All Blog
South New Zealand - Day 13 Akaroa - Goodbye NZ

      ในที่สุดการเดินทางของเราก็มาถึงวันสุดท้าย ใจหนึ่งก็ยังเสียดายทริปที่สุดประทับใจไม่อยากให้จบลง ใจนึ่งก็
ห่วงบ้านห่วงหมาอยากกลับเมืองไทยแล้ว คืนนี้พวกเราก็จะเดินทางกลับเมืองไทย และก่อนที่จะเช็คเอาท์ออกจาก
ที่พักผมก็คว้ากล้องออกไปเดินเล่นดูบรรยากาศไครสต์เชิร์ช เช้าวันอาทิตย์

 เช้าวันอาทิตย์ที่ไครสต์เชิร์ช 

      ยามเช้าวันอาทิตย์ของไครสต์เชิร์ชเมืองดูเงียบเชียบมากครับถนนแทบไม่มีรถผ่านเลยสักคัน ผิดกับวันธรรมดา
ที่ผู้คนออกมาทำงานกัน

      ผมกลับมากินมื้อเช้าและเก็บข้าวของขึ้นรถ อาหารแห้งที่เตรียมมาและเหลือเราทิ้งไว้ที่นี่ทั้งหมด เพราะไม่อยาก
แบกน้ำหนักกลับบ้าน จุดหมายสุดท้ายของทริปอยู่ห่างจากไครสต์เชิร์ชไป 83 กิโลเมตร กว่าจะถึงเวลาเดินทางกลับ
บ้านก็เที่ยงคืน เราจึงมีเวลาเหลือเต็มวันอีก 1 วัน

 Banks Penninsula 

      ตั้งแต่เริ่มจัดโปรแกรมเที่ยวนิวซีแลนด์ ผมก็สงสัยตั้งแต่ดูแผนที่เกาะใต้ว่า ไอ้ติ่งกลมๆที่ยื่นออกไปในมหาสมุทร
ใกล้ๆกับไครสต์เชิร์ชมันคืออะไร พอเริ่มหาข้อมูลก็รู้ว่าที่นี่มีชื่อว่าเมืองอะคาโรอาและบริเวณนี้คือ Banks Penninsula
จากไครสต์เชิร์ชใช้เส้นทาง Highway 75 สู่ Bank Peninsula

      เมื่อ 25,000 ปีก่อน บริเวณ Banks Peninsula มีสภาพเป็นเกาะแต่เกิดการระเบิดของภูเขาไฟลิตเทิลตัน(Lyttelton
Volcano) และภูเขาไฟอะคาโรอา(Akaroa Volcano) ทำให้สภาพภูมิประเทศบริเวณนี้กลายเป็นคาบสมุทร

      เส้นทางจากไครสต์เชิร์ชจนถึงเมือง Little River ทางราบขับสบายๆ ผ่านทุ่งหญ้ามาเรื่อยๆจนเลียบทะเลสาบเล็ก
คือ Lake Forsyth น้ำในทะเลสาบนี้ข้นคลั่กเลยครับ ผิดกับทะเลสาบอื่นๆที่เราเจอมา พ้นจากทะเลสาบไม่ไกลถึงเมือง
Little River ทางจะเริ่มขึ้นเขาสูงชัน เส้นทางค่อนข้างแคบและโค้งหักศอกตลอดทาง จนผ่านขึ้นสู่ยอดเขาทางจะเริ่ม
ลาดลงและเลาะริมผาไปเรื่อยๆจนถึงเมือง Akaroa

 อะคาโรอา(Akaroa) 

      อะคาโรอา เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเก่าแก่ที่สุด ในเขตแคนเทอร์เบอรี่  (Cantherbury Region) ถูก
สร้างขึ้นโดยชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาตั้งรกรากเป็นกลุ่มแรกในปี 1840 สิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมต่างๆ จึงมีลักษณะ
เป็นแบบฝรั่งเศสแม้กระทั่งร้านค้าหรือชื่อถนนภายในเมืองยังเป็นภาษาฝรั่งเศส

      อะคาโรอาเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในการเข้ามาอยู่อาศัยหลังเกษียณ 70 เปอร์เซนต์ของประชากรที่นี่จึงเป็น
ผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ราคาที่ดินของเมืองนี้จึงสูงขึ้นเรื่อยๆ

      สิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ ร้านขายเครื่องประดับที่ทำจากหินสี   และเครื่องประดับที่ทำจากเปลือกหอยเป๋าฮื้อ
ร้านขายเครื่องประดับมีอยู่หลายร้านให้เลือกซื้อหา

      อีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือ การล่องเรือชมเพนกวินสีน้ำเงิน(Blue Penguin) ซึ่งเป็นเพนกวินที่ขนาด
เล็กที่สุดในโลกและโลมาเฮกเตอร์ (Hector Dolphin)    นอกนั้นยังมีกิจกรรมว่ายน้ำเล่นกับโลมาในอ่าวอะคาโรอา
(Akaroa Habor) แต่กิจกรรมนี้ผมขอผ่านครับเพราะเพิ่งไปลงเรือดูวาฬเมื่อวาน

      เราเดินเล่นใน Akaroa สักพัก เมืองนี้บรรยากาศดูแตกต่างจากทุกๆเมืองที่ผ่านมาจริงๆครับ บ้านน่ารักๆหรือแม้
กระทั่งโรงภาพยนต์ก็ยังมีขนาดกระทัดรัดน่ารัก

 ลิตเทลตัน(Lyttelton) 

      ขากลับเราไม่ได้ใช้เส้นทางเดิมแต่วนรอบเพนนินซูลาผ่านไปทางลิตเทลตัน(Lyttelton) ก่อนเข้าไครสต์เชิร์ช
ลิตเทลตันเป็นเมืองท่าที่สำคัญของไครสต์เชิร์ช เคยเป็นที่อยู่ของชาวเมารีเมื่อประมาณ 700 ปีก่อน และถูกค้นพบ
โดยชาวยุโรปในปี 1770 เมืองนี้มีกิจกรรมคล้ายกับอะคาโรอา แต่เป็นที่นิยมน้อยกว่า แต่จากจุดที่เราผ่านมานี้เห็น
เมืองลิตเทลตันได้จากด้านบนเท่านั้น   เพราะการเดินทางเข้าไปยังลิตเทิลตัน  ต้องเดินทางจากไครสต์เชิร์ชผ่าน
อุโมงค์ลิตเทลตัน(Lyttelton Tunnel)

 ลาก่อนนิวซีแลนด์ 

      เรากลับมาถึงไครสต์เชิร์ชราวๆ 4 โมงเย็น ยังเหลือเวลาอีกเยอะ เราเลยไปเดินเล่นกันต่อที่   Riccarton Mall
Shopping Mall ที่อยู่บนถนน Riccarton เราเคยมาที่นี่แล้ววันที่เราเดินทางมาถึงไครสต์เชิร์ชวันแรกจากเมืองไทย
แต่เรามาเพื่อซื้อของที่ Pac'n Save ที่อยู่ภาพใน Riccarton Mall  เรามาแวะทานข้าวเย็นก่อนกลับ แต่เพราะเที่ยว
บินออกประมาณเที่ยงคืน เราจึงนั่งเล่นกันที่ศูนย์อาหาร แต่เกือบไม่ได้กิน เพราะพอหกโมงปุ๊บร้านทุกร้านทั้ง Mall
ปิดพร้อมกันหมด แม้กระทั่งร้านในศูนย์อาหาร โชคดีที่ไปซื้อก่อนปิดเพียง 10 นาที   ขณะที่เรานั่งกินข้าวยังไม่อิ่ม
พนักงานก็มาเก็บเก้าอี้ เก็บจานโต๊ะอื่นไปล้าง เราเลยต้องรีบกินรีบออก เพื่อให้พนักงานเก็บกวาด

      เราออกมาจาก Riccarton Mall ตรงไปสนามบิน แล้วไปนั่งรอเวลาที่สนามบิน เที่ยวบินของ AirAsia X หลังจาก
เที่ยวบินที่เราเดินทางนี้ อีกเพียง 3 เที่ยวบิน ทาง AirAsia X ก็ยกเลิกการให้บริการเส้นทางนี้น่าเสียดายอย่างยิ่งครับ
เพราะผมเห็นไฟล์ทนี้ AirAsia ได้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่บินมาต่อเครื่องที่มาเลเซียเกือบเต็มลำ

      แล้วเราก็กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพตอนเที่ยงของวันที่ 23 เมษายน รวม 15 วันแห่งการเดินทาง     ของทริปสุด
ประทับใจ ยังมีสถานที่อีกมากมายในนิวซีแลนด์ที่ผมไม่ได้ไปเยือน แต่เพียงเท่านี้ก็เก็บเกี่ยวความสุขจากการเดินทาง
กลับมาเต็มหัวใจ และความสุขนั้นก็ได้ถ่ายทอดลงสู่ Blog นี้หวังว่าข้อมูลต่างๆจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังจะเดินทาง
ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ด้วยตัวเอง หรืออาจเป็นแรงบันดาลใจ  ให้กับคนที่กำลังตัดสินใจที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ
นิวซีแลนด์เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เดินทางง่ายและความปลอดภัยสูง  ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาเที่ยวด้วยกันครับ

      ลุงฅิต




Create Date : 17 กันยายน 2555
Last Update : 5 ตุลาคม 2556 20:19:04 น.
Counter : 2227 Pageviews.

2 comments
  
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ค่ะ
เห็นด้วยว่านิวซีแลนด์สวย สงบ เหมาะกับผู้รักธรรมชาติ คงจะได้ไปเยือนอีกครั้ง
โดย: krapook IP: 183.89.113.29 วันที่: 17 กันยายน 2555 เวลา:22:29:47 น.
  
ชอบมากค่ะ ภาพสวย
บันทึกการเดินทางได้ละเอียดมา

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Zurg Travel Blog ดู Blog

โดย: ฝากเธอ วันที่: 17 กันยายน 2555 เวลา:23:32:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]