All Blog
Journey to Switzerland - Day 4 Jungfraujoch - Lauterbrunnen

๑๗ เมษายน ๒๕๕๗

   กิจวัตรประจำวันทุกเย็นก็คือเข้า Internet เพื่อเช็คสภาพอากาศวันรุ่งขึ้น เมื่อวานผมเช็คอากาศวันนี้เค้าบอกว่า
ปลอดโปร่งแต่พรุ่งนี้จะมีฝน จะมีฝนจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับเช้านี้อากาศปลอดโปร่งตามพยากรณ์ หลังอาหารเช้า
เราก็เดินสบายๆไปสถานี ที่พักอยู่ติดสถานีก็ดีแบบนี้ครับไม่ต้องรีบเร่งมาก
   ผมเช็คตารางรถไฟมาล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน เราจะไปรถขบวน 8.05 น. ขึ้นทาง Grindelwald แล้วขาลงกลับ
ลงทาง Lauterbrunnen รถไฟออกทุก 30 นาที ครับ ขบวนเช้ากว่านี้ก็มีเผื่อใครวางแผนเที่ยว Grindelwald ก่อน
แต่ผมไปมาเมื่อวานแล้วก็ออกสายหน่อยได้

   เหมือนเมื่อวานครับ รถที่ไป Grindelwald และ Lauterbrunnen ออกจาก Interlaken มาขบวนเดียวกันแต่มาตัด
ขบวนเมื่อถึงสถานี Zweilütschinen ใช้เวลา 1 นาทีเท่านั้นครับ ตัดขบวนเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ Grindelwald เมื่อถึงปลาย
ทางที่กรินเดอวาลด์เราต้องลงเพื่อเปลี่ยนขบวนใหม่ สวิสพาสนั่งฟรีมาสุดแค่นี้ครับต้องซื้อตั๋วใหม่ จะมาซื้อที่สถานีนี้
หรือซื้อมาจาก Interlaken ก็ได้ครับ ผู้ใหญ่ 91 CHF เด็กต่ำกว่า 16 45.50 CHF หากโชว์สวิสพาสลด 50 % ครับ
ราคานี้ขาเดียวนะครับ ขากลับต่างหาก จะซื้อตั๋วแบบ ไป-กลับ เลยก็ได้ครับ ขาไป ขากลับ ราคาเดียวกันครับ

   หากไปทาง Lauterbrunnen ต้องไปเปลี่ยนขบวนเหมือนกันครับและ Swiss pass ก็ฟรีถึงแค่เลาเทอร์บรุนเน่น
จากนั้นต้องซื้อตั๋วต่างหากเพื่อขึ้นจรุงเฟราโดยใช้สวิสพาสลด 50% เช่นกัน ทั้งสองทางรถไฟจะมาสุดสายที่สถานี
เดียวกันคือ Kleine Scheidegg ครับแล้วก็ต้องลงเพื่อเปลี่ยนขบวนในช่วงสุดท้าย

   เส้นทางรถไฟจาก Grindelwald ถึง Kleine Scheidegg นังไปก็แปลกใจไปครับว่าเค้าขึ้นมาสร้างได้ยังไงเพราะ
มันเป็นหน้าผาสูงชันตลอดเส้นทางครับ วันนี้มีคนเดินทางขึ้นจรุงเฟรากันมากมายจริงๆครับ เรียกว่ารถเต็มแทบ
ไม่มีที่นั่งกันเลย อาจเป็นเพราะพยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้ที่ว่าฝนจะตก ทำให้นักสกีจึงแห่แหนขึ้นมาเล่นสกีกันวันนี้

   เมื่อขึ้นมาถึง Kleine Scheidegg เราต้องไปขึ้นรถไฟอีกขบวนเพื่อขึ้น Jungfraujoch รถจะจอดอีกฝั่งของสถานี
ครับขบวนสีแดงสด แต่คนแบบล้นเต็มขบวนยังกะ รฟท. เลยครับ เป็นครั้งแรกที่ขึ้นรถไฟสวิสแล้วต้องยืนครับ

   ออกจากสถานีได้ไม่นานนัก เส้นทางเจาะทะลุภูเขาไปตลอดครับโดยรถจะจอดสองจุด จุดแรกคือที่ Eigerwald
ความสูง 2865 เมตร จะมีช่องดูวิวให้ครับ พอจอดปุ๊บคนก็แห่วิ่งไปมะรุมมะตุ้มกันที่ช่องนี้ ผมแย่งไปไม่ทันเพราะ
กำลังงงว่าเค้าวิ่งไปทำอะไรกัน ตอนแรกคิดว่าเค้าลงสถานีนี้ไปเล่นสกี แต่ก็ได้โอกาสหล่ะครับที่นั่งว่างแล้ว

   ไปต่ออีกสักหน่อยรถจะจอดจุดที่ 2 Eimeer 3160 เมตร แต่จุดนี้เหมือนจะเริ่มรู้แกวกันครับ ไม่มีใครยอมลงจะมี
บ้างที่ลงไปแต่บางตาไม่แย่งกันเหมือนจุดแรก
   มาถึงปลายทางสถานี Jungfraujoch ที่ความสูง 3454 เมตร เข้าไปในตัวอาคารด้านบนมีร้านอาหารแบบฟาสต์
ฟู้ดบริการตัวเองครับ ภายในอาคารจะมีป้ายนำทางนักท่องเที่ยว เดินตามป้ายไปครับ จะพาไปตามจุดต่างๆที่เค้า
ทำไว้ให้ชม ตั้งแต่ Jungfrau panorama คล้ายโรงหนัง 360 องศา แต่ไม่ใหญ่ครับ ผมว่าที่มิวเซี่ยมสยามบ้านเรา
ดูอลังการกว่าเยอะขึ้นลิฟท์ไปด้านบนจะเจอระเบียงชมวิว มองเห็นธารน้ำแข็งไกลสุดลูกหูลูกตาครับ

   นอกนั้นก็มีห้องแสดงประวัติการสร้างทางรถไฟ ลูกแก้วหิมะยักษ์ อันนี้ผมเรียกเองนะครับ 

   และที่ไฮไลต์น่าจะเป็นถ้ำน้ำแข็งครับ เดินต้องระวังกันนิดครับกลัวพื้นมันลื่นแต่จริงๆแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันลื่นนะครับ
มโนไปเอง


   จุดสุดท้ายคือออกไปชมยอดเขาที่เป็น Top of Europe กันครับ ลานที่ออกไปชมจะเป็นลานกว้างๆมองเห็นยอด
เขา 2 ยอด ยอดนี้คือ Jungfrau ครับ สูงที่สุดในเทือกเขา Alps 4158 เมตร

   และอีกด้านคือยอด Monch สูง 4107 เมตรครับ ลานที่ออกมาชมยอดเขานี่ เย็นจัดเย็นไวกว่าตู้เย็นซิงเกอร์ครับ
ออกมาแป๊บเดียวรู้สึกเหมือนหูจะหลุดครับ เลยต้องรีบกลับเข้าไปด้านในครับกลัวว่าอยู่ต่อเดี๋ยวหัวที่มีไว้กั้นหูจะหมด
ประโยชน์ไปซะก่อนครับ

   กลับมาด้านในเดินดูของที่ระทึกกันดีกว่า เดินไปเดินมาสอยนาฬิกาสวิส มาได้ 1 เรือนราคาไม่แรงนัก อยากได้
Omega ได้แค่มองตาปริบๆครับ ราคานาฬิกาบนนี้เท่ากับด้านล่างครับ Refund Tax ได้เค้าจะลดราคาให้เลยเราก็
แค่เอาบิลไปสแตมป์ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบิน วันกลับแล้วนำใส่ซองจดหมายที่เค้าให้มานำไปหยอดตู้สีเหลือง
ครับ แต่ถ้าเราทำเนียนไม่ไปสแตมป์เค้าจะเรียกเก็บจากบัตรเครดิตตามหลังมาครับ จากด้านในมองลงไปเห็น Kleine
Scheidegg อยู่ด้านล่างครับ

   เรากลับลงไปด้านล่างกันดีกว่าครับจะได้ไปเที่ยวกันต่อ นั่งรถไฟมาถึงสถานี Kleine Scheidegg ก็มาเปลี่ยนขบวน
เช่นเดิมเหมือนตอนขามาครับ แต่ขากลับเราจะกลับทาง Lauterbrunnen พอลงรถไฟจาก Jungfraujoch แล้วเดิน
ทะลุมาอีกด้าน รถไป Lauterbrunnen ขบวนสีแดงจอดอยู่ฝั่งซ้าย รถไป Grindelwald ขบวนสีเหลืองจอดฝั่งขวาครับ
ขากลับรถก็คงแน่นเหมือนเดิม

   สถานี Wengen มีคนขึ้นลงเยอะครับ เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งรีสอร์ทมากมายและยังเป็นจุดนั่งกระเช้าขึ้นไปลานสกี
ด้วย นักสกีจึงนิยมมาที่นี่กันเยอะครับ ถ้าใครอึดๆหน่อยจะลองเดินจาก Wengen ไปที่ Lauterbrunnen ก็ได้นะ
ครับ วิวสวยทีเดียวแหละ แต่ผมขอนั่งรถไฟต่อดีกว่า


   มองจาก Wengen เห็น Lauterbrunnen อยู่เบื้องล่างครับ

   นั่งรถไฟต่อไปอีกไม่นานใกล้ Lauterbrunnen และเป็นสถานีสุดท้ายของรถไฟขบวนนี้ครับ หลังจากนั้นต้องลง
ไปต่อรถไฟกลับไป Interlaken

   มาถึงแล้วครับ เลาเทอร์บรุนเนน(Lauterbrunnen) เมืองรีสอร์ทสงบ น่ารัก อีกเมืองของสวิส บรรยากาศที่นี่น่าพัก
มากครับ เห็นแล้วหลงรักเลยครับ ผมชอบที่นี่มากกว่า Grinderwald ถ้าชีวิตนี้ได้กลับมาเยือนสวิสอีกครั้ง ผมจะมา
พักที่นี่ครับ

   แผนการของเราเมื่อมาถึงที่นี่ ผมจะนั่งกระเช้าขึ้นไปเที่ยว Gimmelwald ชื่อคล้ายกับ (Grindelwald) แล้วนั่งรถ
บัสกลับมา Lauterbrunnen แต่ดูเวลาแล้วไม่ไปดีกว่าครับ เพราะเริ่มเย็นแล้วและไม่อยากไปแค่ชะโงกทัวร์ เลยตัด
สินใจเดินเล่นที่เมืองนี้ดีกว่า

   สัญลักษณ์ของ Lauterbrunnen คงเป็นน้ำตกซเตาบ์บาค (Staubbach Falls) น้ำตกสูง 200 เมตร ทิ้งต้วลงมา
จากยอดเขามองเห็นได้ทั่วทุกมุมของเมือง เดินจากสถานีรถไฟไปไม่ไกลเพื่อดูน้ำตกในระยะใกล้ครับ

   น่าเสียดายที่ใกล้จะเย็นแล้วแสงเงาเริ่มรุนแรงมากขึ้นถ่ายรูปยากครับ ถ้ามาเที่ยวช่วงเช้าน่าจะดีกว่าเพราะแสง
แดดน่าจะมาทางด้านน้ำตกครับ

   เราเดินกลับมาที่สถานีเพื่อรอรถไฟกลับ Interlaken แต่แดดยามเย็นรุนแรงมากครับ เราเลยข้ามมาหลบแดดอีก
ด้านของชานชลา ซึ่งมีร้านสะดวกซื้อ Kiosk อยู่ด้วย เหลือบไปเห็นตู้ไอศครีม Lusso ยี่ห้อเดียวกับ Walls บ้านเรา
มี Magnum ซะด้วย ต้องลองรสชาติที่ไม่มีขายในบ้านเราสักหน่อยครับ เห็นรสแชมเปญลองสักหน่อยครับ มันมี
กลิ่นแชมเปญนิดๆ เนื้อไอศครีมนุ่ม อร่อยเว่อร์จริงๆครับหลังจากวันนี้ก็กินกันแทบทุกวันเลยครับ ขณะกำลังนั่งดุด
แม็กนั่มกันอย่างเมามันส์ รู้สึกเหมือนมีสายตาจับจ้อง มองไปฝั่งชานชลามีสายตาหลายคู่กำลังมองมา สักพักเดียว
เจ้าของสายตาเหล่านั้นก็มายืนออกันหน้าตู้ไอศครีมครับ

   ได้เวลาบอกลาเลาเทอร์บรุนเน่นกลับอินเทอลาเค่นสักทีครับ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงพอๆกับนั่งจากฝั่ง
กรินเดอวาลด์ครับ แต่เส้นทางด้านนี้จะเลียบแม่น้ำสีฟ้าสดใส และอีกด้านเป็นป่าไม้เขียวชะอุ่ม ขบวนรถจะไปรวม
กับขบวนที่มาจาก Grindelwald ที่สถานี Zweilütschinen ครับ กลับมาถึง Interlaken เกือบทุ่มแล้ว แต่แดดยัง
สว่างสดใสอยู่เลยครับ แต่มันใสแค่วันนี้แหละครับ พรุ่งนี้จะไม่มีแดดแบบนี้แล้ว

   พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเมืองหลวงของสวิสกันครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาเที่ยวด้วยกันครับ




Create Date : 17 พฤษภาคม 2557
Last Update : 17 พฤษภาคม 2557 11:32:22 น.
Counter : 840 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]