CandyBee
Group Blog
 
All blogs
 

พุดดิ้งนมถั่วเหลืองกับซอสเสาวรสสดจากไร่^_^





มาอีกแล้วค่า...ช่วงนี้ขยันอัพบล๊อกมาก
วันนี้ถึงคิวพุดดิ้งนมถั่วเหลือง กับซอสเสาวรส
จริงๆแล้วขนมชุดนี้ทำไว้ตั้งนานแล้วค่ะ ลงในหนังสือกุลสตรีเมื่อหลายเดือนก่อน
หลายๆเมนูทำเอาไว้รอให้หนังสือออกก่อนแล้วค่อยอัพขึ้นบล๊อกค่ะ
มีค้างอยู่ในสต๊อกเป็นสิบๆเมนูเลย

พุดดิ้งถ้วยนี้ทำง่ายจนน่าจะเรียกว่าง่ายจนง่อย
เพราะไม่ได้มีอะไรเล้ยยยย คนๆแล้วเท
อาศัยสีสวยเครื่องเยอะ แต่ความอร่อยสวนปรี๊ดกับความง่ายนะเออ
ขนมแนวนี้เหมาะกับเมืองไทยมากเพราะร้อนกันทั้งปี
รสชาติพุดดิ้งจะเนื้อเนียนๆเด้งๆรสหวานน้อยๆเจือความมันของนมถั่วเหลือง
ตัดกับซอสเสาวรสที่มีรสเปรี้ยวหวานหอม แจมด้วยสตอรว์เบอร์รี่และเนื้อส้มสด
อ่าห์...ชื่นใจ



ส่วนประกอบ

นมถั่วเหลือยยูเอชที 250 มิลลิลิตร
เจลลาตินผง 1 ช้อนโต๊ะ
เสารส 1 ลูก
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
ผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยว






เทนมถั่วเหลืองใส่ภาชนะค่ะ ช่วงนี้ไม่ได้ถ่ายภาพมา เราใช้นมถั่วเหลืองรสหวานแบบกล่องที่หาซื้อได้ทั่วไปนะคะ
จากนั้นเอาเจลาตินผงผสมกับน้ำร้อน คนให้เข้ากันแล้วเทใส่ในนมถั่วเหลือง
จัดแจงเทใส่ถ้วยไม่ต้องเต็มนะคะ แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นให้เซ็ตตัวประมาณ 2 ชั่วโมง




ระหว่างรอพุดดิ้งเซ็ตตัวก็หันมาทำซอสเสาวรสกันค่ะ ผ่าออกมาครึ่งๆแบบนี้
แล้วแคะเมล็ดกับน้ำออกมา เสาวรสเป็นผลไม้ที่หอมมากๆค่ะ ด้วยความรู้สึกส่วนตัว
เราว่าเสาวรส น้ำฝรั่ง และน้ำสับปะรด มีรสชาติที่ดี และมีกลิ่นหอมมากๆ เหมาะสำหรับทำซอสขนม
หรือเอามาผสมในเครื่องดื่มเป็นที่สุด





เทใส่หม้อ เคียวกับน้ำตาล อาจจะเหยาะเกลือเล็กน้อยก็ได้ค่ะตัดรส





พอพุดดิ้งเซ็ตตัว ก็เอาซอสมาหยอด......จรู๊ดดดดด





เอาผลไม้มาแปะ เราใช้เนื้อส้มแกะเปลือกในมันออก แล้ววาง.....แหมะ





ประดับประดาด้วยผลไม้ตามฐานะจะอำนวย เพื่อเพิ่มความหรูหรา (เมนูนี้ทำหน้าสตอร์วเบอรี่ แพคที่ซื้อมา 20 บาทเองค่ะ)





ตัดออกมาเนื้อพุดดิ้งจะเด้งๆ เนียนๆ .......แผล่บ





พุดดิ้งยิ้มหน่อยจ้า...............แช๊ะ!!!

อยากจะเม้าท์ต่อแต่มันหมดแล้วค่ะ
จะทำง่ายไปไหนเนี่ย !!!




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2553 22:14:46 น.
Counter : 8503 Pageviews.  

หนูน้อยเหงือกแดง กับสละลอยแก้ว





วันนี้จะมาเล่านิทานประกอบริวิววิธีทำสละลอยแก้วค่ะ
ก๊อปปี้แบบหลุดๆรุ่ยจากต้นฉบับหนูน้อยหมวกแดงแบบหน้าด้วนด้วน
ฟังให้มึนกันไปข้างนึง ฟังเสร็จแล้วเชิญรับยาที่ห้องจ่ายยาชั้น 18 ครึ่ง ด้วยค่ะ

หมายเหตุ : นิทานได้แรงบันดาลใจมากจากข้าวเหนียว 5 หรือ 7 สีนี่แหละ จากบล๊อกคุณโปแป้งค่ะ
แต่นิทานของคุณโปแป้งคุณแม่เล่าได้อย่างจับใจ มีคติสอนใจ เทียบกับของเราแล้วสูสีกันมาก เหมือนหน้ามือกับหลังแมว(คงจะจำแนกออกว่าเรื่องไหนควรเป็นหลังแมว!!!)

ตัดฉับกลับมาที่ที่มาที่ไปกันก่อน
วันก่อนโน้นเปิดพันทิปห้องก้นครัว เจอกระทู้คุณต้มยำทะเลมาสอนคว้านสละให้ดู
โอ้โหสุดจะทึ่ง นั่งทำตาปริบๆ แกะได้ไงเนี่ย?
(เอามือทาบอบแล้วอุทาน เมพขริง ขริง!!!)
คุณต้มยำทะเลบอกว่าง่ายมากๆ แกะแป๊บเดียวเอง...เราก็หลงเชื่อทันที !!!
ประจวบเหมาะกับช่วงนี้สละชุกชุม ที่บ้านซื้อมาทานกันเป็นล่ำเป็นสัน
เหลือบไปเห็นเข้า เลยลองคว้านเม็ดดู อ่อ..ต้องใช้มีดคว้านนะคะ มีดอย่างอื่นไม่น่าจะเวิร์ค
บ๊ะ!!! ทำได้ด้วย ดีใจมาก เลยลองทำเป็นสละลอยแก้วดูรสชาติดีมากค่ะ(เสต็ปเดิม ทำเอง กินเอง ชมตัวเอง 555)
สละชุดนี้เป็นการทำครั้งที่ 2
ครั้งแรกทำแล้วแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา
ครั้งนี้ทำแล้วแช่ช่องแข็ง ปรากฎว่าเราชอบแบบแรกมากกว่า
เพราะเนื้อจะไม่เละ และรสชาติดีกว่าค่ะ
แต่บางคนอาจจะชอบแบบมีเกล็ดน้ำแข็งแทรก อันนี้แล้วแต่รสนิยม ชอบแบบไหนแช่แบบนั้นก็แล้วกันค่ะ



ส่วนประกอบ

สละ 1 kg.
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
น้ำตาล 1 1/2 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา

เตรียมของพร้อมแล้วก็มาล้อมวงฟังนิทานกันค่ะ






เรื่องมันมีอยู่ว่า ณ ป่าชายเลนแห่งหนึ่ง มีเด็กน้อยคนหนึ่งมีนามว่าหนูน้อยเหงือกแดง
หมายใจว่า วันนี้จะไปเยี่ยมยายจ๋าที่ป่าโกงกางฝั่งขะโน้น
ไหนเลยจะไปมือเปล่า เลยตั้งใจจะทำสละลอยแก้วไปฝากยายจ๋าด้วย





เลยแต่งชุดเหมดพร้อมเสียมคู่ใจออกไปขุดสละมา 1 กิโลโดยประมาณ
แล้วก็เอามาแกะเปลือก (ขั้นตอนนี้ทำยังไงไม่รู้เพราะหนูน้อยเหงือกแดงให้คนอื่นแกะให้ !!!)





ครั้งจะลอยแก้วมันทั้งเม็ด หนูเหงือกต้องโดนยายจ๋าเขกหัวแน่ๆ เลยเปิดอินเตอร์เน็ตหาวิธีคว้านสละได้วิธีดังนี้
ผ่าตามยาว(หรือเปล่า?)ที่ตูดสละ แล้วเอามีคว้านแซะให้ลึกและแนบเม็ดที่สุด
ช่วงเวลานี้ต้องใจเย็น ถ้ารีบมากจะป่นปี้ คุณยายอาจจะคิดเอาว่าหลานเหงือกใช้รองเท้าเบอร์แปดหยิบจับอุปกรณ์แทนมือ





แซะจนหนำใจหันกลับมาอีกด้าน เอามีคว้านอันเดิมเเทงแล้วแซะคว้านรอบๆ





จากนั้นใช้มีดคว้านดันเม็ดปลิ้นปรู๊ดดดออกมา
ณ จุดนี้หนูเหงือกคลิกกลับไปดูต้นฉบับมัน...อ้าว...สลับกันนี่หว่า?
ของเดิมเขาแซะด้านบนก่อนผ่าตูด แถมเอาไม้เสียบลูกชิ้นแทงออกมาดูสวยงาม
มิน่าเล่า....ทำหน้ามึนแล้วคว้านต่อไป





แกะจนหมด 1 กิโล ได้สละคว้านเม็ดที่หน้าตาเหมือนต้นไม้กินคน หนูเหงือกดีใจขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึก.....แช๊ะ!!!





แล้วจัดแจงต้มน้ำให้เดือด ใส่น้ำตาล(อ่อ หนูเหงือกใช้น้ำตาลทรายแดงเพราะหอมค่ะ) และเกลือลงไปคนให้ละลาย ต้มจนเดือด





ระหว่างนี้ก็นั่งเรียงสละใส่กล่อง พอน้ำเชื่อมเดือดแล้วทิ้งไว้ให้เย็นสักพัก แล้วค่อยเทใส่กล่องสละ
อย่ารีบเทเหมือนหนูเหงือก เพราะกล่องพลาสติกบางอันมันไม่ทนความร้อน เทปุ๊บเหี่ยวปั๊บเป็นที่อุจาดตา แลอดสูยิ่งนัก
เสร็จแล้วปิดฝาแช่ตู้เย็นค่ะ 2 ชั่วโมงก็กินได้แล้ว





หนูเหงือกทำเสร็จแล้วก็ใส่ตระกร้าปิคนิคคลานศอกไปหายายจ๋าที่ป่าโกงกาง
ไปถึงจัดแจงทุบน้ำแข็งโครมๆแล้วประเดใส่ลงไปในสละลอยแก้ว จัดเสิร์ฟสวยงาม...

"นี่ค่ะยายจ๋า"





ยายจ๋ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ภูมิใจในตัวหลานเหงือกมากไม่คิดว่าเด็กที่ดูยิ่งเรียนยิ่งโง่ยิ่งโตยิ่งเซ่อ(เอ๊ะทำไมรู้สึกร้อนวูบวาบที่เนื้อตัว)จะทำอาหารให้ทานได้

แล้วยายจ๋าก็พูดว่า...
....
....
....
....
....
....

"เอาไปแช่ช่องควิดไว้ก่อน ยายเพิ่งกินหมาป่าเข้าไป ยายอิ่ม~~~"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเสิร์ฟสละลอยแก้วตอนที่คุณยายเพิ่งทานหมาป่าเข้าไป เพราะคุณยายอิ่ม!!!

...
ตะแลน ตะแลน ตะแลน ตะ แลน ต๊ะ ล่ะ แหล่น แลน แล๊น~~~~

"เชิญรับยาที่ชั้นสิบแปดครึ่ง แล้วมาพบหมอตามนัดนะค๊ะ"




 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2553 14:04:01 น.
Counter : 1533 Pageviews.  

บราวนี่หมีทรมาน




วันนี้จิตใจฮึกเหิม เข้าครัวอบบราวนี่ค่ะ
ถาดนี้เป็นบราวนี่ถาดที่ 2 ในชีวิตที่กินได้ มันกินได้ ฮือๆๆๆดีใจมากๆ
ถ้าย้อนกลัวไปดูเค้กแก้วกระจิดริดของเรา มันออกแนวทำ(ลาย)อาหารมากกว่า ทำอาหาร
ณ จุดนั้น เป็นการทำขนมแบบวิงเวียนและมึนงงมาก
อย่างที่เคยบอกหลายๆคน เราง่อยเรื่องเบเกอรี่มาก แถมอุปกรณ์ก็แลดูก๊องแก๊ง เว้าแหว่ง
แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ เลยหาสูตรเค้กที่ชาวบ้านเขาบอกว่าง่ายที่สุดมาลองทำ
ปรับสูตรนิดหน่อย (ปรบมือให้กับความใจกล้าหน้าด้านของตัวเอง...เพิ่งหัดทำยังจะอาสูตรเขามาปรับอีก)
สูตรมาจากหลายสำนักมากค่ะ เท่าที่จำได้คือมีจากบล๊อกคุณปุ๊ก และอีกหลายๆท่าน
ไม่ขอลงสูตรดั้งเดิมนะคะ เพราะสงสารเจ้าของสูตร อาจจะตกกะใจ ต๊ายตายเอาสูตรฉันมาทำอะไรแบบนี้เนี่ยเธอ??
แต่ขอขอบพระคุณเจ้าของสูตรแทนแล้วกัน เราถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคุณครูของเราค่ะ ขอบคุณค่ะคุณครู๊

อ่ะวนมาเรื่องบราวนี่ต่อ พอทำออกมาพอกินได้ก็ดีใจถ่ายภาพ แล้วรีบโพสลง FaceBook
ตั้งใจว่าจะเอามาโพสลงบล๊อกในวันใดวันหนึ่ง แต่เพื่อนรักใส่คอมเม้นต์มาขอให้บอกวิธีทำหน่อย
ดีใจจัด เหมือนได้กินดีหมีหัวใจเสือ ถ่างลูกกะตาพิมพ์สูตร และแต่งภาพลงบล๊อกให้เพื่อนดู
...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาตีสี่กว่าๆก็ตาม แล้วก็ทำไม่เสร็จ มาอัพเอาวันนี้

สูตรนี้ประเดชอกโกแลต และลดน้ำตาลเพราะต้องการความขมปี๋
เป็นรสนิยมส่วนตัว...เนื่องจากเป็นคนอ่อนหวาน...ฮิ ฮิ ฮิ๊ววววววววว
แต่เดี๋ยวจะวงเล็บเพิ่มน้ำตาลสำหรับคนหวาน หวาน เอาไว้ให้ด้วยนะจ๊ะ

ส่วนชื่อบราวนี่หมีทรมาน เพราะวันนี้ลากพี่หมีเฮนรี่มาทรมานทำขนมด้วย
อบกันตอนกลางคืนนะคะ ภาพถ่ายอาจจะดูทะมึนไปนิด
แล้วหน้าตาอาจจะประหลาดไปสักหน่อย
ดังนั้นบราวนี่วันนี้อาจจะมีหลายคนเข้ามา เอ๊ะ อุ๊ อิ๊ อ๊ะ ทำไมมันเป็นแบบนี้ นี่มันอะไรหว่า???
เชิญวิจารณ์ได้ตามอัทธยาศัยค่ะ เรามือใหม่กับเบเกอรี่มากๆ
ยินดีน้อมรับคำแนะนำ ติชมเพื่อเอาไปปรับปรุงแก้ไขค่ะ


ส่วนประกอบ

แป้งสาลี 1/2 ถ้วย
โกโก้ผง 1/2 ถ้วย
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
(ขอบอกว่าที่บ้านไม่มีช้อนตวงเลยล่อช้อนกาแฟ ซึ่งมันคงจะมากไปเลยฟูซะ)
เนยละลาย 8 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายละเอียด 3/4 ถ้วย (ถ้าชอบหวานใช้เป็น 1 ถ้วยค่ะ)
ไข่ไก่ที่อุณหภูมิห้อง 3 ฟอง
กลิ่นวานิลา
ดาร์กชอกโกแลตสับ หรือชอกชิป 3/4 ถ้วย (ถ้าไม่ชอบขมก็ลดได้ค่ะ)
ไมโลผง 1/2 ถ้วย (ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
ไอซิ่งแต่งหน้า

หมายเหตุ
- เราใส่ไมโลเพิ่มเพราะเคยกินบราวนี่ที่ Chico แล้วหอมกลิ่นไมโลมากๆ นั่งกินกับน้องๆทำจมูกฟุดฟิต นี่มันกลิ่นไมโล เลยลองเอามาใส่ด้วยค่ะ แล้วมันก็หอมจริงๆด้วย
- เราไม่ชอบกินถั่วหนืดๆ เลยไม่ได้ใส่ถั่ว อัลมอนต์ หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ค่ะ ถ้าใครชอบก็โรยก่อนเอาเข้าอบค่ะ แต่ตะกี้นึกขึ้นมาได้ว่าถ้าขอบถั่วกรอบๆก็สับโรยหน้าตอนเสิร์ฟก็ได้






ก่อนอื่นวอร์มเตาอบที่180 องศาเซลเซียสค่ะ แล้วก็เอาเนยมาละลาย





เตาอบบ้านเราเป็นแบบนี้ค่ะ มีฝาด้านบนด้วยเอาไว้ทำอาหารอย่างอื่นพร้อมกับอบอาหารด้านใน
ซึ่งมันไม่ค่อยเหมาะที่จะอบเค้ก เพราะอุณภูมิมันไม่สม่ำเสมอเอาซะเลย
มันเหมาะกับพวกเนื้อสัตว์ด้านในแล้วด้านบนทำอะไรปิ้งๆกินมากกว่า แต่ไม่ได้ย่อท้อ หลับหูหลับตาทำต่อไป
จงมองหาข้อดีของมัน ด้านบนเอาน้ำเทใส่แล้วตุ๋นเนย หรือชอกโกแลตให้ละลายได้
คือจริงๆแล้วแราต้องเอาผงโกโก้มาผสมกับเนยละลาย แต่เราลืมน่ะค่ะ ร่อนไปกับแป้งแล้ว
ก็ทำหน้ามึนเหมือนเดิม แล้วหลับหูหลับตาทำต่อไป....T^T ฮา





พอเนยละลายแล้วก็ตั้งทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงแล้วหันมาร่อนแป้ง
เอาแป้ง + เกลือ + ผงฟู + ผงโกโก้มาร่อนเข้าด้วยกันพักไว้
* หมายเหตุ ผงโกโก้ไม่ต้องร่อนก็ได้ แยกเอาไปผสมกับเนยละลายได้เลย





หันมาตีไข่กับน้ำตาลให้เข้ากันแล้วเหยาะวานิลาลงไป





หน้าตาวานิลาที่เราใช้ หอมมากมีเม็ดเล็กๆด้วย อันนี้ถ่ายตอนกลางวันค่ะ
ส่วนตุ๊กตา(ผี)พราย คู่แข่งตุ๊กตาบลายธ์ หล่อนมาได้ยังไง ยังไง ยังงายยย???





พอดีไข่กับน้ำตาลเข้ากันแล้วก็ตามด้วยเนยละลาย





ตีเข้ากันแล้วก็เทแป้ง + เกลือ + ผงฟู + ผงโกโก้ ที่ร่อนเอาไว้เทลงไปทีละครึ่ง
ใช้พายยางตะล่อมๆคนๆให้เข้ากัน (แล้วทำไมในภาพเป็นที่ตีไข่???)...ขออภัยในบางลีลา -_-"





ตามด้วยไมโล...อะจึ๋ย ไม่ใช่ไอ้ตัวนี้...หลบไปก่อนเลยน้อง





ที่บ้านไม่มีชอกโกแลตชิป เลยใช้ดาร์กชอกโกแลตสับเองกะมือ หน้าตาแฮนด์เมดมาก
เทลงไปโลดดดดแล้วก็คนๆให้เข้ากัน





ทาเนยที่พิมพ์ให้ทั่ว เราใช้แบบสปริงฟอร์ม (เขาเรียกแบบนี้หรือเปล่า?) ที่มันแยกชิ้นได้น่ะค่ะ
แล้วเทแบตเทอร์ลงไป (แป้งเหลวๆเขาเรียกว่าแบตเทอร์ใช่ไหมคะ?....ฮ่าเริ่มงงกับตัวเองแล้ว)
วันนี้ออกแนวมึนงงมากเพราะมือใหม่กับเบเกอรี่จริงๆค่ะขออภัย (พยายามใช้ศัพท์เบเกอรี่อีกต่างหาก)
จะเห็นว่ามันมีฟองเต็มเลย เคาะแล้วเขี่ยแล้วก็ไม่หมด สงสัยว่าเป็นอิทธิฤทธิ์ของผงฟู หรือเจ้าแม่อะไรสักอย่าง(..ก็โบ้ยไปเรื่อยน้อ)






เอาเข้าเตาอบ 40 นาที แล้วเอาออกมา ลองเอาไม้แหลมจิ้ม เนื้อเค้กไม่ติดมาก็แปลว่าสุกขีหมีกินได้ !!!





หน้าเค้กจะวาวๆ หนึบๆ กรอบนิดค่ะ กลิ่นหอมตลบอบอวนไปทั่วบ้าน เหมือนรถขนไมโลมาคว่ำกลางบ้าน





ทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วแกะออกจากพิมพ์ ถ่ายภาพตรงนะคะ แต่เค้กมันฟูแบบเอียงๆ ฮ่าาาาา





เราทิ้งไว้ข้ามคืน เนื้อเค้กอร่อยกว่าแบบกินประเดี๋ยวนั้น
ขอบรรยายสรรพคุณหน่อย เค้กเนื้อจะแน่นค่ะ แล้วชอกโกแลตสับที่เราใส่ลงไปส่วนใหญ่มันจะไปกองๆอยู่ตรงก้นถาด
มันยังเป็นก้อนๆอยู่นะคะ ไม่ละลาย เนื้อตรงนั้นจะกรอบเข้มข้นมาก.....อ๊ากซ์ หิวววววววว





ถึงหน้าตาจะขี้เหร่ แต่เราซ่อมได้ โฮะๆๆ ตัดออกมาแล้วเอาไอซิ่งโรยกลบเกลื่อน เจาะรูแล้วเสียบไปสาระแหน่ลงไป
ไม่รู้ว่าคนอื่นมองเป็นแบบไหน แต่เราตู่เอาเองว่ามันหน้าตาดูดีขึ้นเป็นกอง ฮี่ ฮี่





พี่หมีเฮนรี่มาเสิร์ฟแล้วคร๊าบบบ

ลองทำกันดูนะคะ สนุกมากๆแล้วก็อร่อยมากๆด้วย
สำหรับเรา เบเกอรี่เป็นสิ่งใหม่มากๆ และมหัศจรรย์มากๆค่ะ เพราะมันฟูได้(....พยายามเก็บอาหารตื่นเต้นแต่เก็บไม่อยู่จริงๆ ฮ่าๆ)
คือมันเหมือนการทดลองวิทยาศาตร์ เอาไอ้โน่น ผสมไอ้นี่ แล้วหน้าตามันเปลี่ยนไป
มันฟูได้!!! โอ้มายบุ๊ดด้าห์!!! มันฟูได้!!!

สุดท้ายฝากถึงเพื่อนรัก นุ๊ก โจอาคิม หลานลูคัส และเอมิลี่
สูตรนี้รีบลัดคิวลงให้เพื่อนเลยนะ หวังว่าเพื่อนคงเอาไปทำเป็นอาหารให้สามี และลูกๆกินได้ แบบไม่มีการบ้วนทิ้งนะเออ
ขอให้สนุกสนาน จุ๊บ จุ๊บ




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2554 9:48:34 น.
Counter : 999 Pageviews.  

ไก่เก็บส้ม




ไก่เก็บส้มเป็นเมนูที่ทำเอาไว้ตั้งแต่ตรุษจีนค่ะ
เป็นเมนูหนึ่งที่ทำลงนิตยสารกุลสตรี
ทำไว้ตั้งนานแล้วเพิ่งได้กฤษ์เอามาลง
จุดประสงค์หลักของเมนูนี้คือ
นำของที่เหลือจากเทศกาลตรุษจีนมาทำเป็นอาหารจานใหม่
ออกแนวมุบมิบเพี้ยง เสกพรึ่บ ได้อาหารจานใหม่ขึ้นมา

เมนูไก่เก็บส้มนั้น เราประยุกต์จาก "ม้าฮ่อ"
ปรับอะไรหลายๆอย่างมาก แต่ยังเหลือเค้าโครงเดิมๆบ้าง
ส่วนรสชาติจะยังคงคล้ายกับม้าฮ่อคือ หวานเค็มเปรี้ยว
ส้มที่ใช้ควรจะมีรสหวานอมเปรี้ยว มันจะตัดกับรสไก่ที่เค็มๆหวานได้ดีค่ะ
ทานแล้วเหมือนอาหารคาวที่ให้ความสดชื่น...บรรยายแปลกๆแฮะ
ตัดฉับเข้าวิธีทำเลยดีกว่าค่ะ



ส่วนประกอบ
ส้ม
ไก่ต้ม
หมี่ขาวทอดกรอบ
กระเทียม
พริกไทย
น้ำตาลปี๊บ
ซีอิ๊วขาว
น้ำมันพืช
พริกและผีกชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ





ส้มที่ใช้วันนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่ภาษาอังกฤษน่าจะเรียกว่าส้มแมนดาริน(มันเป็นภาษาอังกฤษตรงไหนเนี่ย???)
ส่วนด้านขวาเป็นส้มสายน้ำผึ้ง...หรือเปล่า???...โอยยงง





ชอบสีของส้มมาก เลยถ่ายมาอีก จริงๆถ่ายเอาไว้เยอะมาก ถ้าเอามาลงหมดต้องโดนประนามแน่ๆ





หมี่ขาวทอดกรอบ ทอดในน้ำมันเยอะๆหน่อยค่ะใช้ไฟแรงๆ อย่าโยนลงไปเยอะเดี๋ยวมันจะไหม้ ของเราก็เกือบๆแล้ว





ใช้ไก่ต้มไหว้เจ้าปกติทั่วไปค่ะ ถ้าใครอยากทำแต่ไม่มีเทศกาลไหว้เจ้า
ให้รอกินตรุษจีนปีหน้า...อ่ะเค้าล้อเล่งงงงง ใช้ไก่ดิบก็ได้ค่ะ





เรามาเริ่มจัดการเลาะไก่ วันนี้ใช้น่องติดสะโพก เราก็ตัดตรงช่วงรอยต่อ
ใช้มีดหั่นออกตรงนั้น ง่ายมากๆ ค่ะ





แล้วก็หั่นเป็นชิ้นพอคำค่ะ





หั่นเสร็จหันมาตั้งกระทะเจียวกระเทียมให้หอมเป็นสีเหลืองกรอบ




ใส่พริกไทย ซีอิ้วขาว น้ำตาลปี๊บ แล้วใส่น้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย
เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเป็นมันข้นขึ้น ชิมรสให้ออกหวานนำ
ตักออกใส่ถ้วยเอาไว้นิดหน่อยค่ะ เอาไว้เป็นซอสหยอดหน้า





หน้าตาประมาณนี้ค่ะ





ส่วนที่เหลือในกระทะก็เอาไก่เทลงไปผัดจนเหลือแห้ง(ไม่ต้องแห้งมากนะคะเดี๋ยวเหนียวเกิน)





หันมาแกะส้มเตรียมประกอบร่าง (หาเรื่องแปะรูปส้ม...)





ผ่าครึ่งตามแนวนอน แล้วแคะเม็ดส้มออกให้หมดค่ะ





วางส้ม หมี่ขาวทอดกรอบ ไก่ หยอดซอสนิดหน่อย แล้วแต่งด้วยใบผักชี และพริกซอยค่ะ





อันนี้เป็นแบบผ่าแบ่งกลีบส้มค่ะ





ภาพสุดท้ายแล้ว เมนูนี้ทำไมยากค่ะอร่อยมากๆด้วย
ทำเอง กินเอง ชมเอง ฮ่าๆๆๆๆ
งวดหน้ามาใหม่ งวดนี้สวัสดีค่ะ




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 9 กรกฎาคม 2553 3:44:49 น.
Counter : 1284 Pageviews.  

เมนูตะวันตกพบตะวันออก



"เมนูตะวันตกพบตะวันออก" ตั้งชื่อซะอื้อหือ...แปลว่าอะไรล่ะนั่น
เมนูนี้มีชื่อเป็นภาษาต่างด้าวว่า "East Meets West Spaghetti" ค่ะ
จริงๆเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อว่าอย่างไรดีมากกว่า
เพราะอาหารช่วงหลังๆจะไม่ได้เป็นอาหารแบบดั้งเดิม
ถ้าโชคดีหน่อยก็จะออกแนวฟิวชั่นฟู๊ด ถ้าโชคร้ายก็จะคิดขึ้นมาเองใหม่หมด
เลยจนปัญญาจะตั้งชื่อ -_-''

จานนี้ทำง่ายไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแต่อย่างใด
รูปในขั้นตอนกระบวนการผลิตจึงมีอยู่อย่างกระจุ๋มกระจิ๋ม
หนักไปทางภาพตกแต่ง พร้อมเสิร์ฟมากกว่า
ภาพชุดนี้แสงโอเว่อร์มากๆค่ะเพราะพื้นก็ขาวจานก็ขาวกระจ่อกวอก
ก็โทษนั่นโทษนี่ไปเรื่อย แหะๆ แต่ไม่โทษตัวเอง >3<
อย่างไรก็ต้องขออภัยหากแสงของเมนูนี้ไปทิ่มตาท่านผู้ชมค่า...



ส่วนประกอบ

เส้นสปาเก็ตตี้ต้มสุก
สาหร่ายวาคาเมะสดหั่นหยาบ
เห็ดหอมสดสไลด์บาง
กุ้งผ่ากลาง
กระเทียม
ปลาคัตสึโอะขูด
น้ำมันงา

ตัวซอส
โชหยุ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 1ช้อนชา

วิธีทำ





ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้สุกกว่าปกติ พอได้ที่แล้วสะเด็ดน้ำเอาไปคลุกในน้ำมันงาเล็กน้อยค่ะ




ระหว่างต้มเส้นก็หันมาเตรียมของ เอาสาหร่ายหั่นหยาบไปลวกน้ำร้อน แล้วก็เห็ดหอมก็เอาไปผัดกับน้ำมันให้สุกค่ะ ส่วนกุ้งก็เอาไปย่างบนกระทะ ย่างไปก็จัดท่าไปด้วยให้กุ้งตัวตรงๆหน่อยค่ะ ไม่ได้ให้ประโยชน์ด้านใดนอกจากความสวย




อ้าวลืมย่างกระเทียม ... เอาไปย่างบนกระทะพร้อมๆกับกุ้งได้เลยค่ะ





ระหว่างย่างก็หันมาทำซอสกัน เอาโชหยุ + น้ำตาลทราย + น้ำมันงา มาตั้งตั้งไฟคนจนน้ำตาลละลายก็ใช้ได้ค่ะ ถ้าใครชอบรสเปรี้ยวก็ใส่น้ำส้มสายชูเพิ่มได้ค่ะ




จัดเสิร์ฟได้แว้ววววว อันนี้เป็นหน้าตาแบบรวมเหล่า วางเส้นไว้ด้านล่าง เอาเครื่องเคราต่างๆแหมะเรียงๆกัน โรยทับด้วยปลาคัตสึโอะขูด เหยาะซอสที่ทำตะกี้ลงไป เหยาะมากเค็มมาก เหยาะน้อยเค็มน้อย(จะบอกทำไม?)




จริงๆมันควรจะจบตั้งแต่ตรงนี้แล้ว แต่ดูโหวงเหวงเกิน เลยเอาตูดกุ้งมาให้ดูเป็นขวัญตา




ทำไปทำมาคิดได้ว่า เอามาแยกกันก็ได้นิ อันนี้เป็นแบบเสิร์ฟแยกร่างค่ะ




แยกร่างแบบเอียง 45 องศา 37 ลิปดา 98 องศาตะวันออก ทำมุมอะซิมุตที่ 48.58 กับต้นมะอึกที่อำเภอลำลูกกา...มันก็แพล่มไปได้เนอะ




แยกร่างแบบเห็ด เห็ด




แยกร่างแบบกุ้ง กุ้ง




แยกร่างแบบสาหร่าย สาหร่าย




...ทนตัวเองไม่ได้แล้ว ไปดีกว่า แล้วเจอกันค่ะ




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2553 21:57:50 น.
Counter : 687 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

CandyBee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





สวัสดีทุกๆคนที่หลงคลิกเข้ามาในนี้นะคะ
ถึงวันนี้คงไม่มีอะไรจะบอกไปมากกว่า
คำว่า "ขอบคุณ" ทุกคนที่คลิกเข้ามาเยี่ยม
ที่มีคอมเม้นต์ไว้ เราก็แวะไปเยี่ยมเยียน
เปิดได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่เน็ตรุ่นเต่า
ขาด้วนของที่บ้านเราจะอำนวย...
ทุกอย่างที่ทำลงบล๊อกนี้ ทำด้วยความตั้งใจ
อยากให้อาคันตุกะที่คลิกเข้ามาได้อ่าน
ได้เห็นแล้วรู้สึกสุขใจ ยิ้มบ้างขำบ้าง
เราคนทำ ก็มีความสุขแล้วค่ะ ขอขอบคุณ
ทุกท่านอีกครั้งที่ติดตามผลงานนะคะ



ภาพและข้อเขียนที่ปรากฏในเวปไซด์แห่งนี้เป็นของ
Candybee แต่ผู้เดียว ผลงานได้รับการคุ้มครองตาม
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 ห้ามทำการแอบ
อ้างใช้ หรือดัดแปลง หรือกระทำการใดๆเพื่อก่อให้
เกิดความเสียหายแก่เจ้าของผลงานโดยมิได้รับอนุญาติ
จากเจ้าของที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเด็ดขาด

Friends' blogs
[Add CandyBee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.