All Blog
Ni Hao Kunming-Dali-Lijiang Part II

      จากต้าลี่สู่ลี่เจียงเดินทางได้ 2 แบบคือ โดยรถ Bus โดยสารหรือโดยรถไฟ แต่ผมแนะนำให้ขึ้นรถบัสครับ
เพราะคุณสามารถรอรถได้ที่เมืองเก่าต้าลี่เลย รถจะมาจอดแถวๆหน้าประตูเมืองเก่า ราคาค่าโดยสาร 66 หยวน
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งครับ ถามที่โรงแรมหรือเกสต์เฮาท์ที่เราพักก็ได้ครับว่าป้ายรถอยู่ที่ไหน สถานีต้น
ทางอยู่ที่ Bus Station ที่เราลงรถเมื่อวันก่อนตอนมาจากคุนหมิงครับ รถจากต้าลี่ไปลี่เจียงออกทุกครึ่งชั่วโมง
ครับ

      รถออกจากเมืองเก่าต้าลี่ผ่านมาทางเจดีย์สามองค์แล้ววิ่งขนานทะเลสาบเอ๋อไห่ไปทางเหนือ สักพักก็เริ่ม
ไต่ระดับขึ้นสู่ภูเขา เส้นทางเลาะไปตามไหล่เขา ถ้าได้นั่งด้านขวาจะสัมผัสถึงอาการเสียวท้องได้ตลอดเวลา
ครับเพราะรถที่เมืองจีนวิ่งชิดขวาและทางแค่ 2 เลนสวน ขวามือเป็นเหวลึกแต่วิวก็สวยใช้ได้ครับ รถขับเลียบ
เหวไม่นานก็เข้าสู่เส้นทางปกติผ่านหมู่บ้านชนบทไปเรื่อยๆครับ

      เมืองลี่เจียงอยู่ห่างจากต้าหลี่ 160 กิโลเมตร มีความสูง 2,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตัวเมืองตั้งอยู่เชิงเขา
อวี้หลง รอยต่อที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ กับที่ราบสูงยูนนาน-กุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงเหนือ
เชื่อมกับที่ราบริมฝั่งแม่น้ำจินซาเจียง ทำให้มีความแตกต่างทางด้านภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่เขตภูเขาสูง
ธารน้ำแข็ง ที่ราบระหว่างภูเขา หุบโตรกผาอันสูงชัน และที่ราบขั้นบันได มีความแตกต่างในเรื่องของความสูงของ
ภูมิประเทศ ประมาณ 4,545 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่ 5,596 เมตร จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,051 เมตร จากระดับน้ำทะเล

      เมืองลี่เจียงเคยเป็นที่พักกองคาราวานระหว่างไปทิเบต ในปี 1253 กุบไลข่านได้เดินทัพผ่านมาและได้ตั้งชื่อว่า
“ลี่เจียง (แม่น้ำสวย)” พร้อมกับนำดนตรีของจีนมาเผยแพร่ให้เผ่าหน่าซี ในยุคราชวงศ์หมิงจึงเป็นยุคทองทาง
วัฒนธรรมของลี่เจียงเมื่อตระกูลมู่นำพุทธศาสนาแบบทิเบตเข้ามาและได้สร้างวัดขึ้นบนเขาหลายแห่ง

      ชนพื้นเมืองของเมืองลี่เจียงคือเผ่าหน่าซี ที่แยกย่อยมาจากเผ่าเชียงในทิเบต ยกย่องสตรีเป็นใหญ่ สตรีมีบทบาท
สำคัญในทุกภาคส่วน ทั้งการค้า การถือครองที่ดินและการเลี้ยงดูบุตร ส่วนผู้ชายจะมีหน้าที่ทำสวน เลี้ยงม้า และเล่น
ดนตรี ชาวเผ่านาซีจะนับถือพ่อมดหมอผีแบบทิเบต มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง รวมถึงศิลปะการดนตรีอีกด้วย

      ลี่เจียงต่างจากต้าลี่ตรงที่ต้าลี่เมืองใหม่และเมืองโบราณจะอยู่คนละฟากกัน แต่ที่ลี่เจียงเมืองใหม่ล้อมรอบ
เมืองเก่า จาก Bus Station นั่งรถ Bus สาย 8 ไปลงที่หน้า Baixin Shopping Mall ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้าเขต
เมืองเก่าที่พักจะมีอยู่หลายแห่งในเขตเมืองเก่า ที่พักที่ลี่เจียงราคาค่อนข้างสูงพอสมควรครับเมื่อเทียบกับต้าลี่
ผมแนะนำให้หาที่พักบริเวณใกล้ๆเมืองโบราณเพื่อการเดินทางที่สะดวกครับ เขตทางเข้าเมืองเก่าฝั่งตรงข้าม
และบริเวณนี้คือ Shopping Street ของเมืองใหม่ด้วยครับ

      เมื่อเก็บกระเป๋าเข้าที่พักแล้วก็เดินทางกันต่อ ออกมาตรงทางเข้าเมืองเก่าจะมีสวนสาธารณะและภูเขาลูก
เตี้ยๆ เดินขึ้นด้านบนเพื่อชมเมืองเก่าต้าลี่จากมุมสูงได้ครับ  กลับลงมาด้านล่างเดินขึ้นไปทางเหนือ(หันหน้า
ไปตามถนน เมืองเก่าอยู่ขวามือนั่นคือทิศเหนือครับ) เดินตรงขึ้นไปประมาณสัก 10 นาที ตลอดเส้นทางจะเป็น
ร้านค้าขายสินค้าต่างๆมากมาย เดินชมเพลินๆก็เกินครึ่งชั่วโมงครับกว่าจะไปถึงจุดหมายนั่นก็คือ สระมังกรดำ
(Black Dragon Pond) ค่าเข้าชมที่นี่คนละ 80 หยวนครับ

      เดิมทีสระมังกรดำ(Black Dragon Pond) เป็นสระน้ำสีมรกตมีลักษณะคอดตรงกลางคล้ายวงนอกของเลข 8
สระด้านใต้มีน้ำใสจนสามารถมองเห็นปลาที่ว่ายอยู่ในสระ ส่วนสระด้านเหนือมีน้ำเข้มสีเขียวมรกต มีสะพานข้าม
กลางสระ เค้าเล่าว่าปลาว่ายจากสระเหนือไปสระใต้หากมองจากสะพานจะมองเห็นปลาครึ่งตัว เพราะด้านนึงน้ำ
ใสด้านนึงน้ำขุ่น แต่ปัจจุบันน้ำในสระแห้งเหือดไม่เหลือเลย รัฐบาลจีนพยายามเอาน้ำมาเติมลงไป เติมเท่าไหร่
ก็แห้งไปหมด ชาวบ้านที่นี่เชื่อว่ามังกรดำที่ดูแลรักษาสระนี้ได้จากไปแล้ว เหมือนถูกหลอกให้เข้ามาดูยังไงก็ไม่รู้
ครับ 400 บาท กับสระแห้ง....เศร้า แต่ไม่เป็นไรครับตั๋วนี้เก็บไว้ให้ดีๆ เพราะพรุ่งนี้เราใช้ผ่านประตูเข้าไปอุทยาน
ภูเขาหิมะมังกรหยกได้ครับ

      จากสระน้ำมังกรดำในวันอากาศดีจะมองเห็นยอดภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากอยู่เบื้องหลังครับ แต่วันที่ผม
มานี่หมอกอากาศเยอะเหลือเกินครับเลยมองเห็นแค่ลางๆ พรุ่งนี้เราจะขึ้นไปบนนั้นครับ

      กลับมาเมืองเก่าลี่เจียงอีกครั้งเพื่อมาเดินชมเมืองเก่ายามค่ำ ยามค่ำที่นี่จะกลายเป็นไนท์บลาซาร์เลยครับ
ผู้คนหลั่งไหลมาจากที่ไหนบ้างไม่รู้เต็มไปหมดครับ เริ่มตั้งแต่พลบค่ำยันดึกดื่น มีสินค้าขายมากมายครับทั้ง
เสื้อผ้า เครื่องหนัง ผ้าพันคอ ของที่ระลึก ของกินก็มีมากมายแม้แต่แม็คโดนัล

      สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังเมื่อเข้ามาเดินเที่ยวที่นี่ คือระวังหลงทางครับ เพราะตรอกซอกซอยมันเหมือนกันหมด
เดินแล้วอาจจะงงได้ ถ้าไปกันหลายคนก็นัดกันให้ดีครับว่าจะกลับมาเจอกันจุดไหน เดินเที่ยวพอหอมปากหอม
คอก็กลับเข้าที่พักนอนเอาแรงกันครับ

      Jade Dragon Snow Mountain หรือภูเขาหิมะมังกรหยก อยู่ห่างจากตัวเมืองลี่เจียง 15 กิโลเมตร การเดิน
ทางจากลี่เจียงสามารถนั่งรถตู้สาย 7 จากบริเวณทางเข้าเมืองเก่า ถ้าคนเต็มคัน 15 หยวนต่อคนครับ เพราะถ้า
คุณมากันหลายคนและต้องการให้เค้าออกก่อนต้องจ่ายเค้าเท่ากับคนเต็มคันครับ แต่ผมแนะนำว่าคุณควรซื้อ
ทัวร์จาก Lijiang ไปที่นี่ จะช่วยลดความลำบากให้ชีวิตอย่างมากเลยครับ เพราะการที่คุณต้องไปแก่งแย่งกับกอง
ทัพคนจีนในสถานที่เที่ยวยอดนิยม มันไม่สนุกเลย ราคาทัวร์ One Day Trip 700 หยวนต่อคน(แพงมาก) รวมค่า
รถรับส่ง ค่าผ่านประตู ค่าเข้าชม Impression Lijiang Show ค่า Glacier Cable Car ค่าธรรมเนียมเข้าชมหมู่บ้าน
ต่างๆ ค่าอาหารกลางวัน และค่าเช่าชุดกันหนาวครับ

       แต่ถ้าชีวิตประจำวันคุณเรียบง่ายเกินไปก็ขึ้นรถเลยครับ ประมาณสักชั่วโมงกว่าๆรถตู้พาเรามาถึงอุทยาน
ภูเขาหิมะมังกรหยก อย่าลืมครับตั๋วที่เราซื้อมาเมื่อวานใช้ผ่านเข้าไปได้เลย  แต่ถ้ายังไม่ได้ไปสระมังกรดำก็ซื้อ
ตั๋วเข้า 105 หยวนครับ(แพงกว่าซื้อจากในเมืองนะครับ) แล้วอย่าลืมเก็บไว้ใช้เข้าสระมังกรดำนะครับ

      ก่อนอื่นเราไปดูโชว์ Impression Lijiang Show กันก่อนครับ โชว์นี้หากมาฤดูร้อนเหมือนผมมีโชว์ 2 รอบคือ
รอบ 10.30 น. และ 13.30 น. แต่ถ้ามาฤดูหนาวมีรอบ 13.30 น. รอบเดียวครับ ถามเค้าดูก่อนครับว่ามีกี่รอบแล้ว
ปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสมครับ ราคาตั๋ว 172 หยวนครับ

     Impression Lijiang Show ออกแบบโชว์โดยจางอี้โหมว ผู้กำกับคนดังผู้ออกแบบโชว์พิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์
ที่ปักกิ่งครับ โชว์นี้ใช้ผู้แสดงเป็นชนเผ่าจริงๆมากกว่า 16 เผ่าที่อยู่ในลี่เจียงมีผู้ร่วมแสดงกว่า 500 คน เวทีเป็น
เวทีกลางแจ้ง 180 องศามียอดภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลังครับ

      จบโชว์เราก็ไปต่อกันที่กระเช้าขึ้นเขาครับ กระเช้าที่อุทยาน มีหลายระดับความสูงนะครับแต่กระเช้าที่เราจะ
ขึ้นนี้เป็นกระเช้าที่มีระดับความสูงมากที่สุด ซื้อตั๋วแบบ The big ropeway (Glacier Park) 182 หยวน(เสียตังค์
อีกแล้วครับ เสียย่อยเสียยับเลย) ซื้อตั๋วเสร็จต้องไปเข้าแถวรอรถที่จะพาขึ้นไปที่สถานีกระเช้าด้านบนครับ ตรงนี้
เป็นจุดวิกฤตจุดแรกครับ เพราะคนจีนสมัยนี้ออกมาท่องเที่ยวกันเยอะมาก และเค้านิยมมากับทัวร์กัน ไม่ต้องคิด
เรื่องจะไม่โดนแซงคิว เพราะทัวร์เค้าจะพาลูกทัวร์แซงคิวไปตลอด ทั้งทัวร์จีนทัวร์ไทย ถ้ามาเองก็ยืนรอจนกว่า
สวรรค์จะโปรดครับ

      เมื่อขึ้นรถบัสได้แล้วก็นั่งไปประมาณ 10 นาที จะถึงสถานีกระเช้าที่จะพาขึ้นสู่ Glacier หรือยอดเขา Yulong
ที่ความสูง ประมาณ 3600 เมตรครับ หุบเขามังกรหยกมียอดเขาทั้งหมด 13 ยอด ยอดที่สูงที่สุด ชื่อ
Shanzidou
มีความสูง 5596 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตรงสถานีกระเช้าจะมีร้านให้เช่าเสื้อกันหนาวกับขายอ๊อคซิเจนกระป๋อง
ควรซื้ออ๊อกซิเจนคนละกระป๋องนะครับ เพราะความสูงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและบรรยากาศเบาบางข้างบน
อาจทำให้หัวใจวายเฉียบพันได้ครับ กระป๋องละ 30 หยวน จุดนี้เป็นอีกจุดแห่งการรอคอยครับ แต่ดีที่ไม่มีแซงคิว
นักเพราะมีเหล็กกั้นแถว กระเช้านั่งได้ 6 คนครับนั่งประมาณ 20 นาทีถึงสักที ที่หมายของทริปนี้

      ใครที่ร่างกายสมบูรณ์เดินต่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวด้านบนก็ได้ครับ แต่ผมขออยู่ชมความงามแค่ตรงนี้ดีกว่า
เพราะอากาศเบาบางมากครับ เดินนิดเดียวรู้สึกเหนื่อยมากและอากาศก็เย็นจัดมากด้วยครับ

      เล่นหิมะกันจนสะใจถึงเวลากลับลงด้านล่างแล้วครับ ถึงด้านล่างก็ต้องกลับไปเข้าแถวรอรถกลับอีก พอลง
จากสถานีจะมีร้านขายอาหาร ฝากท้องไว้ที่นี่ก็ได้ครับเพราะบ่ายแก่ๆมากแล้วและกว่าจะเจอร้านอาหารต้องลง
ไปข้างล่างเลยหรือกลับไปลี่เจียงครับ

      ขากลับออกมาแวะเข้าไปเที่ยวที่หมู่บ้านน้ำหยก (Jade Water Village) เป็นหมู่บ้านพื้นเมืองเล็ก ๆ ท่าม
กลางทิวทัศน์สวยงามตามหลักฮวงจุ้ย(ด้านหน้ามีน้ำ ด้านหลังมีภูเขา) น้ำที่นี่จะเป็นน้ำใสที่มีสีเขียวคล้ายหยก
จนเป็นที่มาของหมู่บ้านน้ำหยก น้ำที่ไหลมาที่หมู่บ้านนั้นมีที่กำเนิดมาจากน้ำผุบนภูเขาใต้ต้นไม้ยักษ์อายุกว่าพันปี
สองต้น ปัจจุบันหมู่บ้านน้ำหยกได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4 A ของจีน เทวรูปที่เห็นท่อนบน
เป็นผู้หญิงท่อนล่างเป็นงู ผมไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับเพราะเป็นภาษาจีน

      จริงๆแล้วภายในอุทยานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายแต่เนื่องจากเวลาที่จำกัด และการเดินทางที่ค่อน
ข้างลำบากสำหรับคนต่างถิ่นอย่างเราทำให้วันๆหนึ่งไปได้ไม่กี่ที่แต่ก็นับว่าคุ้มค่าครับ ถ้าจะให้ครบถ้วนควรจัด
ทริปมาที่นี่อย่างน้อยสองวันครับ
      สลับฉากให้ดูดอกไม้กันบ้างครับ ภาพนี้เป็นดอกไม้ที่บานแต็มถนนที่ลี่เจียง คนท้องถิ่นเค้าบอกชื่อมาแล้ว
แต่ผมจำชื่อไม่ได้ ขอเรียกว่าซากุระเมืองจีนแล้วกันครับ

      จากลี่เจียงคุณสามารถไปต่อแชงกรีลา(Shangri-La) ได้ครับขึ้นรถที่ Bus Station ต่อไปอีก 200 กิโลเมตร
ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครับ แต่ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมครับเพราะพื้นที่สูงและอากาศเบาบางกว่าที่ลี่เจียง
มาก มีกรณีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจากสภาพอากาศทุกปีครับ
      คุณสามารถวาแผนการเดินทางกลับคุนหมิงได้วันนี้เลยมีรถ Night Bus จากลี่เจียงไปคุนหมิงออกจาก Bus
Station ตอน 20.30 น. ค่าโดยสาร 195 หยวนครับ ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง แต่อย่างที่ผมบอกไปตอนต้น
การเที่ยวในเมืองจีนค่อนข้างจะควบคุมเวลายากครับ ดังนั้นเพื่อการเดินทางไม่รีบร้อนเกินไปพักที่ลี่เจียงอีกสัก
คืนแล้วค่อยเดินทางตอนเช้าครับ รถเที่ยวเช้าสุดออก 7.30 น. คันสุดท้าย 15.30 น. แนะนำให้ขึ้นรถเที่ยวแรก
เลยเป็น Express Bus ใช้เวลา 8 ชั่วโมงถึงคุนหมิง ค่าโดยสาร 230 หยวนครับ นั่งกันลืมโลกเลยแต่จะมีแวะพัก
เป็นจุดๆให้เข้าห้องน้ำและทานอาหารครับ แต่ห้องน้ำระหว่างทางเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ครับ

      กลับมาถึงคุณหมิงเย็นแล้ว เก็บข้าวของเสร็จก็ออกมาเดินย่านชอปปิ้งสตรีทของคุณหมิง บรรยากาศเหมือน
เดินแถวม่งก๊กในฮ่องกงครับ มีร้านขายของแบรด์เนมและร้าน Discount Store อยู่มากมาย อันนี้เป็นซุ้มประตูเมือง
ครับ

      เช้าวันสุดท้ายก่อนกลับแวะไปเที่ยว วัดหยวนทง เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของมณฑลยูนนาน
สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618 – ค.ศ.907) จนถึงปัจจุบัน เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า
1,200 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนหยวนทงเจียง เป็นอารามทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง ภายในวัดตกแต่งร่มรื่น
สวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานข้ามไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระ  ศาลาแปดเหลี่ยมหลังนี้เป็น
ศาลาที่อู๋ซานกุ้ยสร้างในสมัยราชวงศ์ชิง ในศาลาประดิษฐาน “เจ้าแม่กวนอิมพันกร” และเจ้าแม่กวนอิมพม่า หรือ
เรียกว่า “เจ้าแม่กวนอิมหยก”
      ในวิหารส่วนหลัง ภายในวัดหยวนทงนี้ ยังเป็นวิหารที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากที่เดินทางมาถึงนคร
คุนหมิง จะต้องแวะมาสักการะบูชาอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งเป็นพระ
พุทธรูปทองเหลือง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานให้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดหยวนทง
แห่งนี้
      ภายในวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาถึง 3 นิกาย ได้แก่นิกายมหา
ญาณของพม่า นิกายหินญาณของไทย และนิกายลามะของธิเบต

      หากใครมีเวลามากกว่านี้จะไปเที่ยวป่าหินยูนนานสักวันนึงก็ได้นะครับ นั่งรถบัสจาก Bus Station ไป Stone
Forrest Yunnan ระยะทางประมาณ 120 กม. จากคุนหมิงค่ารถ 40 หยวน และเสียค่าเข้าอีก 140 หยวนครับ
ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมด ลองบวกๆดูนะครับสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปคุนหมิง-ต้าลี่-ลี่เจียงด้วยตัวเอง
แล้วลองเปรียบเทียบราคากับราคาทัวร์จากเมืองไทยดูครับ ผมว่ารวมๆแล้วซื้อทัวร์จากเมืองไทยอาจถูกกว่า
ถ้าเปรียบเทียบ โรงแรมกับอาหารการกินที่ทัวร์จัดให้ แต่สิ่งที่ขาดไปคือรสชาติแห่งชีวิตของนักเดินทาง ช่วงนี้
แอร์เอเซียเปิดเส้นทางบินใหม่ไปคุนหมิง ใครสนใจทริปเส้นทางนี้ลองจัดดูกันสักรอบครับ

      สำหรับทริปนี้ผมขอจบเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน มาดูรูป หรือแวะมาดูเฉยๆก็ตาม พบกันใหม่
ทริปหน้า มัณฑะเลย์ - พุกาม ครับ




Create Date : 12 กันยายน 2556
Last Update : 12 กันยายน 2556 9:03:03 น.
Counter : 846 Pageviews.

4 comments
  
ไปช่วงเดือนไหนคะเนี้ยะ
จะได้วางแผนตามรอยถูกคะ
ขอบคุณคะ
โดย: forasu IP: 116.68.159.61 วันที่: 12 กันยายน 2556 เวลา:11:33:06 น.
  
ถ่ายรูปสวยมากนะคะ ไม่สงวนสิทธิ์หน่อยเหรอคะ อิ อิ
สวยมากนะคะ อยากไปเที่ยวบ้าง
โดย: mariabamboo วันที่: 12 กันยายน 2556 เวลา:13:58:34 น.
  
ไปช่วงเดือนไหนคะเนี้ยะ
จะได้วางแผนตามรอยถูกคะ
ขอบคุณคะ

โดย: forasu
--------------------------------------------------

ไปช่วงปลายมีนาคมครับ
โดย: Zurg วันที่: 12 กันยายน 2556 เวลา:15:34:15 น.
  
ถ่ายรูปสวยมากนะคะ ไม่สงวนสิทธิ์หน่อยเหรอคะ อิ อิ
สวยมากนะคะ อยากไปเที่ยวบ้าง

โดย: mariabamboo
--------------------------------------------------------------

ขอบคุณครับ ไม่สงวนสิทธิ์ครับ แต่อย่าให้ตามเจอ อิ อิ
โดย: Zurg วันที่: 12 กันยายน 2556 เวลา:15:35:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]