All Blog
เล่น 25 คำถามแก้เซ็ง

ไม่มีเรี่ยวแรงเขียนอัฟบล๊อก ขอคั่นด้วยคำถามที่เพื่อนส้ม ณ บาหลีฝากมาแล้วกันนะจ๊ะ

1. หนังสือเล่มล่าสุด ที่อ่าน?
--- ความลับ เขียนโดย ฮิงาชิโนะ เคโงะ, Air Babylone

2.ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดู? ไปดูกับ ใคร? ที่ไหน?
---13 เกมส์สยอง ดูกับแม่ที่บ้าน

3.รายการวิทยุที่กำลังฟังอยู่หรือเพลงที่กำลังฟัง อยู่ตอนนี้
– Irreplaceable บิยอนเซ่ , Slow motion โจอี้บอย, ความลับ - มัม ลาโทนิค

4. ชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด?
--- เพลงซึ้งๆความหมายดีๆ ฟังแล้วได้อารมณ์ทำงาน , เพลงฮิปฮอฟที่ได้เหมาะจะฟังตอนเบื่อๆ , เพลงจังหวะเร็วๆบีตแรงๆทำให้นึกถึงตอนไปเต้นเขย่ากรงในบาหลี

5. พูดคำว่า รัก ครั้งสุดท้ายเมื่อ ไหร่จำได้ป่าว?
--- เมื่อเช้าตอนรับโทรศัพท์

6. ข้อดีของคุณ?
--- ช่างเอาอกเอาใจดูแลอยู่กับชั้นหล่อนไม่อดตายหรอกย่ะ , จะผิดหรือไม่ก็มักจะขอโทษก่อนเสมอ (กับเพื่อนร่วมงานนี่ไม่เกี่ยวนะเฟ้ย) , มีความพยายามและเป้าหมาย รู้หน้าที่ของตัวเอง , จำความผิดพลาดแล้วนำมาปรับปรุง

7. แล้วข้อเสียล่ะ ?
--- น้อยใจง่าย ขี้โมโหแต่หายเร็วถ้ารู้วิธีง้อ เจ้าชู้ ร้องไห้แบบอัตโนมัติถ้าเสียใจมากๆ งี่เง่ากับเรื่องที่ไวต่อความรู้สึก ,เลวมาก...ถ้าอยากจะทำ , พูดดีๆอย่างอดทนกับใครมากๆไม่เป็น

8. แล้วมองคนอื่นยังไง?
--- คาดหวังว่าเขาจะเข้าใจเรา และทำกับเราเหมือนกับที่เราดีกับเค้า ถ้าไม่ดีกับเรามันก็....เลว

9. Wallpaper ที่คอมพิวเตอร์เป็นรูปอะไร?
--- ห้องนักบินบนเครื่องโบอิ้ง777

10. สถานที่ที่อยากไปมากที่ สุด?
--- วังสุลต่านอินเดีย/บูรไน/โอมาน , นั่งกินน้ำชาบนภูเขาที่สวิสหน้าร้อน

11. คำพูดติดปาก ที่พูดประจำเลย?
--- “Sheisse!!!” ภาษาเยอรมันก็ไอ้ที่เรียกว่าShit !!ภาษาอังกฤษไง

12. ตอนนี้คิดถึงใครอยู่หรือเปล่า?
--- ก็ Major สุดเลิฟที่ยุโรปกับ Minor ตาแก่บ้างานในค๊อกพิทคนนั้นน่ะสิ

13. เวลามองเห็นทะเลแล้วรู้สึกอะไร?
– ดีจังที่ได้พัก ไม่ต้องไปบินอีกหลายวัน

14. ผลไม้สุดโปรด?
--- สตอเบอร์รี่ กินทีเป็นกิโลจนอิ่ม

15. มีโทรศัพท์ถึงคุณกี่ครั้ง ในหนึ่งวัน
--- ที่ไหนดีล่ะ ประเทศไทย 1-2 ครั้ง , ประเทศอียิปต์ก็ 3- 4 ครั้ง

16. ช่วงนี้มีอะไรupdateไหม?
--- กลางปีหน้าสละโสดมั้ง

17. ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเรียนถึงระดับไหน?
--- Master ไม่ก็ Diploma

18. ถ้าถามเรื่องความรัก คิดยังไงกับประโยคที่ว่า รักคนที่เขารักเรา
--- ไม่เหนื่อยไงไม่ต้องคอยวิ่งตามเอาใจใคร มีคนคอยเอาใจหยิบยื่นความรักให้ตลอด

19. เพื่อนเราแอบชอบแฟนเราจะทำยังไง?
--- อย่า...ชั้นไม่ชอบแซนวิส ชั้นคนเดียวยังกินไม่อิ่มเลยหล่อน

20. อกหักรู้สึกอย่างไร? แล้วจะทำยังไง?
--- เสียใจ คิดถึงเรื่องดีๆที่เคยทำด้วยกัน ร้องไห้นั่งดริ๊งค์คนเดียว ก่อนจะหาคนที่ดีกว่าหลายๆเท่ามาแทนที่

22. เป็นคนขี้หึงไหม?
--- เป็นแต่ไม่ค่อยพูด ถ้าลงมือเมื่อไรก็แสดงว่าทนไม่ไหวแล้ว แกตายแน่

23. ถ้าขอพรได้จะขออะไร?
---ขอให้ทุกคนรัก คนรอบข้างและตัวเองมีความสุข

24. พรุ่งนี้จะทำอะไร?
--- ไปกินข้าวกับเพื่อนสาวๆที่สยามพารากอนแล้วช๊อปปิ้งต่อ มีเวลาคงแวะไปเตะก้นตาหัวเกรียนคนนั้น นั่งฟังเพลงตอนรถติดขากลับบ้าน โทรหาแฟนก่อนนอน


25. วันนี้อีก 10 ปีข้างหน้าคุณจะทำอะไรอยู่?
--- คงแก่ขึ้นอายุ 36 เครียดว่ะเกลียดเลขนี้...^^! แต่รูปร่างหน้าตาน่าจะดูดีเหมือนเดิมเพราะคงทำงานนอกบ้านแถมขี่จักรยานไปทำงานอีกกรู สามีรักเพราะยังใสกิ๊งเมื่อเทียบกับสาวฝรั่งอ้วนๆรอบข้าง เด็กแฝดที่ตานี่เห่อนักหนาก็คงเพิ่งเข้าประถมต้นคงเรียนเก่งและพูดมากเหมือนคนพ่อ แต่คงเกเรเจ้าเล่ห์เหมือนแม่แถมสวยด้วยย่ะ อายุ 18 เมื่อไรโดนยายจับประกวดนางสาวไทยคู่แหงแซะ



Create Date : 07 เมษายน 2550
Last Update : 7 เมษายน 2550 22:42:13 น.
Counter : 516 Pageviews.

4 comment
ไฮโซกระเป๋าแห้งย่ำแดนทิวลิป
ใช้ภาพเรียกน้ำย่อยไปก่อนเน้อ เดี๋ยวจะแวะมาบรรยายขยายความ ฮิๆ






ได้ฤกษ์มาเล่าเรื่องราวการผจญภัยสไตล์สาวแอร์กระเป๋าแห้งมาฝากแล้วล่ะค่ะหลังจากอู้อยู่นาน




คงไม่มีใครจินตนาการถึงการเยือนประเทศยุโรปโดยไม่มีวีซ่าใช่มั้ยคะ ยกเว้นกลุ่มคนที่เดินทางไปมาเป็นอาชีพบนเจ้านกเหล็ก ซึ่งเดือนๆนึงรวมเวลาที่กินนอนอยู่บนเครื่องบินเป็นร้อยชั่วโมงอย่างเดี๊ยนนี่แหละค่า
ไม่มีวีซ่า แถมบินฟรีต่างหาก ประสบการณ์ระทึกจึงเกิดขึ้น


หลากหลายประเทศในทวีปยุโรปที่ยกเว้นการถือวีซ่าของนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มีบัตรประจำตัวและถือใบอนุญาติประกอบการบิน ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในประเทษกลุ่มเชงเก้นได้เป็นเวลา 90 วัน แต่ยกเว้นประเทศอังกฤษ , ฝรั่งเศส , จีน , อเมริกา และอีก 1 ประเทศ เดี๊ยนจำไม่ได้ฮ่ะขออภัย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสัญชาติของสายการบินนั้นๆด้วยค่ะ


ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างง่ายดายแต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินทางไปในฐานะลูกเรือที่สวมเครื่องแบบและมีรายชื่ออยู่บน General Declairation หรือที่เรียกกันว่า GD เท่านั้น และแน่นอนว่าต้องเดินทางกับสายการบินต้นสังกัดตัวเองจึงจะได้รับการยกเว้นเช่นนี้


ฟังเหมือนง่ายนะคะ แต่ไอ้ข้อจำกัดในการเดินทางนี่สิทำให้ทั้งก่อนจะไปและพอไปถึงเมืองเขาแล้วก็วางแผนกันวุ่นวาย รวมทั้งเป็นลูกเรือไทยชุดแรกของสายการบินซะด้วย ไม่มีใครให้ขอคำแนะนำที่เชื่อถือได้แน่นอนเลย พักร้อนคราวนี้ของเดี๊ยนเลยอิหลักอีเหลื่อพอสมควรเชียวค่ะ


การเดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวดึกจากกรุงเทพฯ สู่กรุงไคโร 10 ชั่วโมงบินช่างเป็นการเริ่มต้นที่แสนสบายเพราะบรรยากาศที่คุ้นเคย

ทันทีที่ขึ้นเครื่องพร้อมลูกเรือที่ทำงานในช่วงบินนั้น เดี๊ยนก็ต้องจัดแจงหาที่นั่งและเปลี่ยนจากเครื่องแบบมาเป็นชุดลำลองไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุและก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้โดยสารอื่น ซึ่งพี่กราวด์สุดสวยประจำสายการบินที่เดี๊ยนมักชอบคุยเล่นเสมอได้จัดที่นั่งให้ในชั้นประหยัดตอนหน้า 3 ที่นั่งซึ่งเดี๊ยนได้นอนยาวตลอดไฟล์

เพื่อนเกลอ 2 สาวไทยที่เสริฟ์บนไฟล์นั้นก็ให้บริการระดับเยี่ยมยอดทั้งน้ำ อาหาร รองเท้า ขนมไม่มีขาด ประทับใจจริงๆค่ะ โดยเฉพาะตอนที่ไม่ได้ทำงานเนี่ย



ไฟล์นั้นไปถึงกรุงไคโรเวลาตี 5 ครึ่งก่อนที่เดี๊ยนจะต้องต่อไฟล์ถัดไปจาก กรุงไคโร ไปยังอัมสเตอร์ดัมส์ เวลา 10 นาฬิกา แต่เรื่องทั้งหมดไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นเพราะดันโดนถีบตกเครื่องวินาทีสุดท้ายก่อนปิดประตู......


เดี๊ยนก็เลยต้องตกกระไดพลอยโจนอยู่แดนพีระมิดต่ออีก 3 วัน 2 คืน ไม่ได้สนุกเลยนะคุณๆ จินตนาการตอนน้ำตาเริ่มไหลตอนหิ้วกระเป๋ากระเซอะกระเซิงพร้อมหนีบเสื้อยูนิฟรอมลงบันไดจากตัวเครื่อง
แอร์บัส 320 มายังพื้นดิน พร้อมๆกับลุงเพอร์เซอร์ที่เป็น Checker ของไฟล์นั้นด้วย เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่จองตั๋วมีจำนวนมากกว่าจำนวนที่นั่ง
ทำให้เดี๊ยนและลุงแกต้องระเห็ดออกมาในวินาทีสุดท้ายโดยที่ไม่มีโอกาสได้พูดแนะนำตัวและยื่นตั๋วให้กับกัปตันตามข้อบังคับสักนิดเดียว


ตอนหลังเพิ่งจะรู้จากตาแก่อี๊ดว่า กัปตันเท่านั้นที่มีสิทธิให้หรือไม่ให้เราขึ้นเครื่องได้ ถ้าที่นั่งในห้องนักบินว่างก็แล้วแต่ว่าจะพิจารณาให้เข้าไปนั่งเป็นส่วนนึงของไฟล์นั้นได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นควรไปเสนอหน้าแนะนำตัวก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเองถ้ามีปัญหาตามมา กว่าจะรู้จากเพื่อนรุ่นเก๋าของเทคนิคนี้ กระเป๋าเดี๊ยนก็โดนโยนออกมากองด้านหน้าประตูท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ของผู้โดยสารชาวฝรั่งทั้งลำ ที่คงสงสัยว่ายัยสาวเอเชียผมดำคนนั้นทำอะไรผิดหนอถึงโดนไล่ลงอย่างรีบร้อนขนาดนั้นด้วยการบังคับให้เดินสวนผู้โดยสารที่กำลังต่อแถวก้าวท้าวหาที่นั่งนับ 30 คนโดยที่ต้องลากกระเป๋าใบเขื่องไปด้วย ถ้าใครนึกออกถึงตัวเครื่องแอร์บัสลำเล็กที่ทางเดินแคบขนาดถ้าเข็นรถเสริฟ์อาหารก็ไม่สามารถจะเดินสวนไปได้ ยิ่งลำบากใหญ่ถ้าจะเดินสวนกับใครสักคนแต่นี่ต้องเดินสวนกับผู้โดยสารนับสิบที่ล้วนแต่มีที่นั่งอยู่ท้ายเครื่องพร้อมสัมภาระระเกะระกะ

กว่าสมองจะแล่นเดี๊ยนก็โดนปิดประตูเครื่องบินใส่หน้าซะแล้ว
จะทำอะไรได้นอกจากยืนอึ้งงงกับชีวิต เดินแบบมึนๆลงจากบันไดที่เชื่อมต่อกับประตูเครื่องอย่างทุลักทุเลด้วยสัมภาระ 3 ใบ น้ำตาค่อยๆไหลแต่ก็ยังมีสติค่อยๆเปลี่ยนเครื่องแบบไปด้วยหลังจากที่ถอดเสื้อคลุมและอะไรต่อมิอะไรออกเรียบร้อย


แล้วคืนนี้กับคืนนี้ตรูจะไปนอนที่ไหนวะเนี่ย???? เพื่อนที่มาไฟล์เมื่อกี้ด้วยกันก็กำลังจะขึ้นเครื่องไปเอเธนส์ด้วยกันทั้งคู่ ครั้นจะไปนอนในตัวเมืองก็จะกลับมาทำเอกสารเรื่องขอตั๋วใหม่ยังไงฟะ?? นั่งแท๊กซี่ไปกลับ 60 ปอนด์ 3 วัน 150 ปอนด์กรูตายแน่ ไหนจะค่าโรงแรมอีก
โทรไปขอนอนกับพวกอียิปต์มันจะปล้ำกรูไหมเนี่ย??
ไอ้อี๊ดก็ไปตายที่ไหนทำไมไม่รับโทรศัพท์วะ???!!??
โทรไปที่บ้านใครจะช่วยอะไรได้เนี่ย!!!
ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ 400 ยูโร ,100 ดอลล่าห์ กับอีกสิบกว่าปอนด์ และบัตรเครดิตอีกใบ โอ้ยยยย...ทำไมต้องมาเสียเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้วะเนี่ย เวลาพักร้อนกรูต้องมาเหี่ยวแห้งอยู่ไคโรเหรอวะเนี่ย ตอนนั้นเครียดมาก คิดอะไรไม่ออกเลยและไฟล์ที่จะไปก็มีแค่ 3 ครั้งต่ออาทิตย์

จินตนาการว่ากำลังสับสนในชีวิตขณะยืนอยู่ด้านข้างของเครื่องบินลำโตที่กำลังจะออก จะไล่กรูไปถึงไหนเนี่ย.....

จะว่าไปเดี๊ยนก็ผิดเองที่ไม่ได้เช็คไฟล์ก่อนหน้าที่จะมาไม่กี่วันเพราะคิดว่าที่เช็คไปก่อนหน้าเดือนที่แล้วน่าจะยังใช้ได้อยู่ ประกอบกับไม่ทราบว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของฤดูการท่องเที่ยวของชาวดัชส์ ทำให้ทุกไฟล์ที่ไปอัมสเตอร์ดัมส์ทั้งอาทิตย์เต็มไปด้วยครอบครัวที่กลับจากการท่องเที่ยวและเตรียมตัวไปทำงานและเรียนหนังสือกันในวันรุ่งขึ้น


สุดท้ายเดี๊ยนก็ยังไม่ได้โชคร้ายเกินไปนัก อาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆสาวแอร์ที่กำลังจะเดินทางกลับและบ้างเดินทางไปเที่ยวในวันนั้นหากุญแจและอนุญาติให้เดี๊ยนเข้าไปอยู่ในห้องของเจ้าหล่อนได้จนกว่าเจ้าตัวจะกลับมาโดยไม่ต้องจ่ายค่าโรงแรม 50 ดอลล่าห์ (ลดจาก 125 ดอลล่าห์) ซึ้งน้ำใจเพื่อนๆมากงานนี้ หลังจากทริปชูรักชูรสนี้แน่นอนว่าของฝากกระจาย


หลังจากใช้เวลาทำเรื่องและหาข้อมูลอยู่ 2 วันเต็ม เดี๊ยนก็ได้ตั๋วที่จะเดินทางไปแฟรงเฟริส ประเทศเยอรมันนี และอีกใบไปกรุงบรัสเซลประเทศเบลเยี่ยม โดยมีแผนจะนั่งรถไฟต่อไปยังประเทศฮอลแลนด์ เฮ่อ...แค่คิดก็เหนื่อยแล้วคุณขา แต่ก็ดีกว่านั่งเฉยๆรอโชคชะตามานำพากลับบ้านมือเปล่านะคะ


สุดท้ายเดี๊ยนก็เลือกที่จะเดินทางไปยังกรุงบรัสเซล ก่อนจะต่อรถไฟไปยังเมือง Amersfoort ที่ประเทศ Holland
เพราะมีหลายขบวนที่ไปถึงโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่านั่งจากเยอรมันนี 1 ชั่วโมง และราคาก็เพียงแค่ 34 ยูโรจาก 100 ยูโรเมื่อเทียบกับค่ารถไฟด่วนพิเศษจาก Frankfurt คราวนี้ออฟชั่นเยอะกว่าคราวที่แล้ว ซึ่งเดี๊ยนหาโรงแรมและที่พักล่วงหน้ากรณีตกรถไฟไว้เรียบร้อยทั้ง 3 ประเทศเลยค่ะ ได้แต่หวังว่าตรูหนอคงไม่เคราห์ซ้ำกรรมซัดมากมายในคราวเดียวดอกนะ



ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงจากกรุงไคโรประเทศอียิปต์ เดี๊ยนก็ถึงกรุงบรัสเซลเวลาบ่าย 2 ซึ่งขณะนั้นเวลาที่ยุโรปช้ากว่าอียิปต์ 1 ชั่วโมง เดี๊ยนเป็นลูกเรือไทยนางแรกของสายการบินแดนยิปต์ที่ลงเหยียบเบลเยี่ยมนะคะเนี่ย ข้อมูลอะไรก็ไม่รู้เรื่องเลยแถมลูกเรือทั้งหมดก็ไม่มีใครลงจากไฟล์ แค่เปลี่ยนลูกเรือชุดใหม่ที่นั่งเป็นผู้โดยสารอยู่ 6 คนให้มาทำหน้าที่แทนก่อนชุดเดิมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปนอนที่นั่งท้ายเครื่อง

( อะไรจะสบายขนาดนั้น ลูกเรือไทยเป็นชาติเดียวที่ต้องทำงาน ทั้งไปและกลับ 10 - 12 ชั่วโมงแม้กระทั่งไฟล์
V VIP ล่าสุดที่รับทูลกระหม่อมสมเด็จพระเทพฯเสด็จเยือนสถานที่ต่างๆในอียิปต์ด้วยนะคะ ไฟล์ในประเทศลูกเรือท้องถิ่นได้นอนแต่ลูกเรือไทยห้ามนอน เพราะไม่ได้จองโรงแรมไว้ให้แถมไม่จ่ายเงินอีกด้วยข้ออ้างไม่มีใบอนุญาติของเครื่องรุ่นนั้น และต้องทำเรื่องขอตั๋วบินเองต่างหากทั้งๆที่โดนใช้ให้ทำงาน ความเสมอภาคไม่มีในเมืองแขกนะคะ ช่วงนั้นเดี๊ยนอยู่ในระหว่างต่อวีซ่าเลยไม่ได้ไปร่วมบินในไฟล์ที่ใครๆก็หวังจะไปทำสักครั้งเพื่อเป็นเกรียติแก่ชีวิตการทำงานนะคะ แต่ถึงพลาดโอกาสแต่ก็ยังมีอะไรดีๆอยู่)



ก่อนออกจากเครื่องเดี๊ยนก็ไปแนะนำตัวขอนามบัตรจาก Station manager เรียบร้อยและบอกแกว่าอาจจะเดินทางกลับในเที่ยวบินวันไหน แต่จะโทรมาอีกทีเพื่อความแน่ใจเพราะยังไม่อาจทราบได้เลยว่าขากลับเดี๊ยนจะต้องไปขึ้นเครื่องที่ประเทศไหนกันแน่ ถึงจะเช็คอย่างละเอียดว่ามีที่นั่งว่างขากลับจากอัมสเตอร์ดัมถึง 10 ที่แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงแหละค่า มันเสียว


ทางเดินไปสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเต็มไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อผ้าหลากหลายสีสัน นานาแฟชั่นที่ล้วนทำให้ตัวเองอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ขนาดตัวเดี๊ยนดูลดลงไปถนัดใจเมื่อเทียบกับสาวผมบลอนด์ขายาวด้านข้าง ตัวหล่อนถูกหุ้มไปด้วยเฟอร์สีน้ำตาลฟูฟ่องแม้จะดูนุ่มนิ่มน่ากอด แต่ก็ดูน่ากลัวไม่น้อยเลย ขอกัดหน่อยเถอะ


เดินสอดส่ายสายตาอยู่หลายนาทีก็ไม่เจอกับทางออกสำหรับลูกเรือทีน่าจะมี เดี๊ยนเลยถามเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารซึ่งเป็นชายฝรั่งดูท่าทางคล่องแคล่ว คำตอบพร้อมรอยยิ้มพรางผายมือให้เดี๊ยนผ่านไปอย่างง่ายดาย ไม่แม้จะชำเลืองมองป้ายชื่อลูกเรือบนอกเสื้อเลย



สิ่งต่อไปที่จะหาก็คือซิมโทรศัพท์มือถือ เพราะส้มเน่าที่เอามาจากเมืองไทยก็ใช้ไม่ได้ซะงั้น ซิมอียิปต์แม้จะมีเครือข่ายเดียวกันแต่ก็ต้องลงทะเบียนเปิดใช้ระหว่างประเทศซะก่อน ดังนั้นทางเลือกสุดท้ายก็คือซื้อ
ซิมการ์ดชั่วคราวซึ่งราคาสูงถึง 30 ยูโรมาใช้ ได้ยินราคาแทบหลายหลัง แหม...อะไรจะแพงปานนั้นเนี่ย กะว่าไม่น่าจะเกิน 10 ยูโร


สาวเอเชียวัยกลางคนที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆในสนามบินที่บรัสเซลอธิบายประเภทและวิธีการใช้ให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษอย่างฉะฉานพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร ทำได้โล่งใจไปได้เยอะทีเดียว ถ้าจะบอกว่าเป็นสาวไทยก็น่าเชื่อแต่คงอยู่ในระดับที่อาศัยอยู่ในประเทศไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่นอน แต่เมื่อนึกถึงเจ้าเพื่อนหนุ่มดัชส์ตัวดีหลายนายก็เป็นเชื้อสายเอเชียแต่ภายนอกเท่านั้นเพราะมีครอบครัวไม่น้อยเลยที่รับอุปการะเด็กต่างชาติมาเลี้ยงดู เดี๊ยนเลยตัดสินใจไม่ทักดีกว่า ถ้าผิดพลาดเกรงว่าเจ้าหล่อนจะเสีย Self ไม่ก็เดี๊ยนนี่แหละจะหน้าแตกซะเปล่าๆ



***มีต่อค่ะ



Create Date : 19 มีนาคม 2550
Last Update : 30 มีนาคม 2550 23:14:26 น.
Counter : 516 Pageviews.

4 comment
หวาน
恭喜发财
ขอให้มีความสุขและร่ำรวยกันทุกๆคนคิดอะไรสมความ
ปราถนาตลอดปีนี้นะจ๊ะ


เมื่อกี้เพิ่งเสร็จจากไหว้เจ้าเชิญเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยเข้ามาในบ้านช่วงเที่ยงคืนที่ ขอให้นังแอร์บินชิวๆแต่ได้เงินแบบเป็นกอบเป็นกำเถอะค่า......สาธุ


วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเดี๊ยนก็ไม่ได้ไปสาระแนแจกดอกไม้ใครที่ไหนเหมือนที่เคยทำ เพราะได้ไฟล์ไปติดแหงกอยู่ที่ไคโร


วันนั้นกระซู่ไม่ออกเหมือนทุกๆครั้ง น้ำตาพาลจะไหลเอาดื้อๆเลยต้องเรียกความสดชื่นด้วยการฉายเดี่ยวชมเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่อยากจะไปกับใครที่ไหนตอนนี้นอกจากคนพิเศษ 2 คนที่นึกถึงคือ ตาหมีอ้วน และพี่อี๊ดร๊อกสตาร์จากค๊อกพิทของเดี๊ยนคนนั้น ว่าแล้วก็ได้ฤกษ์ส่งข้อความไปตอแหล ออดอ้อน


วันแห่งความรักเมื่อปี 2546 ณ กรุงไทเป เดี๊ยนก็เฝ้ารออย่าใจจดใจจ่อว่าเมื่อไรหนอ พ่อหนุ่มญี่ปุ่นเลือดใต้หวันคนข้างตัวจะให้ดอกไม้สักที ชีวิตไม่เคยได้รับดอกไม้จากใครเลย สุดท้ายตอนเที่ยงคืนถึงได้เอ่ยปากถาม ได้ความว่าเค้าเองก็รอช็อกโกแล็ตจากเดี๊ยนนี่แหละ ไม่เห็นให้เลย ......แหง็ก...ตรูมิใช่ผู้หญิงยุ่นนี่หว่าจะไปรู้ได้ไงเนี่ย

วันนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้วเดี๊ยนได้ไปดินเนอร์ในภัตตาคาร
บนเขาที่ประเทศอินโดนีเซีย ดอกไม้ดอกแรกของเดี๊ยนคือกุหลาบสีแดงดอกโตที่ซื้อมาจากข้างทางดอกละ 2000 รูเปีย ก็ถูกบรรจงส่งให้กับตาหมีอ้วนตรงหน้าพร้อมหอมแก้มอีก 1 ฟอดใหญ่ รอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันและแก้มที่แดงสดใสบ่งบอกได้ถึงความดีใจที่คนไร้ซึ่งความโรแมนติกอย่างเดี๊ยนจะทำอะไรอย่างนี้ให้


14กุมภาปีที่แล้ว ณ กรุงไคโรเดี๊ยนก็ให้ดอกกุหลาบสีแดง 1 ดอกเช่นเคยกับตาหมีอ้วนคนเดิมที่มาตามเฝ้าตลอดอาทิตย์ระหว่างเทรนเป็นลูกเรือที่ประเทศอียิปต์


ปีนี้ถึงจะเงียบเหงาที่แดนอาหรับ แต่ก็ไม่โหดร้ายเกินไปนักสำหรับสาวขี้เหงาที่ต้องห่างบ้านและคนที่รักอยู่ร่ำไป
อย่างเดี๊ยน ข้อความที่ได้รับจากผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกถึง 2 คนส่งเข้ามาตลอดชั่วโมงที่นั่งอยู่บนรถและขณะจิบกาแฟถ้วยโปรดอยู่ที่ร้าน


ข้อความที่ได้รับหลายต่อหลายอันถูกอ่านกลับไปกลับมาราวกับจะยึดเป็นที่ยึดเหนี่ยวอย่างหนึ่งของความรู้สึกว้าเหว่ตอนนั้น ฉับพลันที่น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มหลังแว่นเรแบนทรงโตที่ปกปิดใบหน้าไว้ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เสียงที่แว่วมาตามสายทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเดี๊ยนสดใสขึ้นมาทันที พี่อี๊ดนั่นเอง.....หนุ่ทอเมริกันเชื้อสายอาหรับวัยกลางคนหัวเกรียนจากห้องด้านหน้าเครื่องบินคนนั้นที่ดูแล้วอ่อนกว่าอายุอย่างไม่น่าเชื่อคนนั้น


แผนการเดินตะลุยกินของเดี๊ยนก็มีอันสะดุดจากเจ้าโทรศัพท์ตอนนั้นน่ะเอง เย็นนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้ดื่มเบียร์ที่บาร์หน้าล็อบบี้โรงแรมกับพี่อี๊ดและเป็นการพบกันครั้งที่ 2 ในกรุงไคโร พรางคุยเรื่องสัพเพเหระตลอดเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง

เกือบหนึ่งปีแล้วสินะที่เราสองคนรู้จักกันนับตั้งแต่ไฟล์แรกในชีวิตวันนั้น แต่เวลาที่ใช้ร่วมกันแทบนับครั้งได้เนื่องจากเหตุผลหลายๆอย่าง ทำให้เวลาที่เจอกันทุกครั้งผ่านไปอย่างมีความหมายที่สุด เดี๊ยนเป็นฝ่ายฟังซะมากกว่าเพราะพูดตามไม่ทัน ได้แต่จับมือแกไว้และหยอดมุขให้แกหัวเราะเป็นครั้งคราว

อารมณ์ประมาณใหม่ สุคนทวาไปเดทกับโป้ โยคีเพลย์บอยผสมโจอี้บอยเวอร์ชั่นนักบินยังไงไม่รู้
แต่ก็เรียกรอยยิ้มจากเดี๊ยนจากวันต่อมาได้ตลอดเวลาล่ะค่ะ


วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่คงนอนยิ้มไปตลอดจากข้อความ 2 ประเทศที่ส่งมาอวยพรวันตรุษจีน

บางครั้งคนเราก็ย่อมปราถนาจะได้รับการเอาใจใส่จากคนที่เรารักนะคะ ถึงไม่บ่อยแต่แค่นึกถึงบ้าง ทำอะไรเล็กๆน้อยๆให้คนๆนั้นของคุณเค้าคงดีใจแน่นอน ฝันดีนะคะ

ศุกร์ที่จะถึงนี้ขอลาไปขี่จักรยานรับลมหนาวๆที่อัมสเตอดัมสักอาทิตย์ก่อนกลับมาเม้าท์พร้อมรูปสวยๆค่ะ




Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2550 19:07:52 น.
Counter : 445 Pageviews.

7 comment
โชค (ไม่)ช่วย

"ตึ๊ง..ตึง" เสียงที่ว่าตังขึ้นพร้อมสัญญาณแจ้งรัดเข็มขัดที่นั่ง ทำให้สมาธิที่ล่องลอยไปไกลกลับเข้ามา

พอสิ้นเสียงประกาศเตือนเป็นภาษาอารบิคและอังกฤษ ให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดที่นั่ง ปรับเก้าอี้ให้อยู่ในระดับตรง พับโต๊ะด้านหน้าที่นั่งให้กลับสู่ที่เดิมและเปิดม่านหน้าต่างด้านข้าง เก็บหมอนและผ้าห่มไว้ทางด้านหลัง

ประกาศต่อมาเป็นภาษาท้องถิ่นที่คุ้นเคยและอีกหนึ่งเป็นภาษาประเทศเพื่อนบ้านด้วยเสียงที่นิ่มลึกเจือสำเนียงกวางตุ้งพาลให้นึกถึงหน้าขอพระเอกกู่เทียนเล่อ หรือหลุยส์กู่ของสาวๆจากดินแดนตอนใต้ของจีน จะเป็นเสียงใครนอกจากแอร์ไทยหน้าเหลี่ยมเก๋สายเลือดฮ่องกงคู่หูหน้าใหม่ของเดี๊ยนบนไฟล์ในวันนั้น


หลังเสร็จสิ้นไฟล์ก็เป็นเวลายามเช้าตรู่ของกรุงไคโร เดี๊ยนก็ไม่ได้พักผ่อนนอนแอ้งแม้งบนที่นนฟูกหนานุ่มในโรงแรมอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะภารกิจที่มาในครั้งนี้คือการยื่นเอกสารขอใบต่ออนุญาติบินแทนของเดิมที่จะหมดอายุในเร็ววัน


และแล้วการผจญภัยในออฟฟิสแขกก็เริ่มขึ้น การยื่นเอกสารมิได้ลำบากอย่างที่คิดไว้ แต่ก็โยนกันไปมาหลายต่อกว่าจะเสร็จ โชคยังดีที่เดี๊ยนเจอลูกเรือสาวชาวญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะผ่านร้อนผ่านหนาวกับการทำงานที่นี่มาหลายปีดีดักแล้ว พรางเสียงหัวเราะคิกคักว่าให้ทำใจกับอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่มีตายตัว


การยื่นเอกสารเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่ก็ยังงงๆอยู่ที่ต้องเสียเงิน 20 ปอนด์ด้วย นัยว่าให้เด็กเดินเอกสารนำไปส่งให้ถึงที่ยังโรงแรมที่พักนั่นเอง


เพื่อมิให้เสียเที่ยวเดี๊ยนก็ยื่นเรื่องขอตั๋วและวันหยุดสิ้นเดือน 1 อาทิตย์เพื่อไปกระดี๊กระด๊าพักผ่อนสมองต่างแดนยังประเทศเนเธอแลนด์ ณ กรุงอัมสเตอร์ดัมส์ที่ความสามารถอียิปต์แอร์จะพาไปถึงได้ โดยต้องต่อเครื่องที่กรุงไคโรไปอีกประมาณ 4 ชั่วโมง คราวนี้ล่ะเดี๊ยนจะแบกกล้องท่องกรุง ตะลุยแหล่งโคมแดงอันลือชื่อ รวมถึงตะลุยเซ็กส์ช๊อปตามประสาสาวอยากรู้เอามาแบ่งปันประสบการณ์ต่างแดนกันนะเพื่อเกลอทั้งหลาย จะแอบถ่ายมาให้ดูละกันฮิๆ




อาทิตย์ที่ผ่านมาอากาศ ณ เมืองหลวงของพีระมิดประมาณ 14 องศา เรียกได้ว่ากำลังหนาวแบบพอดิบพอดี ไม่เว่อจนเกินไป แสงแดดพอแสบตาถ้ามิได้พกพาแว่นกันแดดติดตัวเห็นจะไม่คุ้นถิ่นซะแล้ว


เสื้อโค๊ทผ้าวูตัวยาวแทบลากดินพร้อมด้วยเฟอร์สีดำมันขลับเป็นแผงใหญ่รอบคอที่สวมทับยูนิฟอร์มทำให้เดี๊ยนดูคล้ายไฮโซเพนกวินซะไม่มีละ แต่ก็ดีกว่าทนหนาวสั่นยามรอรถที่สนามบินก็แล้วกัน


การทำเอกสารและติดต่อเรื่องต่างๆที่นี่ ถ้าไม่มีคนรู้จักให้คำแนะนำคงได้มีปล่อยโฮอย่างเหลืออดแบบเดี๊ยนในช่วงแรกเป็นแน่ๆ เพราะระบบการทำงานที่อียิปต์งี่เง่าเหลือทน ปัดความรับผิดชอบไปมาเป็นว่าเล่น อีกทั้งยังหาคนที่พูดภาษาอังกฤษรู้เรื่องได้ไม่ใช่ง่ายๆซะด้วย




ลูกเรือของที่นี่ถ้าจะยื่นเรื่องติดต่ออะไรก็แล้วแต่ มักนิยมจ้างคนภายในให้ดำเนินการให้ ก็แล้วแต่ว่าจะจ่ายกันเท่าไร มีตั้งแต่ 10 ไปจนถึง 50 ปอนด์ ว่าด้วยเรื่องขอตั๋ว Extra Crew , ขอตั๋วลดราคา , ขอตั๋วฟรี ฯลฯ เหล่านี้กินเวลาเป็นวัน เหมือนง่ายนะคะ แต่ว่าคนที่จะติดต่อด้วยนี่เป็นบรรดาลุงๆเดินเอกสารนับ 10 ชีวิตที่เดินกันควักไขว่ แต่ไม่มีแม้สักคนที่จะพูดอะไรนอกจากภาษาอารบิค งานนี้ถึงมีเงินแต่ไม่มีคนช่วยแปลก็ทำอะไรไม่ได้จ้า ???#$%!!!






คราวนี้นับว่าโชคยังดีบ้างที่ไปสบตาเข้ากับหนุ่มสจ๊วตที่ติดใจในรสชาติน้ำมะนาวบนไฟล์ของเดี๊ยน แน่สิยะเข้มข้นถึงใจขนาดผสมเตกีล่าเข้าไปได้ร้องซี๊ด...ทีเดียว มิเช่นนั้นเสียชื่อบาร์เทนดี้เก่าหมด





พ่อหนุ่ม Ehab คนนี้อาสาเป็นผู้แปลความต้องการของเดี๊ยนให้คุณลุงคนนึงจัดการเรื่องเอกสารการขอตั๋วลูกเรือให้ทั้งหมด โดยเดี๊ยนควักสินน้ำใจให้เป็นเงิน 20 ปอนด์ หรือราว 140 บาท ใส่ในกระเป๋าเสื้อแกพร้อมรอยยิ้มแบบ "ไม่เหนื่อยละทีนี้กรู"


แกจะนำมาส่งให้ที่โรงแรมในวันรุ่งขึ้น เรียกได้ว่าเอามาสอดไว้หน้าประตูห้องให้ทีเดียว แหม ที่นี่สินน้ำใจเดินได้ด้วยเงินนะคะ




ไม่ว่าจะทำอะไร ก็เตรียมเงินไว้เล็กน้อยในกระเป๋าเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาแก่คนที่ช่วยเหลือ มิเช่นนั้นแล้วคุณก็คงจะเป็นคนก็ต้องรออยู่เป็นคนสุดท้ายตลอด ธรรมเนียมสากลแต่ก็บางทีเยอะแยะยุบยับจนเล่นเอาปวดหัวเหมือนกันแหละค่ะ
ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ไม่อยากให้ใครช่วยมิฉะนั้นคงได้จ่ายค่าทิปหัวบานเชียวคุณ



วันต่อมาหลังจากได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่ เดี๊ยนก็ตื่นแต่เช้าตรู่ ไม่ได้ขยันอะไรหรอกค่า นัดตาพี่อี๊ดไว้ว่าจะไปส่งแกที่ตึกลูกเรือที่สนามบิน


ไม่ได้เจอกันนานเกือบ 3 เดือนแกก็ยังหล่อหัวเกรียนเหมือนเดิม พลางทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันที่หาได้น้อยมากจากหนุ่มอาหรับทั่วไป ยังไม่ลืมที่จะส่งสายตากรุ้มกริ่มฉ่ำเยิ้มมาให้ตามสไตล์




ไฟล์นี้เป็นไฟล์นิวยอร์กถิ่นประจำครั้งสุดท้ายของแก ใช้เวลาบิน 12 ชั่วโมงจากกรุงไคโร (นักบินเค้าได้นอนกัน 6 ชั่วโมงเชียวนะคุณ)
ก่อนที่จะย้ายตำแหน่งไปเป็นกัปตันอย่างเต็มตัว ณ เครื่องแอร์บัส 320 หลังจากเป็นผู้ช่วยนักบินบนเครื่องโบอิ้ง777มานานถึง 12 ปี



ซึ่งรูทบินก็จะเปลี่ยนไป เครื่องบินที่ลำเล็กลงแต่ก็ใหม่เอี่ยมเชียวค่ะ มันวาวทั้งลำเชียวรวมถึงห้องน้ำด้วย ต่างจากเครื่องลำใหญ่ที่บินมาเมืองไทยอย่างพี่โบอิ้ง777 อย่างลิบลับเชียว โดยเครื่องเล็กแบบนี้พิกัดการบินก็ต้องสั้นลงจึงมักจะใช้กับเส้นทางบินไปยังแถบยุโรปและโซนตะวันออกกลาง




วันนั้นใจเต้นเป็นพิเศษ ก็แหม..แกออกจะหล่อบาดใจขนาดนั้น ถึงเพื่อนๆจะแอบเหน็บว่า
"มันหล่อตรงไหนวะแก" แต่ก็สไตล์ใครสไตล์มันแล้วกันนะ




เดี๊ยนเตือนให้แกดื่มน้อยลงหน่อย หลังจากแกบอกว่าดื่มเป็นปลาเชียวเมื่อคืนก่อน
กิติศัพท์ Green Label ดื่มหมดขวดของแกเป็นที่เลื่องลือในหมู่สาวแอร์ร่วมไฟล์ที่มักจะต้องชงกาแฟดำชนิดเข้มข้นเพื่อปลุกวิญญาณ รวมถึงหมากฝรั่งดับกลิ่นเหล้า
อีกทั้งแฟนสาวนิโกรจากไนโรบีที่ได้ความว่าหาความสวยยากหน่อยคนนั้นอีก โดนเม้าท์ว่าคบกันได้อย่างไรหนอยามปิดไฟถ้าเจ้าหล่อนไม่ได้ยิ้มยิงฟัน


กรรม.....ทำไมนังแอร์อารมณ์เปลี่ยวอย่างตูถึงรสนิยมแบบนี้ฟะเนี่ย


ได้ความว่าเดือนหน้าคงมีอันได้ประสบพบเจอกันอีกเป็นแน่เพราะแกต้องบินมาเทรนกับเครื่องสติมูเลเตอร์ที่การบินไทย
มีเวลาอีกหลายอาทิตย์เดี๋ยวไปเตรียม
แผนชั่ว เอ๊ย แผนเดตล่วงหน้าก่อนนะ
ความสุขแอบตอดชั่วคราวเล็กๆน้อยๆค่ะคุณ



แอบเอากำไรจากการกอดหนุ่มใหญ่ถึง 3 ครั้งก่อนยันขึ้นเครื่องไปแล้ว เดี๊ยนก็ได้โอกาสบุกตะลุยสู่ใจกลางเมืองอีกครั้งหลังจากห่างหายจากการนั่งรถเมลล์ชมเมืองไปนาน


40 นาทีจากการนั่งรถช่วงเช้า ถนนทุกสายโล่งเหลือเกินซึ่งบรรยากาศแบบนี้หายากมากในกรุงไคโร
โดยปกติจะแออัดยัดแน่นยิ่งกว่ากรุงเทพฯก็ไม่ปาน
ระเบียบวินัยในการขับขี่แทบไม่รู้จักกันเลย
ถนน 3 เลนคนที่นี่สามารถขับได้ถึง 5 เลนแบบไม่ได้พูดเกินจริงแต่อย่างใดเชียว

อุบัติเหตุมีให้เห็นอยู่เนืองๆ ดูง่ายๆจากรถที่แล่นไปมาบนถนน เรียกได้ว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์มีร่อยรอยของการชนทั้งนั้น มากน้อยบ้างต่างกันไป




ประสบการณ์ตรงของเดี๊ยนก็ไม่นานมานี้
รถคันข้างๆชนเปรี๊ยงเข้าให้เบียดติดไปกับฟุตบาท เสียงดังน่ากลัวมากด้วยความแรงและอัตราความเร็วที่ขับ เนื่องจากเวลานั้นด้วยความที่กลับไปยังโรงแรมเพื่อเช็คเอ้าท์ช้ากว่าที่คิดเพราะประจวบกับเวลาเร่งด่วนและระยะทางที่ไกลพอควร ทำให้เพื่อนผู้หวังดีที่เป็นธุระขับรถให้ เร่งเครื่องและลีลาการขับขึ้นราวกับแข่งโกคาร์ทที่เมืองพัทยาเชียว นังแอร์หัวใจแทบวายแต่ก็ได้รับคำปลอบใจที่ไม่ค่อยจะช่วยสักเท่าใดว่า
"ก็คิดว่านั่งรถเล่นในสวนสนุกละกันนะ"


อยู่ในสวนสนุกมันไม่ตายที่คะคุณ วันนั้นถ้ากระจกหน้าบานใดบานหนึ่งแตก สงสัยเดี๊ยนคงต้องไปนอนโอดโอยอยู่สักโรงพยาบาลหนึ่งเป็นแน่ แถมคงต้องโดนทำแผลแบบเอาสำลีแห้งๆถูๆแผลเพิ่มเชื้อโรคแทนการฆ่าเชื้อแหงแซะ แค่คิดก็สยองแล้ว
คนขับรถแบบดีๆมีบ้างเปล่าฟะในประเทศนี้




ช่วงเช้าของวันไม่ได้เป็นแบบที่เดี๊ยนคิด ร้านรวงต่างๆยังไม่เปิดร้านดี แม้จะล่วงเลย 9 โมงเช้าไปแล้วก็ตาม
ถ้าเป็นกรุงเทพฯ ป่านนี้ร้านหมูย่างข้าวเหนียว รวมถึงน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ คงเต็มถนน





เดี๊ยนเดินดุ่มๆไปตามถนนใหญ่ต่างๆ สายตาสอดส่ายหาร้านไหนที่พอจะฝากท้องได้บ้าง ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงแซวเป็นอารบิคและอังกฤษประปราย



ขอแนะนำได้ว่า อย่าสบตา อย่าสนใจ อย่าแต่งตัวโป๊ และอย่าเดินคนเดียวในย่านเสื่อมโทรม
ในกรณีที่มีเพื่อนชายหนุ่มไปด้วยก็คงฝากผีฝากไข้ได้ และเป็นที่เกรงใจต่อคนอื่นหน่อย

แต่ถ้ารู้ตัวว่าขาว หมวย สวย เอ๊กซ์ หน้าตาเอเชียเด้งโดดขึ้นมาก็แนะนำว่าให้ทำตามนี้แล้วจะดีเอง ไม่งั้นคงโดนเหมาว่าแอบชอบหนุ่มๆที่ยิ้มให้เหมือนที่เดี๊ยนโดน การันตีว่าหนุ่มอาหรับเขาคิดกันอย่างนี้จริงๆจากปากเพื่อนเจ้าถิ่น



แบบนี้เห็นจะแจกยิ้มสยามไม่ได้ผลในทางบวกซะแล้วนะจ๊ะ เอาไว้ทำตอนอ้อนขอลดราคาตอนซื้อของในตลาดแล้วกันนะตัวเอง



หลังจากที่หาที่สิงสถิตดื่มกาแฟมานาน ก็ผ่านมาที่ร้านกาแฟ Cilantro ตรงข้ามกับมหาวิทยาลับอเมริกันไคโร เลยได้โอกาศหวนถึงอดีตแวะเข้าไปหน่อย




นิตยสารบางเล่มเทียบว่าร้านนี้เป็น Starbucks ของอียิปต์ทีเดียว หลายหลากสาขาให้เลือกรวมถึงบรรยากาศที่ตบแต่งด้วยดีไซน์ทันสมัยสีแดงสดใส ตัดกับสีขาวโดนใจ มีกาแฟให้เลือกมากมายหลายประเภททั้งกาแฟอเมริกัน อาฟริกา อินโดนีเซีย ซึ่งเลือกหากลับไปชงทานที่บ้านได้ด้วย รวมถึงแซนวิสชนิดต่างๆที่ทำสำเร็จรูปอยู่ในตู้โชว์พร้อมให้เลือกซื้อกลับไปทานที่
ออฟฟิสหรือที่บ้าน รวมถึงในรถอย่างที่ชาวอียิปต์ในไคโรส่วนใหญ่ทำกัน พาลนึกถึงคำพูดของเพื่อนร่วมงานสาวๆชาวไทยที่บ่นถึงหนุ่มๆอียิปต์ที่รับพวกหล่อนไปทานมื้อค่ำหรือระหว่างวันว่า



"ขับรถพามาตั้งไกล นั่งแ..กในรถซะงั้น"







อันนี้อยู่นานๆก็จะชิน วัฒนธรรมเขาคงเป็นอย่างนี้
พอขับรถไปถึงที่จอดก็จะบีบแตรเป็นเสียงเรียกพนักงานให้มารับรายการอาหารที่จะสั่ง ซึ่งจะเสริฟ์ไปบนถาดอลูมิเนียมที่มีหู 2 อันด้านใดด้านหนึ่ง จุดประสงค์เพื่อที่จะคล้องกับกระจกด้านข้างรถนั่งเอง
ราวกับนั่งทานข้าวอยู่บนโต๊ะเลยทีเดียว อันนี้เมืองไทยคงไม่เอาด้วย เพราะกลัวรถเป็นรอยซะเปล่าๆ



สนนราคากาแฟลาเต้ 1 แก้วใส่วิปครีมและคาราเมล ,
ซีซาร์สลัด 1 ถ้วย , น้ำผลไม้รสสตอเบอรี่แบบมี Malt สกัด 1 ขวดเล็ก
สนนราคารวมภาษีและค่าบริการเกือบ 60 ปอนด์หรือราว 420 บาท โหดพอสมควรใช่มั๊ยล่ะ




มื้อเช้าแบบไฮโซกระเป๋าแฟบอย่างเดี๊ยนหมดไป ก็มาถึงมื้อกลางวันบ้าง วันนั้นถึงจะปวดท้องแต่นังแอร์ยังไม่เจียมสังขาร ความอยากอาหารไทยมันจุกอกตั้งแต่เมื่อคืน
อย่างนั้นจุดหมายต่อไปของเราคือที่ร้าน "บัวขาว"
ร้านอาหารไทยเลื่องชื่อในต่างแดนที่มีถึง 7 สาขาด้วยกันซึ่งส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่ในอียิปต์นี่แหละค่ะ





ร้านนี้เป็นสาขาที่ 2 ซึ่งเดี๊ยนจะฝากท้องด้วยนี้ ตั้งอยู่ภายในส่วนของร้านค้าชั้นใต้ดินของโรงแรม Nile Hilton มาทีไรเดี๊ยนไม่เคยได้ทันร้านเปิดสักที คราวนี้เลยได้พบกับแม่ครัวสาวใหญ่ชาวไทยเป็นครั้งแรก





ป้าคนสวยของเราชื่อ "ป้าดา" ป้าแกเล่าว่าเดิมเป็นคนประจวบฯ แต่ก็จับพลัดจับผลูมาเป็นแม่ครัวที่ร้านนี้ได้ปีกว่าแล้ว อีก 9 เดือนก็จะหมดสัญญาแล้วจะกลับไปเยี่ยมลูกที่เมืองไทย




ดูหน้าตาอาหารตัวอย่างที่วางไว้หน้าร้านแล้ว ท้องเจ้ากรรมเริ่มร้องขึ้นมาแบบไม่ไว้หน้าเจ้าของเลย พร้อมกับป้าดาพูดเป็นมั่นเหมาะว่าจะทำให้สุดฝีมือ วันนั้นกระเพราะไก่รสเด็ด
เลยแซบถึงใจนังแอร์แทบฟ่นไฟได้พาลนึกถึงบ้านอย่างช่วยไม่ได้


ป้าแกตบท้ายล้างปากด้วยการแถม "ลิ้นจี่ลอยแก้ว" มาเป็นของหวานให้แก่สาวแอร์ผู้หิวโหย ซึ้งน้ำใจคนไทย ณ ต่างแดนจริงๆค่ะ ก่อนจากกันได้ไหว้ลาป้าดาก่อนเจอกันอีกครั้งเมื่อชาติต้องการอาหาร พร้อมให้คำมั่นว่าคราวหลังจะชวนเพื่อนๆมาอุดหนุน




สนนราคาข้าวกระเพราไก่มื้อนั้นรวมภาษีต่างๆ 42 ปอนด์ หรือร่วม 300 บาท ถ้าบอกราคาหญิงแม่ที่บ้านเดี๊ยนคงไม่แคล้วโดนด่า
"อีก 2 วันก็กลับบ้านแล้ว ชูชกหรือไงเราน่ะทำเป็นอยากมาร่วมปีไปได้ กินให้น้อยๆหน่อย...@^%#$"



อิ่มท้องมาทั้งวันก็สบายใจนั่งรถกลับที่พักไปนอนเอาแรง ตกดึกพอมีเรี่ยวแรงเดี๊ยนก็มีแผนต่อด้วยการไปดิ้นที่คลับเดิม เนื่องด้วยคืนนั้นเป็น Lady Night เครื่องดื่มทุกอย่างก่อนตี 1 ก็เลยฟรีหมดสำหรับผู้หญิงเท่านั้น




ลาภปากจริงๆเช่นแผนที่วางไว้ งานนี้เลยได้แด๊นส์และดริ๊งค์ฟรีอย่างเมามันส์สำหรับเดี๊ยนและสาวแอร์อีกนาง แต่หนุ่มสจ๊วตที่หนีบไปด้วยก็ต้องจ่ายตามระเบียบ 100 ปอนด์เป็นค่าผ่านประตูและเป็นวงเงินดริ๊งค์ด้วย



ไม่ดึกนักประมาณ ตี 2 ครึ่งพวกเราก็พากันกลับ อาจเพราะเป็นช่วงกลางอาทิตย์คนที่มาเที่ยวเลยไม่มากนัก บรรยากาศก็เลยไม่ครึกครื้นเท่าที่เคยเป็น แถมเดี๊ยนยังเริ่มเป็นที่รู้จักนักตั้งแต่เอ่ยปากชวนอีตา Mr.Egypt ไปแด๊นส์ในวันนั้นคงจำกันได้ พอมีคนมาทักก็เสหัวเราะไปตามเรื่อง

อย่ามาจดจำวีรกรรมของช้าน ไม่ได้เป็นเด็กใครนะเฟ้ยเสียหายหมด





ปล. คืนนั้นมีคนมาเสนอเลี้ยงดริ๊งค์หลังตี 1 ด้วย เหอะๆ เป็นหนุ่มอินเดียครึ่งอิตาเลี่ยน มาจากเท็กซัส (บอกสถานที่สุดท้ายนี่รู้สึกว่าดูดีขึ้นมาทันทีเชียว) อย่าเพิ่งงง



พอเดี๊ยนบอกว่ามีแฟนแล้ว พ่อเปิดแนบเชียว
ใสเจียจริงๆ ซดเหล้าฟรีต่อดีฝ่า เอิ๊กๆ



Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 2:41:23 น.
Counter : 482 Pageviews.

4 comment
โดนจนได้

อ๋อย.... ห่างหายไปนาน เจ้าอ้วนตัวดี need attention ตลอด เดี๊ยนแอบย่องมาส่องบล๊อกตัวเองไม่ได้ซักที เพิ่งจะปลีกตัวมาได้หลังจากส่งพ่อคุณกลับเมืองกังหันลมไปเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา อิๆๆ







ขอเลื่อนตารางบินไปเมืองแขกวันก่อน เพื่อให้วันนี้ว่าง เดี๊ยนก็เลยอ้อน Station manager นายใหม่ใจดีที่เพิ่งย้ายมา ให้ได้บัตรผ่านชั่วคราวเข้าไปส่งพ่อหมีน้อยตัวอ้วนพีถึงข้างใน Gate ซะเลย



คืนนั้นสนามบินเปลี๊ยนไป๋ในความรู้สึก สบายใจจริงๆเลยให้ตายเถอะ ปกติที่ต้องรีบจ้ำเพื่อให้ทันเปลี่ยนกับทีมลูกเรือชุดก่อนหน้าที่เพิ่งมาถึง และมีเวลาพอจะจัดการเตรีมงานตามตำแหน่งของตัวเอง ทำให้ไม่มีเวลาจะเพลิดเพลินกับบรรยากาศและของล่อใจที่ร้านปลอดภาษีในสนามบินมากนัก แต่คราวนี้เดี๊ยนก็สมใจกับการเป็นพยาน้อยชมตลาด



แต่ก็ได้แค่ชมล่ะค่ะคุณ มิได้ซื้อหรอกเพราะนอกหน้าที่มิได้ลดเปอร์เซ็นต์ค่า



แต่ก็ยังดีที่ได้นั่งพักลองชิมกาแฟตามแบบนักเดินทางทั่วๆไปดูบ้าง เดี๊ยนเลือกนั่งที่ร้านต้นมะม่วง

กาแฟเย็นธรรมดาที่สั่งมาชิมลาง สนนราคาแก้วละ 100 บาท ไม่รวมภาษีอีก 7 เปอร์เซ็นต์
รสชาติถือว่าสมราคาเลยค่ะ ตาฝรั่งลูกช่างติยังชมไม่ขาดปาก


คราวหน้าเห็นจะต้องแวะมาใหม่ซะแล้น







ช่วงระหว่างปลายปีและต้นปีที่เดี๊ยนบ่นนักหนาว่ายุ่ง ก็เป็นเรื่องตามรูปนี้แหละเจ้าค่า





ถึงไม่ใช่ปริญญาใบแรก แต่นี่ก็หยาดเหงื่อแรงใจเดี๊ยนของแท้เลยนะฮะ วิชาเยอรมันที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เริ่มทำบัตรประชาชน สุดท้ายก็ได้มาเป็นวิชาเอกสมใจ อิๆ









ต้อนรับปีใหม่ก็มี Tag จากคุณ Toor36 จนได้นะคะ
แอร๊ยยยย....


1. กลัว

สิ่งที่เดี๊ยนกลัวและขนลุกมากที่สุดก็คือ คุณปีเตอร์ข้างบ้าน หรือไอ้แมลงสาปนั่นเอง

ตอนเด็กๆวิ่งเล่นแถวบ้านแล้วโดนไอ้หรั่งติดปีกนี่บินดิ่งมาเกาะข้างหูซ้าย เครียด สยอง และฝังใจมาจนถึงเดี๋ยวนี้

แค่ได้กลิ่นเดี๊ยนก็รู้ได้เลยนะคะว่ามันอยู่แถวนั้น สยองโลกมาก แต่ที่กลัวนี่ไม่ได้กรี๊ดเป็นนางเอกนะ กลัวแบบมือไขว่ขว้าต้องหาหนังสือพิมพ์มาม้วนๆ หรือไม้กวาด สู้กันให้ตายไปข้างนึง ก่อนจะแผ่เมตตาไม่งั้นทำอย่างอื่นต่อไม่ได้


เป็นจุดอ่อนที่โดนพี่น้องที่บ้านกลั่นแกล้งตลอด 20กว่าปีที่ผ่านมา




2. กล้า


ที่พูดถึงนี่ไม่ใช่กล้าแสดงออกอะไรมากมายนะคะ เดี๊ยนเป็นเด็กค่อนข้างขี้อาย แต่ก็เซี้ยวและแก่นกะลาในเวลาเดียวกัน

ตอนประถม ณ โรงเรียนหญิงแถวตลาดน้อย คุณครูแทบทุกคนไม่มีใครไม่รู้จัก "ดาร์กี้ หรือดาร์ลี่" ซึ่งนอกจากจะเป็นชื่อยาสีฟันที่ใช้หนุ่มผิวสีเป็นนายแบบแล้ว ยังใช้เป็นฉายาของเดี๊ยนที่ถูกเรียกแบบเจ้าตัวไม่เต็มใจอีกต่างหาก

เด็กรุ่นน้องยังติดเรียกว่าพี่ดาร์กี้ ไม้เรียวไซค์จัมโบ้ขนาดไหนก็เรียกได้ว่าผ่านฝ่ามือเดี๊ยนมาหมดละ

สมัยเรียนมัธยมโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งใกล้ๆกับตรอกข้าวสาร ภาพลักษณ์ค่อนข้างเรียบร้อย เรียนดี แถมเป็นหัวหน้าห้องอีกต่างหาก แต่ใครจะรู้ว่าผมบ๊อบที่ถูกระเบียบเป๊ะแบบนั้น ได้บังใบหู 2 ข้างที่ใส่ตุ้มหูรวมกันไว้ถึง 8 รูด้วยกัน
ไม่เคยโดนตรวจเลยสักครั้ง ปิดบังมาได้ถึง 3 ปีเชียวคุณ ก่อนจะโกนผมเกือบทั้งหมดทิ้งตอนเข้ามหาลัยปีแรก

จำได้ว่าพ่อของเพื่อนใหม่ร่วมหอที่มหาลัยไม่อยากให้อยู่ห้องเดียวกับเดี๊ยน กลัวลูกสาวจะไม่ปลอดภัย (ทั้งที่เดี๊ยนออกจะหญิงขนาด) พอๆกับสีหน้าประหลาดๆของรูมเมททั้ง 2 คนที่มองเดี๊ยน
ก่อนจะสารภาพแบบหมดเปลือกเกือบ 1 ปีให้หลังว่า "กลัวของแปลก"

ผมสีเขียวเข้มที่ยาว 1 เซ็นติเมตรกับหน้าที่คล้ำแดดจากเมือง Berlin คงทำให้เดี๊ยนดูน่ากลัวพิลึกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เพื่อนๆร่วมรุ่น 200 กว่าชีวิตจะไม่รู้จัก ก็นั่นแหละเป็นภาพติดตาเพื่อนๆจนจบออกมาหลายปีดีดัก




3. อาย


เกือบ 20 ปีที่แล้วก่อนจะมีงานเลี้ยงผู้ปกครองที่โรงเรียน เดี๊ยนก็แถไปฝึกเป็นนางรำกับเขาด้วย
เมื่อถึงเวลาคืนวันงาน คุณพี่เลี้ยงที่บ้านกว่าจะรีดผ้าถุงให้ แถมแต่งชุดไทยแบบจีบหน้านางไม่เป็นกันอีก ซวยจริงๆตู ชุดไทยที่แต่งก็เลยดูเหมือนผ้ากระโจมอกอาบน้ำ แถมผ้าถุงที่ยืมเข็มขัดคุณยายมาใส่เดินๆก็เกือบจะหลุด

รถราไม่เป็นใจติดซะเหลือเกิน ไปถึงงานขึ้นเวทีก็ได้ท่าสุดท้ายจับจีบเหวี่ยงซ้ายขวา พนมมือไหว้ก็จบแล่ว ซ้อมมา 2 อาทิตย์ รวมเวลาแสดงจริง 2 วิ
เจ็บใจมาจนถึงตอนนี้ กรี๊ดดดดดด




4. เย็น

พูดกันตรงๆเลยก็คือ เดี๊ยนไม่ชอบอาบน้ำ
ถ้ากรณีอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำงานแบกหามใดๆให้เหงื่อไคลไหลย้อย ก็จะล้างหน้าบนล่าง ผลัดผ้าแล้วก็นอนมันดื้อๆอย่างนั้นแหละค่ะ ถ้ารู้สึกร้อนก็จะใช้ครีมทาชโลมไปทั้งตัวแทน

อาบน้ำวันละครั้ง อย่าหาว่าโสเลยนะคุณขา เดี๊ยนผิวแห้งมากแบบว่าทาแป้งที ลมพัดแล้วหายหมดเหงื่อก็ไม่ออก

แต่ถ้าออกไปเผชิญโชคนอกบ้านแบบแดดเปรี้ยงๆวันใด เดี๊ยนก็กลายเป็นมนุษย์รักสะอาดเหมือนกันแหละค่า

ว่าแต่การทำงานบนเครื่องบินนี่เค้ามีกฏว่าต้องอาบน้ำทุกครั้งก่อนและหลังไปทำงานนะคะ ห้ามซกมกไม่เช็ดเครื่องสำอางออกหรือไม่ทาครีมบำรุงก่อนนอนด้วย ให้ใส่กางเกงใน Cotton 100% หรือผ้าไหมอีกด้วยเอ้า
เดี๊ยนก็ไม่ขัดศรัทธาค่ะ แต่ก็ต้องมีเบบี้ออย หรือน้ำมันมะกอก ไม่ก็น้ำมันมะพร้าวทาก่อนเช็ดตัว ไม่งั้นผิวคงได้แห้ง ขูดทีเป็นรอยขีดขาวๆสมัยเล่นหน้าหนาวตอนเด็กๆแน่เลย



5. เมา

วีรกรรมเรื่องน้ำเมานึกถึงทีไรก็ เฮ่อ.....ทำไปได้

สม้ยเรียนปีหนึ่งถีบจักรยานไปหน้ามหาลัย เลี้ยงฉลองสอบเสร็จกับสาวๆเพื่อนซี้ สุดท้ายต้องละความพยายามเดินกลับหลังจากตกจักรยานเสือหมอบมา 3 ครั้ง

แอบเอาเบียร์กับสปายขึ้นไปดวลกับเพื่อนๆที่หอหญิง

ดื่มจนเมาตอนปี 2 ณ ร้านหนึ่งแถวพระอาทิตย์ แจกทิปแบ็งค์พันบาร์เทนเดอร์หนุ่มๆ จนเพื่อนต้องเดินไปตามเอาคืน สุดท้ายนั่งกอดพี่โถส้วมอยู่ 20 นาที ก่อนโดนเพื่อนๆลากขึ้นแท๊กซี่เพราะไปผลักคนเมาโต๊ะข้างๆหัวฟาดพื้นสลบ แน่นอนว่าวันต่อมาเดี๊ยนจำอะไรไม่ได้เลย โดนเพื่อนอำเละเทะ

เคยสลบไป 2 วันรวดเลยต้องโดดเรียน เพราะก๊งเหล้าขาว 50 ดีกรีกับพวกนักเรียนเกาหลี แต่ดันดอดผสมเหล้ากับเบียร์ชิงเต่าเข้าไปด้วยเลยเป็นเรื่อง ตอนสมัยเรียนอยู่ที่เมืองจีน

วีรกรรมเน่าๆที่ใต้หวันก็ตอนแอบเอาใบประกาศหาเสียงเลือกตั้งที่ไทเปไปห่อขวดเบียร์พรางตาเจ้าหน้าที่หน้าหอพัก ให้ผ่านเข้าไปในหอพักได้
ถ้าโดนจับไต๋ได้ก็โดนตัดคะแนนล่ะทีนี้ เสี่ยงต่อการถูกประจานหน้าตึกเรียนนะเนี่ย แต่สุดท้ายนังแอร์ก็รอดมาจนได้

เคยเอาความสามารถทางสุราเมรัยที่มีอยู่แปลงร่างเป็น
บาร์เทนดี้สาวในงานลอยกระทงมหาลัย หารายได้เข้าภาควิชาแบบถล่มทลาย ก็มีพลาดบ้างลืมปิดฝาเช็คเกอร์ เขย่าทีก็เหล้าสาดทั้งแขน แต่เดี๊ยนยังรับประกันรสชาด ฮิๆ
เสียดายอยู่สายการบินต้นสังกัดไม่เสริฟ์แอลกอฮอล์ ไม่อย่างนั้นเดี๊ยนจองตำแหน่งมือ 1 โลด



ความรู้สึกเหมือนเปิดกล่องดำไงไม่รู้ ความชั่วมากมีความดีไม่ค่อยปรากฏ เหตุการณ์ผ่านมาหลายปีดีดักละ เมื่อรู้ความจริงแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งเลิกคบเดี๊ยนนะค๊า



เพื่อนๆที่โชคดีได้รับ Tag ต่อไปอีก 5 คนนะคะ
1. (คุณวี....)โสดในซอย
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=sodnaisoi

2. มิ้วกี้
//milkynaka.diaryclub.com/?date=20070111
(ขออภัยจ้ามิ้ว เราส่งซ้ำซ้อนเรียกคืนไม่ได้อ่ะ อย่าเอานิ้วจิ้มตาเราเลยผิดไปแล้ว)

3. Law of Nature
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lawofnature&month=01-2007&group=27&date=15&blog=1

4. พี่อ้อ
//dearaor.spaces.live.com/blog/cns!DEE7199709C10F76!3891.entry#post

5. (น้องอุ๋ม) tenno_jung
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tennojung&month=01-2007&group=4&date=07&blog=1





Create Date : 16 มกราคม 2550
Last Update : 16 มกราคม 2550 22:16:03 น.
Counter : 512 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics