All Blog
ไปขับรถเที่นวกัน เยอรมัน ออสเตรีย เชค Day-1



     สวัสดีทุกท่านครับ นานแล้วที่ไม่ได้มาอัพเดทบล็อก วันนี้จะมาแชร์ประสพการณ์การไปขับรถเที่ยวยุโรป 3 ประเทศช่วงสงกรานต์
สองปีก่อน ผมได้เจอเพื่อนเก่าที่จากกันมานานสิบกว่าปีในเฟสบุค หลังจากนั้นไม่นานนัก ผมมีทริปไปเที่ยวสวิสและก็รู้ว่าเพื่อนคนนี้
กำลังจะพาครอบครัวไปสวิสช่วงเวลาเดียวกัน แต่เนื่องจากไม่ได้มีการคุยแผนกันก่อนหน้านี้ ก็เลยไม่ได้ไปเที่ยวในเส้นทางเดียวกัน
หลังจากกลับมาก้ได้มีการนัดกันว่าถ้าผมจัดทริปอีกให้บอกด้วย แต่เนื่องจากแผนการเที่ยวผม ไม่ค่อยได้เตรียมไว้นานมากนัก มักจะเริ่ม
จากมีตั๋วเครื่องบินราคาที่ยอมรับได้ผ่านเข้ามาให้เห็น ก็จะจองตั๋วไว้ก่อนแล้วค่อยมาจัดแผนที่หลัง

     ผ่านมาสองปี ก็ได้ตั๋วไปเยอรมัน ก้ไม่ได้ถูกมากแต่ก็ยอมรับได้ หลังจากผมได้ตั๋ว ก็ชวนเพื่อนทันทีว่าจะไปมั๊ย แต่อย่าถามว่าไปไหน
บ้าง เพราะยังไม่ได้จัดทริป เพื่อนก็ไว้ใจเราสุดๆ จองตั๋วทั้งครอบครัว 3 คน เมื่อพาเพื่อนลงเรือบินลำเดียวกันมาแล้ว ก็เป็นหน้าที่เราหล่ะ
ที่ต้องมาจัดทริป ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะเดินทางยังไง แว่ปแรกคิดถึงรถไฟ แต่อีกใจก็คิดถึงการขับรถเที่ยว สุดท้ายตกลงที่การับรถเที่ยว 
จากนั้นก็หาเส้นทาง ตั๋วที่ได้คือลงมิวนิค 8 วัน ก็เริ่มศึกษาเส้นทาง โจทย์คือวันนึงประมาณไม่เกิน 300 กม. เลยปักหมุดเส้นทางได้ตามนี้ 

วันแรกถึงสนามบินมิวนิคเช้า จากสนามบินมิวนิค ไป ชวานเกา เที่ยวปราสาท Neuschwanstein ปราสาทต้นแบบของดีสนีย์
วันที่ 2 ไป ออสเตรีย พัก Innsbruk เมืองที่สวยมาก
วันที่ 3 ไป Hallstatt มันคือปางอุ๋งแห่ง ออสเตรีย 5555
วันที่ 4 ไป Ceskey Krumlov สาธารณะเชค
วันที่ 5 ไปปราก
วันที่ 6 กลับมาเยอรมัน พักที่ Rothenburg Ob de Tauber
วันที่ 7 กลับมิวนิคคืนรถที่สนามบินแล้วนั่งรถไฟเข้าเมืองพักในมิวนิค
วันที่ 8 City tour Munic
วันที่ 9 กลับ
พอจัดเส้นทางเสร็จก็จองที่พัก ผมชอบจองผ่าน Booking.com เพราะมันสะดวกในการปรับเปลี่ยน ส่วนเรื่องจองรถ ผมจองผ่าน Sixt 
บริษัทใหญ่ที่มีสาขาทั่วโลก ถึงราคาจะสูงกว่าบริษัท Local แต่อุ่นใจกว่า เพราะเคยจองรถบริษัท Local ที่ประเทศอื่นแล้วได้ประสพการณ์
ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

จองทุกอย่างเสร็จก็ขอวีซ่า ที่สถานฑูตเยอรมัน ขั้นตอนก็เข้าไปจองคิวที่เวปสถานฑูตว่าเราจะไปยื่นเอกสารวันไหน จากนั้นก็เตรียมเอกสาร คือ 
1 ใบ Application กรอกแล้วพิมพ์ได้จากเวปสถานฑูต มีเวอร์ชั่นภาษาไทย 
2 สำเนาพาสปอร์ตทุกหน้าที่มีตราประทับ
3 หนังสือรับรองบริษัทระบุวันลาและผลตอบแทน
4 หลักฐานทางการเงินที่ให้เค้ามั่นใจว่าคุณกลับมาแน่ เช่น บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน โแฯดที่ดิน สำเนาสมุดกองทุน ใบหุ้น มีอะไรแนบไปให้หมด
5 สำเนาการจองเที่ยวบิน ไปขกลับ
6 สำเนาการจองที่พัก
7 ประกันภัยการเดินทาง ต้องประกันกับบริษัทที่กลุ่มประเทศเชงเก้นระบุเท่านั้น
9 แผนการเดินทาง
กรณีไปเป็นครอบครัวแล้วหัวหน้าครอบครัวออกค่าใช้จ่าย ก็ทำหนังสือรับรองว่าใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แล้วแนบเอกสารทางการเงินของคนนั้น

วันนัดยื่นเอกสารให้คนที่รู้โปรแกรมทั้งหมดเข้าไปสัมภาษณ์คนแรก แล้วเป็นคนเล่าโปรแกรมให้เจ้าหน้าที่ฟัง เฉพาะครอบครัวเดียวกันนะ
ครับ ถ้าไปเป็นกลุ่มเพื่อนทุกคนต้องอ่านโปรแกรมมาด้วย หลักๆก็คือ ไปประเทศไหนบ้าง ไปทำไม ไปเที่ยวไหน พักที่ประเทศไหนกี่คืน
สัมภาษณ์เสร็จก็สแกนลายนิ้วมือแล้วไปเสียตังค์ค่าวีซ่า เค้าจะออกใบนัดรับเล่มพาสปอร์ตคืน ของผมยื่นวันศุกร์ได้รับคืนวันพฤหัสถัดไป

ได้วีซ่าแล้วก็เตรียมออกเดินทาง >>>>>

     เมื่อถึงวันเดินทาง ใกล้เวลาบอร์ดดิ้ง พนักงานก็มาแจ้งว่าเครื่องมีปัญหาต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่รอบอร์ดดิ้งไทม์ใหม่เกือบ 2 ชั่วโมง 
กว่าจะได้เวลาเดินทางก็เกือบตีสาม จากเวลาเดิม เที่ยงคืน 50 นาที
     เรามาถึงสนามบินมิวนิค 9 โมงกว่า เวลาที่นั่น ซึ่งต่างจากเวลาเมืองไทย 5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ปรับสำหรับฤดูใบไม่ผลิและฤดูร้อน
ถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวจะต่างกัน 6 ชั่งโมง แต่เครื่องยังไม่แตะพื้นก็เห็นแววว่าฝนตกแล้วครับ ผ่าน ตม.ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่
แต่รอกระเป๋านี่นานพอสมควรกว่าจะได้ครบ ได้กระเป๋าแล้วก็เดินออกด้านนอกผ่านด่านศุลกากร ก็เดินเฉิดฉายเข้าช่องเขียวไปเลย
     ออกมาด้านนอกมองป้าย Car rent แล้วเดินต่มป้ายไปเลยครับ จะมีศูนย์รวมรถเช่าอยู่อีกตึกนึง เดินออกด้านนอกแล้วเดินไปฝั่งตรง
ข้าม จะเห็นโลโก้รภเช่าสารพัดยี่ห้อ เราก็มองหา Sixt เห็นป้ายสีส้มแต่ไกล สำนักงานใหญ่ของ Sixt อยู่ที่เยอรมัน เลยดูจะเป็นเจ้าที่ใหญ่
กว่าชาวบ้าน ตอนจองรถผ่านเวปไซต์เค้าจะมีให้ลงทะเบียนสมาชิก พอลงทะเบียนเสร็จจะมีบัตรสมาชิกส่งมาให้ ไปถึงเราก็เข้าช่อง
Express ยื่นบัตรสมาชิก พนักงานจะเช็คข้อมูลการจองของเราได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องพิมพ์ใบจองไปให้ยุ่งยาก จากนั้นก็ยื่นพาสปอร์ตกับ
ใบขับขี่ ตอนแรกผมเข้าใจว่าต้องใช้ใบขับขี่สากลอุตส่าห์ไปทำเสียตังค์ไป 505 บาท ไปถึงยื่นให้เค้า เค้าบอกไม่เอาใบนี้ ขอ Driver 
License เลยยื่นใบขับขี่ไทยแบบแข็งที่มีสารพัดสี เค้าเอาใบนั้นครับ ดีนะที่ไปเปลี่ยนมาตั้งแต่ปีที่แล้วเดิมใช้แบบบัตรอ่อนสมัย 30 ปีก่อน 
     ผมเลือกรถเบนส์แวน 7 ที่นั่ง เพราะครอบครัวผมมี 5 คนเลยต้องเผื่อที่วางกระเป๋าเพราะต้องเปลี่ยนเมืองไปเรื่อยๆ รถเกียร์ออโต้ที่นี่
ไม่ค่อยมีให้เลือกครับ มีแต่เกียร์ธรรมดาไม่รู้เพราะอะไร แต่เดาว่าถนนที่มีหิมะรถเกียร์ธรรมดาคงควบคุมได้ง่ายกว่า

     พอได้กุญแจรถแล้ว พนักงานจะบอกตำแหน่งที่รถจอดให้เราก็ไปตามตำแหน่งนั้นครับ หาไม่ยากเพราะเลขมันจะมีเลขอาคาร ชั้น แล้ว
ก็ล็อคที่จอด ไปถึงรถเก็บข้าวของขึ้นรถก็ใช้เวลาทำความรู้จักกับรถอยู่นาน เคยขับแต่รถญี่ปุ่น ขับที่เมืองไทย ทีนิวซีแลนด์หรือที่ญี่ปุ่นก็
ขับแต่รถญี่ปุ่น เลยต้องทำความรู้จักกันนานหน่อย แต่ที่นี่รถญี่ปุ่นก็เยอะนะครับโดยเฉพาะยาริส ทำความรู้จักกับรถพอสมควรก็ตั้ง GPS 
ไปที่พักคืนแรกเลย ใส่เมือง ใส่ถนน ใส่เลขที่บ้าน มันก็พาไปตรง ออกจากสนามบินมาฝนก็ปรอยๆไปตลอดทาง วิวข้างทางสวยดีแต่ถนน
ไม่มีไหล่ทางให้จอด ก็เลยตรงอย่างเดียวจนมาถึง Schwangau อ่านว่าชวานเกา Schwan แปลว่าหงส์ จากสนามบินมิวนิคมาถึงที่นี่ 
ประมาณ 160 กิโลเมตร


     คืนนี้เราพักกันที่ Casa Patrizia Schwangau เป็นอพาร์ทเมนท์ 3 ชั้น ชั้นละห้อง เท่ากับว่าทั้งหลังเป็นของพวกเรา มาถึงที่พักเค้ามี
ซองกุญแจเขียนชื่อเราเสียบไว้หน้าบ้านครับ แยกตามห้องชั้นละห้อง บ้านเค้ากว้างขวางดีมี 2 ห้องนอนย่อย ห้องพักผ่อนและครัวแยก
ตอนกำลังขนกระเป๋าเข้ามาเก็บ ป้าเจ้าของบ้านโผล่มาจากไหนไม่รู้ แกมาทักทายแล้วก็เก็บตังค์ครับ มารู้ทีหลังว่าแกพักอยู่ห้องใต้ดิน

     เก็บของเสร็จเราก็ออกไปหาอะไรกินในเมืองฟุสเซน(Fussen) กันจากที่พักขับรถเข้าเมืองประมาณ 2 กม. ชวานเกากับฟุสเซน อยู่กัน
คนละฝั่งแม่น้ำครับ ด้านชวานเกาจะเป็นโซนออกชนบทกว่าฝั่งฟุสเซนเป็นย่านธุรกิจ ตอนแรกตั้งใจจะไปกินร้านดังแห่งฟุสเซนที่เค้า
แนะนำกันคือร้าน Gasthof Krone แต่ปรากฎว่าร้านยังไม่เปิด เปิด 5 โมงเย็น แต่นี่มื้อกลางวันเรายังไม่ได้กินกันเลยก็เลยหาร้านอื่น 
ทั้งเมืองเงียบมากจริงๆครับ เรามาเจอร้านอีกร้านใกล้ๆร้านดัง รสชาติอาหารใช้ได้บริกรหนุ่่มอารมณ์ดีพูดจาหยอกล้อเป็นกันเองกับลูกค้าทุกโต๊ะดูน่ารักดีไม่ถึงกับลามปาม 

     แม่น้ำ Lech ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขา Alps ในออสเตรีย ไหลลงทะเลสาบ Foggensee ที่อยู่ระหว่าง Schwangau กับ Fussen จาก
ร้านอาหารเดินมาสะพานข้ามแม่น้ำนี่ไม่ไกลครับ ขามาจากที่พักเราก็ข้ามสะพานนี้มา

      เราจอดรถไว้ตรงทางเข้าปราสาท Hohes Schloss Füssen ก็เลยแวะขึ้นไปชมสักหน่อยแต่ด้านในกำลังปรับปรุงอยู่เลยมีแต่นั่งร้าน
เต็มไปหมด ปราสาทนี้เปิกเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม จากด้านบนมองเห็นเมืองฟุสเซนทั้งเมืองได้

     จากนั้นก็ขับรถตะเวนแถวๆที่พักจนไปเจอโบสถ์ St. Coloman น่าจะเป็นหนึ่งใน Landmark ของ Schwangau ที่ใครๆมาก็แวะมาถ่าย
รูปเป็นที่ระลึกถ้ามาเดือนพฤษภาคมคงสวยกว่านี้เพราะทุ่งเขียวๆจะกลายเป็นสีเหลืองอร่ามด้วยดอก Dandelion ดอกไม้แห่งฤดูใบไม้ผลิ 
กับฉากหลังยอดเขาที่หิมะยังปกคลุม แต่วันนี้ดอกไม้ก็ไม่มีแถมฝนตกอีกต่างหาก


     จากโบสถ์นี้กลับที่พักไม่ไกล มีซุปเปอร์มาร์เกตอยู่ก่อนถึงที่พัก เราเลยแวะหาเสบียงไว้เพราะที่พักมีครัวกะว่าจะทำมื้อเย็นกินขี้เกียจ
ออกไปกินในเมืองแล้ว เราเตรียมหม้อหุงข้าวกับอาหารแห้ง น้ำพริก แกงถุงของตนอร์มาจากบ้าน เพราะให้กินอาหารฝรั่งทุกวันคงอยู่ไม่
ได้ ที่มาซื้อเพิ่มที่นี่ก็คือไข่ไก่กับพวกไส้กรอกเอาไว้ใส่มาม่ากิน นอกนั้นก็นม โยเกิต ซึ่งที่นี่อร่อยกว่าที่ไทยไอศครีมแมกนั่มรสชาติที่
เมืองไทยไม่มีขาย และที่ขาดไม่ได้ก็คือเบียร์เยอรมัน




Create Date : 01 พฤษภาคม 2559
Last Update : 1 พฤษภาคม 2559 22:01:52 น.
Counter : 970 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]