Iceicy Blog Dhamma หน้าแรก หลักธรรม ปรัชญา ท่องเที่ยวธรรม เก็บตกธรรม บทสวดมนต์ บทเพลงธรรม เว็บบอร์ด iceicy ไอที ไดอารี่
Link to us:
Group Blog
 
All blogs
 

กสท.แจงเหตุเน็ตล่มทั่วประเทศ เทศกาลปีใหม่อาจใช้งานสะดุด

กสท โทรคมนาคม เร่งกู้ พร้อมหาเส้นทางเสริมวงจรสื่อสารระหว่างประเทศ หลังเหตุแผ่นดินไหวไต้หวัน ส่งผลสายเคเบิลขาด 4 เส้น ทำให้บริการอินเทอร์เน็ต – โทร.ระหว่างประเทศ ขัดข้อง โดยเฉพาะแถบประเทศอเมริกา ดังนั้นช่วงเทศกาลปีใหม่ อาจใช้งานสะดุด คาดจะดีขึ้นได้ใน ต้นสัปดาห์หน้า ผู้บริหาร แจ้งลูกค้าดูสัญญาบริการบรอดแบนด์ ขอคืนเงินจากผู้ให้บริการ หลังได้ลดค่าเช่าคืนให้ ไอเอสพี

นายจิรชัย สีจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ เครือข่ายบำรุงและรักษา บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า จากเหตุขัดข้องของสายเคเบิลใต้น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก 4 เส้น ที่เชื่อมจากไทยไปฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา เสียหายจากแผ่นดินไหวในไต้หวัน กสท ได้เพิ่มช่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตในเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมต่อไปยุโรป ผ่านมหาสมุทรอินเดียจำนวน 600 เมกะบิต ทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตขัดข้องลดลงเหลือร้อยละ 50 จากเดิมที่มากกว่านี้ และอยู่ระหว่างขอเพิ่มวงจร รวมถึงยังส่งผลให้บริการโทร.ระหว่างประเทศ ไม่สามารถใช้การได้ตามปกติ สัญญาณ หากโทร.ไปแถบย่านอเมริกา สัญญาณอาจไม่ชัดเจน หรือ ว่าง หากมีการเรียกไปยังประเทศปลายทาง

ทั้งนี้ กสท ได้เร่งประสานงานใช้สัญญาณดาวเทียมร่วมกับกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบ คาดว่าภายใน 3-4 วัน จะได้รับคำตอบการโทรระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการโทรที่เพิ่มขึ้นอีก 300 คู่สายพร้อมกัน

“จากเหตุที่เกิดขึ้นขณะนี้ กสท อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เพื่อจัดทางวงจรสำรองในเส้นทางอื่น และติดตามการซ่อมแซมระบบเคเบิลใต้น้ำทั้ง 4 เส้นทาง โดยเบื้องต้นจะมีการเช่าใช้วงจรดาวเทียมสนับสนุน และ ไปเช่าวงจรเส้นทางมหาสมุทรอินเดีย-ยุโรป ในช่วงปีใหม่การใช้งานอาจจะมีสะดุดบ้าง โดยทาง กสท พยามเร่งสำรองเส้นทางและขยายวงจรให้รองรับการใช้งาน โดยเราคาดว่าหลังปีใหม่สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ”

ทั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว กระทบต่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ซึ่ง กสท ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เบื้องต้นคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมจุดละ 20 ล้านบาท ซึ่งในครั้งนี้ มีความเสียหายค่อนข้างมาก

ส่วนการซ่อมทั้งหมดจะแล้วเสร็จปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ขณะเดียวกัน กสท อยู่ระหว่างการจัดซื้อเครือข่ายเคเบิลใต้ดินโครงการใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างรออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี หากสามารถสร้างเสร็จจะทำให้มีการสำรองวงจรได้ระหว่างเกิดอุบัติภัย

ปัญหาที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นผลจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไต้หวันตามรายงานเวลา 01.12 น. วันที่ 27 ธ.ค.49 นั้น ส่งผลให้โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำใยแก้วของ กสท ที่เชื่อมต่อไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาขัดข้อง 4 เส้นทาง คือ

1. APCN (Asia Pacific Cable Network) โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำใยแก้วเอเชียแปซิฟิก เชื่อมโยงระหว่างประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี และญี่ปุ่น

2. C2C ระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้ว เชื่อมโยงระหว่างประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

3. FLAG (Fibre Optic Link Around the Globe) ระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วเชื่อมโยงระหว่างประเทศอังกฤษ สเปน อิตาลี อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินเดีย มาเลเซีย ไทย ฮ่องกง เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

และ 4. SEA-ME-WE-3 (Southest Asia-Middle East-Western Europe 3) ระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วเชื่อมโยงระหว่างประเทศอังกฤษ เยอรมัน เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส โปรตุเกส โมร็อคโค อิตาลี กรีซ ไซปรัส อียิปต์ จิบัวติ ซาอุดิอาระเบีย โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย บรูไน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเก๋า ฮ่องกง จีน ไต้หวัน เกาหลีและญี่ปุ่น

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาด กสท กล่าวว่า กรณีปัญหาเกิดขึ้นจนส่งผลกระทบบริการอินเทอร์เน็ต โดยมีผลทำให้ช่องสัญญาณให้บริการลดลงถึงร้อยละ 50 ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี ที่เช่าเครือข่ายของ กสท จะได้รับส่วนลดตามสัดส่วนด้วยเช่นกัน ดังนั้นประชาชนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะผู้ซื้อแพ็กเกจความเร็วสูงรายเดือน หรือ บริการเช่าวงจร จากไอเอสพี ตรวจสอบสัญญาการใช้บริการกับผู้ให้บริการได้ว่าจะสามารถคืนเงินได้หรือไม่ จากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น

Company Related Links :
กสท


ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 29 ธันวาคม 2549 เวลา 09:20 น.




 

Create Date : 02 มกราคม 2550    
Last Update : 6 เมษายน 2551 19:54:08 น.
Counter : 435 Pageviews.  

เสพต์ติดอินเทอร์เน็ตแสดงอาการ มะกันชน13%ติดเข้าขั้นอันตราย

เสพต์ติดอินเทอร์เน็ตแสดงอาการ มะกันชน13%ติดเข้าขั้นอันตราย

ทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ทำการสำรวจพบตัวเลขชาวอเมริกัน 1 ใน 8 คนติดอินเทอร์เน็ตในระดับรุนแรง โดยเป็นการสอบถามพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตจากชาวอเมริกันจำนวน 2,513 คน จากทั้งหมด 50 รัฐ ผลการสำรวจระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 68.9 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเองอยู่ในระดับปกติ ขณะที่ส่วนน้อย ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มที่มีปัญหาด้านสังคมเนื่องจากใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากเกินไป และมีผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ที่ให้คำนิยามตัวเองว่า เป็นกลุ่มที่อินเทอร์เน็ตมีจำเป็นต่อชีวิต ในระดับที่อาจทำให้พวกเขาใช้ชีวิตยากลำบากมากขึ้นหากไม่ได้ต่ออินเทอร์เน็ตเป็นเวลานาน ๆ

ดร.เอเลียส อาบูจูด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกล่าวว่า "เราสังเกตว่า ในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา คลินิกของเรามีคนไข้ที่เข้ารับการบำบัดจากการติดอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยพวกเขาบอกว่า อินเทอร์เน็ตเริ่มส่งผลกระทบแง่ลบต่อชีวิตมากขึ้น หลายคนถูกไล่ออกจากงาน ขณะที่บางคนชีวิตคู่ล้มเหลว"

นอกจากนั้น ผู้บริโภคกว่า 9 เปอร์เซ็นต์เลือกที่จะหนีเข้าไปอยู่ในอินเทอร์เน็ตเวลามีปัญหาด้วย

การสำรวจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากอินเทอร์เน็ตในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม และทำให้ปัญหาเรื่องการเสพย์ติดอินเทอร์เน็ตได้รับการหยิบยกมาพูดคุยกันมากขึ้น โดยในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวก็ใกล้จะได้รับการจัดให้เป็นชื่อโรคชนิดหนึ่งแล้ว

วิธีตรวจสอบที่ง่ายที่สุดว่าคนใกล้ตัวมีอาการป่วยดังกล่าวหรือไม่ก็คือ นับจำนวนชั่วโมงที่บุคคลหนึ่ง ๆ ใช้เล่นอินเทอร์เน็ตเพียงลำพัง ยิ่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะท้อนว่า เขาเริ่มเข้าสู่ปัญหาการเสพย์ติดอินเทอร์เน็ตแล้วนั่นเอง

"บางคนเลือกเข้าโลกออนไลน์เพราะปัญหาเรื่องการเข้าสังคม เช่น อาจไม่ชอบการพูดคุยกับคนอื่น จึงเลือกใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตแทน นอกจากนั้น พวกเขายังสามารถใช้อินเทอร์เน็ตสร้างตัวตนใหม่ในแบบที่ตนเองต้องการขึ้นมาได้ เช่น ในการเล่นเกมออนไลน์ หรือการใช้กระดานสนทนา เหล่านี้ล้วนนำไปสู่ปัญหาเสพย์ติดอินเทอร์เน็ตในที่สุด เพราะผู้บริโภคขาดการแยกแยะความแตกต่างระหว่างโลกที่สร้างขึ้นมาเอง กับโลกที่มีอยู่จริง" อาบูจูดกล่าวสรุปในตอนท้าย


ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 13 ธันวาคม 2549 เวลา 12:12 น




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2549    
Last Update : 6 เมษายน 2551 19:54:54 น.
Counter : 376 Pageviews.  

ความยากจนเป็นเหตุ ดึงเยาวชนสู่อาชญากรคอมพิวเตอร์

ความยากจนเป็นเหตุ ดึงเยาวชนสู่อาชญากรคอมพิวเตอร์


แมคอาฟีเปิดโฉมหน้ากลุ่มอาชญากรอินเทอร์เน็ต เฟ้นเด็กวัยเรียนจากมหาวิทยาลัย ชมรมคอมพิวเตอร์ หรือห้องกิจกรรมตามเว็บไซต์ต่าง ๆ มาร่วมก่ออาชญากรรม โดยอาจว่าจ้างให้เขียนไวรัส หรือขโมยข้อมูลทางการเงิน ตลอดจนฟอกเงินผิดกฎหมาย ซึ่งทีมผู้วิจัยระบุว่า รายได้งามยิ่งกว่าการค้ายาเสพติดเสียอีก เนื่องจากเม็ดเงินที่กระจายอยู่ในธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้มีหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานจากแมคอาฟีระบุว่า กลุ่มมาเฟียบนอินเทอร์เน็ตมีกองทุนสำหรับว่าจ้างบุคลากรที่จำเป็นมาประกอบอาชญากรรมให้ โดยเลียนแบบวิธีของหน่วยสืบราชการลับของรัสเซีย หรือ เคจีบี ที่เคยใช้ในช่วงสงครามเย็น

แมคอาฟีซึ่งออกมาเปิดเผยถึงผลการวิจัยดังกล่าวระบุว่า ส่วนหนึ่งของผู้ที่ถูกจ้างให้มาทำงานให้กับกลุ่มมาเฟียอินเทอร์เน็ตเป็นนักศึกษาแถบยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีอัตราค่าจ้างแรงงานต่ำ และมีอัตราการว่างงานสูง ทำให้หลายคนมองว่า การประกอบอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ตเป็นอีกหนึ่งช่องทางการหารายได้เลี้ยงครอบครัว โดยแมคอาฟีได้ทำการศึกษาร่วมกับเอฟบีไอ และ European Intelligence

แดฟ โธมัส ผู้เชี่ยวชาญด้านซีเคียวริตี้บนอินเทอร์เน็ตจากเอฟบีไอกล่าวว่า "กลุ่มอาชญากรอินเทอร์เน็ตมองว่านี่เป็นช่องทางในการทำมาหากินอย่างหนึ่ง พวกเขาสามารถใช้ทักษะทางคอมพิวเตอร์ในการหาเลี้ยงปากท้องของครอบครัวได้ในภาวะที่โอกาสในการถูกจ้างงานมีน้อยเหลือเกิน"

เมื่อความขัดสนทางครอบครัวเป็นเหตุให้หลายคนต้องเบนเข็มเข้าสู่โลกของอาชญากรอินเทอร์เน็ต หน้าที่ของคนเหล่านี้ได้แก่ การสร้างไวรัสคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำลายคอมพิวเตอร์นับล้านเครื่อง หรือการเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ ตลอดจนการส่งเมลขยะไปก่อกวน ทำให้โลกออนไลน์ต้องปั่นป่วนสับสน

Company Related Links :
Mcafee

ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 11 ธันวาคม 2549




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2549    
Last Update : 6 เมษายน 2551 19:55:23 น.
Counter : 392 Pageviews.  

เทรนด์ไมโครเผยพัฒนาการไวรัส ปี 49

เทรนด์ไมโครเผยพัฒนาการไวรัส ปี 49

นายรัฐสิริ ไข่แก้ว ผู้จัดการฝ่ายขายประจำ ประเทศไทย บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการพัฒนาของไวรัสบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในรอบปี 2549 ที่ผ่านมาว่า
ได้ถูกพัฒนาไปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นครามแวร์ บ็อตเน็ตส์ รูท คิตส์หรือการโจมตีจากอาชญากรคอมพิวเตอร์รูปแบบ อื่น ๆ เช่นการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ด้วยการส่งอีเมล เชิญชวนให้ผู้รับเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ เมื่อเข้าไปแล้วผู้เข้าเยี่ยมเว็บไซต์รายนั้นจะไม่รู้ตัวเลยว่าคอมพิวเตอร์ของตนได้ติดโปรแกรมช่วยดาวน์โหลด (downloader) มาแล้ว หลังจากที่โปรแกรมช่วยดาวน์โหลดได้รับการติดตั้งลงในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ อาชญากรจะมีช่องทางที่จะรับรู้การจราจรภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อแค่เครื่องเดียวก็สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ครามแวร์ (Crimeware) เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกติดตั้งในคอมพิวเตอร์สำหรับการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคีย์ล็อกกิ้ง เพื่อขโมยข้อมูล หรือการปลอมแปลงอีเมลเพื่อให้ดูเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญทางธนาคารหรือหลอกล่อผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์อื่นเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ ส่วน “เครือข่ายบ็อต” (bot networks) หรือ “บ็อตเน็ตส์” (botnets) จะมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ เหมือนกัน แต่มีบางสายพันธุ์ที่ได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ลงไปด้วย เช่น การส่งจดหมายปริมาณมาก (mass mailer) ส่งผลให้มีการเพิ่มจำนวนหนอนร้ายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และรูทคิตส์ (Rootkits) เป็นโปรแกรมแฝงตัวอยู่ใน API (Application Program Interface : ส่วนติดต่อใช้เขียนโปรแกรมเพื่อสื่อสารกับแพลตฟอร์มหรือบริการ) ของระบบปฏิบัติการมาตรฐาน เมื่อโปรแกรมป้องกันมัลแวร์สอบถามหาข้อมูลภายในเครื่อง รูทคิตส์ก็จะส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกลับมาให้

สำหรับความสำเร็จของเทรนด์ ไมโคร ปีนี้ เป็นผลมาจากการเปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์ป้องกันไวรัสบนเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ยอดขายรวมในประเทศไทยเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีสัดส่วนรายได้จากตลาดองค์กร 95% และตลาดผู้ใช้ทั่วไป 5% มีส่วนแบ่งการตลาดด้านการจัดการด้านความปลอดภัยข้อมูล ประมาณ 35% ของตลาดรวมในประเทศไทย และคาดว่าจะยังสามารถครองส่วนแบ่งตลาดองค์กรมากที่สุดประมาณ 80%

ข่าวจาก : ARiP
วันที่ : 9 ธันวาคม 2549




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2549    
Last Update : 6 เมษายน 2551 19:55:59 น.
Counter : 417 Pageviews.  

นักวิเคราะห์แห่ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ยุคสังคมเสมือนจริง

นักวิเคราะห์แห่ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ยุคสังคมเสมือนจริง


การเติบโตของสังคมเสมือนบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นจุดสนใจของนักวิจัย นักวิเคราะห์สำนักต่าง ๆ มากขึ้น เนื่องจากสังคมดังกล่าวเริ่มมีความสมจริงในแง่ของการแสดงความรู้สึกมนุษย์ และสามารถตอบรับความต้องการของคนยุคใหม่ได้รวดเร็วทันใจ ไม่เพียงเท่านั้น คนส่วนมากเริ่มปรับพฤติกรรมให้เข้ากับเทคโนโลยีทันสมัยได้มากขึ้น ทั้งในกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญและผู้เริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์ ทำให้การใช้งานเทคโนโลยีค่อนข้างแพร่หลายและมีบุคคลหลายกลุ่มเข้ามาอยู่รวมกันในสังคมแห่งนี้

งานวิจัยจาก The USC Annenberg Digital Future Project ระบุว่า พฤติกรรมการหาเพื่อนใหม่บนโลกออนไลน์ของชาวอเมริกันได้รับการยอมรับมากขึ้น เฉลี่ยแล้วผู้ตอบแบบสอบถามมีเพื่อนใหม่ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น 1.6 คนต่อปีจากการพูดคุยทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้น ยังมีเพื่อนที่คบหากันเฉพาะบนอินเทอร์เน็ต (ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.65 คนด้วย

ผลการวิจัยพบว่า ชาวอเมริกัน 43 เปอร์เซ็นต์ให้ความเชื่อมั่นกับโลกเสมือนแห่งนี้มากขึ้น รวมถึงความสัมพันธ์ของบุคคลบนชุมชนออนไลน์ก็มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนั้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ยังระบุด้วยว่า การเล่นอินเทอร์เน็ตช่วยเติมเต็มความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ด้วยเช่นกัน

เจฟฟรีย์ โคล (Jeffrey Cole) ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาด้านดิจิตอลแห่งอนาคต ยูเอสซี แอนเนนเบิร์ก (The USC Annenberg School Center for the Digital Future) กล่าวว่า "ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เว็บไซต์ได้รับการยอมรับในหมู่สาธารณชน เราตั้งความหวังว่า อินเทอร์เน็ตจะทำหน้าที่ให้ความรู้แก่ประชาชน ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการสร้างปรากฏการณ์ทางสังคม และเราแน่ใจว่ามันจะต้องมาถึงในสักวัน การวิจัยในครั้งนี้เป็นบททดสอบที่ดีเกี่ยวกับความสำคัญของเว็บในประเด็นดังกล่าว"

ปัจจุบัน จำนวนของผู้เขียนบล็อก (Blog) หรือ Blogger ในสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 7.4 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าหนึ่งเท่าตัวเมื่อเทียบกับยอดผู้ใช้ในปี 2003 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับผู้ที่นิยมโพสต์ภาพบนอินเทอร์เน็ตก็เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว คิดเป็น 23.6 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด พร้อมกันนี้ รายงานยังได้ระบุจำนวนชั่วโมงการเล่นอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยของชาวอเมริกันอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นเท่ากับ 8.9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

จุดประสงค์หลักของนักเล่นเน็ตในการออนไลน์นั้น ส่วนมากคือการพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนคนสนิทอย่างน้อย วันละ 1 ครั้ง และ 20 เปอร์เซ็นต์ของคนออนไลน์ระบุว่า เพื่อนหรือสังคมบนอินเทอร์เน็ตเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้พวกเขาริเริ่มทำสิ่งแปลกใหม่ในชีวิตประจำวันด้วย

ขณะที่ผู้ปกครองชาวอเมริกันส่วนหนึ่งไม่คิดแบบนั้น จึงมีความเห็นไปในทางที่ว่า บุตรหลานของตนหมกมุ่นกับเทคโนโลยีมากเกินไป และการเล่นอินเทอร์เน็ตไม่ได้ช่วยให้ผลการเรียนของเด็กเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองอย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า บุตรหลานของตนใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสมแล้ว และอินเทอร์เน็ตก็มีเครื่องมือต่าง ๆ ช่วยเหลือเด็ก ๆ ในการทำการบ้านด้วย

ข่าวจาก : ผู้จัดการออนไลน์
วันที่ : 7 ธันวาคม 2549 เวลา 09:58 น.




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2549    
Last Update : 6 เมษายน 2551 19:56:28 น.
Counter : 413 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

lcelcy
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มิถุนายน เดือนดี๊ดี " จุดกำเนิด iceicy's blog Dhamma"
ครบรอบ ๗ ปี แล้วค่ะ"

คนมาจากไหน?
เริ่มจาก เกิด แก่ เจ็บ และก็ตาย
คนก็หายไป !!...แต่ความดีไม่เคยหายไปด้วย..
ทุกคนจำวันเกิดตัวเองได้ไหม... ก็คงจำได้กันหมดอะน่ะ
เคยคิดจะทำอะไรดีดี....
ให้กับตัวเองและคนอื่น..ในวันครบรอบวันเกิดของตัวเองไหมค่ะ?

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. ๒๕๔๙ (๗ ปีได้ผ่านมาแล้ว)
ฉันได้ทำสิ่งที่ชอบ และชอบในสิ่งที่ฉันได้ทำ
สิ่งนั้น คือ " บล๊อกเกี่ยวกับหลักธรรมข้อคิดต่างๆ "
เริ่มจากทำไม่เป็น ลองผิดลองถูก ทำจนสำเร็จ
ทั้งนี้ ขอขอบพระคุณ " กำลังใจ " คนรอบข้าง
และทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม iceicy's blog Dhamma น่ะค่ะ
(ซึ้งน่ะซึ้งน่ะเนี่ย!!!!)
<

วัตถุประสงค์ iceicy blog Dhamma
1. เพื่อเผยแพร่และสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่กับประเทศไทย
2. เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนา
3. เพื่อแบ่งปันความรู้ทางพระพุทธศาสนา และแลกเปลี่ยนข่าวสารทั่วไป
4. สรรเสริญบุคคลที่ควรสรรเสริญ ยกย่องบุคคลที่ควรยกย่อง

Google



Link to us:
ท่านสามารถนำ code ของ banner นี้
ไปติดที่เว็บของท่านได้ตามสะดวกน่ะค่ะ
ขอขอบคุณและขออนุโมทนามา ณ ที่นี้ด้วยน่ะค่ะ

Iceicy blog dhamma



New Comments
Friends' blogs
[Add lcelcy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.