All Blog
Journey to Switzerland - Day 2 Zermatt

   เช้าวันที่ 2 ในสวิส ตื่นขึ้นมาท่ามกลางอากาศหนาวเย็นมากครับ ที่พักของ Youth Hostel ทุกที่ราคารวมอาหารเช้า
ด้วยนะครับแต่อาหารเช้ามาตรฐานก็คือ ซีเรียล นมเย็นชืดๆ ฟรุ๊ตสลัด ขนมปังแข็งๆสไลส์ มีทั้งแบบธรรมดาและโฮลวีท
แยมสตอเบอรี่ ส้มและบลูเบอรี่ เนย ชีสสไลส์ แฮมกาแฟ โลวัลติน น้ำส้มสังเคราะห์ หมดแล้วครับทุกเช้าจะเจออาหาร
ตามนี้ ส่วนอาหารเย็นถ้าต้องการทานต้องสั่งล่วงหน้า มีค่าอาหารต่างหากครับ

   กินอาหารเช้าเสร็จออกมาเดินชม บรรยากาศทะเลสาบเจนีวายามเช้าหน้าที่พัก สงบงาม ครับ กลับขึ้นไปเก็บของแล้ว
เช็คเอาท์ ถอดเอา Bed Sheets มาคืนเค้าด้วยนะครับ เคาท์เตอร์ของ Youth Hostel เปิดระหว่าง 7:00 - 10:00 และ
16:00 - 22:00 น. ครับ

   กระเป๋าเอาฝากตู้ล็อคเกอร์ไว้ก่อนครับหยอด 2 CHF ตอนเอากุญแจมาคืนจะคืนเหรียญให้ครับ ออกจากที่พักให้เลี้ยว
ซ้ายจะเห็นบันได เดินขึ้นบันไดไปจนถึงถนน จะเห็นตรอกเล็กๆด้านขวา เดินเข้าตรอกไปจนสุดจะออกถนนใหญ่ เดิน
เลี้ยวขวาไปจะเจอป้ายรถประจำทางหน้าโรงแรม Bistol Hotel รอ Bus 201 ป้ายนี้เลยครับ รถมาทุก 10 นาที นั่งรถไป
ประมาณ 2 นาที จะเห็นปราสาทชิยองอยู่ด้านขวา ลงป้ายหน้าปราสาทเลยครับ

   จากป้ายรถเมล์เดินย้อนขึ้นไปนิดหน่อยมีสะพานไม้ข้ามไปฝั่งปราสาท ด้านล่างระหว่างถนนเป็นรางรถไฟครับ
เข้าไปช่องขายตั๋วด้านหน้ายื่นสวิสพาสให้เจ้าหน้าที่ดูครับมีสวิสพาสเข้าชมฟรี เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา 9:00 -
17:00 น. ครับ
   ปราสาทชิยอง  Château de Chillon เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทางของเรือที่ล่อง
ผ่านทะเลสาปเจนีวา ภายหลังปราสาทแห่งนี้มีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นสถานที่ที่ทำให้ Lord Byron เกิดแรงบันดาลใจ
ในการประพันธ์บทกวีโรแมนติกเรื่อง "The Prisoner of Chillon" ซึ่งมาจากชีวิตจริงของ ฟรองซัว เดอ โบนีวาร์
นักเทศน์จากเจนีวาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับฆราวาสที่ดูแลวิหารเซนต์วิคเตอร์ ในเมืองเจนีวา มีความนิยมชมชอบลัทธิ
ปฏิรูป ถูกจับนนำาจับล่ามไว้กับเสาหินที่ใต้ถุนปราสาทหลังนี้ โดยดุ้คแห่งซาวอย เป็นเวลาถึงหกปีเต็มๆ ระหว่าง
ค.ศ. 1530 ถึง 1536

   ภายในจัดแสดงเป็นพิพิทธภัณฑ์ มีห้องจัดแสดงเครื่องใช้ต่างๆหลายห้อง เดินตามหมายเลขห้องไปเลยครับ
ผมจำไม่ได้ว่ามีทั้งหมดกี่ห้อง และบางห้องก็ไม่ได้เข้าไปดู แต่เค้าจัดสถานที่ดีครับ ถ้าเราเดินตามหมายเลขไป
จนถึงห้องสุดท้ายจะกลับออกมาด้านนอกโดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิมครับ

   ออกจากปราสาทชิยองข้ามถนนไปนั่ง Bus 201 ฝั่งตรงข้ามครับ ลงป้ายตรงข้ามโรงแรม Bistol ที่เราขึ้นเมื่อ
เช้ากลับไปเอากระเป๋าแล้วไปต่อกันครับ ตอนกลับขึ้นมาผมว่าเดินกลับทางเดิมที่เราลงรถไฟเมื่อวานดีกว่าครับ
เดินไกลกว่านิดนึงแต่เดินสบายกว่า เพราะขึ้นบันไดมันชันครับ มารอ Bus 201 ที่ป้ายเทอร์ริเลต์(Terrilet) ตรง
ข้ามสถานีรถไฟ ไปลงที่ป้าย Escaliers de la Gare จะเห็นร้าน Timberland อยู่ด้านขวาป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ๆร้าน
ครับ ลงรถเมล์มามีทางเดินเข้าไปในตัวอาคารจะมีบันไดขึ้นไปด้านบน มีบันไดเลื่อนด้วย แต่มันไม่เลื่อนครับ ก็
เลยต้องแบกกระเป๋าขึ้นไปด้านบน สูงพอควรครับ

   ขึ้นถึงข้างบนจะเจอถนนอีกเส้นเดินข้ามถนนไปจะเจอสถานี Montreux ครับ ถ้าใครนั่งมาลงที่นี่ตั้งแต่เมื่อวาน
คงมากันถูกแต่เมื่อวานเรานั่งรถจาก Lausanne ไปลง Terrilet เลยก็เลยไม่ได้แวะที่สถานีนี้ครับ มาถึงก็เช็คตาราง
รถที่กระดานเหลืองกันก่อน เราต้องนั่งรถจาก Montreux ไป Visp ครับเพื่อไปต่อรถที่นั่น ไม่ว่าคุณจะมาจาก
Interlaken, Bern หรือเมืองไหน ก็ต้องมาต่อรถที่ Visp ครับ

   ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที เราก็มาถึง Visp จาก Visp เราต้องเปลี่ยนขบวนนั่งต่อไปที่ Zermatt เช่น
เคยครับไปดูกระดานเหลืองเช็คเวลารถไป Zermatt แล้วก็ไปยืนรอกันได้เลย หน้าตาตารางเหลืองที่ผมพูดถึง
เป็นแบบนี้ครับ แต่ละสถานีก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่หลักๆก็คือ ไปดูเวลาตรงส่วนของชั่วโมงก่อนครับ
แล้วไล่ตามนาทีลงมา ก็จะเจอเวลาของขบวนรถที่ไปยังปลายทางที่เราต้องการครับ

    จาก Visp ไป Zermat ใช้เวลา 1 ชั่วโมง เส้นทางนี้วิวสวยตลอดเส้นครับ แต่เสียดายที่หน้าต่างรถไปมันใหญ่
มากไปหน่อย มันก็เลยสะท้อนกันอุตลุต หลบยังไงก็ไม่พ้นเงาสะท้อนครับ

   ถึงสถานีแซร์มัท(Zermatt) ลงไปชั้นใต้ดินกันก่อนครับ เพื่อนฝากกระเป๋าใน Locker ก่อนเพราะวันนี้แดดดีมาก
ไม่ควรพลาดการขึ้นเขาครับ เพราะสภาพอากาศที่นี่ไว้ใจไม่ได้ ถ้ามาถึงแล้วเจอฟ้าใสๆก็รีบขึ้นกันเลยดีกว่าครับ
ฝากกระเป๋าเสร็จเดินกลับขึ้นมาหน้าสถานี จะเห็นฝั่งตรงข้ามมีสถานี Gornergrat Bahn เดินข้ามไปที่สถานีนั้นกัน
ครับ

   พอข้ามมาฝั่งสถานี Zermatt GGB ก็ได้พบกับสิ่งที่ตามหาครับ toblerone หรือยอดเขา Matterhorn ยอดเขาที่
เป็นโลโก้ของช็อคโกแลตที่ไม่อร่อย แต่เป็นหนึ่งในเขาสองลูกที่ผมฝันว่าอยากมาเห็นด้วยตา ลูกแรกคือ Fuji ที่ฝัน
เป็นจริงไปแล้วและนี่คือลูกที่ 2 ครับ

   รถไฟขึ้น Gornergrat เราต้องเสียค่ารถต่างหากครับ Swiss pass ใช้ลดค่าโดยสารได้ 50% ครับ มีสถานี
ทั้งหมด 4 สถานี ราคาก็แตกต่างกันไปครับส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักสกีที่ลงระหว่างทางกันครับเพราะแต่ละสถานี
มีความชันของลานสกีที่แตกต่างกัน ซื้อตั๋วแบบ Round Trip เลยครับ เด็ก 6-16 ปีเสียครึ่งราคาครับ ใช้สวิส
พาสลดอีก 50%

   รถจะค่อยๆไต่ระดับจากสถานีขึ้นไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นตัวเมือง Zermatt กับยอด Matterhorn ชัดเจนขึ้นครับ
จนมาถึงสถานีแรก Riffelalp

   ยิ่งสูงขึ้นก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นครับ

   มาถึงสถานีสุดท้าย Gornergrat ลมแรงมากครับ แรงจนขนาดว่าพัดเอาหิมะมากระทบหน้าจนเจ็บไปหมดครับ
อุณหภูมิ -12 องศา หนาวจัดเลยครับ ยืนถ่ายรูปได้ไม่นานต้องวิ่งเข้าไปหลบในอาคารครับ

   ด้านบนมีอาคารหลังใหญ่ชั้นล่างเป็นร้านขายของที่ระลึกและร้านนาฬิกา ชั้นบนเป็นภัตราคารครับ แต่ร้านขาย
ของปิดเร็วมากครับกำลังเดินดูนาฬิกาเพลินๆ เค้าปิดร้านเฉยเลยครับแค่ 4 โมงเย็นเอง

   เมื่อร้านปิดหมดก็เลยกลับออกมาด้านนอก ตอนนี้ลมเริ่มเบาลงหน่อยครับ มาดูธารน้ำแข็ง(Glacier) อีกด้านนึง
กันบ้างครับยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ ตามแผนที่ผมวางไว้ขากลับผมจะเดินกลับลงไปขึ้นรถที่สถานี Rotenboden
เพราะจะไปถ่ายภาพ Matterhorn สะท้อนกับน้ำในทะเลสาบ แต่ต้องนกเลิกครับ เพราะเส้นทางเดินกลายเป็น
น้ำแข็งหมด ผมเลยนั่งรถไฟจาก Gornergrat กลับไปที่ Zermatt

   ลงมาจาก Gornergrat กลับไปเอากระเป๋าที่สถานีรถไฟครับ ตอนนี้เราต้องไปที่พักกันแล้วครับ แต่จากตรงนี้
ไปที่พักประมาณ 1 กิโลเมตร เดินธรรมดาก็สบายๆแต่ลากกระเป๋าขึ้นเนินด้วยคิดไปคิดมาลองเรียกแท็กซี่แล้วกัน
แท็กซี่ที่นี่หน้าตาไม่เหมือนแท็กซี่ทั่วไปนะครับ เพราะที่แซร์มัท ห้ามรถยนต์ทุกชนิดเข้ามาครับ มีแต่แท็กซี่ไฟฟ้า
หน้าตาก็เป็นแบบนี้ครับ

   จากสถานีรถไฟไป Youth Hostel Zermatt เค้าคิด 30 CHF ครับแต่บอกลดพิเศษให้เหลือ 25 CHF เอ่อพี่ครับ
พิเศษมากเลย กิโลละเกือบพันบาท เอาเถอะ พยายามคิดว่าจ่ายเป็นเงินไทย 25 บาท น้ำตาจะไหล
พี่แท็กซี่ก็ใจดีพาวนชมเมือง จริงๆเค้าก็ไม่ได้พาวนหรอกครับ เค้าไม่ให้แท็กซี่ผ่านเข้ากลางเมืองต้องวนออกไป
รอบนอกวิ่งเลียบแม่น้ำ ไม่นานก็มาถึงที่พัก Youth Hostel Zermatt ตึกสีเหลืองครับและเหมือนเดิมครับ เข้าเช็คอิน
แล้วรับ Bed Sheetsแต่ห้องที่จองมาวันนี้เป็นห้องสี่คนมีห้องน้ำในตัวครับ ราคา 208 CHF ครับ อยู่ตึกด้านหน้าที่เป็น
สี่เหลี่ยมสีปูนครับ ชั้นล่างสุด

   เก็บของเสร็จ หุงข้าวเตรียมมื้อเย็นไว้แล้วออกไปเดินเล่นในเมืองกันครับ จากที่พักเดินลงเนินไปด้านล่างผ่าน
แม่น้ำเข้าสู่เขตตัวเมือง
   Zermatt แซร์มัท หรือที่หลายคนเรียกเซอร์แมท แต่ผมฟังจากเสียงที่ประกาศบนรถไฟเค้าออกเสียงแซร์มัทครับ
มีประชากรในเมืองไม่ถึง 10,000 คน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงกว่า 1,620 เมตร ทางตอนใต้ของสวิตติดกับชายแดนอิตาลี
โดยมี Pennine Alps ซึ่งเป็นส่วนนึงของเทือกเขา Alps เป็นเส้นกั้นระหว่าง 2 ประเทศ ยอดเขา Matterhorn ที่ตั้ง
ตระหง่านอยู่ใกล้ๆ เมือง มีความสูงถึง 4,478 เมตร สามารถมองเห็นได้จากแทบทุกมุมของเมือง ซึ่ง Matterhorn
นี้ถือเป็นสัญลักษณที่สำคัญของ Zermatt และเป็นที่มาของชื่อลูกอมในบ้านเราด้วย ลูกอม Hall

   ค่าครองชีพที่นี่สูงมากครับ ราคาสินค้าในร้านสะดวกซื้อแพงกว่าเมืองอื่นๆประมาณ 3 เท่าครับ แต่ผมไม่รู้
พวกนาฬิกาหรือ Souvenir จะแพงกว่ารึเปล่าเพราะแค่ทุ่มเดียวก็ปิดร้านกันเรียบเลยครับ ออกมาเดินเล่นก็
เลยได้ดูแค่หน้าร้านครับ แม้แต่ COOP ยังปิดเลย จะเปิดก็แต่ร้านสะดวกซื้ออย่าง Kiosk ที่เหมือน 7-11 แต่
ของจะแพงกว่า COOP เดินไปเดินมาไม่มีอะไรให้ดูแล้วกลับไปกินข้าวเย็นกันดีกว่าครับ

จุดเริ่มต้นในการเดินทางของแต่ละคนย่อมต่างกันตามบริบทที่เป็นอยู่ ไม่มีใครตัดสินแทนกันได้ว่าเส้นทางที่
แต่ละคนเลือกเดิน ใครถูก ใครผิด สำหรับการเดินทางของผม อาจเกิดจากสิ่งเล็กๆ .....เพียงแค่ภาพลายเส้น
เพียงภาพเดียว


   เราตามหา
toblerone เจอแล้ว แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุด พรุ่งนี้การเดินทางสวิสทริปยังคงดำเนินต่อไปครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ


สถานที่ท่องเที่ยว : Zermatt, Switzerland
พิกัด GPS : 46° 16' 22.24" N 8° 3' 3.39" E







Create Date : 06 พฤษภาคม 2557
Last Update : 6 พฤษภาคม 2557 7:39:19 น.
Counter : 1276 Pageviews.

1 comments
  
ตามไปสัมผัสความหนาวด้วย สวยมากครับ
โดย: แมวเซาผู้น่าสงสาร วันที่: 6 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:29:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]