รวมมิตรเขาใหญ่ในรอบสองปี (2008-2010)


**สุขใจจัง วันเที่ยวเขาใหญ่_ตอน1**โบนัสไปเที่ยวเขาใหญ่มาคร๊าบ ครอบครัวเราไปเขาใหญ่ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยใช้เส้นทางผ่านสระบุรีจากศรีราชาไปเขาใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม.เพราะต้องการแวะทานกลางวันที่แดรี่โฮม เป็นการเดินทางที่ตัดสินใจกระทันหันพอสมควร ไม่ได้จองที่พักเอาไปหาเอาดาบหน้า แถบขนเครื่องนอนไปเพียบ เตรียมพร้อมสำหรับเหตุุกเฉินเพื่อต้องนอนกลางเต็นท์ แต่เจ้าลูกชายพอขึ้นรถปรุ๊บ ถามทันทีเลยว่า "แม่ครับรีสอร์ทมีแอร์หรือปล่าวครับ" เป็นอันว่าเรื่องกลางเต็นท์ต้องจบไป เพราะเราคงไปถึงเขาใหญ่ตอนเที่ยงลูกทนแดดไม่ไหวแน่ ไว้คราวหน้าแม่จะเตรียมพร้อมให้มากกว่านี้




ในที่สุดก็มาถึงมื้อกลางวันที่รอคอย ร้านแดรี่โฮมอยู่แถวๆมวกเหล็ก ด้วยความอยากกินฟองดูว์ แต่ไปแล้วไม่มีผิดหวังนิดหน่อย สั่งอาหารสามอย่าง สปาหมู ไส้กรอกไวน์แดง ซีโครงหมูบาร์บีคิวอร่อยทุกอย่างเลย รูปที่ถ่ายไม่ชัดเนื่องมาจาก รีบเดินทางกล้องไม่พร้อม แต่ก็โอเคนะ (ปลอบใจตัวเองไม่มีอะไรสมบรูณ์แบบไปทุกอย่างหรอกเที่ยวให้สนุกดีกว่า จะได้ไม่ตีกัน อิ่มอร่อยพุงกางแล้วยังต่อด้วยไอศครีมโฮมเมคสองถ้วย ไวน์ขาวลิ้นจี่ของแม่ และโยเกริต์ สตอร์เบอรี่ของตัวแสบ แถมถ้วยน่ารักมาให้ใส่ไอศครีม แต่บอกตรงนะสำหรับเราไม่อยากได้ถ้วยหรอก มันไม่มีแบบไอศครีมโคน ถ้วยที่แถมมาก็น่ารักนะเก็บไว้เล่นๆเป็นที่ระลึกมั้ง (แอบบ่น) หมดค่าเสียหายไป395บ.ค่าไอศครีม110บ.








ออกจากร้านอาหารเราตรงไปเขาใหญ่โดยไปทางลัด ไม่ผ่านฟาร์มโชคชัยและเอาท์เลตที่เค้านิยมกัน แต่ผ่านร้านกาแฟยอดนิยมที่มักจะลงไว้ถ่ายรูปกัน แต่เราไม่ลงฮ่ะๆ เพราะเราอิ่มและขี้เกียจ ได้มาว่าเก็บค่าเขา55บาทต่อหัวสามารถนำไปแลกไอศครีมได้ แถมถ่ายรูปสวยๆอีกไว้คราวหน้านะ อื่มๆๆๆๆ จนในที่สุดก็ตามหา apple campเจอเป็นอะไรที่ภูมิใจนำเสนอ//www.khaoyaiapplecamp.com หรือจะดูblogมาเรีย ณ.ไกลบ้าน เค้าถ่ายรูปได้สวยทุกห้อง ทุกมุมจริงๆ ส่วนเรานะเหรอ หุ ๆ





ห้องที่พักจากราคาปกติ 1,500บาท ลดเหลือ1,300บาท เจ้าของ พี่นวลน่ารักลดให้แถมอาหารเช้าด้วยพี่เค้าบอกว่าเป็นช่วงโลนะจ๊ะ มุมที่ถ่ายมาตรงที่ลูกชายนั่งเป็นมุมป้อนข้าวชอบแอบไปมุดหัวอยู่แถวนั้นทุกทีจริงๆเลยเด็กเนียน่าร๊ากชะมัด หลังจากได้ที่พักเรียบร้อยเราออกไปขึ้นเขาใหญ่ แวะจุดชมวิว


"

แล้วตรงไปที่น้ำตกผากล้วยไม้ มันส์มากไม่เคยเดินน้ำตกแล้วได้อารมณ์แบบนี้เลย ทางสุดยอดเพราะฝนเยอะ ข้ามต่อไม้ปีนป่ายสุดๆ ไม่มีอารมณ์ชมวิวมีแต่คำถามในใจ เมืิ่อไร่จะถึงซะทีว่ะ แล้วหันมาแอบมองเด็กดูเค้าทำหน้า





แล้วก็เกิดเหตุการณ์ฮ่า ฮ่า ตรงน้องวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งออกแนวพวกชอบถ่ายรูป เค้าเดินผ่านพวกเราขึ้นไปข้างบนแล้วลงกลับมาบอกเราว่า "พี่ครับข้างบนมีจระเข้นะครับ สองตัวนะครับ" พุดพร้อมโชวหลักฐานในกล้องโอ้แม่เจ้ารีบเลยค๊ะขึ้นจากน้ำโดยเร็วไม่เดินไปต่อแล้ว กลับๆๆๆๆ ตามประสาแม่ชอบโวยวาน เมื่อกี้เพิ่มเจอทาก เนี้ยจะเจอจระเ้ข้อีกเหรอ ลาหละค่ะ อีตอนเดินมาไม่สนใจอะไรไม่ถามใคร ทั้งนั้นเจอกลุ่มเดินป่าใส่ถุงกันทาก ยังแอบมอง ตูจะโดนมั้ยเนี้ย สมใจค๊ะ ทากและ จระเข้ ถึงบริเวณที่เราอยู่ไม่ใช่น้ำนิ่งซึ่งเป็นแหล่งที่อยูเค้าก็ตาม ม่ายๆๆเอาหละ แค่ทากเกาะุคุณสามีอิชั้นก็ซึ้งแล้ว หลังจากเดินขึ้นมาบริเวณลานจอดรถ เราเองก็สมน้ำหน้าคนพามาลำบากโดนทากดูดหลายตัว เรากะลูกไม่เป็นไร พูดไปพลางเวรกรรมมีจริงโดนกับตัว สุดยอดมากๆๆๆๆๆๆ





หมดเวรกับทากจัดการไปเกือบสิบตัว รวมทั้งขาไปและกลับนะ จากนั้นรีบออกไปต่อกันที่น้ำตกเหวสุวัต



โปรดติดตามตอนต่อไป




ตอนสุดท้ายของทริปเขาใหญ่มีรูปมาเยอะ แต่ความพยายามนำเสนอน้อย (ปนขี้เกียจ กล้องเพิ่งจะใช้ได้วันกลับ) ต่อจากคราวที่แล้วตอนที่หนีทากมหาภัย และจระเข้ที่น้ำผากล้วยไม้(มีจริงนะ เป็นบริเวณน้ำนิ่งเค้าจะมีป้ายบอกไว้ต้องเดินขึ้นไปจากจุดที่เราเล่นน้ำอีก น้องที่เค้าเดินไปเจอเค้าถ่ายรูปมาด้วย เราเลยรีบขึ้นกลับแล้วเดินทางต่อไปที่น้ำตกเหวสุวัตทันที จะบอกให้ขากลับเนี่ยเค้าเรียกว่าใส่เกียร์หมาของแท้เลย)







ทำใจกล้าไปยืนถ่ายรูปแถวนั้นไม่มองไปข้างล่าง รูปไม่ค่ยชัดเท่าไหร่ถ่ายจากมือถือนะ แล้วความซวยก้มาเยือนข้าพเจ้าอีกหนึ่งครั้ง ทากๆๆๆๆๆ มันมาอีกแล้ว แหกปากร้องลั่น โมโหคนพาไปเหมือนเดิมใจคอจะไม่ไปซื้อถุงเท้ากันทากเลยรึไงเนี้ย....


รีบเอาเด็กขึ้นรถลุกชายคนดีถามว่าทำไมแม่โดนอีกแล้ว ส่งสายตาแป๋วแว๋ว แม่เลือดมันแรงลูกเฮอ..หลังจากขึ้นรถเสร้จกลับลงเขาออกไปหาอะไรทานกันเด็กมีสภาพตามที่เห็น



รีบกินเลยครับพี่น้อง ตอนลูกหลับต้องรีบกินไว้ก่อนไม่ได้มีอารมณ์นั่งกินแบบเนี้ยมานานแล้ว เพราะตอนตื่นกว่าจะกินหมด พ่อกับแม่ปากเกือนถึงหู ดังนั้นเราตรงดิ่งทันที่ ไปที่ร้านครัวเขาใหญ่ ร้านนี้เค้ามีชื่อเรื่องแฮมรมควันนะ แต่ดันสั่งกะเพราะแฮม ลาบทอด แกงจืด แฮมเฮออะไรไม่อยากเลย เพราะมื้อกลางวันเราอิ่มกับอาหารเลียนๆมาแล้ว แถมมากับคนบ้ากะเพราะอีกต่างหาก ค่าอาหารไม่แพงนะค๊ะ ที่สั่งไปสามอย่างข้าวปล่าวสามจาน น้ำ น้ำแข็ง จ่ายแค่330บ.ต่อด้วยไอศครีมรวมมิตรแบบโคนอันหละสิบบาท อร่อยจัง พอตัวแสบตื่นพูดคำแรกเลยว่า "อาหารนะครับแม่' คงใช้พลังงานไปเยอะจริง



อิ่มหนำสำราญใจซื้อน้อยหน่าสามกิโลร้อยกลับไปเป็นของฝากตัวเอง และเพื่อนๆ กลับเข้าที่พักไปตั้งหลักกันก่อน ปรากฏว่าสลบเหมือดกันทั่วหน้า ไม่สามารถไปไหนต่อได้ พอตกหัวค่ำออกมาเดินดูดาว แล้วพากันขันรถเล่นช่วงระหว่างทางขึ้นเขา มีร้านน่านั่งเยอะมาก บรรยากาศใช้ได้ มองหน้ากันแล้วบอกกันว่าจะกับมาอีก เป็นแบบนี้ทุกครั้งบ้านเราเป็นอะไรที่ต้องไปที่เดิมสองรอบ รองสองเป็นแก้ตัว รอบแรกเป็นรอบเรียนรู้ แล้วเล็งไว้ว่าอยากไปตรงไหนอีก เหมือนกับคราวที่แล้วเลย ปลายปี51ไปปาย เชียงใหม่ดอยอินทนนท์ พอต้นปี52กลับไปเชียงใหม่อีกแต่ไปออบหลวง และสะเมิง แบบว่าคนวางแผนดีมากๆ



หลังจากขับรถเล่นเอาบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยสเต็กและแฮม สามีดิชั้นเกิดอารมณ์อยากกินก๋วยเตี๊ยวเนื้อแถวนั้น กินมันหอมเต๊ะจมูกดี เป็นไงหละ มาเขาใหญ่มื้อดึกคือก๋วยเตี๊ยวเนื้อ ก็อร่อยดีนะ ลุกชายกินขนม น้ำสีๆเรื่อยเปื่อย อิ่มท้องแล้วเราก็กลับเข้าที่พัก เดินผ่านครัวapple camp หอมจังที่นี่ก็มีดีเรื่องอาหารนะ เปิดเมนูดูแล้ว แต่ท้องไม่ไหว กลับเข้าห้องเปิดแอร์นอนดูทีวี เล่นเกมกลับเด็ก แล้วหลับ แต่มีใครรู้มั้ยว่าการมานอนเขาใหญ่เหมาะกับกางเต็นท์มาก ดูดาว ทำอะไรง่ายกินเอง ม่าม่า ไสกรอก โครตอร่อย เดี๋ยวจะมีกวางเดินมาให้ยนโฉมกันถึงทีเลย แต่งวดนี้ขอบายนะมิบังอาจสู้รับปรบมือกับทากได้หรอก ก็ช่วงนี่เป็นฤดูของเค้านี่น่าจะมาโทษกันได้ยังไง บ้านเค้าชัดๆเราเองต่างหากที่ไปรบกวนแต่อย่ามาแหยมน่ะ แม่จะเหยียบให้จมดินเลย




ตื่นเช้าแล้วอิ่มกับอาหารเช้า เดิิินทางต่อกันนะ



เขียนไปเรื่อยเปื่อยคงต้องต่อภาคสามนะ อ่านตามกันมาเถอะนะจ๊ะ




ต่อเนื่องจากคราวที่แล้ว หลังจากที่เราอิ่มท้องมื้อเช้าที่apple camp เก็บของตรงไปน้ำตกเหวนรกเพื่อเป็นทางกลับบ้านปราจีน ศรีราชา


แวะถ่ายรูปที่จุดชมวิว เก็บรูปหมูบิน



พาลูกเดินชมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว



เดินเพลินที่สะพานเจอทาก อีกแล้วรีบหนีไปน้ำตกเหวนรก



เดินไปเรื่อยเหนื่อยก็หยุด มีเพื่อนร่วมก้วนเยอะดี ทางเดินเค้าทำดีแล้ว ลูกเราวิ่งไป เดินไป พูดไม่หยุดตลอดทาง



เดินเองตลอด ไม่งอแง เก่งมาก แข็งแรงจริง






เจอลิงระหว่างทางเต็มไปหมดต้องจอดรถให้สัตว์เค้าเดิน จำไว้ที่นี่คือบ้านเค้า




บรรยากาศความสดชื่นข้างทางของปราจีนบุรี เขียวเต็มหมด สูดเก็บไว้เต็มปอดเลย ทริปนี้ลูกอึดมากๆ รักที่สุดจบด้วยรูปนี้ดีกว่า







เก่งจริงเดินขึ้น ลง น้ำตกเหวนรกได้เอง Smiley



เรื่องเล่า_เขาใหญ่ในวันวุ่นวาย อีกครั้งกับการเที่ยวเขาใหญ่เป็นการเที่ยวก่อนเปิดภาคเรียนของลูก และพ่อเค้ามีวันหยุดสามวันติดกัน วันศุกร์พาเค้าไปหม่ำของอร่อยๆที่ซีคอน


โปนัสชอบโออิชิเอ็กเพรสที่นั่นมากๆๆพอกับที่แม่เองก็ชอบเหมือนกัน นั่งกินไปเรื่อยๆให้พุงมันปลิ้นสมกับราคาค่าหัวที่จ่ายไป


อิ่มอร่อยอ้วกแตกกันทั่วหน้า จนลืมแอบถ่ายรูป เอาๆๆเถอะนะ แล้วเราก็พาเด็กไปเล่นของเ่ล่นกัน งานนี้เืกือบทำเด็กอ้วกของจริง


มีอย่างที่ไหน เลี้ยงลูกแบบนี้ กินอิ่มแล้วไปเล่นต่อ



ทำหน้าหงิกเพราะโดนแม่มันขัดใจ



พาไปเสียตังส์เล่นบ้านบอล เล่นขับเรือ แล้วต่อด้วยของเล่นชิ้นนี้ถูกใจเค้าหล่ะ


เนื่องจากเราเองก็ไม่ได้วางแผนไปไหนต่อ จึงพาลูกกลับบ้าน


จนในที่สุดพอตื่นมาวันเสาร์อาการกำเริบ คืออยากออกไปเที่ยวอีก ตกลงกันได้ว่าไม่ควรจ่ายเยอะต้องไปกางเต็นท์นอนถือเป็นการฉลองเต็นท์ใหม่ของเราด้วย เหตุผลดีอย่างนี้ใกล้บ้านเราที่สุดคือเขาใหญ่ จ่ายน้อยที่สุดก็คือเขาใหญ่ คิดได้อย่างนี้ จัดของเสร็จออกเดินทางตอนเที่ยง แวะกินมื้อเที่ยงเติมพลังด้วยก๋วยเตี๋ยวเนื้อใกล้บ้าน ดูนาฬกา เืกือบๆๆจะบ่ายแล้ว รีบบึ่งไปเขาใหญ่กันเลย


เราใช้เส้นทางแหลมฉบังปราจีน ดันไปเจอฝนที่ปราจีนทำเอาใจเสียนิดหน่อย เอาเถอะไปให้ถึงก่อนดีกว่า


ถึงเขาใหญ่ประมาณเกือบสี่โมง จ่ายค่าเข้าอุทยานไป 90บ.


ไปเจอฝนปรอย แวะจุดชมวิวแรก



ถ่ายรูปไม่เยอะมาบ่อยๆเลยไม่เกิดอารมณ์ หลับตายังเห็นภาพเขาใหญ่ได้ปีนี้มาสองครั้งแล้ว


รีบลานกางเต็นท์ที่ผากล้วยไม้กันดีกว่า


โอ้วพระเจ้า นี่มันเิกิดมหกรรมเขาใหญ่กันแน่ ตอนขึ้นเขาก็เห็นรถเยอะแต่ไม่คิดว่าจะเจอคนขนาดนี้




มองไปทางไหนก็เจอแต่เต็นท์ๆๆๆ และคนเยอะแยะ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด ใครก็มาเที่ยวกันนี่ขนาดเจ้าหน้าที่เค้าจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวแล้วนะ เห็นคนเยอะ ห้องน้ำก็เต็มไปต่อคิวกันอาบน้ำ ที่นี่ห้องน้ำแยกสุขา กับที่อาบน้ำ ของผู้ชายเป็นแบบอาบรวมกันตักราดหัวซะ น้ำเย็นสุดๆ
ขอบอกก่อนว่าอย่ามาตัวไฮโซแถวนี้เด็ดขาด คิดจะกางเต็นท์นอนมันต้องติดดินนะจ๊ะ


หลังจากที่แม่มันเดินสำรวจเรื่องชาวบ้าน แล้วกลับมาดูสองคนพ่อลูกเค้าช่วยกันกางเต็นท์ เลยได้ภาพน่ารักพ่อลูกเค้าทะเลาะกัน ก็พ่อทำงานส่วนลูกเอาอุปกรณ์กางเต็นท์ไปเล่นนะสิ จะอะไรซะอีก




ใช้เวลาไม่นานห้องนอนของเราก็เสร็จดีๆๆ ชอบๆๆ อีกอย่างเราต้องรีบทำกับข้าว


ที่จุดบริการเค้ามีให้เช่าทุกอย่าง เต็นท์ ที่นอน ผ้าห่ม เตาถ่าน ถ่าน ตามสะดวก(ถ้ารับได้นะ)


แต่เราเอาไปเองหมด เตาก็เอาไปและเนื่องจากเป็นเตาใหม่พอๆๆกะเต็นท์จึงได้อาหารหน้าตาแบบนี้ออกมา (แก้ตัว)



ดินเนอร์ใต้เแสงดาวคืนนี้มี ไข่เจียวฝีมือเด็ก กุนเชียงกะไก่ย่าง(หมักไปจากบ้านไปถึงก็ปิ้งย่างได้เลย)


ยำปลากระป๋อง อิ่มอีกแล้ว ช่วยกันเก็บของ พ่อไปล้างจานกะลูก แม่เตรียมที่นอนและชุดอาบน้ำ


นั่งทำใจไปอาบน้ำเพราะไม่ชอบห้องน้ำแบบนี้ที่สุด เอาหล่ะฟ่ะมาถึงขนาดนี้แล้วจะมัวมานั่ง ดจร.อีกทำไม


ตัดใจไปอาบน้ำ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ขึ้นอยู่กะใจคนมากกว่า แต่ห้องน้ำนี่บอกตรงๆๆนะ


เจ้าหน้าที่เค้าทำไม่ทันหรอก ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบในความสะอาด เข้าห้องน้ำก่อนลุกก็ต้องสำรวจความเรียบร้อย


จะได้ไม่โดนด่าตามหลัง อ้อมันเป็นเรื่องนิสัย หรือสันดานล้วนๆๆจริง


กลายเป็นบ่นไปซะ


ในที่สุดเรื่องที่เราเกลียดที่สุดก็ได้เจอจนได้ ทากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


นี่มันอะไรกัน ระหว่างที่อาบน้ำ สายตาก็จับจ้องไปทุกๆๆส่วนของห้องน้ำ


ผนัง ประตู ลูกบิด ที่แขวนผ้า ถุงใส่ผ้าของเรา


จนได้เจอเจ้าตัวร้ายเดินดุกดิก เชื่อมั้ยเราไม่สงเสียงร้องโวยวาย (หน้าห้องน้ำมีผู้หญิงคนหนึ่งแหกปากร้องก่อนหน้านี่เลยรู้ตัวเอง)


นิ่งไว้ นิ่งไว้เพราะแก้ผ้าอาบน้ำอยู่จะแหกปากไป ก็วิ่งออกมาไม่ได้อยู่ดี ตัวก็เปื้อนสบู่ งานนี้สุดๆๆ


จ้องกันไป จ้องกันมา ไอ้ทากบ้านี่มันก็ขยันเดินนะ เราต้องคอยมองไว้


ไปทางไหน ตูจะได้รู้ รีบอาบน้ำซะ


น้ำเจ้ากรรมก็ไหลได้อารมณ์จริง คนยิ่งรีบๆๆน้ำไหลอย่างกะเยี่ยวเด็กของแท้เลย


กว่าจะเอาตัวรอดจากห้องน้ำได้ โกยตีสุนัขเข้าเต๊นท์ทันที่ ไปถึงใส่ถุงเท้ากันตัวเองเสร็จสับ


นั่งดูดาวไปใจหายไป แต่..เราไม่ฆ่าเค้า ก็นี่มันบ้านเค้า


เอาชนะใจตัวเองได้ไม่เบียนเบียดกัน ตอนแรกเกือบเอาอีแตะฟาดให้แล้ว


เฮ้อ...


เข้านอนคืนนี้กว่าจะหลับตาลง เด็กน้อยก็แหกปากคุยๆๆ เค้าตื่นเต้นนี่น่า ถามอยู่นั่นแหละเสียงอะไร ใครคุยกัน ใครหัวเราะ ใครเล่นกีต้า ใครทำอะไร และที่สำคัญพยายามจะเปิดเต็นท์ล่อยุงเข้ากินเลือดนะซิ


งานนี้กว่าจะหลับปากเกือบถึงหู


อ้อลืมบอกไปถ้าอยากส่องสัตว์ ให้ไปติดต่อที่จุดบริการ เค้าจะนัดให้มาตอนเจอกันตอนสองทุ่ม แต่เราไม่ไป เห็นสัตว์มาพอควรและยังไม่ไว้ใจเด็กกลัวเอาไม่อยู่ เกิดแหกปากโวยวายเกรงใจชาวบ้านเค้า


ในที่สุดพ่อโปนัสก็หลับไปก่อนเรา เราต้องปล่อยให้เค้าได้พักเหนื่อย เล่นกะลูกไปสองคน จนโปนัสไปปลุกพ่อ ขอกินข้าวต้มมื้อดึก แล้วต่อด้วยมาม่า อีกซอง สามคนพ่อ แม่ ลูก ก่อนสลบไปด้วยความเพลียและอิ่มจัด แถมก่อนนอนยังบอกให้แม่ซื้อเต็นท์แบบติดแอร์ นี่อากาศเย็นขนาดนี้แล้วยังร้อง หาแอร์อีก เด็กนี่น่าจริง หนาวจะตาย แล้วไปเชียงรายภูชี้ฟ้าจะรอดมั้ยเนี้ย


และแล้วก็ถึงเวลาที่เรารอคอย 10:00am เจ้าหน้าที่บอกให้นักท่องเที่ยวปิดไฟ ยกเลิกกองไฟ เลิกร้องเพลง (เหมือนอยู่โรงเรียนเลย เค้ามีเวลาเข้าออกด้วยนะ) เป็นเสียงที่เรารอคอย ตูจะได้นอนซะที เต็นท์ข้างๆๆดีดกีต้าร้องเพลงอยู่ก็เงียบไป คราวนี้มีแต่เสียง คนกระซิบกัน ก็ป่านี่คร้า เงียบจะตายใครตดดังก็ได้ยินแน่ๆ และแล้วเวลาผ่านไป ความเงียบก็มาเยื่อนของจริง


คุณจะได้ยินเสียงลำธารน้ำไหล เสียงนก จิ้งหรีด สัตว์อื่น เงียบจนเราหลับได้ลง


และเราได้เริ่มเช้าวันใหม่กัน สามีค่ะปลุกดิฉันให้ไปเดินดูดาว เอาก็เอาฟ่ะ ไปแป๊บเดียวเดินใกล้ๆๆ ส่วนใหญ่ผู้คนเริ่มตืนเพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาเดียวดาย สวยนะเคยไปมาแต่มิใช่รอบนี้ งานนี้กินกะนอนอย่างเดียว การทึ่ทุกคนทะยอยกันตื่นเอารถออก ทำให้การจรารถวุ่นวายพักหนึ่ง ถ้าออกแล้วจอดยากนะจะบอกให้ เราเลยไม่ไปไง อ้างงั้นแหละ



ที่นอนของเรา ตื่นมาไม่ล้างหน้า หนาวๆๆ ต้มน้ำหุงข้าว คิดว่าเป็นเต็นท์แรกที่ทำอาหารกิน มองไปรอบๆๆเค้าออกไปเที่ยวกันทั้งนั้น


ปล่อยสองคนพ่อลูกให้ไปถ่ายรูปให้



เป็นการเก็บรูปความวุ่นวายกัน คนเราเช้ามาก็เห็นกันทั้งนั้นแล้วเค้าทำไรบ้าง



ล้างหน้าล้างตากันตรงนี้ ล้างจานก็ตรงนี้ ดีมั้ย



นายแบบพยายามบอกจุดกางเต็นท์


และนี่คือมุมสุดฮิต






เอากะเค้าด้วย แม่หนับหนุน


มุมสะพานยอดฮิต หลายๆๆคนค้นพบตัวตนที่นี่ว่าเกิดมาเป็นนายแบบ คอยดูนะ เราแอบเค้าอยู่



ถ้าใครจะเป็นนางแบบ หรือนายแบบตัวจริงตื่นมาปุ๊บ สวย หล่อปรั๊บ เชิญเลยค่ะที่นี่คือที่ปั้นดินให้เป็นดาว และบอกตรงๆๆ มีคิวนะค่ะทำเหนียมๆๆระวังจะไม่ได้รูปสะพานแขวนนะ เราแอบเห็นผู้ชายบางคนมันเก็กซะ ขำตัวเอง ไปเจือกเรื่องชาวบ้านตั่งนานๆๆ ไปๆกลับมาเรื่องเราต่อดีกว่า


หลังจากอิ่มท้องมื้อชาวด้วยข้าวเปียกกุ้ง เฮ้ยข้าวต้มกุ้งหุงกลายเป็นข้าวเปียกแฉะๆๆ แต่กินไปห้ามบ่น ยำ กุนเชียง ผัดผักบุ้ง ดูอาหารเช้าซะก่อน เต็นท์อื่นเพิ่มกะก่อเตา เราหม่ำกันเรียบร้อย ภูมิใจจริงๆๆ ไม่ได้เก็บรูปมาฝาก เพราะนั่งหม่ำไปดูบรรยายกาศไป คนรีบเดินไปต่อคิวเข้าห้องน้ำ รีบล้างหน้าแต่งสวย รีบออกไปดูวิวหมอกยามเช้า ส่วนเราเจือกเรื่องชาวบ้านนั่งดูภาระกิจคนอื่นเพลินดี


ที่ทำอย่างนี้เพราะไม่อยากรีบเก็บเต็นท์ อยากตากแดดให้แห้งก่อน จะได้ไม่เป็นรา เห็นมะมีเหตุผลนะ พอแดดออกเต็มที่ผึ่งพุงหลามเสร็จก็ได้เวลาเก็บของที่ไม่ใช้แล้วขึ้นรถ ดีที่ได้จอดใกล้ จากนั้นพาเด็กไปเล่นลำธารใกล้ๆ



แม่มันสภาพเนี้ยแหละ เลยอดแขวะคนสวยไม่ได้ อิจฉาจ้าไม่มีอะไรหรอก งานนี้เป็นอะไรที่ไม่ห่วงภาพพจน์ไม่มีสวย หลอนอย่างเดียว ฮิๆๆ


ไปดูเด็กเล่นน้ำดีกว่า



พ่อพยายามบอกลูก ว่าน้ำไม่ลึกอย่ากลัว





กลัวอยู่นาน นั่งแต่ตักพ่อ




เริ่มสนุก และปัญหาเดิมเล่นไม่เลิก กว่าจะเลิก แหกปากซะ



อีกรูปก่อนกลับเดี๋ยวมาใหม่แน่นอนคนที่บ้านเค้าชอบ


เก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ขับรถย้อนไปดูเื่ขื่อนลำตะคอง เพื่อจะทานมื้อเที่ยงริมเขื่อนและชมวิวแต่ไม่ไหวอิ่มมากๆ


จนเก็บท้องไว้ไปทานเอาช่วงบ่ายๆที่ร้านนี้



ของแม่



ของพ่อ



หม่ำสลัดผักร่วมกัน เลิฟๆๆ เพื่อสุขภาพหลังจากกินไก่กะกุ๊นเชียงไหม้ 555



ของโปนัส


ร้านนี้ชอบตรงผักสด ของแท้ต้องที่นี่เพราะวังน้ำเขียวผักสดจริงๆ เค้าเสริฟ์ผักสดหนึ่งกระปุกน่ารัก เราเองก็ชอบผักด้วย ล้างพิษสะหน่อยนะ


หม่ำหนำสำราญใจจ่ายไปแค่ทั้งหมด 313บ. ราคากับคุณภาพโอเค รับได้


ทริบนี้เติม ngv ประมาณ300บ.


ค่าอุทยาน 90บ.ค่ากางเต็นท์30บ.


ซื้อขนมกิน100.


ประหยัดงบประมาณ นำอาหารไปเอง คุ้มมากถึงบอกว่าต้องมาอีกแน่นอน คราวหน้าจะมาช่วงวันที่คนไม่หนาแน่นหน่อย


ก่อนอื่นต้องบอกว่าขอโทษที่ไม่ได้เก็บรูปจุดชมวิวมาฝาก น้ำตกอื่นก็ไม่ได้ไป แวะดูบล็อกเก่าของเราได้ไปมาเมื่อสองเดือนที่แล้วแต่ถ่ายจากมือถือกล้องพัง ทริปนี้จึงไม่ได้รูปเยอะ มีแต่บ่นๆๆๆ อิ่มๆๆ หนุกๆๆๆ


เขาใหญ่มีอะไรให้เรากลับไปอีกแน่นอน





Create Date : 14 กันยายน 2553
Last Update : 14 กันยายน 2553 13:41:07 น. 1 comments
Counter : 1405 Pageviews.

 
เจิมมมมมมมมมม


โดย: JinnyTent วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:13:28:43 น.  

ฮัลโลตอบหน่อย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




แค่ผู้หญิงน่ารักคนหนึ่ง
ที่อยากมีบางมุมไว้ระบายความมันส์ๆๆๆ
ขีดเขียนๆตามใจไปวันๆๆ กินๆเที่ยวๆเป็นเรื่องหลัก
ที่ขาดไม่ได้คือ ลูกชายและครอบครัว
และที่นี่คือบ้านอีกหนึ่งหลังของเรา
ยินดีที่ได้ทักทายกัน

ขอบคุณของแต่งบล็อกจากเพื่อนทุกๆคน ขอบคุณพื้นที่ดีๆที่ให้เราได้เจอกัน ขอบคุณทุกๆข้อความที่ฝากไว้ รับรองด้วยหัวใจจะตอบกลับไปทุกๆคน

lozocat
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ฮัลโลตอบหน่อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.