เค้กชาเขียว เนื้อฟูนุ่ม สูตรหวานน้อย หน้าตาดี


เค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว

สนใจรับเค้กชาเขียวหน้าตาดีแบบนี้ไปชิมสักก้อนไหมคะ ? วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีทำเค้กชาเขียว เนื้อฟูนุ่ม สูตรหวานน้อย แต่หน้าตาดีเกินร้อยมาฝาก สูตรนี้จาก เฟซบุ๊ก Baking Glory ใช้วิธีแต่งหน้าเค้กด้วยครีมสดและผงชาเขียว ส่วนใครที่อยากทำจะเพิ่ม-ลดได้ตามชอบใจ ใครที่มีแพลนจะทำเค้กให้คนรู้ใจก็ลองดูสักหน่อย จะได้ประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับกันถ้วนหน้า

ส่วนผสม ของแห้ง

      ◆ แป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) 1/2 ถ้วย
      ◆ ผงฟู 1/2 ช้อนชา
      ◆ ผงชาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
      ◆ เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
      ◆ น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 1/4 ถ้วย

เค้กชาเขียว

หมายเหตุ : สูตรนี้ใช้ผงชาเขียว (ตามรูป) จากเชียงราย

ส่วนผสม ไข่แดง

      ◆ ไข่แดง 2 ฟอง
      ◆ น้ำมันเมล็ดชา 2 ช้อนโต๊ะ (หรือใช้น้ำมันพืชแทนได้)
      ◆ น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไข่ขาว

      ◆ ไข่ขาว 2 ฟอง
      ◆ น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 1/3 ถ้วย
      ◆ สีผสมอาหารสีเขียว เล็กน้อย (เพื่อเพิ่มสีสัน แต่ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไรค่ะ)
      ◆ ครีมสด (สำหรับแต่งหน้าเค้ก) สามารถเข้าไปดูเคล็ดลับวิธีตีครีมสดได้ที่ เฟซบุ๊ก Baking Glory

วิธีทำเค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว

      ◆ แบ่งส่วนผสมเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของแห้ง ส่วนไข่แดง และส่วนไข่ขาว

เค้กชาเขียว

      ◆ ร่อนแป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) กับผงฟู ผงชาเขียว และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายส่วนที่ 1 ลงไป เตรียมไว้

เค้กชาเขียว

      ◆ ผสมไข่แดง น้ำมัน และน้ำเข้าด้วยกัน เตรียมไว้

เค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว

      ◆ ตีไข่ขาวกับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) เข้าด้วยกันจนตั้งยอดแข็ง

เคล็ดลับ : ภาชนะตีไข่ขาวต้องแห้งและสะอาด เพราะถ้าไม่แห้งไข่ขาวจะตีไม่ขึ้นฟูแน่นอนค่ะ

เค้กชาเขียว

      ◆ นำส่วนผสมไข่แดงผสมกับแป้งที่ร่อนไว้

เค้กชาเขียว

      ◆ คนผสมให้เข้ากันจนเนียน และชาเขียวไม่เป็นเม็ด ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไปเล็กน้อย

เค้กชาเขียว

      ◆ จากนั้นนำไปผสมกับไข่ขาวที่ตีไว้ คนผสมพอเข้ากัน (จะได้เนื้อเค้กตามรูป)

เค้กชาเขียว

      ◆ เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที

เคล็ดลับ : เวลาอบขึ้นอยู่กับไซส์ถาดด้วยค่ะ ถ้าถาดเล็กจิ๋วแบบถ้วยก็ประมาณ 20 นาที ต้องคอยดู และจิ้มเช็กดูเนื้อค่ะ ใช้ไม้จิ้มฟันลองจิ้มดู ถ้าเนื้อไม่ติดไม้ก็โอค่ะ อย่าอบนานไปเพราะเนื้อจะแห้งนะคะ

เค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว

      ◆ นำเค้กที่อบเสร็จแล้วมาผ่าครึ่งแล้วทาด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ตามชอบ

เค้กชาเขียว

เคล็ดลับ : โดยส่วนตัวหน้าเค้กอาจต้องเติมกลิ่นวานิลลาลงไปเล็กน้อยนะคะ เพราะจะได้มีความหอมหวานขึ้นมา ลำพังแต่กลิ่นชาเขียวอย่างเดียว เราว่าจะกลิ่นค่อนข้างเขียว ๆ อยู่ คือพอให้ได้กลิ่นชาเขียวจากเนื้อเค้ก และกลิ่นวานิลลาเบา ๆ ที่ครีม จะเอาป๊อกกี้รสชาเขียวมาแต่งที่หน้า โรยผงชาเขียวที่หน้า ขอบอกว่า โรยชาเขียวตอนก่อนทานค่ะจะดีมากค่ะ เพราะผงชาเขียวจะได้สีสวยอยู่ ถ้าโรยก่อนสีชาเขียวจะเข้ม เพราะโดนความชื้น

เค้กชาเขียว

เท่านี้ก็ได้เค้กชาเขียวหน้าตาดีพร้อมเสิร์ฟให้คนรู้ใจแล้ว ใครอยากตกแต่งให้สวยตามสไตล์ที่ตัวเองชอบแบบไหนก็จัดไปให้ไป หรือถ้าใครสนใจสูตรขนมหน้าตาอื่น ๆ อีกละก็ สามารถเข้าไปชมเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Baking Glory ได้เลย ยังมีอีกมากมายรอให้หยิบยกไปลองทำกันดู

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
เฟซบุ๊ก Baking Glory



Create Date : 19 มีนาคม 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 21:23:43 น.
Counter : 681 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
ฟังอีกด้าน ! แฉ มูลนิธิเพื่อนช้าง ให้พูดความจริง หลังประชาชนแห่บริจาคเงินกว่า 20 ล้าน


มูลนิธิเพื่อนช้าง

รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ โพสต์แฉ มูลนิธิเพื่อนช้าง บอกให้พูดความจริง หลังประชาชนแห่บริจาคเงินช่วยเหลือกว่า 20 ล้าน ถาม "ตกลงจะปิดตัวหรือทำอะไรต่อกันแน่"

          กำลังเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจ สำหรับกรณีที่ นางสาวโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเพื่อนช้าง ได้เปิดเผยว่า ตนจะยุติบทบาท มูลนิธิเพื่อนช้าง เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพและเงินทุนไม่เพียงพอ รวมทั้งขาดแคลนบุคลากร ทำให้มีผู้ที่สนใจร่วมบริจาคเงินจำนวนมากนั้น (อ่านข่าว : ประชาชนแห่บริจาค มูลนิธิเพื่อนช้าง เงินหลั่งไหล 20 ล้าน เชื่อคนไทยไม่ทิ้งช้างไทย)
ล่าสุด (19 มีนาคม 2560) นายสุเมธ กมลนรนาถ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต และ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก Sumate Kamolnorranath โดยตั้งข้อสงสัยว่า ตนไม่ปฏิเสธว่าช้างเป็นสัตว์สำคัญของไทย แต่สัตว์อื่น ๆ ก็สำคัญเหมือนกัน และการที่ทางมูลนิธิออกมาบอกว่ามีส่วนผลักดันให้ช้างไม่ต้องเดินเร่ร่อน แต่ความจริงคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้องค์กรสวนสัตว์จัดทำโครงการลดช้างเร่ร่อน โดยการจัดตั้งคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ จึงอยากขอให้ทางมูลนิธิพูดความจริงด้วย

โดยมีข้อความทั้งหมดดังนี้

มูลนิธิเพื่อนช้าง

มูลนิธิเพื่อนช้าง

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Soraida Salwala

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Sumate Kamolnorranath



Create Date : 19 มีนาคม 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 21:17:29 น.
Counter : 473 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
5 ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง ไหว้พระเสริมสิริมงคล


เจริญกรุง

       เที่ยวกรุงเทพฯ พาตระเวนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง สถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไทยแล้วจะมีสักกี่คนเชียวที่ไม่เคยเข้าวัดเลย เราคิดว่าคงมีน้อยมาก ยิ่งเป็นถนนเส้นเจริญกรุงที่นับเป็นศูนย์รวมของศาสนสถานที่น่าค้นหาจากหลายศาสนา แต่ละแห่งก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมหรือกิจกรรมที่ทางศาสนสถานจัดขึ้น ทุกที่ล้วนมีค่าแก่การไปเยือนทั้งสิ้น เราลองมาดูกันเถอะว่ามีที่ไหนบ้าง
1. วัดศาลเจ้าเจ็ด (ซิกเซียม่า)

สถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

เราอาจไม่คุ้นชื่อศาลเจ้าแห่งนี้เท่าไรนัก แต่ที่นี่เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ช่วยปกปักรักษาชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยมานานกว่า 100 ปีแล้ว ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2425 ถ้าเดินเข้าไปข้างในจะเห็นรูปปั้นเทพเจ้า 2 องค์ บริเวณหน้าประตู มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองท้องทะเลและดูแลผู้อพยพชาวจีนที่เข้ามาอยู่เมืองไทย ภายในมีรูปปั้นเจ้าแม่หรืออาม่า ผู้เป็นที่มาของชื่อศาลเจ้าในภาษาจีน ทำจากเซรามิก ไม้สัก และบรอนซ์ รวมทั้งเทพเจ้าที่ผู้คนพากันนับถือ ไม่ว่าจะเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์ เทพเจ้ากวนอู ไปจนถึงเจ้าพ่อเสือ ใครที่ไม่ชอบเบียดเสียดกับผู้คนน่าจะชอบที่นี่ เพราะคนไม่พลุกพล่าน มีความเป็นส่วนตัว สามารถใช้เวลาสักการะและขอพรเทพเจ้าได้อย่างสบาย ๆ

ที่อยู่ : 27 ซอยเจริญกรุง 39 ถนนเจริญกรุง แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : 06.00-18.00 น.
การเดินทาง : ตรงเข้ามาจากปากซอยเจริญกรุง 39 ประมาณ 100 เมตร อยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงร้านอาหารญี่ปุ่นฮานาย่า

2. วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขกสีลม

สถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

ที่นี่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีความเก่าแก่ถึง 107 ปี ภายในเป็นที่ประดิษฐานของเทวรูปในศาสนาฮินดู ได้แก่ พระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี พระแม่สุรัสวดี และพระขันธกุมาร เป็นต้น ใครอยากมาชมพิธีแห่เทพเจ้าฮินดูที่จัดอยู่ตลอดปีก็ได้ หรือหากต้องการสักการะพระแม่ลักษมี ให้นำดอกบัวพับกลีบ พร้อมแบงก์ยี่สิบไปถวายเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือถ้าอยากขอเนื้อคู่ให้ใช้พวงมาลัยกุหลาบไหว้พระแม่อุมาเทวี อย่าลืมว่าต้องถอดรองเท้าด้านหน้าวัดก่อนเข้าสักการะ และห้ามถ่ายรูปภายในวัดเด็ดขาด

ที่อยู่ : 2 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-พฤหัสบดี เปิด 06.00-20.00 น. วันศุกร์เปิด 06.00-21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 06.00-20.30 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟฟ้า BTS สะพานตากสิน เดินเข้ามาที่ถนนสีลม ตรงผ่านโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ประมาณ 3-5 นาที

3. ศาลเจ้าพ่อเสือ วัดหัวลำโพง

สถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

ใครไม่อยากเดินทางไปไหว้เจ้าพ่อเสือไกลถึงราชดำเนิน สามารถมาสักการะเจ้าพ่อเสือได้ใกล้ ๆ ที่วัดหัวลำโพงนี่เอง โดยเข้าไปซื้อเครื่องไหว้ข้างในศาล หลังไหว้และขอพรเจ้าพ่อเสือเสร็จแล้วลองแวะทำบุญโลงศพกับมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่อยู่ข้าง ๆ กัน ไม่ต้องกลัวว่าจะไปไม่ทันด้วยเพราะเปิด 24 ชั่วโมงทุกวัน แต่ช่วงเทศกาลคนจะแน่นเป็นพิเศษ แนะนำให้มาตั้งแต่เช้าหรือดึก ๆ ถ้าอยากอิ่มบุญมากกว่านี้อาจจะแวะเข้าไปซื้อหญ้าให้โค-กระบือข้างในวัดด้วยก็ได้

ที่อยู่ : 728 ถนนพระรามสี่ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทำการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สามย่าน เดินไปที่ทางออกหมายเลข 1 ขึ้นมาจะพบวัดหัวลำโพงเลย

4. วัดแก้วแจ่มฟ้า

สถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

วัดแก้วแจ่มฟ้ามีอายุกว่า 100 ปี แต่เดิมตั้งอยู่ระหว่างถนนเจริญกรุงกับแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ปากคลองผดุงกรุงเกษม ต่อมาได้ย้ายมาที่ถนนสี่พระยา คนจะนิยมมาทำบุญโลงศพ ลอยอังคาร ไถ่ชีวิตโค-กระบือ เผาศพ และสงเคราะห์โลงศพ ปิดท้ายด้วยการเดินตีระฆังขอพรรอบบริเวณอุโบสถ จะมีแผ่นป้ายพรผูกติดไว้ที่ระฆังแต่ละใบ บางข้อก็ออกแนวตลก ๆ เช่น ขอให้ฉลาดอย่างกับอิคคิวซัง หรือมีชื่อเสียงอย่างกับเฉินหลง เป็นต้น ใครสนใจไถ่ชีวิตโค-กระบือ หรือร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ของวัด สามารถเข้าไปเช็กตารางได้ที่ www.kaewjamfa.org

ที่อยู่ : 476 ถนนสี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : 08.00-21.00 น.
การเดินทาง : นั่งรถเมล์สาย 1 จากฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง ข้าง ๆ สถานีรถไฟใต้ดิน MRT หัวลำโพง มาลงที่หน้าวัดแก้วแจ่มฟ้าได้เลย

5. โบสถ์กาลหว่าร์ หรือวัดแม่พระลูกประคำ

สถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ในรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิคที่มีความเก่าแก่ถึง 120 ปี สวยจนกลายเป็นจุดหมายหนึ่งในการถ่ายรูป ภายในโบสถ์มีพระแท่นบูชาหินอ่อนแกะสลัก รอบ ๆ ประดับประดาไปด้วยกระจกหลากสีสัน บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระธรรมล้ำลึกทั้ง 3 ประการ ของการสวดลูกประคำ อันเป็นที่มาของชื่อโบสถ์ คริสต์ศาสนิกชนในกรุงเทพฯ สามารถมาเข้าร่วมพิธีมิสซาได้ในวันอาทิตย์ เวลา 08.00 และ 19.30 น. หรือวันจันทร์-เสาร์ เวลา 19.30 น. เพื่อชำระร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ตั้งแต่ต้นปี

ที่อยู่ : 1318 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
เวลาเปิด-ปิด : 08.00 -20.00 น.
การเดินทาง : จาก BTS สะพานตากสิน ขึ้นรถเมล์สาย 1 ลงป้ายสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เดินย้อนมาเข้าซอยทางด้านซ้ายมือจนสุดซอย

สถานศักดิ์สิทธิ์ย่านเจริญกรุง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร บทความเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่หลากหลายในย่านเจริญกรุง รวมถึงปฏิทินกิจกรรมที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในย่านเจริญกรุง ได้ที่ เฟซบุ๊ก CharoenkrungCD

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เฟซบุ๊ก CharoenkrungCD



Create Date : 18 มีนาคม 2560
Last Update : 18 มีนาคม 2560 12:54:26 น.
Counter : 468 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
ข้าวหน้าไก่ เนื้อนุ่ม เสิร์ฟร้อน ๆ อร่อยพร้อมเข้าปาก





ช่วงเที่ยงแดดเปรี้ยง ๆ แบบนี้ ถ้าใครร้อน ไม่อยากเดินออกไปซื้อข้าว อยากทำอาหารอยู่ที่บ้าน แต่ไม่รู้จะทำเมนูไหน เราขอแนะนำเมนูนี้เลย "ข้าวหน้าไก่" เมนูทำง่าย ๆ แต่อร่อยถูกปากผู้คนทุกเพศทุกวัย เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี อร่อยกับเนื้อไก่นุ่ม ๆ พร้อมกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว ที่เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อน ๆ บอกได้คำเดียวว่า น้ำลายสอ ... และวันนี้เราก็มีเคล็ดลับการทำ ข้าวหน้าไก่ อร่อย ๆ จากคุณ บูตะ กะ กิมจิ มาฝากกัน พร้อมแล้วก็เข้าครัวได้เล้ยยยยย


ส่วนผสม ข้าวหน้าไก่

      ► เนื้อไก่อ่อน หรือสะโพกไก่
      ► ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม (สำหรับหมักไก่)
      ► ซอสหอยนางรม (สำหรับหมักไก่)
      ► เหล้าจีน (สำหรับหมักไก่)
      ► น้ำมันงา (สำหรับหมักไก่)
      ► แป้งข้าวโพด (สำหรับหมักไก่)
      ► เห็ดฟาง หรือเห็ดหอมสด
      ► กระเทียมสับ
      ► แป้งข้าวโพดละลายน้ำ
      ► กุนเชียงทอด
      ► ซีอิ๊ขาวเห็ดหอม
      ► น้ำตาลทราย
      ► ซีอิ๊วดำ
      ► พริกไทยป่น
      ► ข้าวหุงสุก
      ► น้ำมันพืช (สำหรับผัด)


         1. เนื้อไก่อ่อน จะใช้สันในไก่หรือสะโพกไก่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นสะโพกไก่ เนื้อจะนุ่มกว่า


        2. เห็ดฟาง หรือจะใช้เห็ดหอมสดก็ได้ค่ะ



         3. กระเทียมสับ



         4. แป้งข้าวโพดละลายน้ำ



        5. กุนเชียงทอด






วิธีทำข้าวหน้าไก่


        1. นำเนื้อไก่อ่อนที่เตรียมไว้ เลาะกระดูกออกให้เรียบร้อย หั่นเต๋าชิ้นใหญ่ ๆ หมักด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม เหล้าจีน น้ำมันงา และแป้งข้าวโพด หมักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง


        2. เจียวกระเทียมให้หอม


         3. นำไก่ที่เตรียมไว้ลงไปผัด


         4. ไม่ต้องรอให้ไก่สุกมาก ใส่เห็ดฟางตามลงไปเลย


        5. เติมน้ำเปล่าลงไป


         6. เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ชิมรสก่อนปรุงเพิ่ม เพราะเนื้อไก่ที่หมักมีรสชาติอยู่แล้ว ถ้าอ่อนเค็มไปก็เติมซีอิ๊วเห็ดหอมได้ แล้วปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำตาลทราย ซีอิ๊วดำ และพริกไทยป่น


         7. ปรุงรสชาติได้ตามชอบแล้ว หรี่ไฟให้เบาลง เติมแป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป ค่อย ๆ คนไปด้วย พอน้ำข้น ๆ เหนียว ๆ ก็ปิดไฟได้เลย


         8. จัดจานข้าวหน้าไก่ พร้อมกุนเชียงทอด ถ้ามีพริกชีฟ้าเขียวหั่นท่อน ๆ แนมด้วยก็ได้

        อื้อหื้อ ข้าวหน้าไก่จานนี้ออกมาหน้าตาน่าทานสุด ๆ เห็นแล้วยั่วน้ำลายจริง ๆ เลย ว่าแล้วต้องลองเข้าครัวทำตามหน่อยซะแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



Create Date : 18 มีนาคม 2560
Last Update : 18 มีนาคม 2560 12:50:07 น.
Counter : 650 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
ชูวิทย์ ชี้เหตุผล ยู่ยี่ ติดคุกนาน ลั่นหากยอมรับตั้งแต่ต้น เรื่องจะไม่จบลงแบบนี้


คดียู่ยี่ อลิสา

เสียงจากคนคุก ! ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์แนะแนวทางการรับผิดของ ยู่ยี่ อลิสา อดีตซุปตาร์ถูกศาลจำคุก 15 ปี 3 เดือน ชี้ หากรับสารภาพแต่ต้น วันนี้คงได้รับอิสรภาพแล้ว

             กำลังเป็นข่าวที่อยู่ในกระแสสังคม สำหรับคดีของ ยู่ยี่ อลิสา อดีตนักร้อง นักแสดงและนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี 3 เดือน ฐานนำเข้ายาเสพติด (โคเคน) และ ครอบครองสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสามีของเธอได้ทำคลิปวิดีโอออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมว่า ตนและครอบครัวต่อสู้กับกลุ่มที่ทำร้ายสัตว์ป่า ทำให้มีผู้มีอิทธิพลกลั่นแกล้ง

             ล่าสุด (18 มีนาคม 2560) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ที่เคยถูกจำคุกในเรือนจำเกือบ 1 ปี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I'm Back เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า "สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน"
คดียู่ยี่ อลิสา

โดยระบุว่า ยู่ยี่ อลิสา เสียเวลาอยู่ในเรือนจำ ในฐานะ ขังหญิง เพื่อต่อสู้คดีเป็นเวลา 3 ปี จึงไม่ได้รับสิทธิในฐานะ นักโทษหญิงเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับเมื่อคดีความสิ้นสุดแล้ว โดยสิทธิที่จะได้เมื่อเป็นนักโทษเด็ดขาด คือ การได้เลื่อนชั้นนักโทษ อันมีผลต่อการได้รับอภัยโทษ และหากคำนวณลำดับการเลื่อนขั้นนักโทษ กับ การได้รับอภัยโทษแล้วนั้น จะพบว่า หากยู่ยี่รับสารภาพตั้งแต่ต้น คงถึงเวลาที่ยู่ยี่จะเดินทางออกจากคุกมารับอิสรภาพแล้ว

             นอกจากนี้ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยังทิ้งท้ายอีกว่า "ผมไม่ได้หมายความว่า ให้ยอมรับ หากคุณไม่ได้ทำผิด แต่ถ้าคุณทำผิด ยอมรับสารภาพเสีย เพราะการสู้คดีนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะชนะเสมอไป ภาษาคุกจึงบอกว่า สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน ท้ายสุดคนที่เข้าคุกคือ เรา ไม่ใช่ ทนาย"

โดยมีข้อความทั้งหมดดังนี้

คดียู่ยี่ อลิสา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I'm Back



Create Date : 18 มีนาคม 2560
Last Update : 18 มีนาคม 2560 12:41:11 น.
Counter : 418 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

BlogGang Popular Award#13



หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]



All Blog