CandyBee
Group Blog
 
All blogs
 

เครปสลับ สลับ กับแฟนคลับ 2 คน






ไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอะไรดี ชื่อจริงๆมันคงจะมีนะคะ แต่เราไม่รู้

เลยตั้งชื่อเอาตามใจชอบ (ถนัดนักเรื่องแบบนี้) เหมือนเคยได้ยินแว่วๆ

ว่าเค้กเครป หรือ เครปเค้ก...โอ้ยยย งง เอาเป็นว่ามันเป็นเครปสลับชั้น

ระหว่างครีมกับ กีวี ราดด้วยคาราเมลส้ม.....เท่านั้นแหละค่ะ



ส่วนผสมแป้ง
1.แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1/2 ถ้วยตวง
2.เกลือ เล็กน้อย
3. ไข่ไก่ 3 ฟอง
4.นมจืด 1 ถ้วยตวง
5. เนย 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
7.Midori Melon Liqueur 2 ช้อนโต๊ะ*
* ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ หรือจะใส่เหล้ารสอื่นก็ได้ ที่เหมาะๆน่าจะเป็นรสส้มมากกว่า
แต่ที่บ้านมีรสเมลล่อน เลยเอาอันนี้แหละ







วิธีทำแป้งเครป

เอาทุกอย่างยกเว้นเนย ปั่นในเครื่องปั่นผสมอาหาร พอเข้ากันดีแล้วก็เทเนยลงไปปั่น

พักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ตั้งกะทะก้นแบนไฟอ่อนๆ ใส่เนยเล็กน้อย เทแป้ง

แล้วกรอกแป้งให้บางทั่วๆกะทะ กลับแป้งให้สุกทั้ง 2 ด้าน....แต่ แต่ครับแต่ อันนี้มันเป็นวิธี

ของบ้านที่มีอุปกรณ์ครบ ที่บ้านเราไม่มีกะทะก้นแบน มีแต่กะทะผัดผักก้นลึกๆ ใช้ได้นะนั่น

แต่ข้อมือต้องเซียนนิดนึง เทแป้งแล้วต้องหมุนกะทะให้เร็ว จะออกมาเป็นแผ่นบางเท่ากัน

แต่ขนาดไม่ต้องพูดถึง...- _ -" เราเอาพิมพ์ขนมพายมากดอีกที จะได้แป้งเครปกลมเด๊ะ เท่ากัน

ทุกแผ่น ส่วนขอบ เอามาราดคาราเมล แล้วแบ่งให้แฟนคลับส่วนตัวกิน...( ส่วนดีก็ให้กินนะ

ไม่ได้ให้กินแต่ขอบหรอกน่า... )





โฉมหน้าแฟนคลับส่วนตัว น้องริว กับน้องรัน ฝาแฝดบ้านตรงข้าม (นับอายุก็เป็นหลานเราแล้ว

แต่เราบังคับให้เรียกเราว่าพี่...ฮิ ฮิ)



ส่วนประกอบอื่นๆ
1. วิปปิ้งครีม 250 ml.
2. กีวีฟรุ๊ต
3. คาราเมลส้ม**
**สูตรคาราเมลส้ม จะเอามาลงทีหลังนะคะ เป็นสูตรที่ทำง่าย
อร่อย แถมยังสารพัดประโยชน์อีก






ตีวิปปิ้งครีมจนมันเป็นครีม(..งง) แบบอยู่ทรง เราตีนานไปมันแยกตัวไปนิดนึง

ถ้าจะให้อยู่ทรงนานๆ ต้องใส่เจลาติน (อ่านมาจากตำรา...ไม่เคยทำค่ะ เอา

เป็นว่าถ้าได้ลองทำจะเอามาโพสบอกอีกที)





ละเลงวิปครีมบนแผ่นเครป แล้วแปะด้วย กีวีฟรุ๊ต




แปะแผ่นเครปราดคาราเมลพองาม




ทำสลับ สลับ สลับไปสลับมา จำนวนการสลับขึ้นอยู่กับความมูมมามส่วนตัว




เสร็จแล้วจ้ะ




จะเอามาทำเป็นแบบนี้ก็ได้




ปิดท้ายด้วยภาพน้องริว




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:57:38 น.
Counter : 1711 Pageviews.  

ขนมสัมปะนี





ที่มาของการทำขนมสำปะนี (บางตำราสะกดว่าสัมปะนี)มาจากบล๊อกขนมสาคูดอกไม้ มีคุณสัมปันนีมาแวะทักทาย


เลยนึกขึ้นมาได้ว่า ที่บ้านเรามีพิมพ์ขนมสำปะนีเก่าเก็บไว้หลายปีแล้ว...(เกี่ยวกันไหมเนี่ย)


ตั้งแต่เกิดมาเคยเห็นหน้าตาจริงๆของมันหนเดียว แล้วก็ไม่เคยกินซะด้วย....เสี่ยงจริงๆ


กางตำราทำนะคะ ส่วนขั้นตอนการทำไม่ได้ถ่ายรูปมา


เพราะว่าเละเทะมากๆ แป้งมันฟุ้งขึ้นตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมกระจายเต็มครัว


เรายังอยากจะคงสภาพบล๊อกทำอาหารที่ดูน่ารัก ยังไม่อยากเปลี่ยนเป็นแนวอินดี้


ภาพประกอบของวันนี้ เอาไว้ดูเพลินๆใจ...มันไม่ค่อยเข้ากับเนื้อเรื่องค่ะ..แหะๆ


วันนี้ได้ผู้ช่วยเป็นพี่หมีเฮนรี่ (ชื่อเขาจริงๆไม่ได้ตั้งเอง มีแปะมาที่ก้นพี่หมี) แล้วก็น้องบันนี่หูยาวมาช่วยกันชิมค่ะ


ส่วนผสม
1. แป้งมัน 2 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
3. หัวกะทิ 1 ถ้วย
4.น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย
5. สีผสมอาหาร
6. เทียนอบ(ถ้ามี)





ที่พี่หมีเฮนรี่ถืออยู่เป็นพิมพ์ขนมสัมปะนีค่ะ ทำจากไม้แกะ แต่ไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ ...แต่ได้อารมณ์ขนมโบราณ





เริ่มจากเอาแป้งมันใส่กะทะคั่วไฟอ่อนๆจนเปลี่ยนเป็นสีนวล (ถ้าไฟแรงจะไหม้ค่ะ)

จากนั้นร่อนแล้ว พักไว้





ทำน้ำเชื่อมกะทิ โดยเอาน้ำตาลทราย + น้ำลอยดอกมะลิ + กะทิ ตั้งเตาเคี่ยวจนเดือด





แบ่งแป้งออกมาเอามาผสมกับน้ำเชื่อมกะทิ + สี ตามชอบ นวดๆจนเข้ากัน





เสร็จแล้วก็เอาแป้งทาพิมพ์ แล้วเอาแป้งที่นวดไว้มาอัด เคาะออกมา





เรียงใส่โหลที่มีฝาปิด อบควันเทียน 30 นาที ถ้าอบหลายๆครั้งก็จะหอมมากขึ้นค่ะ





แต่ถ้าอบมากเกินไปจะเหมือนกินเทียนอบรสหวาน...สยองค่ะ





พี่เฮนรี่กับน้องบันนี่บอกว่ารสชาดหวานมันและหอมเหมือนขนมผิง

แต่เนื้อจะเนียนๆละลายในปากทานกับน้ำชา อร่อยดีค่ะ




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:57:31 น.
Counter : 1342 Pageviews.  

Extra Grape Jam





มันเป็นแยมโค-ตะ-ระ องุ่นก็เพราะว่า ใช้องุ่นเยอะมาก

แต่เสร็จออกมาแล้วได้ขวดนิดเดียว เราไม่เคยทำแยมมาก่อน

ที่ทำก็เพราะว่า องุ่นที่บ้านมันเหลือ มีแววว่าจะอวสานในเร็ววันนี้

(เอ๊ะ ทำไมบล๊อกเราทำแต่ของที่จวนเจียนจะเน่าล่ะเนี่ย...)

ก็เลยกางตำรา สารพัดถนัดทำ ของรีดเดอร์ส ไดเจสท์

ที่มีตั้งแต่วิธีกำจัดเหา วิธีแก้ปัญหาโทรศัพท์ลามก วิธีนั่งสมาธิ ฯลฯ

เหมือนหนังสือในโลกแม่มดจริงๆ

เราทำแบบ ไม่ได้ตรงตามตำราเป๊ะๆ เอาพอคร่าวๆ

รสชาดมันออกดีมากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าใส่องุ่นเยอะก็เป็นได้

หรือไม่ก็...ขี้โม้..อ่ะโธ่เอ๊ยยยย ของทำเองกินเองนี่เนอะ




ส่วนผสม

1. องุ่นดำประมาณ 2 ขีด
2. น้ำตาลทราย 1 ขีด
3. น้ำมะนาว 1 ผล
4. เจลาติน 2 แผ่น
5. เกลือเล็กน้อย






ดึงองุ่นออกจากขั้ว อย่าใช้วิธีตัดนะคะ ขั้วแข็งๆมันจะยังหลืออยู่


ให้ใช้วิธีหมุนๆๆๆ แล้วดึงออกมา





ผ่าเอาเมล็อดออกมา แล้วสับเนื้อองุ่นพอหยาบ


หันไปแช่แผ่นเจลลาตินในน้ำเย็นประมาณ 5 นาที


เอาออกมาละลายกับน้ำร้อนเล็กน้อย






เอาองุ่นที่สับใส่หม้อตั้งไฟอ่อนๆ พอน้ำองุ่นออกมาก็เติมน้ำตาล น้ำมะนาว เกลือ


เคี่ยวจนละลายและข้น ใส่เจลลาตินลงไปเคี่ยวต่อไปสัก 5 นาที





ทดสอบแยมโดยเอาไปหยอดลงบนจานกระเบื้องแช่เย็น


เอานิ้วจิ้มๆ ผิวมันจะย่น ก็ใช้ได้แล้ว





เอาขวดไปนึ่ง แบบไม่ต้องกลัวแตก จากนั้นตากให้แห้ง


เทแยมใส่ขวด ปิดฝา...เสร็จแล้วค่าาาา


ถ้าจะเอาแบบเวอร์ๆก็ทำฉลากติดแบบในภาพ ให้ความรู้สึกว่า


แหม แหม แหม เหมือนซื้อแยมแพงๆมากิน......บ้ารึเปล่าเนี่ย - -"




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:57:14 น.
Counter : 1323 Pageviews.  

แซนวิชไข่ดาว VS แซนวิชไข่ต้ม




เป็นภาคต่อของตอนที่แล้ว อันนี้ง่ายสุดๆ แซนวิชไข่ต้ม เราเคยเห็นครั้งแรก

ในรายการทีวีแชมเปี้ยนของญี่ปุ่น นุ่มนิ่มน่ากินมากๆ เคยซื้อกินหนนึงที่ร้าน

ป้าเวียร่า(ร้านในภาค 1) ถึงกับตะลึงพรึงเพริด...ป้าใช้ขนมปังโฮลวีตสูตรโบราณ

คือไม่ใช่แต่สูตรอย่างเดียวที่โบราณ ขนมปังก็โบราณด้วย กัดเข้าไปทีนึกว่า

กินข้าวสารเสก มันทั้งแข็งทั้งชืดดดดไส้ไข่ต้มก็ไข่ต้มแท๊แท้...เป็นไส้ไข่ต้มบริสุทธิ์

ไม่มีรสชาดเจือปนเลย.....ส่วนสูตรของวันนี้เป็นสูตรแบบญี่ปุ่น รสชาดจะเค็มๆมันๆ




ส่วนประกอบแซนวิชไข่ต้ม

1. ขนมปังแซนวิช
2. ไข่ต้ม
3. คิวพี มายองเนส
4. ผักสลัด





ต้มไข่นานๆ ก็จะได้ไข่ต้ม????....งงซะ





เอามาซอย เล็กๆๆๆๆๆๆ ผสมกับมายองเนส ไม่ได้เอารูปมาลงเพราะมันดูสยอง





ทาลงบนขนมปัง





ประกอบร่างงงงง แล้วทานได้เลย



ตามมาติดๆด้วยแซนวิชไข่ดาว


ส่วนประกอบแซนวิชไข่ดาว

1. ขนมปังแซนวิช (ของเราใช้แบบแผ่นหนา) 1 คู่
2. สวิสชีส
3. แฮมทอด
4. มะเขือเทศ
5. ไข่ดาว
6. แซนวิชสเปรด
7. ผักสลัด





แปะชีสติดกับขนมปังแล้วเอาไปนาบกับกะทะ ไม่ต้องใส่น้ำมันนะจ้ะ

มันไม่ติดกะทะหรอก รอจนเหลือง หอม กรอบ...ใช้ได้แล้ว





ทาแซนวิชสเปรด แล้ววางแฮม ตามด้วยมะเขือเทศ





ตามด้วยคุณไข่ดาว





ประกอบบบบ ร่างงงงงงงงงง กินได้แล้วววว





 

Create Date : 28 กันยายน 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:57:08 น.
Counter : 42022 Pageviews.  

Bagel with the lot





เนื่องจากน้องไข่มด เอ๊ยยย น้องไข่มุกได้ขอรีเควส แซนวิชแบบง่ายๆ

เลยระลึกถึงความหลังเก่าๆ สมัยไปผจญภัยที่แดนไกล ปกติเราไม่ค่อยชอบอาหารฝรั่ง

โดยเฉพาะพวกจั๊งก์ฟู๊ด อาหารที่กินส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทยทำเอง ส่วนอาหารกลางวัน

เวลาไปเรียนก็ต้องเตรียมไป เพราะว่าอาหารที่ขาย รสชาดเลวร้ายยิ่งนัก

แต่พอเข้าตาจน ก็ต้องซื้อกิน...ทั้งโรงเรียนมีร้านอาหารอยู่ร้านเดียวชื่อร้านป้าเวียร่า

นอกจากพิซซ่าที่รสชาดเหมือนกระดาษเลอะซอสมะเขือเทศแล้ว ป้าเวียร่ามีอาหารทีเด็ดอยู่ 1 เมนู

นั่นก็คือ Hamberger with the lot หรือ แฮมเบอร์เกอร์ไส้ทุกอย่าง อันประกอบด้วย

ไข่ดาว, มะเขือเทศ, หอมหัวใหญ่, บีทรูท, สับปะรด, เนื้อสับ, เบคอน,ชีส, ผักกาดแก้ว และขนมปังก้อน

วันนี้ระลึกถึงป้าเวียร่า เลยเอามาประกอบร่างกับเบเกิลที่หัดทำ กลายเป็น Bagel with the lot

เป็นเมนูที่ทำง่ายๆ (ถ้าไม่ทะลึ่งอบขนมปังเอง)




ส่วนผสม
1. เบเกิ้ล หรือขนมปังแซนวิช หรือขนมปังก้อน เลือกเอาตามถนัด
2. เบคอน
3. แฮม
4. สวิสชีส
5. แซนวิสสเปรด (เราชอบยี่ห้อสุขุมแบบใส่แตงกวาดองและมัสตาร์ด)
6. สับปะรด
7. ผักคอส
8. มะเขือเทศ

*** ใส่อย่างอื่นได้อีก แต่สูตรเราใส่เท่านี้ เพราะว่าทำกินก่อนกินข้าวแป๊บเดียว เดี๋ยวจะอืดตาย





เบเกิ้ล แบบโรยงา ก่อนอบ






อบแล้ว ห๊อมมม หอมมม แต่ขอโทษ แข็งคะโรตตตต

ตอนโรยไม่ได้ดู เพราะมันขาวเหมือนกัน พออบเสร็จแล้วถึงรู้

โรยเป็นหว่านนาเลยค่ะ พราวไปหมดเลย






เบเกิ้ลแบบที่ใช้ทำ ไม่ได้โรยงา ต้องขอขอบพระคุณสูตรจากคุณแม่ปูขาเกเซมารูนะคะ

สูตรเบเกิ้ล ทัศนาได้ที่บล๊อกของคุณแม่ปูได้เลยค่ะ เราเอาสูตรของแม่ปูมาเลยขออนุญาติ

ไม่ลงสูตรนะคะ ไปดูแบบออริจินัลจะน่าทานกว่าค่ะ....







เอามาโรยชีสแปะๆ ตอนเบเกิ้ลร้อนๆ พออยู่ตัว ก็เอานาบกะทะ

มันจะร่อนนนน เหลืองงงง หอมมมมม กรอบบบบ...แจ๊บๆๆๆ







เอาเบคอนไปทอดต่อ เสร็จแล้วหั่นวาง

อ้อก่อนวางเอาแซนวิชสเปรดทาก่อนทั้ง 2 อัน







ตามด้วยสับปะรด แฮม และผักต่างๆ







เสร็จสมบูรณ์







แต่เพื่อความสมบูรณ์กว่า หาอะไรมาแต่งซะหน่อย





เบเกิ้ลอันนี้ตอนแรกกะทำทานคนเดียว แต่ตอนถ่ายทำ พ่อเดินมาโฉบ

แล้วถามว่ากินได้หรือยัง พอเอามาวางแม่เดินไปเดินมา

ก็เลยต้องชวนกินด้วย จากนั้นพี่ก็เดินมาถามว่า กินด้วยได้ป่ะ

สรุปว่าแบ่ง 4 กินคนล่ะนิดคนละหน่อย เคี้ยวกันย๊อบแย๊บๆ เพราะว่าเบเกิ้ลแข็งได้ใจมั่กๆ





 

Create Date : 21 กันยายน 2550    
Last Update : 23 กันยายน 2552 21:57:04 น.
Counter : 890 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

CandyBee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]





สวัสดีทุกๆคนที่หลงคลิกเข้ามาในนี้นะคะ
ถึงวันนี้คงไม่มีอะไรจะบอกไปมากกว่า
คำว่า "ขอบคุณ" ทุกคนที่คลิกเข้ามาเยี่ยม
ที่มีคอมเม้นต์ไว้ เราก็แวะไปเยี่ยมเยียน
เปิดได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่เน็ตรุ่นเต่า
ขาด้วนของที่บ้านเราจะอำนวย...
ทุกอย่างที่ทำลงบล๊อกนี้ ทำด้วยความตั้งใจ
อยากให้อาคันตุกะที่คลิกเข้ามาได้อ่าน
ได้เห็นแล้วรู้สึกสุขใจ ยิ้มบ้างขำบ้าง
เราคนทำ ก็มีความสุขแล้วค่ะ ขอขอบคุณ
ทุกท่านอีกครั้งที่ติดตามผลงานนะคะ



ภาพและข้อเขียนที่ปรากฏในเวปไซด์แห่งนี้เป็นของ
Candybee แต่ผู้เดียว ผลงานได้รับการคุ้มครองตาม
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 ห้ามทำการแอบ
อ้างใช้ หรือดัดแปลง หรือกระทำการใดๆเพื่อก่อให้
เกิดความเสียหายแก่เจ้าของผลงานโดยมิได้รับอนุญาติ
จากเจ้าของที่เป็นลายลักษณ์อักษรโดยเด็ดขาด

Friends' blogs
[Add CandyBee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.