All Blog
อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ
ไฟล์ที่ผ่านมารีบจนเส้นเลือดปูดโปนเชียวเพราะดันนอนเพลินจนตื่นสายไป 1 ชั่วโมง

อย่าถามเรื่อง Wake up call หรือ Pick up time ระหว่างอยู่นอกประเทศเบส เพราะไม่มีกับใครเค้า รับผิดชอบตัวเอง
ตอนนั้นเป็นเวลา 3 ทุ่มแล้วบ้านเราก็ประมาณตี 2 ตามปกติต้องหน้าเด้งผมเดิ้นออกไปเช็คเอ้าท์ แต่กลับเป็นเวลาที่สะดุ้งตื่น ตายห่า..น กระทะไฟฟ้าก็ยังไม่ได้ล้างกะว่าตื่นเร็วหน่อยมาเก็บของแต่ดันหลับลึกไปซะนี่


รถโรงแรมเจ้ากรรมก็กว่าจะมาได้ ระหว่างทางก็เวียนไปรับผู้โดยสารที่เป็นแขกของโรงแรมตาม Arrival Hall ที่เป็นทางผ่าน ก่อนหน้านั้นยังออกนอกเส้นทางไปส่งแอร์ญี่ปุ่นอีกขโยงนึงก่อน เดี๊ยนก็เครียดตามองเวลา มือก็ทาเล็บ


ไปถึงก็แทบวิ่งขึ้นตึกเดินหาห้องบรีฟขาแทบขวิด พอเปิดประตูเข้าไปบรรยากาศก็ไม่อึมครึมอย่างที่คาดไว้ แทบทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องหมดแล้ว คราวนี้เดี๊ยนเป็นลูกเรือต่างชาติอยู่คนเดียวบนไฟล์ หนุ่มสจ๊วตอาหรับก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนเคย สละที่นั่งให้เพราะเก้าอี้ในห้องมีจำนวนจำกัด จึงมีทั้งนั่งบ้างยืนบ้าง ลูกเรือผู้หญิงมักไม่มีใครใจร้ายให้ยืนนานๆ
เสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเองคลายความเครียดกับการทำงานร่วมกันของทีมงานใหม่ไปได้เยอะ


หน้าที่เดี๊ยนก็เช่นเคยเป็น 2L ดูแลประตูด้านซ้ายบานที่ 2 ของเครื่องบินที่ซึ่งเป็นประตูหลักที่จะเปิดต้อนรับและส่งผู้โดยสาร ลูกเรือทีมนี้น่ารักนิสัยดีทุกคนเป็นที่ประทับใจเดี๊ยนอย่างบอกไม่ถูก ช่วยกันทำงานอย่างเข้าขากันได้ดี


แต่เหมือนสภาวะร่างกายไม่เป็นใจหลังจากได้ตารางบินโหดๆบินไฟล์ไปกลับ 10 ชั่วโมง กลับบ้านมาตอนตี 3 ตื่นขึ้นมาตอนเย็นก็ต้องแต่งตัวบินต่อคืนนั้นอีกร่วม 10 ชั่วโมง แต่คราวนี้ได้นอนพักที่แดนทะเลทราย 2 คืนเลยไม่ค่อยโทรมมากก่อนบินกลับ ดันมาทรุดเอาตอนอยู่บนเครื่องนี่สิ


หลังจากลงไปนอนในที่พักลูกเรือใต้ท้องเครื่อง 2 ชั่วโมงก็ได้เรื่อง




นอนไม่ค่อยหลับเหมือนจะเคลิ้มๆก็ได้เวลาตื่นพอดี มึนหัวอย่างบอกไม่ถูก เหงื่อออกเต็มตัวพอขึ้นมาเคบินด้านบนก็หนาวจับใจทีเดียว มือของชั้นทำไมมันสั่นอย่างนี้ กัดฟันเปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำผู้โดยสารที่ถูกปิดไว้เพราะเสีย แต่ก็จนไม่ไหวจนต้องกดปุ่มเรียกบรรดาเพื่อนๆร่วมงานมาหิ้วออกไปหน่อย ตอนนั้นซิปยาวด้านหลังของเครื่องแบบชุดกระโปรงยังไม่ได้รูดขึ้นเลย ต้องขอให้ป้าแอร์ใจดีรูดให้หน่อยก่อนจะจูงไปนั่งยังแถวสุดท้ายของเครื่องที่ปิดไว้ทั้งซ้ายขวาและตรงกลางไม่ให้ผู้โดยสารนั่ง หลายคนอาจสงสัยว่าที่ว่างๆทำไมหวงกันนัก ก็เพราะว่าเค้าเอาไว้ให้ลูกเรือที่ไม่ได้ลงไปนอนในห้องด้านล่างเครื่องบินสามารถนั่งพักได้ บางครั้งจำนวนลูกเรือมากกว่าจำนวนของเตียงที่มี
ในรูปที่เห็นเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 777 มีเตียงนอนอยู่ 6 เตียง เมื่อเช้าเดี๊ยนนอนเตียงขวามือด้านล่างนั่นแหละค่ะ


ไม่ใช่เครื่องบินทุกรุ่นจะมีเตียงให้ลูกเรือพักนะคะ ดังนั้นถ้าผู้โดยสารไม่เต็มลำก็จะไม่ออนุญาติให้ใครมาจับจองที่นอนบริเวณด้านหลังนี้ได้


ตอนนั้นมีเพื่อนๆหลายคนเสนอให้กลับเข้าไปนอนอีก 2 ชั่วโมงโดยใช้เวลาพักและเตียงของพวกเค้าแทน รู้สึกซึ้งใจไม่ค่อยได้เจอเพื่อนร่วมงานดีๆแบบนี้นัก ยิ่งเร็วๆนี้เจอแต่คนแย่ๆ เลยทำให้รู้สึกดีขึ้นมาแต่ร่างกายไม่อำนวยเลยลุกไม่ขึ้น สรุปว่าเดี๊ยนเป็น Low pressure , บ้างก็ว่า ไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่า เพราะเริ่มปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ , สุดท้ายว่าเป็นหวัดหลังจากลงไปนอนในที่เย็นๆข้างล่างมา แต่ข้อสุดท้ายนี้คงยากเพราะว่าเหงื่ออกเต็มตัวขนาดนี้
ฮีตเตอร์แรงดีเหลือเกิน


เป็นอันว่าไฟล์นั้นรู้สึกเกรงใจเพื่อนฝูงอย่างแรง พอพักจนอาการดีขึ้นเลยลุกขึ้นมาทำงานต่ออีก 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องลงจอดกลับบ้านเฮา



ช่วงนี้หงุดหงิดใจพอดูเรื่องเพื่อนเราเผาเรือนนี่แหละ คนที่เราเคยไว้ใจเพราะคบกันมานาน พอทำงานด้วยกันกลับเอาเดี๊ยนไปเผากลายเป็นขี้ปากไปซะงั้น คนแบบนี้แหละที่พวกลูกเรือทั้งหลายเข็ดขยาดกันนัก


พวกปากสุนัขชอบนินทาว่าร้ายชาวบ้าน ไม่ว่าบินกับใครเค้าพอลงไฟล์ล้อเครื่องบินแตะพื้นก็ทนแทบไม่ไหวที่จะเดินใส่ small talk พูดไปถึงเหยื่อรายใหม่ที่ได้ข้อมูลมา มีอะไรในกระเป๋าบ้าง หลังไฟล์ทำอะไร ระหว่างไฟล์และก่อนขึ้นบินเรื่องส่วนตัวต่างๆจะถูกนำมาโพทะนาต่อเติมใส่สีตีไข่เสียจนเจ้าของเรื่องงง
"นั่นกรูหรือใครวะเนี่ย" เรื่องดีๆมักไม่ค่อยมีคนสนใจ เรื่องเน่าๆจากปากที่พูดเหมือนตูบขมิบนั้นทำให้เรื่องราวดูเป็นิยายขึ้นมาหน่อย


ทำใจจริงๆกับคนแบบนี้


เมื่อมาถึงขีดสุดเดี๊ยนก็ได้ตบเท้าเข้าไปในออฟฟิสแผนกลูกเรือที่กรุงไคโรถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ว่าเดี๊ยนทำอะไรบ้างที่ผิดไปแล้วสมควรหรือไม่ที่เพื่อนร่วมงานคนนึงจะเอาไปพูดต่อเติมในทางเสียๆหายๆให้แอร์ไทยทั้งหมดในบริษัทรวมถึงพนักงานภาคพื้นที่สนามบินรับทราบและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ซึ่งมันจะจริงหรือเปล่านั้นใครจะไปสนใจ


ที่แน่ๆแทบทุกคนต่างออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอคนนั้นขายเพื่อน แทนที่จะพูดปกป้องหรือไม่พูดไปเลยเพราะหลังงานเลิก ทุกคนเหนื่อยแทบขาดใจต่างก็อยากมีเวลาเป็นของตัวเอง อยากพักผ่อนและลืมเรื่องงานทุกอย่าง
ทำงานวันนึงเจอคน 300 -700 คน ไม่ใช่น้อยๆเลยเรื่องก็มีเยอะจนแทบเรียกได้ว่า จบงานก็เห็นประตูบ้านอยู่รำไร เรื่องปวดหัวก็ทิ้งมันไว้กับห้องน้ำในเครื่องบินนั่นแหละ



ช่วงนี้ทุกคนบอกให้สู้ๆ อย่าไว้ใจคนมากไป อย่าเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังมากและเรื่องของเราเก็บไว้เป็นความลับดีที่สุด นี่หรือคือชีวิตคนเป็นแอร์สจ๊วต ความลับในเรื่องส่วนตัวมีอิทธฺพลต่อการทำงานขนาดนี้เชียวเหรอ
เมื่อก่อนเห็นเป็นเรื่องตลกกับการทำตัวเป็นนินจาของเพื่อนอียิปต์กับชีวิตส่วนตัวหลังไฟล์
ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่ามันเป็นเรื่องจริง


ปล.ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนที่คบกันมาร่วม 8 ปี กินน้ำจากถังเดียวกันตอนลงว๊ากที่อักษรฯ จะเป็นคนที่ทำเลวต่อเราได้ถึงขนาดนี้ ความเป็นเพื่อนคงไม่สามารถรักษาไว้ได้แล้ว เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า"อาชีพนี้ทำให้แสดงความเป็นตัวตนของคนออกมา" พอๆกับที่ว่า "ถ้าอยากรู้ว่าเพื่อนคุณเป็นเพื่อนแท้รึเปล่าก็ขอให้ไปใช้ชีวิตด้วยกันในต่างประเทศแล้วจะรู้
"



Create Date : 16 พฤษภาคม 2550
Last Update : 16 พฤษภาคม 2550 17:20:51 น.
Counter : 356 Pageviews.

3 comment
1 night in Frankfurt



เที่ยวบินที่ MS758 Cairo - Frankfurtซึ่งเดินทางโดยใช้
เครื่องบินแอร์บัส 737-800 เครื่องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งรับเข้ามาอยู่ในฝูงบินหมาดๆ บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือร่วม 160 ชีวิตข้ามผ่านทวีปอาฟริกาตอนเหนือไปยังตอนกลางของทวีปยุโรป ซึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางทั้งหมด 5 ชั่วโมง




หน้าตาของข้าวหมกหน้าปลา และแถมด้วยลาซานญ่าที่หนุ่มๆลูกเรือที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากไฟล์กรุงเทพฯ บังคับให้ทานให้หมด ด้วยกลัวนังแอร์จะหิ้วท้องนานกว่าจะออกไปฉายเดี่ยวเผชิญชีวิตหาโรงแรมที่พักในกรุงแฟรงเฟริต์ได้


ก่อนลงจากเครื่องมีการแถมน้ำดื่มอีก 1 ขวดใหญ่เป็นสเบียงกรังพร้อมลูกอมอีก 2 กำมือ





ประตูฉุกเฉินเล็กจิ๋วเดียวเมื่อเทียบกับโบอิ้งตอง 7 บ้านเรา




ข้างล่างที่เห็นคือเมือง Frankfurt และแม่น้ำสายใหญ่ที่เห็นไหลผ่านก็คือแม่น้ำไมน์นั่นเอง เมืองนี้จึงได้ชื่อว่าเมือง Frankfurt am Main






สถานที่แรกที่เราแวะมาเยือนตามคำขอร้องแกมบังคับของเพื่อนฝูงสาวกเครื่องสำอาง Made in Germany นอกจากร้านหนังสือแล้วก็เห็นจะเป็นร้าน Crew shop นี่แหละ


บรรดาลูกเรือทั้งหลายที่แวะสเตชั่นนี้ไม่ว่าสายการบินไหนๆก็เป็นที่โปรดปรานยิ่งนักที่จะเข้าไป
ละลายเงินเพอเดียมกับเครื่องสำอาง เหล้า น้ำหอม เสื้อผ้าและสินค้านานาพรรณ


ถ้าแวะเข้าไปแล้วไม่เห็นลูกเรือไทยให้จิกกัดเดี๊ยนได้ตามบายเลยเอ้า




อ๊ะๆ นี่ไม่ใช่หัวลำโพงที่คุ้นเคยค่ะคุณ นี่มัน Hauptbahnhof สถานีรถไฟหลักของบ้านเค้า เดินทางจากสนามบินใช้เวลาแค่ 12 นาที
กับเงิน 3.55 ยูโร ก่อนขึ้นรถไฟเดี๊ยนก็ขอเปลี่ยนชุดซะหน่อยเกรงจะเป็นจุดสนใจ แต่ก็เอ๊ะ ตาฝรั่งคนข้างๆก็ใส่ชุดผู้ช่วยนักบินเดินผ่านไปนั่งแหมะรอรถไฟเช่นเดียวกัน ดูท่าจะเป็นCo-pilot ของ Lufthansa ไม่ก็ UTL เดี๊ยนเห็นเฮียค่อยๆปลดปีกและแถบ 3 แถบบนไหล่คู่นั้นลงใส่กระเป๋าเสื้อซะอย่างงั้น เลยดูกลมกลืนไปกับผู้คนที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆบนชานชลา





เครื่องมือที่ทำให้เดี๊ยนงงชีวิตไปหลายครั้ง อ่านเยอรมันได้ก็แทบไม่ช่วยอะไรค่ะคุณ
กรี๊ดดดด ขอตัวช่วยหน่อย




เป็นไงล่ะที่พักของเดี๊ยนติดกับถิ่นเซ็กส์ช็อปเลยนะ เดินไปอีกนิดก็เป็น Dr.Mueller อันเลื่องชื่อ เสียดายตอนไปนี่ร้านยังได้มิได้เปิดค่ะพี่น้อง




แหล่งที่ซุกหัวนอนของเดี๊ยนวันนั้น Study & Learn Hostel สนนราคารวมภาษีแล้วก็ 20 ยูโรต่อคืน
ภายในห้องประกอบไปด้วยเตียง 6 เตียง ลักษณะเป็นเตียง 2 ชั้น 3 อันวางคนละมุม มีโทรทัศน์เครื่องเล็กห้อยลงมาจากเพดาน ด้านมุมห้องก็จะมีตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยสมบัติของเพื่อนร่วมห้องชั่วคราวที่คุณยังไม่ทราบรูปร่างหน้าตาของพวกเขาตอนนี้



เรื่องอับอายประชาชีของเดี๊ยนต่อความโลเทคฯก็คือ ตลอดเวลาที่อยู่ที่ Hostel แห่งนี้เดี๊ยนไม่เคยมีปัญญาเปิดประตูห้องเองได้เลยสักครั้งเดียว ด้วยกลไกที่เกิดมาเพิ่งเคยเห็น เสียดายมิได้ชักภาพมาให้ยลโฉมกัน ว่าแต่เดี๊ยนก็ไม่ใช่คนเดียวที่สูญเสียความสามารถการเปิดประตูไป สาวอื่นรวมถึงหนุ่มร่วมห้องที่เข้ามากลางดึกคนนึงด้วย ตอนนั้นตกใจ.....มันมาได้ไงเนี่ย ทำไมมีหนุ่มแบ๊คแพ็คหัวเกรียนมานอนอยู่เตียงตรงข้ามเราได้หว่า ตรูนึกว่ามีแต่ผู้หญิงนะเนี่ย พลางสะกิดถามเพื่อนสาวร่วมห้องตอนเช้าดู Julia สาวเยอรมันผมทองอารมณ์ดีตอบพลางหัวเราะก่อนจะก้มมองดูคนที่อยู่ใต้เตียงหล่อนว่า "ไม่บ่อยหรอก แต่ก็เป็นไปได้ที่กรณีห้องไม่เพียงพอ ผู้ชายและผู้หญิงก็จะได้มาอยู่ห้องเดียวกัน"



ช่วงค่ำคืนห้องนี้จะเป็นที่รวมของบรรดาหนุ่มสาวชาวยุโรปและเอเชียทั้งหลายที่มีใจรักการเดินทาง จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมิตรภาพระหว่างกัน รวมถึงเบียร์ขวดเดียวกันด้วยเอ้า....แก้วใครแก้วมันเน้อ


เช้าวันนั้นเดี๊ยนก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเป็นภาษาจีนจากเพื่อนสาวชาวจีนเมืองซีอานซึ่งเตียงของหล่อนอยู่ด้านทิศเหนือของเตียงเดี๊ยน ตอนแรกดูแทบไม่ออกนึกว่าเป็นสาวเกาหลีหรือญี่ปุ่นแถมด้วยความที่เรียนอยู่เมืองเบียร์มานาน 6 ปีแถมสอยหนุ่มท้องถิ่นมาได้ 1 คน ภาษาเยอรมันเธอเลยคล่องปร๋อเชียว งานนี้เลยคุยกัน 3 ภาษาเลยค่ะพี่น้องอังกฤษ จีน เยอรมัน ตีกันให้วุ่นด้วยความที่ไม่แข็งแรงสักภาษาเลยเรา

ไปไหนก็ตามที่ใดในโลกคุณก็จะพบชาวจีน ที่เยอรมันนีก็เช่นเดียวกันไม่ว่าที่ไหนที่ไป ทั้งพนักงานร้านขายของชำ พนักงานร้านหนังสือ นักศึกษา นักท่องเที่ยว คนขายอาหาร ฯลฯ เพราะฉะนั้นรู้ภาษาจีนไว้คุณไม่อดตายแน่นอนรับประกัน



แม่สาวจีน Yang Xiaoqing กับเดี๊ยนคุยกันหัวเราะคิกคักก็เห็นจะเป็นเรื่องเมื่อคืนกับการชมเมืองโดยมีไกด์เป็นหนุ่มตุรกีหน้าแฉล้ม ก็นายประชาสัมพันธ์ที่ซุ้มให้ข้อมูลของรถไฟใต้ดินที่สนามบินนานาชาตินั่นแหละค่า


เห็นพ่อคุณคุยโทรศัพท์พลางนั่งจ้องเดี๊ยนตอนทำหน้าเหรอหลาว่าจะกดปุ่มไหนดีตอนซื้อตั๋วกับเจ้าเครื่องมหาภัย สุดท้ายยอมแพ้ความเด๋อด๋าของตัวเองยืนต่อแถวถามข้อมูลจากซุ้มของแกดีกว่า

พ่อเจ้าพระคุณก็ใจดีเหลือหลายเดินออกมากดตั๋วให้เรียบร้อย พร้อมถามภาษาเยอรมันยาวเหยียด ครั้นบอกว่าพูดพอได้พี่แกก็ลองเชิงเกี้ยวซะดื้อๆอย่างงั้นเลย

พี่แก : "Deine Haare sind sehr schoen."

ผมสวยจังนะครับ

คุณนาย : ......Danke

...เอ่อ..ขอบคุณค่า

บทสนทนาต่อไปขอไม่เล่ายืดละกันนะ แกบอกเดี๊ยนเสร็จสรรพเลยว่าเลิกงานกี่โมง ไปรับได้มั้ย นังแอร์ด้วยความโลภอีกทั้งกลัวหลงทางเที่ยวไม่คุ้ม มีคนมาเสนออย่างนี้มองหน้าพี่แกพลางคิดว่าจะปฏิเสธก็เสียดาย หน้าพ่อหวานซะขนาดนี้ เอาน่าจะระวังตัวเยอะๆก็แล้วกันไปเดินเล่นคงไม่เสียหลายหรอก เห็นท่าไม่ดีตูก็ชิ่ง...เท่านั้น


ว่าแต่ทำไมฝรั่งชื่อออกแขกฟะ เลยถามว่า
"Bist du Muslim?" เธอเป็นมุสลิมรึเปล่า
นายนี่ก็เลยตอบว่าใช่เลยพร้อมยิ้มกว้าง รู้ได้ยังไง......ว่าแล้วกรูหนีไม่พ้นแขกจริงๆ คราวนี้แขกตุรกีอ่ะ แต่หน้าหล่อเดี๊ยนให้อภัย หายเบื่อไปเยอะเลย



คืนนั้นเดี๊ยนเม้าท์อย่างถูกคอกับเพื่อนใหม่สาวเจ้าถิ่นจาก Hamburg เบียร์กระป๋องยาวสีเขียวเข้มยี่ห้อง Becks ถูกกระดกเพื่อลิ้มลองรสชาติและแกล้มไปกับไส้กรอกเวียนนาอันใหญ่ 1 แพ็คที่เป็นอาหารเย็นของเดี๊ยนในวันนั้น


เครื่องดื่มเฟรุส ที่เดี๊ยนขนมาจากอียิปต์ถูกนำมาเป็นของกำนัลให้แก่เพื่อนใหม่ มิตรภาพที่เกิดขึ้นช่วงเวลาสั้นๆไม่เลวนัก เรา 2 คนคุยกันเรื่องสัพเพเหระเคล้าด้วยสียงหัวเราะตลอดชั่วโมง



สุดท้ายหลังจากเลยเวลานัดไปมากจนเดี๊ยนกลับมาจากสถานีรถไฟหลังจากไปขลุกอยู่กับหนังสือกองโตภายในร้านหนังสือขนาดใหญ่ ความง่วงก็เริ่มทวีคูณขึ้นหลังจากที่ไม่ได้นอนตั้งแต่ขึ้นไฟล์กรุงเทพฯ - ไคโรเมื่อคืนวานต่อมาจนถึงไฟล์ไคโร - แฟรงเฟริตส์ ตอนนี้ กี่ชั่วโมงแล้วหว่า.........จำไม่ได้




ก่อนที่ตาจะปิดลงก็มีเสียงเคาะประตูจากสาวเยอรมันร่างอวบหน้าเคาท์เตอร์เช็คอินว่ามีโทรศัพท์ถึงเดี๊ยน เพื่อนใหม่ทั้ง 2 เลยได้เฮ

พี่แขกขาวหน้าหล่อนาม Kasim ก็มาถึงที่พักของเดี๊ยน
ภายในไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น เดี๊ยนได้แต่แตะไหล่เพื่อนร่วมห้องสาวชาวเยอรมันว่า "Please pray for me!!!"
เท่านั้นเสียงหัวเราะหลายๆ accent ก็ได้ระเบิดขึ้นพร้อมกัน


แม่คนผมทองหน้าสวยได้แต่หัวเราะพร้อมพูดว่าจะคอยลุ้นเรื่องราวต่อมาในวันพรุ่งนี้ ว่าแต่คืนนี้เปิดประตูเองให้ได้ละกันนะ ฮ่วย.....จริงด้วยกรู ขากลับทำไงดีเนี่ย


2 ชั่วโมงครึ่งกับการนั่งรถบีเอ็มสีดำคันใหญ่ของพี่แกสลับกับการเดินชมเมืองยาวค่ำคืน เดินซดไวน์แอปเปิ้ลไปตลอดทาง อย่าถามว่ารสชาติเป็นยังไง มาถึงที่นี่เค้าให้ลองก็ลองกันไป ฝาดยังไงก็ดื่มหมดแก้วครึ่งลิตรฟะ




ชมศาลาว่าการเมืองยามค่ำคืนที่ประดับประดาไปด้วยไปสีส้ม รวมทั้งธงต่างๆ ตึกรามบ้านช่องทำให้จินตนาการถึงเกอเต้อยู่รำไร วิวบนบันไดข้ามแม่น้ำก็สวยโรแมนติก พลาดแต่เดี๊ยนมิได้ชักรูปมาอวดคุณๆ ใครอยากเห็นมีแต่ในมือถือเครื่องเดียวอันเดียวนะคะ





ตอนเช้าว่าจะกลับไปยังที่เดิมบริเวณ Hauptwache แต่ก็มีอันหลงทางซะแล้ว แต่เจอที่นี่แทน ใครทราบช่วยบอกด้วยว่าเป็นสถานที่อะไรกันแน่แต่ดูคุ้นเคย เพราะด้านหน้านี้ครั้งนึงเมื่อ 18 ปีที่แล้วพ่อกับแม่เดี๊ยนก็มาชักภาพคู่กับเค้าเหมือนกัน ก่อนจะไปอัดมาซะไซค์บิ๊กสวยงามติดไว้ตามกำแพงทางเดินของบ้าน เป็นที่ภูมิใจนักหนาพร้อมอธิบายว่ามาจากฝรั่งเศส เจ๊กับเฮียของเราเดินทางจนสับสนซะแล้วววววว



เรามาปิดท้ายกันด้วยภาพนี้กันดีกว่า
ร้านอะไรเอ่ย....ในสนามบิน



คำตอบคือร้าน เซ็กส์ช็อป ครับผม ด้วยความอยากรู้เดี๊ยนเลยแวบเข้าไปดูทั้งชุดสาวแอร์ซะงั้นเลย รสนิยม Who รสนิยม It ค่ะคุณ นายฝรั่งข้างตัวเคยบอกไว้ว่า "ทำหน้าเฉยๆไว้แล้วจะดีเอง เพราะทุกคนต่างก็มาเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน"


หลังจากดูอุปกรณ์ให้ความบันเทิงใจหลากหลาย ราคาก็ต่างกันไป แต่ที่แน่ๆคือไม่ถูกหรอกค่ะ ชุดนางพยาบาล และ French maid สนนราคาชุดละ 40 ยูโร (ประตูน้ำ 500 ค่ะคุณ) , ถุงยางสีดำสไตล์พี่ยุ่น แต่เมดอินเยอนมันนีราคา กล่องละ 13 ยูโรบรรจุ 3 ชิ้น
กุญแจมือหุ้มด้วยผ้าสักหลากสีชมพูสดใส คู่ละ 10 ยูโร
มีเป็นเซ็ทใส่กล่องสวยหรูประกอบด้วยกุญแจมือลายเสือ , ผ้าปิดตา , เชือก , แส้ รวมแล้วเป็นร้อยยูโรค่ะคุณ
อะไรมันจะแพงปานนี้เนี่ย
เมืองไทยน่าจะมีโอท็อปเซ็กส์ช๊อปนะคุณขา คุณภาพและราคาตีตลาดยุโรปได้เลยเชียว




ปิดท้ายด้วยการนั่งดื่มไวน์ขวดละ 1.5 ยูโรที่ซื้อมาเองในชั้นบิสเนส ขอขอบพระคุณชีวิตไฮโซของเดี๊ยนในไฟล์นี้แก่คุณพี่กัปตัน Amr Elsharkawy ที่อนุญาติให้เดี๊ยนขึ้นมานั่งใช้ชีวิตไฮโซจำแลงได้อยู่ 4 ซ้า 5 ชั่วโมง แถมยังใจดีให้ยืมแว่นตากันแดดใส่ตอนไปเป็น
เจ้าหนูจำไมในค๊อทพิท






และคุณพี่โคไพลอท Ayman ที่นั่งตอบคำถามเดี๊ยนเกือบชั่วโมง แต่ก็ไม่วายโดนเดี๊ยนกัดว่าพี่แกเล่นเกมส์มือถือห่วยแถมแอ๊บสงสัยหลุดปากถามว่า "รูปที่จับมือถ่ายกับบิลคลินตัน และจ๊อร์ทบุช ท่านได้แต่ใดมา หรือท่านอาโฟโต้ช๊อปนั้นเสกให้?"






ก่อนหน้านี้ม่านบังแดดที่เห็น ถูกใช้แทนด้วยหนังสือพิมพ์ Akhbar ภาคภาษาอารบิค ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนรถสิบล้อก็ไม่ปาน......ทำไปได้




นี่คือทีมลูกเรือในวันนั้น น้ำขนมเพียบ แถมห่มผ้าห่มให้ด้วยเอ้า






รูปสุดท้าย......ก่อนขึ้นไฟล์ไคโรกลับบ้านก็ได้เจอพี่ชายนอกไส้ ที่เคยบรรยายไปทั้งหมดอาจผิดหวัง.....นี่เหรอหล่อของแก จะยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้ก็เป็นได้แค่พี่ชายร่วมโลกแหละย่ะ


ไปละเด็กๆ เดี๊ยนง่วง พรุ่งนี้มีเรียนระบำหน้าท้องเดี๋ยวตื่นไม่ทัน ฮิๆ








Create Date : 29 เมษายน 2550
Last Update : 5 พฤษภาคม 2550 3:17:41 น.
Counter : 479 Pageviews.

4 comment
วันที่ชั้นเป็นนางร้าย


กลางอาทิตย์นี้ได้ตารางหยุดกระหน่ำ 4 วันรวดก่อนจะได้ตารางบินเหียกๆบินตับแลบไปกลับเมืองจีนต่ออียิปต์รวม 30 ชั่วโมง 4 ไฟล์ภายใน 5-6 วัน นังแอร์ขอมีปากเสียงเรื่องจัดตารางหน่อย กรูมิได้อยากตายแบบได้โล่ในหน้าที่เลย ขอพักหน่อยได้เปล่า กลับโดนด่าว่าเรื่องมาก นางอื่นไม่มีปากเสียงทำไมยัยนี่ข้อต่อรองเยอะจัง

โดนชักแม่น้ำทั้งห้าให้สงบปากสงบคำแล้วรับกรรมทำงานต่อไป เดี๊ยนก็ร่างจดหมายตอกกลับแล้วตามไปคุยต่อในออฟฟิสเมืองแขกเลย มีทั้งคนให้กำลังใจ เข้าใจ และคนที่คอยซ้ำเติมว่ามากเรื่อง แต่ขอเป็นแอร์มีปากหน่อยเถอะค่ะคราวหน้าตารางเหียกๆได้เงินเยอะหน่อยแต่สลบคาเตียงแบบนี้ให้นางอื่นไปเถอะ เดี๊ยนขอทำงานเพื่อการพักผ่อนดีกว่านะ


อาทิตย์นี้ว่าจะไปเดินทอดน่องเมืองเบียร์ซะหน่อย กระดกเบียร์ชเปรกเค่นด๊อยซ์ให้คล่องคอไปเลย หลังจากเซ็งมานานกับการรอคอย


ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาคนหัวเหน่งคนนั้นก็ไปจากชีวิตในเมืองไทยของเดี๊ยนแล้ว หลังจากเทรนหนัก 1 เดือนก่อนจะเปลี่ยนเก้าอี้จากทางขวาในค๊อกพิทมาเป็นเก้าอี้ตัวนั้นทางซ้าย....




เรื่องหวานๆที่เคยมีหลังจากผ่านความหวัง ความหลัง ความเสียใจ ก็กลายเป็นความเข้าใจ
เกลียดจริงๆเลยกับการที่พูดว่า "...คุณดีเกินไป...ผมไม่อยากทำให้คุณเสียใจ.." แล้วหันไปเลือกคบกับคนเลวๆเนี่ยนะ ขอเป็นคนเลวที่มีความสุขสักหน่อยได้มั้ยฟะ


อาจจะงงเดี๊ยนพูดถึงเรื่องไรเนี่ย ก็เดี๊ยนโดนเตะก้นกลายเป็นเพื่อนซี้หลังจากจับได้ว่าพี่แกหิ้วนักร้องจากคลับ 87 ที่โรงแรมคอนราด
หิ้วมามือถือไมค์ไฟส่องนมกันต่อวันถัดมาหลังคลับปิดน่ะสิ พี่แกบอกว่าเป็นแฟนเก่าที่เคยคบหลายปีมาแล้ว ช่วงนั้นเดี๊ยนมึนตึ๊บ น้ำตาไหลเพราะโคตรโกรธ


นางเอกช่อง 7 สีทีวีเก๊าเก่าด่าไม่ยั้งเลยคุณขา....

"You know what,...You make me feel like a gabage and a piece of shit. Why I have to be with a gabage collector liked you??!. Have fun with your hooker, I will not come back here again. You're very disgusting!!! and wasted my time."

พี่แกก็อึ้ง จากวันนั้นแกก็ไม่กล้าหวานใส่เหมือนเคย หลังจากคุยกันจริงๆจังๆก็ตกลงกลายมาเป็นเพื่อนกันดีกว่า มันยาวนานกว่าความรู้สึกแรก
แกให้เหตุผลว่า เดี๊ยนเริ่มจริงจังและเอาใจใส่แกดีมากมากจนละอายใจ ไม่เคยเจอแบบนี้ตลอดชีวิตเพลบอยเกือบ 40 ปี

ปกติสงสัยเจอแต่คนเลวๆไงเลยไม่ชิน เจอเดี๊ยนว่าแดกเข้าให้


แกว่ายังไม่พร้อมจะดูแลใครจริงๆจังๆ ยังอยากเล่นอยู่ แต่ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกเดี๊ยนไปมากกว่านี้อยากเล่นสนุกกับผู้หญิงพวกนั้นไปวันๆก่อน แต่ถ้าจะแต่งงานและเลือกที่จะอยู่กับใครสักคนมาทำหน้าที่เป็นแม่บ้านดูลูก เค้าจะเลือกผู้หญิงแบบเดี๊ยนเป็นคนแรก

พูดให้ดีใจทำไมฟะหลายๆรอบ...ก็รู้ว่ากรูจะแต่งงานกับคนอื่น แต่ก็พยายามเข้าใจที่เค้าให้เกรียติพูดตรงๆ แต่ก็ใจหายเหมือนกัน



วันนี้เดี๊ยนไม่ได้ไปส่งพี่แกขึ้นรถไปสนามบินเพราะเค้าขอเอาไว้ว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย ถึงจะยอบรับมิตรภาพความเป็นเพื่อน และรู้ว่าเจ้าหล่อนเป็นแค่ 1 ในผู้หญิงของฮาเร็มพี่แกก็เถอะ แต่ก็ยังหงุดหงิดในใจอยู่ดี



เดี๊ยนไปส่งพี่แกที่ Boss เมื่อคืนวานหลังดวลเตกีล่า
กับวอตก้ากันพอมึนๆ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเค้าเปิดผับกันจนถึง 7 โมงเช้าด้วย ตะลุยแต่ราตรีประเทศอื่น ชาติไทยเดี๊ยนขยาดที่จะไปคนเดียวจริงๆค่ะ......ข่าวไม่ดีเยอะเหลือเกิน วันนั้นก็เลยตื่นตาตื่นใจทำไมตี 3 คนมันเยอะเช่นนี้

โชว์เฟอร์แท๊กซี่สิ่งมีชีวิตแสนรู้ของน้าเน็คก็เลยให้ข้อมูลคร่าวๆแก่เดี๊ยนอย่างฉับไว ปานกด Google เลยทีเดียว แถมพี่แกยังบอกด้วยว่าเค้ามีค่าน้ำให้ด้วยนะ



หล่อนคนนั้นรออยู่ในร้าน เดี๊ยนมองไม่เห็นหรอกค่ะ ไม่อยากยุ่งแต่ความเป็นผู้หญิงอยากรู้มันมากกว่าทำให้รู้ว่าชื่อของหล่อนนั้นคือ Vivian หรือยัยวิงเวียน


หลังจากตาหัวเหน่งขึ้นเครื่องกลับไปไคโรเมื่อคืน พอเครื่อง take off ไปได้ 1 ชั่วโมงเดี๊ยนก็โทรไปหวังจะยลเสียงยัยแหม่มกะปิสักหน่อย เสียงเมาๆมึนๆแว่วมาตามสาย หล่อนไม่เมาก็คงนอนอยู่ เดี๊ยนเดาเอาและก็วางสายหลังจากได้ยินเสียงนั้น

5 นาทีต่อมาก็ส่งข้อความไปหาเจ้าหล่อนว่า

'' You had a good luck to be with him."
โชคดีจังเลยนะหล่อนได้ควงหนุ่มของชั้น


เท่านั้นก็มีข้อความพร้อมทั้งสายกระหน่ำโทรจากเจ้าหล่อนเข้ามาถึงเดี๊ยน แต่ชั้นอยากเป็นนินจาย่ะไม่อยากได้ยินอังกฤษสำเนียงแคนาเดียนของเธอคนนั้น

"...to be with him?"
...หมายถึงใครอ่ะ



"Ma sweet guy....,gd night"
หวานใจชั้นย่ะ ไสหัวไปนอนซะไป



"Who are you, what are you talking about?"
หมายถึงใครอ่ะ พูดเรื่องอะไรเนี่ย



"What do you want with me?"
ต้องการอะไรกันแน่



อีนี่แกล้งโง่อีกละ เมื่อคืนหล่อนควงใครล่ะยะ เดี๊ยนคิด
วัยรุ่นตอนปลายหงุดหงิดเฟ้ย น้ำหอม DKNYที่หล่อนแหลจนได้มาครองนั่นก็เดี๊ยนช่วยเลือกนะเนี่ย ต่อราคาให้ด้วยเอ้า เบียร์ที่หล่อนกระดกเฮือกๆ รวมทั้งบาคาร์ดีบลีสเซอร์ในตู้เย็นแล้วทิ้งซากไว้ให้เห็นนั่นก็ของใครฟะคุ้นๆ..... แอร์กระบือจริงๆเลยกรู โกรธอีก


"Just greeting,...gd night! (last sms)"
แค่ทักทายย่ะหล่อน ไปนอนให้หลับนะยะ...ขอย้ำ



ทำได้แค่นี้แหละเพราะไม่อยากเป็นเรื่องเข้าตัว ให้เจ๊หรั่งแกงงเล่นว่าหนุ่มคนนั้นของวันไหนหว่า ต่อไปก็ Just say NO ไม่รู้ไม่เห็น แกล้งคนนี่มันลุ้นจริง


ปล. วันนี้เดี๊ยนไปแด๊นส์ซัลซ่านิวยอร์กกับหนุ่มยุ่นมา หายเซ็งไปได้เยอะ แอร๊ยยยย ไปหาไรบันเทิงใจทำกันดีกว่าอาทิตย์นี้ หวังว่าคงไม่โดนทำชั้นบิสเนสแบบคนเต็มลำอีกนะไฟล์หน้า
เดี๋ยวมาต่อเรื่องยุโรปที่ค้างไว้ให้จบก่อนเริ่มใหม่อีกที่เร็วๆนี้ละกันนะจ๊ะ ไปละแม่มดใจดีไปนอนก่อนละเด็กๆ ขอร้องคาราโอเกะเพลง "หวง" ของเจ๊ปานสัก 3 รอบก่อนนะ กระแทกใจเหลือเกิน



Create Date : 19 เมษายน 2550
Last Update : 17 มิถุนายน 2550 4:04:28 น.
Counter : 283 Pageviews.

8 comment
เล่น 25 คำถามแก้เซ็ง

ไม่มีเรี่ยวแรงเขียนอัฟบล๊อก ขอคั่นด้วยคำถามที่เพื่อนส้ม ณ บาหลีฝากมาแล้วกันนะจ๊ะ

1. หนังสือเล่มล่าสุด ที่อ่าน?
--- ความลับ เขียนโดย ฮิงาชิโนะ เคโงะ, Air Babylone

2.ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ดู? ไปดูกับ ใคร? ที่ไหน?
---13 เกมส์สยอง ดูกับแม่ที่บ้าน

3.รายการวิทยุที่กำลังฟังอยู่หรือเพลงที่กำลังฟัง อยู่ตอนนี้
– Irreplaceable บิยอนเซ่ , Slow motion โจอี้บอย, ความลับ - มัม ลาโทนิค

4. ชอบฟังเพลงแนวไหนมากที่สุด?
--- เพลงซึ้งๆความหมายดีๆ ฟังแล้วได้อารมณ์ทำงาน , เพลงฮิปฮอฟที่ได้เหมาะจะฟังตอนเบื่อๆ , เพลงจังหวะเร็วๆบีตแรงๆทำให้นึกถึงตอนไปเต้นเขย่ากรงในบาหลี

5. พูดคำว่า รัก ครั้งสุดท้ายเมื่อ ไหร่จำได้ป่าว?
--- เมื่อเช้าตอนรับโทรศัพท์

6. ข้อดีของคุณ?
--- ช่างเอาอกเอาใจดูแลอยู่กับชั้นหล่อนไม่อดตายหรอกย่ะ , จะผิดหรือไม่ก็มักจะขอโทษก่อนเสมอ (กับเพื่อนร่วมงานนี่ไม่เกี่ยวนะเฟ้ย) , มีความพยายามและเป้าหมาย รู้หน้าที่ของตัวเอง , จำความผิดพลาดแล้วนำมาปรับปรุง

7. แล้วข้อเสียล่ะ ?
--- น้อยใจง่าย ขี้โมโหแต่หายเร็วถ้ารู้วิธีง้อ เจ้าชู้ ร้องไห้แบบอัตโนมัติถ้าเสียใจมากๆ งี่เง่ากับเรื่องที่ไวต่อความรู้สึก ,เลวมาก...ถ้าอยากจะทำ , พูดดีๆอย่างอดทนกับใครมากๆไม่เป็น

8. แล้วมองคนอื่นยังไง?
--- คาดหวังว่าเขาจะเข้าใจเรา และทำกับเราเหมือนกับที่เราดีกับเค้า ถ้าไม่ดีกับเรามันก็....เลว

9. Wallpaper ที่คอมพิวเตอร์เป็นรูปอะไร?
--- ห้องนักบินบนเครื่องโบอิ้ง777

10. สถานที่ที่อยากไปมากที่ สุด?
--- วังสุลต่านอินเดีย/บูรไน/โอมาน , นั่งกินน้ำชาบนภูเขาที่สวิสหน้าร้อน

11. คำพูดติดปาก ที่พูดประจำเลย?
--- “Sheisse!!!” ภาษาเยอรมันก็ไอ้ที่เรียกว่าShit !!ภาษาอังกฤษไง

12. ตอนนี้คิดถึงใครอยู่หรือเปล่า?
--- ก็ Major สุดเลิฟที่ยุโรปกับ Minor ตาแก่บ้างานในค๊อกพิทคนนั้นน่ะสิ

13. เวลามองเห็นทะเลแล้วรู้สึกอะไร?
– ดีจังที่ได้พัก ไม่ต้องไปบินอีกหลายวัน

14. ผลไม้สุดโปรด?
--- สตอเบอร์รี่ กินทีเป็นกิโลจนอิ่ม

15. มีโทรศัพท์ถึงคุณกี่ครั้ง ในหนึ่งวัน
--- ที่ไหนดีล่ะ ประเทศไทย 1-2 ครั้ง , ประเทศอียิปต์ก็ 3- 4 ครั้ง

16. ช่วงนี้มีอะไรupdateไหม?
--- กลางปีหน้าสละโสดมั้ง

17. ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเรียนถึงระดับไหน?
--- Master ไม่ก็ Diploma

18. ถ้าถามเรื่องความรัก คิดยังไงกับประโยคที่ว่า รักคนที่เขารักเรา
--- ไม่เหนื่อยไงไม่ต้องคอยวิ่งตามเอาใจใคร มีคนคอยเอาใจหยิบยื่นความรักให้ตลอด

19. เพื่อนเราแอบชอบแฟนเราจะทำยังไง?
--- อย่า...ชั้นไม่ชอบแซนวิส ชั้นคนเดียวยังกินไม่อิ่มเลยหล่อน

20. อกหักรู้สึกอย่างไร? แล้วจะทำยังไง?
--- เสียใจ คิดถึงเรื่องดีๆที่เคยทำด้วยกัน ร้องไห้นั่งดริ๊งค์คนเดียว ก่อนจะหาคนที่ดีกว่าหลายๆเท่ามาแทนที่

22. เป็นคนขี้หึงไหม?
--- เป็นแต่ไม่ค่อยพูด ถ้าลงมือเมื่อไรก็แสดงว่าทนไม่ไหวแล้ว แกตายแน่

23. ถ้าขอพรได้จะขออะไร?
---ขอให้ทุกคนรัก คนรอบข้างและตัวเองมีความสุข

24. พรุ่งนี้จะทำอะไร?
--- ไปกินข้าวกับเพื่อนสาวๆที่สยามพารากอนแล้วช๊อปปิ้งต่อ มีเวลาคงแวะไปเตะก้นตาหัวเกรียนคนนั้น นั่งฟังเพลงตอนรถติดขากลับบ้าน โทรหาแฟนก่อนนอน


25. วันนี้อีก 10 ปีข้างหน้าคุณจะทำอะไรอยู่?
--- คงแก่ขึ้นอายุ 36 เครียดว่ะเกลียดเลขนี้...^^! แต่รูปร่างหน้าตาน่าจะดูดีเหมือนเดิมเพราะคงทำงานนอกบ้านแถมขี่จักรยานไปทำงานอีกกรู สามีรักเพราะยังใสกิ๊งเมื่อเทียบกับสาวฝรั่งอ้วนๆรอบข้าง เด็กแฝดที่ตานี่เห่อนักหนาก็คงเพิ่งเข้าประถมต้นคงเรียนเก่งและพูดมากเหมือนคนพ่อ แต่คงเกเรเจ้าเล่ห์เหมือนแม่แถมสวยด้วยย่ะ อายุ 18 เมื่อไรโดนยายจับประกวดนางสาวไทยคู่แหงแซะ



Create Date : 07 เมษายน 2550
Last Update : 7 เมษายน 2550 22:42:13 น.
Counter : 378 Pageviews.

4 comment
ไฮโซกระเป๋าแห้งย่ำแดนทิวลิป
ใช้ภาพเรียกน้ำย่อยไปก่อนเน้อ เดี๋ยวจะแวะมาบรรยายขยายความ ฮิๆ






ได้ฤกษ์มาเล่าเรื่องราวการผจญภัยสไตล์สาวแอร์กระเป๋าแห้งมาฝากแล้วล่ะค่ะหลังจากอู้อยู่นาน




คงไม่มีใครจินตนาการถึงการเยือนประเทศยุโรปโดยไม่มีวีซ่าใช่มั้ยคะ ยกเว้นกลุ่มคนที่เดินทางไปมาเป็นอาชีพบนเจ้านกเหล็ก ซึ่งเดือนๆนึงรวมเวลาที่กินนอนอยู่บนเครื่องบินเป็นร้อยชั่วโมงอย่างเดี๊ยนนี่แหละค่า
ไม่มีวีซ่า แถมบินฟรีต่างหาก ประสบการณ์ระทึกจึงเกิดขึ้น


หลากหลายประเทศในทวีปยุโรปที่ยกเว้นการถือวีซ่าของนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่มีบัตรประจำตัวและถือใบอนุญาติประกอบการบิน ซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในประเทษกลุ่มเชงเก้นได้เป็นเวลา 90 วัน แต่ยกเว้นประเทศอังกฤษ , ฝรั่งเศส , จีน , อเมริกา และอีก 1 ประเทศ เดี๊ยนจำไม่ได้ฮ่ะขออภัย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสัญชาติของสายการบินนั้นๆด้วยค่ะ


ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างง่ายดายแต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินทางไปในฐานะลูกเรือที่สวมเครื่องแบบและมีรายชื่ออยู่บน General Declairation หรือที่เรียกกันว่า GD เท่านั้น และแน่นอนว่าต้องเดินทางกับสายการบินต้นสังกัดตัวเองจึงจะได้รับการยกเว้นเช่นนี้


ฟังเหมือนง่ายนะคะ แต่ไอ้ข้อจำกัดในการเดินทางนี่สิทำให้ทั้งก่อนจะไปและพอไปถึงเมืองเขาแล้วก็วางแผนกันวุ่นวาย รวมทั้งเป็นลูกเรือไทยชุดแรกของสายการบินซะด้วย ไม่มีใครให้ขอคำแนะนำที่เชื่อถือได้แน่นอนเลย พักร้อนคราวนี้ของเดี๊ยนเลยอิหลักอีเหลื่อพอสมควรเชียวค่ะ


การเดินทางโดยเครื่องบินเที่ยวดึกจากกรุงเทพฯ สู่กรุงไคโร 10 ชั่วโมงบินช่างเป็นการเริ่มต้นที่แสนสบายเพราะบรรยากาศที่คุ้นเคย

ทันทีที่ขึ้นเครื่องพร้อมลูกเรือที่ทำงานในช่วงบินนั้น เดี๊ยนก็ต้องจัดแจงหาที่นั่งและเปลี่ยนจากเครื่องแบบมาเป็นชุดลำลองไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตุและก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้โดยสารอื่น ซึ่งพี่กราวด์สุดสวยประจำสายการบินที่เดี๊ยนมักชอบคุยเล่นเสมอได้จัดที่นั่งให้ในชั้นประหยัดตอนหน้า 3 ที่นั่งซึ่งเดี๊ยนได้นอนยาวตลอดไฟล์

เพื่อนเกลอ 2 สาวไทยที่เสริฟ์บนไฟล์นั้นก็ให้บริการระดับเยี่ยมยอดทั้งน้ำ อาหาร รองเท้า ขนมไม่มีขาด ประทับใจจริงๆค่ะ โดยเฉพาะตอนที่ไม่ได้ทำงานเนี่ย



ไฟล์นั้นไปถึงกรุงไคโรเวลาตี 5 ครึ่งก่อนที่เดี๊ยนจะต้องต่อไฟล์ถัดไปจาก กรุงไคโร ไปยังอัมสเตอร์ดัมส์ เวลา 10 นาฬิกา แต่เรื่องทั้งหมดไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นเพราะดันโดนถีบตกเครื่องวินาทีสุดท้ายก่อนปิดประตู......


เดี๊ยนก็เลยต้องตกกระไดพลอยโจนอยู่แดนพีระมิดต่ออีก 3 วัน 2 คืน ไม่ได้สนุกเลยนะคุณๆ จินตนาการตอนน้ำตาเริ่มไหลตอนหิ้วกระเป๋ากระเซอะกระเซิงพร้อมหนีบเสื้อยูนิฟรอมลงบันไดจากตัวเครื่อง
แอร์บัส 320 มายังพื้นดิน พร้อมๆกับลุงเพอร์เซอร์ที่เป็น Checker ของไฟล์นั้นด้วย เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่จองตั๋วมีจำนวนมากกว่าจำนวนที่นั่ง
ทำให้เดี๊ยนและลุงแกต้องระเห็ดออกมาในวินาทีสุดท้ายโดยที่ไม่มีโอกาสได้พูดแนะนำตัวและยื่นตั๋วให้กับกัปตันตามข้อบังคับสักนิดเดียว


ตอนหลังเพิ่งจะรู้จากตาแก่อี๊ดว่า กัปตันเท่านั้นที่มีสิทธิให้หรือไม่ให้เราขึ้นเครื่องได้ ถ้าที่นั่งในห้องนักบินว่างก็แล้วแต่ว่าจะพิจารณาให้เข้าไปนั่งเป็นส่วนนึงของไฟล์นั้นได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นควรไปเสนอหน้าแนะนำตัวก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเองถ้ามีปัญหาตามมา กว่าจะรู้จากเพื่อนรุ่นเก๋าของเทคนิคนี้ กระเป๋าเดี๊ยนก็โดนโยนออกมากองด้านหน้าประตูท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ของผู้โดยสารชาวฝรั่งทั้งลำ ที่คงสงสัยว่ายัยสาวเอเชียผมดำคนนั้นทำอะไรผิดหนอถึงโดนไล่ลงอย่างรีบร้อนขนาดนั้นด้วยการบังคับให้เดินสวนผู้โดยสารที่กำลังต่อแถวก้าวท้าวหาที่นั่งนับ 30 คนโดยที่ต้องลากกระเป๋าใบเขื่องไปด้วย ถ้าใครนึกออกถึงตัวเครื่องแอร์บัสลำเล็กที่ทางเดินแคบขนาดถ้าเข็นรถเสริฟ์อาหารก็ไม่สามารถจะเดินสวนไปได้ ยิ่งลำบากใหญ่ถ้าจะเดินสวนกับใครสักคนแต่นี่ต้องเดินสวนกับผู้โดยสารนับสิบที่ล้วนแต่มีที่นั่งอยู่ท้ายเครื่องพร้อมสัมภาระระเกะระกะ

กว่าสมองจะแล่นเดี๊ยนก็โดนปิดประตูเครื่องบินใส่หน้าซะแล้ว
จะทำอะไรได้นอกจากยืนอึ้งงงกับชีวิต เดินแบบมึนๆลงจากบันไดที่เชื่อมต่อกับประตูเครื่องอย่างทุลักทุเลด้วยสัมภาระ 3 ใบ น้ำตาค่อยๆไหลแต่ก็ยังมีสติค่อยๆเปลี่ยนเครื่องแบบไปด้วยหลังจากที่ถอดเสื้อคลุมและอะไรต่อมิอะไรออกเรียบร้อย


แล้วคืนนี้กับคืนนี้ตรูจะไปนอนที่ไหนวะเนี่ย???? เพื่อนที่มาไฟล์เมื่อกี้ด้วยกันก็กำลังจะขึ้นเครื่องไปเอเธนส์ด้วยกันทั้งคู่ ครั้นจะไปนอนในตัวเมืองก็จะกลับมาทำเอกสารเรื่องขอตั๋วใหม่ยังไงฟะ?? นั่งแท๊กซี่ไปกลับ 60 ปอนด์ 3 วัน 150 ปอนด์กรูตายแน่ ไหนจะค่าโรงแรมอีก
โทรไปขอนอนกับพวกอียิปต์มันจะปล้ำกรูไหมเนี่ย??
ไอ้อี๊ดก็ไปตายที่ไหนทำไมไม่รับโทรศัพท์วะ???!!??
โทรไปที่บ้านใครจะช่วยอะไรได้เนี่ย!!!
ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ 400 ยูโร ,100 ดอลล่าห์ กับอีกสิบกว่าปอนด์ และบัตรเครดิตอีกใบ โอ้ยยยย...ทำไมต้องมาเสียเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้วะเนี่ย เวลาพักร้อนกรูต้องมาเหี่ยวแห้งอยู่ไคโรเหรอวะเนี่ย ตอนนั้นเครียดมาก คิดอะไรไม่ออกเลยและไฟล์ที่จะไปก็มีแค่ 3 ครั้งต่ออาทิตย์

จินตนาการว่ากำลังสับสนในชีวิตขณะยืนอยู่ด้านข้างของเครื่องบินลำโตที่กำลังจะออก จะไล่กรูไปถึงไหนเนี่ย.....

จะว่าไปเดี๊ยนก็ผิดเองที่ไม่ได้เช็คไฟล์ก่อนหน้าที่จะมาไม่กี่วันเพราะคิดว่าที่เช็คไปก่อนหน้าเดือนที่แล้วน่าจะยังใช้ได้อยู่ ประกอบกับไม่ทราบว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของฤดูการท่องเที่ยวของชาวดัชส์ ทำให้ทุกไฟล์ที่ไปอัมสเตอร์ดัมส์ทั้งอาทิตย์เต็มไปด้วยครอบครัวที่กลับจากการท่องเที่ยวและเตรียมตัวไปทำงานและเรียนหนังสือกันในวันรุ่งขึ้น


สุดท้ายเดี๊ยนก็ยังไม่ได้โชคร้ายเกินไปนัก อาศัยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆสาวแอร์ที่กำลังจะเดินทางกลับและบ้างเดินทางไปเที่ยวในวันนั้นหากุญแจและอนุญาติให้เดี๊ยนเข้าไปอยู่ในห้องของเจ้าหล่อนได้จนกว่าเจ้าตัวจะกลับมาโดยไม่ต้องจ่ายค่าโรงแรม 50 ดอลล่าห์ (ลดจาก 125 ดอลล่าห์) ซึ้งน้ำใจเพื่อนๆมากงานนี้ หลังจากทริปชูรักชูรสนี้แน่นอนว่าของฝากกระจาย


หลังจากใช้เวลาทำเรื่องและหาข้อมูลอยู่ 2 วันเต็ม เดี๊ยนก็ได้ตั๋วที่จะเดินทางไปแฟรงเฟริส ประเทศเยอรมันนี และอีกใบไปกรุงบรัสเซลประเทศเบลเยี่ยม โดยมีแผนจะนั่งรถไฟต่อไปยังประเทศฮอลแลนด์ เฮ่อ...แค่คิดก็เหนื่อยแล้วคุณขา แต่ก็ดีกว่านั่งเฉยๆรอโชคชะตามานำพากลับบ้านมือเปล่านะคะ


สุดท้ายเดี๊ยนก็เลือกที่จะเดินทางไปยังกรุงบรัสเซล ก่อนจะต่อรถไฟไปยังเมือง Amersfoort ที่ประเทศ Holland
เพราะมีหลายขบวนที่ไปถึงโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่านั่งจากเยอรมันนี 1 ชั่วโมง และราคาก็เพียงแค่ 34 ยูโรจาก 100 ยูโรเมื่อเทียบกับค่ารถไฟด่วนพิเศษจาก Frankfurt คราวนี้ออฟชั่นเยอะกว่าคราวที่แล้ว ซึ่งเดี๊ยนหาโรงแรมและที่พักล่วงหน้ากรณีตกรถไฟไว้เรียบร้อยทั้ง 3 ประเทศเลยค่ะ ได้แต่หวังว่าตรูหนอคงไม่เคราห์ซ้ำกรรมซัดมากมายในคราวเดียวดอกนะ



ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมงจากกรุงไคโรประเทศอียิปต์ เดี๊ยนก็ถึงกรุงบรัสเซลเวลาบ่าย 2 ซึ่งขณะนั้นเวลาที่ยุโรปช้ากว่าอียิปต์ 1 ชั่วโมง เดี๊ยนเป็นลูกเรือไทยนางแรกของสายการบินแดนยิปต์ที่ลงเหยียบเบลเยี่ยมนะคะเนี่ย ข้อมูลอะไรก็ไม่รู้เรื่องเลยแถมลูกเรือทั้งหมดก็ไม่มีใครลงจากไฟล์ แค่เปลี่ยนลูกเรือชุดใหม่ที่นั่งเป็นผู้โดยสารอยู่ 6 คนให้มาทำหน้าที่แทนก่อนชุดเดิมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไปนอนที่นั่งท้ายเครื่อง

( อะไรจะสบายขนาดนั้น ลูกเรือไทยเป็นชาติเดียวที่ต้องทำงาน ทั้งไปและกลับ 10 - 12 ชั่วโมงแม้กระทั่งไฟล์
V VIP ล่าสุดที่รับทูลกระหม่อมสมเด็จพระเทพฯเสด็จเยือนสถานที่ต่างๆในอียิปต์ด้วยนะคะ ไฟล์ในประเทศลูกเรือท้องถิ่นได้นอนแต่ลูกเรือไทยห้ามนอน เพราะไม่ได้จองโรงแรมไว้ให้แถมไม่จ่ายเงินอีกด้วยข้ออ้างไม่มีใบอนุญาติของเครื่องรุ่นนั้น และต้องทำเรื่องขอตั๋วบินเองต่างหากทั้งๆที่โดนใช้ให้ทำงาน ความเสมอภาคไม่มีในเมืองแขกนะคะ ช่วงนั้นเดี๊ยนอยู่ในระหว่างต่อวีซ่าเลยไม่ได้ไปร่วมบินในไฟล์ที่ใครๆก็หวังจะไปทำสักครั้งเพื่อเป็นเกรียติแก่ชีวิตการทำงานนะคะ แต่ถึงพลาดโอกาสแต่ก็ยังมีอะไรดีๆอยู่)



ก่อนออกจากเครื่องเดี๊ยนก็ไปแนะนำตัวขอนามบัตรจาก Station manager เรียบร้อยและบอกแกว่าอาจจะเดินทางกลับในเที่ยวบินวันไหน แต่จะโทรมาอีกทีเพื่อความแน่ใจเพราะยังไม่อาจทราบได้เลยว่าขากลับเดี๊ยนจะต้องไปขึ้นเครื่องที่ประเทศไหนกันแน่ ถึงจะเช็คอย่างละเอียดว่ามีที่นั่งว่างขากลับจากอัมสเตอร์ดัมถึง 10 ที่แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงแหละค่า มันเสียว


ทางเดินไปสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเต็มไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อผ้าหลากหลายสีสัน นานาแฟชั่นที่ล้วนทำให้ตัวเองอบอุ่นในช่วงฤดูหนาว ขนาดตัวเดี๊ยนดูลดลงไปถนัดใจเมื่อเทียบกับสาวผมบลอนด์ขายาวด้านข้าง ตัวหล่อนถูกหุ้มไปด้วยเฟอร์สีน้ำตาลฟูฟ่องแม้จะดูนุ่มนิ่มน่ากอด แต่ก็ดูน่ากลัวไม่น้อยเลย ขอกัดหน่อยเถอะ


เดินสอดส่ายสายตาอยู่หลายนาทีก็ไม่เจอกับทางออกสำหรับลูกเรือทีน่าจะมี เดี๊ยนเลยถามเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารซึ่งเป็นชายฝรั่งดูท่าทางคล่องแคล่ว คำตอบพร้อมรอยยิ้มพรางผายมือให้เดี๊ยนผ่านไปอย่างง่ายดาย ไม่แม้จะชำเลืองมองป้ายชื่อลูกเรือบนอกเสื้อเลย



สิ่งต่อไปที่จะหาก็คือซิมโทรศัพท์มือถือ เพราะส้มเน่าที่เอามาจากเมืองไทยก็ใช้ไม่ได้ซะงั้น ซิมอียิปต์แม้จะมีเครือข่ายเดียวกันแต่ก็ต้องลงทะเบียนเปิดใช้ระหว่างประเทศซะก่อน ดังนั้นทางเลือกสุดท้ายก็คือซื้อ
ซิมการ์ดชั่วคราวซึ่งราคาสูงถึง 30 ยูโรมาใช้ ได้ยินราคาแทบหลายหลัง แหม...อะไรจะแพงปานนั้นเนี่ย กะว่าไม่น่าจะเกิน 10 ยูโร


สาวเอเชียวัยกลางคนที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆในสนามบินที่บรัสเซลอธิบายประเภทและวิธีการใช้ให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษอย่างฉะฉานพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเป็นมิตร ทำได้โล่งใจไปได้เยอะทีเดียว ถ้าจะบอกว่าเป็นสาวไทยก็น่าเชื่อแต่คงอยู่ในระดับที่อาศัยอยู่ในประเทศไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่นอน แต่เมื่อนึกถึงเจ้าเพื่อนหนุ่มดัชส์ตัวดีหลายนายก็เป็นเชื้อสายเอเชียแต่ภายนอกเท่านั้นเพราะมีครอบครัวไม่น้อยเลยที่รับอุปการะเด็กต่างชาติมาเลี้ยงดู เดี๊ยนเลยตัดสินใจไม่ทักดีกว่า ถ้าผิดพลาดเกรงว่าเจ้าหล่อนจะเสีย Self ไม่ก็เดี๊ยนนี่แหละจะหน้าแตกซะเปล่าๆ



***มีต่อค่ะ



Create Date : 19 มีนาคม 2550
Last Update : 30 มีนาคม 2550 23:14:26 น.
Counter : 401 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics