่กับงานต่อเฟอร์นิเจอร์แต่ก็ดูเหมือนว่าความตั้งใจของเขาที่จะเบี่ยงเบนความคิดของตัวเองจากความจริงที่ชาร์ล็อตเล่าให้เขาฟังนั้นจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เขายกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของตัวเองพลางถอยหายใจยาว ไม่อยากเชื่อว่าพ่อของเขาจะเป็นคนแบบนั้น เพราะไม่ว่าดูยังไงพ่อของเขาก็ไม่น่าเป็นคนที่โลเลหลายใจแบบที่ชาร์ล็อตเล่าให้ฟังเลยสักนิด พอนึกถึงเรื่องนี้เขาก็จำได้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่พ่อกับแม่ของเขาดูมีท่าทางแปลกไปหากไม่นานนักทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมและความสัมพันธ์ของพ่อและแม่ก็แน่นแฟ้นขึ้นจนทำให้เขาลืมเรื่องราวเหล่านั้นไปเสียสนิท

‘พ่อแม่ของคุณคงรับมือกับปัญหาได้ดีกว่าพ่อแม่ของฉัน’

คำพูดของชาร์ล็อตทำให้เขารู้สึกแย่เพราะในขณะที่เขาเติบโตมาท่ามกลางความอบอุ่นจากความรักและเอาใจใส่ของพ่อกับแม่แต่ชาร์ล็อตกลับตรงกันข้าม แจ็คยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองพลางถอนหายใจยาว เขาไม่รู้ว่าจะแก้ไขในสิ่งที่พ่อของเขาได้ทำลงไปให้กลับมาดีขึ้นได้อย่างไรในเมื่อทั้งเขาและเธอต่างพยายามหลบเลี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากันอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และความเหินห่างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนั้นแม้กระทั่งโอลิเวียก็ยังสังเกตได้และพอหล่อนถามเขาในตอนที่นำอาหารมื้อเย็นมาให้กับชาร์ล็อตนั้นแจ็คก็ทำได้แค่เพียงบอกปัดและหลบเลี่ยงไปพูดคุยเรื่องของโรเบิร์ตแทน

พอนึกถึงโรเบิร์ต อย่างน้อยในตอนนี้เรื่องดีอยู่บ้างเพราะอาการของโรเบิร์ตพ้นจากภาวะวิกฤตแล้ว หมอโรเจอร์บอกกับเขาและครอบครัวของโรเบิร์ตว่าเพราะร่างกายของโรเบิร์ตยังต้องการการฟื้นฟูอีกมากจึงทำให้ฟื้นคืนสติได้เพียงชั่วเวลาสั้นๆ เท่านั้นและยังไม่สามารถเรียกความจำในระหว่างที่เกิดเหตุกลับมาได้ซึ่งคงจะต้องอาศัยเวลาในการพักฟื้นอีกหลายวัน

ฮิวจ์และเรเชลเพิ่งกลับไปที่สก๊อตแลนด์เมื่อเช้านี้เนื่องจากบริษัทขนส่งสินค้าที่ทั้งคู่เป็นเจ้าของกิจการร่วมกันนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาและต้องรีบกลับไปจัดการ แจ็ครับปากกับพี่ชายและน้องสาวของโรเบิร์ตว่าเขาจะคอยโทรรายงานเรื่องอาการของโรเบิร์ตเป็นระยะและไปเยี่ยมโรเบิร์ตทุกวัน เขาให้โอลิเวียพักงานดูแลบ้านและไปคอยเฝ้าดูอาการของโรเบิร์ตไปก่อนจนกว่าโรเบิร์ตจะฟื้นตัวดีและออกจากโรงพยาบาลได้

เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางทิ้งไว้บนชั้นวางอุปกรณ์ดังขึ้นหยุดความคิดของเขาและเมื่อเขาหยิบมันขึ้นมาดูหมายเลขของผู้ที่โทรมาแจ็คก็ชะงักไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกดปุ่มรับสาย

“ครับแม่”

“แม่เพิ่งรู้เรื่องที่บ๊อบโดนทำร้าย เกิดอะไรขึ้นกันแน่แจ็ค ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้” เกว็น หรือ กวินตรา โคลเทรน แม่ของเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

“ตอนนี้อาบ๊อบพ้นขีดอันตรายแล้วครับแม่ แต่ว่ายังต้องฟื้นตัวอีกมากเพราะตอนมาถึงโรงพยาบาลอาการค่อนข้างหนักแต่คิดว่าไม่กี่วันก็คงออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้” แล้วเขาก็หยุดพูดไปครู่หนึ่งเมื่อเรื่องที่ชาร์ล็อตเล่าให้เขาฟังแล่นผ่านเข้ามาในความคิดของเขาอีกครั้ง “แม่ครับ ผมมีเรื่องอยากจะถาม”

“ได้สิจ๊ะ เรื่องสำคัญหรือเปล่า”

“แม่รู้จักคนที่ชื่อจิลเลียน สโตนส์ หรือเปล่าครับ”

เขาได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าดังเฮือกและความเงียบที่ตามมา ชายหนุ่มคาดเอาไว้ไม่ผิดว่าจะต้องเจอกับปฏิกิริยาเช่นนี้จากเกว็น เมื่อเกว็นไม่ได้พูดอะไรแจ็คจึงกล่าวต่อ

“แม่จำเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังว่าผมผมเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งตอนที่ไปถ่ายรูปแทนสก๊อตที่บาหลี แล้วผมตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นและพยายามจีบเธออยู่ได้ไหมครับ ผู้หญิงคนนั้นชื่อชาร์ล็อต คลาร์ก...” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค เสียงเหมือนของตกดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ก่อนที่สายจะถูกตัดไป แต่ก่อนที่เขาจะโทรกลับเพราะนึกเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“พอดีแม่ทำโทรศัพท์หลุดมือ... ลูกบอกแม่ว่าผู้หญิงคนที่ลูกเล่าให้แม่ฟังชื่อชาร์ล็อต คลาร์ก เหรอ?”

“ครับ ชาร์ล็อต ชรัมพร คลาร์ก ลูกสาวของดอกเตอร์จิลเลียน สโตนส์ กับ แพทริค คลาร์ก แฟนเก่าและเพื่อนสนิทของพ่อ”

เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของเกว็นก่อนที่หล่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ “แสดงว่าลูกรู้เรื่องแล้ว”

“ผมได้ยินแต่จากทางฝั่งของชาร์ล็อต แต่ผมอยากฟังความจริงจากทางแม่ด้วย”

“แม่ไม่อยากเล่าผ่านทางโทรศัพท์ แล้วมะรืนนี้แม่ก็จะกลับไปแล้ว ลูกรอสักหน่อยจะได้ไหม”

“ก็ได้ครับ ผมจะรอ ถ้าหากแม่มาถึงแล้วโทรด้วยนะครับ ผมจะได้ไปรับ”

“ได้จ้ะ แจ็ค... ถึงแม้ว่าเรื่องราวในอดีตจะเป็นยังไง ลูกต้องจำเอาไว้นะว่าแม่กับพ่อรักลูกมากกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้นะ”

ชายหนุ่มรู้สึกตื้อในอกกับคำพูดของเกว็นก่อนที่เขาจะระบายลมหายใจออกมาช้าๆ “ครับแม่ ผมรู้”



**************************


ชาร์ล็อตเลื่อนเม้าส์ไปปิดหน้าต่างต้นฉบับที่เพิ่งบันทึกไปแล้วยกมือขึ้นกดขมับทั้งสองข้างพลางถอนหายใจ รู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังในตัวเองเนื่องจากเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ก่อกวนความคิดและสมาธิของเธอจนทำให้ไม่สามารถสามารถเขียนต้นฉบับให้คืบหน้าได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้

นับตั้งแต่เธอเล่าความจริงให้แจ็ครู้จนถึงตอนนี้เธอก็เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อที่จะไม่ต้องพบเจอหรือพูดคุยกับแจ็คหรือกับคนอื่น ชาร์ล็อตรู้ว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้มีประโยชน์อะไรนอกจากเป็นการวิ่งหนีปัญหา แต่ใครไม่มาเป็นเธอก็คงไม่เข้าใจว่าเธอไม่ได้แข็งแกร่งมากถึงขนาดที่จะทำตัวเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ความจริงในใจของเธอกำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ เพราะฉะนั้นจึงเป็นการดีกว่าถ้าหากเธอจะหลีกเลี่ยงพบกับเขาโดยไม่มีเหตุจำเป็นจนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะคลี่คลาย หรือไม่ก็จนกว่าเธอจะหาหนทางอื่นที่ดีกว่านี้ซึ่งจะพาตัวเองให้ไปไกลห่างจากเขาได้

เสียงของรถที่แล่นออกจากบ้านไปคงเป็นแจ็คที่ออกไปเยี่ยมโรเบิร์ตในช่วงบ่ายซึ่งเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้ออกมาจากการห้องและรับประทานอาหารที่โอลิเวียเตรียมเอาไว้ให้

ชาร์ล็อตเปิดตู้เย็นและพบกับจานสลัดผักที่ห่อเอาไว้ด้วยฟิล์มถนอมอาหารพร้อมกับกระดาษโน้ตที่แปะอยู่ด้านบนที่เขียนด้วยลายมือของโอลิเวียบอกว่าอาหารในจานนี้เป็นของเธอ หญิงสาวยิ้มก่อนจะหยิบมันออกมาวางบนโต๊ะทานอาหารและดึงฟิล์มออกพร้อมกับราดน้ำสลัดลงบนผักและใช้ส้อมจิ้มเข้าปากก่อนพลางหลับตาซึมซับรสชาติของน้ำสลัดและผักสด แต่แล้วเธอหยุดก็เคี้ยวอาหารและวางส้อมลงบนจานเมื่อรู้สึกลำคอตีบตันกับความห่วงใยของโอลิเวียที่ยังดูแลเธอทั้งที่เธอไม่ได้ทำตัวให้ดีสมกับที่หล่อนคอยห่วงใยเธอเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่หล่อนยุ่งกับการที่ทั้งทำงานบ้านให้กับโรเบิร์ตแถมยังต้องไปเฝ้าคอยดูแลที่โรงพยาบาลอีกแต่ก็ยังอุตส่าห์เตรียมอาหารไว้ให้กับเธอทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำเสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าถึงอย่างไรเธอก็จะต้องไปจากที่นี่ในอีกไม่นาน ฉะนั้นการที่ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผูกพันมันหยั่งรากลึกไปกว่านี้ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วชาร์ล็อตก็ตัดสินใจที่จะไม่กลับไปขังตัวเองอยู่ในห้องเพราะยังมีเวลาอีกเหลือเฟือกว่าที่แจ็คจะกลับมา เธอเข้าไปในห้องทำงานของโฮเวิร์ดและมองชั้นหนังสือเพื่อกวาดสายตาหาอะไรที่น่าสนใจมาอ่านเผื่อว่าอาจได้แรงบันดาลใจที่จะทำให้เธอทะลุจากกำแพงความคิดที่ทำให้เธอไม่สามารถเขียนต้นฉบับได้

แล้วสายตาของเธอมาก็สะดุดอยู่ที่หนังสือปกหนังที่อยู่ตรงมุมล่างสุดทางด้านซ้ายของชั้นหนังสือ เธอดึงมันออกมาเปิดดูอย่างระมัดระวังและก็พบว่ามันเป็นอัลบั้มภาพถ่ายที่ดูจากสภาพของปกแล้วก็คงมีอายุเก่าอยู่พอสมควร เธอพลิกหน้าปกเปิดดูอย่างระมัดระวัง ภาพถ่ายที่อยู่ในอัลบั้มถ้าให้เดาน่าจะเป็นช่วงที่โฮเวิร์ดไปเรียนต่อที่อเมริกา เพราะดูจากการแต่งกายและสถานที่โดยรอบซึ่งคงเป็นที่นิวยอร์กในช่วงประมาณสามสิบกว่าปีก่อน เธอเห็นภาพถ่ายของโฮเวิร์ดที่ถ่ายกับพ่อของเธอและโรเบิร์ต ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มและท่าทางกอดคอกันอย่างสนิทสนมนั้นสิ่งที่โฮเวิร์ดเล่าให้เธอฟังก็คงจะจริง เธอพลิกหน้าสมุดอัลบั้มภาพไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตาของเธอมาสะดุดกับภาพหนึ่ง

มันเป็นภาพของโฮเวิร์ดกับจิลเลียนในวัยเดียวกับเธอกำลังจูบกันโดยที่ฉากหลังเป็นท้องทะเลสีฟ้าเข้ม บรรยากาศและภาษากายของคนทั้งคู่ในภาพนั้นบ่งบอกได้ว่าทั้งสองคนกำลังอยู่ในห้วงแห่งความรักที่มีให้ต่อกันและกันมากแค่ไหน แม้ว่ามันจะเป็นภาพที่ดูมีความโรแมนติกสูงแต่ทว่าความรู้สึกของชาร์ล็อตกลับตรงกันข้าม

ความไม่คุ้นเคยเมื่อเห็นภาพแม่ของตัวเองยืนอยู่ในอ้อมแขนพร้อมกับแนบประทับริมฝีปากกันอย่างดูดดื่มกับชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อของเธอนั้นทำให้ชาร์ล็อตรู้สึกเหมือนถูกทรยศจากศรัทธาที่มีต่อโฮเวิร์ดและจิลเลียนแต่ในอีกความรู้สึกหนึ่งเธอก็รู้สึกเสียดายแทนคนทั้งสองในภาพที่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถลงเอยกันได้อย่างที่ใจต้องการ

แล้วเธอก็ถอนหายใจก่อนที่จะพลิกหน้าอัลบั้มต่อไปเรื่อยๆ ซึมซับเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ในรูปถ่ายซึ่งบางรูปเธอก็อดเผลอยิ้มตามไม่ได้เมื่อได้เห็นพวกเขามีช่วงเวลาที่ดีต่อกันเช่นนี้ แล้วรอยยิ้มของเธอก็เลือนหายไปเมื่อสังเกตได้ว่าอัลบั้มภาพถ่ายนั้นมีเพียงแค่โฮเวิร์ด แพทริค จิลเลียน และโรเบิร์ต แต่ไร้ซึ่งเงาของใครอีกคนซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังในอดีต ถ้าหากโฮเวิร์ดไม่หวั่นไหวจนไปมีความสันพันธ์กับเกว็นความสัมพันธ์ของคนทั้งสี่ก็คงไม่แตกกระจายไปกันคนละทิศละทางแบบนี้

หญิงสาวรีบปัดความคิดด้านลบในใจทิ้งไปอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะมีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของเธอแล้วปิดอัลบั้มรูปภาพและใส่มันกลับคืนที่ชั้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นอะไรบางอย่างหล่นลงมาจากในอัลบั้ม เธอก้มลงไปหยิบมันแล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่ามันเป็นซองจดหมาย พอพลิกอีกด้านดูก็ต้องตกใจเมื่อพบชื่อของเธอปรากฏอยู่บนด้านหน้าของซองจดหมาย เธอเปิดซองจดหมายและหยิบแผ่นกระดาษที่อยู่ในนั้นออกมาอ่านด้วยมือที่สั่นระริก

‘ชาร์ล็อต

ลุงไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนี้จะมีโอกาสถึงมือของหลานไหม เพราะลุงไม่มีความกล้าพอที่จะส่งมันให้กับหลาน ลุงรู้ดีว่าตัวลุงเองไม่สมควรที่จะได้รับโอกาสพูดอะไรอีกกับสิ่งที่ลุงทำลงไป แต่ลุงก็หวังว่าถ้าหากหลานมาเจอจดหมายฉบับนี้หลานอาจเข้าใจหรือให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ลุงยอมรับผิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะความโลเลของลุงเอง ลุงรักจิลเลียนมากแต่เพราะความห่างไกลและความเข้าใจที่ไม่ตรงกันหลายอย่างทำให้ลุงรักผู้หญิงอีกคนหนึ่งและความรักที่เกิดขึ้นนั้นแม้จะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชอบธรรมนักแต่ว่าสุดท้ายแล้วเธอก็คือภรรยาของลุง และลุงไม่เสียใจกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำลงไป ลุงพยายามทำตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีแต่พอได้พบกับจิลอีกครั้งลุงก็คิดว่าลุงกับเธอคงต้องการบทสรุปของความสัมพันธ์ที่เรามีระหว่างกัน โดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่ออนาคตของเราทั้งคู่ที่รออยู่ข้างหน้า

ลุงเสียใจที่เรื่องราวเหล่านั้นทำให้หลานต้องมารับผลกรรมในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อและนั่นทำให้ลุงอยากชดเชยความรู้สึกเหล่านั้นให้กับหลาน ลุงอยากให้หลานเข้าใจว่าสิ่งที่ลุงทำลงไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะการไถ่บาปเพื่อให้ตัวเองสบายใจ แต่เป็นเพราะลุงรักหลานเหมือนกับเป็นลูกแท้ๆ ของตัวเองคนหนึ่ง และประสงค์ที่จะมอบสิ่งที่ดีให้กับหลานให้มากที่สุดเท่าที่ลุงจะทำได้ แต่หลังจากที่ลุงได้เล่าความจริงให้กับหลานได้ฟังแล้วลุงก็เข้าใจดีว่าหลานคงไม่อาจมองลุงเป็นลุงโฮเวิร์ดของหลานเหมือนอย่างเมื่อก่อนได้อีกต่อไป  แต่ถึงอย่างนั้นลุงก็อยากให้หลานปล่อยวางเรื่องในอดีตและใช้ชีวิตเพื่อวันข้างหน้า ไม่ใช่เพื่อลุงหรือใครแต่เพื่อตัวของหลานเอง

จงใช้ชีวิตเพื่อตัวเองและมองไปที่อนาคตข้างหน้า อย่าให้อดีตของพวกลุงทำให้หลานลังเลที่จะเปิดใจให้กับใคร เพราะลุงเชื่อว่ามีคนอีกมากมายที่พร้อมจะทดแทนสิ่งที่หลานสูญเสียไป ชีวิตเป็นของหลาน จงใช้มันอย่างคุ้มค่า

ด้วยรักและห่วงใยจากใจจริง

ลุงโฮเวิร์ด’

หยดน้ำตาไหลร่วงหล่นบนกระดาษจดหมายจนชาร์ล็อตต้องรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มก่อนที่จะพับเก็บจดหมายใส่ในซองแล้วยกมันขึ้นมากดแนบอกพร้อมกับหลับตาและสะอื้นฮักเพราะไม่คิดว่าโฮเวิร์ดจะยังห่วงใยเธอแม้ว่าครั้งสุดท้ายที่พบกันเธอจะแสดงท่าทีรังเกียจและไม่อยากพบหน้าเขาอีกก็ตาม ข้อความที่อยู่ในจดหมายนั้นทำให้ชาร์ล็อตรู้สึกเหมือนโฮเวิร์ดมานั่งพูดให้เธอฟังด้วยตัวเอง ความรู้สึกเจ็บแค้นที่เคยมีพลันมลายหายไปสิ้นกับข้อความที่แสดงออกถึงความรักและความห่วงใยแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครนอกเหนือจากโฮเวิร์ด เธอสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจและเสียดายที่ปล่อยให้ทิฐิและความเจ็บแค้นจากสิ่งที่เธอถูกทอดทิ้งจากพ่อและแม่มาลงที่เขาแม้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของโฮเวิร์ดแต่เพียงคนเดียวก็ตาม

ชาร์ล็อตถอนหายใจในขณะที่พับเก็บจดหมายใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้พร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะกลับไปที่ห้องของตัวเอง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าแจ็คยืนมองเธออยู่ตรงโถงทางเดินด้วยสายตาที่บอกให้เธอรู้ว่าเขาเห็นหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วคุณก็เพิ่งออกไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ”

พูดจบชาร์ล็อตก็แทบจะกัดลิ้นตัวเองเมื่อเห็นแจ็คยกมุมปากยิ้มอย่างรู้ทันว่าเธอจำช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่บ้านได้ เขาซุกมือกับกระเป๋ากางเกงก่อนจะตอบ

“พอดีไมค์กับพวกตำรวจเข้าไปสอบปากคำอาบ๊อบอยู่ ผมเลยกลับมาก่อนเพราะไม่อยากรบกวน” แล้วเขาก็เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอก่อนที่จะย่อตัวลงนั่งจนใบหน้าของเขาอยู่ในระดับสายตาของเธอ

“ผมไม่เคยรู้เลยว่าพ่อเก็บอะไรไว้บ้าง แต่จดหมายที่คุณเพิ่งอ่านไปคงสำคัญกับพ่อและคุณมาก” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเดียวกับสายตาของเขาที่มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

“หยุดมองฉันแบบนั้นเถอะค่ะ” เธอก้มหน้าหลบสายตาของเขา “อย่าทำให้ฉันทำใจยากไปกว่านี้เลย”

“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกฟ้า แค่คิดว่าคุณต้องเจอกับอะไรบ้างที่ผ่านมาผมก็ยิ่งยากชดเชยทุกอย่างให้กับคุณ ถ้าหากผมสามารถแก้ไขในสิ่งที่พ่อทำลงไปได้ผมก็จะทำ แล้วไม่ใช่เพราะผมรู้สึกเวทนาหรือเห็นใจคุณ แต่ว่าเพราะผมแคร์คุณ” แจ็คกล่าวพร้อมกับดันปลายนิ้วเชยคางเธอให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา “บอกผมสิว่าจะให้ผมทำยังไงถึงจะชดเชยสิ่งที่พ่อได้ทำให้กับครอบครัวของคุณ แต่อย่าบอกให้ผมไปจากชีวิตคุณเพราะผมทำไม่ได้”

ชาร์ล็อตรู้สึกดวงตากำลังพร่ามัวด้วยหยดน้ำตาที่ไหลเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง “ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณทำอะไรเพื่อชดเชยในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำ”

“คุณเองก็เหมือนกัน ทำไมคุณต้องทำร้ายตัวเองกับสิ่งที่คุณไม่ได้ทำด้วย” เขาเกลี่ยปลายนิ้วเช็ดหยดน้ำตาที่ออกมาจากดวงตาของเธอ “เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตมันไม่ใช่สิ่งที่เราทั้งสองคนเป็นคนก่อขึ้น แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่จะเอาตัวเองไปผูกติดกับอดีตที่คอยแต่จะเหนี่ยวรั้งไม่ให้เราก้าวข้ามสิ่งที่พวกเราเป็นผลของการกระทำอย่างนั้นเหรอ”

ชาร์ล็อตเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นและส่ายหน้าอย่างดื้อรั้นกับสิ่งที่เขาพูด เธอรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมาคือสิ่งที่เธอควรจะทำ แต่การที่ตกอยู่ในสภาพที่ถูกทอดทิ้งให้เติบโตมาเพียงลำพังโดยไม่มีความรักหรือความอบอุ่นจากพ่อแม่มาตลอดเกือบทั้งชีวิตนั้นการให้ปล่อยวางเรื่องทั้งหมดมันก็เหมือนกับเธอกำลังปล่อยสิ่งที่เธอยึดเหนี่ยวมาทั้งชีวิตให้หลุดพ้นไปก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่ายๆ

แจ็คมองเธอด้วยสายตาที่บอกให้รู้ว่าเขาเข้าใจความคิดของเธอ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประคองใบหน้าของเธอเอาไว้

“ผมรู้ว่าเพราะคุณรักพ่อและแม่ของคุณ คุณถึงได้เจ็บปวดและผิดหวังที่ความรักของคุณไม่เคยได้รับการตอบกลับจากคนทั้งคู่ แล้วหนำซ้ำคุณยังต้องมาผิดหวังกับพ่อของผมอีก แต่มันคุ้มแล้วเหรอกับการที่คุณจะปิดกั้นหัวใจตัวเองกับคนอื่นไปตลอดชีวิตเพียงคุณกลัวว่าคุณจะถูกทอดทิ้งอีก” แล้วเขาก็ซบหน้าผากกับเธอพลางระบายลมหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะกล่าวต่อ “คุณใช้ชีวิตแบบนั้นไปตลอดไม่ได้หรอกฟ้า คุณต้องมีใครสักคนที่คอยเป็นที่พึ่งในเวลาที่คุณอ่อนแอ ใครสักคนที่เข้าใจและคอยอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่ทำให้คุณยิ้มหรือหัวเราะเพียงเพราะเขาอยากให้คุณมีความสุข ใครสักคนคอยกอดคุณเวลาที่คุณต้องการ”

ชาร์ล็อตกลั้นสะอื้นเอาไว้ในขณะที่แจ็คเอนหน้าออกห่างและจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความรู้สึกที่ปรากฏในดวงตาของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนกลัวว่าเขาอาจได้ยิน

“ผมอยากเป็นคนคนนั้นสำหรับคุณเพราะคุณคือทุกอย่างที่ผมต้องการ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือเพราะผมรักคุณ”

ชาร์ล็อตนิ่งงันไปพร้อมกับเบิกตากว้างกับคำสารภาพรักของเขา แต่เพียงแค่ชั่วครู่เธอก็ส่ายหน้าพร้อมกับสะอื้นฮัก “คุณแค่สงสารฉัน”

“ผมไม่ได้พูดเพราะผมสงสาร แต่ผมพูดก็เพราะผมรักคุณจริงๆ” เขากล่าวย้ำอีกครั้งก่อนที่จะเกลี่ยปลายนิ้วกับแก้มของเธออย่างอ่อนโยน “ผมจะไม่มีวันทอดทิ้งคุณ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณในทุกเวลาที่คุณต้องการเพราะผมทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ห่างจากคุณ ขอเพียงแค่คุณเชื่อใจผมและไว้ใจผมว่าความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณไม่ใช่แค่เพียงคำพูดลอยๆ”

ชาร์ล็อตรู้สึกเหมือนกำแพงที่เธอก่อไว้เพื่อปกป้องหัวใจของเธอนั้นพังทลายลงไปจนหมดไม่เหลือสิ้น เธอโผเข้าหาวงแขนแข็งแรงที่ตวัดโอบกอดรัดร่างของเธอเอาไว้แน่น เธอซุกหน้ากับไหล่ของเขาพร้อมกับปล่อยความรู้สึกที่ถูกเก็บกั้นเอาไว้พรั่งพรูออกมาผ่านหยดน้ำตา

“ให้ผมได้รักคุณนะฟ้า” เขาพึมพำก่อนที่จะกดริมฝีปากลงบนกลางกระหม่อมของเธอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำตัวยังไง” เธอกล่าวเสียงเครือแล้วดันตัวออกห่างพร้อมกับเงยหน้ามองเขา “ฉันจะให้คุณรักฉันได้ยังไงในเมื่อตลอดทั้งชีวิตของฉัน คนที่ฉันคิดว่ารักฉันต่างก็พากันเดินจากฉันไปหมด ไม่เว้นแม้แต่พ่อของคุณ”

แจ็คขมวดคิ้วกับคำพูดของเธอ “ผมรู้ว่าคุณทำตัวเหินห่างกับผมเพราะกลัวว่าถ้าหากผมรู้ความจริงเข้าแล้วผมจะเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อคุณ และมันก็ใช่”

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะก้มหน้าและขืนตัวออกจากอ้อมแขนของเขา หากทว่าแจ็คกลับรัดวงแขนที่กอดเธอให้แน่นขึ้นจนเธอส่งเสียงฮึดฮัดประท้วง “ปล่อยฉันเถอะค่ะ”

“ไม่ คุณต้องฟังผมพูดให้จบก่อน ผมรู้ว่าคุณทำแบบนั้นก็เพราะคุณไม่อยากให้ใครมาทำร้ายจิตใจของคุณอีก คุณถึงต้องตีตัวออกห่างเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ถ้าคุณคิดว่าผมจะรังเกียจคุณที่พ่อกับแม่ของพวกเราเคยทำเอาไว้ในอดีตคุณก็คิดผิดแล้วล่ะเพราะพอยิ่งรู้ผมก็ยิ่งรักคุณมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก”

เธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงและสับสนกับสิ่งที่เขากำลังเอ่ยออกมา

“ผมรู้ว่าคุณไม่ยอมบอกความจริงให้ผมรู้เพราะคุณไม่อยากให้ผมเจ็บปวดกับความจริงเหมือนอย่างที่คุณได้เจอมา คุณทำแบบนั้นก็เพราะคุณรักผม”

“ยิ่งอยู่ใกล้คุณมากเท่าไหร่ มันก็ทำให้ฉันตัดใจจากคุณยากมากขึ้นเท่านั้น” เธอกล่าวปนสะอื้น

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าตัดใจสิ เชื่อใจผมและให้โอกาสกับเรา ผมบอกคุณแล้วว่ามีแค่เรา อย่าไปคิดหรือสนใจอย่างอื่น”

เขาไล้ปลายนิ้วเกลี่ยตรงโหนกแก้มของเธอก่อนที่จะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้และแตะซับหยดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาให้หายไป

“ผมรักคุณ” เขากล่าวพร้อมกับเคลื่อนริมฝีปากแตะประทับไล่ไปตามแนวกรามและปลายคางของเธอ ก่อนที่จะมาหยุดเหนือริมฝีปากของเธอ “บอกผมสิว่าคุณก็รักผมเหมือนกัน”

ชาร์ล็อตหลับตาลงพร้อมกับพยักหน้าอย่างยอมจำนนต่อหัวใจของตัวเอง “ฉันรักคุณ”

แจ็คสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับเอ่ยพึมพำด้วยประโยคเดียวกันพร้อมกับแนบริมฝีปากจูบลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธออย่างนุ่มนวลก่อนที่จะบดเบียดให้หนักหน่วงขึ้นจนธอเผยอริมฝีปากยินยอมให้เขาสอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นของเธอ ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าร่างบางในอ้อมกอดของเขาสะท้านเยือกราวกับว่าเธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเขาท่าส่งผ่านทางริมฝีปากที่แนบประทับกันสนิทแนบแน่น

“ผมรักคุณและผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม” เขากระซิบเมื่อละริมฝีปากออกเพื่อให้ทั้งคู่ได้หายใจ ก่อนที่จะแตะไล้ผะแผ่วไปทั่วทั้งใบหน้า

การแสดงออกถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเธอนั้นทำให้ชาร์ล็อตจิกมือกำเสื้อยืดของเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเขาที่มองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว

“เชื่อผมนะ ผมจะอยู่ตรงนี้ข้างๆ คุณตราบเท่าที่คุณต้องการ”

ชาร์ล็อตพยักหน้าพร้อมกับหลับตาปล่อยให้หยดน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตาของเธออีกครั้ง แจ็คส่งเสียงคำรามในลำคอเบาๆ ก่อนที่จะกดใบหน้าของเธอกับแผ่นอกกว้างของเขา “อย่าร้องไห้อีกเลยนะ ผมเห็นคุณร้องไห้แบบนี้แล้วผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากจูบคุณจนกว่าจะหยุดร้อง”

แล้วเขาก็ยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากใบหน้าที่ซุกอยู่กับอกของเขา แจ็คเชยปลายคางของเธอให้เงยขึ้นมามองเขาพร้อมกับเช็ดน้ำตาให้กับเธอก่อนจะกล่าวต่อ

“ผมพูดจริงนะ ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้คุณรู้สึกดีขึ้น อย่างเดียวที่ผมคิดได้ก็คือจูบคุณ เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คุณรู้ว่าผมรู้สึกยังไง”

“เพราะอย่างนี้เหรอคะคุณถึงได้เอะอะอะไรก็เอาแต่จูบฉัน”

“ก็ผมเป็นผู้ชายนี่” แจ็คตอบพร้อมกับรอยยิ้มทะเล้นจนชาร์ล็อตอดไม่ได้ที่จะหยิกเอวเขาจนเขาสะดุ้งโหยง แต่เขาก็จับมือของเธอมาจูบก่อนที่จะก้มหน้าลงไปจนชิด “และเพราะผมรักคุณด้วย”

ชาร์ล็อตพิงศีรษะกับไหล่ของเขาพลางถอนหายใจ รู้สึกโล่งในอกเมื่อในที่สุดสิ่งที่เธอเก็บงำเอาไว้กับตัวเองมาตลอดได้ปลดปล่อยออกมาผ่านหยดน้ำตาจนดวงตาและจมูกของเธอแดงก่ำ ก่อนที่จะป้องปากหาวเบาๆ เมื่อความอ่อนเพลียแล่นเข้ามาจู่โจม

“ง่วงเหรอครับ ไปนอนไหม”

เธอพยักหน้ากับหน้าอกของเขาแล้วก็ต้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อแจ็คอุ้มเธอพร้อมกับลุกขึ้นยืน แขนทั้งสองข้างของเธอยกขึ้นตวัดโอบรอบคอของเขาโดยอัตโนมัติ

“ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ”

แต่แจ็คกลับส่ายหน้าก่อนที่จะเดินตรงไปบันได “ให้ผมได้ไปส่งคุณที่ห้องเถอะ”

“แล้วคุณไม่หนักเหรอคะ ฉันก็ไม่ใช่ตัวเล็กๆ ด้วย”

เขาเลิกคิ้วก่อนที่จะมองเธอพลางทำหน้าบึ้ง “คุณผอมออกขนาดนี้จะไปหนักได้ยังไงกัน จริงๆ ผมว่าคุณดูผอมลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“มีหลายเรื่องเกิดขึ้น ฉันไม่ค่อยจะมีแก่ใจจะกินอะไรหรอกค่ะ” เธออ้อมแอ้มตอบพลางก้มหน้าหลบสายตาเขาราวกับเด็กที่ถูกตำหนิ

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ต่อจากนี้ไปผมจะดูแลคุณเอง ต่อให้ขุนคุณจนอ้วนผมก็จะทำ”

เธอหัวเราะก่อนที่จะตีไหล่เขาพร้อมกับตวัดค้อนให้ “ขืนทำแบบนั้นฉันก็ไม่ได้เป็นนางแบบกันพอดีสิคะ”

“ก็ไม่ต้องเป็นสิ แค่คิดว่าคุณจะต้องไปถ่ายแบบชุดว่ายน้ำให้ผู้ชายคนอื่นเห็นผมก็อยู่ไม่สุขแล้ว”

แล้วเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของเธอและพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เธอหมุนลูกบิดให้กับเขา และเมื่อเข้ามาในห้องแล้วแจ็คก็วางเธอลงบนเตียงก่อนที่จะผ่อนตัวลงมาคร่อมอยู่เหนือร่างของเธอ ชาร์ล็อตยกมือขึ้นไปแตะไล้ใบหน้าที่มีหนวดเคราขึ้นเขียวครึ่มที่ทำให้รู้สึกจั๊กจี้ฝ่ามือยามสัมผัสแล้วยิ้มกับสายตาที่แสดงความหวงแหนของเขา

“คุณก็รู้ว่านั่นมันเป็นอาชีพของฉันและใช่ว่าฉันจะถ่ายแต่ชุดว่ายน้ำตลอดเวลาเสียเมื่อไหร่กัน”

 “ผมเข้าใจ แต่ว่าผมก็อดหวงไม่ได้อยู่ดี” เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างแล้วรั้งร่างของเธอเข้ามากอดพลางซุกหน้าเข้ากับซอกคอของเธอ “แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้เห็นแก่ตัวถึงขนาดจะขอให้คุณเลิกเพราะความต้องการของผมหรอก”

“ฉันเป็นนางแบบไปได้อีกไม่นานหรอกค่ะ อีกไม่นานนางแบบรุ่นใหม่ที่มาแรงกว่าก็จะขึ้นมาแทนที่และฉันเองก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะทุ่มเทเวลาให้กับการเขียนหนังสือให้มากกว่าที่เป็นอยู่ด้วย” เธอตอบพลางยกมือขึ้นลูบผมตรงท้ายทอยของเขา

แจ็คครางเสียงต่ำสัมผัสอ่อนๆ จากปลายนิ้วของเธอที่นวดหนังศีรษะของเขาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายวันหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนพร้อมกับที่เขารู้สึกว่าเปลือกตาหนักอึ้งเมื่อความง่วงเข้ามาโจมตี ชาร์ล็อตขยับเข้ามาแตะริมฝีปากตรงสันกรามของเขาพร้อมกับกระซิบเอ่ย

“ฉันรักคุณค่ะแจ็ค”

เขายกมุมปากยิ้มพร้อมกับกระซิบเอ่ยด้วยประโยคเดียวกันก่อนจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดายในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน


โปรดติดตามตอนต่อไป


รักคนอ่านค่ะ
Smiley



Create Date : 10 ตุลาคม 2559
Last Update : 10 ตุลาคม 2559 23:06:10 น.
Counter : 1381 Pageviews.

3 comments
  
ดีจัง เข้าใจกันแล้ว
โดย: goldensun IP: 61.91.4.3 วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:19:29:10 น.
  
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะคะ ขอให้ไรท์มีความสุขและสุขภาพร่างกายแข็งแรงนะคะ ยังรอตอนต่อไปนะคะ
โดย: พี่สุ...จ้า IP: 171.96.222.115 วันที่: 19 มกราคม 2560 เวลา:22:09:06 น.
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:12:58:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตัว(Z)
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย, รูปภาพ, บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Blog แห่งนี้ ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร


มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด


. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





เติมรักลงกลางใจ






ลมหนาว ฟ้าใส หาดทราย ใบไม้เปลี่ยนสี






ให้หัวใจเติมเต็มรัก



รักต่างวัยหัวใจข้ามรั้ว





ข้อตกลงก่อนจะรัก





บอกได้ไหมว่าไม่ใช่รัก


ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
MY VIP Friend