Group Blog
 
All Blogs
 
ข่าวน่าคิด

ย้อนอดีต

ข่าวน่าคิด

พ.สมานคุรุกรรม

รายการทางโทรทัศน์ใน พ.ศ.นี้ มักจะมีข่าวแปลก ๆ ที่เรียกว่า สะเก็ดข่าว บ้าง เก็บตก บ้าง คดีเด็ด และชื่ออื่น ๆ อีกบ้าง ทางหนังสือพิมพ์รายวันก็มีเหมือนกัน แต่มักจะเป็นข่าวเล็ก ๆ ในหน้าหลังสุดเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่คัดลอกเอามาเล่าคราวนี้ เป็นข่าวในหน้า ๑ ทีเดียว ไม่รู้ว่าจะอนุโลมเข้ากับข่าวทางโทรทัศน์ที่กล่าวข้างต้นหรือไม่

รายแรกเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๐.๓๐ น. มีเด็กชายสามคนพี่น้อง อายุประมาณ ๑๒ – ๑๔ ปี คือ ด.ช.ชาติ กับ ด.ช.เกียรติ และ ด.ช.ศักดิ์ ซึ่งคู่แรกเป็นฝาแฝด ได้พากันหนีโรงเรียนไปเที่ยวที่เขาดินวนาหรือสวนสัตว์ดุสิต แล้วก็เดินชมสัตว์ต่าง ๆ ไปตามรายทางจนถึงบ่อจระเข้น้ำเค็ม ซึ่งเรียกว่าตะโขง กำลังนอนผึ่งลมกันอยู่ ๔ – ๕ ตัว บ่อนั้นกว้างประมาณ ๔ เมตร ยาวประมาณ ๖ เมตร และขอบบ่อสูงเพียงเอว ภายในบ่อมีเหรียญบาทจากผู้ที่โยนลงไปเพื่อสะเดาะเคราะห์ มากมาย ด.ช.เกียรติ เกิดอยากได้เงินมาซื้อขนมแบ่งกันกิน จึงปีนข้ามขอบบ่อเข้าไปหมายจะเก็บเงินเหล่านั้น บังเอิญมีจระเข้ตัวหนึ่งยาวประมาณสามเมตรเหลือบเห็นผู้บุกรุก จึงกระโดดเข้างับแขนหมายจะเขมือบเป็นเหยื่อ แต่เด็กชายสะบัดหลุดได้ แล้วตะกายมาที่ขอบบ่อ พอดีพระภิกษุรูปหนึ่งยืนอยู่ใกล้ขอบบ่อจึงช่วยดึงตัวข้ามขอบบ่อมาได้ แล้วให้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพราะได้รับบาดแผลที่แขนเหวอะหวะ

พระอธิการวอน โชติยาโณ ผู้ช่วยเหลือเด็ก ได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้รับแจ้งความว่า อาตมาเห็นเข้า พอหายจากตกตลึงก็พอดี ด.ช.เกียรติ แกสะบัดมือหลุดจากปากจระเข้ อาตมาเลยตัดสินใจเอื้อมมือไปฉุดเอาแกออกมาจากบ่อ รอดพ้นจากการเป็นเหยื่อของจระเข้ไปได้อย่างหวุดหวิด ในขณะที่จระเข้ตัวนั้นกำลังตั้งท่าจะพุ่งตัวเข้ามาขย้ำซ้ำสอง

เด็กทั้งสามคนพี่น้องคงจะจดจำ เรื่องที่น่าหวาดเสียวนี้ ไว้เป็นบทเรียนสอนใจจนบัดนี้เป็นแน่

รายต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๐.๓๐ น. นางนาค (นามสมมุติ) หญิงชราอายุ ๗๙ ปีอยู่บ้านไม่มีเลขที่ ตำบลบางศรีเมือง เขตเทศบาลเมืองนนทบุรี ได้หอบสังขารเข้าแจ้งความกับนายร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองว่า ก่อนที่จะนำความมาแจ้งนี้ ได้ถูกชายคนหนึ่ง อายุประมาณ ๓๐ ปี คนข้างบ้าน ได้บุกเข้าฉุดหมายจะปลุกปล้ำ และข่มขืนกระทำชำเรา ในขณะที่นางกำลังเดินเข้าซอยบ้าน ด้วยความตกใจกลัวจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จากชาวบ้านใกล้เคียง ชายผู้นั้นจึงตกใจวิ่งหนีไป ตามถนนหน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ก็ออกติดตามจับกุมตัวคนร้ายอย่างกวดขัน แต่ก็ไม่ได้ร่อยรอยประการใด

เมื่อตำรวจสอบสวนต่อไปว่า เหตุใดจึงคิดว่าคนร้ายจะข่มขืนกระทำชำเรา ผู้เสียหายจึงบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันชายผู้นี้เคยบุกเข้าปลุกปล้ำข่มขืนกระทำเชาเราตน จนสำเร็จความใคร่ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่นางไม่ได้แจ้งความและไม่ติดใจจะเอาเรื่อง แต่มาคราวนี้ยอมไม่ได้เพราะเป็นการกระทำต่อหน้าประชาชน และเป็นเวลากลางวันแสก ๆ ซึ่งทำให้อับอายมาก เพราะนางก็อายุ แก่มากแล้วไม่น่าจะทำกันเช่นนี้เลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพยายามสืบสวนติดตาม เพื่อนำตัวชายผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่รู้จัก กาละเทศะรายนี้ มาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป


รายต่อมาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ปีเดียวกัน เวลา ๑๒.๐๐ น. นายบุญสม อายุ ๔๐ ปี ได้พาเด็กชายทุย (นามสมมุติ) อายุ ๘ ขวบ ทั้งสองอยู่บ้านตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งต่อนายร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง อำเภอเมือง ให้จับนายจุ้ย (นามสมมุติ) อายุ ๒๙ ปี ซึ่งเป็นบิดาของ ด.ช.ทุย เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม มีคนร้ายลอบเข้าไปโจรกรรมในอู่รถของนายบุญสม สิ่งของที่ถูกลักขโมยไปมีคีมคีบหัวเชื่อมไฟฟ้า ๕ ตัว และหม้อน้ำรถยนต์ รวมราคาทั้งหมด ๔๐๐๐ บาท โดยที่นายบุญสมไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร

แต่ ด.ช.ทุย ได้มาหานายบุญสมที่บ้าน แจ้งให้ทราบว่าคนร้ายรายนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ที่แท้เป็นบิดาของตนเอง และมีผู้ร่วมมือด้วยอีกคนหนึ่ง จึงรีบมาแจ้งความตามที่ ด.ช.ทุย บอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปจับตัวนายจุ้ยกับเพื่อนได้โดยละม่อมที่บ้านและนำตัวมาสอบสวน ทั้งสองก็ให้การสารภาพตลอดข้อหา นายจุ้ยผู้นี้เคยถูกจับเข้าคุก ฐานลักทรัพย์ชาวบ้านมาสองสามครั้งแล้วไม่เข็ดหลาบ ออกจากคุกก็ประพฤติตัวเช่นเดิมอีก ตำรวจจึงคุมตัวนายจุ้ยกับเพื่อนไว้ดำเนินคดีต่อไป

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน ด.ช.ทุย เพิ่มเติม จึงได้ทราบว่าการที่มาเป็นพยานให้นายบุญสมครั้งนี้ ก็เพราะแค้นที่นายจุ้ยผู้พ่อทอดทิ้ง ไม่เอาใจใส่เลี้ยงดู ปล่อยให้อยู่กับยายตลอดมา และหลังจากโจรกรรมทรัพย์สินมาได้แล้ว ก็บังคับให้ ด.ช.ทุยนำไปขายตามร้านรับซื้อของเก่า โดยเจ้าตัวไม่เต็มใจอยู่เสมอ เมื่อได้เงินมาแล้วก็เอาไปซื้อเหล้ากิน ครั้นเมาแล้วก็ด่าว่าตนเองกับยายทุกครั้ง สร้างความเจ็บแค้นให้เป็นอย่างมาก

ที่สำคัญก็คือนายจุ้ยนี้เป็นพ่อเลี้ยง เพราะ ด.ช.ทุยเป็นลูกติดแม่ที่มาเป็นเมียนายจุ้ยเท่านั้น เมื่อได้รับความคับแค้นใจ จึงอาสามาเป็นพยานให้นายบุญสมจับนายจุ้ยดังกล่าว เรื่องนี้ไม่ทราบว่า เมื่อนายทุยพ้นโทษออกมาคราวนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับ ด.ช.ทุย อีก

วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๔ เวลา ๑๒.๓๐ น. พระวินัยธร วัดท้ายเมือง ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี อายุ ๕๘ ปี ได้เข้าแจ้งกับนายร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองนนทบุรี ว่าเมื่อคืนนี้เวลา ๐๐.๑๐ น.ได้มีคนร้าย ๒ คนบุกเข้าไปขโมยเอาวัวที่ทางวัดเลี้ยงไว้ สองตัวหลบหนีไปหนึ่งตัว ซึ่งมีเด็กวัดจำคนร้ายได้ว่า เป็นคนทำงานในโรงฆ่าสัตว์จังหวัดนนทบุรี โดยได้นำวัวขึ้นรถปิคอัพไป เข้าใจว่าจะเอาไปฆ่าในโรงฆ่าสัตว์เป็นแน่

หลังจากได้รับแจ้งแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบที่โรงฆ่าสัตว์ทันที แต่ได้พบวัวมากมายซึ่งเจ้าทุกข์ก็จำไม่ได้ว่า ตัวไหนเป็นวัวของวัดที่หายไป ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบทะเบียนรถปิคอัพตามที่เด็กจำได้ ว่าเป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในถนนสีลม ก็ปรากฏว่าได้ย้ายไปที่อื่นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสืบหาตัวคนร้าย ในทางอื่นต่อไป

รุ่งขึ้นวันที่ ๒๔ ธันวาคม ก็ได้เค้าว่า รถปิคอัพคันนั้น นางม่วง (นามสมมุติ) บ้านอยู่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ได้ซื้อไปจากบริษัทดังกล่าว และให้นายเจริญ (นามสมมุติ) ผู้เป็นสามีขับรับจ้างอยู่ระหว่างอำเภอไทรน้อยกับอำเภอบางบัวทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปจับกุมตัวนายเจริญ มาสอบสวนที่ สภ.อ.เมืองนนทบุรี

นายเจริญได้ให้การว่า เมื่อเย็นวันที่ ๒๓ ธันวาคม นายไชยกับนายรส (นามสมมุติทั้งคู่) ได้มาว่าจ้างรถของตนในราคา ๕๐๐ บาท จากอำเภอบางบัวทอง ให้มาจอดที่วัดท้ายเมือง นานประมาณ ๒ ช.ม. แล้วทั้งสองนายก็จูงวัวมาขึ้นรถ ให้ตนขับไปที่ท่าน้ำบางบัวทอง ซึ่งตนไม่ได้รู้เห็นในการขโมยวัวตัวนี้แต่อย่างใดเลย และเชื่อว่าวัวตัวนี้น่าจะยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดรถคันนี้ไว้ และออกติดตามหาวัวของกลางและคนขโมยทั้งสองต่อไป

ต่อมาถึงวันที่ ๒๕ ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบจากคำให้การของคนขับรถแล้ว จึงติดตามหาตัวนายไชย (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นพนักงาน ซี.๓ ฝ่ายการเงิน และนายรส(นามสมมุติอีกเหมือนกัน) คนงานโรงงานฆ่าสัตว์ นนทบุรี โดยแบ่งกำลังออกเป็น ๓ สาย เพื่อไปจับกุมตัวการทั้งสอง และผู้ร่วมมืออีกสองคน

เจ้าหน้าที่ได้ไปจับกุมตัวนายไชยได้ที่ทำการประปานนทบุรี ถนนติวานนท์ ขณะกำลังนั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อน เมื่อคนขับรถชี้ตัวนายไชยถึงกับหน้าซีด และยอมสารภาพว่าตนเป็นผู้วางแผน และหลังจากขโมยวัวมาแล้ว ได้ให้นายรสนำไปขาย แต่จนขณะที่ถูกจับกุมก็ยังไม่ได้พบกันเลย คาดว่าวัวคงจะอยู่ที่บ้านนายรส เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปที่บ้านนายรส คงพบแต่ภรรยาซึ่งบอกว่านายรสกับลูกชายออกจากบ้านไป ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับ

เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามไปจนพบนางจัน แม่ค้าขายเนื้อวัวในตลาดบางบัวทอง ซึ่งได้เปิดเผยว่า นายรสได้จูงวัวมาขายให้ในราคาสามพันบาท แต่ตนไม่กล้าซื้อไว้เพราะเป็นราคาที่ถูกมาก โดยปกติวัวจะมีราคาซื้อขายตัวละเจ็ดพันกว่าบาท นายรสจึงจูงวัวกลับไป เจ้าหน้าที่ตำรวจนนทบุรีก็ยังไม่ละความพยายาม ได้ร่วมมือกับตำรวจบางบัวทอง ติดตามหาร่องรอยต่อไปตามทุ่งนาข้ามคลองเขมรเดินตัดทุ่งไปอีกไม่นาน ก็พบเชือกสนตะพายวัวผูกอยู่กับต้นกล้วยบริเวณโคกกล้วยใกล้กับโรงระหัด วิดน้ำของนายแย้ม อยู่ที่ตำบลและอำเภอบางบัวทอง เมื่อตรวจบริเวณรอบ ๆ ก็พบรอยเลือดสาดกระเซ็นติดอยู่ตามใบตอง และบริเวณนั้นหลายแห่ง กับพบหนังวัวสดทั้งผืนพับผูกเชือกเรียบร้อย ซ่อนอยู่ใต้กอสวะ เจ้าหน้าที่พยายามลงงมหาหัววัว ที่คาดว่าคนร้ายจะทิ้งไว้ในน้ำ แต่ไม่พบจึงนำเชือกสนตะพายและหนังวัวกลับมาที่ สภ.บางบัวทอง

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าจะมีผู้ร่วมมือฆ่าวัวอีกไม่น้อยกว่าสามคน พร้อมกับได้สืบทราบว่า นายรสได้นำเนื้อวัวลงเรือมุ่งหน้าหนีขึ้นฝั่งเหนืออำเภอบางบัวทอง ผ่านประตูน้ำคลองพระอุดม ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอำเภอปากเกร็ด นนทบุรี เชื่อว่าจะนำเนื้อวัวไปขายให้ชาวบ้านแถวนั้นเป็นแน่ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามไปจับกุมตัวให้ได้ในไม่ช้านี้

เมื่อนายไชยทราบว่าวัวถูกฆ่าแล้ว ถึงกับร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจ พร้อมกับบอกว่านายรสไม่น่าฆ่าวัวเลย ให้เอาไปขายกลับเอาไปฆ่าทิ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวผู้ต้องหาที่จับได้แล้ว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่วัดท้ายเมือง ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันแห่ไปดูเป็นจำนวนมาก และร้องด่าสาปแช่งคนใจร้ายที่ขโมยวัวของวัดไปฆ่าในครั้งนี้

มูลเหตุที่มีผู้สนใจในข่าวการขโมยวัวตัวหนึ่ง ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต ที่ตำรวจจะให้ความสนใจติดตามอย่างกวดขัน จนได้ตัวผู้กระทำผิดรายนี้ได้ภายในเวลาไม่นานนั้น เพราะวัวตัวนี้เป็นหนึ่งในจำนวนทั้งหมด ๗ ตัว ที่มีผู้ใจบุญซื้อมาจากโรงฆ่าสัตว์ นำมาถวายวัดเพื่อสะเดาะเคราะห์ของตนเอง และทางวัดได้ติดต่อไปยังสำนักพระราชวัง เพื่อน้อมเกล้า ฯ ถวายในหลวง ก็มาถูกคนร้ายขโมยไปเสียก่อน ผู้กำกับการตำรวจภูธรนนทบุรี จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอเมืองนนทบุรี ติดตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้โดยด่วน จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในเวลาไม่นาน.

#########



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2554 9:23:24 น. 12 comments
Counter : 528 Pageviews.

 
เป็นข่าวเล็กๆในน.ส.พ. แนวเดียวกับสะเก็ดข่าว หรือ เก็บตก จริงด้วยครับคุณอา


โดย: yyswim วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:52:05 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมบล็อกครับ

ข่าวทำนองนี้ เมื่อสมัย น.ส.พ.สยามรัฐ รุ่งเรือง
บก.จะเขียนสรุป และ ประยูร จรรยาวงษ์ เขียนการ์ตูนประกอบ อ่านสนุกดีครับ

ส่วนผมไปลอกจาก น.ส.พ.เก่าในหอสมุดแห่งชาติ
มาเล่าให้อ่านกันเท่านั้นครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:5:02:18 น.  

 
สวัสดีคุณเจียวต้ายค่ะ

ตามมาจากบล้อกคุณ ta/'o-o/' เลยทราบว่ามีภาพเก่า ๆ เยอะ อยากจะตามมาชมน่ะค่ะ

วิธีโพสภาพลงบล้อกไม่ยากค่ะ ขออนุญาตแนะนำนะคะ ไม่ทราบจะเป็นการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนรึเปล่า

เวลาเขียนบล้อก ในหน้าจัดการบล้อก มันจะมีข้อความพวกนี้อยู่อ่ะนะคะ

เลือกกลุ่ม Blog :
หัวข้อ Blog :
กลุ่มย่อย :

[?] เลือกประเภท Review

จัดการข้อความ : (support IE) ตรงจัดการข้อความนี่ล่ะค่ะ ที่มันจะมีไอค่อนเล็ก ๆ เรียงกันเป็นแถบ มีให้เลือกทั้งการเลือกตัวอักษร การจัดหน้า สีสรร ให้กดอันหลังสุดเลย ถ้าเอาเม้าส์ไปชี้ มันจะขึ้นว่า "ใส่รูป" กดตรงนั้นมันก็จะขึ้นให้ว่าจะเอารูปจากที่ไหนใส่ในบล้อก จากคอมพ์เราเองหรือจากแหล่งอื่นที่เราฝากรูปไว้ แต่รูปขนาดต้องไม่เกิน 150k นะคะ

........

ขออภัยหากข้อความรบกวนคุณเจียวต้ายค่ะ

จะรอชมภาพเก่า ๆ งาม ๆ นะคะ




โดย: i'm not superman วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:10:51 น.  

 
ขอบคุณมากครับ จะขอศึกษาจากคำแนะนำต่อไปครับ

ผมเอา ภาพเก่าเล่าเรื่อง ไปวางไว้ในห้องไร้สังกัด
๒๐ ชุดแล้วครับ แต่เอามาลงในบล็อกไม่ถนัดเหมือนกระทู้
จึงถามหาความรู้ต่อไปครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:50:59 น.  

 
ตัวอย่าง ภาพเก่าเล่าเรื่อง ชุดที่ ๑๓

//www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M10175379/M10175379.html


โดย: เจียวต้าย วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:53:29 น.  

 
ขอบคุณอย่างยิ่งครับ ผมทำสำเร็จแล้วครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:53:59 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเจียวต้าย

แหม่มมาอ่านสะเก็ดข่าว(แปลก ๆ) ยามเช้าค่ะ

ยินดีที่คุณเจียวต้ายลงรูปได้แล้วอ่ะนะคะ เดี๋ยวแหม่มจะตามไปดูภาพตามลิ้งค์ที่กรุณาให้มาค่ะ


โดย: i'm not superman วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:28:52 น.  

 
ผมกำลังทำการเปลี่ยนรูปในบล็อกจากแบบเดิม ที่หลานคนหนึ่งแนะนำไว้
ให้เป็นแบบที่สวยงามกว่า ที่คุณแนะนำครับ
คงใช้เวลานานมากกว่าจะครบทุกบล็อกที่มีภาพครับ


โดย: เจียวต้าย วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:09:32 น.  

 
มาชมภาพถ่ายฝีมือของคุณเจียวต้าย นับว่ามีคุณค่าสูงยิ่งครับ

ทำให้เปิดโลกในอดีตด้วยมุมมองของผู้ถ่ายภาพ

ทำให้การอ่านบทประพันธ์ของนักเขียนสมัยนั้นมีมโนภาพที่แจ่มชัดขึ้น

ขอบคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:15:31 น.  

 
ขอบคุณมากครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:50:11 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเจียวต้าย

วันนี้แหม่มต้องไปดูหน้างานเช้านี้ เพราะบริษัทหม้อแปลงจะส่งทีมช่างมาปักเสาหม้อแปลง สองชุด เดี๋ยวช่วงเย็นมีเวลาจะเข้ามาอ่านบล้อกย้อนหลังคุณเจียวต้ายนะคะ


โดย: i'm not superman วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:8:44:20 น.  

 
ขออภัย ผมเพิ่งแวะเข้าไปชมบล็อกของคุณวันนี้เองครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 18 ตุลาคม 2554 เวลา:13:44:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.